Facelift คืออะไร? เจาะลึกดึงหน้าเทคนิคซ่อนแผล แผลเล็ก ที่ ALINE Clinic

Facelift คืออะไร? เจาะลึกดึงหน้าเทคนิคซ่อนแผล แผลเล็ก ที่ ALINE Clinic

Facelift คืออะไร? เจาะลึกดึงหน้าเทคนิคซ่อนแผล แผลเล็ก ที่ ALINE Clinic

วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.00 น.

Facelift คืออะไร? เจาะลึกผ่าตัดดึงหน้า ลดผิวหย่อนคล้อย ลดริ้วรอยร่องลึก ด้วยเทคนิคซ่อนแผล แผลเล็ก ฟื้นตัวไว ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ ที่ ALINE Clinic โคราช

เมื่อก้าวเข้าสู่วัยที่ตัวเลขเพิ่มขึ้น ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอยร่องลึก และความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างใบหน้า ย่อมตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายคนพยายามหาวิธีดูแลตัวเองสารพัดรูปแบบ แต่ผลลัพธ์ที่ได้อาจยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการ ปัจจุบันเทคนิคทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก หนึ่งในวิธีที่ได้รับความสนใจและช่วยให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ลงอย่างตรงจุดคือการทำศัลยกรรมดึงหน้า หรือที่เรียกกันว่า Facelift

บทความนี้ เราจะพาไปเจาะลึกว่า Facelift คืออะไร? มีกี่แบบ? พร้อมแนะนำสถานที่ดูแลความงามที่ได้มาตรฐานอย่าง ALINE Clinic โคราช ที่โดดเด่นเรื่องเทคนิคซ่อนแผลและมีการดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับผู้ที่กำลังมองหาทางเลือกในการเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง

ผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) คืออะไร?

การผ่าตัดดึงหน้า (Facelift หรือ Rhytidectomy) คือกระบวนการทางศัลยกรรมที่มุ่งเน้นการยกกระชับผิวหนังและเนื้อเยื่อบริเวณใบหน้าและลำคอที่มีความหย่อนคล้อย แพทย์จะทำการปรับโครงสร้างและจัดเรียงเนื้อเยื่อชั้นลึกให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม พร้อมกับนำผิวหนังส่วนเกินออกไป เพื่อลดเลือนริ้วรอยร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก และความหย่อนคล้อยบริเวณกรอบหน้า ทำให้โครงหน้าดูมีมิติและผิวหน้าแลดูตึงกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

สัญญาณความหย่อนคล้อยแบบไหนที่ควรพิจารณาทำ Facelift

ความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างใบหน้าเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งการยุบตัวของมวลกระดูก ความหย่อนคล้อยของเอ็นยึดผิว และความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ โดยสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าอาจถึงเวลาพิจารณาการทำ Facelift มีดังนี้

●      ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน

●      มีริ้วรอยร่องแก้มลึก หรือร่องน้ำหมากที่ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า

●      กรอบหน้าไม่ชัดเจน มีปัญหาแก้มย้อย หรือมีเนื้อส่วนเกินบริเวณเหนียงและลำคอ

●      ผู้ที่เคยผ่านการดูแลผิวด้วยวิธีอื่น เช่น โปรแกรมยกกระชับด้วยเครื่องมือแพทย์ หรือโปรแกรมร้อยไหม แล้วยังได้ผลลัพธ์ที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ

ดึงหน้า Mini Facelift และ Full Facelift ต่างกันอย่างไร?

การทำ Facelift ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อดึงผิวทั้งใบหน้าเสมอไป แพทย์จะประเมินปัญหาของแต่ละบุคคลเพื่อเลือกเทคนิคที่เหมาะสม โดยหลัก ๆ จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทซึ่งมีความแตกต่างกันดังนี้

1. Mini Facelift (ดึงหน้าเฉพาะจุด)

เทคนิคนี้เป็นการผ่าตัดดึงหน้าแบบเฉพาะส่วน เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง หรือผู้ที่ต้องการลดปัญหาเฉพาะจุด เช่น บริเวณแก้มส่วนล่าง กรอบหน้า หรือแนวกราม ข้อดีของ Mini Facelift คือแผลผ่าตัดจะมีขนาดเล็กกว่า อาการบวมช้ำน้อยกว่า และใช้เวลาในการพักฟื้นค่อนข้างสั้น ทำให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ไวขึ้น โดยยังคงให้ผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติ

2. Full Facelift (ดึงหน้าแบบครอบคลุมทั้งใบหน้า)

สำหรับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยทั่วทั้งใบหน้าค่อนข้างมาก มีร่องลึกหลายจุด หรือต้องการปรับรูปหน้าให้ตึงกระชับแบบองค์รวม การทำ Full Facelift จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า

เทคนิคนี้จะครอบคลุมการประเมินตั้งแต่ใบหน้าส่วนบน ส่วนกลาง ส่วนล่าง ไปจนถึงลำคอ แม้จะใช้เวลาในการผ่าตัดและพักฟื้นนานกว่าแบบเฉพาะจุด แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะครอบคลุมและช่วยลดปัญหาความหย่อนคล้อยทั่วใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดและความเสี่ยงที่ควรรู้

การเตรียมความพร้อมก่อนเข้ารับการผ่าตัดดึงหน้าเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงและทำให้การพักฟื้นเป็นไปอย่างราบรื่น ผู้เข้ารับบริการควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ดังนี้

●      แจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว และประวัติการแพ้ยาให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด

●      งดรับประทานวิตามิน อาหารเสริม หรือยาที่มีฤทธิ์ละลายลิ่มเลือด อย่างน้อย 7-10 วันก่อนผ่าตัด เพื่อลดโอกาสที่เลือดจะออกมากผิดปกติ

●      งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนและหลังทำ เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องแผลหายช้า

●      ปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องการงดน้ำและอาหารอย่างเคร่งครัด หากต้องมีการดมยาสลบร่วมด้วย

แม้การผ่าตัดจะมีความเสี่ยงทั่วไป เช่น อาการบวมช้ำหลังทำ แต่การเข้ารับบริการกับแพทย์ผู้ชำนาญการในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน จะช่วยประเมินและดูแลความเสี่ยงเหล่านี้ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย

แนะนำโปรแกรมผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) ซ่อนแผล ที่ ALINE Clinic โคราช

หากกำลังมองหาสถานพยาบาลสำหรับปรับโครงสร้างใบหน้าและลดความหย่อนคล้อยที่ได้มาตรฐาน ALINE Clinic ถือเป็นสถานที่ที่ตอบโจทย์ โดยมีคุณหมอภูวิช แพทย์ผู้ชำนาญการคอยดูแลและประเมินโครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด ชูจุดเด่นด้วยเทคนิคการผ่าตัดดึงหน้าที่เน้นซ่อนรอยแผล แผลผ่าตัดเล็ก และให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมชาติของใบหน้า

เทคนิค SMAS และ Deep Plane ยกกระชับล้ำลึก

ความโดดเด่นของโปรแกรมผ่าตัดดึงหน้าที่นี่ คือการเลือกใช้เทคนิคที่ลงลึกถึงโครงสร้างภายใน ทั้งแบบ SMAS Facelift และ Deep Plane Facelift ซึ่งเป็นการเข้าไปจัดการถึงชั้นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันและชั้นกล้ามเนื้อ แพทย์จะทำการเย็บล็อคเนื้อเยื่อหลายชั้น เพื่อพยุงโครงสร้างใบหน้าให้มีความตึงกระชับจากภายในสู่ภายนอก ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้แลดูเป็นธรรมชาติ ไม่ตึงรั้งจนเกินไป และช่วยคงสภาพความกระชับได้ยาวนาน

วิเคราะห์ปัญหาและออกแบบดึงหน้า 5 ส่วน

เพื่อให้ตอบโจทย์ปัญหาของแต่ละบุคคลอย่างตรงจุด แพทย์จะทำการประเมินและออกแบบการดึงหน้าโดยแบ่งออกเป็น 5 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ส่วนหน้าผากเพื่อลดรอยย่นและปรับระดับคิ้ว ส่วนบนบริเวณขมับเพื่อยกหางตา ส่วนกลางเพื่อลดร่องแก้มลึก ส่วนล่างเพื่อเก็บกรอบหน้าและลดร่องน้ำหมาก รวมถึงส่วนลำคอเพื่อลดปัญหาเหนียงและคอหย่อนคล้อย ผู้รับบริการสามารถเลือกปรับเฉพาะส่วนที่มีปัญหา หรือเลือกดึงร่วมกันหลายส่วนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุม

ราคาโปรโมชันและการดูแลแบบ VIP

สำหรับเรื่องค่าใช้จ่าย ทาง ALINE Clinic มักจะมีการจัดแคมเปญหรือโปรโมชันพิเศษอยู่เป็นระยะ โดยเฉพาะโปรโมชันสำหรับเคสรีวิวที่ให้ราคาเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เช่น ราคาโปรโมชันเพียงส่วนละ 69,900 บาท* พร้อมบริการดูแลแบบ VIP ครบวงจร เช่น บริการที่พักสำหรับผู้เข้ารับบริการ รวมถึงทีมงานดูแลติดตามผลและทำแผลอย่างใกล้ชิด เพื่ออำนวยความสะดวกตลอดช่วงเวลาพักฟื้น

*อัตราค่าบริการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ควรสอบถามเจ้าหน้าที่คลินิกอีกครั้งก่อนเข้ารับบริการ

สรุปบทความ

การทำ Facelift เป็นทางเลือกทางการแพทย์ที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยร่องลึกและจัดการกับความหย่อนคล้อยได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการดึงหน้าแบบ Mini หรือ Full Facelift การเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติและมีความปลอดภัย สำหรับผู้ที่สนใจทำโปรแกรมผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) ซ่อนแผล ที่ ALINE Clinic โคราช สามารถส่งภาพมาให้ประเมินโครงสร้างใบหน้า หรือนัดหมายเข้ามาพบคุณหมอล่วงหน้าได้เลยที่โทรศัพท์ 099-269-2663 หรือ LINE OA: @alineclinic เจ้าหน้าที่ทางคลินิกพร้อมให้คำแนะนำคุณอย่างดีที่สุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ Facelift (FAQ)

ร้อยไหมกับผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) แบบไหนดีกว่ากัน?

การเลือกวิธีขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อย โปรแกรมร้อยไหมเหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลางและไม่ต้องการผ่าตัด ส่วนโปรแกรม Facelift จะตอบโจทย์ผู้ที่มีผิวหนังส่วนเกินและมีความหย่อนคล้อยของโครงสร้างชั้นลึกที่ต้องการปรับอย่างชัดเจน ซึ่งให้ผลลัพธ์การยกกระชับที่ครอบคลุมกว่า

ผ่าตัดดึงหน้าเจ็บไหม ใช้เวลาพักฟื้นนานเท่าไร?

