‘ธรรมะไม่ไกลตัว’ ศน. เปิดพื้นที่ปลอดภัย เรียนรู้ธรรมะ..ผ่าน ‘ธรรมะสัญจร’ สู่สถานศึกษา

6 กันยายน 2569 เวลา 06:00 น.

กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม เตรียมจัดกิจกรรม “ธรรมะสัญจรสู่สถานศึกษา” (Dhamma Journey on campus) ภายใต้โครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมเพื่อคนทั้งมวล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ศน.ได้บูรณาการความร่วมมือกับคณะสงฆ์ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมการเรียนรู้ และการปฏิบัติสมาธิในรูปแบบที่หลากหลาย ภายใต้โครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมเพื่อคนทั้งมวล ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยส่งเสริมการเรียนรู้หลักธรรมและการปฏิบัติ “สมาธิ” ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาตนเอง ช่วยให้เกิดความตั้งมั่นของจิตใจ มีสติ รู้เท่าทันอารมณ์และความคิด สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการศึกษาเล่าเรียน การทำงาน และการดำเนินชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เปิดกว้าง สามารถใช้ได้กับผู้คนทุกเพศ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม

ศน.จึงได้ประสานความร่วมมือกับสถานศึกษา ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร และมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า เพื่อการปกป้องพระพุทธศาสนา และองค์กรภาคีเครือข่าย ในการบูรณาการจัดกิจกรรมธรรมะสัญจรสู่สถานศึกษา เพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม การฝึกสติ สมาธิ และการพัฒนาจิตใจแก่เด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของประเทศ โดยมีสถานศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร ที่มีความพร้อมและมีศักยภาพเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนหอวัง ซึ่งจัดไปเมื่อวันที่ 19 ส.ค.69 , วันที่ 26 ส.ค.69 ณ โรงเรียนเทพศิรินทร์ และ โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) และวันที่ 21 ก.ย.69 ณ โรงเรียนสตรีวัดระฆัง

นอกจากนี้ ยังถือเป็นการเปิด “พื้นที่ปลอดภัยให้เด็กและเยาวชน” มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และพัฒนาอย่างรอบด้าน ทั้งทางกายภาพ จิตใจ สังคม และสามารถเป็นตัวของตัวเองในการแสดงความคิด เรียนรู้จากความผิดพลาด และขอความช่วยเหลือ โดยปราศจากความรุนแรง การกลั่นแกล้ง และการเลือกปฏิบัติ อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเติบโตอย่างมีคุณภาพและมีคุณธรรม

“กิจกรรมดังกล่าวนี้ จะเป็นการส่งเสริมให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ และเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้คุณธรรมจริยธรรม ผ่านกิจกรรมที่เหมาะสมกับช่วงวัย ทั้งการฝึกสมาธิเบื้องต้น การเรียนรู้ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ การสะท้อนคิด และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม ทักษะชีวิต และภูมิคุ้มกันทางจิตใจ อันเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศ” รมว.วธ. กล่าวทิ้งท้าย

ธรรมะสัญจร, ธรรมะไม่ไกลตัว, ศน.

สกู๊ปพิเศษ : เปิดพิมพ์เขียวร่างแผน ววน. ปี 71-75 ชู 3 แกนหลัก สู่เศรษฐกิจใหม่อย่างยั่งยืน

6 กันยายน 2569 เวลา 06:00 น.

สกสว. เปิดเวทีรับฟังความเห็นร่างกรอบแผนด้าน ววน. 2571–2575 จากทุกภาคส่วน หวังวางทิศทางขับเคลื่อนประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ชู 3 แกนหลัก ‘High Growth-Transform-Reform พลิกโฉมสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง คุณภาพชีวิตที่ดี และความมั่นคงของประเทศที่ยั่งยืน “ยศชนัน” ชี้ต้องยกระดับ ววน. สู่การวางรากฐานเศรษฐกิจใหม่อย่างยั่งยืน

