BOY LONDON แฟล็กชิพสโตร์ใหม่ที่เข้าใจสาย Street Fashion

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/676219

วันที่ 21 ก.พ. 2565 เวลา 14:55 น.BOY LONDON แฟล็กชิพสโตร์ใหม่ที่เข้าใจสาย Street Fashion

อัพเดทเทรนด์แนวสตรีทแฟชั่นกับแบรนด์ “BOY LONDON” แฟล็กชิพสโตร์ที่พร้อมมอบความสนุกในการแต่งตัวให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสถึง Street Fashion เปิดอย่างเป็นทางการแล้ว

เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ สยามเซ็นเตอร์ The Ideaopolis ศูนย์กลางแห่งจินตนาการไร้ขีดจำกัดในทุกศาสตร์แห่งสุนทรี พร้อมสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับทุกคนได้ทุกวัน ตอกย้ำพื้นที่แห่งเทรนด์เซตเตอร์สุดล้ำ อัพเดทเทรนด์แนวสตรีทแฟชั่นกับแบรนด์ “BOY LONDON” เปิดอย่างเป็นทางการแล้วที่ ชั้น M สยามเซ็นเตอร์

“BOY LONDON” แฟล็กชิพสโตร์คอนเซ็ปต์ใหม่ล่าสุดแห่งแรกในประเทศไทย ตกแต่งร้านทันสมัยดีไซน์เท่พร้อมให้ทุกคนมาเปิดประสบการณ์ใหม่ มอบความสนุกในการแต่งตัวที่จะทําให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสถึง Street Fashion ที่ผสมผสานกับ Street Art อย่างลงตัว กับดีไซน์ที่มีความทันสมัย ที่ดึงดูดทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ TWISTER

พิเศษ!!เพื่อให้สมกับที่ สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ เป็นเดสติเนชั่นที่ไม่มีขีดจำกัดในการใช้อิสระทางด้านความคิด แบรนด์ BOY LONDON จัดคอลเลคชั่นพิเศษสำหรับทีนเอจในสยามเซ็นเตอร์โดยเฉพาะกับ “BEAR COLLECTION” เสื้อสีชมพูสกรีนลายหมี ลิมิเต็ดเอดิชั่นเฉพาะที่นี่ที่เดียว ในแบบ Absolute Siam เท่านั้น

นอกจากนี้ ยังพบกับคอลเลคชั่นอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งเสื้อยืดสุดเท่แบบสีดำทั้งตัวสำหรับคนชอบแบบ All black, กางเกงขายาวสุดชิคที่ใส่กับลุคไหนก็เข้ากัน, คนรักฮู้ดดี้ เสื้อแขนยาวห้ามพลาด หรือแม้แต่กระเป๋าสะพายสุดฮอต กระเป๋าเป้ที่เสริมลุคเท่ได้อย่างลงตัว และอื่นๆอีกมากมาย ที่จะทำให้ปรากฎการณ์การสร้างแรงบันดาลใจในการแต่งตัวสนุกได้ทุกวัน

มาสนุกกับการช้อปได้แล้วที่แบรนด์ “BOY LONDON” ชั้น M สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Siam Center

Disaya Vacationist ชวนสาวๆ อวดลุคที่ใช่ท้าลมร้อน กับคอลเลกชั่นใหม่ Sailing to Positano

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/676214

วันที่ 21 ก.พ. 2565 เวลา 13:35 น.Disaya Vacationist ชวนสาวๆ อวดลุคที่ใช่ท้าลมร้อน กับคอลเลกชั่นใหม่ Sailing to Positano

เซเลบริตี้สาวสวยยกก๊วนลั้นลาทะเลอันดามัน พร้อมอวดลุคที่ใช่ภายใต้แบรนด์แฟชั่น Disaya Vacationist เสื้อผ้าสไตล์รีสอร์ทแวร์ที่บอกเล่าการใช้ชีวิตของผู้หญิงที่รักการท่องเที่ยว สะท้อนไลฟ์สไตล์ความเป็นตัวของตัวเอง กับคอลเลกชั่นใหม่ “Sailing to Positano”

ช่วงนี้บ้านเราอุณหภูมิไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงฤดูกาลเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ซัมเมอร์ ช่วงเวลาแห่งสีสันและความมีชีวิตชีวา ชวนให้หลายคนอยากออกไปสัมผัสรสชาติของการท่องเที่ยวพักผ่อน เช่นเดียวกับบรรดา ซุป’ตาร์สาวและเหล่าเซเลบริตี้ที่ตบเท้าพากันไปลั้นลาท้าลมร้อน พร้อมอวดลุคที่ใช่ภายใต้แบรนด์แฟชั่น Disaya Vacationist (ดิษยา วาเคชันนิสต์) เสื้อผ้าสไตล์รีสอร์ทแวร์ที่บอกเล่าการใช้ชีวิตของผู้หญิงที่รักการท่องเที่ยวและแต่งตัวเพื่อสะท้อนไลฟ์สไตล์ความเป็นตัวของตัวเอง กับคอลเลกชั่นใหม่ “Sailing to Positano” ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเสน่ห์ของสถานที่และไลฟ์สไตล์ของผู้คนในเมือง Positano ประเทศอิตาลี ผ่านลายผ้าน่ารักๆ ทั้งลายนางเงือกแหวกว่ายโต้ฟองคลื่น ลายกระเบื้องเคลือบโทนสีฟ้า-ขาว และลายชุดยูนิฟอร์มนักเดินเรือ ส่งให้สาวๆ สดใสมีชีวิตชีวาบนเรือหรู “Andaman Passion” (อันดามันแพชชั่น) ที่พาล่องโต้คลื่นทะเลอันดามัน ภูเก็ต รับวันสบายๆ

สำหรับคอลเลกชั่นใหม่ Sailing to Positano ได้แรงบันดาลใจมาจากเสน่ห์ของสถานที่และไลฟ์สไตล์ของผู้คนในเมือง Positano ประเทศอิตาลี ผ่านลายผ้าน่ารักๆ ทั้งลายนางเงือกแหวกว่ายโต้ฟองคลื่น ลายกระเบื้องเคลือบโทนสีฟ้า-ขาว และลายชุดยูนิฟอร์มนักเดินเรือ ส่งให้สาวๆ สดใสมีชีวิตชีวาบนเรือหรู “Andaman Passion” (อันดามันแพชชั่น) ที่พาล่องโต้คลื่นทะเลอันดามัน ภูเก็ต รับวันสบายๆ

เริ่มกันที่นางเอกสาวลุคสดใส มิ้นต์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง ชื่นชอบเสื้อผ้าไปทะเลสไตล์เรียบๆ สีสันไม่ฉูดฉาดมาก แต่ขอแอบมีดีไซน์เซ็กซี่เล็กๆ เพื่อความสดใสมีชีวิตชีวา อย่างชุดลายลูกไม้สีชมพูของ Disaya Vacationist ลุคนี้ทำให้สาวมิ้นต์ดูสวยหวานน่ารัก ด้วยเนื้อผ้าบางเบาลาย Stripe สีขาวสลับแดงที่ถ่ายทอดออกมาผ่านการตัดต่อผ้าลูกไม้สลับสี และการวางแถบลูกไม้ลงไปบนผ้าสีพื้นเพื่อให้เกิดเป็นลายทาง แม้จะดูเรียบๆ แต่มีเสน่ห์ชวนมองไม่น้อย

เช่นเดียวกับสาวหน้าหวาน บัว-นลินทิพย์ สกุลอ่องอำไพ ยอมรับว่าก่อนหน้านี้เน้นแฟชั่นเรียบๆ สีเอิร์ทโทน หรืออยู่ในเซฟโซน แต่พักหลังเวลาไปลั้นลาชายทะเล การเลือกไอเทมที่มีสีสันแมทช์กับท้องฟ้า หาดทราย หรือน้ำทะเลก็ทำให้ดูสนุกขึ้น จึงชอบเสื้อผ้าที่มีสีสันพร้อมแว่นกันแดดที่เข้ากับรูปหน้า และชุดลายกระเบื้องเคลือบสีฟ้าลุคนี้ ก็ทำให้ดูเป็นสาวหวานปนเซ็กซี่เบาๆ เพราะเนื้อผ้าสวมใส่สบายแต่งเติมด้วยแอคเซสเซอรี่โซ่สีทองพร้อมจิลเวลรี่ทั้งไข่มุก ปลาดาว เปลือกหอย ห้อยระย้า เพิ่มความเฟมินีน เป็นไอเทมรับซัมเมอร์ที่หนุ่มๆ ต้องเหลียวมอง

