จัดหนักเพื่อคอพิซซ่ากับ “PIZZA PERFECTION” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/460630

จัดหนักเพื่อคอพิซซ่ากับ”PIZZA PERFECTION”

จัดหนักเพื่อคอพิซซ่ากับ"PIZZA PERFECTION"

9 มีนาคม 2564 – 18:54 น.

คอ “พิซซ่า” ห้ามพลาด… ด้วยรสชาติที่อร่อยและหลากหลาย ทั้งยังแบ่งปันกันได้ อาหารสุดพิเศษจากอิตาลีนี้ยังสามารถอิ่มอร่อยได้ในทุกเวลาไม่ว่าจะกับเพื่อนๆ หรือครอบครัว

“พิซซ่า” คือความสุขในชีวิตที่ไร้ขีดจำกัดของเวลา ด้วยรสชาติที่อร่อยและหลากหลาย ทั้งยังแบ่งปันกันได้ อาหารสุดพิเศษจากอิตาลีนี้ยังสามารถอิ่มอร่อยได้ในทุกเวลาไม่ว่าจะกับเพื่อนๆ หรือครอบครัว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอาหารที่ดีต่อใจชนิดนี้ ซึ่งเกิดขึ้นทางตอนใต้ของอิตาลี ได้สร้างความสุขให้แก่ผู้รับประทานอาหารในทั่วทุกมุมโลก!

ตลอดเดือนมีนาคมและเมษายน แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เชิญชวนให้แขกและผู้อาศัยในกรุงเทพฯ พบกับ “PIZZA PERFECTION” ในแบบฉบับของตัวเอง ที่ร้านอาหาร คาเฟ่ เลานจ์ และบาร์ของโรงแรม 20 แห่ง โปรโมชั่นชวนน้ำลายสอนี้ ผู้ชื่นชอบการรับประทานอาหารจะได้พบกับพิซซ่าอบใหม่ในเตาฟืนมากกว่า 20 ชนิด ตั้งแต่พิซซ่าอิตาเลียนต้นฉบับ แบบไทยๆ แบบนานาชาติ และแม้กระทั่งพิซซ่าที่รับประทานเป็นของหวานได้ พิเศษ หากคุณมารับประทานกับเพื่อน สมาชิกแมริออท บอนวอย จะได้รับพิซซ่าชิ้นที่ 2 ฟรี!          

สำหรับรสชาติแท้ๆ ของอิตาลี เชฟมากฝีมือของรอสสินี ห้องอาหารอิตาเลียนของโรงแรมเชอราตันแกรนด์สุขุมวิท อะ ลักชัวรี คอลเลกชั่น โฮเทล แบงค็อก จะเสิร์ฟพิซซ่าจานขึ้นชื่อ “รอสสินี บูราตา คูลัตตา แฮม และรูโกลา” ที่ห้องอาหารจิออร์จิโอ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน โฮเท็ล แอนด์ ทาวเวอร์ส เตรียมเสิร์ฟพิซซ่าสูตรคลาสสิก “ควาโตร สตาจิโอนี” และ “ควาโตร ฟอร์มาจิ” ขณะที่โรงแรมสุขุมวิท พาร์ค กรุงเทพฯ แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนต์ส ขอเสนอพิซซ่าต้นตำรับ “พิซซา มาร์เกริตา” ที่บิสโทร เอ็ม และบาร์ ออน ทรี ส่วนห้องอาหาร‫ ‬57th สตรีท ที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท โฮเทล สุขุมวิท นำเสนอพิซซ่ายอดนิยม “สไปซี ซาลามี”

หากอยากลิ้มลองรสชาติอิตาเลียนผสมผสานกับรสชาติแบบไทย BBCO ร้านเบเกอรี่ของเจดับบลิว แมริออท โฮเทล กรุงเทพฯ ได้รังสรรค์พิซซ่าหน้า “ลาบไก่” และ “น้ำพริกเผาทะเล” และที่โมโม่คาเฟ่ ของสาทร วิสต้า กรุงเทพฯ แมริออท เอ็กเซ็กคิวทีฟ อพาร์ทเมนต์ส ได้จัดทำพิซซ่าหน้า “แกงเขียวหวาน” และ “สะเต๊ะเนื้อ” ขณะที่ออคิด คาเฟ่ และเดอะ ลิฟวิ่ง รูม ของเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท อะ ลักชัวรี คอลเลกชั่น โฮเทล กรุงเทพฯ ขอเสนอพิซซ่าทะเลรสเผ็ด “กะเพราทะเล”!         

สำหรับพิซซ่าสูตรนานาชาติจากประเทศต่างๆ ยังมีให้เลือกชิมที่ เซสต์ บาร์ แอนด์ เทอเรส ของ โรงแรม เดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพฯ ซึ่งเสิร์ฟพิซซ่าหน้า “ไก่ทันดูรี ของอินเดีย” และโรงแรมดิ แอททินี โฮเทล อะ ลักชัวรี คอลเลกชั่น โฮเทล แบงค็อก เสิร์ฟพิซซา “เมิร์ก มาไล ติ๊กกะ” ที่ห้องอาหารชั้น 3 ของโรงแรม และที่อคิรา แบ็ค ห้องอาหารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารญี่ปุ่น ที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค เชิญชวนแขกเอร็ดอร่อยไปกับพิซซ่าหน้า “เห็ดเอริงงิ” และที่เดอะ คิทเช่น เทเบิ้ล ของโรงแรมดับเบิลยู แบงค็อก ได้รังสรรค์พิซซ่า‫ ‬“พูลพอร์ค” แสนชุ่มฉ่ำ “ซีฟู้ด เลิฟเวอร์ส” ต้องหลงรักพิซซาสูตรพิเศษที่ 57th สตรีท ที่แบงค็อก แมริออท โฮเทล สุขุมวิท

พิซซาหน้า “แซลมอนรมควัน กับแอสพารากัสและผักร็อกเก็ต” ที่ลา ทาโวลา โรงแรม เรอเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ หรือพิซซา “ทูน่า” สุดล้ำที่ห้องอาหารอาคีรา แบค โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ท้ายสุด สำหรับผู้ชื่นชอบอาหารหวานควรตรงดิ่งไปที่เดอะ เบเกอรี่ ของดิ แอททินี โฮเทล อะ ลักชัวรี คอลเลกชั่น โฮเทล แบงค็อก สำหรับพิซซาหน้า “ซัมมอร์ นูเทลล่า” ที่แสนอร่อย!         

พิซซ่ารวม 25 หน้ามีบริการแล้วที่ร้านอาหาร คาเฟ่ เลานจ์ และบาร์ในโรงแรมยอดนิยมของแมริออท ในกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ ‪1 มีนาคม จนถึง 30‬ ‪เมษายน 2021‬ รีบชักชวนคนที่คุณรักและเพื่อนฝูง แล้วไปค้นพบความอิ่มเอมที่ไร้กาลเวลาของพิซซ่าที่แสนเพอร์เฟกต์ Buon appetito! ขอให้เอร็ดอร่อยทุกคน!  ราคาเริ่มต้นเพียง 280 บาท สมาชิกแมริออท บอนวอย รับพิซซาชิ้นที่ 2 ฟรี! 

เมื่อแฟนคลับต่างติดแท็ก “YG Treat Lisa Right” ทวงความยุติธรรมให้ลิซ่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/460607

เมื่อแฟนคลับต่างติดแท็ก “YG Treat Lisa Right” ทวงความยุติธรรมให้ลิซ่า

เมื่อแฟนคลับต่างติดแท็ก "YG Treat Lisa Right" ทวงความยุติธรรมให้ลิซ่า

9 มีนาคม 2564 – 16:31 น.

