กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ขับเคลื่อนนโยบาย Nature Positive สู่เศรษฐกิจชีวภาพที่ยั่งยืน ในงานงาน Biodiversity & Bioeconomy Forum 2026

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ขับเคลื่อนนโยบาย Nature Positive สู่เศรษฐกิจชีวภาพที่ยั่งยืน ในงานงาน Biodiversity & Bioeconomy Forum 2026

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ขับเคลื่อนนโยบาย Nature Positive สู่เศรษฐกิจชีวภาพที่ยั่งยืน ในงานงาน Biodiversity & Bioeconomy Forum 2026

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.41 น.

ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้ตนเป็นประธานเปิดงานประชุมวิชาการด้านความหลากหลายทางชีวภาพและการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน Biodiversity & Bioeconomy Forum 2026 ภายใต้หัวข้อ “ธรรมชาติเชิงบวกสร้างได้จากทุกคน (All Actions for Nature Positive)” ซึ่งจัดโดยสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงฯ ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการยกระดับเศรษฐกิจชีวภาพของประเทศ

ดร.รวีวรรณ กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญกับการผลักดันนโยบายด้านความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาชน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติกับการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน ตลอดจนเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากฐานทรัพยากรชีวภาพควบคู่กับการรักษาระบบนิเวศให้คงความอุดมสมบูรณ์

ปลัดกระทรวงฯ กล่าวว่า แนวคิด Nature Positive หรือการทำให้ธรรมชาติกลับมาเพิ่มพูนและฟื้นตัว เป็นเป้าหมายสำคัญที่ทั่วโลกกำลังร่วมกันขับเคลื่อน โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างกลไกความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพราะการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวไม่สามารถอาศัยการดำเนินงานของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งได้ แต่ต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกคน ตามแนวคิด All Actions for Nature Positive

พร้อมกันนี้ กระทรวงฯ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนากลไกทางเศรษฐกิจที่สนับสนุนการอนุรักษ์ อาทิ เครดิตความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Credits) เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจนำมิติด้านธรรมชาติมาเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนและการดำเนินธุรกิจ อันจะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ด้าน ดร.ธนิต ชังถาวร ผู้อำนวยการ BEDO กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ BEDO ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 20 ของการดำเนินงาน โดยมุ่งยกระดับการขับเคลื่อนด้านความหลากหลายทางชีวภาพให้สอดคล้องกับทิศทางของประชาคมโลก ผ่านการดำเนินงาน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การอนุรักษ์ การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน และการบูรณาการความหลากหลายทางชีวภาพเข้าสู่นโยบายและการดำเนินงานของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการส่งเสริมภาคธุรกิจผ่านโครงการ ACT-D Pathway to Nature Positive เพื่อยกระดับการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

ทั้งนี้ งาน Biodiversity & Bioeconomy Forum 2026 นับเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และประสบการณ์จากทุกภาคส่วน พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อเปลี่ยนผ่านจากแนวคิดไปสู่การลงมือปฏิบัติจริง อันจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นสังคมที่เติบโตบนฐานความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างเศรษฐกิจชีวภาพที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

เดินหน้าสร้างมรดกสีเขียว ICC Green Legacy ผนึกกำลัง ทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมเก็บขยะชายหาด อนุรักษ์ทะเลไทย

เดินหน้าสร้างมรดกสีเขียว ICC Green Legacy ผนึกกำลัง ทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมเก็บขยะชายหาด อนุรักษ์ทะเลไทย

เดินหน้าสร้างมรดกสีเขียว ICC Green Legacy ผนึกกำลัง ทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมเก็บขยะชายหาด อนุรักษ์ทะเลไทย

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.32 น.

บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เดินหน้าขับเคลื่อน โครงการ “ICC Green Legacy : มรดกสีเขียวสู่อนาคตที่ยั่งยืน” อย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้ ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานสื่อสารองค์กร นำทีมพนักงานบริษัทฯ ร่วมกับทัพเรือภาคที่ 1 ซึ่งมี พลเรือโท เฉลิมชัย สวนแก้ว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธาน ในกิจกรรมเก็บขยะชายหาด เพื่อร่วมฟื้นฟูและดูแลสิ่งแวดล้อมชายฝั่ง ณ ชายหาดหน้าหมู่เรือรักษาการณ์วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษา และประชาชนในพื้นที่

ภายในกิจกรรมยังมีการบรรยายให้ความรู้ด้านการคัดแยกขยะ โดยผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 (เพชรบุรี) แก่นักเรียนโรงเรียนสาธิตเทศบาลหัวหิน เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการจัดการขยะอย่างถูกวิธี เพื่อให้เยาวชนเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการดูแล และอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน

ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ กล่าวว่า “สำหรับการร่วมมือกับทัพเรือภาคที่ 1 ในกิจกรรมเก็บขยะชายหาดครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของโครงการ ICC Green Legacy : มรดกสีเขียวสู่อนาคตที่ยั่งยืน ที่สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม เราเชื่อว่าการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน กิจกรรมในครั้งนี้จึงไม่เพียงช่วยฟื้นฟูพื้นที่ชายฝั่ง แต่ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชนและชุมชน เพื่อร่วมกันดูแลและส่งต่อความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้กับคนรุ่นต่อไปค่ะ”

นอกจากนี้ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ยังได้นำผลิตภัณฑ์ในเครือฯ ได้แก่ กุ๊งกิ๊ง ยำวุ้นเส้นกึ่งสำเร็จรูป, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, ข้าวต้มชามกึ่งสำเร็จรูป ตราซื่อสัตย์ และขนมข้าวโอ๊ตอัดแท่ง ตรา เพนนีโอ (Penny-O) รวมถึง น้ำแร่ธรรมชาติ มองต์เฟลอ (Mont Fleur) มอบให้แก่เด็ก ๆ เจ้าหน้าที่ทหารเรือ และประชาชนจิตอาสา พร้อมเสิร์ฟเมนูอาหารเพื่อเติมพลังหลังเสร็จสิ้นภารกิจ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมที่สร้างประโยชน์อย่างต่อเนื่อง

LIFE & HEALTH : ความก้าวหน้าในการรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวและต่อมน้ำเหลืองด้วย CAR CD19 T cell

LIFE & HEALTH : ความก้าวหน้าในการรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวและต่อมน้ำเหลืองด้วย CAR CD19 T cell

LIFE & HEALTH : ความก้าวหน้าในการรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวและต่อมน้ำเหลืองด้วย CAR CD19 T cell

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งต่อมน้ำเหลือง เป็นโรคมะเร็งที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือดขาวในระบบเลือดและระบบน้ำเหลือง ส่งผลให้เซลล์เม็ดเลือดขาวมีการแบ่งตัวอย่างผิดปกติ ไม่สามารถทำหน้าที่ป้องกันการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม อาจส่งผลกระทบต่ออวัยวะต่าง ๆ และเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบัน ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากมีโอกาสรักษาให้หายขาดหรือสามารถควบคุมโรคได้เป็นเวลานาน

มะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia) เป็นโรคที่เกิดจากไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดขาวที่ผิดปกติและมีจำนวนมากเกินไป ทำให้รบกวนการสร้างเม็ดเลือดแดง เกล็ดเลือด และเม็ดเลือดขาวปกติ ผู้ป่วยมักมีอาการซีด เหนื่อยง่าย มีไข้ เลือดออกง่าย หรือมีการติดเชื้อบ่อย

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) เป็นมะเร็งของระบบน้ำเหลือง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย มักมีอาการต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณคอ รักแร้ หรือขาหนีบ รวมถึงอาจมีไข้ เหงื่อออกตอนกลางคืน น้ำหนักลด และอ่อนเพลีย

มะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเป็นโรคที่สามารถรักษาได้ หากได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและได้รับการรักษาที่เหมาะสม ความก้าวหน้าทางการแพทย์ เช่น การรักษาแบบมุ่งเป้า ภูมิคุ้มกันบำบัด และการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด ได้ช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง

 ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง รองคณบดี

ข้อมูลจาก ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง รองคณบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และ เลขาธิการกองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ  เปิดเผยว่า ตลอดเวลากว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มุ่งมั่นพัฒนาการรักษาผู้ป่วยด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรมทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง โดยได้เริ่มดำเนิน โครงการปลูกถ่ายไขกระดูก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยโรคทางโลหิตวิทยาและโรคซับซ้อนที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดด้วยวิธีทั่วไปได้ อาทิ มะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) โรคไขกระดูกฝ่อ รวมถึง โรคโลหิตจางทางพันธุกรรมบางชนิด และโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง

จากความสำเร็จในการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากพี่น้องสายเลือดเดียวกัน สู่การพัฒนาการรักษาที่สามารถใช้ผู้บริจาคที่ไม่ใช่ญาติ และในปัจจุบันสามารถใช้ผู้บริจาคที่มีเนื้อเยื่อไม่ตรงกันที่ได้จากญาติสายตรงได้สำเร็จ ซึ่งนับเป็น แห่งแรกของประเทศไทย จนถึงวันนี้ มีผู้ป่วยมากกว่า 1,800 ราย ในช่วงอายุตั้งแต่ แรกเกิด จนถึง 65 ปี ที่ได้รับการรักษาและมีชีวิตใหม่จากการรักษาด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต

เดิมทีการรักษาด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตเป็นแนวทางการรักษาใหม่ ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย จึงมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก และยังไม่ครอบคลุมการเบิกจ่ายตามสิทธิการรักษาต่าง ๆ ทำให้ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งทางโลหิตและโรคเรื้อรังรุนแรง ต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านทุนทรัพย์ จึงได้มีการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือค่ารักษามาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงพลังของการให้ที่เปลี่ยนชีวิตผู้ป่วยได้อย่างแท้จริง ปัจจุบันได้พัฒนาการรักษาที่สามารถใช้ผู้บริจาคที่ไม่ใช่ญาติ และยังสามารถใช้ผู้บริจาคที่มีเนื้อเยื่อไม่ตรงกันได้แก่ จากบิดาหรือมารดาให้ลูก หรือจากลูกให้บิดาหรือมารดาสำเร็จดังกล่าวมาแล้ว ดังนั้นยังต้องมีการระดมทุนต่อเนื่องอีกมาก เนื่องจากการใช้เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากผู้บริจาคที่มีเนื้อเยื่อไม่ตรงกันนี้ไม่สามารถเบิกจ่ายจากสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้

ท่ามกลางวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง บุคลากรทางการแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ได้ต่อยอดงานวิจัยด้านการรักษาด้วยเซลล์และยีนบำบัด จนสามารถนำมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยได้จริง โดยเฉพาะในกลุ่มโรคที่เคยถูกมองว่า “รักษาไม่ได้” หรือมีทางเลือกจำกัด หนึ่งในนวัตกรรมสำคัญคือ CAR CD19 T-cell ซึ่งใช้ในการรักษาผู้ป่วย มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดดื้อต่อการรักษา มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดรุนแรง และผู้ป่วยที่โรคกลับมาเป็นซ้ำหลายครั้ง การรักษานี้เป็นการนำเม็ดเลือดขาวของผู้ป่วยเองหรือผู้บริจาคมาตัดต่อพันธุกรรมในห้องปฏิบัติการ ก่อนนำกลับเข้าสู่ร่างกายเพื่อให้เซลล์ภูมิคุ้มกันสามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างตรงเป้าหมายและเป็นการรักษาเฉพาะบุคคลอีกด้วย

แม้การรักษาด้วยเซลล์และยีนบำบัดได้รับการยอมรับในระดับสากล แต่ในต่างประเทศมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 15 ล้านบาทต่อรายสำหรับ CAR CD19 T-cell แต่ด้วยศักยภาพของบุคลากรการแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี สามารถพัฒนาการรักษาที่มีคุณภาพเทียบเท่ามาตรฐานสากล และลดค่าใช้จ่ายลงได้ถึง 10–20 เท่า อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายนี้ก็ยังคงเกินกำลังของผู้ป่วยจำนวนมาก และยังไม่ได้รับการสนับสนุนการเบิกจ่ายจากภาครัฐในปัจจุบัน โดยปัจจุบันได้รักษาผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งต่อมน้ำเหลืองด้วย CAR CD19 T cell ไปแล้ว 40 ราย ได้ผลโดยรวมถึงร้อยละ 70 ของผู้ป่วยโรคสงบปลอดโรคอย่างน้อย 2 ปี โดยผู้ป่วยเหล่านี้ดื้อต่อการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดและยามุ่งเป้ามาหลายขนานแล้ว

โครงการนี้ไม่เพียงช่วยต่อชีวิตผู้ป่วยโรคมะเร็ง แต่ยังเป็นการเพิ่มศักยภาพระบบการรักษาของประเทศ พัฒนาบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ต่อยอดงานวิจัย และวางรากฐานสำคัญในการผลักดันให้การรักษาด้วยเซลล์และยีนบำบัดได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในอนาคต

เพราะทุกชีวิตมีคุณค่า และนวัตกรรมทางการแพทย์ จะเกิดความหมายสูงสุดได้ เมื่อถูกส่งต่อถึงผู้ป่วยที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง

โดยกองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และมูลนิธิคุณแม่คุณภาพ ได้ให้ความช่วยเหลือมาตลอดเป็นระยะเวลากว่า 25 ปี สนับสนุนโครงการดังกล่าว ทั้งนี้ได้ช่วยเหลือผู้ป่วยทั้งประเทศที่ได้มีการส่งต่อมารับการรักษาด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัยดังกล่าว

กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ฯ คืนชีวิตใหม่..ให้ผู้ป่วยมะเร็งเด็ก

