กรมชลฯปัจฉิมนิเทศ หลังออกแบบ อ่างเก็บน้ำแม่ปอน แม่ฮอดห้วย แม่ป่าไผ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กรมชลฯปัจฉิมนิเทศ หลังออกแบบ อ่างเก็บน้ำแม่ปอน แม่ฮอดห้วย แม่ป่าไผ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

กรมชลฯปัจฉิมนิเทศ หลังออกแบบ อ่างเก็บน้ำแม่ปอน แม่ฮอดห้วย แม่ป่าไผ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ16 สิงหาคม 2563 – 11:16 น.

กรมชลฯ ปัจฉิมนิเทศ หลังออกแบบ อ่างเก็บน้ำแม่ปอน แม่ฮอดห้วยแม่ป่าไผ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริในเขตพื้นที่ อ.จอมทองฮอดมาถึงขั้นตอนสุดท้าย ก่อนสรุปเสนอ ครม.เพื่อเดินหน้าก่อสร้าง

วันที่ 14 ส.ค. 2563 ที่ห้องประชุมสำนักงานชลประทานที่ 1 เชียงใหม่ นายณัฐวุฒิ นากสุก ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรม สำนักงานชลประทานที่ 1 เป็นประธานเปิดงานประชุมปัจฉิมนิเทศ งานสำรวจ ออกแบบโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน 3 โครงการคือ อ่างเก็บน้ำแม่ปอน อำเภอจอมทอง อ่างเก็บน้ำแม่ฮอด อ.ฮอดและอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ป่าไผ่ อ.ฮอด จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายพิเชษฐ์ ศุภฤกษ์ ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน เป็นผู้กล่าวรายงาน มีประชาชนในเขตพื้นที่ที่มีส่วนได้เสียเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนมาก 

นายพิเชษฐ์ ศุภฤกษ์ ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทานได้ว่าจ้าง กิจการร่วมค้า ดับเบิ้ลยู เอฟ โอ ซึ่งประกอบด้วย บริษัท วิศวชาญ 2002 จำกัด, บริษัท ฟรอนเทียร์ เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแทนท์ส จำกัด และบริษัท องศา คอนซัลแตนท์ จำกัด ดำเนินการงานสำรวจ ออกแบบโครงการฯโดยกรมชลประทานเร่งรัดการออกแบบ “อ่างเก็บน้ำแม่ปอน อ่างเก็บน้ำแม่ฮอด และอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ป่าไผ่” ให้แล้วเสร็จภายใน 330 วันเพื่อให้ได้ก่อสร้างได้โดยเร็ว

สำหรับโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่ปอน เป็นเขื่อนดินถมแกนดินเหนียวแบบแบ่งโซน มีความจุอ่างฯ 2.03 ล้าน ลบ.ม มีพื้นที่รับประโยชน์ 4,267.54 ไร่ อ่างเก็บน้ำแม่ฮอด เป็นเขื่อนดินถมแกนดินเหนียวแบบแบ่งโซนเหมือนอ่างเก็บน้ำแม่ปอน ความจุอ่างฯ 3.31 ล้าน ลบ.ม มีพื้นที่รับประโยชน์ 4,442 ไร่ส่วนอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ป่าไผ่เป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว ความจุอ่างฯ 20.41 ล้าน ลบ.ม มีพื้นที่รับประโยชน์ 6,683 ไร่ทั้งนี้จะมีการดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ป่าไผ่ก่อน ภายในปี 2564 โดยจะดำเนินการก่อสร้างถนนและบ้านพัก แคมป์คนงานก่อสร้างก่อน เนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ป่าไผ่อยู่ในเขตพื้นที่ของกรมป่าไม้การขอใช้ประโยชน์ในการดำเนินการก่อสร้างทำได้เร็วกว่าอีก 2 อ่างซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่กรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาในการขอใช้พื้นที่ประมาณ 1-2 ปี โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มสร้างได้ในปีถัดไป ผอ.สำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน กล่าวและชี้แจง

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะก่อสร้างได้ ต้องดำเนินการเสนอโครงการต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป รวมถึงคณะรัฐมนตรี ก่อนจะถึงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเตรียมการก่อสร้าง ในส่วนของอ่างเก็บน้ำแม่ปอน คาดว่าใช้งบประมาณเตรียมการและก่อสร้างประมาณ 341 ล้านบาทอ่างเก็บน้ำแม่ฮอด 525 ล้านบาท และอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ป่าไผ่ 716 ล้านบาท อาจจะต้องใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปีปัจจุบันโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริมีจำนวน 3,372 โครงการ แบ่งเป็น โครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ จำนวน 3,106 โครงการ โครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จำนวน 96 โครงการ และโครงการที่อยู่ระหว่างการขับเคลื่อนและเตรียมความพร้อม จำนวน 170 โครงการ โดยจังหวัดเชียงใหม่มีโครงการที่อยู่ระหว่างการขับเคลื่อนและเตรียมความพร้อม จำนวน 27 โครงการ ซึ่งอ่างเก็บน้ำแม่ปอน อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ อ่างเก็บน้ำแม่ฮอด อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ และอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ป่าไผ่ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ เป็น 3 โครงการ ที่อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อการก่อสร้างในขั้นตอนต่อไป .

