พม. – สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ร่วมเชิดชูหญิงไทย ในงาน ‘วันสตรีไทย’ ตามรอยแม่หลวงของแผ่นดิน

พม. - สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ร่วมเชิดชูหญิงไทย  ในงาน ‘วันสตรีไทย’  ตามรอยแม่หลวงของแผ่นดิน

พม. – สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ร่วมเชิดชูหญิงไทย ในงาน ‘วันสตรีไทย’ ตามรอยแม่หลวงของแผ่นดิน

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 22.39 น.

สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ นำโดย ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ฯ พร้อมด้วย ศิริพร โรจนสุกาญจน รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมเป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “วันสตรีไทย” ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “แม่หลวงของแผ่นดิน สถิตถิ่นทิพย์วิมาน สตรีไทยตั้งปณิธาน สานต่องานศิลป์แผ่นดิน” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569  ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์  ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยงานแถลงข่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569  ณ สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ บ้านพระกรุณานิวาสน์

งานวันสตรีไทย ประจำปี 2569 มีวัตถุประสงค์สำคัญของการจัดงาน เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานให้วันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันสตรีไทย และเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 รวมถึงยังเป็นวาระสำคัญให้สังคมตระหนักถึงศักยภาพของสตรีไทย ในบทบาทผู้เป็นพลังสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนสังคมและผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง    อีกทั้งการสืบสานพระราชปณิธาน สู่การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และความมั่นคงของครอบครัว

ภายในงานจะมีการจัดแสดงนิทรรศการ ได้แก่ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี นิทรรศการของกระทรวง พม. และสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ นิทรรศการเชิดชูเกียรติสตรีไทยดีเด่นและเยาวสตรีไทยดีเด่น นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การออกร้านแสดงสินค้าจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร้านโกลเด้น เพลซ ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอาชีพสตรีและครอบครัว รวมถึงการสาธิตศิลปหัตถกรรมไทย และการทำผ้าจากภูมิปัญญาท้องถิ่น

ในการนี้นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธานเปิดงาน พร้อมพระราชทานเข็มเชิดชูเกียรติแก่สตรีไทยดีเด่น และพระราชทานเกียรติบัตรแก่เยาวสตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2569

งาน “วันสตรีไทย” ประจำปี 2569 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “แม่หลวงของแผ่นดิน สถิตถิ่นทิพย์วิมาน สตรีไทยตั้งปณิธาน สานต่องานศิลป์แผ่นดิน” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569  ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปร่วมรับชมภาพบรรยากาศของการจัดงานวันสตรีไทย ประจำปี 2569 ผ่านการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ช่อง NBT HD และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ เวลา 16.00  น. เป็นต้นไป

บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ร่วมบริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอนและของใช้จำเป็นช่วยเหลือทหารและประชาชนผู้ยากไร้ ต.กกสะทอน จ.เลย

บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ร่วมบริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอนและของใช้จำเป็นช่วยเหลือทหารและประชาชนผู้ยากไร้ ต.กกสะทอน จ.เลย

บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ร่วมบริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอนและของใช้จำเป็นช่วยเหลือทหารและประชาชนผู้ยากไร้ ต.กกสะทอน จ.เลย

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.47 น.

นายแพทย์ กัมพล โซ่เจริญธรรม และ แพทย์หญิง ธีรธร ทองก้อนใหญ่ สองผู้บริหาร บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ร่วมบริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอนและของใช้จำเป็น  การจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ “บ้านหมากแข้ง จากสมรภูมิ ลู่แผ่นดินแห่งพระบารมี” ณ อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

สองผู้บริหารบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง นายแพทย์ กัมพล โซ่เจริญธรรม และ แพทย์หญิง ธีรธร ทองก้อนใหญ่ ร่วมบริจาคอุปกรณ์ช่วยเหลือทหารและประชาชนผู้ยากไร้ ต.กกสะทอน จ.เลย ในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ “บ้านหมากแข้ง จากสมรภูมิ ลู่แผ่นดินแห่งพระบารมี” ณ อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ในพื้นที่ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ได้มีการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใต้ชื่องาน “บ้านหมากแข้ง จากสมรภูมิ สู่แผ่นดินแห่งพระบารมี” โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย และคณะ เดินทางลงพื้นที่เพื่อร่วมกิจกรรมและมอบสิ่งของแก่ประชาชนในพื้นที่ตลอดทั้งวัน