ระหว่างการผ่าตัดจะมีการใช้ยาชาหรือยาสลบร่วมด้วย ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกเจ็บน้อย ขณะที่หลังทำอาจมีอาการบวมช้ำบ้างซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ส่วนระยะเวลาพักฟื้นขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ทำ หากเป็นแบบเฉพาะจุดจะใช้เวลาพักฟื้นค่อนข้างสั้น แต่โดยทั่วไปจะสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติในเวลาไม่นานเมื่อแผลเริ่มสมานตัว

ผลลัพธ์หลังทำ Facelift อยู่ได้นานแค่ไหน?

ผลลัพธ์ของการดึงหน้าโดยเฉพาะเทคนิคที่ลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS หรือ Deep Plane) จะช่วยพยุงโครงสร้างผิวได้ยาวนาน อย่างไรก็ตาม สภาพผิวจะยังคงเปลี่ยนแปลงไปตามอายุที่เพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ การดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยรักษาผลลัพธ์ให้คงความแลดูอ่อนเยาว์ไว้ได้นานขึ้น

คุณแหน : 29 พฤษภาคม 2569

คุณแหน:29 พฤษภาคม 2569

คุณแหน:29 พฤษภาคม 2569

วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

๐๐ธนียา นัยพินิจ ผวจ.พิจิตร เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และกิจกรรม “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ชาวพิจิตร” ครั้งที่ 8 ประจำปี 2569 ณ อ.โพทะเล จ.พิจิตร..๐๐

๐๐ ปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผวจ.ลำพูน เข้ารับรางวัลเชิดชูเกียรติแก่คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด (คทช.จังหวัด) และใบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ปฏิบัติงานดีเด่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 จาก สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.)..๐๐

๐๐ มิตรสหายปลื้มใจกับ ทวี ปิยะพัฒนา ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท PFP ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป ที่ได้จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีอย่างยิ่งใหญ่ โดยมี นุรักษ์ มาประณีต เป็นประธานในงาน..๐๐

๐๐สุรช ล่ำซำ และครอบครัว มอบเงินช่วย รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาด โดยมี รศ.ดร.นพ.จิรุฒม์ ศรีรัตนบัลล์ รับมอบ..๐๐

๐๐ชาวนิติศาสตร์ มธ. รุ่น 10 เข้ารุ่นแรกปี 2503 นัดทำบุญ เลี้ยงพระ และสังสรรค์กันเป็นประจำทุกปี ปีนี้มีสมาชิกร่วม 40 คน อาทิ ระพีพรรณ รุจิรัต, นิภา สารกะภูติ, นิตยา ช้อนทอง, สุรินทร์ นาควิเชียร, วิรัช กาณจนวานิช, ธรรมนูญ อินทรโยธา, พงษ์ศักดิ์ วงษ์สวรรค์, วีระ ถนอมศักดิ์..๐๐

๐๐ธัญญพงศ์ ธรรมาวรานุคุปต์ แม้มีภารกิจมากแต่ก็จัดสรรเวลาไปบรรยายให้หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลรุ่นที่ 9..๐๐

๐๐ ไม่เจอกันนาน พิมพ์ชยา บุรินทร์เจริญ ชวนเพื่อนๆ Digital CEO#3 กว่า 40 คน มาสังสรรค์ 7 ปีรียูเนียน งานนี้ พล.อ.อ. พันธ์ภักดี พัฒนกุล, รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม, สพ.ญ.กฤติกา ชัยสุพัฒนากุล, ไพฑูรย์ จิรานันตรัตน์, ปวิช ใจชื่น, กษาปณ์ เงินรวง, ทวีป วุฒิบาทุกาจิตต์, นงลักษณ์ วัชระเกียรติพงษ์, วราภรณ์ โอสถาพันธุ์, ศิรินทรา จงพิพัฒนสุข, ดร.ศรุต วานิชพันธุ์, แซม ตันสกุล, เฉลิม ประดิษฐอาชีพ, ถิรวัฒน์ พูนกาญจนะโรจน์, สุนันท์ พูลธนกิจ, ดร.อลิสา คงทน, วิทัศท์ สุรสิงห์โตทอง, เกริกกุล โกกนุทาภรณ์ ไม่ยอมพลาดโดยเฉพาะ บุญญนันท์ พนาพิทักษ์กุล บินมาจาก จ.ตรัง เพื่องานนี้..๐๐

๐๐วันเกิดปีนี้ ทองคำ เกตุโชติ ได้ไปไหว้ศาลหลักเมือง นครศรีธรรมราช กับ ไหว้พระบรมธาตุ ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร..๐๐

๐๐ สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ ร่วมบริจาคเงินเป็นทุนการศึกษาเยาวชนของมูลนิธิเพื่อการศึกษาสมาคมการตลาดแห่งประเทศ..๐๐

๐๐กรรณิการ์ เทววิชชุลดา วันเกิดไปทำบุญที่วัดปากน้ำ และปล่อยเต่าปล่อยปลา พร้อมบริจาคช่วยการศึกษาของเด็กพิเศษ ของ รร.เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์..๐๐

๐๐ ณรงค์วิทย์ ชดช้อย แจ้ง สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จ.ชลบุรี แจ้งเปิดเที่ยวตอนกลางคืน ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ นั่งรถส่องสัตว์ยามค่ำ บรรยากาศดีมาก ส่องน้องแบบใกล้ชิดสุดๆที่สำคัญจะได้เห็นชีวิตสัตว์จริงๆเพราะสัตว์ป่าส่วนใหญ่ จะใช้ชีวิตออกหากินตอนกลางคืนกัน เที่ยวได้ทั้งครอบครัวด้วย..๐๐

น้องใหม่

ชวนรู้จัก ‘กองทุน DE’ โอกาสสนับสนุนโครงการดิจิทัล

ชวนรู้จัก 'กองทุน DE' โอกาสสนับสนุนโครงการดิจิทัล

ชวนรู้จัก ‘กองทุน DE’ โอกาสสนับสนุนโครงการดิจิทัล

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.47 น.

