รมว.ยธ.ยันพบผิดจริง จ่อชงคดีกักตุนน้ำมัน เข้าบอร์ดคดีพิเศษ

รมว.ยธ.ยันพบผิดจริง จ่อชงคดีกักตุนน้ำมัน เข้าบอร์ดคดีพิเศษ

รมว.ยธ.ยันพบผิดจริง จ่อชงคดีกักตุนน้ำมัน เข้าบอร์ดคดีพิเศษ

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.53 น.

“รมว.ยุติธรรม”เผยหารือคณะพนักงานสืบสวนเตรียมชง”คดีกักตุนน้ำมัน”เข้าบอร์ดคดีพิเศษ ย้ำพบการกระทำความผิดจริง ระบุน้ำมันหายกลางทะเลมากกว่า 57 ล้านลิตร ขอรอความชัดเจนจาก”ศรชล.” พร้อมกำชับ”ดีเอสไอ”เร่งหาปลายทางน้ำมันล่องหน จ.สุราษฎร์ธานี หลังพบขนถ่ายน้ำมันกลางทะเล 96 เที่ยว ยืนยันเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด

6 เมษายน 2569 ที่อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะพนักงานสืบสวนคลี่คลายคดีกักตุนน้ำมัน ว่า วันนี้ตนมารับฟังข้อมูลจาก พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และคณะพนักงานสืบสวน ว่าได้ดำเนินการอะไรไปบ้าง ซึ่งข้อมูลก็มาจากหลายหน่วยงาน ทั้งกรมสรรพสามิต กรมธุรกิจพลังงาน กรมการขนส่ง เป็นต้น ซึ่งเป็นข้อมูลค่อนข้างเยอะ แต่เราก็มีกรอบการทำงาน ซึ่งอธิบดีฯ ก็ได้ชี้แจงให้ฟัง โดยเมื่อฟังผลแล้วก็เป็นที่น่าพึงพอใจ และจะเร่งรัดให้เร็วที่สุด เพราะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ดีเอสไอก็ทำงานไม่ได้หยุดในการรวบรวมข้อมูลมาใช้วิเคราะห์ในวันนี้ ส่วนเรื่องการดำเนินการตามกฎหมายก็เป็นหน้าที่ของดีเอสไอที่ต้องดำเนินการต่อไป ส่วนตนก็มารับฟังความคืบหน้าเพื่อจะได้ประสานข้อมูลให้ หากมีส่วนใดที่ดีเอสไอยังขาดในการประกอบสำนวนการสืบสวนเราก็จะช่วยหา

พล.ต.ท.รุทธพล เผยอีกว่า ส่วนการรับเป็นคดีพิเศษนั้น ตอนนี้ยังคงเป็นเรื่องสืบสวน แต่หลังจากนี้จะมีการประชุมบอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษ ซึ่งจะมีผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านและได้นัดหารือแล้ว ส่วนจะเป็นเมื่อใดจะแจ้งอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้เราก็สืบสวนสอบสวนเบื้องต้นไว้ก่อน ส่วนกรอบระยะเวลาการทำงาน ทางอธิบดีฯ ก็ได้วางกรอบไว้แล้ว แต่การปฏิบัติดำเนินการก็ต้องสอบถามกันวันต่อวันว่าได้ดำเนินการคืบหน้าอย่างไรบ้าง เพราะจะมีการปรับแผนกันตลอด ส่วนกรณีที่พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจนั้น เราก็ได้นำข้อมูลมารวบรวมและหารือในวันนี้ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ แนวทางการทำคดีหากพบการกระทำความผิดจากเรื่องนี้ เราก็จะรวบรวมมาเป็นคดีพิเศษทั้งหมด เพื่อให้เป็นแนวทางเดียวกัน

พล.ต.ท.รุทธพล เผยต่อว่า ส่วนความชัดเจนของตัวเลขน้ำมันที่หายไปนั้น ตนขอให้เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อมูลให้ชัดเจนก่อน เพื่อจะได้วิเคราะห์กันให้ครบถ้วน เพราะตัวเลขค่อนข้างเยอะ ซึ่งข้อมูลก่อนหน้านี้ที่แถลงไป คือ ข้อมูลวันที่ 3 เม.ย.69 ดังนั้น จึงขอเวลารวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมอีก ส่วนตัวเลขน้ำมันที่หายไปกลางทะเล 57 ล้านลิตรนั้น เบื้องต้นจะมีปริมาณเพิ่มอีกหรือไม่ ก็ต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ไปรวบรวมข้อมูลวันต่อวันมาก่อน อย่างไรก็ตาม เราขอให้มันชัดเจน เพราะถ้าเร่งรีบอาจเกิดความเสียหายได้

“ตอนนี้เราพบการกระทำผิดแน่นอน น้ำมันหายไปแน่นอน ส่วนจะปริมาณ 57 ล้านลิตร หรือ 58 ล้านลิตร หรือ 59 ล้านลิตรนั้น ตนมองว่าอย่าเพิ่งไปยืนยันขนาดนั้นเลย เพราะเรารู้ว่าน้ำมันหายไปแน่นอนตามที่ได้ชี้แจงวันแถลงข่าว ส่วนจะมีมากกว่านี้หรือไม่ ตนขอให้ทางอธิบดีดีเอสไอและเจ้าหน้าที่ได้ทำงานก่อน” รมว.ยุติธรรม ระบุ

พล.ต.ท.รุทธพล เผยด้วยว่า ส่วนปลายทางของน้ำมันที่หายไปนั้น ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสืบสวนว่าปลายทางหายไปไหน อย่างกรณีเคสของ จ.สุราษฎร์ธานี ที่หายไปในระหว่างทะเล ดังนั้น เราจึงต้องใช้ข้อมูลของ ศรชล.มาประกอบด้วย ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ต้องขอรวบรวมรายละเอียดให้ครบถ้วนก่อน ทั้งนี้ ตนได้สั่งให้ตรวจสอบหาจำนวนเรือด้วยว่าใน 96 เที่ยวที่มีการขนน้ำมันนั้น ได้ใช้เรือทั้งหมดกี่ลำ เพราะบางลำอาจจะวิ่งหลายเที่ยว อนึ่ง เราเร่งปราบปรามเต็มที่ ในกรณีที่ประชาชนห่วงว่าสงกรานต์นี้จะมีน้ำมันเพียงพอหรือไม่