เมื่อแฟนคลับต่างติดแท็ก “YG Treat Lisa Right” ทวงความยุติธรรมให้ลิซ่า

เกิดกระแสเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับลิซ่าบนโลกทวิตเตอร์อย่างดุเดือด เมื่อค่าย YG Entertainment ปฏิบัติกับลิซ่าสวนทางกับความทุ่มเทของเธอ 

Lisa Blackpink ศิลปินชาวไทยที่ค่ายเลือกปฏิบัติ

กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียลเมื่อ #YGTreatLisaRight ติดเทรนด์อับดับ 1 ทวิตเตอร์ประเทศไทย เนื่องจากเหล่าแฟนคลับต่างพากันออกมาเรียกร้องให้ค่ายต้นสังกัดอย่าง YG Entertainment ดูแลและทุ่มเทให้ ลิซ่า เหมือนกับเมมเบอร์คนอื่นบ้าง อย่างเรื่องเสื้อผ้าที่ถือว่าเป็นประเด็นบ่อยที่สุด เนื่องจากลิซ่ามักจะได้ใส่ชุดซ้ำกันหลายรอบและยังมีชุดเปลี่ยนที่น้อยกว่าคนอื่น นอกจากนี้ยังมีเรื่องการโปรโมทผลงานที่ทางค่ายไม่ค่อยลงทุนลงแรงให้ลิซ่าเท่าไหร่นัก และยังมีเรื่องคุณภาพของรูปที่คุณภาพมักจะไม่เท่ากับของเมมเบอร์คนอื่นๆด้วยเช่นกัน โดยจะเห็นได้ว่ารูปของลิซ่าจะมีทั้งเงา แสงแฟลชที่จ้าเกินไป มือช่างภาพที่ติดอยู่ในเฟรม หรือแม้แต่ความไม่ชัดของรูปที่แสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นมืออาชีพ

เมื่อแฟนคลับต่างติดแท็ก "YG Treat Lisa Right" ทวงความยุติธรรมให้ลิซ่า

และล่าสุดกับรูปโปรโมทแบรนด์ Vivo ที่ยิ่งทำให้เหล่าแฟนคลับยิ่งไม่พอใจมากกว่าเดิม โดยจะเห็นจากรูปแรกได้ว่าผมของลิซ่ายังติดพื้นสีขาวอยู่ และรูปโปรโมทต่อมาโทรศัพท์และมือของลิซ่านั้นก็ยังทับกัน ซึ่งแฟนคลับทุกคนต่างต้องการให้ทางค่ายใส่ใจกับผลงานโปรโมทของลิซ่ามากกว่านี้ 

เมื่อแฟนคลับต่างติดแท็ก "YG Treat Lisa Right" ทวงความยุติธรรมให้ลิซ่า

นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องรายการ Youth With You ที่ลิซ่าได้ไปเป็นหนึ่งในเมนเทอร์ของรายการ โดยที่ทรงผมและชุดของลิซ่านั้นแตกต่างจากซีซั่นแรกเป็นอย่างมากหลังจากทีมของ YG มาดูแลในเรื่องนี้แทนทีมผู้จัดของรายการ ซึ่งชุดที่ทางทีมงานของ YG จัดหามาให้กลับเป็นชุดที่ธรรมดาจนเกินไป และทรงผมของลิซ่าที่ไม่มีความหลากหลายและเซ็ตได้ไม่ดีเท่าที่ควร

เมื่อแฟนคลับต่างติดแท็ก "YG Treat Lisa Right" ทวงความยุติธรรมให้ลิซ่า

อย่างไรก็ตามตอนนี้ทางค่าย YG Entertainment ยังไม่มีการออกมาแถลงหลังจากที่แฮชแท็ก #YGStopSabotagingLisa และ #YGTreatLisaRight ติดเทรนทวิตเตอร์อันดับ 1 ในประเทศไทย ซึ่งเหล่าแฟนคลับยังคงรอให้ทางค่ายออกมาชี้แจงและปฏิบัติกับลิซ่าให้สมถึงความสำเร็จที่ลิซ่าทำให้กับทางค่าย โดยที่ทุกคนยังพร้อมสนับสนุนเหมือนเดิมถ้าทางค่ายหันมาใส่ใจและปฏิบัติกับลิซ่าอย่างเป็นธรรมมากกว่านี้

ขอบคุณภาพจาก 

Instagram lalalalisa_m

Instagram blackpinkofficial

Youtube iQIYI 爱奇艺

Vivo

ชูคอระหงอย่างมั่นใจ…บอกลารอยเหี่ยวย่นบนลำคอ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/460483

ชูคอระหงอย่างมั่นใจ…บอกลารอยเหี่ยวย่นบนลำคอ 

ชูคอระหงอย่างมั่นใจ...บอกลารอยเหี่ยวย่นบนลำคอ 

8 มีนาคม 2564 – 13:31 น.

รอยยับ รอยเหี่ยวย่น ไม่เรียบตึงบริเวณลำคอ ถือเป็นจุดบอดสร้างความกังวลใจให้สาวๆ ไม่น้อยบางคนถึงกับไม่กล้าเผยลำคอให้ใครได้เห็นเพราะผิวบริเวณนั้นอาจเหี่ยวย่นล้ำหน้าไปหลายปีทำให้ต้องปกปิดด้วยการใส่เสื้อปิดคอหรือครีเอทลุคด้วยการหยิบผ้าพันคอผืนสวยมาปกปิดรอย

เพื่อเรียกความมั่นใจให้กลับคืนมายามต้องพบเจอผู้คน  คลายกังวลกับริ้วรอยบริเวณลำคอได้อย่างเห็นผล   ถ้าสาวๆ  ใส่ใจ และเริ่มดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ หนึ่งทางเลือกในการดูแลปกป้องผิวบริเวณลำคอให้เนียนสวย  ดูดีอยู่เสมอ

“กิฟฟารีน” แนะนำ”แอสตาแซนธิน เอจ-ดีไฟอิ้ง เนค ครีม ” (Astaxanthin Age-Defying Neck Cream) ครีมบำรุงผิวสูตรเข้มข้นพิเศษ เหมาะสำหรับผิวบริเวณลำคอที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ จะช่วยปกป้องและจัดการกับปัญหาริ้วรอยและความหย่อนคล้อยที่ลำคอได้ โดยครีมบำรุงผิวสูตรเข้มข้นพิเศษ เปี่ยมด้วยคุณค่าส่วนผสมของ แอสตาแซนธิน  คอลลาเจน  ไฮยาลูรอน และเชียร์บัตเตอร์ ผสานเข้ากันกับเนื้อครีมเข้มข้นพิเศษ ช่วยให้ผิวบริเวณลำคอได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ เพื่อผลลัพธ์ของผิวกระชับ ไม่หย่อนคล้อย

สำหรับวิธีใช้ให้ได้ประโยชน์สูงสุด ก่อนลงครีมบำรุงผิวสูตรเข้มข้นพิเศษ  ควรวอร์มผลิตภัณฑ์ก่อนทาลงบนลำคอ โดยบีบผลิตภัณฑ์ในปริมาณที่พอเหมาะลงบนฝ่ามือ และใช้นิ้วมือนวดวนไปมาสักครู่ จนเนื้อครีมเริ่มอุ่น จากนั้นใช้นิ้วมือลูบไล้ผลิตภัณฑ์ให้ทั่วผิวบริเวณลำคอจนถึงเนินอก ในทิศทางยกผิวขึ้น ให้ได้ผลดีควรใช้เป็นประจำทุกคืนก่อนนอนปกป้องผิวคอด้วย”กิฟฟารีน แอสตาแซนธิน เอจ-ดีไฟอิ้ง เนค ครีม ” (Giffarine Astaxanthin Age-Defying Neck Cream) 

Fully vaccinated people can visit with nearby grandchildren, dine indoors with one another, CDC says #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/lifestyle/30403463

Fully vaccinated people can visit with nearby grandchildren, dine indoors with one another, CDC says

Health & BeautyMar 09. 2021

By The Washington Post · Lena H. Sun, Lenny Bernstein

WASHINGTON – Federal health officials released guidance Monday that gives fully vaccinated Americans more freedom to socialize and engage in routine daily activities, providing a pandemic-weary nation a first glimpse of what a new normal may look like in the months ahead.