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โลกเข้าสู่ยุคการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยจึงตระหนักถึงความจำเป็นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและศักยภาพด้านดิจิทัลของประเทศอย่างเป็นระบบ รัฐบาลจึงได้ผลักดันการจัดตั้ง “กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” (กองทุนดีอี : DEF) ขึ้นตามพระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560 โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และบริหารงานโดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.)

บทบาทของกองทุนดีอี ตามพระราชบัญญัติฯ หมวด 4 คือ การส่งเสริม สนับสนุน และให้ทุนอุดหนุนการวิจัยและพัฒนา แก่หน่วยงานรัฐ เอกชน และบุคคลทั่วไป ครอบคลุม 6 ภารกิจหลัก คือ ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาดิจิทัลเพื่อสาธารณะ ให้ทุนวิจัยและพัฒนาที่ไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงาน สนับสนุนกิจกรรมที่มีผลกระทบสูงและวงกว้าง จัดสรรงบดำเนินงานให้สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และบริหารค่าใช้จ่ายกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพ “ที่เป็นการต่อยอดสร้างสรรค์สิ่งใหม่โดยไม่ซ้ำซ้อนกับโครงการที่มีอยู่เดิมหรือโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนจากแหล่งทุนอื่น”

กองทุนดีอี ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกทางการเงินของรัฐ ที่มุ่งส่งเสริม สนับสนุน และลงทุนในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาดิจิทัลของประเทศ ครอบคลุมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ที่มีความพร้อมในการดำเนินโครงการด้านดิจิทัล ซึ่งสะท้อนถึงการเปิดกว้างและการส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการพัฒนาประเทศ

“กองทุนดีอี ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งสนับสนุนเงินทุนแต่เป็นกลไกสำคัญในการเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านประเทศสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม เราเป็นกองทุนชั้นนําในการผลักดันและเพิ่มขีดความสามารถ การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล มุ่งเน้นโครงการที่สามารถต่อยอดได้จริง เกิดผลกระทบ เชิงบวกในวงกว้าง และสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนในระยะยาว”

สำหรับเกณฑ์การพิจารณา กองทุนดีอี ให้ความสำคัญกับโครงการที่มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนดิจิทัล มีความสามารถในการบรรลุผลลัพธ์ตามเป้าหมาย และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้างต่อสังคม ตลอดจนศักยภาพในการดำเนินโครงการอย่างยั่งยืนหลังสิ้นสุดการสนับสนุน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว

โดยผู้ที่สนใจขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนดีอี สามารถติดตามความคืบหน้าของกรอบนโยบายการให้ทุนประจำปีงบประมาณ 2569 ได้ทางเว็บไซต์ https://defund.bde.go.th และ Facebook ของกองทุนฯ

มาเปลี่ยนไอเดียของคุณให้เป็นพลังขับเคลื่อนประเทศ เพราะทุกความคิดมีศักยภาพในการสร้างความเปลี่ยนแปลง กองทุนดีอีพร้อมสนับสนุนให้ทุกไอเดียเติบโตสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตดิจิทัลอย่างยั่งยืน

Booking.com เผยเทศกาลดนตรี EDM ดันพัทยาขึ้นแท่นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

Booking.com เผยเทศกาลดนตรี EDM ดันพัทยาขึ้นแท่นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

Booking.com เผยเทศกาลดนตรี EDM ดันพัทยาขึ้นแท่นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.35 น.

แม้ปลายปี 2569 จะดูเหมือนยังอีกนาน แต่เมืองพัทยาในช่วงเดือนธันวาคมนี้กลับกำลังได้รับความสนใจจากผู้เดินทางทั่วโลก หลังจากที่มีการประกาศจัดงานเทศกาลดนตรีชื่อดังระดับโลกซึ่งมีต้นกำเนิดจากประเทศเบลเยียมอย่าง Tomorrowland ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก เทศกาลดังกล่าวมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–13 ธันวาคม 2569 ณ Wisdom Valley เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี และ Booking.com แพลตฟอร์มการเดินทางดิจิทัลชั้นนำระดับโลกเปิดได้เผยว่า ยอดค้นหาที่พักในพัทยาสำหรับช่วงเวลาดังกล่าวเพิ่มขึ้น 13.78%* เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

เมื่อพิจารณาจากยอดการค้นหาโดยรวม พบว่าผู้เดินทางจาก 10 ประเทศที่มีจำนวนการค้นหาที่พักในพัทยามากที่สุด ได้แก่ ออสเตรเลีย อินเดีย มาเลเซีย ไต้หวัน ไทย สหราชอาณาจักร อิสราเอล เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และรัสเซีย ขณะที่ประเทศที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนการค้นหาสูงสุด ได้แก่ ไต้หวัน (667%) ญี่ปุ่น (215%) สิงคโปร์ (209%) ออสเตรเลีย (116%) และแอฟริกาใต้ (103%) ส่วนจำนวนการค้นหาจากผู้เดินทางจากประเทศไทยเพิ่มขึ้น 9% แม้ว่าบัตรเข้าชมเทศกาลจะเปิดจำหน่ายและถูกจองเต็มอย่างรวดเร็วตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 แต่พัทยายังคงมีตัวเลือกที่พักหลากหลายเพื่อรองรับผู้เดินทาง โดย Booking.com ไม่เพียงแนะนำที่พักที่สามารถเดินทางไปยังสถานที่จัดงานเทศกาลดนตรี EDM ได้สะดวก แต่ยังเหมาะสำหรับผู้เดินทางที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศอันเต็มไปด้วยสีสันของเมืองพัทยาและกิจกรรมที่หลากหลายอีกด้วย

