คลิปครั้ง ในหลวงรัชกาลที่ 5 ประพาสกรุงสตอกโฮล์ม สวีเดน เมื่อ 128 ปีที่แล้ว

คลิปครั้ง ในหลวงรัชกาลที่ 5 ประพาสกรุงสตอกโฮล์ม สวีเดน เมื่อ 128 ปีที่แล้ว

คลิปครั้ง ในหลวงรัชกาลที่ 5 ประพาสกรุงสตอกโฮล์ม สวีเดน เมื่อ 128 ปีที่แล้ว

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.43 น.

คลิปครั้ง ในหลวงรัชกาลที่ 5 ประพาสกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เมื่อ 128 ปีที่แล้ว

เมื่อวันที่ 4 พ.ค.2569 เพจเฟซบุ๊ก “โบราณนานมา” ได้โพสต์คลิปวิดีโอ เมื่อครั้ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งสยาม เสด็จพระราชดำเนินเยือนกรุงสตอกโฮล์ม เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ.2440 หรือราว 128  ปีที่แล้ว โดยระบุข้อความว่า “รัชกาลที่ ๕ ประพาสกรุงสต็อกโฮล์ม สวีเดน เมื่อ ๑๒๘ ปีที่แล้ว 

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ แห่งสยาม เสด็จพระราชดำเนินเยือนกรุงสตอกโฮล์ม เมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๔๐ ในคราวเสด็จประพาสยุโรป ครั้งที่ ๑ โดยมี สมเด็จพระราชาธิบดีออสการ์ที่ ๒ แห่งสวีเดนและนอร์เวย์ ทรงรับ ณ ท่าน้ำลูโกร์ดปรัปปัน กรุงสตอกโฮล์ม

ในคราวเสด็จประพาสยุโรปครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ (ขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศที่ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร) ตามเสด็จด้วย”

ทอ.จัดพิธียิงสลุตหลวง จำนวน 21 นัด ถวายพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล

ทอ.จัดพิธียิงสลุตหลวง จำนวน 21 นัด ถวายพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล

ทอ.จัดพิธียิงสลุตหลวง จำนวน 21 นัด ถวายพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.33 น.

กองทัพอากาศ โดยกรมทหารต่อสู้อากาศยานรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน จัดพิธียิงสลุตหลวง จำนวน 21 นัด ถวายพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในพระราชพิธีฉัตรมงคล เมื่อวันที่ 4 พ.ค.2569 ณ อุทยานการบินกองทัพอากาศ 

วันฉัตรมงคล 4 พ.ค.2569 ของทุกปี เป็นวันที่ปวงพสกนิกรชาวไทย ต่างน้อมรำลึกในการครบรอบปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับพระบรมราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทยโดยสมบูรณ์ตามโบราณราชประเพณี ซึ่งในรัชกาลปัจจุบัน วันฉัตรมงคล ถูกกำหนดวันขึ้นตามวันบรมราชาภิเษก ที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีนี้ขึ้นเมื่อวันที่ 4 – 6 พ.ค.2562 โดยพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอย่างเป็นทางการ จัดขึ้นในวันที่ 4 พ.ค.2562 ดังนั้น วันฉัตรมงคลในปัจจุบัน จึงตรงกับวันที่ 4 พ.ค. ของทุกปี

การยิงสลุต ถือเป็นธรรมเนียมที่ทุกประเทศทั่วโลก ได้ยึดถือสืบทอดกันมาแต่ครั้งโบราณเพื่อเป็นการแสดงความเคารพให้แก่ชาติ หรือธง หรือบุคคล โดยยิงปืนใหญ่ด้วยดินดำหรือดินไม่มีควัน มีจำนวนนัดเป็นเกณฑ์ตามควรแก่เกียรติ หรือสิ่งที่ควรรับความเคารพ โดยคำว่า “สลุต” นั้นมาจากรากศัพท์ของคำว่า “Salutio” ในภาษาลาติน

สำหรับในประเทศไทย การยิงสลุตครั้งแรกเกิดขึ้นที่ ป้อมวิไชยเยนทร์ หรือ ป้อมวิไชยประสิทธิ์ ซึ่งตั้งอยู่ภายใน กองบัญชาการกองทัพเรือพระราชวังเดิม ในปัจจุบัน ซึ่งในขณะนั้นตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

ทบ.ยิงสลุตหลวง เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล

ทบ.ยิงสลุตหลวง เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล

ทบ.ยิงสลุตหลวง เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.17 น.