ฟงหวิน ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่

สถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่ รณรงค์ปลูกหญ้าแฝก ป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่ รณรงค์ปลูกหญ้าแฝก ป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน

สถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่ รณรงค์ปลูกหญ้าแฝก ป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน16 สิงหาคม 2563 – 11:15 น.

โครงการรณรงค์ปลูกหญ้าแฝกปี 2563 เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันพระราชสมภพ ครบ 88 พรรษา ณ โครงการสถานีสาธิตและถ่ายทอดการเกษตรป่าไม้ สิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจากพระราชดำริบ้านแปกแซม จ.เชียงใหม่

ณ โครงการสถานีสาธิตและถ่ายทอดการเกษตรป่าไม้ สิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจากพระราชดำริบ้านแปกแซม อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ นำโดยนายธีร์รรัฐ ไชยเทพ ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่ พร้อมด้วยหัวหน้าชุดปฏิบัติการประสานงานและคุ้มครองป้องกันชุมชนโครงการสถานีสาธิตฯ เกษตรอำเภอเวียงแหง ปศุสัตว์อำเภอเวียงแหง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และ การศึกษาตามอัธยาศัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเชียงใหม่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเปียงหลวง กำนันผู้ใหญ่บ้าน คณะครู นักเรียน เกษตรกรบ้านกองแหะ ได้ร่วมกันเปิดงานโครงการรณรงค์ปลูกหญ้าแฝก ปี 2563 เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันพระราชสมภพ ครบ 88 พรรษา เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ร่วมโครงการกว่า 200 คน

กรมพัฒนาที่ดินมีภารกิจด้าน การพัฒนาฟื้นฟูทรัพยากรดินจะมีผลโดยตรงต่อการพัฒนาการเกษตร  มีความมุ่งมั่นที่จะให้มีการพัฒนา  และอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อเป็นรากฐานของการทำการเกษตรในระยะยาว ในด้านการชะล้างพังทลายของดิน สภาพผิวหน้าดินที่ถูกกัดเซาะ ทำให้ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพื้นที่ทำการเกษตร การใช้หญ้าแฝกในการอนุรักษ์ดินและน้ำ จึงเป็นวิธีการใช้เทคโนโลยีแบบง่าย ๆ เกษตรกรสามารถดำเนินการได้เอง ทั้งยังไม่ต้องดูแลรักษาหลังการปลูกมากนัก และประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าวิธีอื่น ๆ นอกจากนั้น ยังเป็นการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น

การจัดงานโครงการรณรงค์ปลูกหญ้าแฝก ปี 2563 ในครั้งนี้ขอขอบคุณทุกภาคส่วน  ที่มีส่วนร่วมในการจัดงานให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี  จัดงานครั้งนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้มาร่วมงาน ในการนำความรู้ที่ได้รับไปปฏิบัติเป็นแบบอย่าง และปรับใช้ในพื้นที่  พร้อมทั้งนำไปเผยแพร่แก่เกษตรกรรายอื่น ๆ ต่อไป

นิวัตร ธาตุอินจันทร์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเชียงใหม่

ฅนเมืองรถม้า อาสาผ่อน้ำ ครั้งที่ 1 สร้างเครือข่ายประชาชนเฝ้าระวังน้ำท่าแม่น้ำวัง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ฅนเมืองรถม้า อาสาผ่อน้ำ ครั้งที่ 1 สร้างเครือข่ายประชาชนเฝ้าระวังน้ำท่าแม่น้ำวัง

ฅนเมืองรถม้า อาสาผ่อน้ำ ครั้งที่ 1 สร้างเครือข่ายประชาชนเฝ้าระวังน้ำท่าแม่น้ำวัง

16 สิงหาคม 2563 – 11:15 น.

สำนักงานชลประทานที่ 2 ประชุมโครงการ “ฅนเมืองรถม้า อาสาผ่อน้ำ” ครั้งที่ 1 สร้างเครือข่ายประชาชนเฝ้าระวังน้ำท่าแม่น้ำวัง

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา โดยดร.สมจิต อำนาจศาล ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 2 เป็นประธานในการประชุมโครงการ “ฅนเมืองรถม้า อาสาผ่อน้ำ” ครั้งที่ 1 ซึ่งโครงการ “ฅนเมืองรถม้า อาสาผ่อน้ำ” เป็นการสร้างเครือข่ายประชาชนเฝ้าระวังน้ำท่าแม่น้ำวัง ในเขตเทศบาลเมืองลำปาง โดยสำนักงานชลประทานที่ 2 ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำวัง ทำการติดตามสถานการณ์น้ำ ตรวจสอบข้อมูล แจ้งรายงานข้อมูลสถานการณ์น้ำในพื้นที่ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนผู้ประสบภัยและผู้ได้ผลกระทบทางด้านน้ำ

โดยมี อาสา “ฅนเมืองรถม้า อาสาผ่อน้ำ” ที่ร่วมโครงการ จำนวน 25 คน เข้ารับฟังการบรรยายเรื่อง การบริหารจัดการน้ำและการติดตามสถานการณ์น้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันน้ำหลากและน้ำแล้ง พร้อมทั้งร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างอาสา “ฅนเมืองรถม้า อาสาผ่อน้ำ” และเจ้าหน้าที่สำนักงานชลประทานที่ 2 ณ ห้องประชุมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา ตำบลบ้านแลง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง

จากนั้นในช่วงบ่ายได้ลงพื้นที่ดูงานภาคสนามในเขตพื้นที่เฝ้าระวังภัย ณ จุดเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำวัง ลดผลกระทบความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป.