ที่พักแนะนำในพัทยา

La Miniera Pool Villas Pattaya

ที่พักแห่งนี้มอบบรรยากาศการพักผ่อนสุดหรู เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางเป็นกลุ่มและต้องการเข้าพักในบรรยากาศแบบสบาย ๆ ผู้เข้าพักสามารถเพลิดเพลินกับสระว่ายน้ำกลางแจ้งที่เปิดให้บริการตลอดทั้งปี พื้นที่อาบแดด รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการผ่อนคลายอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้องฟิตเนส อ่างแช่น้ำร้อน และแพ็กเกจสปาเพื่อสุขภาพ ด้วยที่ตั้งซึ่งอยู่ใจกลางเมืองพัทยา ผู้เข้าพักสามารถเดินทางโดยรถยนต์ไปยัง Wisdom Valley ได้อย่างสะดวกภายในเวลาประมาณ 15 นาที

Sea Sand Sun Resort and Villas

รีสอร์ทระดับ 5 ดาวแห่งนี้ตั้งอยู่บนชายหาดทรายขาวส่วนตัวในย่านนาจอมเทียน มาพร้อมตัวเลือกห้องพักที่หลากหลาย ตอบโจทย์ผู้เดินทางทุกประเภท ไม่ว่าจะมาเป็นกลุ่มเพื่อน ครอบครัว หรือเดินทางคนเดียว นอกจากสามารถขับรถยนต์ไปยัง Wisdom Valley ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 30 นาทีได้แล้ว ผู้เข้าพักยังสามารถเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงในพัทยาได้ เช่น หาดบางเสร่ สวนนงนุชพัทยา และสวนน้ำรามายณะ

มีเลีย พัทยา โฮเต็ล

หลังจากดื่มด่ำกับค่ำคืนสุดมันจากเทศกาลดนตรี ผู้เดินทางสามารถกลับมาพักผ่อนในโรงแรมดีไซน์ทันสมัยอันกว้างขวางเพื่อเติมพลังและผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่ โรงแรมนี้มอบประสบการณ์การเข้าพักระดับ 5 ดาว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างพื้นที่อาบแดด สวนหย่อมแสนร่มรื่น และสระว่ายน้ำกลางแจ้งที่เปิดให้บริการตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกห้องอาหารหลากหลายภายในโรงแรมที่นำเสนอทั้งอาหารจีน เอเชีย และนานาชาติ ในบรรยากาศที่ผสมผสานความดั้งเดิมและความทันสมัยอย่างลงตัว

Amari Pattaya

ในบริเวณทางเหนืออันเงียบสงบของอ่าวพัทยา ผู้เดินทางสามารถเพลิดเพลินกับห้องพักสุดหรูของ Amari Pattaya ได้อย่างสะดวกสบายซึ่งมาพร้อมกับหน้าต่างกระจกสูงจรดเพดานหรือระเบียงส่วนตัวที่สามารถชมวิวระยิบระยับของอ่าวได้อย่างเต็มตา นอกจากนี้ผู้เข้าพักจะได้ผ่อนคลายไปกับบริการสปาและฟิตเนสอีกด้วย สำหรับครอบครัวที่เดินทางพร้อมเด็ก ๆ ก็ยังสามารถสนุกสนานกับ Kids Aqua Park ของโรงแรม ที่มาพร้อมสไลเดอร์น้ำ รวมถึงได้รับสิทธิ์เข้าใช้ Tree House Kids’ Club ที่ช่วยเพิ่มความตื่นเต้นให้กับการเข้าพักมากยิ่งขึ้น

คณะผู้พิพากษาสมทบ ศาลเยาวชนฯ ร่วมยินดี ‘ภรณี ลีนุตพงษ์’ ในโอกาสที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก

คณะผู้พิพากษาสมทบ ศาลเยาวชนฯ ร่วมยินดี 'ภรณี ลีนุตพงษ์' ในโอกาสที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก

คณะผู้พิพากษาสมทบ ศาลเยาวชนฯ ร่วมยินดี ‘ภรณี ลีนุตพงษ์’ ในโอกาสที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.54 น.