มาที่นางเอกสาวมีตำแหน่งการันตีความงาม ปุ๊กลุก-ฝนทิพย์ วัชรตระกูล เวลาไปลั้นลาชายทะเลไอเท็มที่ต้องมีคือกล้องถ่ายรูปกับเสื้อผ้าสวยๆ ที่มีความพลิ้วไหวสะบัดไปตามแรงลมโทนสีขาว ชมพู หรือฟ้าอ่อนๆ สำหรับลุคนี้ เป็นเสื้อเปิดไหล่พอดีตัวเข้าคู่กับกระโปรงยาวลายลูกไม้สีน้ำเงินเข้มสลับขาว กับดีไซน์โชว์แผ่นหลังแอบเซ็กซี่เล็กๆ เป็นไอเท็มเรียบหรูและเต็มไปด้วยรายละเอียดน่ารักๆ ที่ส่งให้สาวปุ๊กลุ๊กโดดเด่นน่าค้นหา

อีกหนึ่งสาวสวยระดับนางงาม น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์ สาวหน้าคมคนนี้มีใบหน้าและรูปร่างที่สะกดทุกสายตา เพราะฉะนั้นแว่นตากันแดดและบิกินีจึงเป็นไอเทมที่ต้องพกติดตัวไว้เสมอเวลาไปเที่ยวทะเล และ Disaya Vacationist ก็เป็นอะไรที่ตอบโจทย์ เพราะมีความกรุยกรายเล่นกับสายลมเวลาโพสท์ท่าถ่ายรูป อย่างชุดนี้เป็นกางเกงขาสั้นเข้าคู่กับเสื้อทรงยูนิฟอร์มของนักเดินเรือ โดดเด่นด้วยลวดลายนางเงือกแหวกว่ายใต้ท้องทะเล อีกทั้งโทนสีน้ำเงินเข้มก็เข้ากับบรรยากาศการเที่ยวทะเล ทำให้ดูมีเสน่ห์ชวนมอง

สำหรับดาราสาวลุคเปรี้ยวจี๊ด โม-มนชนก แสงฉายเพียงเพ็ญ เวลาไปเที่ยวทะเลมักไม่ลืมไอเทมเสริมความมั่นใจอย่างแว่นตากันแดด ต่างหู และชุดที่มีดีไซน์เรียบเก๋ สีสันเข้ากับบรรยากาศของการพักผ่อน แต่จะมีลิมิตของความเซ็กซี่ อาจจะเปิดไหล่หรือโชว์แผ่นหลังหรือหน้าท้องเล็กๆ เพื่อความมีชีวิตชีวา ลุคนี้เป็นเสื้อสายเดี่ยวแบบทูพีช เข้าคู่กับกางเกงทรงหลวมเนื้อผ้าพลิ้วไหวพร้อมลวดลายนางเงือกเล่นน้ำท่ามกลางปะการังและเปลือกหอย ใส่แล้วรู้สึกว่าเป็นตัวเองมาก มั่นใจ มีความทะมัดทะแมง และสีสันที่สดใสก็เข้ากับซัมเมอร์เมืองไทยมากๆ

ปิดท้ายที่สาวไซส์เล็กลุคน่ารักสดใส แจม–ชรัฐฐา อิมราพร ชอบชุดไปทะเลที่มีเนื้อผ้าพลิ้วไหลบางเบา และมีความกรุยกราย และต้องมีบิกินี่ที่เข้ากับรูปร่างไว้เล่นน้ำด้วย แต่ไม่ลืมเซฟตัวเองด้วยผ้าคลุมพลิ้วๆ สีสันสดใส สำหรับ Disaya Vacationist ลุคนี้ชื่นชอบลายผ้าเป็นพิเศษ เพราะมีความสนุกสนานเต็มไปด้วยปลาน้อยใหญ่แหวกว่าย พร้อมแอ็คเซสเซอรี่เป็นโซ่สีทองคล้องไหล่ เกาะเกี่ยวด้วยปลาดาว เปลือกหอย ไข่มุก มีความเก๋และเป็นเครื่องประดับไปในตัว ช่วยเสริมความเป็นผู้หญิงสไตล์ดิษยาที่รักธรรมชาติ สายลม และแสงแดด สาวคนไหนที่ชื่นชอบไอเทมสบายๆ มีความเก๋ไก๋ชวนมองซัมเมอร์นี้ต้องไม่พลาด!

พบกับ Disaya Vacationist “Sailing to Positano” ได้ที่ DISAYA Boutiques ทุกสาขา หรือทางช่องทางออนไลน์ www.disaya.com, Line Official Account / Instagram @disaya.vacationist

#DisayaVacationist

#SailingtoPositano

#Amazingthailand

#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

#BanyanTreeVeyaPhuket

#SolisterPR

ครบรอบ 16 ปี WALTZ ชวนอายแวร์เลิฟเวอร์ช็อปแว่นตาพรีเมียมในแหล่งรวมสุดยอดแว่นหรูระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/676188

วันที่ 21 ก.พ. 2565 เวลา 09:25 น.ครบรอบ 16 ปี WALTZ ชวนอายแวร์เลิฟเวอร์ช็อปแว่นตาพรีเมียมในแหล่งรวมสุดยอดแว่นหรูระดับโลก

ช็อปแว่นตาระดับพรีเมียม WALTZ สาขา Siam Paragon ฉลองครบรอบ 16 ปี สร้างตำนานบทใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Thriving Heritage” รวมสุดยอดแว่นหรูระดับโลกให้สัมผัสแบบเอ็กซ์คลูซีฟครั้งแรกในไทย วันนี้ – 28 ก.พ. 2565

อีกหนึ่งตำนานแห่งลักซ์ชัวรีไลฟ์สไตล์ WALTZ ช็อปแว่นตาระดับพรีเมียมแถวหน้าของประเทศไทย ที่รวบรวมแบรนด์แว่นตาหรูระดับลักซ์ชัวรีชั้นนำของโลก จัดงานแถลงข่าวฉลองครบรอบ 16 ปี พร้อมเผยเรื่องราวที่ไม่เคยบอกเล่าที่ไหนมาก่อน ภายใต้คอนเซปต์ กับ “WALTZ The Thriving Heritage” ภายในงานพบสุดยอดแบรนด์แว่นตาหรูชั้นนำของโลกที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น The Best of ในแต่ละสาขา พร้อมเผยโฉมแบบเอ็กซ์คลูซีฟให้เป็นเจ้าของที่แรกก่อนใคร!! ตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ร้าน WALTZ สาขา Siam Paragon ชั้น 2

นายแพทย์สุวิช รัตนศิรินทรวุธ ผู้ก่อตั้งบริษัท วอชิงตัน พารากอน จำกัด และเจ้าของร้านแว่นตาสุดหรู WALTZ เผยว่า “WALTZ เริ่มต้นธุรกิจจากประสบการณ์ในวงการแว่นตาที่ถ่ายทอดกันมากว่า 70 ปี จากรุ่นสู่รุ่น จากจุดกำเนิดการขายแว่นแบบหาบเร่แผงลอย ก่อนกลายมาเป็นธุรกิจขายส่ง ธุรกิจนำเข้าเกี่ยวกับแว่นตาใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ทั้งยังมีส่วนร่วมในการสร้างมาตรฐานวิชาช่างแว่นตาเพื่อผลิตช่างแว่นตาให้กับประเทศไทยอย่างแพร่หลายจวบจนถึงปัจจุบัน ถ่ายทอดสู่แรงบันดาลใจในการสร้างร้านแว่นตาที่รวมแบรนด์ luxury ชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมการยกระดับคุณภาพร้านแว่นกับการบริการวัดสายตาโดยนักทัศนมาตรผู้เชี่ยวชาญเรื่องสายตาโดยเฉพาะ ควบคุมมาตรฐานทั้งหมดโดยจักษุแพทย์ผู้มากประสบการณ์

ด้วยประสบการณ์ในการทำงานกว่า 30 ปี ในสายงานของจักษุแพทย์ ทำให้เราได้ค้นพบมาตรฐานที่ลงตัวในการสร้าง WALTZ ให้เป็นร้านแว่นที่ตอบโจทย์ผู้มีปัญหาสายตาและต้องการแว่นคุณภาพอย่างแท้จริง โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการวัดสายตาที่ถูกต้อง การเลือกแว่นที่เหมาะสมกับสรีระและค่าสายตา การคำนวณค่าองค์ประกอบต่างๆของแว่นเมื่ออยู่บนใบหน้า การประกอบเลนส์ที่ต้องอาศัยความแม่นยำ และการดัดแว่นให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีและใส่สบาย สิ่งเหล่านี้ทำให้ลูกค้าได้ประสบการณ์การทำแว่นที่ดีที่สุดที่ WALTZ” 