อัมรินทร์ วะนะวิเชียร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดลำปาง

แถลงข่าวการจัดการประกวดมิสแกรนด์กำแพงเพชร 2020 มีสาวงามร่วมประกวด 15 คน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แถลงข่าวการจัดการประกวดมิสแกรนด์กำแพงเพชร 2020 มีสาวงามร่วมประกวด 15 คน

แถลงข่าวการจัดการประกวดมิสแกรนด์กำแพงเพชร 2020 มีสาวงามร่วมประกวด 15 คน14 สิงหาคม 2563 – 17:16 น.

จังหวัดกำแพงเพชรแถลงข่าวการจัดการประกวดมิสแกรนด์กำแพงเพชร 2020 โดยมีสาวงามเข้าร่วมประกวดกว่า 15 คน

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2563 ณ โรงแรมชากังราวริเวอร์วิว จังหวัดกำแพงเพชร นายเทวัญ หุตะเสวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวการจัดการประกวดมิสแกรนด์กำแพงเพช 2020 โดยมีนางวิลาวรรณ ตั้งตัวดี โปรวิเชี่ยวไดเรคเตอร์ ผู้ถือลิขสิทธิ์จัดการประกวด มิสแกรนด์กำแพงเพชร 2020 กล่าวรายงาน ร่วมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ/หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ/ นายอำเภอ / นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร/ นายกเทศมนตรีเมืองกำแพงเพชร/ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการแถลงข่าวการจัดการประกวดมิสแกรนด์กำแพงเพช 2020

จังหวัดกำแพงเพชร ถือเป็นเมืองเศรษฐกิจและเป็นเมืองของการลงทุนจังหวัดกำแพงเพชรถือว่าเป็นอีก 1 จังหวัดที่มีศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างสูง ถึงแม้ว่าจังหวัดกำแพงเพชรของเราติดอยู่ใน 55 จังหวัดเมืองรอง เป็น 1 ใน 16 จังหวัดภาคเหนือที่ไม่ได้เป็นจังหวัดกลุ่มเป้าหมายหลักของนักท่องเที่ยว การประกวดมิสแกรนด์กำแพงเพชร 2020 ในปีนี้ จะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมต้นการท่องเที่ยว และทำให้ประชาชนทั่วไปรู้จักจังหวัดกำแพงเพชรมากยิ่งขึ้น เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดกำแพงเพชรองค์กรมิสแกรนด์กำแพงเพชรของเราพยายามที่จะเฟ้นหาสาวงามที่มีความสวยความมั่นใจและความสมารถ เพื่อเป็นตัวแทนสาวงามจากจังหวัดกำแพงเพชร ไปสร้างชื่อเสียงบนเวทีมิแกรนด์ไทยแลนด์ ซึ่งจะเห็นได้ว่าสายสะพายของจังหวัดกำแพงเพชร ของเราเป็นสายสะพายสายที่แข็ง เข้าในรอบลึกๆ ในทุกๆ ปี และได้รับตำแหน่งเกือบทุกปี

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชรให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ นำไปสู่กรเสริมสร้างรายได้เพิ่มขึ้นแก่ประชาชนในพื้นที่ สำหรับการจัดการประกวด มิสแกรนด์ กำแพงเพชร ประจำปี 2563 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 สิงหาคม 2563 – 15 สิงหาคม 2563 ณ โรงแรมชากังราว ริเวอร์วิว อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร

วิทยา จตุรภาค ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดกำแพงเพชร

“จันจิ-แชมป์” ชวนสัมผัสนวัตกรรมเรือนเวลา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“จันจิ-แชมป์” ชวนสัมผัสนวัตกรรมเรือนเวลา

"จันจิ-แชมป์" ชวนสัมผัสนวัตกรรมเรือนเวลา14 สิงหาคม 2563 – 14:55 น.

“จันจิ-แชมป์” ชวนสัมผัสนวัตกรรมเรือนเวลา พาชมนาฬิกาสุดปัง! “Central International Watch Fair 2020” 

ชื่นชอบสวมใส่นาฬิกาในสไตล์ตัวเอง 2 นักแสดง จันจิ-จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย พร้อมด้วยนักแสดงหนุ่มฮอต แชมป์-ชนาธิป โพธิ์ทองคำ เลยขอประเดิมนำนาฬิกาไฮไลต์สุดพิเศษจากมหกรรมนาฬิกาสุดยิ่งใหญ่แห่งภูมิภาคเอเชีย ครั้งที่ 22  “Central International Watch Fair 2020” (เซ็นทรัล อินเตอร์เนชั่นแนล วอทช์ แฟร์ 2020) ซึ่งในปีนี้มาในคอนเซ็ปต์ “ที่สุดแห่งข้อเสนอ…สู่งานนาฬิการะดับเวิลด์คลาส” กับโปรโมชั่นแรงที่สุดในรอบ 22 ปี! ลดสูงสุด 50%  ครบครันด้วยแบรนด์ระดับเวิลด์คลาส แบรนด์เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะห้างเซ็นทรัลชิดลม รวมถึงคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด ลิมิเต็ด เอดิชั่น รวมกว่า 180 แบรนด์ มาให้สาวกเรือนเวลาอัปเดตพร้อมกัน ที่ ดิ อีเว้นต์ฮอลล์ ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม ระหว่างวันที่ 18 ส.ค. 63  – 14 ก.ย. 63 และแผนกนาฬิกา ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา ระหว่างวันที่ 
18 ส.ค. – 30 ก.ย. 63  