The Centers for Disease Control and Prevention said people who are two weeks past their final shot may visit indoors with unvaccinated members of a single household at low risk of severe disease, without wearing masks or distancing. That would free many vaccinated grandparents who live near their unvaccinated children and grandchildren to gather for the first time in a year. The guidelines continue to discourage visits involving long-distance travel, however.

The CDC also said fully vaccinated people can gather indoors with those who are also fully vaccinated. And they do not need to quarantine, or be tested after exposure to the coronavirus, as long as they have no symptoms.

Peter Hotez, co-director of the Texas Children’s Center for Vaccine Development, applauded the advice, but said it has taken too long for the CDC to tell an exhausted public when their masks could come off.

“The sooner we move to telling people if you’re fully vaccinated, you don’t have to wear masks, that will be an incentive for people to get vaccinated,” Hotez said.

The five-page guidelines offer a road map of sorts to those who have made it through the rocky vaccine rollout to resuming aspects of daily life that have been on hold for more than a year. They come as states have begun reopening, and government and public health officials are racing to vaccinate people as fast as possible to outpace highly transmissible versions of the virus spreading in nearly every state.

After a slow start, the pace of inoculations is accelerating, with 60 million people in the United States having received one shot and more than 31 million people now fully vaccinated as of Monday, or about 9% of the population, according to CDC. On Saturday, 2.9 million doses were administered, a record, while about 2.2 million people on average are getting vaccinated daily. President Joe Biden has vowed to have enough supply for every adult who wants a shot by late May, raising hopes of a return to normal life.

The country is “starting to turn a corner,” Andy Slavitt, White House senior adviser on the covid-19 response, said in a briefing Monday, with the guidance highlighting “what a world looks like where we move beyond covid-19.”

CDC Director Rochelle Walensky said the recommendations sought to balance potential risk to those who are unvaccinated, and impacts on community transmission, against the benefit of “getting back to some of the things that we love in life” for those who are inoculated. She and others warned that millions more people need to be vaccinated before everyone can stop following covid-19 precautions.

CDC will continue to update this initial guidance, perhaps loosening travel restrictions if new infections continue to decrease as vaccinations increase, Walensky said. But with more than 90% of the population still unvaccinated and levels of virus high, even those who have received the shots “might get breakthrough infections with lesser amounts of virus,” she said, referring to a fully vaccinated person getting infected.

For now, officials are continuing to discourage travel because “every time that there is a surge in travel, we have a surge in cases in this country,” Walensky said. “We know that many of our variants have emerged from international places, and we know that the travel corridor is a place where people are mixing a lot.”

The guidance outlines several ways that fully vaccinated people can return to their old routines, although it is more general than what some might have hoped for. It doesn’t explicitly say, for instance, whether vaccinated grandparents can hug and kiss their unvaccinated grandchildren, but appears to endorse such behavior by saying vaccinated people can safely gather indoors with those in one unvaccinated household without masks or physical distancing, as long as no one is at risk of severe disease.

A growing body of evidence suggests that fully vaccinated people are less likely to spread the virus to others. While some prevention measures continue to be necessary, the benefits of reducing social isolation “may outweigh the residual risk of fully vaccinated people becoming ill with covid-19” or transmitting the virus to others, the guidance says.

In addition, relaxing restrictions for vaccinated people “may help improve covid-19 vaccine acceptance and uptake,” CDC says. “Therefore, there are several activities that fully vaccinated people can resume now, at low risk to themselves, while being mindful of the potential risk of transmitting the virus to others.”

Small gatherings likely represent minimal risk – with the safest situations being for the fully inoculated to get together with one another in private settings, such as a dinner among vaccinated friends in their homes, the CDC says.

But risk increases as gatherings get larger, take place outside the home, or include more unvaccinated people, who may have come from places with high rates of transmission.

The level of caution people need to exercise should be determined by the characteristics of those who are unvaccinated, the CDC says. Unvaccinated people from one household, or people living under one roof who are at low risk for severe covid-19, for instance, can visit with vaccinated people indoors without wearing masks, such as grandchildren visiting their grandparents. But if the unvaccinated neighbors stop by, the visit should move outdoors or to a well-ventilated space, and everyone should don masks because there is a higher risk of virus spread among them.

If a fully vaccinated person visits with an unvaccinated friend who is 70, and therefore at risk of severe disease, the visit should also take place outdoors, with masks and physical distancing, the guidance says.

Vaccinated people should also continue to follow CDC’s travel recommendations, which include delaying travel while cases are extremely high. That means vaccinated grandparents are advised against flying to see their grandchildren. Grandparents can visit with their unvaccinated children and grandchildren “who are healthy and who are local,” Walensky said.

And vaccinated people must still follow the same requirements before, during and after domestic or international travel, including wearing masks. The CDC requires all international travelers to show proof that they had tested negative for the coronavirus before boarding flights to the United States.

In public settings, vaccinated people should continue to follow all public health precautions, including wearing a well-fitted mask, physical distancing and avoiding poorly ventilated spaces. The virus has been shown to spread in settings such as gyms and bars.

The CDC said fully vaccinated people who have been exposed to someone with suspected or confirmed covid-19 do not have to quarantine or be tested if they remain without symptoms. But if the exposure takes place in certain crowded settings that increase the risk of spread, such as prisons and group homes, they must still quarantine for 14 days and get tested.

Advocates for older people embraced the loosened restrictions on social interaction. Many older people, especially those who live alone, they said, have spent the past year in virtual isolation, hunkered down against a virus that mainly kills people over 65.

“If the CDC is offering new ways for older people to connect more in a way that’s safe and healthy, this is really good news,” said Katie Smith Sloan, president and chief executive officer of LeadingAge, which represents 5,000 nonprofit organizations that provide services to older people. “I think clarity is so important, and good communication around that. So we welcome this. It takes some of the mystery out of it.”

Bill Walsh, vice president for communications for AARP, the interest group that represents 38 million people 50 and older, said that “after nearly a year of the pandemic, we’re grateful for any signs of return to life as we know it.

“To the extent this allows people, grandkids, families, loved ones in nursing homes or assisted living [to interact], we welcome that,” he added. “We’ve heard over the past year some heart-wrenching stories of family separation.”

But Walsh warned that health officials have a long way to go to eliminate the trepidation many older people feel about safely resuming their old lives. He said many have struggled to apply vague and often conflicting information to their lives.

Those who have already begun resuming their lives said they are elated.

After Helen Boucher, an infectious-diseases doctor at Tufts Medical Center in Boston, was vaccinated in December, she began shopping at the grocery store again, and wearing a mask, visited her in-laws, who are 88 and 90 years old, to bring them kielbasa, macaroni and cheese, and a box of chocolates.

“I felt good that I could bring them stuff,” Boucher said. But she kept her visit short since the couple had received their first shot two and a half weeks before. “I had not been willing to put them at risk.”

Hotez and his wife are both fully vaccinated and traveled by plane this past weekend to visit with their two oldest grown children, whom they haven’t seen in 14 months. One has been vaccinated and the other was recently infected.

“The risk of transmission between us is very low,” he said. “It’s as good as it’s ever going to be. Risk is never going to go down to zero.”