นับตั้งแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงรับกองทุนโรคมะเร็งในเด็กไว้ในพระอุปถัมภ์ จวบจนปัจจุบันเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่ทรงมีพระเมตตาช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเด็กที่ยากไร้ทั่วประเทศในรพ.กว่า 20 แห่ง รูปแบบในการให้ความช่วยเหลือของกองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ คือ ช่วยค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษา รวมทั้งค่ายา ค่าเดินทางมาตรวจรักษา ค่าที่พัก เวชภัณฑ์ต่างๆด้วย ที่ผ่านมาผลงานสำคัญที่เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ ที่ได้รับการช่วยเหลือจากกองทุน คือ การเพิ่มอัตราการหายขาดเพิ่มขึ้นในโรคมะเร็งต่อมหมวกไตในระยะแพร่กระจายจากไม่ถึง 20% เพิ่มเป็น 50% โดยการใช้ยาเคมีบำบัดตัวใหม่ นอกจากนี้ได้ช่วยเหลืองานวิจัยการรักษาโรคมะเร็งสมองโดยใช้ชีวโพลิเมอร์กับยามะเร็ง SN38 เป็นต้น สามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชี “กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ฯ” SCB สาขาอ่อนนุช เลขที่บัญชี 133-2-08742-3 โทร 0-2718-3800 ต่อ 123 ใบเสร็จนำไปลดหย่อนภาษีได้  รายละเอียดที่ http://www.thaichildrencancerfund.org/

13 กรกฎาคม นี้ ตรงกับวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนานและขอถวายพระพรให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน

 

 

ผ.ศ. (พิเศษ) ดร. เภสัชกร อภิสิทธิ์  ฉัตรทนานนท์

กรรมการ กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ

คุณแหน : 8 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 8 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 8 กรกฎาคม 2569

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • คอนเสิร์ต “มหาราชินี” สิริกิติ์เปียโนคอนแชร์โต เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แสดงวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2569 เวลา 19.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย วาทยากร สมเถา สุจริตกุล ศิลปินแห่งชาติ เดี่ยวเปียโน โดย ทฤษฎี ณ พัทลุง บรรเลงโดย สยามซินโฟนิเอตตา จองบัตรทางออนไลน์ได้ที่ ticketmelon.com/operasiam/maharajini
  • สำนักพระราชวัง ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา หน้าพระโกศ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง ได้ตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน 2569 ผู้เข้ากราบถวายสักการะต้องไปที่จุดคัดกรอง ภายในอุโมงค์ทางเดินลอดถนนหน้าพระลาน ต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนไปด้วย โปรดแต่งกายตามระเบียบโดยเคร่งครัด ห้ามสวมกางเกงยีนส์โดยเด็ดขาด และต้องสวมเครื่องแต่งกายสีดำ ยกเว้นผู้ชายที่สวมสูท สามารถสวมเสื้อเชิร์ตขาวแขนยาวข้างใน เข้าถวายสักการะทุกวัน ตั้งแต่ 08.00-21.00 น. ต้องไปถึงจุดคัดกรองก่อน 20.00 น.
  • แคทเธอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ พระชายาใน เจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ ทรงเสร็จสิ้นพระภารกิจระดมทุนช่วยผู้ป่วยมะเร็ง โดยทรงพิชิตยอดเขาสูงในสกอตแลนด์ อังกฤษ และเวลส์ ความสูงเฉลี่ยประมาณ 1 พันเมตร ภายในเวลา 24 ชั่วโมง ทรงย้ำว่าทำเพื่อค้นหาความหมายของชีวิตหลังการรักษาและส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้สังคม
  • การแสดง piano recital, A Musical Legacy by Leo Wheeler บุตร ท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เจนเซน ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.00 น. ณ ศาลาสุทธสิริโสภา ซอยลาดพร้าว 41 โปรดรีบจองบัตรด่วนที่ 063 358 4005 ยังมีบัตรเหลืออีกเพียงประมาณ 10 ที่เท่านั้น บัตรราคา 2,500 บาท รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้ มูลนิธิชัยพัฒนา
  • คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) มีมติเอกฉันท์เห็นชอบให้ วีระพงษ์ สุดาวงษ์ รับตำแหน่งประธานศาลฎีกา คนที่ 52 มีผลเป็นทางการวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ประวัติการศึกษาสำเร็จนิติศาสตรบัณฑิตจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ทั้งนี้สำนักงานศาลยุติธรรมจะนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมต่อไป

Victor Lee

Mommy Booster จับมือ Papa Paper เปลี่ยน กากหัวปลี เป็นกันกระแทกรักษ์โลก

Mommy Booster จับมือ Papa Paper เปลี่ยน กากหัวปลี เป็นกันกระแทกรักษ์โลก

Mommy Booster จับมือ Papa Paper เปลี่ยน กากหัวปลี เป็นกันกระแทกรักษ์โลก

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.33 น.