ด้าน นายณภัทร์ รัตนศิรินทรวุธ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอชิงตัน พารากอน จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมา WALTZ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง ในการเป็นผู้นำในการนำเสนอแว่นแบรนด์เนม เทคโนโลยีเลนส์ระดับเวิลด์คลาส ตลอดจนมาตรฐานการวัดสายตาที่ทันสมัยดูแลโดยที่จักษุแพทย์อย่างใกล้ชิด นอกจากแว่นแบรนด์เนมชื่อดังที่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปแล้ว WALTZ ยังเป็นผู้บุกเบิกในการนำเสนอแบรนด์แว่นตาคุณภาพจากทั่วทุกมุมโลกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเรื่องราวของแบรนด์ที่ถ่ายทอดผ่านการออกแบบแว่นได้อย่างน่าสนใจให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ กว่า 50 แบรนด์ชั้นนำ นอกจากแบรนด์แว่นตาชั้นนำแล้ว WALTZ ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีเลนส์มาโดยตลอด โดยร่วมมือกับบริษัทเลนส์แว่นตาระดับโลกอย่าง Rodenstock และ Essilor ในการนำเทคโนโลยีที่ดีที่สุดมานำเสนอและปรับใช้ให้เข้ากับกระบวนการวัดตาตามมาตรฐานของ WALTZ ยกตัวอย่างเช่น การปฏิวัติเทคนิคการวัดสายตา ที่ไม่ได้วัดเพียงค่าสายตาเหมือนร้านทั่วไป แต่วัดไปถึงสรีระของดวงตาอย่างความโค้งกระจกตาและความลึกของลูกนัยน์ตาที่แต่ละคนจะมีค่าเหล่านี้ที่ไม่เท่ากัน WALTZ นับเป็นที่แรกๆในเมืองไทยที่นำเสนอนวัตกรรมใหม่ล่าสุดนี้ให้ลูกค้าของเราได้สัมผัสก่อนใคร เพื่อให้บริการกลุ่มลูกค้าที่มีปัญหาด้านสายตา และต้องการแว่นสายตาที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการใช้งานของลูกค้าได้ในทุกโอกาส ทำให้เราได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทุกระดับเป็นอย่างดี ตลอดระยะเวลากว่า 16 ปี

ในอนาคต เราต้องการทำให้ WALTZ กลายเป็นร้านแว่น Luxury ชั้นนำที่คนทั่วโลกรู้จัก โดยในอนาคตอันใกล้เรามีแผนที่จะขยายสาขาในต่างประเทศ อาทิเช่น สิงคโปร์ และฮ่องกง รวมถึงการเพิ่มความหลากหลายของสินค้า เช่น แว่นทองคำฝังเพชรที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป หรือ แว่น Haute couture ที่ใช้เวลาการผลิตตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปตามความต้องการของลูกค้า และการพัฒนาบุคลากรอย่างไม่หยุดหย่อน เพื่อให้แบรนด์ WALTZ เป็นแบรนด์ร้านแว่นที่มีชื่อเสียงทัดเทียมระดับโลก”

สำหรับไอเทมสุดพรีเมียมแบรนด์แว่นหรูระดับเวิลด์คลาสที่นำมาจัดแสดงเป็นไฮไลต์พิเศษในงานกว่า 7 แบรนด์ดังที่ถูกคัดสรรมาโดยเฉพาะ สำหรับแบรนด์ที่เรียกได้ว่ายอดเยี่ยมที่สุดในแต่ละสาขา อาทิ LOTOS, Götti, LINDBERG, TVR (True Vintage Revival), MASUNAGA, JMM และ KUBORAUM เพื่อเติมเต็มความหลากหลายตอบโจทย์เหล่าแฟชั่นนิสต้าผู้ชื่นชอบและหลงใหลในโลกแฟชั่นและความเป็นเอกลักษณ์ของแว่นตาคุณภาพจากทั่วทุกมุมโลก ให้การเลือกช้อปปิ้งแว่นตาสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ซึ่งกลุ่มลูกค้าสามารถเลือกซื้อแว่นตา เลนส์ ตลอดจนมาตรฐานการวัดสายตาจากผู้เชี่ยวชาญและแบรนด์ชั้นนำที่ถูกคัดสรรมาโดยเฉพาะที่ WALTZ เท่านั้น

·      The Best of Precious – LOTOS แบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 140 ปี จากประเทศเยอรมนี ทรงคุณค่าด้วยเพชรและทองคำ18K ที่ประดับบนตัวแว่น ประกอบกับงานฝีมือที่ใครเห็นแล้วล้วนต่างหลงใหล LOTOS คือแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกและกวาดรางวัลมากมายในเวทีระดับนานาชาติ

·   The Best of Elegance  – Götti แบรนด์แว่นจากสวิตเซอร์แลนด์พร้อมนวัตกรรมล้ำสมัยที่โดดเด่นด้วยดีไซน์มินิมอล และเอกลักษณ์ของกรอบเจาะที่ไม่มีการยึดหน้าเลนส์กับขาด้วยสกรู และไม่มีการใช้กาวในการยึดติด (NO SCREW, NO GLUE)  Götti คือแว่นที่ทั่วโลกต่างให้การยอมรับในด้านการออกแบบ คว้ารางวัลมาแล้วกว่า 6 รางวัล หลักการออกแบบของแว่นตา Gotti คือการสร้างแว่นตาที่ใช้สวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน ด้วยสัดส่วนของกรอบที่มีความกลมกลืนและความซับซ้อนของเทคโนโลยีของการผลิตที่ทันสมัย ทำให้ได้รับกรอบแว่นที่มีคุณภาพรวมถึงการออกแบบที่เหนือกาลเวลา

·      The Best of Minimal Design – LINDBERG แบรนด์เพชรน้ำงามที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและสุนทรียะ กับสุดยอดแบรนด์จากประเทศเดนมาร์ก แบรนด์ที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนทั่วโลกจากหลากหลายสาขาอาชีพที่ได้รับกว่า 100 รางวัลงานดีไซน์ระดับโลก อาทิเช่น Red Dot Awards, IFF Design Awards และอื่นๆอีกมากมาย

·      The Best of Vintage – TVR (True Vintage Revival) สุดแบรนด์แว่นตาสไตล์วินเทจ จากแรงบันดาลใจในความคลาสสิคของแว่นวินเทจในยุคก่อน TVR เป็นงานฝีมือที่ใช้แม่แบบวินเทจจริงโดยช่างฝีมือตัวจริง ปลุกความคลาสสิคดั้งเดิมในคุณภาพที่ให้เกียรติงานดั้งเดิมมากที่สุด

·      The Best of Heritage – MASUNAGA แบรนด์ที่ถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับประวัติศาสตร์วงการแว่นตาญี่ปุ่นในปี 1905 แว่นของ MASUNAGA เกิดจากเป้าหมายในการทำแว่นที่ดีที่สุด โดยยังคงศิลปะการผลิตแบบดั้งเดิม อาศัยงานฝีมือจากช่างผู้เชี่ยวชาญ แว่นของ MASUNAGA มีขั้นตอนการผลิตกว่า 200 ขั้นตอน และทุกชิ้นส่วนในแว่นของ MASUNAGA ผลิตในโรงงานของตัวเอง และใช้การประกอบจากโรงงานของตัวเองเท่านั้น เพื่อให้ได้คุณภาพของแว่นตาที่ดีที่สุด

·      The Best of Craftsmanship – JMM แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมสู่งานศิลปะบนตัวแว่น JACQUES MARIE MAGE แบรนด์สัญชาติอเมริกาที่ได้นำแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรม ภาพวาดโบราณ รวมถึงการเก็บสะสมแม่พิมพ์ต่างๆจากอดีต มาสู่การออกแบบแว่นตาที่มีความเป็นเอกลักษณ์ มีความโดดเด่น ไร้ขอบเขต เปรียบเสมือนงานศิลปะ โดยทุกชิ้นได้รับความใส่ใจในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นกล่อง การ์ด ผ้าเช็ดแว่นตา รวมถึงทุกชิ้นส่วนที่อยู่ภายในกล่องที่มีรายละเอียดที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี

·      The Best of Italian artisan – KUBORAUM แนวคิดจากเบอร์ลินสู่ผลงานการผลิตของช่างฝีมือในอิตาลี่ แบรนด์ที่ผสานแนวคิดน่าตื่นเต้น และ แปลกใหม่ โดยกลุ่มผู้ก่อตั้งมีเป้าหมายจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบแว่นตาแบบเดิมๆจากกฏเกณฑ์โดยสิ้นเชิง โดยทางแบรนด์มักจะตั้งชื่อสินค้าว่า MASKS (หน้ากาก) แทนการใช้คำว่า Sunglasses (แว่นกันแดด) เพื่อปรับเปลี่ยนบุคลิกและเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้สวมใส่ได้มั่นใจกับสไตล์ของตัวเองได้อย่างโดดเด่น