"จันจิ-แชมป์" ชวนสัมผัสนวัตกรรมเรือนเวลา


โดยปีนี้มีนาฬิกาเรือนพิเศษมากมายให้สาวกได้จับจองเป็นเจ้าของ ว่าแต่จะมีนาฬิกาเรือนไหนปัง! ตามไปเชคลิสต์พร้อมกับจันจิ และแชมป์กันได้เลย ประเดิมด้วย FRANCK MULLER (แฟรงค์ มุลเลอร์) นาฬิกา รุ่น ซินทรี เคอร์เว็กซ์ เครซี อาวร์ พาสเทล เอเชีย เอ็กซ์คลูซีฟ (Cintrée Curvex Crazy Hours Pastels Asia Exclusive) ตัวเรือนโรสโกลด์ประดับเพชรบริลเลียนท์คัต 66 เม็ด สายหนังจระเข้สวยงาม ถัดมาเป็นอีกหนึ่งนาฬิกาไฮไลต์ ORIS (โอริส) ประดิษฐกรรมเรือนเวลารุ่น ORIS x MOMOTARO นาฬิการุ่นพิเศษที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยความร่วมมือกับ Momotaro Jeans บริษัทผู้ผลิตจากประเทศญี่ปุ่นที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณในการผลิตยีนส์คุณภาพสูง 

"จันจิ-แชมป์" ชวนสัมผัสนวัตกรรมเรือนเวลา


ต่อกันที่แบรนด์สาวๆ ชื่นชอบ GUCCI (กุชชี่) แบรนด์แฟชั่นระดับโลก เปิดตัวเรือนเวลา G-Timeless Slim รุ่นล่าสุด ที่ครีเอทีฟ ไดเร็คเตอร์ อเลสซานโดร มิเคเล่ (Alessandro Michele) นำเอาคอลเลกชั่นที่สาวกกุชชี่คุ้นตากลับมาตีความใหม่ ทวิสต์ด้วยแฟชั่นไอคอนรูปผึ้งที่นำมาออกแบบเป็นเข็มวินาที ถัดมาเป็นนาฬิกาที่ผู้หญิงต้องมี สำหรับ Maurice Lacroix (มอริส ลาครัวซ์) รุ่น THE MASTERPIECE EMBRACE 43 MM เรือนเวลาพิเศษที่มีสัญลักษณ์หัวใจคู่โดดเด่นเคียงข้างกัน  ผสานความงามทางศิลปะและกลไกที่สร้างสรรค์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว 

"จันจิ-แชมป์" ชวนสัมผัสนวัตกรรมเรือนเวลา


เป็นอีกหนึ่งแบรนด์นาฬิกาที่หนุ่มๆ สวมใส่เสริมความเท่ และมีสไตล์ LONGINES  (ลองจินส์) HYDRO CONQUEST : a new look in green สีสันใหม่ล่าสุดในคอลเลกชั่น Hydro Conquest (ไฮโดรคอนเควสต์) กับสีเขียวเรียบหรูที่เข้ามาเสริมทัพให้กับสีอื่นๆ อย่างสีน้ำเงิน สีเทา และสีดำ โดยเฉดสีเขียวที่เลือกใช้ได้แรงบันดาลใจจากโลกแห่งกีฬาทางน้ำ สามารถกันน้ำได้ลึก 300 เมตร มีกำลังลานสำรองสูงสุด 64 ชั่วโมงสายรัดข้อมือมีให้เลือก 2 แบบคือ สายสแตนเลสสตีลพร้อมตัวล็อคแบบพับสองชั้นเพื่อความปลอดภัย และการปรับขยายสำหรับการดำน้ำ และสายรับเบอร์สีเขียวพร้อมตัวล็อคสองชั้นเพื่อความปลอดภัย ถัดมาแบรนด์ ORIENT STAR (โอเรียนท์ สตาร์)ขอเอาใจหนุ่มๆ กับรุ่น Orient Star New Mechanical Moon Phase นาฬิกาขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ in-house Caliber F7M63  ให้ศักยภาพในการสำรองพลังงานได้นานถึง 50 ชั่วโมง คอลเลกชั่นนี้มีหน้าปัดให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีดำ (RE-AY0001B), สีขาว (RE-AY0002S) และ สีขาว/พิงค์โกลด์อินเด็กซ์ (RE-AY0003S)

