สพฐ. เดินหน้าสร้างโอกาสเด็กห่างไกล ยกระดับการอ่าน-ความปลอดภัยโรงเรียน

15 กันยายน 2569 เวลา 14:09 น.

นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ 33/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนภารกิจสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษา สร้างโอกาสและความเสมอภาคให้แก่ผู้เรียน ตลอดจนเสริมสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา

นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า สพฐ. ให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางการศึกษาและการเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและขาดโอกาส ผ่านโครงการ “ปลูกพลังฝัน เสริมประสบการณ์ เปลี่ยนอนาคต” ซึ่งเตรียมนำนักเรียนบนพื้นที่สูง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 100 คน เดินทางมาเปิดโลกการเรียนรู้ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์และทะเล ระหว่างวันที่ 21–25 กันยายน 2569 โดยได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน รวมถึงกองทัพอากาศในการสนับสนุนการเดินทางด้วยเครื่องบิน

ขณะเดียวกัน สพฐ. ยังขยายโอกาสให้เด็กในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่ขาดโอกาส ได้เดินทางไปเรียนรู้ที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อเปิดโลกทัศน์ เรียนรู้ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้

“ด้านการผลิตและพัฒนาครู สพฐ. เตรียมเปิดการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ใน 116 เขตพื้นที่การศึกษา รวม 726 อัตรา ครอบคลุม 45 วิชาเอก ขณะที่อีก 130 เขตพื้นที่การศึกษายังสามารถเรียกบรรจุผู้สอบแข่งขันได้จากบัญชีเดิม จึงขอเชิญชวนผู้ที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจเข้าสู่วิชาชีพครู เตรียมความพร้อมทั้งด้านความรู้และทักษะ เพื่อก้าวสู่การเป็นครูคุณภาพที่สามารถพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเต็มศักยภาพ” เลขาธิการ กพฐ. กล่าวและว่า พร้อมกันนี้ สพฐ. เดินหน้าสร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทางการศึกษาในพื้นที่ ผ่านการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา 4 ภูมิภาค ครอบคลุมโรงเรียน 28,834 แห่ง และกรรมการสถานศึกษาประมาณ 300,000 คน เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมคิด ร่วมทำ และแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยหลังจากเริ่มดำเนินการที่จังหวัดนครราชสีมาแล้ว จะเดินหน้าจัดกิจกรรมในภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคกลางอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของการส่งเสริมการอ่านและความฉลาดรู้ของผู้เรียน สพฐ. เตรียมจัดกิจกรรมใน 4 ภูมิภาค เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและต่อยอดสู่ทักษะการเรียนรู้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน พร้อมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ รวมถึงการพัฒนาครูและศึกษานิเทศก์ และเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยน Best Practice เพื่อให้การส่งเสริมการอ่านเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและนำไปสู่การพัฒนาทักษะที่จำเป็นของผู้เรียนในอนาคต

ด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา ได้กำชับให้ทุกโรงเรียนให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดความเสี่ยง โดยเฉพาะการตรวจสอบระบบไฟฟ้า อาคารสถานที่ และการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการตรวจสอบความพร้อมในช่วงวันหยุด เพื่อป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้น พร้อมเตรียมประชุมผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศกว่า 1,200 คน ระหว่างวันที่ 12–13 กันยายน 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีด้านความปลอดภัย และการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก

 “สำหรับการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก สพฐ. มีแผนดำเนินงานระยะ 5 ปี โดยให้ความสำคัญกับโรงเรียนที่มีนักเรียนน้อยกว่า 50 คน ซึ่งมีประมาณ 5,813 แห่ง มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการและสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานและภาคส่วนต่างๆเพื่อให้โรงเรียนสามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพและตอบโจทย์บริบทของพื้นที่ ขณะเดียวกัน จากสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่าน สพฐ. พร้อมนำเงินและสิ่งของที่ได้รับบริจาคลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัย โดยเฉพาะนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา พร้อมยืนยันว่า ‘ชาว สพฐ. ไม่ทิ้งกัน’ และจะเดินหน้าดูแลผู้เรียนและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเต็มกำลัง” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

ก.ค.ศ. เคาะเพิ่มรายชื่อสถานศึกษา ลดเวลาขอเลื่อนวิทยฐานะ ผ่านร่างเกณฑ์คุมเข้มกรรมการประเมิน DPA

15 กันยายน 2569 เวลา 14:08 น.

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) โดยที่ประชุมมีมติสำคัญหลายเรื่องที่สะท้อนการขับเคลื่อนระบบบริหารงานบุคคลให้ทันสมัย คล่องตัว และตอบโจทย์การปฏิบัติงานจริง ตั้งแต่การปรับปรุงหลักเกณฑ์ การสรรหาและคัดเลือกบุคลากร 38 ค. (2) การส่งเสริมความก้าวหน้าในวิชาชีพของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่พิเศษ ตลอดจนการยกระดับมาตรฐานและจริยธรรมในกระบวนการประเมินวิทยฐานะ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศธ. เปิดเผยว่า ก.ค.ศ. ได้เห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการย้าย การเปลี่ยนตำแหน่ง และการโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และการย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญไปบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารงานบุคคล ลดข้อจำกัดจากหลักเกณฑ์เดิม และเปิดโอกาสให้ส่วนราชการสามารถบริหารตำแหน่งและบุคลากรให้สอดคล้องกับภารกิจและบริบทของแต่ละหน่วยงานมากขึ้น รวมถึงรองรับการย้ายต่อเนื่องและการกำหนดปฏิทินการดำเนินงานที่เหมาะสม

นอกจากนี้ได้มีการอนุมัติจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวนทั้งสิ้น 7,276 อัตรา แบ่งเป็น สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 77 อัตรา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จำนวน 3 อัตรา  สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 6,792 อัตรา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จำนวน 292 อัตรา และสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ จำนวน 112 อัตรา

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังเห็นชอบการกำหนดประกาศรายชื่อสถานศึกษาในพื้นที่พิเศษ ฉบับใหม่รวมสถานศึกษา จำนวน 3,657 แห่ง เพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สายงานการสอนและสายงานบริหารสถานศึกษา ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ตามเงื่อนไข สามารถใช้สิทธิลดระยะเวลาการขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ จาก 4 ปี เหลือ 3 ปีได้ โดยแบ่งเป็นสถานศึกษาสังกัด สพฐ. 2,739 แห่ง สอศ. 17 แห่ง และ สกร. 901 แห่ง พร้อมกำหนดบทเฉพาะกาลเพื่อรักษาสิทธิของผู้ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่พิเศษ ตามประกาศเดิม (ว 23/2565) โดยผู้ที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษาต่อเนื่องครบ 3 ปี และมีคุณสมบัติครบถ้วนภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 สามารถใช้สิทธิลดระยะเวลาได้อีก 1 ครั้ง และยื่นคำขอผ่านระบบ DPA ได้ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2570 รวมทั้งรองรับกรณีมีการย้าย หรือเปลี่ยนสถานศึกษา เพื่อให้สามารถนับระยะเวลาการปฏิบัติงานต่อเนื่องตามเงื่อนไขที่กำหนด