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดการประชุมจัดทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) กรอบแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ. 2571–2575 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพ โดยมีผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ หน่วยงานในระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) และภาคประชาชน ร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศในช่วง 5 ปีข้างหน้า ให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ และสามารถขับเคลื่อนระบบ ววน. ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยมุ่งใช้ ววน. เป็นพลังสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศอย่างยั่งยืน ภายใต้บริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งการปฏิวัติเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ การแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงด้านพลังงาน ตลอดจนกฎกติกาใหม่ทางเศรษฐกิจโลก ซึ่งกำลังเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันและการพัฒนาของทุกประเทศ ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเร่งสร้างความพร้อมเพื่อก้าวสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมที่สามารถแข่งขันได้ในระยะยาว

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวระหว่างปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ทิศทางและนโยบายการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สู่การสร้างโอกาสใหม่ในการพัฒนาประเทศ ตามแผนใหม่ ววน. ระยะ 5 ปี พ.ศ. 2571-2575’” ว่า งานวิจัยต้องไม่ใช่แค่ผลงานวิชาการ แต่คือ “เชื้อเพลิง” ขับเคลื่อนประเทศสู่การวางรากฐานเศรษฐกิจใหม่อย่างยั่งยืน ชี้ประเทศไทยหมดเวลาพึ่งพาอุตสาหกรรมยุคเก่า วิทยาศาสตร์และงานวิจัยระดับแนวหน้าต้องถูกประกอบเข้ากับความต้องการของตลาดโลก เพื่อสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่ทรงพลัง

ปัจจุบันกองทุน ววน. ยังมีงบประมาณไม่เพียงพอต่อการพลิกโฉมประเทศ จึงต้องระดมทุนก้อนใหม่หรือทำเชิงพาณิชย์เพื่อเชื่อมโยงสู่ตลาดและสังคม ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากร่วมลงทุนโดยเฉพาะจากต่างประเทศ ส่วนการขับเคลื่อนเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่จะมุ่งเป้าไปที่การเปลี่ยนสัญญาณอ่อนของโลกให้กลายเป็นโอกาสของสตาร์ทอัพไทย โดยยึด 3 ความท้าทายระดับชาติ ได้แก่ 1.สงครามเทคโนโลยีและ AI 2.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ 3.สังคมสูงวัยและช่องว่างระหว่างวัย พร้อมกับยกระดับ อุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ การเกษตร เร่งแก้ปัญหา ‘คนทำเยอะแต่สัดส่วน GDP น้อย’ ด้วยการใช้นวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่ม, สุขภาพและการแพทย์ มุ่งทลายคอขวดด้านการวิจัยทางคลินิกเพื่อให้ได้สิทธิ สปสช., อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เร่งสร้างนักออกแบบวงจรยุคใหม่เพื่อรองรับการลงทุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่, เศรษฐกิจระดับพื้นที่ ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งในการสร้างชุมชนใหม่ แปรรูปสินค้า และเชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยว

นอกจากนี้ในมิติของการพัฒนาทุนมนุษย์ จะมีการจัดทำแผนที่ทักษะ เพื่อดูช่องว่างของทักษะระหว่างอุตสาหกรรมเก่าและใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานที่ถูกแทรกแซงจากปัญญาประดิษฐ์จะต้องได้รับการเพิ่มทักษะทันที พร้อมทั้งเตรียมร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยในการตั้งกองทุนวิจัยฐานภารกิจ เช่น เทคโนโลยีแบตเตอรี่และมอเตอร์ขั้นสูง เพื่อจับคู่ขอรับทุนจาก ววน.

“ววน.ต้องเป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน โดยกระทรวง อว. จะเป็นกระดูกสันหลังในทุกมิติ โครงหรือยุทธศาสตร์อาจเหมือนเดิมแต่ต้องเพิ่มแผนปฏิบัติการ สื่อสารให้เกิดการให้ความเห็นเพื่อช่วยกันออกแบบแผน ววน. ของประเทศให้ประเทศวิ่งไปข้างหน้าได้” รองนายกรัฐมนตรีกล่าว