Anthony Fauci, Biden’s chief medical adviser, who has been vaccinated, said he will finally embrace his daughter once she is also inoculated. “I’m going to have her over to the house, and I’m going to give her a big hug that I haven’t been able to do for a year,” he told Chris Cuomo recently.

Chula-patented biorobots help effective absorption of nutrients by the body #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/lifestyle/30403435

Chula-patented biorobots help effective absorption of nutrients by the body

Health & BeautyMar 08. 2021

By The NationA Chula veterinary science lecturer has developed biorobots made from safe and effective materials to deliver time-released nutrients to the body, adding value to Thai herbs.

“Food, drugs, dietary supplements, no matter how great the claim, if they dissolve upon entry into the body before they can be absorbed, they are useless”, said Dr Teerapong Yata of the biochemistry unit of the Department of Physiology, Faculty of Veterinary Science, Chulalongkorn University. For this reason, he has developed biorobots to deliver herbs to solve this problem.

“We call this nutrition innovation ‘robots’, due to their ingenious mechanisms that can release the polymers covering the food surface in a timely manner to allow the intestinal wall to absorb nutrients or active ingredients that the body needs. This helps reduce the loss of nutrients during the digestive process when some nutrients may be destroyed by gastric acids,” Dr Teerapong said on his invention.

The key technology behind the microscopic robots is to coat the nutrients and active ingredients with nanoparticles by microencapsulation and nanoencapsulation. This technology prevents the nutrients from being destroyed during the digestive process in the stomach.

The materials used for the biorobots are natural polymers, including seaweed, shrimp and crab shells. These materials are inexpensive and safe for human and animal consumption. They are also biodegradable. The biorobots are being used to coat herbs like turmeric, Centella asiatica, black sesame, and cordyceps, he said.

Chulalongkorn University has already patented the biorobots with the Department of Intellectual Property. Today, biorobots are used in the food industry, especially in health foods, or functional foods that have added antioxidants or vitamins –- a trend of the future.

Dr Teerapong Yata

Dr Teerapong Yata

“Consumers will benefit from biorobots, by receiving important nutrients that can be absorbed effectively, eliminating the need to consume a large number of supplements that can adversely affect the liver,” Dr Teerapong added.

Biorobots are also used in animal feed, for instance in the case of antibiotic-resistant animals nano-coating is used in herbs such as essential oil, timed to activate at the end of the animals’ large intestine, which is full of pathogens.

Dr Teeraphong said that “biorobots would also benefit owners of Thai herbs businesses needing to differentiate themselves from their competitors.”

การสร้างความมั่นคงทางอารมณ์ (EQ) เชิงรุก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/647286

วันที่ 08 มี.ค. 2564 เวลา 08:12 น.การสร้างความมั่นคงทางอารมณ์ (EQ) เชิงรุกโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

ปัญหาด้านอารมณ์คืออะไร

โลกเปลี่ยนแปลง ไม่เคยหยุดนิ่ง ปัญหาเข้ามาไม่เคยหยุดหย่อน ไม่เคยซ้ำเดิม หลายประเด็นอยู่นอกเหนือการควบคุมและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ สร้างแรงกดดัน บางองค์กรรับมือไหว แต่บางแห่งไม่ ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก บางคนรู้สึกสูญเสียความมั่นใจ ขาดความมั่นคง รู้สึกว่าตนเองนั้นด้อยประสิทธิภาพ ไร้ความสามารถ สู้คนอื่นไม่ได้ มีแต่ความบกพร่อง รู้สึกว่าตนเองนั้นผิดอยู่ตลอดเวลาและนำไปสู่ความเครียด หงุดหงิด วิตกกังวล อารมณ์เสียง่าย เห็นอะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมด และแสดงออกทางอารมณ์อย่างก้าวร้าว รุนแรงเกินเหตุ ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ และทั้งหมดนี้ส่งผลให้ตนเองไม่สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ และเราพบว่า ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นนี้ล้วนสะท้อนมาจากภาวะความมั่นคงทางอารมณ์ (EQ) ต่ำ

และด้วยฐานะทางสังคม บุคคลที่มี EQ ต่ำ มักเอาตนเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ชอบการสรรเสริญ เยินยอ บางคนมีความสมบูรณ์แบบสูง ทุกอยางต้องเป๊ะ เมื่อไม่ได้ตามคาด ก็หงุดหงิด ควบคุมตนเองยาก บางคนมักชอบคุยข่ม Look down คนอื่น แสดงตนเหนือกว่า เห็นแต่ความบกพร่องของคนอื่น เป็นพวกที่รอบรู้ไปทุกเรื่อง อยากแสดงความฉลาดให้คนอื่นเห็น เป็นพวกโง่ไม่เป็น แพ้ไม่ได้ บางคนหลงกับตำแหน่ง แสดงอำนาจ ชอบใช้อารมณ์ เพื่อกลบเกลื่อนความบกพร่องตนเอง ว่าไปแล้ว คนที่มี EQ ต่ำ มักเป็นคนอ่อนไหว ความอดทนต่ำ หุนหันพลันแล่น ควบคุมตนเองไม่ได้ บุคคลประเภทนี้ แม้มี IQ สูง แต่สุดท้ายก็ต้องตกม้าตาย ไปไม่ถึงฝั่ง ก้าวไม่ถึงฝัน อย่างน่าเสียดาย เพราะลำพังการพัฒนาความสามารถด้านการบริหารจัดการ (IQ) นั้นไม่เพียงพอ แต่ต้องปรับสมดุลด้วยทักษะอีกด้านหนึ่ง นั่นคือ ความมั่นคงทางอารมณ์ หรือ EQ

ความมั่นคงทางอารมณ์ (EQ) คืออะไร

เราพบว่าภาวะดังกล่าวแสดงออกมาในรูปของความมั่นคงภายใน มีความเชื่อมั่น มีภูมิต้านทาน เข้มแข็ง บุคคลเหล่านี้จึงสามารถปรับฟื้นคืนสภาพตนเองได้ แม้ในยามที่ยากลำบาก และระเบิดศักยภาพภายในออกมาได้อย่างเต็มที่ เพื่อสร้างการนำตนเอง เพื่อกลับมาเล่นเชิงรุกได้ บุคคลจึงสามารถยืนหยัดรับมือกับปัญหาต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาได้อย่างไม่หวั่นไหว

แล้วเราจะสร้าง EQ ได้อย่างไร

เราตระหนักแล้วว่า ความมั่นคงทางอารมณ์เป็นทักษะที่สำคัญในสังคมยุคปัจจุบัน ประเด็นสำคัญคือ เราจะพัฒนาความเข้มแข็งภายในนี้ขึ้นมาได้อย่างไร เราพบว่า รากของศักยภาพด้านอารมณ์นี้คือ การเห็นตนเองเชิงบวก มันคือกรอบความคิดที่เห็นตนเองมีคุณค่า และที่ว่าเห็นตนเองมีค่านั้นก็คือ การยอมรับอดีตตนเอง และให้อภัยในสิ่งที่ผ่านมาอย่างเข้าใจ มองอดีตที่ผ่านมาอย่างเป็นกระบวนการเรียนรู้เพื่อการเติบโต มุมมองเชิงบวกที่มีต่อตนเองเช่นนี้นำไปสู่ความเข้มแข็งภายใน เกิดความมั่นคง สร้างความเชื่อมั่นบุคคลจึงสามารถปรับฟื้นคืนสภาพให้กลับมานำตนเองได้ เล่นเชิงรุกได้ องค์กรที่มีบุคลากรที่มีความเข้มแข็งเท่านั้นจึงจะสามารถองค์กรสู่ความมั่นคงยั่งยืนได้