ส่วนกรณีที่บริษัท พี.ซี. สยามปิโตรเลียม จำกัด ได้ออกคำชี้แจงว่า บริษัทไม่ได้กักตุนน้ำมัน และทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอน ทางดีเอสไอจะต้องเรียกมาชี้แจงข้อเท็จจริงหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล เผยว่า ตอนนี้ตั้งเป็นคดีสืบสวนแล้ว ก็จะสามารถเข้าไปสอบปากคำได้เลย ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน ส่วนจะเป็นการสอบปากคำที่ จ.สุราษฎร์ธานี หรือที่กรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น คงจะต้องหารืออีกครั้ง ว่าจะเรียกสอบปากคำ หรือให้ดำเนินการส่งเอกสาร อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงของทางบริษัทฯ พนักงานสอบสวนจะรับฟัง แต่ก็จะต้องดูพยานหลักฐานและข้อกฎหมายประกอบด้วย

‘อนุทิน’ จิบกาแฟคุย ‘พิพัฒน์’ เมินกระแสบอยคอตปั๊ม PT ชี้ลาออกมา 23 ปีแล้ว

‘อนุทิน’ จิบกาแฟคุย ‘พิพัฒน์’ เมินกระแสบอยคอตปั๊ม PT ชี้ลาออกมา 23 ปีแล้ว

‘อนุทิน’ จิบกาแฟคุย ‘พิพัฒน์’ เมินกระแสบอยคอตปั๊ม PT ชี้ลาออกมา 23 ปีแล้ว

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.38 น.

‘อนุทิน’ จิบกาแฟคุย ‘พิพัฒน์’ เมินกระแสบอยคอตปั๊ม PT ชี้ลาออกมา23ปีแล้ว เข้าไปตอนนี้ยังต้องแลกบัตร ตอบไม่ถูกสังคมจับตา ขออย่าถามเยอะ บริษัทเขากังวล 

6 เมษายน 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการทำบุญครบรอบพรรคภูมิใจไทย “ก้าวสู่ปีที่ 18” นายอนุทิน  ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เดินลงมาซื้อกาแฟ ที่ร้านของนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา โดยช่วงหนึ่งได้ดื่มกาแฟ พูดคุยกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม 

ผู้สื่อข่าวได้พยามสอบถามว่า ให้กำลังใจกันอย่างไร ในช่วงเผชิญวิกฤตราคาน้ำมัน นายกฯ กล่าวว่า ไม่ต้องให้คนทำงานให้กับบ้านเมือง 

เมื่อถามถึงการทำงานที่ไปกระทบกับความรู้สึกของประชาชนต่อการเข้าไปใช้บริการปั๊มน้ำมัน PT สถานการณ์ปั๊มในช่วงนี้เป็นอย่างไรที่โดนกระแสหนักในช่วงนี้ นายกฯ ย้อนถามกลับว่า เขาออกมาจาก PT ตั้งกี่ปีแล้วหล่ะ 

ขณะที่นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตอบไม่ถูก เพราะตนออกมาจาก PT 23 ปีแล้ว 

ขณะที่นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า เข้าไปตอนนี้ยังต้องแลกบัตรแล้ว 

ส่วนกระแสแอนตี้ตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ต้องไปถามผู้บริหาร 

เมื่อถามถึงกรณีที่เคยระบุว่ายังมีหุ้นอยู่ ทำให้สังคมจับตามองหนัก นายพิพัฒน์ ชี้แจงว่า การมีหุ้นก็เป็นหุ้นปกติ ส่วนที่สังคมจับตามองก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร เพราะเราถือว่าไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบริษัทอยู่แล้ว ขออย่าถามเยอะ เพราะบริษัทเขาอาจกังวล

อนุทินชูความเชื่อใจ นำภูมิใจไทยก้าวสู่ปีที่ 18 มุ่งสร้างเอกภาพพรรคร่วม

อนุทินชูความเชื่อใจ นำภูมิใจไทยก้าวสู่ปีที่ 18 มุ่งสร้างเอกภาพพรรคร่วม

อนุทินชูความเชื่อใจ นำภูมิใจไทยก้าวสู่ปีที่ 18 มุ่งสร้างเอกภาพพรรคร่วม

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.08 น.

“อนุทิน”เผย”ภูมิใจไทย”โตขึ้นตลอด ด้วยแรงศรัทธา ยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง เผยเคล็ดลับพรรคมีเอกภาพเพราะ”ไว้เนื้อเชื่อใจ”กัน ขอไม่ตั้งเป้ารัฐบาลพรรคเดียว เน้นจับมือแล้วไปด้วยกัน ดีกว่ามีคนอื่นรอทิ่มข้างหลัง มั่นใจนำรัฐบาลฝ่าวิกฤตพลังงานไปให้ได้ โวเคยทำมาแล้วยุคโควิด

6 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 11.10 น.ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงงานครบรอบก้าวสู่ปีที่ 18 พรรคภูมิใจไทย ว่า ดีใจที่พรรคภูมิใจไทยเจริญเติบโต และพัฒนาขึ้นทุกปี ตั้งแต่ก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย เราผ่านการเลือกตั้งมาหลายครั้ง เติบโตขึ้นตลอดโดยเฉพาะอย่างยิ่งครั้งล่าสุด ดังนั้น พรรคภูมิใจไทยต้องเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน เพราะคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานเพิ่มมากขึ้น ต้องมีการถ่ายทอดงาน และประสบการณ์ให้กับคนรุ่นใหม่เพื่อนำไปรับใช้ประชาชน และประเทศชาติ หวังว่าช่วงเปลี่ยนผ่านจะเป็นช่วงที่พรรคภูมิใจไทยจะเข้มแข็งมากขึ้น ด้วยประสบการณ์ และการทำงานร่วมกันกับคนที่เคยปลุกปั้นพรรคนี้ขึ้นมา