ทั้งนี้ ให้ยกเลิกประกาศรายชื่อสถานศึกษาในพื้นที่พิเศษเดิม ตาม ว 23/2565 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 และให้ประกาศใหม่ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไปเช่นกัน ซึ่งสำนักงาน ก.ค.ศ. จะประกาศรายชื่อสถานศึกษาในพื้นที่พิเศษให้ทราบต่อไป

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ การยกระดับมาตรฐานจริยธรรมของกรรมการประเมินวิทยฐานะ โดย ก.ค.ศ. เห็นชอบ (ร่าง) ข้อกำหนดสำหรับกรรมการประเมินวิทยฐานะ ในระบบ DPA และเห็นชอบให้นำไปกำหนดไว้ในประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อกำกับการปฏิบัติหน้าที่ให้มีความเป็นกลาง รักษาความลับ ป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน และพิจารณาผลงานด้วยความเที่ยงธรรม โดยกำหนดให้การฝ่าฝืนข้อกำหนด ถือเป็นความผิดทางจริยธรรมและวินัยอย่างร้ายแรงรวมถึงกรณีกรรมการประเมินไม่ได้เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หากกระทำผิดให้ถือว่ามีความผิดทางอาญา

ด้าน ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวว่า ก.ค.ศ. ได้ติดตามการดำเนินงาน รับฟังความคิดเห็นและได้รับข้อร้องเรียนว่า พบพฤติกรรมของกรรมการบางรายที่อาจไม่สอดคล้องกับจริยธรรมของการทำหน้าที่ เช่น การเปิดเผยตัวตน การรวมกลุ่มผ่านช่องทางออนไลน์ การจัดอบรมทำผลงานทางวิชาการ รวมถึงการขาดการตรวจสอบและวินิจฉัยการคัดลอกหรือลอกเลียนผลงานทางวิชาการในการประเมิน  ก.ค.ศ. จึงเห็นความจำเป็นในการกำหนดมาตรฐานจริยธรรมสำหรับกรรมการประเมินให้มีความชัดเจนและมีสภาพบังคับมากยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับมาตรฐานการประเมินวิทยฐานะให้ได้รับความเชื่อมั่นจากข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ  ซึ่งทั้งหมดมีเป้าหมายร่วมกัน คือทำให้ระบบบริหารงานบุคคลมีความชัดเจน เป็นธรรม โปร่งใส และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

“ก.ค.ศ. จะเร่งนำมติและหลักเกณฑ์ที่ได้รับความเห็นชอบไปสู่การปฏิบัติ พร้อมสื่อสารทำความเข้าใจกับหน่วยงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงของหลักเกณฑ์เกิดประโยชน์กับผู้ปฏิบัติงานอย่างแท้จริง และช่วยให้หน่วยงานทางการศึกษาสามารถบริหารจัดการบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป” เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าว

วธ.รับมอบ ไม้จันทน์หอม จัดสร้างพระโกศจันทน์-หีบพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

14 กันยายน 2569 เวลา 20:43 น.

วธ. รับมอบไม้จันทน์หอมสำหรับนำไปจัดสร้างพระโกศจันทน์และหีบพระศพไม้จันทน์ เพื่อใช้ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) รับมอบไม้จันทน์หอมสำหรับนำไปจัดสร้างพระโกศจันทน์และหีบพระศพไม้จันทน์ เพื่อใช้ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวง ราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นผู้ส่งมอบ พร้อมด้วยนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ตลอดจนประชาชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมในพิธี ณ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร จังหวัดนครปฐม

นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดหาไม้จันทน์หอมสำหรับนำไปจัดสร้างพระโกศจันทน์และหีบพระศพไม้จันทน์ เพื่อใช้ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยคัดเลือกไม้จันทน์หอม ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีลักษณะเหมาะสม ยืนต้นตายตามธรรมชาติ เปลาตรง และมีพิธีบวงสรวงไม้จันทน์หอมไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พุทธศักราช 2569 จากนั้นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ส่งมอบไม้จันทน์หอมที่ผ่านการคัดเลือกและแปรรูปตามขนาดและจำนวนที่กำหนด เป็นไม้จันทน์หอมแปรรูป ไม้ท่อน จานวน 370 ท่อน และไม้จันทน์หอมแปรรูป ไม้แผ่น จำนวน 1,350 แผ่น รวมปริมาตร 16.053 ลูกบาศก์เมตร ให้แก่กระทรวงวัฒนธรรม

นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า ความร่วมมือระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต่างน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และพร้อมแสดงความจงรักภักดีด้วยหัวใจ ทำให้การตัดไม้จันทน์หอม และการเคลื่อนย้ายมายังสำนักช่างสิบหมู่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งสำนักช่างสิบหมู่ได้จัดเตรียมบุคลากรไว้พร้อมแล้วเพื่อดำเนินการตามแผนงานที่วางไว้ นับจากนี้ ช่างโลหะ ช่างไม้ประณีต ช่างโกรกฉลุ และเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร จะดำเนินการจัดสร้างพระโกศจันทน์และหีบพระศพไม้จันทน์ อย่างสุดฝีมือด้วยความละเอียดรอบคอบ ประณีตและพิถีพิถัน เพื่อการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมประโยชน์ และแสดงฝีมือเชิงช่างศิลปกรรมชั้นสูงอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทยให้เป็นที่ปรากฏสืบไป นอกจากนี้ จะบันทึกองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดสร้างพระโกศจันทน์และหีบพระศพไม้จันทน์ไว้เป็นจดหมายเหตุของชาติ ตั้งแต่การจัดหาต้นจันทน์หอม พิธีบวงสรวง พิธีการตัดต้นจันทน์หอม และขั้นตอนการจัดสร้างโดยละเอียดและสมบูรณ์ เพื่อเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และสืบทอดองค์ความรู้ให้แก่อนุชนจากรุ่นสู่รุ่นต่อไป

MRT เปิดพื้นที่ Metro Mall สานฝันเยาวชนไทยต่อเนื่องปีที่ 3 กับงาน APRSAF Poster Contest 2026 ในหัวข้อ “Space Garden” MRT สวนจตุจักร

15 กันยายน 2569 เวลา 14:21 น.