ทบ.ยิงสลุตหลวง เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2569

กองทัพบก โดย กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ ยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2569 โดยทำการยิงพร้อมกันทั้ง 3 เหล่าทัพ เวลา 12.00 น. ณ ท้องสนามหลวง โดยจัด 1 กองร้อยปืนใหญ่ยิงสลุต ใช้ปืนใหญ่เบากระสุนวิถีราบ แบบ 80 ขนาด 75 มิลลิเมตร จำนวน 4 กระบอก ทำการยิง จำนวน 21 นัด จังหวะ 5 วินาที ทีละกระบอก นับรอบจากขวาไปซ้าย ใช้เวลายิงทั้งหมด 1 นาที 40 วินาที

สำหรับการยิงสลุต ถือเป็นธรรมเนียมที่ทุกประเทศทั่วโลก ได้ยึดถือสืบทอดกันมาแต่ครั้งโบราณ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพให้แก่ชาติหรือบุคคลสำคัญ โดยยิงปืนใหญ่ด้วยดินดำหรือดินไม่มีควัน มีจำนวนนัดเป็นเกณฑ์ตามควรแก่เกียรติ หรือสิ่งที่ควรรับความเคารพ ในปัจจุบันประเทศไทยยึดตามหลักเกณฑ์ ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พระราชพิธีฉัตรมงคล รวมถึงงานต้อนรับพระมหากษัตริย์หรือประมุขแห่งรัฐ จะทำการยิงสลุตจำนวน 21 นัด เพื่อแสดงความเคารพอย่างสูงสุด

สีหศักดิ์ เชื่อกัมพูชาตอบรับ คุย 3 ฝ่าย บนเวทีสุดยอดผู้นำอาเซียน

สีหศักดิ์ เชื่อกัมพูชาตอบรับ คุย 3 ฝ่าย บนเวทีสุดยอดผู้นำอาเซียน

สีหศักดิ์ เชื่อกัมพูชาตอบรับ คุย 3 ฝ่าย บนเวทีสุดยอดผู้นำอาเซียน

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.42 น.

“สีหศักดิ์”เชื่อ”กัมพูชา”ตอบรับ คุย”3 ฝ่าย”บนเวทีสุดยอดผู้นำอาเซียน 7-9 พ.ค.นี้ ชี้เป็นการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกันก่อนเริ่ม GBC

4 พฤษภาคม 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ เปิดเผยถึงท่าทีของประเทศกัมพูชา จะร่วมตอบรับการประชุม 3 ฝ่าย ซึ่งจะเกิดขึ้นในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 48 ณ ประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 7 – 9 พ.ค.นี้ ว่า ทางเจ้าภาพคือประเทศฟิลิปปินส์ กำลังประสานงานอยู่ เนื่องจากต้องการให้มีการพูดคุยกัน ซึ่งคาดว่ากัมพูชาน่าจะตอบรับในการพูดคุยครั้งนี้ ยืนยันว่าฝ่ายไทยมีการเตรียมการเนื้อหาและรายละเอียดต่างๆ ที่จะพูดคุยกันแล้ว แต่ไม่ได้มีอะไรที่ต้องพูดคุยกันมาก ซึ่งจะมีการมอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพูดคุยกันต่อ

ส่วนโอกาสที่จะพูดคุยคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) ร่วมกันเลยหรือไม่นั้น เรื่องนี้จะอยู่ในขั้นตอนต่อไป แต่ขณะนี้ต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกันก่อน ดังนั้น ในเวทีที่ประเทศฟิลิปปินส์ต้องมาพูดคุยในมาตรการต่างๆ ที่จะต้องพัฒนาความสัมพันธ์กันต่อไป

ฟังไว้นะ! ปิยบุตร สอน หากลืมจุดกำเนิด ก็ไม่ต้องมีพรรคส้ม

ฟังไว้นะ! ปิยบุตร สอน หากลืมจุดกำเนิด ก็ไม่ต้องมีพรรคส้ม

ฟังไว้นะ! ปิยบุตร สอน หากลืมจุดกำเนิด ก็ไม่ต้องมีพรรคส้ม

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.34 น.