เมื่อถามว่า พรรคจะโตขึ้นอีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราจะทำให้ดีที่สุดด้วยความสุจริตใจ และเจตนารมณ์ที่ยึดประชาชนเป็นเป้าหมายสำคัญที่สุด สิ่งนี้จะทำให้พรรคโตขึ้นเอง ซึ่งประชาชนเป็นผู้ให้ทิศทางพรรคภูมิใจไทย เราโตขึ้นด้วยประชาชนไม่ได้โตได้ด้วยตัวเอง

เมื่อถามว่า ยึดหลักอะไรในการบริหารพรรคให้เป็นเอกภาพ นายอนุทิน กล่าวว่า ใช้หลักความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน และหลักที่เชื่อว่าสมาชิกพรรคทุกคนมีความมุ่งมั่นทุ่มเทตัดสินใจที่จะทำงานให้ส่วนรวม ดังนั้น สิ่งที่นำเสนอทุกอย่างถ้าไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย ผิดจริยธรรม และจรรยาบรรณ พรรคจะให้การสนับสนุนทุกอย่าง เพื่อให้สมาชิกพรรคนำเจตนารมณ์ของเขาไปมอบให้แก่ประชาชน นี่เป็นสิ่งที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ และได้รับความเชื่อมั่นจากสโลแกนของพรรคที่พูดแล้วทำ ทำให้เกิดเป็นความเชื่อใจ และให้โอกาสพรรคภูมิใจไทยมาบริหารบ้านเมือง

เมื่อถามว่า มั่นใจว่ารัฐบาลจะอยู่ครบ 4 ปี ตามคำอวยพรที่ได้รับในวันนี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พรเป็นสิ่งที่ดีเป็นสิริมงคล แต่ต้องทำตัวให้ดีด้วย เราต้องขยันทำงานไม่หลงใหลได้ปลื้มไปกับคำสรรเสริญรูปรถกลิ่นเสียง แต่ต้องคิดว่าตัวเองคือผู้ที่อาสารับใช้ประชาชน และประเทศชาติ ถือเป็นอีกคุณสมบัติที่คนของพรรคภูมิใจไทยถูกปลูกฝังมาว่าห้ามมีพิธีรีตอง ห้ามเรื่องมาก ห้ามทำตัวเป็นคนใหญ่คนโต แต่ประชาชนต้องมาก่อนเสมอ ถ้าไปเข้าคิวเราก็เข้าคิวท้ายเสมอ นี่คือสิ่งที่ภูมิใจไทยปลูกฝังให้กับทุกคน

เมื่อถามว่า ในอนาคตประเมินว่าพรรคภูมิใจไทยจะโตจนเป็นรัฐบาลพรรคเดียวได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คิดว่าถ้าแสวงหาความรู้ และนำพาประเทศไทยก้าวหน้าไปด้วยกันได้โดยไม่มีความขัดแย้ง เราจับมือไว้แล้วไปด้วยกันดีกว่า หากไปคนเดียวในขณะที่อีกห้าถึงหกคนคอยเอาไม้เอามีดทิ่มหลังอยู่มันไม่ไม่ดีหรอก ดังนั้น ไปด้วยกันดีที่สุด

เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลในปัจจุบันจะฝ่าวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นได้โดยที่ประชาชนไว้วางใจหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องการแก้วิกฤตปัญหาต่างๆเป็นภารกิจของรัฐบาลอยู่แล้ว ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยแสดงให้เห็นว่าเวลามีวิกฤตต่างๆ ทั้งโควิด และภัยพิบัติ เราสามารถแก้วิกฤตนั้นให้ผ่านไปได้ด้วยดี เราเป็นรัฐบาลต้องแก้วิกฤตทุกอย่างให้ประชาชนได้

ภูมิใจไทย ทำบุญก้าวเข้าปีที่ 18 แกนนำพรรคร่วม-ปชป.หอบดอกไม้แสดงความยินดี (ประมวลภาพ)

ภูมิใจไทย ทำบุญก้าวเข้าปีที่ 18 แกนนำพรรคร่วม-ปชป.หอบดอกไม้แสดงความยินดี (ประมวลภาพ)

ภูมิใจไทย ทำบุญก้าวเข้าปีที่ 18 แกนนำพรรคร่วม-ปชป.หอบดอกไม้แสดงความยินดี (ประมวลภาพ)

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.49 น.

“ภูมิใจไทย”ทำบุญก้าวเข้าปีที่ 18 “แกนนำพรรคร่วม-ปชป.”หอบดอกไม้แสดงความยินดีคึกคัก “อนุทิน”หอบ”3 หนุ่ม รมช.มหาดไทย”ขับรถไฟฟ้าเข้าพรรค เปลี่ยนหมวดอักษรทะเบียนรถเป็นชื่อเล่นลูก ขณะที่”จุลพันธ์”อวยพรขอให้เป็นปีที่ดี เดินหน้ารัฐบาลอย่างแข็งแรง

6 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 08.30 น.ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ถนนพหลโยธิน กทม. พรรคภูมิใจไทย จัดพิธีทำบุญใหญ่เนื่องในโอกาสครบรอบ 17 ปี และก้าวสู่ปีที่ 18 ในวันที่ 6 เม.ย. นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดยมีการประกอบพิธีทางศาสนา ทั้งพิธีพุทธ และอิสลาม โดยมีแกนนำพรรค กรรมการบริหารพรรค , สส.และสมาชิกพรรค เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

สำหรับพิธีสงฆ์ พรรคได้นิมนต์ พระพรหมวชิรโพธิวงศ์ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย – เนปาล เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ จากนั้นมีการประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม โดยโรงเรียนจุฬาราชมนตรี มิฟตาฮุ้ลอุลูมิดดีนียะห์