ด้าน ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยว่า โลกในปัจจุบันบทบาทของ ววน. ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุนการพัฒนาอีกต่อไป แต่เป็น “Game Changer” ที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างให้กับประเทศไทย หากประเทศไทยต้องการก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ยกระดับผลิตภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความท้าทายใหม่ของโลก จำเป็นต้องใช้ ววน. เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรม และกำลังคน เข้ากับความต้องการของภาคเศรษฐกิจและสังคมอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ร่างกรอบแผนด้าน ววน. พ.ศ. 2571–2575 มุ่งสร้างการเปลี่ยนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง สร้างเทคโนโลยีของตนเอง เชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลก แข่งขันได้ ประชาชนได้ประโยชน์ และประเทศพร้อมรับอนาคต เป็นพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของประเทศให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ใน 4 ประเด็นสำคัญ คือ การสร้างความสามารถในการแข่งขันรูปแบบใหม่ การสร้างความมั่นคงและความสามารถในการฟื้นตัวของประเทศ การสร้างฐานรากแห่งอนาคตผ่านการลงทุนในคนการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ  และโครงสร้างพื้นฐาน และการเปลี่ยนองค์ความรู้ให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ต่อเศรษฐกิจและสังคม

ขณะที่ ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า ร่างกรอบแผนด้าน ววน. ฉบับใหม่เป็นผลจากการสังเคราะห์บทเรียนจากแผนด้าน ววน. ฉบับเก่า ควบคู่กับการวิเคราะห์บริบทโลกและความต้องการของประเทศในอนาคต เพื่อกำหนดทิศทางการลงทุนและการพัฒนาระบบ ววน. ให้ตอบโจทย์ประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผลสำเร็จของแผนฯ ที่ผ่านมาสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้เกือบ 50,000 ล้านบาท ลดต้นทุนของประเทศกว่า 3,400 ล้านบาท สร้างการจ้างงานมากกว่า 30,000 ตำแหน่ง และพัฒนากำลังคนทักษะสูงกว่า 400,000 คน

นอกจากนี้ สกสว.ยังให้ความสำคัญกับการเร่งขับเคลื่อนประเทศผ่าน 3 ทิศทางหลัก ได้แก่ High Growth การสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ, Transform การพลิกโฉมอุตสาหกรรมและภาคการผลิตเดิมให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก และ Reform การปฏิรูประบบภาครัฐด้วยองค์ความรู้ งานวิจัย และนโยบายสาธารณะที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับ “แผนฉบับใหม่นี้กำหนดเป้าหมายการพัฒนา 4 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขัน คุณภาพชีวิตและความครอบคลุม ความพร้อมอนาคตและความมั่นคง และการพัฒนาระบบนิเวศ ววน. โดยเชื่อมโยงการลงทุน การดำเนินงาน และการติดตามประเมินผลให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อประเทศอย่างเป็นรูปธรรม” ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าว

สำหรับ 9 แผนงานสำคัญของแผนด้าน ววน. ประกอบด้วย การลงทุนในอุตสาหกรรมขั้นสูงและอุตสาหกรรมใหม่ การยกระดับอุตสาหกรรมและบริการที่มีศักยภาพ นวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตและสังคม การใช้ประโยชน์องค์ความรู้ข้ามศาสตร์ การเตรียมความพร้อมสู่อนาคต การเสริมสร้างความมั่นคงและความสามารถในการฟื้นตัวของประเทศ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน ววน. การพัฒนาและใช้ประโยชน์บุคลากรวิจัยและนวัตกรรม และการพัฒนาศักยภาพระบบ ววน. ของประเทศ

สกู๊ปพิเศษ, อว.

หนุ่ม ศรราม เดือดจัด โพสต์ถูกแอบอ้างชื่อโยงเว็บพนัน ลั่นไม่เคยยุ่งเกี่ยว-อย่าแชร์

6 กันยายน 2569 เวลา 08:22 น.

เป็นประเด็นร้อนเมื่อนักแสดงชื่อดัง ศรราม เทพพิทักษ์ ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังถูกมิจฉาชีพนำชื่อและรูปภาพไปแอบอ้างเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ จนอาจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด

ล่าสุด หนุ่ม ศรราม ได้โพสต์ข้อความชี้แจงว่า ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเว็บพนันแน่นอน ระบุข้อความว่า

ผมไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเว็บพนัน
หยุดแชร์
หยุดแปะลิงค์
ความฉิบหายจะมาเยือน

ศรราม เทพพิทักษ์, หนุ่ม ศรราม, เว็บพนัน

แอบส่องหนุ่มหน้าใส ‘ปอนด์ ณราวิชญ์’ หล่อสะกดจิต ถูกใจชาวด้อม

5 กันยายน 2569 เวลา 22:17 น.