"จันจิ-แชมป์" ชวนสัมผัสนวัตกรรมเรือนเวลา

สัมผัสนวัตกรรมเรือนเวลาได้ที่งาน “เซ็นทรัล อินเตอร์เนชั่นแนล วอทช์ แฟร์ 2020” (Central International Watch Fair 2020) กับ “ที่สุดแห่งข้อเสนอ…สู่งานนาฬิการะดับเวิลด์คลาส” โปรโมชั่นลดสูงสุด 50% พร้อมด้วยสิทธิพิเศษลด/รับเพิ่มสูงสุด 34 % จาก The 1 และบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ  อีกทั้งลูกค้ายังสามารถโหลดรับฟรี!! LINE คูปองส่วนลดแทนเงินสด มูลค่าสูงสุด 1,500 บาท เมื่อซื้อนาฬิกามูลค่า 10,000 บาทขึ้นไป โดยสามารถดาวน์โหลดคูปองได้ที่แอปพลิเคชั่นไลน์ Central Department Store และยังมีคูปองส่วนลดแทนเงินสด สูงสุด 135,000 บาท เมื่อช้อปฯ ครบตามเงื่อนไข และลูกค้ายังสามารถเลือกรับสิทธิ์ผ่อนชำระ 0% นาน 10 เดือน จากบัตรเครดิตชั้นนำ

"จันจิ-แชมป์" ชวนสัมผัสนวัตกรรมเรือนเวลา


นอกจากนี้ยังรับสิทธิพิเศษภายในงาน อาทิ Watch Service รับบริการจากร้าน Time Care Shop สามารถนำนาฬิกามาทำความสะอาดเบื้องต้นได้ฟรี (1 ท่าน/สิทธิ์/วัน), เพียงโชว์ใบเสร็จในแผนกนาฬิกา รับฟรีสเปรย์และผ้าทำความสะอาดนาฬิกาจาก  Wkm  (1 ท่าน/สิทธิ์/ วัน), ช้อปครบ 2,500 บาท รับฟรีเครื่องดื่มจาก TIGER SUGAR (1 ท่าน/ใบเสร็จ/สิทธิ์/ วัน), Watch Game ช้อปครบ 1,000 บาท รับสิทธิ์เล่นเกมส์ ตู้จับทอง โดยใช้เวลา 10 วินาที เพื่อลุ้นรับนาฬิกาจากแบรนด์ชั้นนำ อาทิ นำ อาทิเช่น CASIO, CITIZEN, GUESS, GARMIN, LUMINOX, SEIKO, DIESEL, EMPORIO ARMANI, FOSSIL, MICHEAL KORS (1 ท่าน/ใบเสร็จ/สิทธิ์/วัน) พร้อมสนุกกับกิจกรรมพิเศษในวันเสาร์ และวันอาทิตย์ ชมโชว์พิเศษ Popping Dance (วันละ 3 รอบ 13.00/15.00/17.00 น. และโชว์ Human Statue (วันละ 3 รอบ 14.00 / 16.00 / 18.00 น.) ที่ ดิ อีเว้นต์ฮอลล์ ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม ระหว่างวันที่ 18 ส.ค. 63  – 14 ก.ย. 63 และแผนกนาฬิกา ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา ระหว่างวันที่ 18 ส.ค. – 30 ก.ย. 63   

"จันจิ-แชมป์" ชวนสัมผัสนวัตกรรมเรือนเวลา

เทศบาลเมืองกำแพงเพชร จัดกิจกรรม รณรงค์กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เนื่องในวันแม่แห่งชาติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เทศบาลเมืองกำแพงเพชร จัดกิจกรรม รณรงค์กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เนื่องในวันแม่แห่งชาติ

เทศบาลเมืองกำแพงเพชร จัดกิจกรรม รณรงค์กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เนื่องในวันแม่แห่งชาติ14 สิงหาคม 2563 – 13:26 น.

เทศบาลเมืองกำแพงเพชร จัดกิจกรรม รณรงค์กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2563 เวลา 08.30 น. ณ ห้องประชุมโรงพยาบาลชุมชนเทศบาลเมืองกำแพงเพชร นายชัยวัฒน์ ศุภอรรถพานิช นายกเทศมนตรีเมืองกำแพงเพชร เป็นประธานเปิดกิจกรรม “จิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อม กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย” ร่วมด้วยปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล หัวหน้าส่วนการงาน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ในเขตเทศบาลเมืองกำแพงเพชร โดยมีประชาชนได้นำสมุนไพรที่สามารถไล่ยุ่งลายเช่น ตะไคร้หอม ใบมะกรูด โหระพา สะระแหน่ มะนาว ส้ม ยูคาลิปตัส เป็นต้น นำเข้ามาร่วมกิจกรรมเดินรณรงค์กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายเป็นสีสันให้กับขบวน เป็นอย่างมาก

เนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออกและโรคที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรคมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมโรคดังกล่าว ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ โดยดำเนินการให้ความรู้ คำแนะนำ การดูแลเฝ้าระวังป้องกันตนเอง และการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย แจกจ่ายทรายอะเบทกำจัดลูกน้ำยุงลาย และแจกเอกสารความรู้เกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกให้แก่ประชาชน เพื่อป้องกันตนเองและสมาชิกในครอบครัวให้ห่างไกลจากโรคไข้เลือกออก ทั้งนี้ เทศบาลเมืองกำแพงเพชร ขอความร่วมมือประชาชนนำทรายอะเบทกำจัดลูกน้ำยุงลายที่ได้รับแจกจากเจ้าหน้าที่ใส่ภาชนะเก็บกักน้ำไว้ใช้เพื่อทำลายลูกน้ำยุงลายด้วย

