“บิ๊กป้อม”ขึ้นเหนือลงพื้นที่ลำปาง ติดตามสถานการณ์แก้ปัญหาภัยแล้ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“บิ๊กป้อม”ขึ้นเหนือลงพื้นที่ลำปาง ติดตามสถานการณ์แก้ปัญหาภัยแล้ง

"บิ๊กป้อม"ขึ้นเหนือลงพื้นที่ลำปาง ติดตามสถานการณ์แก้ปัญหาภัยแล้ง

“บิ๊กป้อม”ขึ้นเหนือลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ ยกลำปาง ต้นแบบแก้ปัญหาภัยแล้ง ติดตามการบริหารจัดการน้ำและการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ .

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.2563 เวลา 08.30 น. โดยพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดลำปาง เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและการแก้ไขปัญหาภัยแล้งตามมาตรการของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ณ ห้องประชุมอาลัมภางค์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดลำปาง โดยมีนายสิธิชัย จินดาหลวง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวต้อนรับและรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ และการให้ความช่วยเหลือภัยแล้ง ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) บรรยายสรุปการดำเนินการตามมาตรการโครงการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาภัยแล้งของ กอนช.

จากนั้นรองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะ เดินทางต่อไปยังโรงเรียนสบปราบพิทยาคม อ.สบปราบ จ.ลำปาง เพื่อเร่งรัดและติดตามการบริหารจัดการน้ำและการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ โดยมีผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ จากอำเภอสบปราบ เถิน แม่พริก มาให้การต้อนรับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมารัฐบาลมอบหมายให้ กอนช. กำหนดมาตรการและพื้นที่เป้าหมายในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้มากที่สุด ซึ่งจังหวัดลำปางเป็นเป็นหนึ่งในแผนเฝ้าระวังการขาดแคลนน้ำด้วย ทั้งนี้ จากข้อมูลของ กอนช.พบว่า จ.ลำปางอยู่ในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ และมีไม้ผลยืนต้นที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงกว่า 19,000 ไร่ แต่ด้วยความร่วมมือในการบริหารจัดการน้ำทำให้ปัจจุบันไม่มีพื้นที่ประกาศภัยแล้งเลย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเตรียมความพร้อมรับมือล่วงหน้าที่รัฐบาล โดยได้จัดสรรงบกลางแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่เฝ้าระวังขาดแคลนน้ำทั่วประเทศ ซึ่ง จ.ลำปางได้รับการสนับสนุนจัดหาแหล่งน้ำเพิ่มเติมได้แก่ การขุดเจาะบ่อบาดาลซ่อมแซมระบบประปา วางท่อน้ำดิบ จัดหาแหล่งน้ำผิวดิน รวม 76 แห่ง ขณะที่เดียวกัน กอนช.ได้เร่งเตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนเข้าฤดูฝน โดยได้รับงบกลางเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือประชาชน ในจังหวัดลำปาง 133 แห่ง เช่น การขุดลอกแม่น้ำวัง การทำเขื่อนป้องกันตลิ่งที่อำเภอเถิน และได้รับงบประมาณด้านน้ำในปี 2563 อีก 52 แห่ง วงเงินกว่า 726 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการสำคัญที่อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม ของหน่วยงานต่างๆ อีกกว่า 20 โครงการ ที่ต้องเร่งขับเคลื่อนให้สามารถแก้ปัญหาเรื่องน้ำโดยเร็ว.

ทั้งนี้พลเอกประวิตร กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า แม้ว่าพื้นที่จังหวัดลำปางจะไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งมากนักก็ตาม แต่รัฐบาลภายใต้การดำเนินงานของ กอนช.ยังคงมีมาตรการที่ยังต้องเดินหน้าต่อ และได้หมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการบริหารจัดการน้ำให้สามารถดูแลประชาชนในทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง ดังนี้ 1. มอบการประปาส่วนภูมิภาคและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เร่งขยายเขตการจ่ายน้ำพร้อมจัดทำแหล่งน้ำสำรอง เพื่ออุปโภคบริโภคให้ทั่วถึงชุมชน พื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจ พร้อมควบคุมคุณภาพน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยกับประชาชนด้วย 2. มอบกรมชลประทาน บริหารจัดการน้ำและจัดสรรน้ำให้ครอบคลุมถึงเขตลุ่มน้ำวังตอนล่าง เพื่อสนับสนุนความต้องการใช้น้ำทั้งการอุปโภค-บริโภค การเกษตร การรักษาระบบนิเวศ และกิจกรรมอื่น ๆ 3. มอบกรมป่าไม้และกรมอุทยานฯ ดูแลเรื่องไฟป่า ทำฝายต้นน้ำ รวมทั้งการปลูกป่า ฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมให้กลับมาเป็นแหล่งต้นน้ำโดยเร็ว 4. มอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งขับเคลื่อนโครงการสำคัญและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในจังหวัดลำปางกว่า 20 แห่ง เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบรรลุเป้าหมายตามแผนแม่บทน้ำ 20 ปี ซึ่งรัฐบาลขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และขอให้คำมั่นแก่ประชาชนว่าเราจะเดินหน้าสร้างความมั่นคงด้านน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตให้อย่างดีที่สุด และหากท่านมีความต้องการ หรือเดือดร้อน เรามีกลไกการทำงานของคณะกรรมการลุ่มน้ำและอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด ที่จะสะท้อนปัญหาและนำมาช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ไขร่วมกัน เชื่อมั่นว่าปัญหาเรื่องน้ำจะหมดไปอย่างแน่นอน.

อัมรินทร์ วะนะวิเชียร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดลำปาง

ขอขอบคุณภาพข่าว.สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง

นทท.เริ่มเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจ.หนองคายหลังผ่อนคลายระยะ4 แต่ยังคงคัดกรองเข้ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นทท.เริ่มเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจ.หนองคายหลังผ่อนคลายระยะ4 แต่ยังคงคัดกรองเข้ม

18 มิถุนายน 2563 – 11:38 น.

หนองคาย บรรยากาศท่องเที่ยว นทท.เริ่มทยอยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวหลังผ่อนคลายระยะ4 แต่ยังเข้มตาม มาตราการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่วนโรงแรมพร้อมรับการกลับมาของ นทท.