นายแพทย์ กัมพล โซ่เจริญธรรม และ แพทย์หญิง ธีรธร ทองก้อนใหญ่ สองผู้บริหารบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ต้อนรับ พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ประธานในพิธีเปิดกิจกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากกองทัพและหน่วยงานภาครัฐ ในโอกาสเยี่ยมชมบูธ และชมการคัดกรองผู้ป่วยด้วยเครื่อง”Eyetronix (อายทรอนิค)”ซึ่งใช้นวัตกรรมในการคัดกรองศักยภาพสมอง และ Neurosight (นิวโรไซต์)ซึ่งเป็นระบบฟื้นฟูสมรรถภาพทางปัญญาด้วยเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง

ในโอกาสนี้ นายแพทย์ กัมพล โซ่เจริญธรรม และ แพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่ สองผู้บริหารในนามบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ได้ร่วมสนับสนุนสิ่งของเพื่อมอบให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ ต.กดสะทอน ประกอบด้วย สมาร์ทโปรเจคเตอร์ สำหรับใช้ในการเรียนการสอนและการอบรม รวมทั้ง ผ้าอ้อมอนามัยสำหรับเด็ก ,พัดลม ,หม้อหุงข้าว,และเตาไมโครเวฟ
แพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า “สิ่งของดังกล่าวจะถูกนำไปมอบให้แก่โรงเรียนและประชาชนในพื้นที่ตำบลกดสะทอน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมมอบอุปกรณ์การเรียนการสอนและถุงยังชีพที่จัดขึ้นตลอดเส้นทาง ตั้งแต่บ้านห้วยมุ่น บ้านหมากแข้ง ไปจนถึงบ้านหมันขาว”

“นอกจากการมอบสิ่งของแล้ว บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ได้จัดหน่วยบริการเคลื่อนที่นำเทคโนโลยี Eyetronix (อายทรอนิค)ซึ่งใช้นวัตกรรมในการคัดกรองศักยภาพสมอง และ Neurosight (นิวโรไซต์)ซึ่งเป็นระบบฟื้นฟูสมรรถภาพทางปัญญาด้วยเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง ลงพื้นที่ตำบลกกสะทอนเป็นครั้งแรก เพื่อให้บริการตรวจคัดกรองและฟื้นฟูสมองแก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกำลังพลในพื้นที่โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ถือเป็นการต่อยอดพันธกิจของบริษัทฯ จากการบริจาคสิ่งของพื้นฐาน สู่การส่งมอบองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านสุขภาพที่ทันสมัยให้ถึงมือประชาชนในพื้นที่ห่างไกลอย่างแท้จริง” แพทย์หญิงธีรธร กล่าว

นายแพทย์ กัมพล โซ่เจริญธรรม และ แพทย์หญิง ธีรธร ทองก้อนใหญ่ สองผู้บริหารบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ต้อนรับ พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ประธานในพิธีเปิดกิจกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากกองทัพและหน่วยงานภาครัฐ ในโอกาสเยี่ยมชมบูธ และชมการคัดกรองผู้ป่วยด้วยเครื่อง”Eyetronix (อายทรอนิค)”ซึ่งใช้นวัตกรรมในการคัดกรองศักยภาพสมอง และ Neurosight (นิวโรไซต์)ซึ่งเป็นระบบฟื้นฟูสมรรถภาพทางปัญญาด้วยเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง

การร่วมกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ในการมีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม และแบ่งเบาภาระของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งได้รับความชื่นชมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ บวงสรวงเทพยดาครูอาจารย์ เตรียมเปิดม่านโขน 2569 เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน สีดา ​

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ บวงสรวงเทพยดาครูอาจารย์  เตรียมเปิดม่านโขน 2569 เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน สีดา     ​

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ บวงสรวงเทพยดาครูอาจารย์ เตรียมเปิดม่านโขน 2569 เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน สีดา ​

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.42 น.