อายแวร์เลิฟเวอร์ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟและจับจองเป็นเจ้าของแว่นแบรนด์หรูระดับตำนาน สินค้าลิมิเต็ด อิดิชั่น และสเปเชียล คอลเล็คชั่นจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกกว่า 50 แบรนด์ พร้อมมาตรฐานการวัดสายตาด้วยเทคโนโลยีล่าสุดโดยนักทัศนมาตรผู้เชี่ยวชาญเรื่องสายตาโดยเฉพาะ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถมาเยี่ยมชมและลองสินค้าได้ภายในงาน WALTZ 16th Year Anniversary – The Thriving Heritage พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษภายในงานนี้เท่านั้น ตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์นี้ ณ ร้าน WALTZ สาขา Siam Paragon ชั้น 2

ดินเนอร์สุดหรูที่ Uno Mas ดื่มด่ำวัฒนธรรมอาหารสเปน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/676152

วันที่ 20 ก.พ. 2565 เวลา 14:44 น.ดินเนอร์สุดหรูที่ Uno Mas ดื่มด่ำวัฒนธรรมอาหารสเปน

โพสต์ทูเดย์กินเที่ยว ชวนเช็กอินฟินกับรสชาติอาหารสเปน พร้อมชมวิวกรุงเทพแบบพาโนรามา ณ ห้องอาหารสุดหรู Uno Mas บนชั้น 54 โรงแรม Centara Grand at Central World

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

รีวิวครั้งนี้พาไปดินเนอร์หรูหราบนตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ที่ห้องอาหาร Uno Mas อิ่มเอมกับอรรถรสครบรูปแบบที่พร้อมให้ทุกคนมาสัมผัสอย่างเพลิดเพลิน รื่นรมย์กับบรรยากาศเคล้ากลิ่นอายวัฒนธรรมแดนกระทิงดุ จุใจไปกับความอร่อยของรสชาติอาหารสเปน ก่อนเอนกายพักผ่อนให้ผ่อนคลายพร้อมทอดสายตามองวิวกรุงเทพฯ จากมุมสูงที่งดงามยามพลบค่ำ เหมาะเป็นมื้ออาหารในวาระพิเศษของคู่รัก นัดพบปะ ครอบครัว หรือจะมาแฮงค์เอาท์กับเพื่อนฝูงก็น่าสน

สำหรับห้องอาหาร Uno Mas มีการตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะสไตล์มัวร์ คาบสมุทรไอบีเรีย ผสมผสานกับบรรยากาศที่ชวนให้คิดถึงร้านอาหารแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตกแต่งด้วยโทนสีฟ้าน้ำทะเลให้ความรู้สึกผ่อนคลายสไตล์ Casual Dining

ทางด้านเมนูอาหารและเครื่องดื่ม แนะนำ UNO MAS PAELLA ข้าวผัดสไตล์สเปน เมนูข้าวผัดสเปนที่โดดเด่นด้วยรสชาติเข้มข้นหอมมันที่เป็นที่ชื่นชอบของหลายคน และเพิ่มความพิเศษที่ Uno Mas คือสามารถสั่ง Paella ได้ถึงสองรสชาติในถาดเดียว

Paellas Lobster 1950.- Wild Canadian Lobster 

Uno Mas Bravas Potatoes 190.- Soft & crisp, spicy tomato sauce, aioli 

Foie Gras 590.- Pan seared, Pedro Ximenez sherry wine sauce, figs, kiko corn nut cookie

Wagyu Rib-Eye Darling Downs 500g. 2950.- Served grilled with Piquillo peppers, selection of sauces (Ideal for 2 persons)

Mussel and Chorizo Stew 490.-

Uno Mas Sunset 190.- Apple juice, pomegranate and raspberry syrup, lime juicec และ Virgin Sangria 190.- Red grape juice, fresh diced fruits

ตามมาดื่มด่ำบรรยากาศพร้อมลิ้มรสชาติอาหารสเปนเท้ๆ ได้ที่ห้องอาหาร UNO MAS บนชั้น 54 เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 16:00 – 23.00 น. (ออเดอร์สุดท้าย 22.00 น.) สำรองที่นั่งโทร 02-100-6255

ติดตามข่าวสารของห้องอาหารอูโนมาสได้ที่

เว็บไซต์: www.unomasbangkok.com

เฟซบุ๊ก: UNO MAS

อินสตาแกรม: Unomas_Bangkok

วิธีการเลือกรักษาโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่เหมาะสม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/676222

วันที่ 21 ก.พ. 2565 เวลา 15:05 น.วิธีการเลือกรักษาโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่เหมาะสม

สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย จัดเสวนา“เลือกวิธีล้างไต ได้ข้อมูลครบ พบผู้เชี่ยวชาญ” พร้อมแนะวิธีการรักษาโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่เหมาะสม

สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ร่วมกับกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมพยาบาลโรคไตแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดกิจกรรมเสวนา“เลือกวิธีล้างไต ได้ข้อมูลครบ พบผู้เชี่ยวชาญ” เผยนโยบาย “สิทธิบัตรทอง นโยบายล้างไตฟรี” จำเป็นอย่างยิ่งต้องมีความพร้อมเชิงระบบเพื่อรองรับผู้ป่วยฟอกเลือดที่อาจมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยยังคงมาตรฐานและคุณภาพ ถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดระหว่างการฟอกเลือด พร้อมแนะวิธีเลือกวิธีการรักษาโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่เหมาะสม

รศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ นายกสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยเปิดเผยว่า จากนโยบายผู้ป่วยไตสิทธิบัตรทองตัดสินใจร่วมกับแพทย์เพื่อเลือกวิธีการฟอกไตที่เหมาะสมได้ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 องค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการรักษาพยาบาลดังกล่าว มีความเห็นว่าเป็นนโยบายที่ช่วยให้ประชาชนได้เข้าถึงและมีสิทธิ์เลือกการฟอกไตที่เหมาะสมกับตน สอดคล้องกับวิถีชีวิตภายใต้บริบทข้อบ่งชี้ทางการแพทย์โดยการเลือกวิธีฟอกไตที่เหมาะสม โดยจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบด้าน ทั้งนี้จากนโยบายฯ ดังกล่าวจำเป็นอย่างยิ่ง ต้องมีความพร้อมเชิงระบบเพื่อรองรับผู้ป่วยฟอกเลือดที่อาจมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยยังคงมาตรฐานและคุณภาพถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดระหว่างการฟอกเลือดทุกฝ่าย จึงมีความเห็นร่วมกันเพื่อให้การดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวอย่างมีประสิทธิผล จึงจัดกิจกรรมเสวนาให้ความรู้แก่ประชาชนและผู้ป่วยโรคไต ในหัวข้อ “เลือกวิธีล้างไต ได้ข้อมูลครบ พบผู้เชี่ยวชาญ” ขึ้น และเพื่อให้การดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวอย่างมีประสิทธิผล ควรดำเนินการ ดังนี้

1.ให้ความสำคัญกับมาตรฐานและคุณภาพของการฟอกไตไม่น้อยไปกว่าปริมาณ โดยคงมาตรฐานการรักษาโดยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมที่ได้ถือปฏิบัติมานาน และสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยจะได้เร่งการตรวจรับรองคุณภาพของศูนย์ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม พร้อมดำเนินการปรับเกณฑ์การรับรองมาตรฐาน ภายใต้คณะอนุกรรมการตรวจรับรองมาตรฐานการรักษาโดยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (ตรต.) ของแพทยสภา

2.ขยายการฝึกอบรมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและพยาบาลวิชาชีพ เพื่อเพิ่มบุคลากรในระบบที่ยังขาดแคลน รวมทั้งประสานกับราชวิทยาลัยศัลยแพทย์ฯ เร่งการผลิตศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการทำเส้นเลือดฟอกไต

3.สร้างแนวปฏิบัติในการเริ่มการบำบัดทดแทนไตทั้ง 2 วิธี คือการฟอกเลือดและการล้างไตทางช่องท้อง และมีการนำไปใช้เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยได้รับข้อมูลการฟอกไตทั้ง 2 วิธีอย่างครอบคลุม