บรรยากาศแหล่งท่องเที่ยว ที่บริเวณจุดชมวิวสกายวอล์ก วัดผาตากเสื้อ ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย ซึ่งเป็นจุดชมวิวพื้นกระจกใสสามารถมองเห็นวิวที่สวยงามของแม่น้ำโขง และฝั่ง สปป.ลาว   หลังจากมีการผ่อนคลาย ระยะ 4 ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีนักท่องเที่ยวทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัด  เดินทางมาทำบุญและท่องเที่ยวชมวิวสัมผัสกับธรรมชาติ หลังจาก มาตรการให้กักตัวอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ  และรัฐบาลได้มีการผ่อนคลายระยะ4 เพื่อให้ประชาชนออกจากบ้านได้  ต่างพากันเดินทางมาท่องเที่ยว แต่ก็ได้มีการป้องกันตัวเองตามมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่วนใหญ่มากันแบบครอบครัว

           ถ้ำเพียงดิน ก็เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของจังหวัดหนองคาย ที่เปิดให้นักท่องเที่ยว ไปทำบุญและเข้าไปชมภายในถ้ำ แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวไม่มากนัก ด้านวัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง ได้เตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวทุกด้าน มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเคร่งครัด เนื่องจากจะมีชาวหนองคายและนักท่องเที่ยวมาทำบุญและกราบนมัสการขอพรหลวงพ่อพระใสอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวขอพรให้โรคโควิด-19 ให้หายและหมดไปจากประเทศไทย จะได้กลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติ

ในส่วนของโรงแรม  หลังจากที่ผู้กักตัวได้ออกไปเป็นรอบสุดท้าย ทางโรงแรมก็ได้ทำความสะอาดพ่นยาฆ่าเชื่อ  เพื่อรองรับการกลับมาของนักท่องเที่ยว โดยเน้นความปลอดภัยของทุกคนตามมาตรการการป้องกันการแพร่ของไวรัสโควิด-19  โดยได้จัดจุดคัดกรองเอาไว้ที่บริเวณด้านหน้าของโรงแรม จุดล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ วัดอุณหภูมิ เช็คอิน และสแกนแอปไทยชนะก่อนเข้าพักในโรงแรม ซึ่งนักท่องเที่ยวได้มีการจองที่พักไว้ล่วงหน้าเพื่อรอมาตรการผ่อนคลายในระยะ 5 อีกรอบ ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากเงียบหายไปนาน

ภาพ/ข่าว  พันธลภ  แสงทอง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.หนองคาย

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/434269/34691

สวนสัตว์เชียงใหม่เข้าชมฟรี ยอดจองทะลุ 3 หมื่นแต่รับได้วันละ 2 พันคน คัดกรองเข้ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สวนสัตว์เชียงใหม่เข้าชมฟรี ยอดจองทะลุ 3 หมื่นแต่รับได้วันละ 2 พันคน คัดกรองเข้ม

สวนสัตว์เชียงใหม่เข้าชมฟรี ยอดจองทะลุ 3 หมื่นแต่รับได้วันละ 2 พันคน คัดกรองเข้ม

สวนสัตว์เชียงใหม่เข้าชมฟรี ยอดจองทะลุ 3 หมื่นคน แต่รับได้วันละ 2 พันคน คัดกรองเข้มข้น ควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 Zoo New Normal

วันที่ 18 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศทั่วไปในวันนี้ บริเวณหน้าสวนสัตว์เชียงใหม่มีเจ้าหน้าที่คัดกรองนักท่องเที่ยว ที่หลั่งไหลเข้ามาชมกันเป็นจำนวนมาก ภายหลังจากที่องค์การสวนสัตว์ได้ประกาศปิดสวนสัตว์ในสังกัดทั้ง 6 แห่งทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมาเป็นระยะเวลาเกือบ 3 เดือน ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แถลงข่าว การเปิดสวนสัตว์ให้ประชาชนเข้าชมฟรี ทั่วประเทศทั้ง 6 แห่ง คือ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ชลบุรี, สวนสัตว์เชียงใหม่ ,สวนสัตว์นครราชสีมา ,สวนสัตว์สงขลา ,สวนสัตว์ขอนแก่น และ สวนสัตว์อุบลราชธานี โดยกำหนดเปิดตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน ถึง 30 มิถุนายน 2563 เพื่อเป็นการคืนความสุข ให้แก่ประชาชนโดยทาง นายสุริยา แสงพงค์ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ ได้มอบหมายให้สวนสัตว์ ทั้ง 6 แห่ง ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตลอดจนถึงการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวอย่างเคร่งครัด และเข้มงวด

นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ กล่าวว่า วันนี้ (วันที่ 18 มิถุนายน 2563) สวนสัตว์เชียงใหม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวจองตั๋วฟรีล่วงหน้าผ่าน http://www.chiangmaizoo.com และ Application “Eventpop” ซึ่งบรรยากาศเช้านี้ได้มีนักท่องเที่ยวมาลงทะเบียนกันอย่างคึกคัก ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายมาตลอดทั้งวันหลังจากนั้นได้มีการเปิดการเข้าชมสวนสัตว์วิถีใหม่ หรือ Zoo New Normal ในส่วนของมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สวนสัตว์เชียงใหม่ปฏิบัติอย่างเข้มงวด ตั้งแต่ด้านหน้าประตูทางเข้าสวนสัตว์เชียงใหม่ผ่านจุดคัดกรอง การลงทะเบียนเข้า-ออกผ่านแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” รวมทั้งมาตรการในการเว้นระยะห่างทางสังคม เพื่อลดอัตราความเสี่ยงในการสัมผัสโรค เช่นบริเวณการจำหน่ายบัตรเข้าชมสวนสัตว์ การนั่งรถบริการ การชมสัตว์บริเวณด้านหน้าส่วนจัดแสดงสัตว์ตามจุดต่างๆ ภายในสวนสัตว์ตลอดจนถึงการทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และเจลแอลกอฮอล์ในบริเวณที่นักท่องเที่ยงใช้บริการ เช่น ห้องน้ำ เป็นต้น

สำหรับยอดจองการเข้าชมล่วงหน้าของสวนสัตว์เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 15-30 มิถุนายน 2563 นั้น ณ วันนี้ มียอดจองถึง 3 หมื่นคน ทะยอยเข้าชมกันแล้วทั้งนี้สวนสัตว์เชียงใหม่ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่สวนสัตว์เชียงใหม่ ในฐานะสวนสัตว์แห่งความสุขของคนเชียงใหม่ และนักท่องเที่ยวทั่วโลกผู้มาเยือน Chinagmai zoo: Zoo of Happiness สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 053-221179 ต่อ 215 หรือ http://www.chiangmaizoo.com ได้ทุกวันในเวลาราชการ.

ฟงหวิน  ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่ 

รอง ผอ.ศปป.1 กอ.รมน. และคณะฯ ตรวจติดตามโครงการสานไทยใจหนึ่งเดียว สร้างความสามัคคี ปรองดอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รอง ผอ.ศปป.1 กอ.รมน. และคณะฯ ตรวจติดตามโครงการสานไทยใจหนึ่งเดียว สร้างความสามัคคี ปรองดอง

17 มิถุนายน 2563 – 21:40 น.