ต่อมาเวลา 10.09 น. นายอนุทิน ได้ขับรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัว เข้ามาที่พรรคภูมิใจไทย พร้อมกับ รมช.มหาดไทย 3 คน ประกอบด้วย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี , นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ภายหลังเดินทางไปร่วมพิธีบวงสรวงและเบิกเนตรพระพุทธมหานวนาคปฏิมากร ที่มีสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เจ้าคณะหนใหญ่กลาง และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ ที่สวนสิริธราภิรมย์ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อเวลา 09.15 น.วันเดียวกัน ทั้งนี้ เมื่อมาถึงพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ได้กล่าวว่า “มาส่งลูก” ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้พา รมช.มหาดไทย มาพร้อมกันเลย นายอนุทิน ตอบว่า มาหมดกระทรวงเลย เมื่อถามอีกว่า รถขับนิ่มดีหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า “ดี เงียบดี” ก่อนจะเดินไปทักทายกับนายสกลธี ที่มารอแสดงความยินดี พร้อมช่อดอกไม้

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า นายอนุทิน ได้เปลี่ยนทะเบียนรถยนต์ จากเดิม จต 32 เป็น สน 32 โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทะเบียนดังกล่าว มีชื่อของ นายเศรณี ชาญวีรกูล เป็นผู้จดทะเบียน ซึ่ง “สน” เป็นชื่อเล่นของบุตรสาวของนายอนุทิน

สำหรับบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้า มีตัวแทนพรรคการเมือง นำกระเช้าและแจกันดอกไม้ มาร่วมแสดงความยินดี อาทิ พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย และนายภัครธรณ์ เทียนชัย รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ (รช.) พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค พท. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการพรรค พท. โดยนายจุลพันธ์ได้อวยพรว่า ขอให้เป็นปีที่ดี เดินหน้ารัฐบาลอย่างแข็งแรง ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีนายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชป.เป็นตัวแทนพรรค ปชป.นำดอกไม้มาแสดงความยินดี ก่อนจะขึ้นไปร่วมพิธีทำบุญที่ชั้น 4 นอกจากนี้ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ได้ส่งดอกไม้มาแสดงความยินดี

จากนั้นเวลา 11.01 น. นายอนุทิน ได้เดินลงมาส่งนายจุลพันธ์ และคณะ เดินทางกลับ โดยผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่า เป็นอย่างไรบ้างที่มีตัวแทนพรรครัฐบาลมาร่วมแสดงความยินดี ซึ่งนายอนุทินยิ้มแต่ไม่ได้ตอบคำถาม ผู้สื่อข่าวจึงถามถึงคำอวยพรของนายจุลพันธ์ นายอนุทิน จึงถามกลับว่า จะให้มาแล้วแช่งหรืออย่างไร ก่อนจะพากันหัวเราะ

เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทย ก้าวเข้าสู่ปีที่ 18 จะทำอะไรให้บ้านเมือง นายอนุทิน กล่าวว่า ทำทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เราต้องทำให้ปัญหาทั้งหลายถูกปัดเป่าและขจัดไป

ด้าน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า บรรยากาศที่พรรคภูมืใจไทจวันนี้อบอุ่น คนรู้จักกันอยู่แล้ว วันนี้ก็มาอวยพรในวาระครบรอบ ซึ่งมีความเชื่อมั่นว่า พรรคภูมิใจไทย จะมีความเติบโต แข็งแรงและทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติตามที่ตั้งหวัง

เมื่อถามว่า ได้กรวดน้ำร่วมกัน ได้ขออโหสิกรรมเรื่องที่ผ่านมาหรือไม่ นายจุลพันธ์ หัวเราะไม่ได้ตอบคำถาม ก่อนที่นายอนุทิน จะกล่าวว่า “ชาติก่อนเราเคยคู่เคียง ปลูกต้นไม้ร่วมต้น” จากนั้นได้ส่งนายจุลพันธ์ ขึ้นรถและเดินกลับเข้าพรรค เพื่อเตรียมตัวร่วมประชุมพรรค

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีทำบุญ นายอนุทิน พร้อมรัฐมนตรี แกนำพรรค และ สส.ได้ร่วมรับประทานอาหารร่วมกัน ก่อนที่จะประชุมพรรคภูมิใจไทย ในเวลา 13.00 น.

– 006

ปชป.จัดทำบุญ 80 ปี แกนนำ-สมาชิกพรรค ร่วมงานคับคั่ง (ประมวลภาพ)

ปชป.จัดทำบุญ 80 ปี แกนนำ-สมาชิกพรรค ร่วมงานคับคั่ง (ประมวลภาพ)

ปชป.จัดทำบุญ 80 ปี แกนนำ-สมาชิกพรรค ร่วมงานคับคั่ง (ประมวลภาพ)

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.06 น.

ปชป.จัดทำบุญ 80 ปี “แกนนำ-สมาชิกพรรค”ร่วมงานคับคั่ง ด้าน”ภท.”ส่ง”ศิษย์เก่า ปชป.”มอบแจกันดอกไม้แสดงความยินดี “อภิสิทธิ์”เชิญประชาชนร่วมเฉลิมฉลองงาน 80 ปี จัดกิจกรรม 12 เดือน ฟื้น”บลูอคาเดมี่-บลูแคมป์”ปั้นนักการเมืองรุ่นใหม่ จ่อจัดสมัชชาประชาชน-ลงพบประชาชนทั่วประเทศ พร้อมเปิดตัวร้านขายของที่ระลึกเป็นครั้งแรก

6 เมษายน 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้มีการจัดงานทำบุญครบรอบการก่อตั้งพรรค 80 ปี โดยจัดทำพิธี 3 ศาสนา คือ พิธีอิสลาม พิธีพราหมณ์เพื่อบวงสรวงองค์พระแม่ธรณีบีบมวยผม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ และพิธีพุทธ โดยมีแกนนำพรรค อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรค พร้อมด้วยสมาชิกพรรคเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