ดาเมจแรงบวกความฮอตไม่แผ่วของหนุ่มหล่อ “ปอนด์ ณราวิชญ์ เลิศรัตน์โกสุมภ์” ที่ปรากฏตัวในงานอีเวนท์หนึ่ง

หนุ่ม ปอนด์ ปรากฏตัวพร้อมออร่าหน้าฉ่ำสมกับตำแหน่งพระเอกฮอตแห่งปี ขึ้นเวทีปุ๊บก็พร้อมเติมความสุขให้กับแฟน ๆ ที่มารอกระทบไหล่อย่างใกล้ชิดทันที

ครั้งนี้หนุ่มปอนด์ได้เตรียมเพลงเพราะ ๆ  พร้อมโชว์ลูกคอลูกอ้อน และเปิดเวทีให้แฟน ๆ ได้มาร่วมเล่นเกมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เรียกได้ว่างานนี้คุ้มกับการรอคอยของแฟนคลับจริงๆ

ปอนด์ ณราวิชญ์

ลิซ่า โพสต์เปิดใจครั้งแรก SaWaDiKa ปังทะลุ 70 ล้านวิวใน 1 วัน ขอบคุณทุกคนที่รักเพลงนี้อย่างแท้จริง

5 กันยายน 2569 เวลา 19:19 น.

5 กันยายน 2569 เรียกได้ว่าปังสนั่นโลกจริงๆ สำหรับเพลงคัมแบ็กอย่าง ‘SaWaDiKa'(สวัสดีค่ะ) ของศิลปินสาวชื่อดังก้องโลก สายเลือดไทยอย่าง ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ที่ปล่อย MV ออกมาได้ 24 ชั่วโมงยอดวิวบนแพลตฟอร์มยูทูบพุ่งทะลุ 70 ล้านวิวพร้อมติดเทรนด์มาแรงทั่วโลก

โดยเพลง ‘SaWaDiKa'(สวัสดีค่ะ) เรียกได้ว่า ‘ลิซ่า’ จัดเต็มประกาศอัตลักษณ์ความเป็นไทยสู่สายตาทั่วโลกอย่างแท้จริง ทั้งสถานที่ถ่ายทำเอ็มวี , ชุดในเอ็มวี , และรถตุ๊กตุ๊ก ล่าสุด ‘ลิซ่า’ โพสต์ภาพเบื้องหลังการถ่ายทำ MV SaWaDiKa ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @lalalalisa_m ระบุข้อความว่า “It’s been one day since SaWaDiKa is released to the world!! From Thailand to Korea to LA, it took a whole village to bring this to life, so a huge Thank you to every single person that was involved And also shoutout to Lilies for supporting and loving SaWaDiKa. I truly cannot do this without you guys and excited to show you everything coming up.ขอบคุณค่ะ”

(วันนี้ครบหนึ่งวันแล้วที่ SaWaDiKa เปิดตัวสู่สายตาชาวโลก!! จากประเทศไทย เกาหลี ไปจนถึง LA ต้องใช้ความร่วมมือจากหลายฝ่ายจึงจะทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกคนที่เกี่ยวข้องอย่างมาก มาย และขอขอบคุณ ลิลลี่ (ชื่อแฟนคลับลิซ่า) ที่ให้การสนับสนุน และ รัก SaWaDiKa อย่างแท้จริง ฉันทำสิ่งนี้ไม่ได้เลยหากไม่มีพวกคุณ และฉันตื่นเต้นที่จะได้แสดงให้ทุกคนเห็นทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป พร้อมทิ้งท้ายด้วยข้อความภาษาไทย ขอบคุณค่ะ )