รอง ผอ.ศปป.1 กอ.รมน. และคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจติดตามโครงการสานไทยใจหนึ่งเดียว สร้างความสามัคคี ปรองดอง พร้อมมอบข้าวสาร แอลกอฮอล์ และหน้ากากอนามัย ให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19      

วันนี้ (17 มิ.ย.63) ที่ศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์บ้านกระถิน ตำบลสิบเอ็ดศอก อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา พล.ต.วรวุฒิ แสงทอง รอง ผอ.ศปป.1 กอ.รมน. พร้อมคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงานโครงการสานไทยใจหนึ่งเดียว สร้างความสามัคคี ปรองดอง และชุดชุมชนสัมพันธ์ (ขุนด่าน) โดยมี พ.อ.เฉลิม เนียมช่วย รองผอ.กอ.รมน.จ.ฉะเชิงเทรา บรรยายสรุปผลการดำเนินงานโครงการดังกล่าว 

จากนั้นคณะตรวจติดตามฯเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์บ้านกระถินโดยมีนางชลิตา ไทยแก่น ประธานสมาพันธ์เกษตรอินทรีย์จังหวัดฉะเชิงเทรา บรรยายถึงที่มา และอธิบายการปฏิบัติงานของแต่ละฐานเรียนรู้ ซึ่งในแต่ะละฐานประชาชนจะได้รับความรู้ สามารถนำไปใช้ในการดำรงชีวิต และส่งเสริมอาชีพของตนเองได้ และในโอกาสเดียวกันนี้ รอง ผอ.ศปป.1 กอ.รมน.และคณะฯ ได้ร่วมกันปล่อยปลาน้ำจืด ลงสู่ลำน้ำ และพบปะผู้เข้ารับการอบรม พร้อมมอบข้าวสาร อาหารแห้ง แอลกอฮอล์ และหน้ากากอนามัย ให้แก่ผู้เข้าอบรมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงโควิด-19

พล.ต.วรวุฒิ แสงทอง รองผู้อำนวยการศูนย์การปฏิบัติที่ 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(รอง ผอ.ศปป.1 กอ.รมน.) กล่าวว่า การลงพื้นที่ตรวจติดตามความคืบหน้าโครงการสานไทยใจหนึ่งเดียว สร้างความสามัคคี ปรองดอง และชุดชุมชนสัมพันธ์ (ขุนด่าน) ที่ทาง กอ.รมน.จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ส่งเสริมการเรียนรู้วิธีการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อเสริมสร้างความรัก ความสามัคคี ความปรองดองสมานฉันท์ และให้เกิดความร่วมมือในการขับเคลื่อนแนวทางการรักษาความมั่นคง ผ่านกิจกรรมของศูนย์เรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ประจำตำบล และให้ขยายผลออกไปในวงกว้าง พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาอาชีพให้เหมาะสมกับสภาพแต่ละพื้นที่ โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อันจะส่งผลให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสุขอย่างยั่งยืน

สราวุฒิ บุญสร้าง ผู้สื่อข่าวภูมิภาคฉะเชิงเทรา 

แม่สะเรียงเข้มป้องกันไข้เลือดออก หลังมีผู้ป่วยมากสุดในจังหวัด ขณะแม่ฮ่องสอนลำดับ 2 ในประเทศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แม่สะเรียงเข้มป้องกันไข้เลือดออก หลังมีผู้ป่วยมากสุดในจังหวัด ขณะแม่ฮ่องสอนลำดับ 2 ในประเทศ

แม่สะเรียงเข้มป้องกันไข้เลือดออก หลังมีผู้ป่วยมากสุดในจังหวัด ขณะแม่ฮ่องสอนลำดับ 2 ในประเทศ

แม่สะเรียงเข้มป้องกันไข้เลือดออก หลังมีผู้ป่วยมากสุดในจังหวัด ขณะแม่ฮ่องสอนลำดับ 2 ในประเทศ ย้ำให้ประชาชนทุกคน เฝ้าระวัง ป้องกัน ปฏิบัติตามมาตรการ 3 ก. อย่างเคร่งครัด คือ เก็บบ้านให้สะอาด เก็บขยะที่อยู่บริเวณรอบบ้าน เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย

วันนี้ นายสังคม​ คัดเชียงแสน​ นายอำเภอแม่สะเรียง เป็นประธานเปิดกิจกรรมณรงค์ควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออกเขตพื้นที่เทศบาลตำบลเมืองยวมใต้​ โดยมีโรงพยาบาลแม่สะเรียง​ สำนักงานเทศบาลเมืองยวมใต้​ หน่วยป้องกันและควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลงที่ 112 แม่สะเรียง​ ชมรม​ อสม.​เขตโรงพยาบาลแม่สะเรียง​ กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน​ ผู้นำชุมชนตำบลแม่สะเรียง​ จิตอาสาและประชาชนในพื้นที่หมู่บ้านจอมแจ้ง​ เข้าร่วมรณรงค์กำจัดลูกน้ำยุงลายร่วมกัน ณ ทต.เมืองยวมใต้ ต.แม่สะเรียง  อ.แม่สะเรียง  จ.แม่ฮ่องสอน เน้นย้ำให้ประชาชนทุกคน เฝ้าระวัง ป้องกัน ปฏิบัติตามมาตรการ 3 ก. อย่างเคร่งครัด คือ เก็บบ้านให้สะอาด เก็บขยะที่อยู่บริเวณรอบบ้าน เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย

สาธารณสุขอำเภอแม่สะเรียง เปิดเผยสถานการณ์โรคไข้เลือดออก ล่าสุดพบผู้ป่วยสะสม จำนวน 137 ราย สูงสุดที่ตำบลแม่เหาะ 66 ราย รองลงมาตำบลบ้านกาศ 27 ราย ตำบลแม่สะเรียง 26 ราย ตำบลแม่ยวม 8 ราย ตำบลแม่คง 6 ราย ตำบลป่าแป๋ 3 ราย ตำบลเสาหิน 1 ราย พบผู้ป่วยใหม่ บริเวณบ้านแพะ ตำบลแม่สะเรียง และบ้านโป่ง ตำบลบ้านกาศ และจากภาพรวม จังหวัดแม่ฮ่องสอนพบผู้ป่วยไข้เลือดออก 283 ราย เป็นลำดับที่ 2 ของประเทศ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลแม่สะเรียง และ เทศบาลตำบลเมืองยวมใต้ ได้จัดกิจกรรม Kick Off โครงการป้องกันโรคไข้เลือดออก ในเขตเทศบาลตำบลแม่สะเรียง 9 ชุมชน ร่วมกับ ชมรม อาสาสมัครเทศบาลตำบลแม่สะเรียง ผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน ประธานชุมชน หน่วยควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลง ได้ลงพื้นที่ฉีดพ่นสารเคมีกำจัดยุงลาย รณรงค์ และออกสำรวจภาชนะที่มีน้ำขัง พร้อมแจกทรายอะเบทและเอกสารความรู้เรื่องโรคไข้เลือดออกในการป้องกันตนเองให้กับคนในชุมชน หากประชาชนท่านใดมีความประสงค์ต้องการฉีดพ่นสารเคมีกำจัดยุงลายในบริเวณบ้านหรือใกล้เคียง สามารถแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ของเทศบาลได้ทันที

แม้ว่าจะมีการฉีดพ่นสารเคมีกำจัดยุง แต่ยังคงเน้นย้ำให้ประชาชนทุกคน เฝ้าระวัง ป้องกัน ปฏิบัติตามมาตรการ 3 ก. อย่างเคร่งครัด คือ เก็บบ้านให้สะอาด เก็บขยะที่อยู่บริเวณรอบบ้าน เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เก็บน้ำ ภาชนะที่ใส่น้ำ ต้องปิดฝาให้มิดชิด ป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่ อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ปัจจุบันสถานการณ์โรคไข้เลือดออกของอำเภอแม่สะเรียงได้เกิดระบาดอย่างมาก จึงมีการรณรงค์ป้องกันและควบคุมอย่างเข้มข้นเพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกเป็นวงกว้าง สถิติผู้ป่วยไข้เลือดออกแม่สะเรียง เป็นที่ 1 ของจังหวัด ล่าสุด 137 ราย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นลำดับที่ 2 ของประเทศ 283 ราย เทศบาล อสม. กระจายกำลังลงพื้นที่กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายอย่างต่อเนื่อง