คณะผู้พิพากษาสมทบ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี ตั้งแต่รุ่นที่1 -รุ่นปัจจุบัน มาร่วมแสดงความยินดีกับ ภรณี ลีนุตพงษ์ ในโอกาสที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก ที่ร้านบ้านนอกเข้ากรุง โดยมีอดีตผู้บังคับบัญชา ท่าน สันต์ชัย ล้อมณีนพรัตน์ (อดีตอธิบดีผู้พิพากษาภาค1) คุณชูจีรา กองแก้ว (อดีตอธิบดีกรมบังคับคดี) คุณจารุวดี กู้ตลาด คุณวิไลวรรณ อินทปันตี คุณวิษา เจริญวัฒนานนท์ คุณมารยาท พัธนพันธุ์ คุณศิรินทรา จงพิพัฒนสุข คุณจุไรรัตน์ ปันยารชุน คุณสกุลรักษ์ วัฒนสิทธิสิน คุณมณี พูนพิริยะ คุณอัมพาพันธุ์ เจียรวนนท์ คุณพิสมัย บุณยเกียรติ คุณมยุรี วงษ์สามี คุณมยุรี น้อยใจบุญ และ ดร.นันทกา ยุกตะนันท์

หวานทะลุจอ! ทับทิม-ไทด์ เอกพันธ์ โชว์สเตปแดนซ์สุดมุ้งมิ้ง

หวานทะลุจอ! ทับทิม-ไทด์ เอกพันธ์ โชว์สเตปแดนซ์สุดมุ้งมิ้ง

หวานทะลุจอ! ทับทิม-ไทด์ เอกพันธ์ โชว์สเตปแดนซ์สุดมุ้งมิ้ง

วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.03 น.

29 พฤษภาคม 2569 ทำเอาแฟนคลับยิ้มตามกันทั้งโซเชียล เมื่อคู่รักต่างวัย “ทับทิม-อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์” และ “ไทด์-เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์” ออกมาเสิร์ฟโมเมนต์หวานอีกครั้ง ผ่านคลิปวิดีโอสุดน่ารักบนอินสตาแกรม ที่เผยให้เห็นทั้งคู่เต้นเล่นกันอย่างสนุกสนานและอบอุ่น จนแฟนๆ แห่เข้ามาคอมเมนต์กันรัวๆ

งานนี้ทั้งแฟนคลับและเพื่อนในวงการบันเทิงต่างพากันเข้ามากดไลก์ พร้อมแซวในความคลั่งรักของทั้งคู่กันอย่างล้นหลาม หลายคนถึงกับบอกว่าเห็นแล้วอดยิ้มตามไม่ได้

เรียกได้ว่าโมเมนต์ล่าสุดของ ทับทิม-ไทด์ ไม่เพียงสยบข่าวลือรักร้าว แต่ยังทำให้แฟนๆ กลับมาเชียร์ความรักของทั้งคู่กันหนักกว่าเดิม และเริ่มลุ้นกันต่อว่าในอนาคตจะมีข่าวดีเรื่องวิวาห์

หนุ่ม กรรชัย เปิดใจล้า ยอมรับคิดเฟดหน้าจอ โหนกระแส ลั่น 9 ปีเจอเรื่องท็อกซิกจนต้องพบจิตแพทย์

หนุ่ม กรรชัย เปิดใจล้า ยอมรับคิดเฟดหน้าจอ โหนกระแส  ลั่น 9 ปีเจอเรื่องท็อกซิกจนต้องพบจิตแพทย์

หนุ่ม กรรชัย เปิดใจล้า ยอมรับคิดเฟดหน้าจอ โหนกระแส ลั่น 9 ปีเจอเรื่องท็อกซิกจนต้องพบจิตแพทย์

วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.45 น.

กลายเป็นกระแสฮือฮาและถูกจับตามองอย่างมาก หลังจากที่แฟนรายการ “โหนกระแส” ได้เห็น “อาจารย์ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์” มารับหน้าที่พิธีกรดำเนินรายการแทนเจ้าของรายการอย่าง “หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” ล่าสุดในงานกิจกรรมพิเศษของรังนกแบรนด์ Bell ณ บูธหมายเลข 2-T71 อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี หนุ่ม กรรชัย ได้ออกมาเปิดใจถึงประเด็นดังกล่าว พร้อมยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่ามีแผนที่จะเฟดตัวเองออกจากหน้าจอจริงเนื่องจากความเหนื่อยล้าสะสม

เผยเบื้องหลังจีบ “อาจารย์ยิ่งศักดิ์” มาร่วมงาน

หนุ่ม กรรชัย เผยถึงสาเหตุที่เลือกอาจารย์ยิ่งศักดิ์มาทำหน้าที่แทนว่า ตนและอาจารย์มีความสนิทสนมกันมานาน และเล็งเห็นถึงความสามารถที่หลากหลาย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องอาหาร แต่เก่งกาจทั้งเรื่องบันเทิง การเมือง และเรื่องทั่วไป จึงได้ทาบทามเอาไว้ล่วงหน้า แม้ตอนแรกอาจารย์จะรู้สึกกดดัน แต่ตนมั่นใจในฝีมือ และได้ฝากฝังไว้ว่าหากวันไหนตนไม่ว่าง ก็อยากให้อาารย์มาช่วยดำเนินรายการแทน ซึ่งอาจารย์ก็ตอบรับด้วยดี

ยอมรับเหนื่อยล้า 9 ปีกับเรื่องท็อกซิก ถึงขั้นต้องพบจิตแพทย์

เมื่อถูกถามว่าเป็นสัญญาณที่จะเฟดตัวเองออกจากรายการหรือไม่พิธีกรชื่อดังยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “ถ้าไม่โกหกเลยมันก็มีความคิดครับ” พร้อมเล่าถึงความกดดันตลอดระยะเวลา 9 ปีในการทำรายการโหนกระแสว่า

“มันเหนื่อยมากครับ มันเหนื่อยกับการที่ต้องเจอเรื่องท็อกซิกทุกวัน รับฟังเรื่องคนอื่นตลอดเวลา ช่วงแรกเราต้องมานั่งจัดการชีวิตเราว่ามันจะอยู่ยังไง ช่วงแรกๆ ถึงขั้นปรึกษาจิตแพทย์ แต่หลังๆ ก็ดีขึ้น พอรู้ทริกการทำงาน แต่มันก็จะเหนื่อย… ตื่นเช้ามาต้องรับฟังเรื่องของคนนั้นคนนี้ เราก็อยากไปเที่ยวบ้าง อยากขับรถกับเพื่อนบ้าง”