 ​มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดพิธีบวงสรวงเทพยดาครูอาจารย์และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ โดยมี พันโท สมชาย กาญจนมณี รองเลขาธิการพระราชวังและรองประธานกรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นผู้แทนไปเป็นประธานในพิธีบวงสรวงเทพยดาครูอาจารย์และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อบอกกล่าวขออนุญาตเทพยดาครูอาจารย์ให้ช่วยเปิดทาง ปกป้องคุ้มครองและอำนวยพรให้การจัดสร้างฉากการแสดงโขนสุดยิ่งใหญ่แห่งปี เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน สีดา เป็นไปอย่างราบรื่นและสำเร็จลุล่วงได้ด้วยดี และเพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลต่อคณะดำเนินงาน นักแสดง และผู้เข้าร่วมพิธี  ขึ้น ในวันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.09 น. ณ อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน ตำบลเกาะเกิด อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

สำหรับปี 2569 มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ กำหนดจัดการแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน สีดา ขึ้น ในระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน – วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม 2569 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและสืบสานพระราชปณิธาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และในปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน สีดา จึงเป็นมากกว่าการแสดงนาฏศิลป์ แต่เป็นการแสดง เพื่อร่วมสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมไทย ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงวางรากฐาน และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงให้ความสำคัญสนองพระราชปณิธาน สืบสาน รักษา ต่อยอด เพื่อรักษาศิลปะชั้นสูงของชาติให้คงอยู่อย่างงดงามจากรุ่นสู่รุ่น นับเป็นความโชคดีของคนไทยและประเทศไทย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงส่งเสริมและสนับสนุนการแสดงโขน อย่างเอาพระทัยใส่ทุกมิติ เป็นการธำรงนาฏศิลป์ อันทรงคุณค่าของชาติให้สืบทอดอยู่อีกนานเท่านาน

เบื้องหลังความยิ่งใหญ่ของการแสดง มิใช่เพียงความงดงามบนเวที หากแต่เป็นผลจากพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมุ่งฟื้นฟู อนุรักษ์ และสืบสานศิลปะโขนของชาติ ควบคู่กับการอนุรักษ์งานช่างศิลป์ไทยอันประณีต ให้กลับมามีชีวิตและเปล่งประกายอีกครั้ง ผ่านการดำเนินงานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จนก่อให้เกิดเวทีแห่งการเรียนรู้ การถ่ายทอดองค์ความรู้และการสร้างศิลปินรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจัดสร้างฉากและอุปกรณ์การแสดง เครื่องประกอบฉาก หัวโขน ตลอดจน เครื่องพัสตราภรณ์อันงดงามประณีต..มาร่วมกันอนุรักษ์ สนับสนุน และส่งต่อโขนให้คงอยู่คู่สังคมไทย เพื่อให้ศิลปะการแสดงอันทรงคุณค่านี้ยังคงเปล่งประกายสู่คนรุ่นต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด

การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน สีดา ดำเนินเรื่องตามบทพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) จับตอนตั้งแต่ พระลักษมีอวตารเป็นนางสีดา ได้ราชาภิเษกกับพระรามผู้เป็นพระนารายณ์อวตาร ครั้นเมื่อติดตามพระรามออกผนวชในป่าจึงถูกทศกัณฐ์ลักพาตัวไปยังกรุงลงกา พระรามพร้อมพลวานรจึงยกทัพไปสังหารเหล่ายักษ์และทศกัณฐ์จนสำเร็จ นางสีดาผู้ถูกลักพาตัวไปอยู่ในเมืองยักษ์นานหลายปีเมื่อกลับมายังกรุงอโยธยาจึงต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ จึงทำพิธีเดินลุยไฟเพื่อพิสูจน์ตน และด้วยความรักแท้อันบริสุทธิ์ของนางสีดา จึงไม่ถูกไฟร้อนต้องกาย พร้อมทั้งมีดอกบัวรองรับทุกย่างก้าว พระรามจึงรับนางสีดา และครองกรุงอโยธยา ด้วยความสงบสุข เรื่องราวยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ เหตุใดนางสีดาจึงต้องจำจากไปอาศัยอยู่กลางป่าพร้อมพระโอรส ผู้เก่งกล้าอีกสองพระองค์ ติดตามรับชมได้ในการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน สีดา เปิดจำหน่ายบัตรในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : Khon Performance โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ

ทั้งนี้ อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน (All About Khon) เป็นสถานที่จัดสร้างฉาก อุปกรณ์ประกอบฉาก และงานจิตรกรรม เป็นแหล่งเรียนรู้นาฏกรรมชั้นสูงของไทย เป็นสถานที่ที่รวบรวมเรื่องราวและความรู้เกี่ยวกับศิลปะการแสดงโขนอย่างครบวงจร จัดแสดงผลงานศิลปกรรมแขนงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแสดงโขน ไม่ว่าจะเป็น ฉาก เครื่องประกอบฉาก หัวโขน ตลอดจน เครื่องพัสตราภรณ์อันงดงามประณีต และจัดสร้างฉากการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการที่นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโขนอย่างละเอียด พร้อมทั้งมีสื่อมัลติมีเดียที่ช่วยให้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้นเปิดทำการให้ผู้สนใจเข้าชม ทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยจำหน่ายบัตรเข้าชม เวลา 09.30 – 15.30 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-3535-2991

รมว.ซาบีดา ร่วมเปิดตัวกิจกรรม “Thai Local Food to World Food” และตราสัญลักษณ์ “Thailand Best Local Food”

รมว.ซาบีดา ร่วมเปิดตัวกิจกรรม “Thai Local Food to World Food” และตราสัญลักษณ์ “Thailand Best Local Food”

รมว.ซาบีดา ร่วมเปิดตัวกิจกรรม “Thai Local Food to World Food” และตราสัญลักษณ์ “Thailand Best Local Food”

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.11 น.

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานการแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรมการยกระดับอาหารไทยพื้นถิ่นสู่อาหารโลก “Thai Local Food to World Food” พร้อมเปิดตัวตราสัญลักษณ์ “Thailand Best Local Food” (TBLF) ภายใต้แนวคิด “The Lost Taste : The Living Heritage” เพื่อยกระดับอาหารไทยพื้นถิ่นที่ทรงคุณค่าให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล ผ่านการเชื่อมโยงมิติด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยมี นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้ทรงคุณวุฒิของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน และผู้ประกอบการร้านอาหารเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.00 น.

กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้ดำเนินโครงการ “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น รสชาติ…ที่หายไป The Lost Taste” อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน จนสามารถรวบรวมองค์ความรู้อาหารไทยพื้นถิ่นจากทั้ง 77 จังหวัด รวมกว่า 231 เมนู ในปี 2569 นี้ จึงได้จัดกิจกรรมการยกระดับอาหารไทยพื้นถิ่นสู่อาหารโลก “Thai Local Food to World Food” โดยพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานใหม่ในระดับสากล ภายใต้ชื่อ “Thailand Best Local Food” ผ่าน เพื่อเป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพและอัตลักษณ์ของอาหารไทยที่ทั่วโลกยอมรับ พร้อมจัดกิจกรรมสำคัญคือการเปิดรับสมัครผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศเพื่อเข้ารับการคัดเลือก โดยมีร้านอาหารสมัครเข้าร่วมกว่า 170 ร้าน ซึ่งผ่านกระบวนการตรวจประเมินอย่างเข้มข้นจนได้ “5 ร้านอาหารต้นแบบ” ที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thailand Best Local Food โดยมีความเป็นเลิศใน 3 ด้าน ได้แก่ คุณค่าความเป็นมรดกของอาหารไทย (Heritage Value) การต่อยอดอาหารไทย (Culinary Interpretation) และมาตรฐานการดำเนินงานเป็นเลิศ (Restaurant Excellence) ร้านอาหารที่ได้รับตราสัญลักษณ์ฯ แบ่งเป็น 2 สาขา ได้แก่ ด้านการรักษารากวัฒนธรรมสูตรดั้งเดิม หรือ Classic Selection ประกอบด้วย ร้านข้าวสารเสก กทม. เมนูแกงรัญจวน, ร้านโต๊ะแดง จ.ภูเก็ต เมนูยำย่าหนัด,  ร้านบูชาแกลเลอรี่ แอนด์ เรสเตอรองต์ จ.ภูเก็ต เมนูข้าวเหนียวเหลือง, ร้านหมก จ.อุบลราชธานี เมนูวุ้นตาลน้ำกะทิ และ ด้านการสร้างสรรค์ร่วมสมัยที่คงแก่นแท้ของเมนู หรือ Creative & Innovative Selection คือ ร้าน Bo.lan กทม. เมนูหลนปลาส้ม