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดแม่ฮ่องสอน

บะจ่างเจ้แขก ครบเครื่องจีนโบราณ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

บะจ่างเจ้แขก ครบเครื่องจีนโบราณ

บะจ่างเจ้แขก ครบเครื่องจีนโบราณ

บะจ่างเจ้แขก ครบเครื่องจีนโบราณ โดย อ.ไชยแสง กิระชัยวณิช

ปีที่แล้วพา เจ้แขก วัลยา ครองลาภเจริญ ไปสอนเชฟโรงแรมเคมปินสกี้ เมืองเซี่ยเหมิน ทำอาหารรสชาติไทยแท้ ในงานเทศกาลอาหารไทย จัดโดยสถานกงสุลใหญ่ไทย ณ เมืองเซี่ยเหมิน ได้รับความนิยมจากคนจีนเซี่ยเหมินมาก

เช้าพาเจ้แขกไปเดินตลาดสดเซี่ยเหมิน  ชมวัตถุดิบที่ชาวจีนซื้อไปทำอาหาร ที่เจ้แขกชอบมากคือ บะจ่างมีให้กินตลอดปี  บะจ่างโบราณใส่เครื่องเยอะ หมูผัดผงพะโล้ ไข่เค็ม เกาลัด แปะก๊วย ยังมีบะจ่างทะเลใส่เนื้อปลา กุ้งสด หอย กินกันจนอิ่ม

บะจ่างเจ้แขก ครบเครื่องจีนโบราณ

เทศกาลไหว้บะจ่างปีนี้ เจ้แขกทำบะจ่างใส่เครื่องเยอะสูตรเซี่ยเหมิน ใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูจากเชียงราย แช่น้ำให้นุ่มนำไปผัดกับไช้โป้วฝอย กระเทียมถั่วลิสง ให้เม็ดข้าวเหนียวเป็นยางใส แล้วห่อด้วยใบไผ่จากเมืองจีนสามชั้น

บะจ่างเจ้แขก ครบเครื่องจีนโบราณ

                                          ไข่แดงเค็ม

เจ้แขกใช้หมูสะโพกหมักพริกไทยป่นตรามือ ผงพะโล้ตรามือ ให้เนื้อนุ่ม แปะก๊วยสด เกาลัดต้ม กุ้งแห้ง กุนเชียงทอด เห็ดหอมผัดน้ำมัน ไข่แดงเค็ม เผือกกวน ครบเครื่องบะจ่างจีนโบราณ ห่อใบไผ่มัดด้วยเชือกให้แน่น ต้มจนบะจ่างสุก

บะจ่างเจ้แขก ครบเครื่องจีนโบราณ

                                                       ข้าวเหนียวผัดถั่วลิสง

บะจ่างเจ้แขกสูตรเซี่ยเหมิน เครื่องเยอะกินได้เต็มอิ่ม หมูหมักผงพะโล้สุกแล้วหอมมาก ข้าวเหนียวผัดไช้โป้วกระเทียมถั่วลิสง เม็ดนุ่มจนแทบละลายติดกัน กลิ่นหอมใบไผ่เมืองจีน ทำให้บะจ่างอร่อยยิ่งขึ้น กินบะจ่างโบราณลูกเดียวอิ่มทั้งวัน

บะจ่างเจ้แขก ครบเครื่องจีนโบราณ

                                              หมูหมักพะโล้

เซี่ยเหมินมีการแข่งขันทำบะจ่างทุกปี เป็นประเพณีสร้างความสามัคคี ความสนุกสนาน คนสูงอายุถ่ายทอดให้ลูกหลาน แม้แต่กีจั่ง บะจ่างลูกเล็กใช้ข้าวเหนียวแช่น้ำด่างห่อใบไผ่ ต้มแล้วข้าวเหนียวละลาย เดี๋ยวนี้ใส่ไส้เผือกกวนให้กินด้วย

บะจ่างเจ้แขก ครบเครื่องจีนโบราณ

                                            เผือกกวน

บะจ่างเจ้แขก ครบเครื่องจีนโบราณ

                                               เทศกาลห่อบะจ่าง

บะจ่างเจ้แขก ทำสดทุกวันขายที่ แม็คโคร สาขาบางบอน ตั้งแต่วันที่ 20-25 มิถุนายน 2563 และที่ร้าน ข้าวขาหมูเจ้แขก หลังสถานีดับเพลิง เทศบาลนครสมุทรสาคร ซอยนรสิงห์ 1 บะจ่างไข่เดี่ยว 50 บาท ไข่คู่ 60 บาท บะจ่างทะเล 80 บาท บะจ่างเป๋าฮื้อ 60 บะจ่างปูนิ่ม 120 บาท สั่งจอง โทร.08-1988-2489, 08-6340-5419 

บะจ่างเจ้แขก ครบเครื่องจีนโบราณ

                               บะจ่างทะเล

ครัวลอยฟ้า บะจ่างทะเล
    เจ้แขก ทำบะจ่างทะเล ใส่กุ้งหอยปูปลาอัดมาเต็มห่อ ให้ได้กินซีฟู้ดสดๆ
    เครื่องปรุง
    1.ข้าวเหนียวเขี้ยวงู                             4  ก.ก.
    2.ไช้โป้ว-กระเทียม-ถั่วลิสง                   4  ขีด
    3.แปะก้วย-เกาลัดต้ม                           4  ขีด
    4.เห็ดหอม-กุ้งแห้ง                              4  ขีด
    5.ไข่แดงเค็ม                                    10  ฟอง
    6.ซีอิ๊วขาวฮาเดย์                                2  ช้อนโต๊ะ
    7.พริกไทยป่นตรามือ                           4  ขีด
    8.เนื้อปลา-หมึก-กุ้ง-หอยนิวซีแลนด์        1  จาน
    9.ใบไผ่เมืองจีน                                  5  มัด
    วิธีทำ
    1.แช่ข้าวเหนียวให้นุ่มผัดกับกระเทียมถั่วไช้โป้วพริกไทย
    2.ตักข้าวเหนียวใส่ใบไผ่วางเครื่องปรุงข้างบนห่อมัดให้แน่น
    3.ใส่เครื่องทะเลข้างบนห่อใบไผ่อัดให้แน่น
    4.ต้มบะจ่างให้สุกเป็นบะจ่างทะเล

บะจ่างทะเล 80 บาท บะจ่างเป๋าฮื้อ 60 บาท บะจ่างปูนิ่มผัดผงกะหรี่ 120 บาท

20-25 มิถุนายน 2563 ไปซื้อกินได้ที่แม็คโคร สาขาบางบอน และที่ร้าน ข้าวขาหมูเจ้แขก หลังสถานีดับเพลิง เทศบาลนครสมุทรสาคร ซอยนรสิงห์ 1