หากวางมือ ย้ำไม่ทิ้งรายการ-พร้อมส่งไม้ต่อคนเก่งกว่า

อย่างไรก็ตาม หนุ่ม กรรชัย ยืนยันว่าหากวันหนึ่งตนเองเฟดออกไปจริง ก็จะไม่หายไป 100% เพราะตนยังคงทำหน้าที่เป็นคนคัดเลือกแขกรับเชิญด้วยตัวเอง ส่วนเรื่องเรตติ้งและกระแสตอบรับหากมีการเปลี่ยนพิธีกร ตนไม่ได้กังวล เชื่อว่าช่วงแรกคนดูอาจจะยังติดภาพจำของตน แต่เวลาจะช่วยเยียวยา และเชื่อมั่นว่ามีคนอื่นที่เก่งและสัมภาษณ์ได้ดีกว่าตนอีกมาก เพียงแต่รอโอกาสเท่านั้น

ทั้งนี้ หนุ่ม กรรชัย ทิ้งท้ายว่าเรื่องการวางมือยังไม่ได้ตั้งเป้าหมายเวลาที่ชัดเจน และคงไม่ใช่ในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน แฟนรายการโหนกระแสจึงยังคงวางใจได้ในระดับหนึ่ง

เต๊ะ ศตวรรษ ภัยใกล้ตัวของ คนบ้างาน จากโรคซึมเศร้า สู่ภาวะสมองผิดปกติ

เต๊ะ ศตวรรษ ภัยใกล้ตัวของ คนบ้างาน จากโรคซึมเศร้า สู่ภาวะสมองผิดปกติ

เต๊ะ ศตวรรษ ภัยใกล้ตัวของ คนบ้างาน จากโรคซึมเศร้า สู่ภาวะสมองผิดปกติ

วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.02 น.

รายการ “เจาะใจ” สัปดาห์นี้พบกับ “เต๊ะ – ศตวรรษ เศรษฐกร” ศิลปินและนักแสดงที่โด่งดังในยุค 90’s เป็นดาราไทยคนแรกที่เปิดประตูแดนมังกร มีผลงานโกอินเตอร์ ทั้งซีรีส์ ภาพยนตร์ อัลบัมเพลง โด่งดังสุดขีดในไต้หวัน และจีนแผ่นดินใหญ่ ปัจจุบันผันตัวเองมาทำเบื้องหลัง เป็นผู้กำกับมิวสิกวิดีโอ ภาพยนตร์ในเมืองไทย ทั้งชีวิตของผู้ชายคนนี้จริงจังกับงาน จนพบว่าตัวเองป่วยเป็น “โรคซึมเศร้า” หนักกว่านั้นก็คือการเผชิญภาวะ “โรคความจำเสื่อมก่อนวัยอันควร”  เขาต่อสู้กับความผิดปกติเหล่านี้อย่างไร มาฟังเรื่องราวนี้เพื่อเป็นอุทาหรณ์ เรื่องใกล้ตัวที่สามารถเกิดกับใครก็ได้ ห้ามพลาดในรายการ “เจาะใจ”  เสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 69 เวลา 21.00 น. ทางช่อง 9MCOT HD กด 30           

โดย “เต๊ะ – ศตวรรษ” เปิดเผยว่า “สำหรับผมความทรงจำมีค่ามาก บางทีเราชอบพูดว่าอยากลืม ลืมมันไป แต่ในวันที่มันลืมจริง ๆ ผมอยากจำทุกอย่างทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดีที่มันเกิดในชีวิตเรา มันมีคุณค่าและการเรียนรู้ อยู่ในนั้นเสมอ ถ้าวันนี้หรือใครหลายคนไม่กลับมาดูแลตัวเอง หรือไม่รู้ถึงขีดจำกัดของศักยภาพร่างกายตัวเอง ใช่คุณอาจจะมีภาวะสมองเสื่อม คุณอาจจะไม่รู้สึกเลยด้วยซ้ำว่าลืมอะไรไป เพราะคุณจำไม่ได้ว่าลืมอะไรไป แต่คนที่ทุกข์คือคนที่ยังจำได้ว่าคุณคือใคร นี่คือเรื่องที่น่าเศร้าที่สุด”

#เจาะใจ #Johjai #เจาะใจล่าสุด #สร้างแรงบันดาลใจ #ดู๋สัญญาคุณากร #เต๊ะศตวรรษ

จางหนาน หันปิง ร่วมเดินพรมแดง เผยเสน่ห์ไทยสู่สายตาชาวจีน

จางหนาน หันปิง ร่วมเดินพรมแดง เผยเสน่ห์ไทยสู่สายตาชาวจีน

จางหนาน หันปิง ร่วมเดินพรมแดง เผยเสน่ห์ไทยสู่สายตาชาวจีน

วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.58 น.