รศ.นพ.สุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าการบำบัดทดแทนไต ที่เป็นประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่าย ประหยัดงบประมาณของรัฐ คือการให้ผู้ป่วยที่ได้รับการฟอก ไม่ว่าฟอกเลือดหรือล้างไตทางช่องท้อง ได้รับการปลูกถ่ายไตให้ไวที่สุด เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและไม่ต้องพึ่งพิงการฟอกไปตลอดชีวิต แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันมีจำนวนอวัยวะไตบริจาคจากผู้เสียชีวิตเฉลี่ยปีละ 500 ไต ซึ่งไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้ป่วยฟอกไตที่มีจำนวนหลักแสน ดังนั้นควรรณรงค์การบริจาคไต และให้ความสำคัญกับการปลูกถ่ายไตควบคู่กันไป และในขณะเดียวกันควรป้องกันไม่ให้ประชาชนชาวไทยต้องมาป่วยเป็นโรคไตและต้องฟอกไต ด้วยการปรับพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ ลดการบริโภคเค็ม หลีกเลี่ยงการรับประทานยาแก้อักเสบปวดข้อ (NSAIDs) และยาสมุนไพร โดยไม่จำเป็น และท้ายที่สุดภาคีองค์กรฯ จะเร่งดำเนินการสำรวจความพร้อม ศักยภาพ และหนทางการปฏิบัติเพื่อสนองนโยบายรัฐต่อไป

ด้าน พญ.ศศิธร คุณูปการ อายุรแพทย์โรคไต สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย กล่าวถึงวิธีการเลือกรักษาโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่เหมาะสมว่า เมื่อก้าวเข้าสู่ไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย การทำงานของไตจะลดลงอย่างมาก จนทำให้คนไข้มีอาการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ตัวบวม ปัสสาวะออกน้อย หายใจเหนื่อยหอบ เป็นต้น การรักษาหลักในระยะนี้คือ “การรักษาบำบัดทดแทนไต” เพื่อให้คนไข้สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีและอายุที่ยืนยาว การบำบัดทดแทนไตแบ่งได้เป็น 3 วิธี ได้แก่ 1.การฟอกไตทางหน้าท้อง (Peritoneal Dialysis :PD) คือ การบำบัดทดแทนไตโดยอาศัยผนังในช่องท้องเป็นตัวกรองในการแลกเปลี่ยนเอาของเสียของจากร่างกาย โดยคนไข้จะต้องได้รับการผ่าตัดวางสายทางหน้าท้องเพื่อเป็นทางนำน้ำยาล้างไตเข้า-ออกจากร่างกาย วิธีนี้สามารถทำเองได้ที่บ้าน แบ่งได้เป็น 2 แบบย่อย คือ ทำด้วยตัวเองหรือใช้เครื่องอัตโนมัติ

  • ข้อดี คือ คนไข้สามารถทำเองได้ที่บ้านวันละ 4 รอบ หรือทำวันละครั้งตอนนอนหากใช้เครื่อง ไม่ต้องเดินทางมารพ. บ่อยๆ ความเสี่ยงของการเกิดความดันตกระหว่างฟอกมีน้อย และมีโอกาสติดเชื้อน้อยมากหากทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง
  • ข้อเสีย คือ การเดินทางไปพักที่อื่นๆ เช่นนอนรพ. ต้องพกเอาน้ำยาล้างไตไปด้วย และหากทำผิดขั้นตอนหรือมีการปนเปื้อนก็มีโอกาสติดเชื้อได้

2.การฟอกไตทางเส้นเลือด (Hemodialysis :HD) คือ การนำเลือดออกจากเส้นเลือดที่ผ่าตัดไว้หรือผ่านทางเส้นฟอกไตแบบชั่วคราวและแบบกึ่งถาวร ผ่านตัวกรองและเครื่องไตเทียม โดยคนไข้มีความจำเป็นต้องมารพ.2-3 ครั้ง/สัปดาห์ หรือมากกว่าหากมีปัญหาเพิ่มเติม

  • ข้อดี คือ ไม่ต้องทำเอง อาศัยพยาบาลไตเทียมที่ได้รับการอบรมอย่างเชี่ยวชาญในการให้การรักษาพยาบาล สามารถกำหนดปริมาณน้ำออกจากร่างกายได้ ใช้เวลาน้อยกว่า/วัน (เฉลี่ย 4ชม./ครั้ง/วัน)
  • ข้อเสีย คือ ต้องเดินทางไปรพ. /คลินิกไตเทียมบ่อย เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง มีปัญหาความดันตกได้ง่าย หรือหากมีโรคประจำตัวรุนแรง เช่น โรคหัวใจ ก็อาจมีความเสี่ยงความดันตก หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะเพิ่ม อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงของการการติดเชื้อผ่านทางสายฟอกเลือดทั้งแบบชั่วคราวและแบบกึ่งถาวร หากดูแลรักษาสายฟอกไตผิดวิธีหรือใช้นานเกินกำหนด

3.การปลูกถ่ายไต (Kidney transplantation :KT) เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเพิ่มคุณภาพชีวิตและยืดอายุขัยของคนไข้ไตเรื้อรังระยะสุดท้ายได้ยืนยาว โดยสามารถแบ่งเป็นการปลูกถ่ายไตจากผู้บริจาคมีชีวิต (เครือญาติ สามี ภรรยา) หรือผู้บริจาคสมองตาย

  • ข้อดี คือ การรักษาวิธีนี้ทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติที่สุด ไม่จำเป็นต้องอาศัยเครื่องมือฟอกไตในการดำเนินชีวิต
  • ข้อเสีย คือ ต้องได้รับยากดภูมิคุ้มกันตลอดระยะเวลาที่ไตบริจาคยังทำงานอยู่ ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อเพิ่มขึ้น อาจมีข้อแทรกซ้อนระหว่างผ่าตัด เช่นการเสียเลือด การปฏิเสธอวัยวะ เป็นต้น และการรอคอยอวัยวะเป็นระยะเวลานานเนื่องจากผู้บริจาคมีจำนวนน้อยกว่าผู้รอรับซึ่งยังคงเป็นปัญหาที่สำคัญในประเทศไทย

การเลือกวิธีบำบัดทดแทนไตทั้งสามวิธีนั้น ต้องคำนึงถึงปัจจัยรอบด้าน ได้แก่ โรคประจำตัวของคนไข้ ภาระในการเดินทางไป-กลับสถานพยาบาล ความเชี่ยวชาญของบุคลากรของสถานพยาบาลใกล้บ้าน และความเห็นจากทีมแพทย์ผู้ดูแล โดยทั้งสามวิธีที่กล่าวข้างต้นคนไข้สามารถใช้สิทธิ์ สปสช.ในการรักษาได้ การที่มี “นโยบายล้างไตฟรี” นอกเหนือจากการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาแล้ว ยังต้องคำนึงถึงคุณภาพและมาตรฐานในการรักษาที่ถูกต้องตามหลักวิชาการด้วย ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญในการฟอกเลือดยังมีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี ซึ่งทางสมาคมโรคไตฯ ก็ได้ตระหนักในจุดนี้ จึงมีแนวทางในการขยายการฝึกอบรมแพทย์และพยาบาลวิชาชีพเพื่อรองรับผู้ป่วยในอนาคต ในส่วนของทางภาครัฐควรมีนโยบายสนับสนุนการบริจาคอวัยวะและการเข้าถึงการปลูกถ่ายไตให้มากขึ้น โดยมีการให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและเชิญชวนให้ประชาชนบริจาคอวัยวะ ผ่านทั้งช่องทางสื่อต่างๆ หรือการประชาสัมพันธ์ผ่านหน่วยราชการ และที่สำคัญที่สุดคือการป้องกันการเกิดโรคไตวายเรื้อรังในประชาชน เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาวและยั่งยืนที่สุด

8 เหตุผลที่บอกว่าคนควรทานโปรตีนจากพืช

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/676133

วันที่ 20 ก.พ. 2565 เวลา 12:20 น.8 เหตุผลที่บอกว่าคนควรทานโปรตีนจากพืช

ชีวิตที่เลือกได้ของสายวีแกน มารู้ให้ชัด 8 เหตุผลที่ควรทานโปรตีนจากพืช

เพราะสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์จึงเป็นเหมือนด่านแรกในการดูแลตัวเองที่ตรงจุด โดยปัจจุบันคนไทยหันมาศึกษาและสนใจสูตรอาหาร “วีแกน” มากขึ้น ซึ่งเป็นการเลือกรับประทานอาหารที่ปราศจากเนื้อสัตว์ นอกจากผักและผลไม้ที่เลือกรับประทานได้แล้ว  โปรตีนที่ได้จากพืชนั้นยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูงต่อร่างกาย โดยมีเกร็ดความรู้ 8 เหตุผลที่ควรทานโปรตีนจากพืชมาบอกต่อ เพื่อการมีสุขภาพที่แข็งแรง และได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอตามที่ร่างกายต้องการ