4 พฤษภาคม 2569 นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า หากไม่มีรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

หากไม่มีรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557

หากปราศจากการแทรกแซงทางการเมืองของกองทัพ องค์กรตุลาการ องค์กรอิสระ ตลอดจนชนชั้นนำจารีตประเพณี

หากปราศจากซึ่งการก่อรูปของระบอบตามรัฐธรรมนูญ 2560

หากบรรดานักการเมืองดั้งเดิมแนวบ้านใหญ่ไม่สวามิภักดิ์ต่อชนชั้นนำ

หากบรรดานักการเมืองดั้งเดิมไม่สมคบกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่กินรวบประเทศ

ก็ไม่มีความจำเป็นใดต้องก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่

พูดให้ชัดขึ้น ก็คือ กำเนิดของพรรคอนาคตใหม่ และการดำรงสืบเนื่องเป็นพรรคก้าวไกล และพรรคประชาชนในวันนี้ คือ ปฏิกริยาต่อสภาพการเมืองและเศรษฐกิจตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา

การดำรงอยู่ของพรรคนี้ อย่างน้อยๆ ก็ในช่วงชีวิตแรก 1-2 ทศวรรษนี้ จึงสัมพันธ์กับเรื่องการปฏิรูปอย่างถึงรากทั้งในทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

เมื่อไรที่พรรคพูดเรื่องปัญหาขององค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ ต้องไม่ได้หมายความแต่เพียง “คน” ที่มาดำรงตำแหน่ง แต่ต้องไปให้ไกลถึงการตั้งประเด็นเรื่องอำนาจขององค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ หรือไปให้ถึงการตั้งคำถามว่าองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญแบบนี้ยังจำเป็นอยู่หรือไม่ อย่างไร

เมื่อไรที่พรรคพูดเรื่องการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ต้องไม่ได้หมายความแต่เพียงการทำให้คนไม่สูญเสียเวลาในชีวิตไปเป็นปี แต่ต้องชี้ให้เห็นว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ขั้นมูลฐาน เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำพลเรือนให้มีความเป็นทหาร

เมื่อไรที่พรรคมุ่งมั่นตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชั่น ต้องไม่เป็นเพียงการทำหน้าที่ฝ่ายค้านให้โดดเด่น หรือแข่งขันกับพรรคฝ่ายค้านอื่น ต้องไม่เป็นเพียงการ “แฉ” รายวัน/รายสัปดาห์ เพื่อให้พรรคหรือนักการเมืองของพรรคมีแสงส่อง และต้องไม่เป็นเพียง “กระบอกเสียง” ให้แก่ข้าราชการที่ทนไม่ไหวหรือประชาชนที่ประสบปัญหาถูกรีดไถ ตบทรัพย์ เท่านััน แต่ต้องขยายและชี้ให้เห็นถึงประเด็นโครงสร้าง สัมพันธภาพทางอำนาจระหว่าง “ทุน-นักการเมือง-ราชการ“ โยงใยไปถึง ”ยอดปิระมิด“ และการกินรวบประเทศ

หากวันนี้ พรรคไม่ทำภารกิจเรื่องเหล่านี้ หรือไม่ย้อนกลับไปคิดถึงเหตุแห่งกำเนิดพรรคแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องมีพรรคนี้ต่อไป

หรือหากจะมีพรรคต่อไป พรรคก็จะกลายเป็นเพียงที่รวมตัวกันของคนที่ประสงค์เข้ามาทำงานการเมือง อยากเอาความรู้ความสามารถที่ตนร่ำเรียน มีประสบการณ์ มาช่วยพัฒนาประเทศ

นักการเมืองของพรรค ย่อมแปรสภาพไปเป็นนักเลือกตั้ง เอาชนะเลือกตั้งให้ได้สม่ำเสมอ

ผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของพรรค ย่อมแปรสภาพไปเป็นเทคโนแครต “ปะผุซ่อมแซม” เป็นจุดตามที่ตนเองถนัด