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า “กระทรวงวัฒนธรรมมุ่งขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด ‘Ministry of Culture New Era : กระทรวงวัฒนธรรมยุคใหม่ ก้าวไกลสู่สากล’ โดยใช้วัฒนธรรมเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของไทยในเวทีโลก โครงการ ‘Thai Local Food to World Food’ จึงเป็นตัวอย่างที่สะท้อนการนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดสู่คุณค่าทางเศรษฐกิจ ผ่านการสืบสานภูมิปัญญาอาหารไทย สร้างโอกาสให้ชุมชนและผู้ประกอบการ พร้อมผลักดันอัตลักษณ์อาหารไทยสู่การยอมรับในระดับนานาชาติ เพราะการอนุรักษ์วัฒนธรรมในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการรักษาอดีตไว้ แต่คือการทำให้วัฒนธรรมยังคงมีชีวิตและสร้างคุณค่าให้แก่ผู้คนได้อย่างยั่งยืน”

ภายใต้โครงการดังกล่าว กรมส่งเสริมวัฒนธรรมยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรจากภาคเอกชนและภาคธุรกิจชั้นนำ เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดตลอดช่วง เดือนสิงหาคม–ตุลาคม 2569 โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ “The Lost Taste Restaurant Month” ตลอดเดือนกันยายน ซึ่งร้านอาหารต้นแบบทั้ง 5 ร้านจะร่วมสร้างสรรค์เมนูพิเศษจากสูตรอาหารไทยพื้นถิ่นที่หาชิมได้ยาก พร้อมมอบโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรเพื่อชวนนักชิมกลุ่มเป้าหมายและประชาชนออกเดินทางตามรอยอาหารไทยพื้นถิ่น เพื่อเปลี่ยน “รสชาติที่กำลังหายไป” ให้เป็น “ปลายทางยอดนิยม” กระตุ้นยอดขายให้แก่ผู้ประกอบการอย่างเห็นผลจริง โดยภายในงาน ยังได้รับเกียรติจากผู้บริหารของหน่วยงานและองค์กรพันธมิตรที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการ เข้าร่วมงานแถลงข่าวและแสดงพลังความร่วมมือในการผลักดันอาหารไทยพื้นถิ่นสู่เวทีสากล ได้แก่ เครือเจริญโภคภัณฑ์, KTC, SC, Grab Thailand, Gother, Centara Hotels & Resorts, TAGTHAi, Silver Voyage Club, Lifestyle and Travel Media และ Chic Car Rent

ด้าน นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวเสริมว่า “กรมส่งเสริมวัฒนธรรมเชื่อมั่นว่า กิจกรรม “Thai Local Food to World Food” จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับอาหารไทยพื้นถิ่นจากมรดกภูมิปัญญาของชุมชน สู่พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมออกเดินทางไปสัมผัสเมนูอาหารไทยพื้นถิ่นผ่านร้านอาหารต้นแบบที่เข้าร่วมโครงการ ติดตามกิจกรรมและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ตลอดช่วงเดือนสิงหาคม – ตุลาคม 2569 และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานมรดกภูมิปัญญาด้านอาหารไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนสู่เวทีโลก” ติดตามกิจกรรมและความเคลื่อนไหวต่าง ๆ  ของโครงการได้ที่ Facebook Page : https://www.facebook.com/thelosttaste และ www.thelosttaste.com

อั้ม อธิชาติ โปรโมตกิจกรรมวิ่งปราสาทตาควายชาวเน็ตประเทศเพื่อนบ้านถล่มคอมเมนต์เดือด

อั้ม อธิชาติ โปรโมตกิจกรรมวิ่งปราสาทตาควายชาวเน็ตประเทศเพื่อนบ้านถล่มคอมเมนต์เดือด

อั้ม อธิชาติ โปรโมตกิจกรรมวิ่งปราสาทตาควายชาวเน็ตประเทศเพื่อนบ้านถล่มคอมเมนต์เดือด

วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.20 น.