1. เพราะวัตถุดิบที่เลือกทานอย่างพืชตระกูลถั่ว เช่น ถัวเหลือง และถั่วลันเตา ให้ปริมาณโปรตีนเข้มข้นสูง ร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้สูงสุดเทียบเท่าโปรตีนจากไข่ขาวและนม ซึ่งเป็นโปรตีนจากสัตว์ โดยการทานโปรตีนจากพืชในชนิดไอโซเลทเป็นโปรตีนบริสุทธิ์ที่แยกไขมันและน้ำตาลออก แตกต่างจากน้ำเต้าหู้ทั่วไปทำให้มีโปรตีนเข้มข้นสูง ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. สามารถดูดซึมและย่อยง่าย ซึ่งระบบการย่อยอาหารเป็นสิ่งสำคัญต่อร่างกาย เพื่อให้อวัยวะต่างๆ ภายในระบบย่อยอาหารทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ และดูดซึมสารอาหารให้ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างครบถ้วน ควรคำนึงถึงการทานอาหารที่ช่วยให้ระบบย่อยอาหารไม่ทำงานหนักเกินไป ทำให้คนรักสุขภาพหันมาเลือกทานโปรตีนจากพืชแทนที่จะทานโปรตีนจากสัตว์ที่ย่อยยากเพราะเมื่อยิ่งอายุมากขึ้นอาจกระตุ้นให้เกิดมะเร็งลำไส้ได้

3. โปรตีนจากพืชมีไขมันน้อย ใยอาหารสูง จึงมีแคลอรี่น้อยกว่าโปรตีนจากสัตว์

4. ไขมันดีมากกว่า

5. ไม่มีคอเลสเตอรอล

6. อุดมด้วยคุณค่าของพฤกษเคมี ซึ่งเป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพที่พบในพืช มีส่วนช่วยหลายด้านทั้งการช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง

7. มีงานวิจัยว่าโปรตีนจากพืชมีส่วนช่วยลดโอกาสการเกิดมะเร็งลำไส้

8. สามารถทานได้ทุกกลุ่ม ทุกวัยทั้งเด็ก วัยเรียน วัยทำงาน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้ที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์

การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์เป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ ยิ่ง “โปรตีน” เป็นสิ่งที่สำคัญต่อร่างกาย ยิ่งควรใส่ใจโดยโปรตีนช่วยในเรื่องการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ อีกทั้งมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ แต่หากร่างกายได้รับ

โปรตีนไม่เพียงพอจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ โดยข้อมูลจากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่า การขาดโปรตีนจะทำให้ทั้งร่างกายอ่อนเพลีย ภูมิคุ้มกันต่ำ ผิวหนังไม่แข็งแรง ระบบฮอร์โมน เอนไซม์ทำงานผิดปกติ เสี่ยงที่จะเกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงและเสี่ยงต่อการเสียชีวิต

ชีวิตใหม่ไร้พุง!! มากกว่าความมั่นใจ คือการมีสุขภาพที่ดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/676134

วันที่ 20 ก.พ. 2565 เวลา 09:55 น.ชีวิตใหม่ไร้พุง!! มากกว่าความมั่นใจ คือการมีสุขภาพที่ดี

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคอ้วนมากถึงประมาณ 9% ของประชากรทั้งหมด หรือประมาณ 6 ล้านคน สูงเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน แพทย์เผยผลเสียของโรคอ้วน พร้อมบอกวิธีการลดน้ำหนักที่ทำได้จริงตั้งแต่เบื้องต้นจนถึงขั้นผ่าตัดกระเพาะอาหาร

รู้หรือไม่ว่า โรคอ้วนเป็นโรคอย่างหนึ่ง เป็นโรคเหมือนกับโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคเอดส์หรือ โรคอื่น ๆ แต่ที่น่าเห็นใจคือ คนส่วนใหญ่ในสังคมไทยยังไม่เห็นว่าผู้ป่วยโรคอ้วนเป็นโรค ดังนั้น เราจะมารู้จักกับโรคอ้วนกันค่ะ

พญ.ขวัญนรา เกตุวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญศูนย์ศัลยกรรมผ่าตัดผ่านกล้อง โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ อธิบายว่า โรคอ้วน หมายถึง สภาวะที่ร่างกายมีไขมันสะสมมากเกินไป จนส่งผลเสียต่อสุขภาพ สำหรับในคนเอเชียนั้น เราจะถือว่าอ้วน เมื่อมีค่าดัชนีมวลกาย ตั้งแต่ 25 ขึ้นไป และถ้าสูงกว่า 30 จะถือว่าเป็นโรคอ้วนอันตราย โดยค่าดัชนีมวลกาย หรือ BMI สามารถคํานวณได้จากอินเทอร์เน็ต โรคที่สัมพันธ์กับความอ้วน ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ไขมันพอกตับ โรคหยุดหายใจขณะนอนหลับ ข้อเข่าเสื่อม โรคถุงน้ำรังไข่หลายใบ โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง เสี่ยงต่อหัวใจขาดเลือด หัวใจวาย อัมพฤกษ์อัมพาต และอาจเสียชีวิตได้ โดยผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกายตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป ทุก ๆ ค่าดัชนีมวลกายที่เพิ่มขึ้นครั้งละหนึ่ง จะทําให้ผู้ป่วยมีอายุขัยเฉลี่ยลดลง 8-10 ปีเทียบกับคนน้ำหนักปกติ

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคอ้วนมากถึงประมาณ 9% ของประชากรทั้งหมด หรือประมาณ 6 ล้านคน ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน รองจากมาเลเซีย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยสาเหตุนั้นมาจากลักษณะการใช้ชีวิตที่มีการขยับตัวน้อย ไม่ค่อยได้ออกกําลังกาย และการรับประทานอาหารที่มีแป้ง น้ำตาล และไขมันสูง

สำหรับการรักษาโรคอ้วน ได้แก่

  • การคุมอาหาร โดยเน้นการทานโปรตีนเป็นหลัก หลีกเลี่ยง แป้ง น้ำตาล น้ำหวาน ของทอด และของมัน
  • การออกกําลังกายแบบการ์ดมากกว่า 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือการเดินให้เกิน 10,000 ก้าวต่อวัน
  • การใช้ยาลดน้ำหนัก ภายใต้การดูแลของแพทย์
  • การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

อันตรายของโรคอ้วน

สำหรับผู้ป่วยโรคอ้วนอันตรายนั้น จะมีฮอร์โมน สารเคมีและระบบการควบคุมความหิวอิ่มในร่างกายแตกต่างจากคนน้ำหนักปกติ  ทําให้การลดน้ำหนักด้วยการปรับลักษณะการใช้ชีวิต เช่น การออกกําลังกายและคุมอาหาร มีโอกาสสำเร็จเพียงแค่ 3% เท่านั้น สำเร็จในที่นี้หมายถึง คนที่น้ำหนัก 150 กิโลกรัม จะลดลงเหลือ 75 กิโลกรัมได้ในระยะเวลาหนึ่งปีนั้นทําได้ยากเพราะน้ำหนักเยอะ หัวเข่ามีปัญหาไม่สามารถออกกําลังกายหนัก ๆ ได้ แค่เดินก็เหนื่อยแล้วและระบบควบคุมความหิวอิ่มของร่างกาย เป็นต้น

ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ผลการศึกษาชัดเจนว่าคนที่เป็นโรคอ้วนอันตรายที่มีดัชนีมวลกายตั้งแต่ 32.5 ขึ้นไป ร่วมกับมีโรคประจําตัว หรือผู้ที่ไม่มีโรคประจําตัว แต่มีค่าดัชนีมวลกายตั้งแต่ 37.5 ขึ้นไป ที่ได้พยายามออกกําลังกายและคุมอาหารแล้ว แต่ว่าน้ำหนักไม่ลดลงหรือลงเพียงเล็กน้อย จะสามารถลดน้ำหนักส่วนเกินลงได้ 50 – 60% จากการผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อรักษาโรคอ้วนอันตราย

การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อรักษาโรคอ้วนอันตราย

เป็นการผ่าตัดเพื่อลดขนาดกระเพาะอาหารและหรือลดการดูดซึมสารอาหาร และยังมีการตัดกระเพาะอาหารส่วนที่คอยสร้างฮอร์โมนหิวออกไปด้วย ทําให้หลังผ่าตัดผู้ป่วยจะรับประทานอาหารได้น้อยลง โดยที่ไม่รู้สึกหิวหรือรู้สึกหิวน้อยลง ทําให้น้ำหนักลดลงได้ด้วยการ  การผ่าตัดแบบส่องกล้อง แผลเล็กและฟื้นตัวไว