และมีตัวแทนจากพรรคภูมิใจไทย นำโดย นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา และ รมช.คมนาคม นายสมยศ พลายด้วง สส.สงขลา นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย รวมถึงพรรคพลังประชารัฐ นำโดย นายภัครธรณ์ เทียนไชย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ มามอบแจกันดอกไม้เพื่อร่วมแสดงความยินดีด้วย ทั้งนี้พบว่าพรรคได้จัดหนังสือบันทึกลายเส้นประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นผลงานของนายชวน และพระหลวงพ่อโสธร หลวงปู่ทวด เป็นของที่ระลึกมอบให้กับผู้ที่มาร่วมงานครบรอบ 80 ปี พรรคประชาธิปัตย์ ด้วย

จากนั้น นายอภิสิทธิ์ พร้อมสมาชิกพรรคได้ร่วมเปิดร้านจำหน่ายของที่ระลึกแบบถาวร ชื่อว่า ของ:D (ของดี) ที่ตั้งอยู่บริเวณภายในสำนักงานพรรคด้วย

โดย นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกิจกรรมที่พรรคประชาธิปัตย์เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปี ว่า นอกจากมีจัดพิธีทางศาสนาแล้ว ระยะเวลา 80 ปีของพรรค ตนได้เห็นความสำคัญทางการเมืองในเรื่องอุดมการณ์ ยึดมั่นอุดมมการณ์ความซื่อสัตย์สุจริต ทุ่มเททำงานให้ประเทศ และประชาชนมาโดยตลอด สืบทอดกันมาสู่นักการเมืองหลายรุ่น ตนพูดเสมอว่าตนเป็นหัวหน้าพรรคคนแรกที่อายุน้อยกว่าพรรค ซึ่งหาได้ยากในปัจจุบัน เป็นเครื่องยืนยันให้เห็นว่าสถาบันนี้อยู่มายาวนานกว่าบุคคล และตนเชื่อมั่นว่าด้วยสมาชิกรุ่นใหม่ที่เข้ามาจะทำหน้าที่สืบทอดอุดมการณ์นี้ได้เป็นอย่างดี

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า 80 ปีที่ครบรอบ ไม่ได้ตั้งใจรำลึกถึงอดีตเท่านั้น แต่จะเป็นหมุดหมายที่ก้าวต่อไปภายใต้กรอบความคิด 80 ปี ประชาธิปัตย์สถาบันการเมืองก้าวใหม่เพื่อทุกคน โดยจะจัดกิจกรรมตลอดทั้งปี นอกจากนั้นจะมีจัดกิจกรรมช่วงเย็นงานเลี้ยงสังสรรค์ โดยได้เชิญบุคคลที่เคยผ่านพรรคประชาธิปัตย์ ฐานะเป็นยุวประาธิปัตย์ และผู้รับการฝึกอบรมจากหลักสูตรต่างๆ ของพรรค ที่ปัจจุบันทำชื่อเสียงและทำประโยชน์ นอกจากนั้นจะมอบรางวัล บลู อวอร์ดให้กับผู้นำรุ่นใหม่ที่เคยผ่านการอบรมของพรรคและได้จบไปเป็นผู้ที่ได้มีกิจกรรมหรือประกอบอาชีพที่โดดเด่น มีคุณค่าต่อสังคม

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า จากนั้นทุกเดือนจะมีจัดกิจกรรมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลอง โดย พ.ค.จะฟื้นกิจกรรม บลู เฮาส์ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ แต่ครั้งนี้นอกจากช่วยเหลือประชาชน จะนำเทคโนโลยีเพื่อติดตามการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ที่รับเรื่องราวต่างๆ ไป เดือน มิ.ย.จะเปิดตัว บลู อคาเดมี่ เพื่อทำหน้าที่อบรมหลักสูตร ความคิด อุดมการณ์ทางการเมือง เพื่อสร้างบุคลากรทางงการเมืองที่มีคุณภาพ ตามอุดมการณ์ของพรรค เดือน ก.ค.เป็นช่วงปิดสมัยประชุม จะทำ บลู แคมป์ เพื่อให้คนรุ่นใหม่และสมาชิกพรรค ทำกิจกรรมในพื้นที่ต่างๆ เดือน ส.ค.เดินหน้าตระเวนพบปะประชาชนทั่วประเทศ ภายใต้กรอบความคิดว่า ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาคได้อย่างไร

เดือน ก.ย.เป็นช่วงที่มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ในวาระสอง และวาระสาม พรรคจะมีกลไกตรวจสอบเข้มข้น โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาติดตามการทำงบประมาณ เดือน ต.ค.ถือเป็นเดือนแห่งประวัติศาสตร์การเมืองไทย จะมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องสำรวจประวัติศาสตร์ของไทยควบคู่กับการจัดงานรียูเนี่ยน หรือ โฮมคัมมิ่ง เพราะประชาธิปัตย์มีศิษย์เก่าในพรรคการเมืองต่างๆ จะเชิญมาให้สะท้อนมุมมองการทำงาน เดือน พ.ย.พรรคจะเป็นนเจ้าภาพจัดเวทีประชุมใหญ่ Liberal International ในประเทศไทยเนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์เป็นสมาชิกขององค์กรสมาชิกพรรรคการเมืองทั่วโลกแนวเสรีนิยม และทำให้เห็นบทบาทของพรรคว่า ไม่ได้สนับสนุนอุดมการณ์ของเราภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองทั่วโลกที่มีอุดมการณ์เดียวกัน

เดือน ธ.ค.จะมีกิจกรรมเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนทั้งหมดเพื่อครอบคลุมทั้งหมดโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง กลุ่มคมชายขอบ เพื่อเดินหน้าปกป้องสิทธิ์ของคนทุกคนและสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นหัวใจของเสรีนิยม ต่อจากนั้นในเดือน ม.ค.2570 พรรคจะติดตามการเปลี่ยนแปลงความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ซึ่งเป็นเดือนที่มีการประชุม World Economic Forum เพื่อสะท้อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและอื่นๆ เดือน ก.พ.2570 ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นเศรษฐกิจสีเขียวอย่างแท้จริง โดยพูดถึงประเด็นสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ซึ่งเป็นแนวทางที่พรรคผลักดัน และเดือน มี.ค.2570 จะมีการจัดสมัชชาประชาชน เป็นการรวมตัวของสมาชิกพรรคและผู้ที่ไม่ใช่สมาชิกเพื่อวางรากฐานแนวทางอนาคตของประเทศร่วมกัน