เป็นประเด็นดราม่าร้อนบนโลกโซเชียล เมื่อพระเอกหนุ่มชื่อดัง “อั้ม – อธิชาติ ชุมนานนท์” ได้โพสต์ภาพและคลิปวิดีโอผ่านเพจ Facebook ส่วนตัว เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมวิ่ง “Run for honor 2026 วิ่งบนสมรภูมิแห่งชีวิต” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 20 ธันวาคม ณ บริเวณ ปราสาทตาควาย พร้อมลงพื้นที่ตรวจความพร้อมและร่วมถ่ายภาพกับเจ้าหน้าที่ทหารชายแดน

โดยกิจกรรมนี้เป็นการวิ่งเชิงสัญลักษณ์และส่งกำลังใจให้ทหารแนวหน้า “Run for Honor”งานนี้ ‘หนุ่มอั้ม’โพสต์ภาพบรรยากาศรอบปราสาทตาควาย, การลงพื้นที่ดูจุดเตือนภัยระเบิดตามแนวชายแดน, ภาพเหรียญที่ระลึก และภาพถ่ายคู่กับเจ้าหน้าที่ทหารหลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้มีชาวเน็ตจากประเทศกัมพูชาจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นในเชิงอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่และโจมตีตัวนักแสดงอย่างหนัก

อ้างสิทธิ์ดินแดน อ้างว่าปราสาทตาควายเป็นของกัมพูชา ไม่ใช่ของไทย (“Belongs to Cambodia”, “Cambodia Temple is so Beautiful No Thailand”)ต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรง กล่าวหาว่าเป็นการบุกรุกและขโมย (“Honor as a thief”, “Invade for Honor”, “Face of thief”) รวมถึงการตัดต่อภาพและใช้คำด่าทอรุนแรงในขณะเดียวกัน แฟนคลับและชาวเน็ตชาวไทยจำนวนมากก็ได้เข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจ “อั้ม อธิชาติ” และขอบคุณที่ช่วยเป็นสื่อกลางในการส่งกำลังใจให้แก่ทหารกล้าที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

ลุคนี้เต็มสิบไม่หัก! ก้อย รัชวิน เสิร์ฟลุคออร่า สวยจนแฟนๆใจละลาย

ลุคนี้เต็มสิบไม่หัก! ก้อย รัชวิน เสิร์ฟลุคออร่า สวยจนแฟนๆใจละลาย

ลุคนี้เต็มสิบไม่หัก! ก้อย รัชวิน เสิร์ฟลุคออร่า สวยจนแฟนๆใจละลาย

วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.11 น.

ทำเอาโซเชียลฮือฮาอีกครั้ง สำหรับนักแสดงสาวและคุณแม่ลูกสอง “ก้อย รัชวิน วงศ์วิริยะ” ที่ล่าสุดเผยลุคสวยสง่าในโอกาสออกงาน พร้อมอวดความเปล่งประกายจนแฟนๆ พากันเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมอย่างล้นหลาม

       โดย ก้อย รัชวิน มาในชุดเดรสโทนสีอ่อนเข้ารูป ที่ช่วยขับรูปร่างให้ดูโดดเด่นและสง่างาม เพิ่มความหรูหราด้วยทรงผมเกล้าสุดเนี้ยบ พร้อมต่างหูระย้าดีไซน์เรียบหรูที่ช่วยเติมลุคให้ดูแพงยิ่งขึ้น

       หลังจากภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างเข้ามากดไลก์และแสดงความคิดเห็นชื่นชมกันอย่างต่อเนื่อง หลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าลุคนี้ของก้อยทั้งสวย หรู ดูแพง และออร่าจับแบบไร้ที่ติจริงๆ

ขอบคุณภาพจาก : อินสตาแกรม @rachwinwong

เรียบง่ายแต่มีสไตล์ ฮาน่า ฮิวโก้ ควงลูกชายขึ้นรถไฟฟ้าแฟนคลับโฟกัสหล่อถอดแบบพ่อมาเต็มๆ

เรียบง่ายแต่มีสไตล์ ฮาน่า ฮิวโก้ ควงลูกชายขึ้นรถไฟฟ้าแฟนคลับโฟกัสหล่อถอดแบบพ่อมาเต็มๆ

เรียบง่ายแต่มีสไตล์ ฮาน่า ฮิวโก้ ควงลูกชายขึ้นรถไฟฟ้าแฟนคลับโฟกัสหล่อถอดแบบพ่อมาเต็มๆ

วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.06 น.