ทั้งนี้กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองกำแพงเพชร ร่วมกับชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขฯ เขตเทศบาลเมืองกำแพงเพชร จึงได้จัดกิจกรรมจิตอาสา”เราทำดีด้วยหัวใจ” ภายใต้ชื่อ จิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อม กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย โดยให้อาสาสมัครสาธารณสุขและเจ้าหน้าที่สรารณสุขฯ ร่วมรณรงค์ดังกล่าว โดยมุ่งเน้น กิจกรรม Big Cleaning บริเวณที่มีน้ำขัง การกำจัดขยะหรือภาชนะที่มีน้ำขัง เพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย โดยเน้น ชุมชน วัด โรงเรียน ตลอดจนเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จะช่วยในการป้องกันและควบคุมโรคที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรคได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพ

วิทยา จตุรภาค ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดกำแพงเพชร

NYC covid-19 death toll rivals fatality rate during 1918 flu epidemic, researchers say #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

NYC covid-19 death toll rivals fatality rate during 1918 flu epidemic, researchers say

Health & BeautyAug 14. 2020Robert Redfield, director of the Centers for Disease Control and Prevention, left, and Rep. Jamie B. Raskin (D-Md.) greet one another with an elbow bump after July 31 hearing. (Kevin Dietsch/AP)Robert Redfield, director of the Centers for Disease Control and Prevention, left, and Rep. Jamie B. Raskin (D-Md.) greet one another with an elbow bump after July 31 hearing. (Kevin Dietsch/AP) 

By The Washington Post · Lenny Bernstein, Brady Dennis · NATIONAL, HEALTH, POLITICS, SCIENCE-ENVIRONMENT, HEALTH-NEWS 
The increase in deaths in New York City during the early months of the covid-19 pandemic rivals the death toll there at the peak of the 1918 flu pandemic, according to an analysis published Thursday.

The comparison, published online in the medical journal JAMA Network Open, found that the number of deaths from all causes was roughly equal during the two peak months of the flu epidemic and the first 61 days of the current outbreak.

The H1N1 flu pandemic eventually killed 50 million people a century ago, about 675,000 of them in the United States. The current pandemic has claimed at least 748,000 lives worldwide, about 163,000 of them in the United States, according to a tally kept by The Washington Post.

“For anyone who doesn’t understand the magnitude of what we’re living through, this pandemic is comparable in its effect on mortality to what everyone agrees is the previous worst pandemic,” said Jeremy Faust, an emergency physician at Brigham and Women’s Hospital in Boston who led the team that conducted the data review.

(The AIDS epidemic has killed more than 700,000 people in the United States since it began in 1981.)

There were 31,589 deaths from all causes in New York during the peak period of the flu epidemic, nearly the same as the 33,465 tallied in the 61 days after the first death on March 11 of this year, the analysis shows.

New York in 1918 had a smaller population of 5.5 million people, so the death rate of 287 per 100,000 “person-months” was greater than the 202 of the current covid-19 pandemic. Person-months is a way of measuring the number of deaths in a population during a specific period of time.

But the current outbreak has seen a more dramatic rise in “excess deaths” – the number of fatalities above what would be expected in a normal year. With better medical care, public health, hygiene and medicines such as antibiotics, New York typically has about half the death rate of a century earlier – about 50 per person-month instead of 100. So the current outbreak has quadrupled the death rate, while the flu pandemic nearly tripled it.

The Post has reported that the United States recorded about 37,100 excess deaths in March and the first two weeks of April, nearly 13,500 more than were attributed to covid-19, the disease caused by the novel coronavirus, during that time. The report was based on an analysis of federal data conducted for The Post by a research team led by the Yale School of Public Health.

The findings on Thursday brought the latest reminder of the startling human cost that the current pandemic has inflicted in recent months – and not just in New York, but around the nation. 

“This is the greatest public health crisis that’s hit this nation in a century,” Robert Redfield, director of the Centers for Disease Control and Prevention, said during an interview with WebMD, noting that years of underinvestment in public health infrastructure had left the United States “unprepared” for the pandemic and its still-growing toll

Redfield said the mounting fatalities will make covid-19 “clearly” one of the leading causes of death in the country by the year’s end.

Still, Redfield said he is optimistic that a vaccine could be ready for production before the end of the year, as a particularly dangerous flu season looms. He was similarly hopeful that the high rate of infections in the country would drop if Americans systematically wear masks, maintain social distancing, practice good hygiene and avoid large gatherings.

“You do those four things, it will bring this outbreak down,” he said. “But if we don’t do that, as I said last April, this could be the worst fall from a public health perspective we’ve ever had.”

Also on Thursday, presumptive Democratic presidential nominee Joe Biden called for an immediate nationwide mask mandate that would require everyone in the country to wear face coverings when outside for the next three months.

Doing so would save the lives of at least 40,000 people, he said in brief remarks in Delaware that followed a lengthy briefing on the coronavirus crisis.

“Every single American should be wearing a mask when they’re outside for the next three months at a minimum,” Biden said, emphasizing each word. “Every governor should mandate it.”

Biden described that simple act as a civic responsibility, comparing it with giving blood or donating food to those in need. Although masks can be uncomfortable, he said, they are key to getting life back to normal.

“Be a patriot. Protect your fellow citizens,” he said. “Step up. Do the right thing.”

President Donald Trump, who earlier this year expressed doubt about the value of masks, has since endorsed their use. “Maybe they’re great and maybe they’re just good, and maybe they’re not so good,” Trump said Thursday during a White House coronavirus briefing. “But frankly, what do you have to lose?”