จากความมุ่งมั่นในการพลิกโฉมพื้นที่ในระบบรถไฟฟ้า MRT ให้เป็นมากกว่าเพียงเส้นทางการคมนาคม แต่เป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ พื้นที่แห่งศิลปะ และแหล่งจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้กับสังคม ล่าสุด บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด (BMN) ผู้บริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ Metro Mall ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เดินหน้ายกระดับการสนับสนุนศักยภาพเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดพื้นที่ Metro Mall ต้อนรับ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมการประกวดภาพวาดระดับประเทศ APRSAF Poster Contest 2026 (รอบวาดสด และรอบชิงชนะเลิศ) ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ในวันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ณ สถานีรถไฟฟ้า MRT สวนจตุจักร

การเปิดพื้นที่ในครั้งนี้ BMN มุ่งหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมให้เยาวชนได้พัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสารผ่านงานศิลปะ และพร้อมเป็นเวทีที่ผลักดันให้เยาวชนไทยได้มีโอกาสเป็นตัวแทนประเทศไปแสดงศักยภาพในเวทีนานาชาติ ภายใต้การประชุมองค์กรด้านอวกาศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และสำหรับการประกวดในปีนี้มาในแนวคิด “Space Garden” โดยพื้นที่ Metro Mall จะถูกเนรมิตให้เป็นลานประลองไอเดีย เพื่อให้เยาวชนได้สำรวจความฝันอันไกล และแสดงทัศนคติต่ออนาคตของการสร้างพื้นที่สีเขียวในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ผ่านมุมมองทางศิลปะที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเพาะปลูกพืชในอวกาศ ระบบนิเวศจำลอง หรือเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนเป็นโจทย์ที่กระตุ้นจินตนาการและการเรียนรู้เชิงบูรณาการได้เป็นอย่างดี

ด้าน ดร. อารยา ปานุราช กรรมการผู้จัดการ BMN ผู้แทน BEM กล่าวถึงความภาคภูมิใจในฐานะเจ้าของพื้นที่ว่า “BMN มีความมุ่งมั่นที่จะทำให้ Metro Mall เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจ เราภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ GISTDA อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ในการเปิดพื้นที่สถานี MRT สวนจตุจักร ให้เป็นเวทีสำคัญสำหรับเยาวชนไทยในการถ่ายทอดจินตนาการผ่านงานศิลปะ หัวข้อ ‘Space Garden’ ในปีนี้ ช่วยกระตุ้นให้เด็กไทยคิดไกลถึงการนำธรรมชาติไปสู่การตั้งถิ่นฐานในอวกาศ และยังสะท้อนมุมมองของคนรุ่นใหม่ได้อย่างทรงพลัง  สิ่งที่เราเห็นจากงานนี้ ไม่ใช่แค่ผลงานที่สวยงาม แต่คือศักยภาพที่รอการปลดปล่อย BMN และ BEM จึงตั้งเป้าหมายที่จะขยายผลโครงการในระยะยาว ทั้งนิทรรศการหมุนเวียน กิจกรรมเวิร์กช็อปกับศิลปินต้นแบบ การสร้างเครือข่ายเยาวชนศิลปะในระบบขนส่งมวลชน และความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เรามองว่าเด็กไทยมีความสามารถไม่แพ้ใครในโลก เพียงแค่พวกเขาได้รับโอกาสและพื้นที่ที่เหมาะสมในการแสดงออก ซึ่งนี่คือสิ่งที่เรามุ่งมั่นสร้างสรรค์ผ่าน Metro Mall”

การประกวดภาพวาด APRSAF – Poster Contest 2026 รอบชิงชนะเลิศ ผู้ชนะและได้รับคัดเลือก 3 ผลงานที่โดดเด่นที่สุด เป็นตัวแทนประเทศไทย สู่เวทีนานาชาติ โดยในปีนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ได้แก่

  1. ด.ญ. ชนิดาภา ศรีรัตนาพร โรงเรียนอนุบาลไผทวิทยา (มูลนิธิชัยพัฒนา)
  2. ด.ญ. ปวริศา โชติคุณ โรงเรียนอนุบาลเมืองใหม่ชลบุรี
  3. ด.ญ. มินรญา แก้วชลคราม โรงเรียนนาคประสิทธิ์

ทั้งนี้ ยังมีรางวัล Popular Vote  จำนวน 2 รางวัล

  1. ด.ช. รุ่งโรจน์ ประวิงทรัพย์ โรงเรียนธีรศาสตร์
  2. ด.ญ. ศิริภัทรา ธุระหาญ โรงเรียนสอนศิลปะวาดเส้นแต้มสีกระบี่

พร้อมรางวัล BEM AWARD อีก 12  รางวัล เพื่อสนับสนุนทุกความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนอย่างทั่วถึง

การจัดงานครั้งนี้สะท้อนถึงพันธกิจของ BMN และ BEM ในการใช้พื้นที่สาธารณะให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการผสมผสาน ศิลปะ การเดินทาง และโอกาสไว้ในจุดเดียว ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Page: BMN Bangkok Metro Networks

‘ตลาดใบบัว วงศ์สว่าง’ ปักหมุดแลนด์มาร์กไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ ย่านวงศ์สว่าง เชื่อมเศรษฐกิจชุมชน

15 กันยายน 2569 เวลา 14:01 น.

ตลาดใบบัว วงศ์สว่าง เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก พร้อมจัดเต็มพิธีมงคล การแสดงศิลปวัฒนธรรม กิจกรรมการตลาด และคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง ตอกย้ำการเป็นตลาดไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ของย่านวงศ์สว่าง ที่รวมทั้งอาหาร สินค้า และบริการไว้อย่างครบครัน พร้อมเดินหน้าสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการและชุมชนโดยรอบ

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ตลาดใบบัว วงศ์สว่าง ได้จัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการอย่างยิ่งใหญ่ นำโดย คุณคุณ มานัส เติมธนะศักดิ์  จับมือลูกสาวCEO ไฟแรง คุณ ริณระดา ตระการศักดิกุล  พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร พนักงาน เจ้าหน้าที่ พ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการ แขกผู้มีเกียรติ และประชาชนจำนวนมากที่เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีและสัมผัสบรรยากาศของตลาดแห่งใหม่ใจกลางย่านวงศ์สว่าง

การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนภาพของตลาดยุคใหม่ที่ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ซื้อขายสินค้าเท่านั้น แต่ยังได้รับการพัฒนาให้เป็น Lifestyle Market ที่ผสานทั้งพื้นที่ค้าขาย อาหาร บริการ กิจกรรม และความบันเทิงเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมเป็นอีกหนึ่งพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญสำหรับผู้ประกอบการรายเล็กและรายกลางในย่านกรุงเทพฯ ตอนเหนือและพื้นที่ใกล้เคียง

งานเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเช้าด้วยกิจกรรมเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีการนิมนต์ พระสงฆ์จำนวน 99 รูป ออกรับบิณฑบาตภายในพื้นที่ตลาด ท่ามกลางคณะผู้บริหาร ผู้ประกอบการ และประชาชนที่ร่วมทำบุญกันอย่างพร้อมเพรียง

จากนั้นเข้าสู่พิธีพราหมณ์เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยได้รับเกียรติจาก พระครูเทพาจารย์ (ตรัณ บุรณศิริ) พระครูพราหมณ์ผู้สืบทอดการพระราชพิธี ประกอบพิธีตามแบบประเพณีพราหมณ์ โดยพระครูเทพาจารย์ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรตั้งเป็นพระครูพราหมณ์เมื่อปี 2567

บรรยากาศภายในงานยังงดงามด้วยการ รำถวายพรโดยนางรำ 9 นาง พร้อมการบรรเลงวงปี่พาทย์ และการแสดงโขนโดยนักแสดงจาก วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมไทยให้เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของพิธีเปิด

ความคึกคักดำเนินต่อเนื่องตลอดทั้งวัน โดยในช่วงบ่ายมีการแสดง เชิดสิงโตและมังกร สร้างสีสันและเรียกความสนใจจากผู้เข้าร่วมงาน พร้อมด้วยการแสดงจาก วงโยธวาทิตโรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม ซึ่งมาร่วมสร้างบรรยากาศให้การเปิดตลาดเต็มไปด้วยความสนุกสนานและมีชีวิตชีวา โดยโรงเรียนวัดเขมาภิรตารามมีผลงานด้านวงโยธวาทิตมาอย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งสีสันของงานคือเหล่าอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ชื่อดังที่ทยอยเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีและสร้างคอนเทนต์ภายในตลาด อาทิ นารา เครปกะเทย, คุณมะร์, BB Memory – ครอบครัวตัวบี ตลอดจนอินฟลูเอนเซอร์อีกหลายช่องที่มาร่วมพาผู้ติดตามเปิดประสบการณ์กิน เที่ยว และชอปภายในตลาด

นอกจากกิจกรรมความบันเทิงแล้ว ตลาดใบบัวยังให้ความสำคัญกับการทำตลาดเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการภายในพื้นที่ โดยในวันเปิดตัวได้จัดแคมเปญพิเศษให้ประชาชน ลงทะเบียนรับสิทธิ์รับประทานอาหารฟรีสูงสุด 4 ร้านค้า เพื่อกระจายผู้ใช้บริการเข้าสู่ร้านค้าต่าง ๆ ภายในตลาดโดยตรง ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างการทดลองซื้อ สร้างการรับรู้ร้านค้าใหม่ และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พบกับฐานลูกค้าใหม่ตั้งแต่วันเปิดตลาด

ก่อนจะปิดท้ายค่ำคืนด้วยความสนุกจาก ฟรีคอนเสิร์ตวง Good Mood และ Slot Machine ที่เรียกผู้คนเข้ามาร่วมงานอย่างคึกคัก ทำให้บรรยากาศของตลาดใบบัวเต็มไปด้วยผู้เข้าร่วมงานตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงค่ำ

ตลาดไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ ครบทั้ง กินชอปใช้ชีวิต

จุดเด่นสำคัญของ ตลาดใบบัว วงศ์สว่าง คือการวางแนวคิดให้เป็นตลาดที่รองรับการใช้ชีวิตได้ทั้ง กลางวันและกลางคืน เปิดให้บริการตั้งแต่ประมาณ 10.00–22.00 น. พร้อมรวบรวมร้านค้าและบริการหลากหลายประเภทไว้ในพื้นที่เดียว

ภายในตลาดมีทั้งอาหารปรุงสำเร็จ ร้านอาหาร ร้านดัง ร้านเด็ด ของกินเล่น เครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงธุรกิจบริการในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น ร้านทำผม ร้านตัดผมชาย ร้านทำเล็บ ร้านขายยา ร้านซักผ้า และร้านบริการต่าง ๆ ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถมาใช้ชีวิต รับประทานอาหาร เลือกซื้อสินค้า และใช้บริการต่าง ๆ ได้แบบ “ครบ จบในที่เดียว”

พื้นที่ตลาดยังออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้งานจริง มีโครงสร้างหลังคาช่วยป้องกันทั้งแดดและฝน ทำให้สามารถเดินเลือกซื้อสินค้าและรับประทานอาหารได้สะดวกตลอดทั้งวัน ขณะเดียวกันยังมีพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรม อีเวนต์ โปรโมชัน และความบันเทิงหมุนเวียน เพื่อสร้างความเคลื่อนไหวให้กับตลาดและดึงดูดผู้ใช้บริการให้กลับมาเยือนอย่างต่อเนื่อง

ในมุมเศรษฐกิจ ตลาดใบบัวยังมีบทบาทในการสร้างพื้นที่ค้าขายให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ร้านอาหาร และธุรกิจบริการ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจชุมชน การทำการตลาดเชิงรุก การจัดกิจกรรม และการสร้างทราฟฟิกเข้าสู่พื้นที่อย่างสม่ำเสมอ จึงไม่เพียงช่วยสร้างสีสันให้ตลาด แต่ยังมีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการภายในตลาดอีกด้วย

เดินทางสะดวก ติด MRT วงศ์สว่าง

อีกหนึ่งจุดแข็งคือทำเลที่เดินทางสะดวก โดยตลาดตั้งอยู่ใกล้ รถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง สถานีวงศ์สว่าง ทางออก 2 และ 3 ช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถเดินทางมายังตลาดได้สะดวกทั้งจากกรุงเทพฯ และนนทบุรี

ด้วยองค์ประกอบทั้งด้านทำเล ความหลากหลายของร้านค้า กิจกรรมการตลาด อีเวนต์ และความบันเทิง ตลาดใบบัว วงศ์สว่าง จึงมีเป้าหมายที่จะเป็นมากกว่าตลาดทั่วไป แต่เป็นพื้นที่พบปะและพื้นที่ใช้ชีวิตแห่งใหม่ของคนในย่านวงศ์สว่าง ตลอดจนเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการในพื้นที่เติบโตไปพร้อมกัน