หากเป็นเช่นนี้… ก็ไม่มีความแตกต่างจากพรรคอื่นๆ

เพียงแต่รูปโฉมดูสดใสใหม่กว่าเดิมๆ เท่านั้น

การหลอมรวมความคิดภายในพรรคให้เป็นเอกภาพ จำเป็นอย่างยิ่งต้องถกกันถึงเหตุแห่งกำเนิดพรรค และพิจารณาร่วมกันว่า เหตุเหล่านี้ได้ลดความสำคัญหรือถูกขจัดแล้วหรือยัง

หากคำตอบร่วมกันมีว่า สถานการณ์เปลี่ยนแล้ว ไม่มีความจำเป็นแล้ว ก็ละทิ้งแนวทางตั้งต้นไปเสีย

หากคำตอบร่วมกันยังยืนยันว่า สภาพการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ของประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรา ยังคงเหมือนเดิมที่เป็นมาตลอด 2 ทศวรรษ หรือเลวร้ายกว่าเดิมแล้วล่ะก็ พรรคก็ต้องเดินหน้าตามเข็มมุ่ง ทำให้คนไทยเห็นพ้องต้องกันให้ได้ว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องปฏิรูปอย่างถึงรากขนานใหญ่ และพรรคคือตัวแทนแห่งความหวังที่จะรับภารกิจประวัติศาสตร์ไปปฏิรูปให้สำเร็จจงได้

กรวีร์ เชื่อไม่มีสะดุด ดันกฎหมายอากาศสะอาด กลับพิจารณาทันเดดไลน์

กรวีร์ เชื่อไม่มีสะดุด ดันกฎหมายอากาศสะอาด กลับพิจารณาทันเดดไลน์

กรวีร์ เชื่อไม่มีสะดุด ดันกฎหมายอากาศสะอาด กลับพิจารณาทันเดดไลน์

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.48 น.

“กรวีร์”เชื่อดัน”กฎหมายอากาศสะอาด” กลับเข้ามาพิจารณา ทันเดดไลน์ ไม่มีสะดุด เผย”ครม.”เตรียมชงฟื้นร่างกม.หลายฉบับ ย้ำพร้อมประสานตอบกระทู้”ฝ่ายค้าน” แนะวางการเมืองลง ยึดประโยชน์ประชาชน ยังไม่เฟิร์ม”นายกฯ”จะมาตอบกระทู้ถาม”ฝ่ายค้าน”เอง 7 พ.ค.นี้ เหตุติดประชุมฯอาเซียน

4 พฤษภาคม 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการยืนยันร่างกฎหมายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ว่า ทางวิปรัฐบาลได้ประสานกับทางคณะรัฐมนตรีเรื่องของการยืนยันกฎหมาย เชื่อว่าคณะรัฐมนตรีจะพิจารณาอย่างรอบด้าน และเสนอเข้ามาให้ทันภายในกำหนดระยะเวลาอยู่แล้ว แต่เชื่อว่าน่าจะเกิดขึ้นก่อนวันที่ 12 พ.ค.นี้ ซึ่งเป็นเดดไลน์

เมื่อถามถึงกรณีที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ระบุว่าถ้าหากรัฐบาลยังไม่มีการยืนยันมาภายในวันที่ 5 พ.ค.ก็จะเชิญเลขา ครม.ไปชี้แจงในวิปฝ่ายค้านว่าทำไมกฎหมายถึงไม่ผ่าน ด้วยเหตุนี้จะสุ่มเสี่ยงทำให้กฎหมายถูกปัดตกไปโดยอัตโนมัติหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ไม่น่าเป็นกังวล ต้องรอความชัดเจนอาทิตย์หน้าที่จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่าคณะรัฐมนตรีจะมีมติแบบไหนอย่างไร เชื่อว่ามีกฎหมายหลายฉบับที่กำลังพิจารณาอยู่ ส่วนใหญ่จะได้รับการยืนยันจากคณะรัฐมนตรีเข้ามา ส่วนจะเป็นวันที่ 12 หรือวันที่ 15 พ.ค.นั้น เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี

เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้าน บอกว่าจะตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีในสัปดาห์นี้ นายกรัฐมนตรีจะมีโอกาสไปตอบกระทู้ของฝ่ายค้านหรือไม่ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า เป็นไปตามข้อบังคับของการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ฝ่ายค้านก็ถามนายกฯทุกสัปดาห์ ซึ่งเราก็ได้มีการประสานงานกับคณะรัฐมนตรีอยู่ทุกสัปดาห์ และใช้โอกาสตรงนี้ขอยืนยันไปยังฝ่ายค้านอีกครั้งว่า เรามีความพยายามอยากจะเห็นการทำงานร่วมกัน อยากจะถามในประเด็นไหนหรือถามรัฐมนตรีท่านใด ให้ประสานงานเข้ามาก่อน ซึ่งวันที่ 7 พ.ค.นี้ ตนก็ไม่แน่ใจว่านายกรัฐมนตรีจะติดภารกิจสำคัญอะไรหรือไม่ ถ้ามีแล้วจำเป็นต้องมอบหมาย แล้วเรารู้ว่าประเด็นที่ท่านจะถามเรื่องอะไร ก็จะประสานรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาตอบกระทู้แทนได้

“สุดท้ายผมเชื่อว่าถ้าเราวางการเมืองลง เอาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นตัวตั้ง ก็จะทำให้งานเดินหน้าไปได้ ถ้าแจ้งมาว่าเป็นหัวข้อเรื่องอะไร รัฐมนตรีท่านไหน เราสามารถที่จะประสานงาน เพื่อที่จะให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หรือรับผิดชอบมาตอบกระทู้สดได้ ผมเชื่อว่าประชาชนจะได้ประโยชน์ และไม่มีประโยชน์อะไรที่ทำให้กระทู้ตกไปในแต่ละสัปดาห์” นายกรวีร์ กล่าว

เมื่อถามว่า ในสภาฯ สมัยนี้มีโอกาสใช่หรือไม่ที่นายกรัฐมนตรีจะตอบกระทู้ฝ่ายค้าน ไม่ใช่ตอบกระทู้รัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว นายกรวีร์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับแต่ละสัปดาห์ ว่านายกรัฐมนตรีจะมีภารกิจอะไรเยอะหรือไม่ เมื่อถามถึงการประชุม สส.พรรคภูมิใจไทย วันนี้มีวาระอะไรสำคัญบ้าง นายกรวีร์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของการเตรียมความพร้อมในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์นี้ เป็นการสรุปว่าจะมีญัตติใดเข้าสภาบ้าง รวมถึงกระทู้สด ที่สัปดาห์นี้เป็นของพรรคภูมิใจไทย

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ในระหว่างวันที่ 7 – 9 พ.ค.นี้ นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 48 ที่ประเทศฟิลิปปินส์

สิริพงศ์ แจง ปมรัฐบาลเร่งเดินหน้าแลนด์บริดจ์ เหตุทั่วโลกเจอผลกระทบจากตะวันออกกลาง

สิริพงศ์ แจง ปมรัฐบาลเร่งเดินหน้าแลนด์บริดจ์ เหตุทั่วโลกเจอผลกระทบจากตะวันออกกลาง

สิริพงศ์ แจง ปมรัฐบาลเร่งเดินหน้าแลนด์บริดจ์ เหตุทั่วโลกเจอผลกระทบจากตะวันออกกลาง

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.45 น.

สิริพงศ์ แจง รัฐบาลเร่งแลนด์บริดจ์ เหตุทั่วโลกเจอผลกระทบจากตะวันออกกลาง เตรียมขึ้นค่าผ่านช่องแคบ ลั่น ปีนี้เดินหน้า พ.ร.บ. SEC ได้แน่นอน ยืนยันฟังเสียง ปชช.ยกกรณีเปลี่ยนจาก 99 ปีเป็น 50 ปี

เมื่อวันที่ 4 พ.ค.2569 ที่พรรคภูมิใจไทย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านมองว่า รัฐบาลดูเร่งรีบในการดำเนินการโครงการแลนด์บริดจ์ ทั้งที่ไม่ได้เป็นนโยบายที่แถลงต่องรัฐสภาว่า เนื่องจากสถานการณ์การสู้ตะวันออกกลาง และการที่หลายประเทศออกมาบอกว่า จะเก็บค่าผ่านทางสินค้าในพื้นที่ช่องแคบ และสถานการณ์ความไม่สงบที่ไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่ รัฐบาลจึงต้องนำเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ขึ้นมาพูด เพื่อดึงนักลงทุนเข้ามาลงทุนในโครงการแลนด์บริดจ์ โดยสถานการณ์โลกมีการพูดถึงเส้นทางคมนาคมขนส่งสินค้าที่เป็นทางเลือกเพิ่มมาขึ้น ดังนั้นเรื่องนี้รัฐบาลจึงเห็นสมควรที่จะหยิบยกมาพูด เพราะการก่อสร้างโครงการแลนด์บริดจ์ต้องใช้เวลาการดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการออกกฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) และอีกหลายขั้นตอนที่ต้องใช้เวลาเป็น 10 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ 