Mommy Booster อันดับ 1 แบรนด์เครื่องดื่มบำรุงสุขภาพสำหรับคุณแม่ และผู้หญิง ภายใต้บริษัท อินโนดีว่า จำกัด ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ Papa Paper ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม กระดาษคราฟต์รักษ์โลก ปฏิวัติวงการแพคเกจจิ้งด้วยโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เปิดตัวโปรเจกต์อัปไซเคิล (Upcycled) เปลี่ยน “กากหัวปลี” ปริมาณมหาศาลที่เหลือทิ้ง จากกระบวนการผลิต ให้กลายเป็นวัสดุกันกระแทกเพื่อสิ่งแวดล้อม โครงการนี้ไม่เพียงมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Waste ภายในองค์กร แต่ยังมุ่งแก้ปัญหาระดับชาติด้วยการรับซื้อวัสดุการเกษตรที่รอการกำจัด เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและลดวงจรการเผาพืชผล ซึ่งเป็นต้นตอของวิกฤตฝุ่นควัน PM 2.5 อย่างเป็นรูปธรรม

ความสำเร็จของโปรเจกต์นำร่องนี้ เกิดขึ้นจากความตั้งใจจริงของ คุณวริษา เนื้อนุ้ย บารโรด์ CEO Mommy Booster และ คุณธนากร สุภาษา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิมพลิ เด็คคอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกระดาษสาและผลิตภัณฑ์จากเยื่อธรรมชาติทำมือ 100% ภายใต้แบรนด์ PAPA PAPER®  ร่วมด้วยการสนับสนุนทางด้านนโยบายและวิชาการจาก สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจ ขนาดกลาง และขนาดย่อม (สสว.) และ อาจารย์พิชชากานต์ พิทยกรพิสุทธิ์ โดยความร่วมมือครั้งนี้ ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ การสร้างนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังมีแผนระยะยาว ในการผนึกกำลังกับ “วิสาหกิจชุมชน” เพื่อนำวัสดุจากภาคเกษตรกรรมมาเปลี่ยนเป็นวัสดุ กันกระแทกชีวภาพ ซึ่งจะช่วย กระจายรายได้ และพัฒนาเศรษฐกิจในระดับชุมชนอย่างยั่งยืน

คุณวริษา เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ของโครงการว่า “ปัจจุบันพฤติกรรมการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ เติบโตขึ้นมาก ทำให้ปริมาณขยะจากวัสดุกันกระแทกพลาสติกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วงแรก เราตั้งใจพัฒนานวัตกรรมจากกากหัวปลีเพื่อแก้ปัญหาขยะภายในธุรกิจของเราเอง แต่เมื่อได้หารือ และบูรณาการแนวคิดร่วมกับ สสว. รวมถึงผู้เชี่ยวชาญอย่าง Papa Paper ทำให้เราเห็นศักยภาพ ในการต่อยอดวัสดุกันกระแทกรักษ์โลกนี้ให้ถูกนำไปใช้ในวงกว้างขึ้น ซึ่งเป้าหมายของเราไม่ใช่แค่การ ลดขยะพลาสติกที่ย่อยสลายยาก แต่ยังเป็นการช่วยลดการเผาพืชผล ทางการเกษตร เพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ที่กระทบต่อปอดและสุขภาพของทุกคน พร้อมๆกับการเข้าไปสร้างรายได้ ให้กับพี่น้องเกษตรกรไทยด้วย”

การนำวัสดุกันกระแทกจากธรรมชาติมาใช้ทดแทนพลาสติกบับเบิ้ล จึงไม่เพียงสะท้อนภาพลักษณ์ของ Mommy Booster ในฐานะแบรนด์ที่ห่วงใยผู้บริโภคแบบองค์รวม แต่ยังเป็นมิติใหม่ของความร่วมมือ ระหว่างผู้ประกอบการยุคใหม่และภาครัฐ ในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการสินค้าแม่และเด็ก ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) นอกจากนี้ ทางแบรนด์ยังเตรียมต่อยอดนวัตกรรมดังกล่าว สู่การผลิตวัสดุกันกระแทกเกรดพรีเมียม เพื่อตอบโจทย์ด้านความหรูหราและเพิ่มมูลค่าให้สินค้าราคาสูง ได้ในอนาคต

ซีพี แอ็กซ์ตร้า เดินหน้าโครงการ AXTRA Circular Impacts เปลี่ยนขวดพลาสติกเป็นเสื้อนักเรียน

ซีพี แอ็กซ์ตร้า เดินหน้าโครงการ AXTRA Circular Impacts เปลี่ยนขวดพลาสติกเป็นเสื้อนักเรียน

ซีพี แอ็กซ์ตร้า เดินหน้าโครงการ AXTRA Circular Impacts เปลี่ยนขวดพลาสติกเป็นเสื้อนักเรียน

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.09 น.

บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก “แม็คโคร–โลตัส” เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการ “AXTRA Circular Impacts: รวมพลัง ขับเคลื่อนไทยสู่ความยั่งยืน” ด้วยการเปลี่ยนขวดพลาสติกใช้แล้วให้กลับมาสร้างคุณค่าใหม่เป็นเสื้อนักเรียนรีไซเคิล จำนวน 10,000 ตัว ส่งมอบให้แก่นักเรียนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และโรงเรียนในมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี ทั่วประเทศ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ควบคู่กับการสร้างคุณค่าทางสังคม ผ่านการส่งต่อโอกาสทางการศึกษาและปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมแก่เยาวชนไทย เพื่อร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ตลอดปี 2568 ซีพี แอ็กซ์ตร้า ได้ร่วมกับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) และ บริษัท เวสท์บาย เดลิเวอรี่ จำกัด ส่งเสริมการคัดแยกและรีไซเคิลขวดพลาสติกใช้แล้วอย่างครบวงจร ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่านการจัดตั้งจุดรับคืนขวดพลาสติก (Drop Point) การติดตั้งเครื่องรับคืนบรรจุภัณฑ์อัตโนมัติ (Reverse Vending Machine: RVM) มากกว่า 140 จุด ในสาขาแม็คโครและโลตัสทั่วประเทศ ควบคู่กับการจัดกิจกรรม Recycle Market ทุกวันเสาร์–อาทิตย์ ณ แม็คโคร–โลตัส 9 สาขา รวมถึงการจัดจุดรับคืนขวดพลาสติกในกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัทอย่างต่อเนื่อง

จากความร่วมมือดังกล่าว บริษัทสามารถรวบรวมขวดพลาสติกใสเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้แล้วกว่า 2.5 ล้านขวด ก่อนนำไปแปรรูปเป็นเสื้อนักเรียนรีไซเคิล และส่งมอบให้แก่นักเรียนในสังกัด สพฐ. และโรงเรียนในมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี รวม 10,000 คน ทั่วประเทศ สะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคประชาชน ในการเปลี่ยน “ขยะ” ให้กลายเป็น “โอกาส” พร้อมสร้างผลลัพธ์เชิงบวกทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม

ภายในปี 2569 นี้ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ตั้งเป้ารวบรวมขวดพลาสติกใสเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล 10.5 ล้านขวด ผ่านโครงการ “AXTRA Circular Impacts: รวมพลัง ขับเคลื่อนไทยสู่ความยั่งยืน” ด้วยความร่วมมือจากพันธมิตรทุกภาคส่วน รวมถึงสถาบันการศึกษากว่า 500 โรงเรียน ทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายในการรวบรวมขวดพลาสติกใสเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเพื่อนำกลับมาสร้างประโยชน์ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

พร้อมทั้งมุ่งสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ชุมชน และเยาวชน ทั่วประเทศให้เกิดเป็นพลังในการขับเคลื่อนสังคมสู่การจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน และการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากขยะพลาสติกที่ลงสู่ทะเล, ลำคลอง และหลุมฝังกลบอย่างเป็นรูปธรรม ตอกย้ำบทบาทของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ในการขับเคลื่อนความยั่งยืนจากระดับองค์กรสู่ ระดับสังคม พร้อมร่วมสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับสิ่งแวดล้อมและเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง

หนุ่ม กรรชัย ลั่นเบรกไกล่เกลี่ย!เมิน 3 ข้อเสนอ ปู มัณฑนา ขอใช้สิทธิ์พิสูจน์ความจริงชั้นศาลก่อน

หนุ่ม กรรชัย ลั่นเบรกไกล่เกลี่ย!เมิน 3 ข้อเสนอ ปู มัณฑนา ขอใช้สิทธิ์พิสูจน์ความจริงชั้นศาลก่อน

หนุ่ม กรรชัย ลั่นเบรกไกล่เกลี่ย!เมิน 3 ข้อเสนอ ปู มัณฑนา ขอใช้สิทธิ์พิสูจน์ความจริงชั้นศาลก่อน

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.27 น.

จากกรณีข้อพิพาทและประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียล ระหว่างพิธีกรชื่อดัง หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย และอดีตนักแสดงสาว ปู-มัณฑนา หิมะทองคำ ซึ่งทาง หนุ่ม กรรชัย ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องรวมทั้งหมด 6 คดี โดยคดีล่าสุดเป็นข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา รวมทั้งสิ้น 17 กรรมล่าสุด ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้มีนัดไกล่เกลี่ยคดีหมิ่นประมาทดังกล่าว โดยทางฝั่งของ ปู มัณฑนา พร้อมทีมไกล่เกลี่ย ได้ยื่นข้อเสนอ 3 เงื่อนไขต่อศาล เพื่อหวังยุติปัญหา ได้แก่