บรรยากาศงานประกาศรางวัลแห่งปี “คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 22 : Timeless in the New Era” ณ ไอคอนสยาม ฮอลล์ เต็มไปด้วยความคึกคักจากเหล่านักแสดง ศิลปิน นางแบบ และบุคคลมีชื่อเสียงจากหลากหลายวงการที่มาร่วมเดินพรมแดงอย่างคับคั่ง โดยในปีนี้ยังได้รับเกียรติจาก จางหนาน พิธีกรและนักแสดงชาวจีนจากสถานีโทรทัศน์ฉงชิ่ง และ หันปิง (ดร.เมืองภูมิ หาญสิริเพชร) พิธีกรชาวไทยผู้มีผลงานในประเทศจีน เข้าร่วมงานในฐานะแขกพิเศษ

ภายหลังการเดินพรมแดง ทั้งสองได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไทยว่า การเดินทางมาประเทศไทยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเข้าร่วมงาน KCL Awards 2026 พร้อมแสดงความรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเชิญให้มาร่วมงานประกาศรางวัลสำคัญของวงการบันเทิงไทย

นอกจากนี้ จางหนานและหันปิงยังเปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการถ่ายทำรายการ “เข็มทิศชีวิตทันสมัย” (时尚生活指南) ของสถานีโทรทัศน์ฉงชิ่ง เพื่อเผยแพร่เรื่องราวเกี่ยวกับการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ของประเทศไทยสู่ผู้ชมชาวจีน โดยหนึ่งในเนื้อหาสำคัญของการถ่ายทำครั้งนี้คือการนำเสนอภาพบรรยากาศภายในงาน คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 22

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงสิ่งที่ชื่นชอบมากที่สุดในการเดินทางมาเยือนประเทศไทย จางหนานกล่าวว่า นอกจากอาหารไทยและบรรยากาศอันสวยงามแล้ว เขายังประทับใจในผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของไทย โดยเฉพาะ ยาดมหนุมาน ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวชาวจีน ขณะที่หันปิงก็กล่าวว่าตนเองชื่นชอบเช่นเดียวกัน ก่อนที่ทั้งสองจะหยิบยาดมหนุมานขึ้นมาแสดงต่อหน้าสื่อมวลชน สร้างรอยยิ้มและสีสันให้กับบรรยากาศการสัมภาษณ์

จางหนานยังกล่าวถึงเสน่ห์ของประเทศไทยว่า เป็นประเทศที่มีความโดดเด่นทั้งด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว อาหารการกิน การชอปปิง และการดูแลสุขภาพความงาม โดยทุกครั้งที่เดินทางมาไทย เขามักแวะเลือกซื้อสินค้าที่ สยามพารากอน (Siam Paragon) รับประทานอาหารไทยที่มีชื่อเสียง และใช้เวลาชื่นชมความงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านการล่องเรือรับประทานอาหารบน Noah Cruise ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่สร้างความประทับใจอย่างมาก

นอกจากนี้ จางหนานยังเปิดเผยว่า เขาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและผิวพรรณ โดยทุกครั้งที่เดินทางมาประเทศไทยมักเข้ารับบริการด้านความงามที่ APEX Medical Center ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแบรนด์คลินิกความงามชั้นนำของประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

ทั้งนี้ จางหนานและหันปิงกล่าวตรงกันว่า การได้มีโอกาสร่วมเดินพรมแดงในงาน “คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 22 : Timeless in the New Era” นับเป็นประสบการณ์อันทรงคุณค่าและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง พร้อมแสดงความหวังว่าจะมีโอกาสกลับมาร่วมงานอีกครั้งในอนาคต รวมถึงร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่เสน่ห์ของประเทศไทย สินค้าไทย และบริการคุณภาพของไทยให้เป็นที่รู้จักในหมู่ผู้ชมชาวจีนมากยิ่งขึ้น ผ่านสื่อโทรทัศน์และกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศต่อไป.

เอ๊ะยังไง! เป๊ก เศรณี ลงสตอรี่เพลงเศร้าแท็กหาสาวคนนี้ ทำเอาชาวเน็ตแห่จับตา

เอ๊ะยังไง! เป๊ก เศรณี ลงสตอรี่เพลงเศร้าแท็กหาสาวคนนี้ ทำเอาชาวเน็ตแห่จับตา

เอ๊ะยังไง! เป๊ก เศรณี ลงสตอรี่เพลงเศร้าแท็กหาสาวคนนี้ ทำเอาชาวเน็ตแห่จับตา

วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.56 น.

29 พฤษภาคม 2569 กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อ “เป๊ก เศรณี” อดีตคนรักของ “เพลง ชนม์ทิดา” ออกมาเคลื่อนไหวผ่านอินสตาแกรมสตอรี่ชวนสงสัย หลังเจ้าตัวแท็กหา “เกรซ ชลิตา” ที่เพิ่งตกเป็นข่าวยุติความสัมพันธ์กับแฟนหนุ่ม “ไฮโซอาร์ต อิทธิโชติ สะสมทรัพย์” ไปไม่นาน

       สิ่งที่ทำเอาหลายคนโฟกัสหนัก คือเพลงที่เป๊กเลือกใช้ประกอบสตอรี่ เป็นเพลง “Rain Zone” ของ MAIYARAP feat. Z9 ซึ่งเนื้อหาของเพลงพูดถึงความรักข้างเดียว

งานนี้ชาวเน็ตต่างพากันตั้งคำถามว่า การแท็กหาเกรซพร้อมเพลงเศร้า เป็นเพียงการส่งกำลังใจในฐานะเพื่อน หรืออาจมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่กันแน่

       ขณะเดียวกัน หลายคนก็จับตาความสัมพันธ์ของทั้งคู่มากขึ้นทันที เพราะจังหวะเวลาที่เกิดขึ้นหลังฝ่ายหญิงเพิ่งมีข่าวเลิกรา ยิ่งทำให้กระแสบนโซเชียลพูดถึงกันสนั่น