และนอกจากจะเห็นคุณค่าตนเองแล้ว ที่สำคัญต้องเห็นคุณค่าคนอื่นด้วย การเห็นคุณค่าระหว่างกันนี้ ในอีกมุมมองหนึ่งก็คือ การเห็นคุณค่าในความแตกต่าง และมันจะเป็นจริงได้ บุคคลต้องปรับมุมมองเสียใหม่ มีทัศนคติเชิงบวกต่อผู้อื่น เปิดใจกว้างรับฟังอย่างเข้าใจ ไม่เอาตนเองเป็นศูนย์กลาง แต่เห็นความจริงว่า องค์กรคือระบบที่บุคลากรเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน เพื่อระเบิดศักยภาพที่เหนือกว่าเมื่ออยู่เดี่ยวๆ อีกทั้งต้องสร้างทีมงานอย่างมีส่วนร่วมและสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน

คนที่มี EQ ดี จึงมีความหนักแน่น มั่นคง มีภูมิต้านทาน สามารถเผชิญกับแรงกดดัน รู้ว่าจะตอบสนองอย่างไรในภาวะที่ยากลำบากด้วยความอดทน ยืนหยัด นอกจากนี้ ยังมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี รู้จักสร้างและรักษาสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้อื่นบนฐานที่เห็นคนเป็นมนุษย์ มนุษย์คือมีชีวิตที่ต้องการคุณค่าและความหมาย การเห็นคุณค่าตนเองและการเห็นคุณค่าในความแตกต่างนี้ จึงจะสามารถยกขีดความสามารถตนเองและศักยภาพทีมงานเพื่อสร้างทีมงานเข้มแข็ง สามารถนำตนเองเชิงรุก นำองค์กรสู่ความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง

ในภาวะที่โลกผันผวน การปรับตัวเพื่อยกระดับขีดความสามารถเพื่อความอยู่รอดคือหัวใจ การจะพลิกฟื้นคืนสภาพให้กลับมามีความเข้มแข็งได้จำเป็นต้องสร้างความมั่นคงจากภายใน ความมั่นคงดังกล่าวจะเป็นจริงได้ก็ด้วยการเข้าใจถึงความมีคุณค่าและความหมายของความเป็นมนุษย์หรือความเป็นตัวตนของทั้งตนเองและผู้อื่น

G-SHOCK เสิร์ฟความร้อนแรงกับนาฬิการะดับพรีเมี่ยม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/647245

วันที่ 07 มี.ค. 2564 เวลา 11:36 น.G-SHOCK เสิร์ฟความร้อนแรงกับนาฬิการะดับพรีเมี่ยมครั้งแรก CASIO G-SHOCK จัดทัพนาฬิกาสุดพรีเมี่ยมมาโชว์ตัวอย่างยิ่งใหญ่ ชู 5 รุ่นสุดโดดเด่นทั้งเทคโนโลยีและงานดีไซน์ สนนราคาเรือนแสน!!

CASIO G-SHOCK แบรนด์นาฬิกาชั้นนำ จัดทัพนาฬิกาสุดพรีเมี่ยม มาเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรก โดยมีนาฬิการุ่นไฮไลท์ที่มีมูลค่าสูงถึงหลักแสนบาท อย่าง MR-G KACHI-IRO Series ซึ่งโดดเด่นด้วยวัสดุไทเทเนียม ผสานกับการผลิตจากช่างฝีมือผู้มาประสบการณ์  และการตกแต่งด้วยสีน้ำเงินกรมท่าแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ทำให้เรือนเวลารุ่นนี้สวยงามอย่างไร้ที่ติ

สำหรับสาย Luxurious Street Fashion เตรียมพบกับนาฬิการุ่นลิมิเต็ดล่าสุด G-SHOCK MT-G x SANKUANZ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ G-SHOCK ได้ดีไซน์ร่วมกับ SANKUANZ แบรนด์แฟชั่นชั้นนำ หยิบเอาโมเดลระดับพรีเมี่ยมอย่าง MTG มาดีไซน์ให้เท่ ดุดัน ยิ่งขึ้น 

นอกจากนี้ ยังมีนาฬิกาในกลุ่ม Premium line อื่นๆ ที่น่าสนใจอย่าง MTG-B2000, AWM500 และ  G-SHOCK GMW-B5000 Full Metal RED ซึ่งเป็นสีพิเศษก็มาร่วมเปิดตัวในครั้งนี้เช่นกัน สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถร่วมสัมผัสนาฬิการุ่นพิเศษเหล่านี้ได้ในงาน “โรบินสัน เดอะ อัลติเมท วอทช์ แฟร์” (Robinson The Ultimate Watch Fair) ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม-6 เมษายน 2564 ที่บูธจีช๊อค คาสิโอ้ ชั้น 1 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ หรือ ติดตามข่าวสารได้ทาง Facebook : Casio Watches Thailand

ข้อมูลนาฬิกาไฮไลท์ 5 รุ่น

MR-G KACHI-IRO SERIES

G-SHOCK ได้เปิดตัวผลงานใหม่จาก MR-G KACHI-IRO SERIES ประกอบด้วย 3 โมเดล ได้แก่ MRG-B2000B-1ADR (110,000 THB) รุ่นนี้ผลิตจากวัสดุไทเทเนียมล้วน มีการใช้ลวดลายอันเก่าแก่ของชาวญี่ปุ่นบนหน้าปัด ในขณะที่เส้นขอบด้านนอกของหน้าปัดจะมีรูปร่างคล้ายกับพัดหรือฉากกั้นแบบญี่ปุ่นให้รูปลักษณ์ที่น่าตื่นตา ผิวสัมผัสที่เว้าและเรียบเนียนของตำแหน่งบอกเวลาคล้ายกับส่วนโค้งของดาบซามูไรแต่งแต้มด้วยสีน้ำเงินกรมท่าเข้ม (Kachi-Iro) หรือ สีแห่งชัยชนะของเหล่านักรบซามูไรที่มักถูกนำใช้แต่งแต้มบนชุดเกราะและหมวกนักรบซามูไรมาอย่างยาวนาน

ร่นุที่สองได้แก่ MRG-B2000R-1ADR (110,000 THB) นาฬิกาที่มาพร้อมกับสาย Durable Fluorine Rubber แฝงลวดลายกระดองเต่าบิฉะมง (Bishamon) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากชุดเกราะของเทพเจ้าบิฉะมงเท็น(Bishamonten) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งตั้งแต่ยุคสมัยญี่ปุ่นโบราณ ตัวเรือนผลิตจากไทเทเนียมที่ผ่านความร้อนจากกระบวนการรีคริสตัลไลซ์ เพื่อสร้างลวดลายคริสตัลอันโดดเด่นบนหน้าปัดซึ่งคล้ายกับลายน้ำ นิเอะบนตัวดาบญี่ปุ่น

และรุ่น MRG-B1000BA-1ADR (97,000 THB) ที่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบตัวเรือนขนาดกลาง มาพร้อมโครงสร้างที่ป้องกันการกระเทือนได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเดิม ทั้งสามารถกันน้ำได้ถึง 200 เมตร ครบครันในด้านฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบสนองความต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านระบบบลูทูธ การปรับเวลาที่ควบคุมด้วยคลื่นวิทยุ การแก้ไขเวลาโดยอัตโนมัติเมื่อผู้สวมใส่เข้าสู่พื้นที่เขตเวลาที่แตกต่างในระบบ World Time (สำหรับรุ่น MRG-B2000) แสดงเวลาได้มากถึง 27 โซนเวลาของโลก โหมดประหยัดพลังงานที่เปิดหรือปิดได้ตามต้องการ การปรับค่าเวลาในฤดูร้อนสามารถสลับการแสดงเวลาท้องถิ่นและเวลาบ้านได้อย่างง่ายดาย ผลงานทุกเรือนที่กล่าวมานี้ถือเป็นรุ่นสูงสุดจากซีรีส์ MR-G ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานอย่างสมบุกสมบันและยังสะท้อนถึงเอกลักษณ์ความดุดันของกลิ่นอายนักรบซามูไรโบราณไปพร้อมกัน อีกทั้งระบบมัลติฟังก์ชันต่างๆ เปิดทางให้ผู้สวมใส่ใช้งานได้รอบด้านและมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์ ถือเป็นหนึ่งในนาฬิกาที่ใช้เป็นเครื่องบอกเวลาแห่งศตวรรษที่ 21 เลยก็ว่าได้