เมื่อถามว่า กรณีนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ระบุโครงการแลนด์บริดจ์ไม่คุ้มทุนทางเศรษฐกิจ และกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นายสิริพงศ์ กล่าวว่า มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานตัวเลขด้านความคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นทางการเงินหรือทางเศรษฐศาสตร์ออกมา  และหน่วยงานราชการก็ไม่ได้ทำลำพัง เพราะมีบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำของโลกเข้ามาพูดคุย และคำนวณความคุ้มทุนทางเศรษฐกิจด้วย ส่วนจะคุ้มทุนหรือไม่นั้น มีภาคธุรกิจ บริษัทเอกชนเข้ามาลงทุนด้วย ดังนั้นจะสามารถประเมินได้ ไม่ใช่การที่รัฐบาลออกมาบอกว่า ดีอย่างเดียว เพราะบริษัทเอกชนสามารถประเมินได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว ดังนั้นความคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ ตัวเลขสามารถตอบได้เพราะเป็นวิทยาศาสตร์

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ทั้งนี้โครงการขนาดใหญ่ มีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือ ออกมาตรการเพื่อให้คนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ให้มากที่สุด แน่นอนว่าถ้าตอบว่าไม่กระทบคงเป็นไปไม่ได้ มันกระทบอยู่แล้ว แต่จะทำอย่างไรให้คนในพื้นที่กินดีอยู่ดี และมีส่วนในการใช้ประโยชน์จากที่ดินลักษณะนี้ด้วย โดยขั้นตอนการดำเนินการของโครงการนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนการออกกฎหมาย พ.ร.บ. ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) เพื่อกำหนดสิทธิประโยชน์ กำหนดพื้นที่ และกฎระเบียบต่าง ๆ ในการดำเนินการโครงการนี้ 

เมื่อถามว่า ที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องเงินลงทุนที่สูงเกินสำหรับการสร้างท่าเรือ 2 ท่า นายสิริพงศ์ กล่าวว่า งบประมาณโครงการนี้ ทั้งหมดเป็นการประมาณการว่าในโครงการนี้ทั้งการทำท่าเรือ และระบบล้อ ระบบราง ระบบท่อ อยู่ที่ประมาณ 9 แสนกว่าล้านบาท ซึ่งตรงนี้ไม่ได้ใช้งบประมาณของทางรัฐบาล เพราะเป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐ และเอกชน (PPP) ตัวเลขต่าง ๆ จะนำมาใช้พิจารณาเพื่อประกอบการตัดสินใจ ว่าจะเป็น PPP ในลักษณะใด 

ส่วนไทม์ไลน์ในปี 2573 จะสามารถลงในโครงสร้างพื้นฐานได้เลยหรือไม่ นายสิริพงศ์ ระบุว่า เรื่องนี้จะเป็นอย่างเร็วอันดับแรกต้องมีการผลักดัน พ.ร.บ.SEC ให้เกิดขึ้นก่อนจากนั้นจะเป็นกระบวนการต่าง ๆ ในเรื่องการดูความพร้อมและสภาพพื้นที่ให้ถูกต้องตามกฏหมาย รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการเชิญชวนนักลงทุน 

ส่วน พ.ร.บ.SEC จะเข้าที่ประชุมรัฐสภาได้เมื่อไหร่นั้น นายสิริพงศ์ ระบุว่า จะไทม์ไลน์ที่หน่วยงานให้มา คาดว่าภายในปีนี้ก็จะสามารถเดินหน้าได้ 