“สิ่งที่อยากย้ำคือ กิจกรรม 80 ปี ไม่ใช่กิจกรรรมที่มองย้อนหลังเท่านั้น แต่เป็นก้าวที่เดินไปข้างหน้า จึงขอเชิญชวนทุกคนมาเดินพร้อมกับเราเพื่อสร้างอนาคตที่ดีสำหรับคนไทยทุกคน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

จากนั้น นายอภิสิทธิ์ ได้ให้ นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา และรองหัวหน้าพรรค กดปุ่มเปิดร้านของดี เพื่อให้สินค้าขายดีเหมือนที่นายจูรีขายของ จากนั้นได้เข้าเยี่ยมชมร้านของดีซึ่งมีสินค้าของที่ระลึกวางจำหน่าย อาทิ เสื้อแจ็คเก๊ต เสื้อยืด ปากกา แก้วน้ำ เป็นต้น

– 006

ม็อบแห่ปักหลัก กษ. ประท้วงติดตามแก้ปัญเกษตรกร

ม็อบแห่ปักหลัก กษ. ประท้วงติดตามแก้ปัญเกษตรกร

ม็อบแห่ปักหลัก กษ. ประท้วงติดตามแก้ปัญเกษตรกร

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.53 น.

6 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน (สกอ.) และกลุ่มสมาพันธ์เกษตรกรอีสาน (สพอ.) นำโดย นายศักดา กาญจนเสน ประธาน สกอ.และนางบุรี อาจโยธา ประธาน สพอ.ที่เตรียมจัดการชุมนุมพักค้างแรม (ตั้งแต่ 5 เม.ย.69) เพื่อติดตามความคืบหน้าการแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหาของกลุ่ม สกอ.และกลุ่ม สพอ.ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการพัฒนาของรัฐอย่างเป็นระบบ ได้ทยอยเดินทางเข้าพื้นที่หน้ากระทรวงเกษตรฯ

โดยเวลา 04.00 – 06.00 น.กลุ่มมวลชนส่วนใหญ่จากต่างจังหวัด (ชัยภูมิ, อุบลราชธานี, สุรินทร์, ร้อยเอ็ด, อุดรธานี, ศรีสะเกษ) ทยอยเดินทางมาสมทบในพื้นที่ โดยมียอดรวมเบื้องต้นประมาณ 250 คน โดยขณะนีัทางกลุ่มผู้ชุมนุมยังคงปักหลักชุมนุมด้วยความสงบเพื่อรอเคลื่อนไหวต่อไป

สำหรับการขุมนุมครั้งนี้ทางกลุ่มผู้ชุมนุมมีวัตถุประสงค์คือ 1.แสดงความยินดีกับนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี 2.ยื่นหนังสื่อต่อนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงเกษตรฯ ให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดใหม่เพื่อพิจารณาช่วยเหลือเยียวยาให้กับสมาชิก สกอ.และ สพอ.กรณีได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนและชลประทาน

อย่างไรก็ตาม กลุ่มยืนยันที่จะปักหลักชุมนุมในพื้นที่ และจะมีการหมุนเวียนมวลชนจากเครือข่ายจังหวัดต่างๆ ทยอยมาชุมนุมเพิ่มเติม จนกว่ารัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาด้วยการแต่งตั้งคณะกรรมการฯ ที่นายกรัฐมนตรีลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของกลุ่มฯ ให้เสร็จสิ้น

อนุทิน ถือฤกษ์ดี 6 เม.ย. นำทีมมหาดไทย บวงสรวง-เบิกเนตร พระพุทธมหานวนาคปฏิมากร

อนุทิน ถือฤกษ์ดี 6 เม.ย. นำทีมมหาดไทย บวงสรวง-เบิกเนตร พระพุทธมหานวนาคปฏิมากร

อนุทิน ถือฤกษ์ดี 6 เม.ย. นำทีมมหาดไทย บวงสรวง-เบิกเนตร พระพุทธมหานวนาคปฏิมากร

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.46 น.

“อนุทิน”ถือฤกษ์มงคล 6 เมษายน นำ 3 รมช.ใหม่-คณะผู้บริหาร-ข้าราชการมหาดไทย ประกอบพิธีบวงสรวง-เบิกเนตร”พระพุทธมหานวนาคปฏิมากร” ปลุกสร้างขวัญกำลังใจ”เหล่าสิงห์” บำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้ประชาชน

6 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 08.40 น.ที่สวนสิรินธราภิรมย์ กระทรวงมหาดไทย (มท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน “พิธีบวงสรวงพระพุทธมหานวนาคปฏิมากร ณ หอพระนาคปรก” โดยได้รับความเมตตาจากเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เจ้าคณะใหญ่หนกลาง และกรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดยมี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสันติธร ยิ้มละมัย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน นายสยาม สิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายนฤชา โฆษณาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เข้าร่วมในพิธี

โอกาสนี้ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี ประกอบพิธีเบิกเนตรพระพุทธมหานวนาคปฏิมากร จากนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล ประธานในพิธี หลั่งน้ำจากสังข์ที่องค์พระพุทธมหานวนาคปฏิมากร เสร็จแล้วเจิม โปรยดอกไม้ ถวายพวงมาลัยและจุดธูป เทียน สักการะพระพุทธมหานวนาคปฏิมากร จากนั้นนำผู้บริหารระดับสูงจุดธูป เทียน เครื่องบวงสรวง และปักธูปบริวาร หัวหน้าโหรพราหมณ์อ่านโองการบวงสรวงบูชาฤกษ์ แล้วโปรยข้าวตอกดอกไม้ที่เครื่องบวงสรวง เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีการบวงสรวง

จากนั้นในเวลา 09.15 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล ประธานในพิธี ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยได้รับความเมตตาจากสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) พร้อมด้วยพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป จากวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ถวายไทยธรรม ภัตตาหาร กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล และสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี ปะพรมน้ำพระพุทธมนต์ เป็นอันเสร็จพิธี

การประดิษฐาน “พระพุทธมหานวนาคปฏิมากร” สถิตเป็นพระประธาน ณ หอพระนาคปรก สวนสิรินธราภิรมย์ กระทรวงมหาดไทย ได้หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ โดยมีพุทธลักษณะที่ได้รับต้นแบบจากความเมตตาอนุเคราะห์ของ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร รูปแบบพุทธศิลป์มีความงดงามตามแบบฉบับ “ศิลปะสุโขทัย” ที่ได้รับแรงบันดาลใจอันทรงคุณค่ามาจากพระนาคปรกเก้าเศียรศรีสัชนาลัย วัดพระธาตุเจ็ดแถว จังหวัดสุโขทัย นำมาผสมผสานเข้ากับเอกลักษณ์ของยุคสมัยรัตนโกสินทร์ได้อย่างลงตัว ลักษณะเด่นขององค์พระ เป็นพุทธปฏิมากรรมร่วมสมัยที่หล่อแยกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนองค์พระพุทธรูป และส่วนฐานรองรับ อันประกอบด้วย ขนดนาคซ้อนเรียงขึ้นเป็นฐาน 7 ชั้น โดยมี “พญามุจลินท์” แผ่พังพานขึ้นเป็น 9 เศียร หรือ “มหานวะนาค” เพื่อเป็นพุทธบัลลังก์ถวายการอารักขาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้ทรงปลอดจากเภทภัยภยันตรายและหมู่มารที่มาผจญ รวมถึงคุ้มแดดคุ้มฝนให้ทรงสำราญพระวรกาย ตามตำนานพุทธประวัติที่เล่าขานสืบต่อกันมา

การดำเนินการก่อสร้างหอพระนาคปรกในครั้งนี้ จึงมิได้เป็นเพียงการจัดสร้างสถานที่ทางศาสนา แต่ยังมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ในการเป็นศูนย์รวมเสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ให้ยึดมั่นในการปฏิบัติภารกิจ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ทำให้ประชาชนมีความสมบูรณ์พูนสุขโดยถ้วนหน้า ภายใต้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา อันเป็นร่มเงาแห่งความสงบและการคุ้มครอง ทั้งยังมุ่งหวังให้เกิดความร่มเย็น เจริญก้าวหน้า และความมั่นคงยั่งยืนแก่องค์กรในระยะยาวสืบต่อไป

ทั้งนี้ มีคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมในพิธี ได้แก่ ว่าที่ นายชำนาญ ชื่นตา ร.ต.ตระกูล โทธรรม นายทศพล เผื่อนอุดม นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการปกครอง ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค นายดิชวัฒน์ จันทร์อี่ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย พร้อมด้วยผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย รองอธิบดี ผู้อำนวยการกอง สำนัก ศูนย์ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้อำนวยการกลุ่มงาน ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

– 006

วราวุธ กราบเท้าแม่แจ่มใส-พี่นา ขอพรเสริมสิริมงคลก่อนเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์

วราวุธ กราบเท้าแม่แจ่มใส-พี่นา ขอพรเสริมสิริมงคลก่อนเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์

วราวุธ กราบเท้าแม่แจ่มใส-พี่นา ขอพรเสริมสิริมงคลก่อนเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.33 น.

”วราวุธ“ กราบขอพร แม่แจ่มใส-พี่นา แนะ ขอให้มีสติ คุณธรรม นำพาชีวิต บอก เชื่อมั่นฝีมือน้องชาย 

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 6 เมษายน 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นำพวงมาลัยดอกมะลิ กราบขอพรคุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา มารดา และ น.ส. กัญจนา ศิลปอาชา พี่สาว ที่บ้านศิลปอาชา ก่อนที่ในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้ ครม.ในรัฐบาล “อนุทิน 2” จะเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อถ่ายรูปทำบัตรประจำตัว ครม. เตรียมเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนเข้ารับหน้าที่

โดยนายวราวุธนำพวงมาลัยกราบคุณหญิงแจ่มใส พร้อมกล่าวว่า “ลูกชายมาขอพรแม่ครับ“ ซึ่งคุณหญิงแจ่มใส ได้กล่าวอวยพรว่า “คิดอะไรขอให้ได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการ“ 

ทางด้าน น.ส.กัญจนา กล่าวอวยพรน้องชาย ว่าดีใจที่นายวราวุธ ได้ทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีอีกวาระหนึ่ง ซึ่งเป็นกระทรวงที่ 4 หลังจากเคยอยู่กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งแต่ละกระทรวงมีมิติในการทำงานต่างกัน

“เชื่อมั่นว่าท๊อปจะใช้ความรู้ความสามารถของตัวเองทำประโยชน์ให้ประเทศชาติได้อย่างดี และสิ่งที่อยากฝากคือ ขอให้ทุกก้าวย่างต้องมีสติและคุณธรรมจะนำพาชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป ต้องมีสองสิ่งนี้กำกับชีวิต ขอให้คุณพระรัตนตรัยคุ้มครอง ให้มีสุขภาพแข็งแรงมีสมองที่ปลอดโปร่งแจ่มใส เหมือนกับชื่อแม่ ในการทำประ โยชน์ให้ชาติบ้านเมืองได้ยาวนาน และเป็นที่รักของเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา และทุกคน ขอให้โชคดี“

โสภณ แบ่งงาน 2 รอง ปธ.สภาฯ มัลลิกาคุมกระทู้-ญัตติ เลิศศักดิ์กลั่นกรอง กม.-งบฯ

โสภณ แบ่งงาน 2 รอง ปธ.สภาฯ มัลลิกาคุมกระทู้-ญัตติ เลิศศักดิ์กลั่นกรอง กม.-งบฯ

โสภณ แบ่งงาน 2 รอง ปธ.สภาฯ มัลลิกาคุมกระทู้-ญัตติ เลิศศักดิ์กลั่นกรอง กม.-งบฯ

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.31 น.