G-SHOCK MT-G x SANKUANZ (Limited Model) 42,000 THB

ครั้งแรก! ของการร่วมกันสรรค์สร้างเรือนเวลาระดับพรีเมี่ยมของ ‘SANKUANZ’ และ G-SHOCK ที่ผนวกนำ Model ‘MT-G’ มาอัพเดทสไตล์ให้เหนือระดับยิ่งขึ้นกับ Concept สุดเท่ห์ ‘Kill The Wall’ ซึ่งมีความหมายถึงการทลายกำแพงระหว่าง Street Fashion ที่เข้าถึงได้ง่าย และความหรูหราสไตล์ Luxury หลอมรวมเป็นดีไซน์ที่ลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด เรียกได้ว่าเป็นโมเดลที่โดนใจสาย Luxurious Street Fashion อย่างแน่นอน

ในแง่ของงานดีไซน์ SANKUANZ ได้นำสี Fluorescent Green ที่สื่อถึงความทันสมัยของสตรีทแฟชั่นมาสอดแทรกไว้บนกับตัวเรือนนาฬิกาสีดำที่แสดงถึงความแข็งแกร่งอันเป็นเอกลักษณ์ของ G-SHOCK ไว้ได้อย่างลงตัว พร้อมกับลวดลาย Concept ‘Kill The Wall’ บนข้อต่อของสายนาฬิกาและลายสลัก SANKUANZ ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับรุ่นพิเศษนี้โดยเฉพาะ 

ด้านฟังก์ชั่น นาฬิกา MTG-B2000SKZ-1ADR_LIMITED เรือนนี้มาพร้อมโครงสร้าง Dual Core Guard ที่แข็งแกร่งแต่มีน้ำหนักเบา ใส่สบายข้อมือ, โครงสร้าง Triple G Resist ทนต่อแรงตกกระแทก แรงเหวี่ยง และแรงสั่นสะเทือนได้ดี, ติดตั้งมอเตอร์ชนิด Dual coil ถึง 3 ชุดเพื่อให้เข็มต่างๆ ทำงานได้อย่างเที่ยงตรง และนอกจากความสามารถในการรับสัญญาณเทียบเวลาจากคลื่นวิทยุแล้ว นาฬิกายังสามารถปรับตั้งเวลาได้โดยอัตโนมัติเมื่อทำการจับคู่กับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่ติดตั้งแอปพลิเคชันสำหรับนาฬิการุ่นนี้ และยังมีคุณสมบัติอันโดดเด่นอีกมายมายซึ่งรวมถึงระบบการปรับตั้งเวลาให้เป็นค่าของเขตเวลาปัจจุบันโดยอัตโนมัติเมื่อเดินทางข้ามเขตเวลาโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องกดปุ่มสั่งการแต่อย่างใด

MT-G B2000 Series (36,000 – 39,000 THB)

MTG-B2000 นาฬิการุ่นใหม่เพิ่มความเหนือระดับด้วยโครงสร้าง Metal Core Guard ที่ใช้กับนาฬิกาซีรี่ส์ MT-G รุ่นที่ผ่านมาด้วยการใช้โครงสร้าง Dual Core Guard อันเป็นโครงสร้างรูปแบบใหม่ที่นำวัสดุเรซินซึ่งถูกเสริมความแข็งแรงด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีน้ำหนักที่เบาแต่แข็งแกร่ง ตัวเรือนขนาดกลางและหน้าปัดดีไซน์ทรงเหลี่ยมอันเป็นที่นิยม น้ำหนักเบาที่สวมสบายข้อมือ นอกจากนี้นาฬิกา MTG-B2000 ยังมาพร้อมโครงสร้าง Triple G Resist ทนต่อแรงตกกระแทก แรงเหวี่ยง และแรงสั่นสะเทือนได้ดี นำมาซึ่งความแข็งแกร่งในระดับสูงสุด

ทั้งรุ่น MTG-B2000BD และ MTG-B2000D มาพร้อมกับสายนาฬิกาชนิดประกบชิ้นโลหะเข้ากับเรซินที่ออกแบบขึ้นใหม่โดยเพิ่มสัดส่วนของวัสดุเรซินให้มากขึ้น ซึ่งทำให้มีน้ำหนักเบากว่าสายที่ใช้กับรุ่นก่อนถึง 15% ส่วนรุ่น MTG-B2000B นั้น มาพร้อมกับสายเรซินที่สวมใส่ได้กระชับ และสบายข้อมือเป็นที่สุด โดยยังคงถ่ายทอดความประทับใจในดีไซน์อันโดดเด่นของนาฬิกาได้อย่างสมบูรณ์

AWM-500 The First Analog Full Metal Series (20,000 – 21,000 THB)

G-SHOCK (จี-ช็อค) พัฒนานาฬิการุ่น AW-500E ซึ่งเป็นรุ่นอนาล็อกดิจิตอลรุ่นแรกของ G-SHOCK ที่ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 1989 มาผลิตขึ้นใหม่ เป็นรุ่น AWM-500 ที่มาพร้อมกับโครงสร้างโลหะ

ตัวเรือนทรงกลม ดูทันสมัย หน้าปัดดีไซน์แบบผสานการแสดงค่าด้วยเข็มอนาล็อกและจอแสดงผลดิจิตอลเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งยังเพิ่มจำนวนชิ้นส่วนสำหรับต้านทานแรงกระแทกให้มากขึ้นด้วย มาพร้อมระบบควบคุมเวลาด้วยสัญญาณวิทยุ และระบบพลังงานแสงอาทิตย์ โครงสร้างโลหะของนาฬิการุ่นนี้เป็นการแทรกวัสดุเรซินคุณภาพสูงไว้ระหว่างตัวเรือนโลหะและกรอบตัวเรือนเพื่อดูดซับแรงกระแทก และยังมีการตกแต่งพื้นผิวด้วยการขัดเงาทั้งแบบลายเส้นละเอียด แบบผิวขัดเงาดุจกระจกและรูปแบบอื่น ๆ อีกหลายลักษณะเพื่อเน้นความงดงามของผิวโลหะ

G-SHOCK GMW-B5000RD Full Metal Red Wine (23,000 THB)

นาฬิการุ่น GMW-B5000RD (Full Metal Red Wine)  ตัวเรือนรูปทรงสี่เหลี่ยมที่ถือเป็นดีไซน์ดั้งเดิมแห่ง G-SHOCK รุ่นแรกสุด สายนาฬิกา ตัวเรือน และขอบตัวเรือนต่างทำจากสตีล ที่ดีไซน์ของรุ่นหน้าปัดสี่เหลี่ยมโลหะล้วน ตัวเรือนและสายสแตนเลสสตีลของรุ่น GMW-B5000RD (Full Metal Red Wine)  มีผิวสัมผัสที่ชุบเคลือบ (Ion Plating – IP) เป็นสีแดงซึ่งเป็นตัวแทนสีของแบรนด์ G-SHOCK ใช้ฝาหลังแบบขันสกรูพร้อมพื้นผิวเคลือบคาร์บอนคล้ายเพชร (DLC) เพื่อให้มีความทนทานต่อรอยขีดข่วนที่ยอดเยี่ยม บนหน้าปัดมีโซลาร์เซลล์แบบแผ่นฟิล์มและ STN-LCD เพื่อให้อ่านข้อมูลได้ชัดเจนทุกมุม