“ตลาดใบบัว วงศ์สว่าง” เปิดให้บริการแล้วอย่างเป็นทางการ ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00–22.00 น. ใครที่กำลังมองหาตลาดแห่งใหม่สำหรับกิน ชอป เดินเล่น หรือใช้บริการต่าง ๆ สามารถเดินทางมาสัมผัสบรรยากาศได้แล้ววันนี้

ช่องทางติดตามข่าวสารและกิจกรรม Facebook : ตลาดใบบัว , Instagram : Baibour.Market , TikTok : Baibourmarket.Wongsawang  , LINE Official Account : @baibour(มี@นำหน้า) , Call : 080-778-7777

พม. ยกระดับผลิตภัณฑ์ ‘ทอฝัน by พม.’ เพิ่มช่องทางการตลาด – ติวทักษะดิจิทัล สร้างรายได้มั่นคง พึ่งพาตนเองได้ พร้อมดูแลครอบครัว

15 กันยายน 2569 เวลา 13:57 น.

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) มอบหมาย นางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมเป็นประธานสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วย การส่งเสริมช่องทางการตลาดและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) โดยมี นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมเป็นประธานสักขีพยาน พร้อมด้วยนายกิตติ อินทรกุล รองปลัดกระทรวง พม. ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวง ดีอี และ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปณท. ร่วมลงนาม อีกทั้ง นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว พร้อมคณะผู้บริการกระทรวง พม. และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน ณ อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก กรุงเทพมหานคร

นางสาวชนก กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจครั้งนี้ เป็นความร่วมมือในการเพิ่มช่องทางการตลาดและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเป้าหมายและกลุ่มอาชีพในความดูแลของกระทรวง พม. ให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น ควบคู่กับการพัฒนาระบบการจัดส่งและการกระจายสินค้าให้มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมความรู้และทักษะด้านอีคอมเมิร์ซ การตลาดดิจิทัล และการจัดการโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มเป้าหมายและกลุ่มอาชีพในความดูแลของกระทรวง พม. นำไปสู่การสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับ “ทอฝัน by พม.” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเป้าหมายและกลุ่มอาชีพในความดูแลของกระทรวง พม. สำหรับการพัฒนาทักษะและส่งเสริมอาชีพ ไปสู่การพัฒนาระบบและโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยเชื่อมโยงคน สินค้า ตลาด และเครือข่ายเข้าด้วยกัน ซึ่งกระทรวง พม. ไม่สามารถขับเคลื่อนภารกิจนี้ได้โดยลำพัง จำเป็นต้องมีพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Partner) ที่นำจุดแข็งและความเชี่ยวชาญของแต่ละฝ่ายมาร่วมกันสร้างโอกาสใหม่ให้กับประชาชน

นางสาวชนก กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวง พม. ได้ส่งเสริมทักษะด้านอาชีพและต่อยอดความสามารถด้านการผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์ให้กับกลุ่มเป้าหมายมาอย่างต่อเนื่อง และอาศัยความร่วมมือกับกระทรวง ดีอี และ ปณท. ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้า แต่ต้องการให้เกิดโอกาสในการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเป้าหมายและกลุ่มอาชีพในความดูแลของกระทรวง พม. สามารถก้าวจากการผลิตไปสู่การเข้าถึงตลาดและผู้บริโภคได้มากขึ้น เพิ่มโอกาสในการจำหน่ายและสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง นำไปสู่การพึ่งพาตนเอง การดูแลครอบครัว และการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ภายใต้แนวคิด “ทอฝัน ส่งฝัน ถึงฝัน” ด้วยเป้าหมาย “สร้างโอกาส เชื่อมตลาด สร้างรายได้ สร้างความยั่งยืน”

โฮมโปร ส่งมอบเงิน 3.3 ล้านบาท สมทบกองทุนปรับปรุงห้องผ่าตัด ตึกสยามินทร์ โรงพยาบาลศิริราช

15 กันยายน 2569 เวลา 13:54 น.

เพราะการเดินหนึ่งก้าว อาจมีความหมายที่ยิ่งใหญ่มากกว่าแค่การมี ‘สุขภาพที่ดีขึ้น’  แต่เมื่อ 17,000 กว่าคน เดินไปด้วยกัน

ก้าวเล็กๆ เหล่านั้น รวมกันเป็นพลังแห่งการให้ที่ยิ่งใหญ่ และเปลี่ยนเป็น โอกาสในการมีชีวิตของใครอีกคน

นี่คือแนวคิดเบื้องหลัง “HomePro Fun Walk 2026 – Walk for Life ทุกก้าวที่เดิน คือโอกาสแห่งการมีชีวิต” โครงการฯ ที่ชวนพนักงาน และพันธมิตร เปลี่ยนการดูแลสุขภาพตัวเองให้กลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ในการส่งต่อโอกาสให้กับผู้อื่น

ตลอด 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 31 สิงหาคม 2569 มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ ร่วมกันสะสมก้าวผ่านแอปพลิเคชัน Wello ได้มากกว่า 7,100 ล้านก้าว พร้อมร่วมระดมเงินบริจาคจำนวน 3,300,000 บาท เพื่อสมทบกองทุนปรับปรุงห้องผ่าตัด ตึกสยามินทร์ โรงพยาบาลศิริราช ผ่านศิริราชมูลนิธิ

โฮมโปร นำโดย นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมส่งมอบเงินบริจาค จำนวน 3,300,000 บาท แก่ ศิริราชมูลนิธิ เพื่อสมทบกองทุนปรับปรุงห้องผ่าตัด ตึกสยามินทร์ โรงพยาบาลศิริราช โดยมีศาสตราจารย์ นายแพทย์อภิชาต อัศวมงคลกุล คณบดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ผู้แทนศิริราชมูลนิธิ เป็นผู้รับมอบ

จากก้าวเล็กๆ สู่พลังแห่งการให้ที่ยิ่งใหญ่

นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” กล่าวว่า “HomePro Fun Walk เดินทางมาถึงปีที่ 5 และในปีนี้เราตั้งใจให้ทุกก้าวเดินของพวกเรามีความหมายมากกว่าการดูแลสุขภาพของตัวเอง แต่สามารถส่งต่อโอกาสให้กับคนอื่นได้ด้วย 7,100 ล้านก้าวอาจเริ่มต้นจากก้าวเล็กๆ ของแต่ละคน แต่เมื่อทุกคนก้าวไปพร้อมกัน สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่คือพลังของคนจำนวนมากที่ร่วมกันสร้างสิ่งดีๆ ให้กับสังคม สำหรับโฮมโปร จึงไม่ได้หมายถึงเพียงการทำให้ชีวิตของเราดีขึ้น แต่หมายถึงการที่เราสามารถส่งต่อโอกาส เพื่อให้คนรอบตัวและสังคมมีชีวิตที่ดีขึ้นไปพร้อมกัน”