อย่างไรก็ตาม หลังการผ่าตัดก็ต้องอาศัยนิสัยของผู้ป่วยในการเลือกรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์และออกกําลังกายเป็นประจํา เพื่อให้น้ำหนักลดลงได้เป็นอย่างดีจนกลายเป็นน้ำหนักของคนปกติและสุขภาพดี โดยการผ่าตัดจะสามารถรักษาโรคร่วมต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กับโรคอ้วนได้ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคเกาท์ โรคถุงน้ำรังไข่หลายใบ เป็นต้น ทําให้หลังการผ่าตัดผู้ป่วยส่วนใหญ่ สามารถหยุดยาโรคประจําตัวหรือลดยาที่รับประทานลงได้  สุดท้ายนี้การเลือกรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ การออกกําลังกายเป็นประจําและการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ก็ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการลดน้ำหนัก และทําให้มีสุขภาพดีแบบยั่งยืน

เปิด 10 จุดแลนด์มาร์กถ่ายรูปสุดปัง โพสท่ายังไงก็ดูไฮแฟชั่น ที่เซ็นทรัล วิลเลจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/676118

วันที่ 19 ก.พ. 2565 เวลา 18:40 น.เปิด 10 จุดแลนด์มาร์กถ่ายรูปสุดปัง โพสท่ายังไงก็ดูไฮแฟชั่น ที่เซ็นทรัล วิลเลจ

สายไหนก็ถูกใจ! เช็คอิน 10 จุดแลนด์มาร์กถ่ายรูปสุดปังที่ เซ็นทรัล วิลเลจ ลักชัวรีเอาต์เล็ตสวรรค์ของนักช้อปแบรนด์เนม

กลายเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวสุดฮิตและสุดชิลของคนเมืองไปแล้ว กับ เซ็นทรัล วิลเลจ ลักชัวรีเอาต์เล็ตแห่งแรกของไทย สวรรค์ของขาช้อปแบรนด์เนม! ซึ่งนอกจากจะตอบโจทย์ครบทุกไลฟ์สไตล์ที่ทุกคนมาใช้ชีวิตสุดชิคทั้งช้อป กิน เที่ยว พบปะสังสรรค์ หรือพาสัตว์เลี้ยงแสนรักมาเปลี่ยนบรรยากาศแล้ว เซ็นทรัล วิลเลจ ยังมี 10 ไฮไลต์แลนด์มาร์คจุดถ่ายภาพ แสงสวย มุมปัง ที่คนรักการถ่ายรูปต้องไม่พลาด จะสายมินิมอล, สาย Portrait สวยๆ, สาย Fashion Blogger เก๋ๆ หรือจะสายสตรีทคูลๆ ก็ได้รูปสวยถูกใจไว้โพสต์ลงโซเชียลกันรัวๆ เลย

1. สายสตรีทสุดฮิป ต้องที่หน้า FOOD VILLAGE โลเคชั่นสุดชิคที่ต้องถ่ายแบบมุมเสย เพียงโพสท่าเบาๆ วางมือถือลงบนพื้น ปรับมุมให้ได้ Compose เพียงเท่านี้ก็จะได้ถ่ายภาพมุมเสยที่เราดู ผอม เพียว หน้าไม่บานแล้ว

2. สายสวยแพง ต้องที่ผนังหมู่บ้านช่างเงินช่างทอง อีกหนึ่งเทรนด์มาแรง ที่สายถ่ายรูปไม่ควรพลาด คือ Sun Kissed Style เพียงรอจังหวะให้แสงอาทิตย์ยามบ่ายตกกระทบกับ Texture บนผนังของหมู่บ้านช่างเงิน ช่างทอง จากนั้นโพสต์ท่าบังแดดเก๋ๆ จะได้ภาพโทนวอร์ม ๆ และเงาสะท้อนอารมณ์สุดอาร์ต

3. สายจัดจ้าน ต้องย่านหมู่บ้านช่างทอ หากคุณเป็นอีกคนที่แต่งตัวเริ่ดเต็มสิบ แมตช์เสื้อผ้าที่ตัดกันออกมาได้เก๋ชิคคูลสุดๆ เราขอแนะนำมุมนี้เลยเพราะภาพที่ออกมาให้มุมเผลอๆ แบบไม่ได้ตั้งใจ แถมยังได้รูปร่างที่เรียว แขน-ขายาวอีกด้วยเพียงแค่ ตั้งกล้องมุมเสย ยืนขาห่างกันนิดหน่อย และจัดองค์ประกอบภาพตามความเหมาะสม ก็จะได้ภาพปังๆไว้โพสต์ลงโซเชี่ยลแล้ว

4. สายมินิมอล ต้องที่กำแพง (ลับ) สำหรับใครที่อยากได้รูปเรียบง่ายแต่ดูดี สไตล์เกาหลี เราขอแนะนำ กำแพง (ลับ) สุดเท่ โดยตั้งกล้องจัดองค์ประกอบภาพให้มินิมอลที่สุด ให้เส้นกราฟิกของสีผนัง ตัดกับสีท้องฟ้า โพสท่านิ่งๆ เท่ๆ เดินเผลอๆ จะเพิ่มมูฟเม้นต์ให้ภาพมีความเท่ๆ ที่ลงตัวพอดี

5. สายแฟชั่น ต้องที่มุมเขามอสีสันสดใส รูปนี้สวยชนะขาดด้วยเทคนิคการเล่นสีส้มของเขามอ ฉากหลังที่สดใส โดยเลือกคู่สีเสื้อที่เรียบตัดกันกับพื้นหลัง จัดองค์ประกอบภาพให้ท่าโพสมีเส้นนำสายตา ก็จะได้ภาพแฟชั่นช็อตที่ลงตัว

6. สายเท่ ต้องที่จอดรถหน้าทางเข้าประตู H ใครที่เน้นถ่าย Outdoor ให้เห็นแบ็กกราวนด์เรียบๆเท่ๆ บอกเลยว่าต้องชอบมุมนี้ตอนบ่ายสามแน่นอน เพราะรูปถ่ายจะได้แสงตั้งแต่สีเหลืองอ่อน ๆ ไปจนถึงโทนสีส้มอมแดงในตอนเย็น บวกกับมุมของแสงเงา ทำให้รูปที่ออกมาดูสมบูรณ์แบบและลงตัวมาก

7. สายชิล ต้องที่ลานน้ำพุตรงประติมากรรมปลากัด ถ้าอยากถ่ายรูปให้ดูชิลๆแต่ยังคงลุคคูลอยู่ ลองเปลี่ยนมาโพสท่าพิงปลากัดชิลๆ แอคหน้าคูลๆ ก็จะได้ลุคบอยๆ เรียกยอดไลค์ได้รัวๆ

8. สายซิกเนเจอร์ ต้องที่ทางเข้าประตู H มา เซ็นทรัล วิลเลจ ทั้งที ก็ต้องมีทั้งรูปซิกเนเจอร์โพสต์สักหน่อย ตรงทางเข้าประตูโซนใหม่ (ประตู H) บอกเลยว่าปังมาก เหมือนอยู่เอาต์เลตเมืองนอกเลย

9. สายคิ้วท์ ต้องที่ Playground โซนหมู่บ้านช่างทอ เอาใจคนชอบถ่ายรูปเล่นด้วย PLAYGROUND สีสันสดใส จุดไฮไลต์อยู่ที่บริเวณบันไดสไลเดอร์นก Magpie ที่มีความโค้งบวกกับสีสันที่สดใส ทำให้รูปที่ออกมาดูมีความสดใส น่ารัก

10. สายฮิปสเตอร์ ต้องที่ตู้ไปรษณีย์ ซอยข้างร้าน Pasaya อีกหนึ่งมุมฮิตที่ไม่เน้นพร๊อพ แต่เน้นความสวยแบบโมเดิร์น โพสท่าคูลๆนิดๆ ด้วยการยื่นขาออกมาเพื่อให้ดูเรียวยาว และปรับมุมกล้องให้เสยนิดๆ ก็จะได้รูปโพสต์เก๋ๆ ไม่ซ้ำใคร

มาถ่ายรูปเช็คอินแลนด์มาร์กแล้ว ก็ห้ามพลาดโปรโมชั่นเด็ดจากแบรนด์เนมดังที่ลดทุกวัน โปรปังตลอดทั้งปี NEW VIBES ลดสูงสุดถึง 90% จัดเต็มทุกสไตล์กว่า 300 แบรนด์ดังระดับโลก จัดเต็มครบทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมช้อปสุดคุ้มกับโปรโมชั่นบัตรเครดิตมากมาย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก Central Village