นาฬิกายังใช้โครงสร้างแบบใหม่ที่ทนต่อแรงกระแทกโดยใช้วัสดุเรซินคุณภาพสูง ผสานเข้ากับรอยต่อระหว่างตัวเรือนสตีลและขอบตัวเรือนเพื่อซับแรงกระแทก ในแง่ของฟังก์ชั่นการใช้งาน นาฬิการักษาความเที่ยงตรงทุกที่ต่างๆ ในมุมโลกด้วย Connected Engine ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นเชื่อมต่อเวลาเซิฟเวอร์กลางผ่านทางสมาร์ทโฟนและสัญญาณวิทยุเวลา แอพพลิเคชั่น G-SHOCK Connected สำหรับสมาร์ทโฟนเพิ่มความสามารถให้ผู้สวมใส่ค้นหาคู่มือแนะนำการใช้งานนาฬิกาได้สะดวกและง่ายต่อการตั้งค่าเช่นการตั้งเวลาโลกมาตรฐานและฟังก์ชั่นตั้งปลุกจากแอพพลิเคชั่นนี้

อย่าพลาดมาสัมผัสบรรยากาศ และนาฬิกาสุดลิมิเต็ดต่างๆได้ที่งาน “โรบินสัน เดอะ อัลติเมท วอทช์ แฟร์” (Robinson The Ultimate Watch Fair) ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม–6 เมษายน 2564 ที่บูธจีช๊อค คาสิโอ้ ชั้น 1 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ หรือ ติดตามข่าวสารได้ทาง Facebook : Casio Watches Thailand

#GSHOCKTH

#GSHOCKPREVIEW

#CASIOCMG

Virtual Coffee Workshop ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคนิวนอร์มัล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/646970

วันที่ 04 มี.ค. 2564 เวลา 09:01 น.Virtual Coffee Workshop ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคนิวนอร์มัลฉีกรูปแบบการทำเวิร์คช็อปแบบเดิมๆ เนสเพรสโซจัด “Virtual Coffee Workshop” สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างแบรนด์และลูกค้า ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคนิวนอร์มัล

ครั้งแรกกับการทำเวิร์คช็อปรูปแบบใหม่ Nespresso (เนสเพรสโซ) ผู้นำด้านกาแฟแคปซูลและเครื่องชงกาแฟชนิดแคปซูลระดับพรีเมียมจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ฉีกรูปแบบการทำเวิร์คช็อปแบบเดิมๆ จัด “Virtual Coffee Workshop” นำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาผสมผสานกับระบบไลฟ์สตรีมมิ่งที่ทำให้เข้าถึงผู้คนได้ทั่วทุกมุมโลกตอบรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่และขยายฐานลูกค้าออนไลน์ในวงกว้างมากขึ้น พร้อมได้ Nespresso Coffee Ambassador มาถ่ายทอดความรู้และเทคนิคการชงกาแฟเมนูต่างๆ ด้วยเครื่องชงกาแฟอัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุด CREATISTA PRO ซึ่งนับเป็นก้าวแรกที่ประสบความสำเร็จ พร้อมเล็งสานต่อโปรเจ็กต์ในไตรมาสต่อไป

ปรีติ ฮาลัย ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจ เนสเพรสโซ ประเทศไทย เผยว่า “เนสเพรสโซ ในฐานะแบรนด์ผู้นำกาแฟแคปซูลและเครื่องชงกาแฟชนิดแคปซูล เรามุ่งมั่นในการนำเสนอกาแฟที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพให้แก่ลูกค้ามาโดยตลอด พร้อมตั้งใจมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุคนิวนอร์มัลที่พฤติกรรมและวิถีชีวิตของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผู้คนต้องใช้ชีวิตอยู่บ้านกันมากขึ้น เราจึงจัดเวิร์คช็อปแบบเวอร์ชวลขึ้นมาด้วยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่และโซเชียลมีเดียมาเป็นสื่อกลาง โดยกิจกรรมนี้ได้สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างแบรนด์กับลูกค้ามากขึ้นผ่านไลฟ์สตรีมมิ่ง ซึ่งลูกค้าจะได้สัมผัสประสบการณ์ในการรังสรรค์กาแฟแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน และยังเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่ไม่คุ้นเคยกับแบรนด์ได้รู้จักกับเนสเพรสโซมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับ กลยุทธ์ของแบรนด์ในการขยายฐานลูกค้าใหม่ และยังเพิ่มการมีส่วนร่วมให้ลูกค้าเดิมอีกด้วย”

ในเวิร์คช็อปครั้งนี้ บอย-สาธิต กลิ่นสาโรจน์ เนสเพรสโซ คอฟฟี่ แอมบาสเดอร์ คนแรกของประเทศไทยได้แชร์สูตรการครีเอทเมนูกาแฟ 2 เมนูที่ใครก็สามารถทำตามได้ง่ายๆ อย่าง Café Latte Chocolate Cookie และ Shanghai Citrus Chiller ด้วยเครื่อง CREATISTA PRO เครื่องชงกาแฟนวัตกรรมใหม่ด้วยการทำงานระบบสัมผัสและหน้าจอสี ช่วยให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น รวมถึงมีระบบทำความร้อนที่พร้อมใช้งานภายใน 3 วินาที ทำให้สามารถรังสรรค์กาแฟในเวลาที่รวดเร็วและดื่มด่ำกับเมนูกาแฟที่หลากหลายถึง 9 เมนู ไม่ว่าจะเป็น ริสเทรตโต้, เอสเพรสโซ, ลุงโก, อเมริกาโน, ฟองนมร้อน, คาปูชิโน, แฟลตไวท์, ลาเต้มัคคิเอโต้ และลาเต้ ได้เองง่ายๆ ที่บ้าน นอกจากนี้ยังใช้เทคโนโลยีระบบก้านปั่นฟองนมอัตโนมัติ (Automatic Steam Wand) โดดเด่นด้วยการตีฟองนมที่จะมอบฟองนมนุ่มฟูเนื้อเนียนละเอียด จึงนับเป็นเครื่องชงกาแฟสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทำลาเต้อาร์ตโดยเฉพาะ

งานนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยเห็นได้จากมีบรรดาอินฟลูเอนเซอร์คนดังที่เป็นทั้งคอกาแฟและแฟนของเนสเพรสโซ อาทิ จูน-สาวิตรี โรจนพฤกษ์, ฟาง-ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์, เฟย์-พรปวีณ์ นีระสิงห์, พลอย-ชวพร เลาหพงศ์ชนะ และเจสซี่-กิระนา จัสมิน ชูว์เทอร์ เป็นต้น ที่เข้ามาร่วมชมและสนุกไปกับเวิร์คช็อปออนไลน์ครั้งแรกของเนสเพรสโซอีกด้วย ติดตามข่าวสารรวมทั้งกิจกรรมของเนสเพรสโซได้ที่ Facebook.com/Nespresso.thailand , Instagram: @Nespresso.th #NespressoTH, Line: @NespressoTH

Burberry นำเสนอมุมมองโลกอันแตกต่างภายใต้แคมเปญ Spring/Summer 2021 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/646848

วันที่ 03 มี.ค. 2564 เวลา 10:50 น.Burberry นำเสนอมุมมองโลกอันแตกต่างภายใต้แคมเปญ Spring/Summer 2021Burberry Spring/Summer 2021 สะท้อนมุมมองของความแตกต่างอย่างสุดขั้ว (Duality)