ความพิเศษของ HomePro Fun Walk 2026 ไม่ได้อยู่เพียงจำนวนก้าวที่สะสมได้ แต่เกิดจากการรวมพลังของหลายภาคส่วนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างประโยชน์ให้กับสังคม

โดยเงินบริจาคจำนวน 3,300,000 บาทในครั้งนี้ ไม่ได้มาจากโครงการ HomePro Fun Walk เพียงช่องทางเดียว แต่เกิดจากการรวบรวมผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่

  • พันธมิตรคู่ค้า
  • กล่องรับบริจาค ภายในสาขาโฮมโปรและเมกาโฮมทั่วประเทศ
  • โฮมโปร

และนี่คือสิ่งที่ทำให้ HomePro Fun Walk ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเดินเพื่อสุขภาพ แต่เป็น พื้นที่กลางที่เชื่อม “การดูแลตัวเอง” เข้ากับ “การดูแลสังคม”

เมื่อเราก้าวพร้อมกัน ชีวิตอีกหลายคนก็ได้ไปต่อ

เงินบริจาคทั้งหมดจะถูกส่งมอบผ่านศิริราชมูลนิธิ เพื่อสมทบกองทุนปรับปรุงห้องผ่าตัด ตึกสยามินทร์ โรงพยาบาลศิริราช โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์อภิชาต อัศวมงคลกุล คณบดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ผู้แทนศิริราชมูลนิธิ กล่าวว่า “ห้องผ่าตัดที่ได้มาตรฐานและมีความพร้อม คือปัจจัยสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและผลการรักษา การปรับปรุงห้องผ่าตัดจึงเป็นการลงทุนที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการรักษาในระยะยาว ทั้งนี้ กองทุนฯ จะนำไปใช้เพื่อปรับปรุงห้องผ่าตัดให้ทันสมัย และรองรับผู้ป่วยได้มากขึ้น ในนามของศิริราชมูลนิธิและโรงพยาบาลศิริราช ขอขอบคุณโฮมโปร พนักงาน พันธมิตรคู่ค้า และประชาชนทุกท่าน ที่ร่วมสนับสนุนในครั้งนี้”

เราจะก้าวต่อไปด้วยกัน

นายวีรพันธ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “HomePro Fun Walk จะยังเป็นกิจกรรมที่สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพ พร้อมกับได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้กับสังคม เพราะเราเชื่อว่าทุกก้าวที่เดิน ทำให้ชีวิตของเราดีขึ้น และทำให้ชีวิตของใครอีกหลายคนดีขึ้นได้เช่นกัน”

“ทุกก้าวที่เราเดิน อาจทำให้ชีวิตของเราดีขึ้น และทุกก้าวที่เดินไปพร้อมกัน อาจทำให้ชีวิตใครอีกคนได้เดินต่อ”

พช.ชวนเที่ยวงาน ‘สัมผัสเสน่ห์ไทย เที่ยวไปกับชุมชนท่องเที่ยวนวัตวิถี’ ช้อป ชิม ครบจบในงานเดียว

15 กันยายน 2569 เวลา 13:52 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่  14 กันยายน 2569 เตรียมพบกับงาน “สัมผัสเสน่ห์ไทย เที่ยวไปกับชุมชนท่องเที่ยวนวัตวิถี” ระหว่างวันที่ 16–18 กันยายน 2569 เวลา 11.00–22.00 น. ณ ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา (The Street Ratchada) งานที่รวบรวมเสน่ห์ของชุมชนท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ OTOP จากทั่วประเทศมาไว้ในที่เดียว ซึ่งจัดงานโดย กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้สัมผัสอัตลักษณ์ ภูมิปัญญา และของดีจากชุมชน พร้อมสนุกกับกิจกรรมและความบันเทิงตลอดทั้ง 3 วัน

ภายในงานพบกับผู้ประกอบการ OTOP ท่องเที่ยวชุมชนนวัตวิถีกว่า 130 ราย พร้อมผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ของใช้ เครื่องแต่งกาย ของตกแต่ง และสินค้าอีกมากมาย รวมถึงสินค้าราคาพิเศษในช่วง “นาทีทอง” นอกจากนี้ ผู้ร่วมงานยังสามารถสัมผัสบรรยากาศของชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีเสมือนจริง เรียนรู้บริการด้านการท่องเที่ยว ตลอดจนกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อสร้างโอกาสในการต่อยอดทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ

เพิ่มสีสันด้วยกิจกรรม Workshop ภูมิปัญญาไทย จัดขึ้นทุกวัน วันละ 2 รอบ เวลา 13.00 น. และ 15.00 น. พร้อมกิจกรรมจากนักขายออนไลน์ Live สด ให้ผู้เข้าร่วมงานได้เลือกช้อปสินค้า โปรโมชั่นพิเศษ และติดตามบรรยากาศภายในงานอย่างใกล้ชิด

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้ คือ Special Show Mini Concert ชมฟรีทุกวัน เวลา 19.00–20.00 น. โดยวันที่ 16 กันยายน พบกับ ไรอัล กาจบัณฑิต วันที่ 17 กันยายน พบกับ โอบ นิธิ และวันที่ 18 กันยายน พบกับ นิว คันทรี่ เติมเต็มบรรยากาศแห่งความสุขและความสนุกตลอดทั้ง 3 วัน

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม “ยิ่งช้อป ยิ่งมีสิทธิ์ลุ้น” พร้อมของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 150,000 บาท เพียง Check in ภายในงานก็มีสิทธิ์รับคูปองช้อปฟรี 100 บาท จำนวนวันละ 50 ท่าน และเมื่อซื้อสินค้าภายในงานครบ 300 บาท รับคูปองชิงโชคลุ้นรางวัลมูลค่า 1,000 บาท วันละ 20 รางวัล ก่อนปิดท้ายในวันสุดท้ายลุ้นรับทองคำ มูลค่ารวม 100,000 บาท ขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้สนใจ มาร่วมเปิดประสบการณ์ กิน ช้อป เที่ยว และสัมผัสเสน่ห์วิถีชุมชนไทย พร้อมสนับสนุนผลิตภัณฑ์และผู้ประกอบการจากชุมชนทั่วประเทศ ในงาน “สัมผัสเสน่ห์ไทย เที่ยวไปกับชุมชนท่องเที่ยวนวัตวิถี” วันที่ 16–18 กันยายน 2569 เวลา 11.00–22.00 น. ณ ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา (The Street Ratchada) จัดงานโดย กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย

TTA ส่งมอบขวด PET แก่มูลนิธิชัยพัฒนาและ GC สู่การสร้างคุณค่าใหม่เป็นเสื้อยืด Upcycled พนักงาน

15 กันยายน 2569 เวลา 09:49 น.

บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA นำโดย นางสาวอุษณา มหากิจศิริ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายกมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสและประธานกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมคณะผู้บริหาร TTA ส่งมอบขวดพลาสติกใสในโครงการ “TTA Trash คราฟต์” จำนวน 4,000 ขวด ให้แก่ มูลนิธิชัยพัฒนา โดยมี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและที่ปรึกษาพิเศษอาวุโส นางภากมล รัตตเสรี กรรมการและรองเหรัญญิก และนางสาวเชาวนี พันธุ์พฤกษ์ ผู้จัดการฝ่ายหนวยงานบริหารกิจการเพื่อสังคม บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ร่วมรับมอบ ณ สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา พระราม 8 กรุงเทพมหานคร เพื่อนำขวดพลาสติกเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและอัปไซเคิลผลิตเป็น “เสื้อยืด I Love ภัทรพัฒน์ จากลายพระหัตถ์” ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และร่วมขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

ขวดพลาสติกใส (PET) ที่รวบรวมได้จากโครงการ TTA Trash คราฟต์ จะถูกนำไปมอบที่วัดจากแดงเพื่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลด้วยนวัตกรรมการแปรรูปขวดพลาสติกใช้แล้วของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) โดยใช้ขวดพลาสติกจำนวน 8 ขวด ผลิตเป็นเส้นใยรีไซเคิลโพลีเอสเตอร์ ก่อนนำมาทอผสมกับเส้นใยฝ้าย เพื่อผลิตเป็นเสื้อยืด I Love ภัทรพัฒน์ จากลายพระหัตถ์ โดยเสื้อยืดดังกล่าวจะมอบให้แก่พนักงาน TTA เพื่อสวมใส่เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาและกิจกรรมเพื่อสังคมขององค์กรต่อไป

โครงการ “TTA Trash คราฟต์” เป็นหนึ่งในกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมของ TTA ที่จัดขึ้นต่อเนื่องระหว่างเดือนมิถุนายน-พฤศจิกายน 2569 เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงาน TTA และบริษัทในเครือ ในการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยร่วมกันรวบรวมขวดพลาสติกใส (PET) และฝาพลาสติก เพื่อนำไปรีไซเคิลและอัปไซเคิลเป็นเสื้อยืด ผ้าห่ม ผ้าพันคอ พวงกุญแจ และเก้าอี้ เพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุใช้แล้ว ลดปริมาณขยะพลาสติก และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและองค์กรเพื่อสังคม

โรช ประเทศไทย ระดมทุน 1 ล้านบาทเพื่อสนับสนุนเด็กในประเทศไทยและทั่วโลก

15 กันยายน 2569 เวลา 08:46 น.

พนักงานจากหน่วยธุรกิจยา (Pharmaceuticals) และหน่วยธุรกิจการวินิจฉัย (Diagnostics) ของโรช ประเทศไทย กลับมารวมพลังกันอีกครั้งผ่านกิจกรรมโรช ชิลเดรนส์ วอล์ค ซึ่งเป็นโครงการระดมทุนประจำปีโดยพนักงานที่ใหญ่ที่สุดของโรช เพื่อร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและชุมชนที่ต้องการความช่วยเหลือ 

ในปีนี้ พนักงานโรชในประเทศไทยร่วมกันระดมทุนผ่านกิจกรรม โรช ชิลเดรนส์ วอล์ค ได้จำนวน 500,000 บาท และบริษัทได้สมทบเงินเพิ่มเติมในจำนวนเท่ากันอีก 500,000 บาท ส่งผลให้มียอดเงินสนับสนุนรวมทั้งสิ้น 1,000,000 บาท 

จากยอดเงินรวมดังกล่าว เงินจำนวน 500,000 บาท จะนำไปสนับสนุนโครงการ Food for Good โครงการทุนการศึกษาของมูลนิธิยุวพัฒน์  เพื่อช่วยเหลือโรงเรียน 5 แห่งทั่วประเทศไทย โดยมุ่งส่งเสริมให้เด็กๆ สามารถเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการได้มากขึ้น พร้อมสร้างรากฐานที่แข็งแรงต่อการมีสุขภาพที่ดีและการเรียนรู้ ส่วนเงินอีก 500,000 บาท จะจัดสรรผ่านองค์กรการกุศล Roche Employee Action and Charity Trust (Re&Act) เพื่อสนับสนุนโครงการสำหรับเด็ก ซึ่งจะช่วยขยายการสนับสนุนของโรชไปยังชุมชนในวงกว้าง ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก 

โรช ชิลเดรนส์ วอล์ค เป็นกิจกรรมระดมทุนระดับโลกครั้งใหญ่ที่สุดของโรชที่ริเริ่มและขับเคลื่อนโดยพนักงาน โดยเปิดโอกาสให้เพื่อนร่วมงานทั่วโลกได้ร่วมกันจัดกิจกรรมที่สร้างสรรค์และมีความหมายในแต่ละปี เพื่อสนับสนุนเด็กและชุมชนที่ด้อยโอกาสทั่วโลก ในปีนี้ หน่วยงานของโรชมากกว่า 130 แห่งใน 70 ประเทศ ได้เข้าร่วมกิจกรรม สะท้อนถึงเป้าหมายเดียวกันของครอบครัวโรชทั่วโลก 

ดร. แมทธิว โคตส์

ดร. แมทธิว โคตส์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โรช ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวว่า “โรช ชิลเดรนส์ วอล์ค เป็นโครงการระดมทุนประจำปีโดยพนักงานที่ใหญ่ที่สุดของโรช ผมรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นเพื่อนร่วมงานจากทั้งหน่วยธุรกิจยาและหน่วยธุรกิจ การวินิจฉัยในประเทศไทยกลับมารวมพลังกันในทุกปี เพื่อสนับสนุนเด็กและชุมชนที่ต้องการความช่วยเหลือ สิ่งที่ทำให้โครงการนี้มีความพิเศษไม่ใช่เพียงจำนวนเงินที่เราร่วมกันระดมทุนได้ แต่ยังรวมถึงพลัง ความคิดสร้างสรรค์ และความตั้งใจที่ทุกคนทุ่มเทให้กับกิจกรรมนี้ ผมขอขอบคุณเพื่อนร่วมงานโรช ประเทศไทยทุกคนจากใจจริงที่ร่วมกันทำให้โครงการนี้เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงวัฒนธรรมองค์กรของโรชได้อย่างชัดเจน นั่นคือการใส่ใจซึ่งกันและกัน การร่วมแรงร่วมใจกัน และความมุ่งมั่นที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายให้แก่สังคม” 