1. ยอมหยุดโพสต์พาดพิง

2. ยินดีเอ่ยปากขอโทษ หนุ่ม กรรชัย ก่อน

3. ยินดีจับมือถ่ายรูปร่วมเฟรมเพื่อยุติปัญหา

นอกจากนี้ ทางฝั่งของ ปู มัณฑนา ยังระบุว่าตนเองยอมถอยออกมาหนึ่งก้าวแล้ว แต่อีกฝ่ายก็ควรถอยด้วยเช่นกัน พร้อมคาดหวังให้ หนุ่ม กรรชัย เอ่ยคำขอโทษตนกลับ เนื่องจากตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ตนและครอบครัวได้รับความเสียหายอย่างหนักและเกิดภาวะเครียดวิกฤต พร้อมกันนี้ยังได้เสนอเงื่อนไขขอนัดเจรจานอกรอบแบบตัวต่อตัวโดยสั่งห้ามไม่ให้ “ทนายตุ๋ย” (ทนายความของหนุ่ม กรรชัย) เข้าร่วมรับฟังด้วย

ทางด้าน หนุ่ม กรรชัย ได้ออกมาเคลื่อนไหวและชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวผ่านรายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ โดยระบุว่า ตนได้รับทราบเรื่องข้อเสนอ 3 ข้อดังกล่าวแล้ว แต่ในชั้นนี้คงจะยังไม่มีการไกล่เกลี่ย และจะยังไม่พิจารณาข้อเสนอทั้งหมดจนกว่าจะถึงเวลาที่สมควร

“ผมเห็นทางคุณปูบอกจะยื่นข้อเสนอให้ผม 3 ข้อ ผมเห็นแล้ว ตอนนี้จะให้ผมไปพิจารณา ผมคงไม่พิจารณาทั้ง 3 ข้อ จนกว่าจะถึงเวลาที่สมควรแล้วกัน ตอนนี้คงจะยังไม่” หนุ่ม กรรชัย กล่าว

พิธีกรชื่อดังยังได้เผยความรู้สึกเพิ่มเติมว่า ตนเองรู้สึกขอบคุณในความเมตตาของศาลที่อยากให้มีการไกล่เกลี่ย แต่เนื่องจากที่ผ่านมาตนโดนพาดพิงมาโดยตลอด จึงต้องการใช้สิทธิ์ของตนเองในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงในชั้นศาลก่อน ส่วนเรื่องการไกล่เกลี่ยค่อยว่ากันในขั้นตอนต่อไป และคงต้องขอดูพฤติกรรมของจำเลยในช่วงที่จะมีการสืบพยานกันก่อน ว่าสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไรบ้าง ยืนยันอยากพิสูจน์ฟังข้อเท็จจริงก่อน เพราะรู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองนั้นไม่ค่อยเป็นธรรมเท่าไหร่

คนไทยไม่แพ้ชาติใด ‘เนเน่’ สาวน้อยวัย 15 ผ่านเข้ารอบรายการดัง America’s Got Talent

คนไทยไม่แพ้ชาติใด ‘เนเน่’ สาวน้อยวัย 15 ผ่านเข้ารอบรายการดัง America’s Got Talent

คนไทยไม่แพ้ชาติใด ‘เนเน่’ สาวน้อยวัย 15 ผ่านเข้ารอบรายการดัง America’s Got Talent

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.23 น.

คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก คือเรื่องจริง  “เนเน่” สาวน้อยวัย 15 ปี จาก จ.ภูเก็ต ได้เดินทางไปประกวดร้องเพลง Zombie ในรายการดังระดับโลก อย่างรายการโชว์ความสามารถ  America’s Got Talent ซึ่งทันทีที่เธอได้ร้องเพลงและเล่นกีตาร์ผู้ชมในฮอลล์ถึงกับส่งเสียงเชียร์กันสนั่น สุดท้ายเธอได้รับ 4 โหวตให้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปจากกรรมการ โดย “ไซม่อน” หนึ่งในกรรมการถึงกับชมว่า “ผมคาดไม่ถึงจริง ๆ”

คอมเมนต์ของชาวต่างชาติทึ่งกับความสามารถในการร้องเพลงและเล่นกีตาร์ของเนเน่มาก หลายความเห็นบอกว่าเธอสมควรได้รับ Golden Buzzer ด้วยซ้ำ!

โดยน้องเนเน่เริ่มหัดเล่นกีตาร์ตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบ และมักไปเล่นดนตรีเปิดหมวกตามสถานที่ต่าง ๆ ในภูเก็ต สิ่งที่น่าชื่นชมมาก ๆ

ลีโอ วีลเลอร์ บุตรชายท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เตรียมโชว์เปียโนชิ้นเอก รายได้สมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา

ลีโอ วีลเลอร์ บุตรชายท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เตรียมโชว์เปียโนชิ้นเอก รายได้สมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา

ลีโอ วีลเลอร์ บุตรชายท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เตรียมโชว์เปียโนชิ้นเอก รายได้สมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.09 น.