งานนี้หลังจากที่ ‘ลิซ่า’ ได้ออกมาโพสต์ข้อความนี้ออกไปนั้นเรียกได้ว่าแฟนๆ ทั่วโลกเข้ามากดหัวใจ รวมทั้งคอมเมนต์กันเป็นจำนวนมาก อาทิเช่น BESTTTTT , sawadikaaaaa ❤️ คุณพี่เป็นคนจังหวัดอะไรคะ , You are the best !!!! , Congratulations กับยอดสตรีม 70.8ล้านวิว เรียกได้ว่าพลังซัพพอร์ตของ ลิซ่า มากันรัวๆ พร้อมยินดีกับเพลง SaWaDiKa ของลิซ่าอีกด้วย

Lilies, Lisa, ลลิษา มโนบาล, ลิซ่า SaWaDiKa, ลิซ่า ลลิษา, ลิซ่าแบล็กพิงก์

อำลาตำแหน่ง ‘โอปอล สุชาตา’ กับวินาทีแห่งความตื้นตันใจ ในชุด SIRIVANNAVARI ผ้าไหมไทยยาวกว่า 108 เมตร

6 กันยายน 2569 เวลา 00:04 น.

เป็นอีกหนึ่งภาพประวัติศาสตร์ที่งดงามและเปี่ยมด้วยความหมาย สำหรับ “โอปอล สุชาตา ช่วงศรี” Miss World 2025 กับการปรากฏตัวในค่ำคืนอำลาตำแหน่ง ด้วยชุดราตรีสีขาวเกาะอกสุดสง่างาม ผลงาน Custom Made จาก SIRIVANNAVARI ซึ่งได้รับการรังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษเพื่อช่วงเวลาสำคัญของเธอบนเวที Miss World

เบื้องหลังความงดงามของชุดเต็มไปด้วยเรื่องราวของศิลปะและงานหัตถศิลป์ไทย โดยได้รับแรงบันดาลใจจากฉลองพระองค์ของ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและเผยแพร่คุณค่าของผ้าไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ

ชุดดังกล่าวเริ่มต้นจากการสร้างแพตเทิร์นขึ้นใหม่โดยเฉพาะ ใช้ผ้าไหมจากมูลนิธิ SUPPORT มากกว่า 108 เมตร ก่อนนำมาสร้างสรรค์เป็นซิลูเอตอันสง่างาม ซึ่งได้แรงบันดาลใจจาก “นกยูงรำแพนหาง” สัญลักษณ์อันโดดเด่นของ SIRIVANNAVARI พร้อมโครงสร้างของชุดที่โอบรับรูปร่างอย่างประณีต สะท้อนเอกลักษณ์ด้านการออกแบบของแบรนด์

อีกหนึ่งไฮไลต์คือรายละเอียดงานปักมือโดยช่างฝีมือจาก SIRIVANNAVARI Atelier & Academy ที่นำคริสตัล ลูกปัดแก้ว ลูกปัด และเลื่อม มาประกอบและปักเรียงอย่างพิถีพิถัน จนเกิดเป็นลวดลายนกยูงที่กลมกลืนไปกับเนื้อผ้า สร้างมิติแบบประติมากรรมสามมิติ และทำให้ชุดดูราวกับมีชีวิตเมื่อเคลื่อนไหวอยู่บนเวที

ลุคอำลาตำแหน่งครั้งนี้ยังสมบูรณ์แบบด้วยเครื่องประดับจาก BeautyGems ซึ่งนำความงดงามของอัญมณีชั้นสูงมาผสานกับศิลปะและฝีมือของช่างไทย เติมเต็มความสง่างามให้กับโอปอลในค่ำคืนสำคัญ

ชุดสีขาวที่โอปอลสวมใส่ในค่ำคืนอำลาตำแหน่งไม่ได้เป็นเพียง “Final Gown” ของ Miss World 2025 แต่เปรียบเสมือนอีกหนึ่งบทบันทึกของการเดินทางที่นำ “ผ้าไทย ศิลปะไทย งานฝีมือไทย และจิตวิญญาณของหญิงไทย” ไปปรากฏอย่างสง่างามบนเวทีระดับโลก

Miss world 2026, MW75Anniversary, OpalSuchata, SIRIVANNAVARI, Thailand, โอปอล สุชาตา

ฉ่ำมงมาก ‘โอปอล สุชาตา’ ในชุดสุดอลังฯ เดินพรมพร้อมมงฟ้า ณ ประเทศเวียดนาม

5 กันยายน 2569 เวลา 22:36 น.