But he slammed Biden’s proposal. “He thinks it’s good politics I guess,” the president said. 

“I trust the American people and their governors very much,” he said. “I trust the American people and the governors want to do the right thing to make the smart decisions. Joe doesn’t, Joe doesn’t. Joe doesn’t know too much.”

Trump accused Biden of “playing politics from the sidelines” and called the former vice president’s plan “regressive,” “anti-scientific” and “very defeatist.”

In few places are the looming worries about the months ahead more immediate than in the nation’s public schools, where families and administrators alike face a series of excruciating decisions. 

Southern states such as Louisiana, Georgia, Arkansas and Texas have some of the earliest back-to-school start dates in the country. Parents, educators and elected officials have watched these early districts closely for clues on whether it’s safe to send teachers and students back into classrooms nationwide – even as the Trump administration has insisted that schools need to return to in-person learning.

So far, the news is not encouraging.

In Georgia, more than 900 students and staff in the Cherokee County School District have been ordered to quarantine after school officials reported nearly 60 students and staff had tested positive for covid-19.

Days after a photo went viral showing students packed into a hallway at North Paulding High School in suburban Atlanta, the district confirmed at least 35 new infections, according to WXIA-TV, which obtained a letter sent to parents.

In central Georgia, people in at least seven schools in the Houston County School District had tested positive for the coronavirus as of late Wednesday, the Macon Telegraph reported.

In Louisiana’s Livingston Parish, at least 150 students and staff have been forced to quarantine after positive cases emerged there, according to the Advocate of Baton Rouge.

Schools that opened even earlier have seen similar outcomes: A Mississippi school that resumed classes the first week of August reported one infected student; within two weeks, 116 students were sent home to quarantine.

If schools remain in limbo, so too do millions of American businesses and workers who are navigating a wave of unemployment and bankruptcies. 

AMC Theatres, the country’s largest movie theater chain, announced Thursday it will resume operations next week after a five-month shutdown, becoming the latest service-sector giant to reopen to the public at a time when infections remain high throughout the United States.

More than 100 AMC theaters in at least 19 states will start screening movies again starting Aug. 20, the company said in a statement. To lure customers back in, all tickets that day will be 15 cents – a campaign AMC is branding “Movies in 2020 at 1920 Prices.”

Guests and workers will be required to wear masks at all times, and auditoriums will operate at 30 percent capacity or less, depending on local restrictions. The company said it will also make hand sanitizer available and regularly disinfect its facilities.

The pandemic has forced AMC into a dire financial position. It furloughed more than 600 corporate employees in the spring, and in June, after reporting a $941.5 million drop in first-quarter revenue, the company warned in a financial filing that it had “substantial doubt” about its ability to stay afloat.

Meanwhile, about 960,000 workers filed for unemployment insurance last week, which marks the first time that initial claims dipped below 1 million since mid-March, when the pandemic first took hold and stay-at-home orders vacated workplaces.

The drop in jobless claims comes as the economy takes prominence in the presidential election. Trump has been touting the numbers of jobs that have been regained in the past three months, even though the unemployment rate and weekly claims remain around historic highs.

U.S. stocks also came close to making financial history Thursday, soaring toward record highs before slipping in late-day trading.

อุตุฯ ชี้ อีสานมีฝนฟ้าคะนองตลอดช่วง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และฝนตกหนักบางแห่ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อุตุฯ ชี้ อีสานมีฝนฟ้าคะนองตลอดช่วง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และฝนตกหนักบางแห่ง

อุตุฯ ชี้ อีสานมีฝนฟ้าคะนองตลอดช่วง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และฝนตกหนักบางแห่ง14 สิงหาคม 2563 – 11:01 น.

กรมอุตุฯ ชี้ ภาคอีสานยังมีฝนฟ้าคะนองตลอดช่วง ร้อยละ 40- 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณ 14 จังหวัด

วันที่ 14 สิงหาคม 2563 กรมอุตุนิยมวิทยา ได้พยากรณ์สภาพอากาศสำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) ตั้งแต่ เวลา 06:00 น.วันนี้ ถึงเวลา 06:00 น.วันพรุ่งนี้ มีดังนี้ 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) จะมีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ชัยภูมิ ขอนแก่น หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มหาสารคาม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร นครราชสีมา และบุรีรัมย์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

โดยที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จะมีเมฆมากกับมีฝนหรือฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดขอนแก่น เลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ กาฬสินธุ์ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ หนองบัวลำภูและมหาสารคาม อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ส่วนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดมุกดาหาร อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ นครราชสีมา และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

สำหรับพยากรณ์สภาพอากาศใน 7 วันข้างหน้า โดยคาดหมาย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง กับมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากทางตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 04.00 น. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ในขณะที่มีลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ลักษณะเช่นนี้จะทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีเมฆมากกับมีฝนหรือฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จะยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ในระยะนี้ สำหรับเกษตรกรขอให้กักเก็บน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตรในระยะต่อไปด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก กรมอุตุนิยมวิทยา

เรียบเรียง / ชูชัย ดำรงสันติสุข ศูนย์ข่าวภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เทคนิคการขาย “ข้าวหลาม สายแดนซ์” ขายธรรมดาโลกไม่จำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เทคนิคการขาย “ข้าวหลาม สายแดนซ์” ขายธรรมดาโลกไม่จำ

เทคนิคการขาย "ข้าวหลาม สายแดนซ์" ขายธรรมดาโลกไม่จำ

14 สิงหาคม 2563 – 09:04 น.