คอนเสิร์ตแห่งการส่งต่อมรดกทางดนตรีจากรุ่นสู่รุ่น โดย ลีโอ วีลเลอร์ (Leo Wheeler)บุตรชายของท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เจนเซน อดีตศิษย์เก่าของ อ.ณัฐ ยนตรรักษ์จากรุ่นครู สู่รุ่นศิษย์และวันนี้…สู่คนรุ่นหลานศิษย์ศาลาสุทธสิริโสภาขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นสักขีพยานแห่งการส่งต่อความรักในเสียงดนตรี ผ่านการแสดงของศิลปิน 3 รุ่นบนเวทีเดียวกันไฮไลท์ของค่ำคืนนี้คือ Un Sospiro ผลงานชิ้นเอกของ Franz Liszt หนึ่งในบทเพลงเปียโนที่โด่งดังและเป็นที่รักที่สุดในโลกดนตรีคลาสสิก ด้วยท่วงทำนองอันงดงามราวความฝัน และเทคนิคการไขว้มืออันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งจะถูกถ่ายทอดโดยศิลปินวัยเพียง 12 ปีอีกหนึ่งช่วงเวลาพิเศษคือการหวนคืนสู่เวทีในฐานะนักร้องของ ท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เจนเซน ที่จะนำเสนอบทเพลงคลาสสิกอันไพเราะหลากหลายบท รวมถึง Widmung ผลงานชิ้นเอกของ Robert Schumann บทเพลงรักอันแสนงดงามที่ประพันธ์ขึ้นเพื่อมอบแก่ภรรยาผู้เป็นที่รักในโอกาสแต่งงาน และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในบทเพลงรักที่ตราตรึงใจที่สุดในโลกดนตรีคลาสสิกพร้อมด้วยบทเพลงพระราชนิพนธ์ Still on My Mind (ในดวงใจนิรันดร์) ที่อยู่ในความทรงจำของคนไทยทั้งประเทศมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนแห่งความทรงจำ ความรัก และการส่งต่อแรงบันดาลใจจากรุ่นสู่รุ่นไปด้วยกันวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 เวลา 16:00 น. ศาลาสุทธสิริโสภา (ลาดพร้าว 41 แยก 7-2) บัตรราคา 2,500 บาท(รวมงานเลี้ยงรับรองหลังการแสดง)รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้แก่มูลนิธิชัยพัฒนาสำรองที่นั่งได้แล้ววันนี้LINE OA: @salasudasirisobha

M STUDIO ส่งทัพนักแสดงบุกเวียดนาม ร่วมพรมแดงเทศกาล Thai Film Festival in Vietnam 2026

M STUDIO ส่งทัพนักแสดงบุกเวียดนาม ร่วมพรมแดงเทศกาล Thai Film Festival in Vietnam 2026

M STUDIO ส่งทัพนักแสดงบุกเวียดนาม ร่วมพรมแดงเทศกาล Thai Film Festival in Vietnam 2026

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.46 น.

เตรียมสร้างความคึกคักให้กับแฟนภาพยนตร์ไทยในเวียดนาม เมื่อ M STUDIO ส่งสองนักแสดงรุ่นใหม่ “มิ้ม–รัตนวดี วงศ์ทอง” จากภาพยนตร์สยองขวัญฟอร์มใหญ่ “ของแขก 2” และ “แคร์-ปาณิสรา ริกุลสุรกาน, หมีพูห์–วิน สกุลแสงประภา” จากภาพยนตร์วัยรุ่นสยองขวัญ “Ghost Board กล่องผีสุ่มวิญญาณ” เข้าร่วมงาน “Thai Film Festival in Vietnam 2026” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 11 กรกฎาคม 2569 ณ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม

โดยทั้ง 3 นักแสดงจะเข้าร่วมกิจกรรมเดินพรมแดง พิธีเปิดเทศกาลภาพยนตร์ รวมถึงพบปะสื่อมวลชนและแฟนภาพยนตร์ชาวเวียดนามอย่างใกล้ชิด นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการนำเสน่ห์ของนักแสดงไทยและภาพยนตร์ไทยไปสู่สายตาผู้ชมต่างประเทศ

นอกจากความโดดเด่นของนักแสดงแล้ว งาน Thai Film Festival in Vietnam 2026 ยังรวบรวมผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ และบุคลากรในวงการภาพยนตร์ไทยเข้าร่วมอย่างคับคั่ง เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้างความสัมพันธ์กับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของเวียดนาม ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของ M STUDIO ในการผลักดันภาพยนตร์ไทยสู่เวทีสากล พร้อมส่งต่อเสน่ห์ของคอนเทนต์ไทยและศักยภาพของนักแสดงไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติมากยิ่งขึ้น

#MSTUDIO #ของแขก2 #GhostBoard #กล่องผีสุ่มวิญญาณ

#ThaiFilmFestivalInVietnam2026

#มิ้มรัตนวดี #MEEPOOHWhiteFox #แคร์ปาณิสรา