คนรัก Black Truffle ห้ามพลาด เทสติ้งเมนูใหม่ฝีมือการรังสรรค์ของเชฟคริสเตียน แฮม @Red Sky Bangkok

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/676119

วันที่ 19 ก.พ. 2565 เวลา 19:10 น.คนรัก Black Truffle ห้ามพลาด เทสติ้งเมนูใหม่ฝีมือการรังสรรค์ของเชฟคริสเตียน แฮม @Red Sky Bangkok

ห้องอาหาร Red Sky Bangkok โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ชวนลิ้มรสเทสติ้งเมนูราชาแห่งเห็ด สัมผัสกลิ่นหอมละมุนซับซ้อนเป็นเอกลักษณ์ของ Black Truffle เต็มคำ ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ 2565

เชฟคริสเตียน แฮม หัวหน้าพ่อครัวชาวฝรั่งเศส ห้องอาหารเรดสกาย ชั้น 55 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ยกขุมทรัพย์ความอร่อย หนึ่งในวัตถุดิบอันล้ำค่าจากเห็ดทรัฟเฟิลดำในฤดูหนาวที่มีชื่อเสียงกระฉ่อนไปทั่วโลก ด้วยกลิ่นหอมละมุนซับซ้อนเป็นเอกลักษณ์ จนทุกคนยกให้เป็นราชาแห่งเห็ด

ครั้งนี้เชฟคริสเตียน แฮมได้นำเอาแรงบันดาลใจและประสบการณ์ในการทำอาหาร มาเนรมิตความอร่อยเป็นเมนูชั้นเลิศให้คุณได้ลิ้มลองหลากหลายเมนู ในราคาเริ่มต้นเพียง 950 บาท++ อาทิ สลัดทรัฟเฟิลดำ, มะเขือเทศอบและทรัฟเฟิลดำราดซอสบัลซามิค, หอยเชลล์ฮอกไกโดย่างเสิร์ฟพร้อมต้นหอมญี่ปุ่นและเพสโตทรัฟเฟิลดำ, เนื้อฮิตาชิวากิวเซอร์ลอยด์ A4 เสิร์ฟพร้อมกับคาปาชิโอทรัฟเฟิลดำกระเทียม, พาสลีย์, บีทรูทบดและมันฝรั่งทอด, ทรัฟเฟิลดำเสิร์ฟพร้อมกับชีสบรี และไอศกรีมทรัฟเฟิลดำ

มาร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งความอร่อยของการรับประทานอาหารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเห็ดทรัฟเฟิลดำ ได้ตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2565 mujห้องอาหารเรดสกาย ชั้น 55 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 17.00 – 24.00 น. (รับออเดอร์สุดท้าย 23:00 น.)

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง โทร 02-100-6255 หรือ E-mail: diningcgcw@chr.co.th ติดตามข่าวสารของห้องอาหารเรดสกายได้ที่เว็บไซต์: https://www.bangkokredsky.com/ เฟซบุ๊ก: Red Sky Bangkok และอินสตาแกรม: redskybkk_centara

‘ปลาทะร้อน’ เปปเปอร์ ลันช์ เปิดประสบการณ์ใหม่ท้าให้ลอง ‘ทาโรกระทะร้อน’ สัมผัสเหนียวนุ่มชุ่มซอสอร่อยไม่เหมือนใคร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/676091

วันที่ 19 ก.พ. 2565 เวลา 11:55 น.'ปลาทะร้อน' เปปเปอร์ ลันช์ เปิดประสบการณ์ใหม่ท้าให้ลอง 'ทาโรกระทะร้อน' สัมผัสเหนียวนุ่มชุ่มซอสอร่อยไม่เหมือนใคร

รวมร่างสองอย่างได้อย่างลงตัว อร่อยสุดขั้วกับเมนูใหม่ Pepper Lunch X Taro รังสรรค์ความฟินสไตล์ญี่ปุ่น ทั้งทาโรเส้นปลาซีฟู้ดกระทะร้อน ทาโรเส้นปลากิมจิหมูนาเบะกระทะร้อน พร้อม 2 เมนูทานเล่น นาโชส์เนื้อ นาโชส์ไก่นุ่ม เฉพาะวันนี้-8 เม.ย.นี้เท่านั้น

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

ร่างกายเรียกร้องอยากให้ลอง “ปลาทะ” กินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ชวนเปิดประสบการณ์ใหม่อีกครั้ง เมื่อ เปปเปอร์ ลันช์ สุดยอดร้านสเต๊กสไตล์ญี่ปุ่น หนึ่งเดียวในประเทศไทย โดยบริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (ซีอาร์จี) ตอกย้ำกลยุทธ์ Collaboration ผนึกกำลัง ทาโร  เจ้าแห่งสแน็คสไตล์ญี่ปุ่น ร่วมกันรังสรรค์ความอร่อยสุดว้าว พร้อมขยายฐานลูกค้าระหว่างกันให้ครอบคลุมมากขึ้น

ซึ่งความพิเศษครั้งนี้ คือการผสานความอร่อยของปลาเส้นทาโร ที่เหนียวนุ่มพร้อมอุดมด้วยโปรตีน ผสมผสานเครื่องปรุงสูตรพิเศษจนเข้าเส้นอร่อยเข้าที่ และจัดเสิร์ฟบนกระทะร้อนของ เปปเปอร์ ลันช์ โดยมีเมนูใหม่ให้คุณลิ้มลองถึง 2 เมนู เริ่มด้วย ทาโรเส้นปลาซีฟู้ดกระทะร้อน  ที่ยกมาเสิร์ฟทั้งกุ้ง ปลาหมึก และหอยลาย ยกก๊วนกันมาบนกระทะร้อนเสิร์ฟพร้อมกับทาโรก๋วยเตี๋ยวเส้นปลา ที่เส้นเหนียวนุ่มกำลังดี  ได้รสชาติที่กลมกล่อมเข้ากัน จานเดี่ยว 199 บาท / เมนูเซ็ต 239 บาท (จากปกติ 274 บาท)

ทาโรเส้นปลากิมจิหมูนาเบะกระทะร้อน (เสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่น) ลิ้มรสหมูชิ้นใหญ่เต็มคำผสานความอร่อยของรสชาติกิมจิแท้ ที่เข้ากันดีกับความกลมกล่อมของทาโรก๋วยเตี๋ยวเส้นปลา เสิร์ฟมาในกระทะร้อนๆ ราดซุปกิมจิเข้มข้นสายเกาไม่ควรพลาด  เลือกอร่อยแบบเซ็ตพร้อมเครื่องดื่ม และซุปมิโซะ (สามารถเปลี่ยนจากซุปมิโซะ เป็น สลัด/ มันบด/ ไอศกรีม) จานเดี่ยว 229 บาท / เมนูเซ็ต 269 บาท (จากปกติ 304 บาท)

มาพร้อมอีก 2 เมนูทานเล่นที่ไม่ธรรมดาอย่าง นาโชส์เนื้อ (75 บาท) และนาโชส์ไก่นุ่ม (69 บาท) เนื้อย่างหั่นเต๋า หรือไก่นุ่ม เสิร์ฟพร้อมทาโรอบกรอบและพริกหวาน ทานคู่กับซอสซอส Chili Green Mayo รสเข้มข้นกลมกล่อมสไตล์เม็กซิกัน

พบกับโปรโมชั่นพิเศษ เมื่อสั่งเมนูทาโรกระทะร้อนเมนูหลักเมนูใดก็ได้ (เฉพาะรับประทานที่ร้าน) รับฟรี ทาโรก๋วยเตี๋ยวเส้นปลา มูลค่า 39 บาท (สินค้ามีจำนวนจำกัด)

ตามมาลิ้มลองความอร่อยใหม่ได้แล้ว ตั้งแต่ วันนี้ –  8 เม.ย. 65 ที่ร้านเปปเปอร์ ลันช์  ทุกสาขา (ยกเว้น ฟู้ดพาทีโอ้ เซ็นทรัลพลาซา บางนา) หรือสั่งผ่านแอพพลิเคชั่นเดลิเวอรี่ชั้นนำ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : PepperlunchThailand , Line@ : pepperlunchth หรือ CRG Call Center โทร. 1312

#PepperLunch

#PepperLunchThailand

#กระทะร้อนอร่อยสไตล์คุณ

#SimplyIrresistible

#PepperluchxTARO

#TARO

#ทาโรท้าให้มาปลาทะ