สวยสง่าสมมงสุด ๆ “โอปอล สุชาตา ช่วงศรี” Miss World 2025 ปรากฏตัวพร้อมมงกุฎ ในลุคสุดอลังการ ก่อนเข้าสู่ค่ำคืนสำคัญของการประกวด Miss World 2026 รอบ Final ณ ประเทศเวียดนาม

คืนนี้ถือเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์แห่งความทรงจำ เมื่อโอปอลเตรียมทำหน้าที่ Miss World เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนส่งต่อมงกุฎให้กับผู้ครองตำแหน่งคนใหม่

Miss world 2026, MW75Anniversary, OpalSuchata, Thailand, โอปอล สุชาตา

‘นาย ณภัทร‘ คว้า Actor of the Year ด้าน ’เพิร์ล-พีค’ ควงคู่ฟินๆ รับรางวัล Popular Couple of the year

5 กันยายน 2569 เวลา 18:34 น.

​ผ่านไปแล้วสำหรับงานมอบรางวัลประจำปี เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 47 ปี ของนิตยสารแพรว ในงานประกาศรางวัล “Praew Awards2026” ที่จัดขึ้นเพื่อมอบรางวัลให้แก่บุคคลแห่งปีในสาขาต่างๆ ผ่านการคัดเลือกจากทีมงานนิตยสารแพรว โดยงานจัดขึ้นที่ NEX HALL ชั้น 5 Siam Paragon

​ซึ่งในปีนี้ ช่องวัน31 และ oneD Original สามารถคว้า 2 รางวัลจากงาน ได้แก่  รางวัลจากผลงานการแสดงของนักแสดงหนุ่มหล่อ นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ ในบทบาท “มังจีชวา” จากซีรีส์ “หงสาวดี” ที่คว้ารางวัล Actor of the Year มาครอบครอง   โดยมีอีกหนึ่งนักแสดงในเรื่อง โอเบย์-ปัณณวิชญ์ สิริเกียรติวาณิชย์ ที่มาร่วมลุ้นเข้าชิงรางวัล Supporting of the Year จากบท “มังแยจอชวา” ก็มาร่วมยินดีกับพี่ชายทั้งในเรื่องและนอกจอ

​นอกจากนี้ยังมีคู่จิ้นสุดฮอต เพิร์ล-ศัจกร และ พีค-ภีมพล จากผลงานซีรีส์เรื่อง “สลักรักในแสงจันทร์” และ “FLOWER BOY หลงกลิ่นเกสร” ที่ควงคู่กันขึ้นรับรางวัล Popular Couple of the year ท่ามกลางเสียงกรี๊ดยินดีจากแฟนๆ ในฮอลล์  เรียกว่าเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของนักแสดงที่พร้อมจะมอบความสุขให้กับแฟนๆ และผลิตผลงานคุณภาพให้แก่ผู้ชมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแฟนๆ สามารถติดตามผลงานของ 2หนุ่ม เพิร์ล-พีค และ ซีรีส์ “หงสาวดี” รวมถึงคอนเทนต์คุณภาพอีกมากมายได้ที่แอป oneD

ช่องวัน31, นาย ณภัทร, พีค ภีมพล, สลักรักในแสงจันทร์, หงสาวดี, หลงกลิ่นเกสร, เพิร์ค ศัจกร, เพิร์ลพีค

หวานเจี๊ยบ! “ก้อย อรัชพร” สาดโมเมนต์คลั่งรัก โพสต์คลิปมอบของขวัญทำมือ HBD “ทิม พิธา” คำอวยพรซึ้งจนมดขึ้น!

5 กันยายน 2569 เวลา 14:55 น.