สั่งจองโทร.081-988-2489, 086-340-5419

“ให้ชุมชนนำความคิด” สื่อสารรูปแบบใหม่ สไตล์ “โน้ต” ไอยย์รัศ สิทธิพูล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ให้ชุมชนนำความคิด” สื่อสารรูปแบบใหม่ สไตล์ “โน้ต” ไอยย์รัศ สิทธิพูล

"ให้ชุมชนนำความคิด" สื่อสารรูปแบบใหม่ สไตล์ "โน้ต" ไอยย์รัศ สิทธิพูล

“ให้ชุมชนนำความคิด” สื่อสารรูปแบบใหม่ สไตล์ “โน้ต” ไอยย์รัศ สิทธิพูล

          การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่เพียงแต่สร้างความสูญเสียต่อชีวิตผู้คนจำนวนมหาศาลทั่วโลก ยังส่งผลกระทบต่อผู้คนในทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว สังคม และวิถีชีวิต ทุกวันนี้แม้สถานการณ์จะมีแนวโน้มดีขึ้นในประเทศไทย เริ่มทำการผ่อนคลายล็อกดาวน์ แต่วิถีชีวิตของผู้คนก็ได้เปลี่ยนไปแล้ว มีคนตกงานจำนวนมาก ต้องกลับบ้านหาอะไรใหม่ๆ ทำเพื่อเลี้ยงชีพ


          ไอยย์รัศ สิทธิพูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โน้ตเอเบิ้ล แบงค์คอก จำกัด บริษัทที่ปรึกษาด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ชั้นนำของไทย ที่มีประสบการณ์ในวงการพีอาร์มากว่าสิบปี กล่าวว่า เมื่อเกิดวิกฤติครั้งใหญ่อย่างการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ตอนนี้  ทำให้เราต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบัน เราต้องรีเซ็ตระบบอะไรใหม่ ๆ ที่ผ่านมาเราพึ่งการท่องเที่ยวต่างประเทศมากไป และวิถีชีวิตคนเมือง มีความเจริญเป็นกระจุก ขาดความยั่งยืน ขาดการเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดี ถึงเวลาที่เราต้องกลับไปสื่อสารชุมชน สร้างการท่องเที่ยวชุมชน สร้างธุรกิจรากหญ้า ให้คนกลับไปพัฒนาความเจริญชุมชน


          ปัจจุบันเราดีใจมากที่ได้มีส่วนร่วมสื่อสาร ชุมชนต้นแบบ พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ ของ คุณขาบ- สุทธิพงษ์ สุริยะ ฟู้ดสไตลิสต์ระดับแนวหน้าของไทย ที่ตั้งใจฟื้นคืนความสุขของบ้านเกิด สร้างรายได้ให้ชุมชนด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น พัฒนาเป็นชุมชนแห่งการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ซึ่งเมื่อสร้างเสร็จแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการสร้างซิกเนเจอร์ของแบรนด์ สร้างสินค้าทำของที่ระลึก เราได้มีส่วนช่วยในการสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้คนรู้จัก และเดินทางมาเรียนรู้โมเดลการพัฒนาชุมชนนี้ ไม่ว่าจะเป็น ส่งข่าวพีอาร์ เชิญสื่อมวลชนมาทำข่าว การใช้อินฟลูเอ็นเซอร์มาช่วยกระจายการรับรู้ และแชร์ออกไป เพื่อสร้างการรับรู้ กระตุ้นเศรษฐกิจ และมีการสื่อสารออกไปอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นหลักในการสื่อสารคือ

"ให้ชุมชนนำความคิด" สื่อสารรูปแบบใหม่ สไตล์ "โน้ต" ไอยย์รัศ สิทธิพูล


          โดยเน้นเครื่องมือในการสื่อสารแบบออนไลน์ อาทิ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สามารถเข้าถึงเป้าหมายทุกกลุ่มได้อย่างรวดเร็ว การสื่อสารจะช่วยให้คนรู้จักเรามากขึ้น รวมถึงคนที่มีความสนใจหรือชอบในแบบเดียวกับเรา ก็จะได้เข้ามาหาเรา และสร้างการพัฒนาไปด้วยกัน ดังนั้นการสื่อสารที่ดีจะช่วยสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และการตระหนักรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การร่วมมือกันพัฒนาสังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป โลกหมุนด้วยการสื่อสาร จึงเป็นเรื่องที่สามารถพัฒนาโลก เปลี่ยนโลก จะให้ดีขึ้น หรือเลวร้าย เราเชื่อมั่นว่า เรามีตัวอย่างให้เห็นมากมาย สามารถติดตามผลงาน บริษัท โน้ตเอเบิ้ล แบงค์คอก จำกัด ได้ที่ http://www.notablebangkok.com

"ให้ชุมชนนำความคิด" สื่อสารรูปแบบใหม่ สไตล์ "โน้ต" ไอยย์รัศ สิทธิพูล

“ยายแอ๊ด”หญิงชราผู้น่าสงสารไม่มีบ้าน อาศัยลังกระดาษปูนอนในซอกบ้านเช่า ไร้สวัสดิการของรัฐเหตุไม่มีบัตรปชช. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ยายแอ๊ด”หญิงชราผู้น่าสงสารไม่มีบ้าน อาศัยลังกระดาษปูนอนในซอกบ้านเช่า ไร้สวัสดิการของรัฐเหตุไม่มีบัตรปชช.

"ยายแอ๊ด"หญิงชราผู้น่าสงสารไม่มีบ้าน อาศัยลังกระดาษปูนอนในซอกบ้านเช่า ไร้สวัสดิการของรัฐเหตุไม่มีบัตรปชช.

“ยายแอ๊ด”หญิงชราผู้น่าสงสารไม่มีบ้าน อาศัยลังกระดาษปูนอนในซอกบ้านเช่า กลางเมืองคอน ไร้สวัสดิการของรัฐเหตุไม่มีบัตรปชช. ลำบากเวลาขับถ่าย ไม่มีห้องน้ำ วอนสังคมเมตตา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเย็นวานนี้ (16 มิ.ย.2563)ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีเพื่อขอความช่วยเหลือหญิงชราที่มีฐานะยากจน แร้นแค้น ไม่มีที่อยู่อาศัยต้องขอซุกหัวนอนในซอกหน้าห้องเช่าภายในหมู่บ้านการเคหะชุมชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ถนนพัฒนาการคูขวาง  ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช  หลังนับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบในซอน 4 หมู่บ้านการเคหะ ฯ ซึ่งในจุดดังกล่าวมีห้องเช้าอยู่ 2 ห้องเลขที่ 4/474 และ 4/475  ทั้ง 2 ห้องไม่มีคนอยู่ล็อคกุญแจด้านหน้าอย่างแน่นหนา โดยหน้าห้องเช่าเลขที่  4/575 พบนางสมปรารถนา กลั้นมาลัย หรือ “หรือยายแอ๊ด” อายุ 71 ปีไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน สวมเสื้อคอกระเช้าเก่า ๆ สีดำคาดชมพู นุ่งผ้าพถุงเก่า ๆ ลายใบไม้ ร่างกายรูปผอม หน้าตาซีดเซียว นั่งอยู่หน้าบ้านเช่า โดยได้นำหัวเตียงเก่า ๆ มาวางกันพื้นที่หน้าบ้าน นำกระเบื้องเก่า ๆ 3-4 แผ่นมาพิงทับ ก่อนจะใช้แผ่นไวนิลเก่าพาดขึงกับหน้าด่างเหล็กดัดห้องเช่า จนกลายเป็นซอกกว้างประมาณ 1.50 เมตรยาว 2 เมตร เพื่อใช้กันแดดกันฝนเป็นที่อยู่อาศัยหลับนอน