ทำเอาแฟนๆ อดยิ้มตามไม่ได้ เมื่อ “ฮาน่า ทัศนาวลัย” ได้โพสต์ภาพบรรยากาศครอบครัวสุดอบอุ่นขณะเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีทอง ร่วมกับสามีหนุ่มสุดเซอร์ “ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์” และลูกชายงานนี้แม่ฮาน่ามาในชุดเสื้อยืดสีขาวแมตช์กับผ้าถุงประยุกต์และหมวกแก๊ปสุดเก๋ ขณะที่พ่อฮิวโก้ยังคงคอนเซปต์ความเท่และเรียบง่าย นั่งเคียงข้างลูกชายบนขบวนรถไฟฟ้าอย่างเป็นกันเอง พร้อมลงแคปชันแซวชวนอมยิ้มว่า “รถไฟฟ้า มาบ่อย ณ เธอ Daddy ราบเรียบ…”ไฮไลต์ที่หลายคนต่างหลงรักคงหนีไม่พ้น “น้องฮันเตอร์” ลูกชายคนเล็ก ที่นับวันยิ่งโตยิ่งฉายออร่าความคมเข้ม ถอดแบบโครงหน้าและสไตล์ความหล่อเซอร์มาจากคุณพ่อฮิวโก้แบบเป๊ะๆทำเอาแฟนคลับเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมในความน่ารักและความเป็นธรรมชาติของครอบครัวนี้กันอย่างถล่มทลาย

อั้ม พัชราภา เผยเหตุผล ทำไมไม่ไปร่วมงานแต่งงาน ณเดชน์-ญาญ่า

อั้ม พัชราภา เผยเหตุผล ทำไมไม่ไปร่วมงานแต่งงาน ณเดชน์-ญาญ่า

อั้ม พัชราภา เผยเหตุผล ทำไมไม่ไปร่วมงานแต่งงาน ณเดชน์-ญาญ่า

วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.52 น.

กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์ หลังซุปตาร์สาว “อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ” ไม่ได้ปรากฏตัวในงานฉลองวิวาห์ของ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” และ “ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 ทำให้แฟนๆ หลายคนตั้งข้อสงสัยถึงสาเหตุ เนื่องจากอั้มเคยเปิดเผยว่าเป็นแฟนคลับของญาญ่า และเอ็นดูทั้งคู่มาโดยตลอด

      ล่าสุด อั้ม พัชราภา ได้ออกมาชี้แจงด้วยตัวเอง ระหว่างร่วมงานเปิดตลาด AumAum ที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า โดยยืนยันว่าการไม่ได้ไปร่วมงานแต่งในครั้งนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์กับณเดชน์และญาญ่าแต่อย่างใด

       อั้มเปิดเผยว่า ในวันดังกล่าวตนมีภารกิจงานที่ต้องเดินตลอดทั้งวัน เมื่อเสร็จงานก็รู้สึกเหนื่อยมากจนไม่สามารถเดินทางไปร่วมงานได้ อีกทั้งโดยปกติก็เป็นคนที่ไม่ค่อยออกไปงานสังคมหรือเดินทางไปไหนอยู่แล้ว

       แม้จะไม่ได้ไปร่วมงานด้วยตัวเอง แต่อั้มย้ำว่า ณเดชน์และญาญ่าเป็นคู่ที่ตนรักและชื่นชอบมาก คอยติดตามความเคลื่อนไหวผ่านอินสตาแกรมอยู่เสมอ พร้อมส่งกำลังใจให้อย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องคำอวยพร อั้มเผยว่า ตั้งใจจะรอพบทั้งคู่ด้วยตัวเอง เพื่ออวยพรแบบต่อหน้ามากกว่า

กระแต อาร์สยาม แปลงร่างสุดแซ่บ สลัดลุคหวานจัดชุดดำซีทรูเตะสูงอวดความสตรอง

กระแต อาร์สยาม แปลงร่างสุดแซ่บ สลัดลุคหวานจัดชุดดำซีทรูเตะสูงอวดความสตรอง

กระแต อาร์สยาม แปลงร่างสุดแซ่บ สลัดลุคหวานจัดชุดดำซีทรูเตะสูงอวดความสตรอง

วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.52 น.