“สำหรับโชว์ประจำฤดูกาล Spring/Summer 2021 ในครั้งนี้ ฉันต้องการนำพาทุกคนสร้างสรรค์ประสบการณ์อันน่าทึ่งด้วยการรวมแฟชั่น ศิลปะ ดนตรี เทคโนโลยี และการแสดงเข้าด้วยกัน ฉันได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดทวิลักษณ์ หรือการสะท้อนมุมมองของความแตกต่างอย่างสุดขั้ว (Duality) มันเป็นสิ่งที่น่าทึ่งมากที่ได้เห็นมุมมองอันหลากหลายของการหลอมรวมสิ่งที่แตกต่างบนโลกเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว แคมเปญนี้นำเสนอการเปรียบเทียบความต่างของการถ่ายภาพแฟชั่นภายในสตูดิโอกับพื้นที่กลางแจ้งท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม” กล่าวโดย Riccardo Tisci ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แบรนด์ Burberry

ในแคมเปญนี้ได้ช่างถ่ายภาพแฟชั่นระดับโลกอย่าง Juergen Teller มาสาดแฟลชนำเสนอความต่างผ่านรูปภาพ ให้เห็นอารมณ์อันชัดเจน โดยแคมเปญนี้เป็นการเปรียบเทียบระหว่างสองอาณาจักรที่แตกต่างอย่างการอยู่ในที่ร่มและกลางแจ้ง รวมถึงธรรมชาติและแฟชั่น เป็นแนวภาพถ่ายที่นำเสนอถึงภาพมิติของโชว์ Spring/Summer 2021 พร้อมนางแบบและนายแบบที่ยืนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติสลับกับภาพสตูดิโอสุดคลาสสิกผ่านมุมมองของเลนส์กล้อง ซึ่งการหลอมรวมของความแตกต่างนี้นับเป็นหัวใจสำคัญของคอลเล็กชั่นนี้

การเล่าเรื่องราวในคอลเล็กชั่นนี้มีรากฐานมาจากเรื่องราวความรักระหว่างนางเงือกและปลาฉลาม โดยแคมเปญ Spring/Summer 2021 ยังคงเอกลักษณ์ดั่งเดิมของ Burberry อยู่ นั่นคือความเป็นคู่ที่ผสมผสานระหว่างความโรแมนติกและสิ่งใหม่เข้าด้วยกัน และสร้างสรรค์ผ่านแนวคิดในอดีตกับอนาคต

สำหรับคอลเล็กชั่น Spring/Summer 2021 Burberry ได้สร้างสัญลักษณ์ที่เป็นจุดเด่นของแฟชั่นเฮ้าส์สุดหรู โชว์ความเป็นธรรมชาติและดีเอ็นเออันเป็นเอกลักษณ์ของชาวอังกฤษที่มาพร้อมพลังงาน ความอิสระ ความทันสมัย รวมถึงสปิริตและความดื้อรั้น ในคอลเล็กชั่นนี้ Burberry ได้ใช้ผ้าหลากหลายชนิดในการสร้างสรรค์ผลงาน อาทิ ผ้าแคนวาส ธรรมชาติ ผ้าเดนิมและผ้ายางที่ผสมผสานกับงานปักด้วยผ้าชีฟองและคริสตอลอันละเอียดอ่อน ถือเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจที่ได้รวมแฟชั่นสตรีทแวร์และความคลาสสิกเข้ากันได้อย่างลงตัว

TAG Heuer ร่วมกับ Porsche สร้างประวัติศาสตร์นาฬิกาหรูครั้งใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/646797

วันที่ 02 มี.ค. 2564 เวลา 16:46 น.TAG Heuer ร่วมกับ Porsche สร้างประวัติศาสตร์นาฬิกาหรูครั้งใหม่โศภนา เลวิจันทร์ บอสหญิงแปซิฟิกา นำทีม 2 แบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก TAG Heuer ร่วมกับ Porsche สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ รังสรรค์นาฬิกาหรูรุ่นพิเศษ

จดบันทึกอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ เมื่อบอสหญิง โศภนา เลวิจันทร์ แห่งแปซิฟิกา ผู้ดูแลธุรกิจ แบรนด์ชั้นนำในกลุ่มแฟชั่น บิวตี้ และไลฟ์สไตล์ในเครือกว่า 17 แบรนด์ จัดงาน TAG Heuer: Discover A New Global Partnership นำทีม 2 แบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่มีดีเอ็นเอด้านมอเตอร์สปอร์ตและการแข่งขันเหมือนกัน อย่าง TAG Heuer กับ Porsche ที่สร้างปรากฏการณ์เป็นพันธมิตรระยะยาวทั้งในการลงสนามแข่งขันและการรังสรรค์ผลงานนาฬิกา มาร่วมอวดโฉมนาฬิการุ่นพิเศษชิ้นแรก โดยมีเหล่านาฬิกาเลิฟเวอร์และเซเลบริตี้ดัง แคทเธอรีน มาลีนนท์, วราวุธ เลาหพงศ์ชนะ, สาวิตรี โรจนพฤกษ์, สมปราชญ์ อนุราษฎร์, เอมี่ อนุราษฎร์ พร้อมด้วยพระเอกดัง เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ ในฐานะแขกคนพิเศษมาร่วมอัปเดต

โศภนา เลวิจันทร์ ผู้อำนวยการกลุ่มบริษัท แปซิฟิกา กล่าวว่า “งานนี้นับเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ ซึ่งมั่นใจว่าสร้างความตื่นเต้นและปลื้มใจให้แก่แฟนๆ ของ 2 แบรนด์ยักษ์ใหญ่จาก 2 วงการ คือ TAG Heuer แบรนด์นาฬิกาหรูสัญชาติสวิส และ Porsche แบรนด์รถยนต์สมรรถนะสูงระดับตำนานจากประเทศเยอรมนี ที่มาจับมือร่วมกันเป็นพันธมิตรและรังสรรค์นาฬิการุ่นพิเศษชิ้นแรก TAG Heuer Carrera Porsche Chronograph (แทค ฮอยเออร์ คาร์เรรา ปอร์เช โครโนกราฟ) ให้บรรดาคนรักนาฬิกาได้ยลโฉม และร่วมเฉลิมฉลองการทำงานร่วมกันของทั้งสองแบรนด์ พร้อมอัปเดตและทำกิจกรรมต่างๆ กับทางแบรนด์ โดยนาฬิกาโครโนกราฟรุ่นพิเศษ TAG Heuer Carrera Porsche Chronograph นี้ มีต้นแบบการดีไซน์จากนาฬิการุ่น TAG Heuer Carrera Sport Chronograph ขอบหน้าปัดมีสเกลทาคีมิเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์ และได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากดีไซน์ของ Porsche ผสมผสานและสะท้อนความเป็นเลิศของหัวใจสำคัญทั้งสองแบรนด์ไอคอนแห่งประสิทธิภาพ ทั้งด้านคุณภาพ และนวัตกรรมได้อย่างลงตัว ซึ่งมั่นใจว่าผลงานนาฬิการุ่นพิเศษนี้ที่โดดเด่นทั้งด้านดีไซน์และฟังก์ชั่นจะกลายเป็นรุ่นโปรดเรือนใหม่ที่เข้าไปอยู่ในใจหลายๆ คนในเวลานี้”

ร่วมสัมผัสความพิเศษและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ TAG Heuer Stores ทั้ง 4 สาขาที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1, โทร 096-769-1586, ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น M, โทร 063-873-2931, ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางแค ชั้น G, โทร 082-082-8279, ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ ชั้น G, โทร 063-859-4025