               “ภายในซอกที่พักดังกล่าวปูด้วยแผ่นๆไม้กระดานเก่า ๆ ก่อนจะปูทับกระดาษลังหนา ๆ 2 ชั้นเพื่อเป็นที่หลับนอน และเวลาจะนอนจะหันหัวไปทางทิศตะวันตก ด้านในมีเตาแก๊สปิกนิก และหม้อหุงข้าวไฟฟ้าใบเล็ก ๆ โทรมๆ 1 ใบสำหรับหุงข้าว เหนือขึ้นไปมีขวดน้ำปลา ขวดน้ำมันพืช และขวดซอสเปล่า ๆ 3-4 ขวดวางอยู่บนแผ่นกระดาน  ในขณะที่บนหัวเตียงเก่า ๆ ด้านข้างมีหมอน 1 ใบ ผ้าห่มเก่า ๆ 1 ผืน และถังพลาสติกใส่ข้าวสาร 1 ใบมีข้าวสารอยู่ประมาณ 1 กก. มีถ้วย จานกินข้าวเก่า ๆ 3-4 ใบวางอยู่บนแผ่นกระดานด้านล่าง”

               นางสมปรารถนา กลั่นมาลัย หรือยายแอ๊ด กล่าวว่าตนเป็นลูกคนจีน มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ บางกอกน้อย ฝั่งธนบุรี ปัจจุบันรวมเป็นกรุงเทพ โดยทราบว่าหลังคลอดได้ไม่นานพ่อแม่ก็นำไปทิ้งกองขยะ ก่อนจะมีพ่อ แม่บุญธรรมเก็บมาเลี้ยง โดยพ่อบุญธรรมเป็นข้าราชการกรมบัญชีกลางและส่งเสียให้ตนเรียนจนจบ ป.6 ตนเคยเปิดดูตู้เอกสารของพ่อแม่บุญธรรมพบเอกสารระบุชื่อพ่อแม่ที่แท้จจริงของตนคือนายทวีศักดิ์ นางเกียว ส่วนพ่อแม่บุญธรรมชื่อนายประยรู นางอนงค์ เยาวรัตน์  มีพี่บุญธรรม 1 คนชื่อฐานันดร์ เยาวรัตน์ จนกระทั้งตนถูกพ่อแม่บุญธรรมดุด่าอย่างรุนแรงจนทนไม่ไหวหลบหนีออกจากบ้านในขณะที่อายุแค่ 12 ปี ครั้งแรกมาอยู่ใน อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี อยู่นานถึง 12 ปี ก็ย้ายไปทำงานรับจ้างที่ จ.สงขลา ก่อนจะย้ายมาอยู่ จ.นครศรีธรรมราช

มาได้สามีเป็นชาวนครศรีธรรมราช สามีประกอบอาชีพขายวุ้น ส่วนตนรับจ้างทั่วไป เช่าบ้านอยู่อาศัยมาหลายสิบปี ไม่มีลูกด้วยกันจนกระทั้งเมื่อปี 2556 ได้ย้ายมาเช่าบ้านเลขที่ 4/475 เดือนละ 1,500 อยู่อาศัยจนเมื่อปลายปี 2557 สามีได้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับ ตนจึงอาศัยอยู่คนเดียวโดยตนถูกหวยได้เงิน 6,000 บาทนำมาจ่ายค่าเช่าบ้านอยู่ได้ 2-3 เดือนจนไม่มีเงินค่าเช่าบ้านจึงต้องออกจากบ้านเช่า แต่ก็ไม่รู้จะไปอาศัยที่ไหนจึงขออนุญาติเจ้าของบ้านเช่าเดิม ทำเพิกที่พักซุกหัวนอนมาจนถึงปัจจุบันนี้ และยังโชคดีที่เพื่อนบ้านที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 50 เมตรเขาไปทำสวนปาล์มที่ จ.ศรีสะเกษ และให้ตนช่วยเฝ้าบ้านให้ และสามารถเปิดประตูรั้วเข้าบ้านชั้นนอกได้ และอนุญาตให้ตนมาอาบน้ำจากก๊อกหน้าบ้านได้  เมื่อเขากลับมาก็จะให้ค่าจ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ

ปัญหาในขณะนี้คือตนไม่มีที่ขับถ่าย เพราะในหมู่บ้านนี้ไม่มีห้องน้ำห้องส้วมสาธารณะต้องถ่ายใส่ถุงไปทิ้งถังขยะ หรือบางครั้งก็ขอเพื่อนบ้านเข้าห้องส้วม สำหรับรายได้ที่พอจะมีบ้างเก็บขวดพลาสติกขายบางครั้งเพื่อนบ้านก็รวบรวมเอามาให้ด้วยความสงสาร  และมีเพื่อนบ้านและคนที่ผ่านมาพบเห็นสภาพความเป็นอยู่ของตนก็ซื้อข้าวสาร อาหารแห้งมาให้บ้าง บางคนให้เงินครั้งละ 20-30 บาท และเมื่อเร็ว ๆ นี้มีทหารนายหนึ่งซื้อเตาแก๊สปิคนิคมาให้ตนได้หุงข้าวพร้อมให้เงินตน 300 บาท

               นางสมปรารถนา หรือยายแอ๊ด กล่าวอีกว่า ตนนึกน้อยใจในชะตาชีวิตที่เกิดมาเป็นมนุษย์แต่ต้องมาตกระกำลำบากถึงขนาดแทบไม่มีที่ซุกหัวนอน ทุกวันนี้ตนมีเพื่อนเป็นเพื่อนตายคือแมว 1 ตัวชื่อ “เจ้าสมุทร” และนกเขาชา 1 ตัวชื่อ “เจ้าโต้ง” ตนจะพูดปรับทุกข์กับแมวและนกเขาชวาทุกวัน ก่อนนอนก็จะสวดมนต์ไหว้พระทุกคืนแม้จะกลัวงูหรือสัตว์มีพิษร้ายอื่น ๆ เข้ามาฉกกัดแต่ก็ต้องทนเพราะไม่รู้จะไปอยู่ไหน และคิดว่าสัตว์ร้ายคงไม่มาทำอะไรเรา เพราะเราไม่ได้ทำอะไรใคร เมื่อเราไม่ทำอันตรายเขา เขาก็คงไม่ทำอันตรายเรา ตนอยากกลับบ้านที่บางกองน้อยก็ไม่มีเงิน และกลับไปไม่ถูก ที่สำคัญพ่อแม่บุญธรรมคงเสียชีวิตไปหมดแล้ว ส่วนนายฐานันดร์ เยาวรัตน์ พี่ชายบุญธรรม ก็ไม่รู้ว่าเสียชีวิตแล้วหรือไม่และยังอาศัยอยู่ที่เดิมหรือไม่ก็ไม่รู้”ยายแอ๊ดกล่าวอย่างหน้าสงสาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านางสมปรารถนา หรือ “ยายแอ๊ด” อยากจะมีบัตรประจำตัวประชาชนเป็นอย่างมาก เพราะอีกอย่างน้อยจะได้รับการเยี่ยวยาช่วยเหลือจากรัฐบาลทั้งเบี้ยงยังชีพคนชรา บัตรสวัสดิการคนจนหรือสิทธิการรักษาพยาบาล และหากได้อยู่อาศัยในบ้านเช่าหลังเก่านี้จะดีใจเป็นอย่างมาก เพราะตนผูกพันกับสามีโดยก่อนสามีจะเสียชีวิตบอกว่า “แม่พ่อไม่ได้ไปไหน พ่อจะอยู่ในบ้านหลังนี้ตลอดไป” ตนจึงไม่อยากไปไหน แม้ไม่ได้อยู่ในบ้านเพราะไม่มีค่าเช่าก็ได้สร้างเพิกซุกหัวนอนหน้าบ้านเช่าหลังเดิม ตนก็พอใจแล้ว