เพชรบูรณ์พบแม่ค้าขายข้าวหลามริมทาง วัย 50 ปี โชว์ลีลาเท้าไฟแดนซ์กระจายเรียกลูกค้า ขายธรรมดาโลกไม่จำ ที่ใครเห็นเป็นต้องสะดุดตาแวะซื้อข้าวหลาม แถมการันตีความอร่อย

วันที่ 13 สิงหาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณริมถนนทางหลวงหมายเลข 21 สายสระบุรี-หล่มสัก ขาเข้ากรุงเทพฯ หมู่ที่ 6 บ้านหนองสมบูรณ์ ต.พุขาม อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นแหล่งรวมร้านค้าขายข้าวหลามเผาขึ้นชื่อ ของ จ.เพชรบูรณ์ ที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะซื้อกลับไปเป็นของฝาก หรือรับประทานระหว่างทาง ได้มีแม่ค้าขายข้าวหลาม วัย 50 ปี รายหนึ่ง ที่มีลีลาการเรียกลูกค้าที่ไม่เหมือนใคร ขณะที่ร้านอื่นๆ ยืนโบกเรียกลูกค้า แต่แม่ค้ารายนี้ “เต้น” แถมมีลีลาเด็ด โยกย้าย ส่ายสะโพก ที่ไม่ธรรมดา

ทราบชื่อคือ นางจันทร์เพ็ญ แจ้งศรีใส อายุ 50 ปี อาชีพรับจ้างขายข้าวหลามอยู่ที่ร้านน้องครีม เปิดเผยว่า ตนเองเป็นคนชอบสนุกสนาน พอได้ยินเสียงเพลงก็มักขยับตัวโยกย้ายตามจังหวะเสมอๆ แต่ด้วยอาชีพแม่ค้าขายข้าวหลาม ต้องขายตลอดทั้งวันเช้า-เย็น บางวันตนเกิดอาการง่วงนอน จึงได้นำวิทยุคู่ใจ ยี่ห้อธานินทร์ รุ่นTF-268 สีดำ ติดตัวมาที่ร้านเพื่อเปิดเพลงฟังแก้ง่วง และมักจะขยับตัวโยกย้าย ตามจังหวะเสียงเพลงจนเป็นที่สะดุดตา

ต่อมาตนจึงได้ลองเปิดเพลงจากวิทยุ และลุกขึ้นเต้นโชว์ลีลา โยกย้าย ไปมาขณะที่กำลังขายข้าวหลามให้กับลูกค้า ปรากฏว่าเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า แถมทำให้ข้าวหลามขายดีกว่าเดิม หมดไว ได้กลับบ้านเร็วขึ้น จนทุกวันนี้ตนเองมีลูกค้าประจำ บางวันมีลูกค้าจอดรถเปิดเพลงสนุกๆ จากข้างในรถให้ตนโชว์ลีลาแดนซ์ก็มี ซึ่งตนก็เต็มใจและรู้สึกดีใจที่ลูกค้าชื่นชอบ

นายบุรฉัตร ศิริวัฒนาเกษม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

อำเภอขุนยวมจัดกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อำเภอขุนยวมจัดกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ

อำเภอขุนยวมจัดกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ13 สิงหาคม 2563 – 16:11 น.

อำเภอขุนยวมจัดกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ นายอำเภอขุนยวม นำหัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้าประชาชน จิตอาสา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจ ทหาร ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแก่พระภิกษุสามเณรจำนวน 39 รูป

วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหามหาราชินี ว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ชัย  จินดาพันธ์ นายอำเภอขุนยวม นำหัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้าประชาชน จิตอาสา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจ ทหาร ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแก่พระภิกษุสามเณรจำนวน 39 รูป เวลา 19.00 น .เป็นประธานนำหัวหน้าส่วนราชการ จิตอาสา ตำรวจ ทหาร องค์กรปกตรองส่วนท้องถิ่น นักเรียนนักศึกษา จุดเทียนชัยถวายพระพรแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนม์นีพันปีหลวง ณ หอประชุมโรงเรียนขุนยวมวิทยา อำเภอขุนยวม.

ที่โรงเรียนขุนยวม นายชนธัญ  ติ๊บเมืองมา รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1 เป็นประธานกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ นำคณะครูอาจารย์ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตต์ พระบรมราชินีนาถ บรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหามหาราชินี พร้อมมอบทุนารศึกษาให้แก่นักเรียนที่เรียนเก่ง และเยี่ยมชมผลงานนักเรียนโรงเรียนขุนยวม พร้อมพบปะคณะครูโรงเรียนขุนยวม ให้ขวัญกำลังใจในการทำงาน.

ทางด้านนายถวิล  คีรีเกษตร กำนันตำบลขุนยวม นำคณะกรรมการหมู่บ้าน ลูกบ้าน ร่วมกันพัฒนาตัดต้นไม้ใบหญ้าที่ขึ้นรกปกคลุมพื้นที่ตามถนน ตรอก ซอกซอย ในชุมชนป๊อกวิทยาทรายมูนเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหามหาราชนี.

เกียรติศักดิ์  รักสัตย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดแม่ฮ่องสอน