“โสภณ”แบ่งงาน 2 รองประธานสภาฯ “มัลลิกา”ดูกระทู้-ญัตติ-​อนุญาตข้อมูลประกอบอภิปราย-สส.​ลาประชุม ขณะที่”เลิศศักดิ์”กลั่นกรอง พ.ร.บ.-พ.ร.ก.และกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน

6 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงนามคำสั่งประธานสภาฯ มอบหมายหน้าที่และอำนาจให้รองประธานสภาผู้แทนราษฎรปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ 31 มีนาคม โดยมอบหมาย น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีหน้าที่และอำนาจในงานที่เกี่ยวกับการพิจารณากลั่นกรองกระทู้ถามและญัตติ, การจัดระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่เกี่ยวกับกระทู้ถามและญัตติ, เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม รับรองรายงานการประชุม และเรื่องอื่นๆ ที่มิใช่เรื่องที่เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติหรือพระราชกำหนด, การเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร และการประชุมเพื่อปรึกษาหารือเรื่องในวงงานของสภาฯ คณะกรรมาธิการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, การพิจารณาการกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรืองใดที่มีความเกี่ยวข้องกันของคณะกรรมาธิการหลายคณะ และเป็นประธานในการประชุมร่วมกับประธานคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทุกคณะ, การพิจารณาอนุญาตให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นำเอกสาร ข้อมูล โสตทัศนวัสดุ และสิ่งใดๆ เสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อประกอบการอภิปราย รวมทั้งรับผิดชอบเรื่องการลงชื่อ และการลาประชุมของ สส.

นอกจากนั้น ยังมอบอำนาจให้สั่งและปฏิบัติราชการแทนเกี่ยวกับการบริหารราชการของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้ สำนักการคลังและงบประมาณ, สำนักนโยบายและแผน, สำนักพัฒนาบุคลากร, สำนักวิชาการ, สำนักกฎหมาย, สำนักสารสนเทศ, สำนักกรรมาธิการ, สำนักการพิมพ์, งานอื่นใดที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะมอบหมาย ยกเว้นงานด้านพิธีการและงานที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของประธานสภาผู้แทนราษฎร

ส่วน นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีหน้าที่และอำนาจปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการพิจารณากลั่นกรองร่างพระราชบัญญัติ, การจัดระเบียบวาระการประชุมสภาฯ ที่เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ พระราชกำหนดเรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติหรือพระราชบัญญัติหรือพระราชกำหนด, การเป็นประธานในการประชุมร่วมกันของประธานประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานคณะกรรมาธิการสามัญทุกคณะเพื่อพิจารณาวินิจฉัยกรณีสงสัยว่าร่างพระราชบัญญัติใดเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน, การพิจารณาส่งข้อปรึกษาหารือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปยังนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี และผู้ที่เกี่ยวข้อง และการวินิจฉัยคำร้อง คำชี้แจง และการโฆษณาคำชี้แจง กรณีมีบุคคลที่อาจได้รับความเสียหายจากการกล่าวถ้อยคำของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่มีการถ่ายทอดทางวิทยุกระจายเสียง หรือวิทยุโทรทัศน์ หรือทางสือเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่น

นอกจากนั้น มอบหมายและมอบอำนาจให้สั่งและปฏิบัติราชการแทนเกี่ยวกับการบริหารราชการของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้ สำนักรักษาความปลอดภัย และสำนักงบประมาณของรัฐสภา

– 006

ผบ.ทร.สั่งลุย เสริมทัพภาค 1-2 ปิดล้อมทะเลไทย ล้างบางขบวนการน้ำมันเถื่อน

ผบ.ทร.สั่งลุย เสริมทัพภาค 1-2 ปิดล้อมทะเลไทย ล้างบางขบวนการน้ำมันเถื่อน

ผบ.ทร.สั่งลุย เสริมทัพภาค 1-2 ปิดล้อมทะเลไทย ล้างบางขบวนการน้ำมันเถื่อน

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.10 น.

ผบ.ทร. สั่งลุย เสริมกำลัง “ทัพเรือภาค 1-2” ปิดล้อมทะเลไทย สกัดขบวนการลักลอบน้ำมัน เขย่าเสถียรภาพพลังงานชาติ

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงว่าจากสถานการณ์การลักลอบนำน้ำมันเชื้อเพลิงออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศโดยผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชาติ รวมทั้งทำให้เกิดวิกฤติด้านพลังงานภายในประเทศนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติการ

โดยมอบหมายให้ทัพเรือภาคที่ 1 และทัพเรือภาคที่ 2 เสริมกำลังทั้งทางเรือ อากาศยาน และระบบตรวจจับอื่นๆ เพื่อเพิ่มความถี่และความครอบคลุมของการลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะบริเวณเส้นทางเสี่ยงและพื้นที่ชายแดนทางทะเล การปฏิบัติดังกล่าวมุ่งเน้นการเฝ้าตรวจ ป้องปราม และสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายอย่างจริงจัง รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงทางทะเลที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการข่าวกรอง การตรวจสอบ และการบังคับใช้กฎหมาย

กองทัพเรือขอยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ช่วยดูแลระบบเศรษฐกิจอย่างเต็มกำลังความสามารถ พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือจากประชาชนในการเป็นหูเป็นตา หากพบเบาะแสการกระทำผิด สามารถแจ้งข้อมูลมายังกองทัพเรือเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป กองทัพเรือ จะยืนหยัดเคียงข้างประชาชน ปกป้องผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างมั่นคงและยั่งยืน