               เมื่อผู้สื่อถามว่าวันนี้ได้กินข้าวแล้วยังนางสมปรารถนา ตอบว่ากินแล้วกับพริกน้ำปลา และไม่เหลือเงินติดตัวแม้แต่บาทเดียว นายไพฑูรย์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวอาวุโสจึงมอบเงินสดให้ 1,000 บาท พร้อมหม้อหุงข้าวไฟฟ้าขนาด 1.8 ลิตร 1 ใบที่ได้รับบริจาคมามามอบให้กับนางสมปรารถนา ซึ่งจะเสียบไฟหุงข้าวจากบ้านเพื่อนบ้านที่นางสมปรารถนา ช่วยดูแลทำความสะอาดให้  

หากท่านต้องการช่วยเหลือนางสมปรารถนา หรือ “ยายแอ๊ด” สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลและช่วยเหลือได้ที่นายไพฑูรย์ อินทศิลา ประธานศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช โทร/ไลน์ 081-6761299.

ขอบคุณภาพ/คลิปและข้อมูล เฟซบุ๊ค ไพฑูรย์ อินทศิลา

ยุทธนะ  เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช

เตือน!! ห้ามเก็บของป่า ย้ำยังไม่มีกฎหมายรองรับ จึงไม่อนุญาตให้เก็บของป่าหากเจอโดนปรับ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เตือน!! ห้ามเก็บของป่า ย้ำยังไม่มีกฎหมายรองรับ จึงไม่อนุญาตให้เก็บของป่าหากเจอโดนปรับ

เตือน!! ห้ามเก็บของป่า ย้ำยังไม่มีกฎหมายรองรับ จึงไม่อนุญาตให้เก็บของป่าหากเจอโดนปรับ

คนแห่เข้าป่าหาเห็ด สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ระดมเจ้าหน้าที่ผลักดันออก บอกผิดกฏหมาย ยังไม่มีกฎหมายลูกรองรับ จึงยังไม่อนุญาตให้เก็บหาของป่าได้

ที่เขตป่าอนุรักษ์ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) เช่น อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวังกำแพงเพชร นครสวรรค์ และอุทัยธานี ซึ่งเป็นฤดูกาลที่เห็ดเผาะ (Astraeus hygrometricus) กำลังออกผลผลิต เป็นที่ต้องการของตลาด โดยราคาของเห็ดเผาะที่ขายกันในท้องตลาด ขณะนี้ราคากิโลกรัม ละ 250 – 350 บาท ราษฎรบางรายสามารถเก็บหาเห็ดเผาะได้มากถึง 10-15 กก. ทำรายได้ให้ตนเองมากถึง 2,500-5,250 บาทต่อวัน ทำให้มีกลุ่มชาวบ้านจากหลายๆหมู่บ้าน แอบเข้ามาลักลอบเข้าเขตอุทยานฯ เก็บเห็ด ซึ่งเป็นของป่ากันมาก และมักจะเดินทางกันมาเป็นกลุ่มใหญ่ บางกลุ่มมากันมากถึงจำนวน 100 – 200 คน และส่วนใหญ่มักแอบเข้ามาตั้งแต่ตอนประมาณเวลา 04.00น. (ตี 4) ของแต่ละวัน

นายธนิตย์ หนูยิ้ม ผอ. สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) เผยว่า ขณะนี้ป่าอนุรักษ์ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) เช่น อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง มีพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นป่าเต็งรัง ป่าชนิดนี้ในช่วงต้นฤดูฝน คือ ราวเดือน พฤษภาคม ถึง มิถุนายน ของทุกปี เป็นฤดูกาลที่เห็ดเผาะให้ผลผลิต โดยใน 1 ปี มีการออกผลผลิตเพียงครั้งเดียวเท่านั้น คาดว่าปลายเดือนนี้ผลผลิตน่าจะหมดแล้ว การที่สามารถสร้างรายได้วันละ 2,000-5,000 บาท ทำให้มีชาวบ้านแอบเข้ามาลักลอบเก็บเห็ดเผาะกันเป็นจำนวนมาก แต่การแอบเข้าเขตป่าอนุรักษ์ ทั้งอุทยานแห่งชาติ และ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อเก็บหาของป่า ในขณะนี้ยังถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมาย ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ว่ากล่าวตักเตือน แล้วผลักดันออกไป บางรายที่ดื้อ และผิดซ้ำ เจ้าหน้าที่ก็ได้เปรียบเทียบปรับไปรายละ 500 บาท เรื่องนี้สร้างความหนักใจให้กับเจ้าหน้าที่มาก และเจ้าหน้าที่บางท่าน ถูกชาวบ้านต่อว่าอย่างเสียหายสิ่งที่ตามมาจากการแอบเข้ามาเก็บเห็ด คือ ทิ้งขยะไว้เกลื่อนป่า ส่วนใหญ่เป็นขวดน้ำ และ ถุงพลาสติก ซึ่งล้วนแต่เป็นอันตรายต่อสัตว์ป่า รวมทั้งส่งเสียงรบกวนสัตว์ป่า และ เพิ่มภาระให้เจ้าหน้าที่ที่ต้องระดมกำลังกันเก็บขยะ บ้างก็ไปลงเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ไปต่างๆ นานา บ้างก็กล่าวว่า ขยะล้น ทั้งที่เจ้าหน้าที่ได้ระดมกันเก็บมากองไว้ ก่อนที่จะนำออกนอกพื้นที่หรือฝังทำลาย อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการยับยั้ง ได้สั่งการให้หัวหน้าหน่วยงานผู้รับผิดชอบพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทุกแห่ง เพิ่มเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน และสั่งการให้ออกลาดตระเวนเข้มข้นในพื้นที่รับผิดชอบ อย่าให้มีผู้แอบลักลอบเข้ามาเก็บหาของป่าอย่างเด็ดขาด หากพบว่าหน่วยงานใดมีการปล่อยปละละเลย จะถือว่าบกพร่องต่อหน้าที่ รวมทั้งให้สายตรวจปราบปรามสายที่ 1 และฐานปฏิบัติการป้องกันรักษาป่า ให้การ สนับสนุนการป้องกันเก็บหาของป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์อย่างเข้มข้นอีกแรงหนึ่ง เน้นเรื่องการป้องปราม และประชาสัมพันธ์เป็นลำดับแรก