ก้อยทิม

“ก้อย อรัชพร” สาดหวานวันเกิด “ทิม พิธา” มอบของขวัญทำเองกับมือ แฟนคลับฟินแห่แซว

กลายเป็นโมเมนต์สุดอบอุ่นที่ทำเอาแฟนๆ ยิ้มตามกันทั้งโซเชียล เมื่อนักแสดงและพิธีกรสาวมากความสามารถ ก้อย อรัชพร โภคินภากรก้อย ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอสุดพิเศษผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เพื่อฉลองวันเกิดให้กับหวานใจ ทิม พิธา ในวันที่ 5 กันยายน

งานนี้สาวก้อยไม่ได้มาแค่คำอวยพรธรรมดา แต่จัดเต็มความใส่ใจด้วยการลงมือวาดรูปและละเลงสีด้วยตัวเอง เพื่อมอบเป็นของขวัญสุดพิเศษ พร้อมแคปชันหวานเจี๊ยบที่อ่านแล้วต้องยิ้มตามว่า “A little piece of us, in a song and a drawing 🤍 Happy birthdayyyyy, bb” บอกเลยว่าหวานฉ่ำจนมดขึ้นจอ

Screenshot 2026-09-05 142827
Screenshot 2026-09-05 142756

ความหวานไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เพราะทางอินสตาแกรมออฟฟิเชียลของทีมงานและเพื่อนสนิทอย่าง @goynattydreamofficial ก็ไม่พลาดที่จะเข้ามาคอมเมนต์ร่วมแซวโมเมนต์คลั่งรัก พร้อมอวยพรวันเกิดหนุ่มทิมแบบสุดน่ารักว่า “Happy Bday to our P’Tim ขอบคุณที่ทำให้ CEO ของพวกเรา สดใสมาทำงานในทุกวันนะค้าา”

Screenshot 2026-09-05 143017

ทำเอาแฟนคลับแห่เข้านดไลก์และคอมเมนต์ร่วมยินดีให้กับความรักของทั้งคู่กันอย่างถล่มทลาย เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์วันเกิดที่เต็มไปด้วยความสุข ความอบอุ่น และความรักที่ทำเอาคนดูฟินไปตามๆ กัน

ก้อย ทิม, ก้อย อรัชพร, ข่าวบันเทิงวันนี้, ทิม พิธา

แสดงความยินดีกับ ‘พูห์ กฤติน-พาเวล นเรศ’ คว้ารางวัล ‘คู่จิ้นฟินเวอร์แห่งปี‘ ในงาน Praew Awards 2026

5 กันยายน 2569 เวลา 11:25 น.

ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับงานประกาศรางวัลครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี Praew Awards 2026 ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 47 ปี นิตยสารแพรวเพื่อมอบรางวัลให้กับบุคคลที่เป็นที่สุดในแต่ละสาขา เมื่อวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2569 ณ NEX HALL FLOOR 5, SIAM PARAGON โดย พูห์ กฤติน และพาเวล นเรศ นักแสดงนำ PIT BABE The Series 1-2 ,สิงสาลาตาย (Goddess Bless You from Death) และรักลืมตาย (The Grim Lover) ใน โปรเจกต์ CHANGE2561 ORIGINAL ได้ขึ้นรับรางวัล Hottest BL Couple of the Year รางวัลที่มอบให้แก่คู่นักแสดง BL ที่มาพร้อมเสน่ห์ บทบาทการแสดงที่เข้ากัน และเคมีคู่แบบเกินต้าน สร้างกระแสความนิยมอย่างต่อเนื่อง และครองใจแฟนๆได้อย่างเหนียวแน่นทั้งจากแฟนชาวไทยและอินเตอร์แฟนจากทั่วโลก สำหรับรางวัลครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สร้างความภูมิใจให้กับ พูห์ – พาเวล อีกครั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้เพียงวันเดียวทั้งสองก็เพิ่งจะรับรางวัล “Y Couple of the Year (คู่จิ้นฟินเวอร์แห่งปี)” จากงาน “Y Entertain Awards 2026” มาสดๆร้อนๆ ซึ่งทั้งสองรางวัลล้วน เป็นกำลังใจสำคัญให้ทั้งคู่มุ่งมั่นพัฒนาผลงานและก้าวต่อไปในเส้นทางการแสดง โดย พูห์ กฤติน และ พาเวล นเรศ ยังได้กล่าวขอบคุณแฟนๆทุกคนที่คอยมอบความรัก สนับสนุน และอยู่เคียงข้างกันมาโดยตลอด

Change2561, Praew Award 2026, คู่จิ้นฟินเวอร์แห่งปี, พาเวล นเรศ, พูห์ กฤติน