ส่วนทุกอย่างจะครอบคลุมทั้งการศึกษาและการลงทุนใช่หรือไม่ นายสิริพงษ์ กล่าวว่า เรื่องเงินลงทุนเป็นการลงทุนในลักษณะ PPP หาก ได้ติดตามโครงการแลนด์บริดจ์มาแต่ต้น จะเห็นว่าเงื่อนไขมีการปรับเปลี่ยนมาอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งแต่ก่อนมีการถามว่าเป็นการเช่าโครงการ 99 ปีหรือไม่ แต่ตอนนี้มีธงแล้วว่าจะเป็นการเช่า 50 ปี ซึ่งรัฐบาลก็ฟังเสียงของประชาชนที่ทักท้วงและท้วงติงจากภาคประชาชนด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้น พ.ร.บ.SEC ฉบับนี้มาจากการฟังจากประชาชนด้วย โดยในเร็ว ๆ นี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ รมว.คมนาคม จะลงพื้นที่ไปรับฟังและพูดคุย ซึ่งเราจะมีกระบวนการรับฟังความเห็น ไม่ว่าจะทางส่วนกระทรวงคมนาคมหรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น

ณัฏฐ์ชนน วอน ป.ป.ช. เร่งตัดสินคดีค่ารักษาพยาบาล ยันบริสุทธิ์ใจ

ณัฏฐ์ชนน วอน ป.ป.ช. เร่งตัดสินคดีค่ารักษาพยาบาล ยันบริสุทธิ์ใจ

ณัฏฐ์ชนน วอน ป.ป.ช. เร่งตัดสินคดีค่ารักษาพยาบาล ยันบริสุทธิ์ใจ

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.22 น.

‘ณัฏฐ์ชนน’ ยันไม่มีดึงคดี ’รับเงินค่ารักษาพยาบาล‘ ในชั้น ’ป.ป.ช.‘ วอนทบทวนมติที่อุทธรณ์ ไป-เร่งตัดสิน เหตุกระทบโอกาสที่เสียไปในชีวิต ขอโอกาสกลับมาทำงานในประเทศ

วันที่ 4 พฤษถาคม 2569 เมื่อเวลา 12.40 น. ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวที่มีการวิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) จะสั่งไม่ฟ้องในคดีที่ตัวเองรับเงินค่ารักษาพยาบาลจำนวน 1.3 ล้านบาทว่า เรื่องดังกล่าวเป็นกระบวนการที่ตนอุทธรณ์ มันมีกระบวนการที่จะต้องสอบพยานเพิ่ม ส่วนตัวตนเอง อยากให้ตัดสินวันนี้พรุ่งนี้เลย เพราะมีผลกับตนทั้งเรื่องเครื่องราชฯที่ตนเสียโอกาสไปหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงตำแหน่ง และความเชื่อมั่นของประชาชนอยากขอให้ป.ป.ช.ได้ทบทวนมติที่ตนขอให้มีการทบทวน ไม่ได้มีการดึง อยากให้ดำเนินการเร็วที่สุด ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องการรักษาพยาบาล ไม่ใช่โกงบ้านโกงเมือง บังเอิญตนตายไปทางการเมืองแล้ว บังเอิญฟื้นขึ้นมา แล้วก็เกือบตายทางการเมือง จึงอยากขอโอกาสกลับมาทำงานให้ประเทศชาติ

ณัฏฐ์ชนน เผยมือลั่นไลน์ออกจากกลุ่ม ยันไร้ปัญหาน้อยใจ เดินหน้าทำงานต่อ

ณัฏฐ์ชนน เผยมือลั่นไลน์ออกจากกลุ่ม ยันไร้ปัญหาน้อยใจ เดินหน้าทำงานต่อ

ณัฏฐ์ชนน เผยมือลั่นไลน์ออกจากกลุ่ม ยันไร้ปัญหาน้อยใจ เดินหน้าทำงานต่อ

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.08 น.