มิไฮ อิริเมสซู

มิไฮ อิริเมสซู กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า “ที่โรช สุขภาพและการพัฒนาศักยภาพของผู้คนเป็นหัวใจสำคัญของความมุ่งมั่นที่เรามีต่อสังคม เราเชื่อว่าเด็กที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงจะสามารถเรียนรู้ เติบโต และพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ ด้วยเหตุนี้ เราจึงภาคภูมิใจที่ได้สนับสนุนโครงการต่างๆ ที่ช่วยยกระดับโภชนาการ สุขภาพ และการเข้าถึงโอกาสของเด็ก เงินทุกบาทที่พนักงานร่วมกันระดมทุนและบริษัทสมทบเพิ่มเติม สะท้อนถึงพลังความร่วมมือของเราในการลดอุปสรรคที่เด็กด้อยโอกาสต้องเผชิญ เพื่อให้พวกเขาเติบโต เรียนหนังสือได้อย่างต่อเนื่อง และพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่” 

ทิพย์ชยา พงศธร ประธานกรรมการบริหาร โครงการ FOOD FOR GOOD มูลนิธิยุวพัฒน์ กล่าวว่า “การสนับสนุนจากพนักงานและกลุ่มบริษัทโรช ประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่มีความหมายอย่างยิ่งต่อการช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส เงินสนับสนุนครั้งนี้จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ Food for Good และโครงการทุนการศึกษา เพื่อให้โรงเรียนที่ได้รับการคัดเลือกสามารถส่งเสริมทั้งโภชนาการที่เหมาะสมและการเข้าถึงการศึกษา ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของอนาคตที่สดใส เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับโรช และเชื่อมั่นว่าความมุ่งมั่นร่วมกันของเราจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่ยั่งยืนสำหรับเด็ก ๆ ในประเทศไทย” 

โรชเชื่อว่าเด็กทุกคนควรได้รับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่และสร้างอนาคตที่สดใส ผ่าน Re&Act ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลอิสระที่จัดตั้งขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โรชร่วมมือกับองค์กรพัฒนาเอกชนที่ได้รับความไว้วางใจ เพื่อสนับสนุนโครงการในท้องถิ่นที่ช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนสำหรับเด็กๆ ทั่วโลก อาทิ Child’s Dream, UNICEF และ Federer Foundation 

ในประเทศไทย เพื่อนร่วมงานจากทั้งหน่วยธุรกิจยาและหน่วยธุรกิจการวินิจฉัยได้ร่วมกันระดมทุนในปีนี้ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบที่ริเริ่มโดยพนักงาน ตั้งแต่การจัดตลาดนัดและกิจกรรมสนุกๆ ภายในองค์กร ไปจนถึงการประมูลออนไลน์จากสิ่งของที่พนักงานร่วมกันนำมาสนับสนุน สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์ ความเอื้ออาทร และจิตวิญญาณแห่งการทำงานเป็นทีม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมองค์กรโรช 

สำหรับโรช ประเทศไทย ผลลัพธ์จากกิจกรรม โรช ชิลเดรนส์ วอล์ค ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการระดมทุนเท่านั้น ในฐานะส่วนหนึ่งของแคมเปญเมื่อปีที่ผ่านมา คุณกุลธิดา ลีนะบรรจง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร  บริษัท โรช ไทยแลนด์ จำกัด ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในแอมบาสเดอร์ โรช ชิลเดรนส์ วอล์ค จำนวนเพียง 9 คนจากทั่วโลก โดยในช่วงต้นปีนี้ เธอได้เดินทางไปเยี่ยมโรงเรียนที่ได้รับการสนับสนุนจาก UNICEF ในพื้นที่ห่างไกลของจังหวัดเซาเทิร์นเลย์เต ประเทศฟิลิปปินส์ และได้เห็นด้วยตนเองว่าเงินสนับสนุนจากกิจกรรม โรช ชิลเดรนส์ วอล์ค ส่งต่อไปถึงเด็กๆ ในชุมชนที่เข้าถึงได้ยากอย่างไร การเดินทางต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ทั้งการเปลี่ยนเที่ยวบินในนาทีสุดท้ายเนื่องจากสภาพอากาศที่ได้รับผลกระทบจากพายุ รวมถึงการเดินทางผ่านเส้นทางที่ขรุขระและยากลำบาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการเข้าถึงพื้นที่ห่างไกล  

“การได้เห็นด้วยตาตนเองว่าความร่วมมือของพวกเราส่งต่อความช่วยเหลือไปถึงเด็กๆ ในชุมชนห่างไกลของประเทศฟิลิปปินส์ได้อย่างไร เป็นประสบการณ์ที่มีความหมายอย่างยิ่ง และยิ่งทำให้ดิฉันภาคภูมิใจในสิ่งที่พวกเราสามารถร่วมกันสร้างให้เกิดขึ้นได้ที่โรช” กุลธิดา กล่าว

แคมเปญนี้ยังมีความหมายเป็นพิเศษสำหรับพนักงานทั่วทั้งโรช ประเทศไทยเช่นกัน

“นับตั้งแต่เข้าร่วมงานกับโรช ดิฉันได้มีส่วนร่วมในแคมเปญนี้ทุกปี ทำให้กิจกรรมนี้มีความหมายเป็นพิเศษสำหรับดิฉัน นอกเหนือจากการระดมทุนแล้ว กิจกรรมนี้นับว่าเป็นธรรมเนียมที่ทรงพลัง ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นหนึ่งเดียวและความเอื้ออาทรของพวกเรา การได้เห็นความร่วมมือของทุกคนก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่เป็นรูปธรรมสำหรับเด็กๆ ทำให้ดิฉันรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยความใส่ใจอย่างแท้จริง”  ษาริกา คูรานาสิริ หัวหน้าฝ่ายจัดซื้อและบริหารงาน บริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว 

ด้วยความมุ่งมั่นของพนักงาน การสนับสนุนจากบริษัท และความร่วมมือกับพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจ โรช ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าสร้างอนาคตที่เด็กๆ มีสุขภาวะที่ดี พร้อมเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้แก่เด็กทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก 

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โรช ชิลเดรนส์ วอล์ค คลิกที่  https://www.roche.com/about/philanthropy/childrens-walk