ทำเอาโซเชียลลุกเป็นไฟอีกครั้ง! สำหรับนักร้องลูกทุ่งสาวมากความสามารถ “กระแต อาร์สยาม” (KT KRATAE) ที่ขยันเสิร์ฟความปังและความแซ่บให้แฟนๆ ได้ติดตามกันอยู่อย่างสม่ำเสมอล่าสุด เจ้าตัวได้โพสต์คลิปวิดีโออวดลุคสุดปังลงในเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว KT KRATAE พร้อมแคปชันเช็กเรตติ้งแฟนคลับว่า “แปลงร่างงง ลุคนี้กี่คะแนนดีค้าาา?  Sweet, but not weak.”

ภายในคลิปเริ่มต้นด้วยภาพของกระแตในชุดลำลองโทนสุดเรียบง่าย พร้อมโชว์สกิลการเตะขาขึ้นสูงสมดีกรีอดีตนักมวย ก่อนที่จะ “แปลงร่าง” เข้าสู่ลุคสุดแซ่บกระชากใจ ด้วยชุดบอดี้สูทเว้าลึกสีดำ แมตช์เข้ากับถุงน่องตาข่ายลายแบรนด์เนม สวมทับด้วยเสื้อโค้ตและรองเท้าบูทสูงทรงเท่ เสริมความโฉบเฉี่ยวด้วยแว่นตากันแดดสุดเก๋งานนี้ไม่ใช่แค่ความเซ็กซี่อย่างเดียว แต่สาวกระแตยังโชว์ความแข็งแกร่งด้วยการเตะขาฟาดฟองอากาศในชุดสุดแซ่บ โชว์ความเป๊ะของรูปร่างและกล้ามเนื้อสุดสตรอง สมกับสโลแกน “Sweet, but not weak” แบบสุดๆ แฟนคลับแห่กดไลก์-คอมเมนต์เต็ม 10 ไม่หัก!

ลีเดีย ทำไอจีแทบลุกเป็นไฟ ปล่อยแฟชั่นเซ็ตสุดแซ่บฉลองวัย 39 ปี

ลีเดีย ทำไอจีแทบลุกเป็นไฟ ปล่อยแฟชั่นเซ็ตสุดแซ่บฉลองวัย 39 ปี

ลีเดีย ทำไอจีแทบลุกเป็นไฟ ปล่อยแฟชั่นเซ็ตสุดแซ่บฉลองวัย 39 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 21.49 น.

ทำเอาโซเชียลร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อคุณแม่ลูกสาม อย่าง “ลีเดีย ศรัณย์รัชต์” ปล่อยแฟชั่นเซ็ตสุดแซ่บฉลองอายุครบ 39 ปี อวดหุ่นสุดเป๊ะและความสวยสะกดทุกสายตา จนแฟนๆ ต่างเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมกันอย่างล้นหลาม

ในเซ็ตภาพล่าสุด ลีเดียมาในลุคสุดเซ็กซี่แต่ยังคงความสง่างาม เผยรูปร่างที่ฟิตแอนด์เฟิร์มจนแทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นคุณแม่ของลูกถึง 3 คน โดยหลายคนต่างยกให้เป็นอีกหนึ่งคุณแม่คนดังที่ดูแลตัวเองได้ดีทั้งเรื่องสุขภาพและรูปร่าง

หลังจากภาพถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนคลับและเพื่อนในวงการบันเทิงต่างพากันเข้ามากดไลก์และส่งคำอวยพรวันเกิด พร้อมชื่นชมลุคสุดปังของคุณแม่ลูกสาม ที่ยังคงดูสวยเป๊ะและมีเสน่ห์ไม่เปลี่ยน แม้จะก้าวเข้าสู่วัย 39 ปีแล้วก็ตาม