พลาดมือลั่น! ’ณัฏฐ์ชนน‘ แจงแล้วเหตุออกจากไลน์กลุ่มสส.ภูมิใจไทย โยงวืดตำแหน่ง ’ประธานกมธ.‘ ในโควตาพรรค  ปัดน้อยใจ เดินหน้าทำงานต่อ

วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 12.40 น. ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่ก่อนหน้านี้ออกจากไลน์กลุ่มสส.พรรคภูมิใจไทย หลังไม่มีชื่อในการจัดสรรตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญ สภาฯ ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย จำนวน14ตำแหน่งว่า ตนมีกลุ่มไลน์จำนวนมากประมาณ1,000ไลน์ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไลน์กมธ.สามัญ วิสามัญคณะต่างๆตั้งแต่สภาฯชุดที่25 กลุ่มไลน์ พตส. ปปร. อีกจำนวนมาก ตนก็ไปไล่ลบกลุ่มไลน์ออก บังเอิญตนอาจจะพลาดมือลั่น ซึ่งเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการน้อยใจ เพราะเป็นข้อตกลงก่อนหน้านี้ เป็นกระบวนการของพรรค ส่วนที่มีการเชิญตนกลับเช้ากลุ่มไลน์ เป็นหน้าที่ของวิปรัฐบาล ก็มาถามสาเหตุจากตน พอทราบเหตุผล ก็เชิญตนกลับเข้าสู่ไลน์กลุ่ม ยืนยันว่าไม่มีเรื่องน้อยใจ เพราะก่อนหน้านี้มีข้อตกลงกับไว้แล้ว การมาเป็นนักการเมือง อย่ารักษาหน้าตาและเกียรติไว้อย่างเดียวว่าทำไมไม่ได้ ประชาชนว่าอย่างโน้นอย่างนี้ ต้องรักษาชีวิตตัวเองด้วย นี่คือปรัชญาทางการเมือง ดังนั้นการจะได้ตำแหน่งหรือไม่อยู่ที่กรรมการบริหารพรรค และจังหวะ มันยังมีงานอื่นอีกเยอะ

“ผมเองจังหวะไลน์หลุดจะด้วยบังเอิญหรือไม่ เจตนาหรือไม่ ก็ได้รับภารกิจค่อนข้างมากขึ้นจากหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และวิปรัฐบาล ในการสื่อสารงานภายในสภาฯ หรือนอกสภาฯเพิ่มขึ้น จังหวะที่ไลน์หลุดก็ถือเป็นโอกาสเปิดที่จะได้ทำงาน” นายณัฏฐ์ชนน กล่าว

นายณัฏฐ์ชนน กล่าวต่อว่า การสื่อสารของพรรคบางครั้งก็ผ่านการประชุมพรรคอย่างเดียว โอกาสที่จะคุยกับผู้บริหารพรรคค่อนข้างลำบาก แต่หลังจากไลน์หลุดก็ได้มีโอกาสคุยกับหัวหน้าพรรค เลขาฯพรรค ก็เลยได้มอบหมายงาน ทางหัวหน้าฯ และเลขาฯพรรคก็บอกว่ามีอะไรให้บอก ก็เลยเป็นช่องทางที่ว่าหากมีอะไรผมบอกแน่ ขณะนี้ยังไม่มีการรับปากเรื่องตำแหน่งในอนาคต ตนก็ทำหน้าที่ต่อไป ทั้งเรื่องของพ.ร.ก.เงินกู้ที่จะเข้า งบประมาณปี70 เรื่องแลนด์บริดจ์ เป็นต้น

รมว.ยุติธรรม เผยไทม์ไลน์ ‘ทักษิณ’ ออกคุก กระบวนการเรียบร้อยดี ยันต้องติดกำไร EM

รมว.ยุติธรรม เผยไทม์ไลน์ ‘ทักษิณ’ ออกคุก กระบวนการเรียบร้อยดี ยันต้องติดกำไร EM

รมว.ยุติธรรม เผยไทม์ไลน์ ‘ทักษิณ’ ออกคุก กระบวนการเรียบร้อยดี ยันต้องติดกำไร EM

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.59 น.

“รมว.ยุติธรรม” เผยไทม์ไลน์ “ทักษิณ” ออกคุก กระบวนการพักโทษเรียบร้อยดี ยันต้องติดกำไร EM 

วันที่ 4 พฤาภาคม 2569 เวลา 12.40 น. ที่พรรคภูมิใจไทย พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกระบวนการปล่อยตัว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ ว่า กระบวนการขณะนี้เรียบร้อยดี ซึ่งได้ประชุมกันแล้วเสร็จ เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 โดยเงื่อนไขการปล่อยตัวคือการพักโทษ และต้องติดกำไร EM ตามที่เป็นข่าว