ด้านนายกิติพัฒน์ ธาราภิบาล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ กล่าวว่า ในรอบเดือนที่ผ่านมา อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ได้จัดชุดลาดตระเวนและคอยผลักดัน ราษฎรที่แอบเข้ามาแอบเก็บเห็ดเผาะ ออกจากพื้นที่ อย่างต่อเนื่อง โดยหากจับตัวได้ ได้ทำการเปรียบเทียบปรับมาอย่างเด็ดขาด ซึ่งขณะนี้ยอดเงินค่าปรับที่ปรับเข้ารัฐแล้วเป็นเงินกว่า 14,000 บาท โดย เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา มี 2 สามี ภรรยา แอบเข้าไปหาเห็ดแล้วเกิดหลงป่า เจ้าหน้าที่ระดมหลายร้อยนายช่วยกันตามหาตัวจนพบ และช่วยชีวิตไว้ได้ หลังจากให้น้ำและอาหารแล้ว ได้ทำการเปรียบเทียบปรับคนละ 500 บาท แล้วปล่อยตัวไป การเปรียบเทียบปรับดังกล่าว ส่วนหนึ่งได้สร้างความไม่พอใจกับกลับกลุ่มราษฎรบางกลุ่มที่มองว่าเจ้าหน้าที่ใช้กฎหมายบังคับเข้มข้นเกินไปหัวหน้าอุทยานแม่วงก์ กล่าวต่ออีกว่า ก่อนหน้า อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ได้ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่รอบๆบริเวณ มาอย่างต่อเนื่อง แต่ปรากฏว่าส่วนหนึ่งมีราษฎรจากต่างจังหวัด เข้ามาในพื้นที่ด้วย จากนี้ไป อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จะใช้มาตรการเข้มข้นขึ้น แต่ก็จะเน้นมาตรการป้องปราม ตามที่ ผอ. สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) สั่งการไว้ โดยจะจัดชุดตรึงแนวเขตที่ล่อแหลม ไม่ให้ราษฎรเข้า เว้นแต่หากมีผู้ดื้อดึง ไม่ฟัง ส่วนหนึ่งเพราะราษฎรเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า พ. ร. บ. อุทยานแห่งชาติ พ. ร. บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปี 2562 ซึ่งเป็น พ. ร. บ. ใหม่ สามารถเข้าไปเก็บหาของป่าได้ แต่ข้อเท็จจริงกฎหมาย ลูกยังไม่ออก ยังไม่สามารถอนุญาตให้เก็บหาของป่าได้ หากตรวจพบจะดำเนินคดีตามกฎหมาย

วิทยา จตุรภาค ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดกำแพงเพชร

เที่ยวฟรีตลอดเดือน สวนสัตว์นครราชสีมาเปิดบริการแล้ว พร้อมมาตรการ “Zoo New Norm” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เที่ยวฟรีตลอดเดือน สวนสัตว์นครราชสีมาเปิดบริการแล้ว พร้อมมาตรการ “Zoo New Norm”

เที่ยวฟรีตลอดเดือน สวนสัตว์นครราชสีมาเปิดบริการแล้ว พร้อมมาตรการ "Zoo New Norm"

สวนสัตว์นครราชสีมา พร้อมเปิดให้บริการเที่ยวชม “ฟรี” 15- 30 มิถุนายน 2563 ด้วยการเที่ยวชมวิถีใหม่ พร้อมมาตรการ “Zoo New Norm”

วันที่ 15 มิถุนายน 63  ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ สวนสัตว์นครราชสีมา พร้อมเปิดให้บริการเที่ยวชมฟรี ! ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2563 ถึง วันที่ 30 มิถุนายน 2563  ด้วยการเที่ยวชมวิถีใหม่ พร้อมมาตรการเที่ยวชม “Zoo New Norm” โดยต้องจองการเข้าชม ล่วงหน้า ผ่านทางโทรศัพท์ หรือ แอพพลิเคชั่นของสวนสัตว์ https://www.eventpop.me/e/9040/zoothailand เท่านั้น  โดยพบว่าบรรยากาศวันแรกมีนักท่องเที่ยวที่ทราบข่าว  ได้มาชมที่สวนสัตว์ซึ่งส่วนใหญ่พบว่ามากันเป็นครอบครัว   

นายณรงวิทย์ ชดช้อย รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา แจ้งว่า สวนสัตว์นครราชสีมา พร้อมเปิดให้บริการเที่ยวชมฟรี เพื่อเป็นการคืนความสุข ให้แก่ นักท่องเที่ยว (ค่าธรรมเนียมจอดรถเสียตามปกติ) ตั้งแต่ วันที่  15  มิถุนายน 2563 ถึง วันที่ 30 มิถุนายน 2563 ทั้งนี้ ในการเข้าชมสวนสัตว์ ได้จำกัดจำนวนผู้เข้าชมสวนสัตว์ วันละไม่เกิน 2,000 คน  โดยต้องจองการเข้าชม ล่วงหน้า ผ่านทางโทรศัพท์ เบอร์ 083-3720404 หรือ แอพพลิเคชั่น ของสวนสัตว์ https://www.eventpop.me/e/9040/zoothailand เท่านั้น

สำหรับจองบัตรล่วงหน้า ผ่านระบบ Eventpop ตามขั้นตอนต่อไปนี้ 1. การจอง 1 ครั้ง จองได้สูงสุด 9​ คน ต้องกรอกข้อมูลจริงของแต่ละคนด้วย 2. ข้อมูลที่ต้องกรอก ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล / อีเมล / เบอร์โทรศัพท์ 3. เมื่อการจองเสร็จสิ้น ลูกค้าจะได้รับคำยืนยันจาก Eventpop หมายถึง การจองสมบูรณ์ สามารถใช้สิทธิ์ได้ 4. การตรวจสอบสถานะการจอง >> ตรวจสอบผ่านแอพ และได้รับอีเมลยืนยันจากระบบ 5. การใช้สิทธิ์ (วันที่มาเที่ยว) แสดงคิวอาร์โค้ดที่ได้รับจาก Eventpop ให้เจ้าหน้าที่หน้าประตูตรวจสอบ  6. กรณีลูกค้าจองมาแล้ว ต้องการแก้ไขข้อมูล ไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้ 7. สำหรับสมาชิกบัตรสโมสรผู้รักสวนสัตว์ ให้สิทธิ์เข้าชมได้โดยไม่ต้องผ่านการจองในระบบ Eventpop เป็นกรณีพิเศษ   ฟรี ! ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2563 ถึง วันที่ 30 มิถุนายน 2563 ด้วยการเที่ยวชมวิถีใหม่ พร้อมมาตรการเที่ยวชม “Zoo New Norm” สอบถามเพิ่มเติมฝ่ายพัฒนาธุรกิจและประชาสัมพันธ์ 044-934537-8 / 083-3720404

ไพฑูรย์ คาบพิมาย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครราชสีมา