กลุ่มเซ็นทรัลชวนร่วมสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ช่วยผู้ป่วยมะเร็งสตรี สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ในโครงการ Central Group Women Cancer ปีที่ 21

11 กันยายน 2569 เวลา 13:17 น.

กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ชวนคนไทยร่วมส่งต่อกำลังใจให้ผู้หญิงที่กำลังต่อสู้กับโรคมะเร็ง ผ่านโครงการ “Central Group Women Cancer” (เซ็นทรัลกรุ๊ป วีเม่น แคนเซอร์) ชวนทำดี ช่วยผู้ป่วยมะเร็งสตรี ปีที่ 21 เดินหน้าระดมทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์มอบให้แก่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการตรวจวินิจฉัยและดูแลผู้ป่วยมะเร็งสตรี พร้อมชวนผู้หญิงทุกคนใส่ใจสุขภาพและให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรอง เพื่อลดความเสี่ยงและรู้เท่าทันโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ

ปีนี้ Central Group Women Cancer ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านแนวคิด “Bloom Beyond Fear” ซึ่งเกิดจากการตีความและถ่ายทอดมุมมองของน้อง ๆ ออทิสติกจาก Artstory By Autistic Thai ผ่าน “ดอกไม้” ในฐานะตัวแทนของผู้หญิงแต่ละคนที่มีความงดงามและเอกลักษณ์แตกต่างกัน แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายหรือวันที่ต้องต่อสู้กับโรคภัย ผู้หญิงทุกคนยังสามารถผลิบานและเติบโตได้ในแบบของตัวเอง ดอกไม้แต่ละดอกจึงถูกออกแบบให้มีความแตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ เพื่อสะท้อนความหลากหลาย ความงดงาม และความเข้มแข็งของผู้หญิงที่พร้อมก้าวข้ามความกลัวและเดินหน้าต่อในทุกสถานการณ์

ความพิเศษของปีนี้ยังเป็นการสานต่อความร่วมมือระหว่าง กลุ่มเซ็นทรัล กับ Artstory By Autistic Thai ธุรกิจเพื่อสังคมภายใต้มูลนิธิออทิสติกไทย ซึ่งร่วมสนับสนุนผลงานศิลปะของน้อง ๆ มาอย่างต่อเนื่องกว่า 6 ปี โดยนำลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์มาพัฒนาเป็น Key Visual ของโครงการ เพื่อให้ผลงานศิลปะได้ออกไปพบผู้คนในวงกว้าง เปิดพื้นที่ให้เห็นถึงความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ของน้อง ๆ พร้อมต่อยอดสู่โอกาสในการสร้างอาชีพและรายได้ในอนาคต

นอกจากการส่งต่อกำลังใจให้ผู้ป่วยแล้ว โครงการยังมุ่งสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของ “การรู้เร็ว” เพราะการใส่ใจสุขภาพ สังเกตความผิดปกติของร่างกาย และเข้ารับการตรวจคัดกรองตามความเหมาะสม ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้ ขณะเดียวกัน กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ขอเชิญชวนคู่ค้า ลูกค้า และประชาชนทุกคน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อโอกาสและกำลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งสตรี ผ่านการสมทบทุนเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนการตรวจวินิจฉัยและการรักษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

โดยสามารถร่วมสนับสนุนโครงการผ่านช่องทาง Offline และ Online ดังนี้

  • บริจาคออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ Thamdee: www.tham-dee.com/projects/women-cancer-2026 (ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธ.ค. 69) สามารถลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า
  • สแกน QR Code ผ่าน Mobile Banking ในสื่อต่าง ๆ ของธุรกิจในเครือกลุ่มเซ็นทรัล หรือโอนผ่านบัญชี มูลนิธิเตียง  จิราธิวัฒน์ ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 118-0-58203-1 (ตั้งแต่วันนี้ – 31 ต.ค. 69) สามารถลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า
  • กล่องรับบริจาค บริเวณจุดแลกซื้อ จุดประชาสัมพันธ์ หรือจุดชำระเงินในห้างร้านของเครือกลุ่มเซ็นทรัล กว่า 491 จุดทั่วประเทศ (ตั้งแต่วันนี้ – 31 ต.ค. 69)
  • แลกคะแนน The 1 เปลี่ยนเป็นเงินบริจาคสมทบทุนผ่าน The 1 APP (800 คะแนน เป็นเงินบริจาค 100 บาท) และยังสามารถแลกคะแนน “ปันความสุขทั้งปี” บน The 1 APP ผ่านโครงการต่าง ๆ ของเซ็นทรัล ทำ

นอกจากนี้ กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ ยังได้ร่วมกันจัดโปรโมชั่นเพื่อให้ลูกค้าสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งไปด้วยกัน เพื่อสมทบทุนเข้าโครงการ Central Group Women Cancer ชวนทำดี ช่วยผู้ป่วยมะเร็งสตรี ครั้งที่ 21 ตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2569 ดังนี้

  • ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล และห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ทุกการช้อปตลอดแคมเปญ “Mom Moments” (*เฉพาะแบรนด์ที่ร่วมรายการ) ทางห้างจะร่วมบริจาค 1%* ของยอดขาย
  • ท็อปส์ ชวนลูกค้าช้อปสินค้าที่ร่วมรายการทุก 200 บาท ร่วมส่งต่อ 10 บาท เพื่อสมทบทุนโครงการ ระหว่างวันที่ 16 ก.ย. – 27 ต.ค. 2569
  • เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป ทุกการซื้อ Dyson Corrale รุ่นไร้สาย ณ สาขาที่ร่วมรายการ ร่วมบริจาค 200 บาทต่อ 1 เครื่อง ระหว่างวันที่ 1 ส.ค. – 31 ต.ค. 2569
  • ไทวัสดุ และบีเอ็นบี โฮม ทุกใบเสร็จที่ซื้อสินค้าจากแผนกห้องน้ำ ห้องครัว และเฟอร์นิเจอร์ ตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป ร่วมสมทบทุน 10 บาท ระหว่างวันที่ 1 ก.ย. – 15 ต.ค. 2569
  • เพาเวอร์บาย ทุกการซื้อเครื่องซักอบผ้า ร่วมบริจาค 10 บาท ทุกช่องทาง ยกเว้นการซื้อเหมาล็อต ระหว่างวันที่ 7 ส.ค. – 31 ต.ค. 2569
  • ซูเปอร์สปอร์ต ทุกการซื้อสินค้า IENERGETICS , FIREFLY และ MCKINLEY ครบ 1,000 บาทต่อใบเสร็จ ร่วมบริจาค 100 บาท ระหว่างวันที่ 1 – 31 ต.ค. 2569
  • ร้านอาหารในเครือเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป (CRG) ทุกการสั่งซื้อเมนูที่ร่วมรายการ ร่วมบริจาคสูงสุด 10 บาท ระหว่างวันที่ 1 ก.ย. – 15 ต.ค. 2569
  • Good Goods เมื่อซื้อเครื่องดื่มที่ร้าน Good Goods ทุกแก้ว ร่วมสมทบทุน 10 บาท (จำกัด 1,000 แก้ว) เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ

เพราะการก้าวข้ามความกลัวของใครคนหนึ่ง อาจเริ่มต้นจากกำลังใจเล็ก ๆ ของคนอีกหลายคน Central Group Women Cancer ปีที่ 21 จึงอยากชวนทุกคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อโอกาสให้ผู้ป่วยมะเร็งสตรีได้เข้าถึงการดูแลที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันก็อยากชวนผู้หญิงทุกคนหันกลับมาใส่ใจสุขภาพของตัวเอง เพราะ การตรวจพบเร็ว นำไปสู่การดูแลและรักษาได้เร็วขึ้น และอาจเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเพิ่มโอกาสในการรักษาและการใช้ชีวิตต่อไปอย่างมีคุณภาพ

เคียงข้างต่อเนื่อง 11 ปี! ทรู จัดเต็มการสื่อสารมอบ GO Travel SIM เสริมทัพนักกีฬา โค้ช และทีมงานไทย ลุยศึกเอเชียนเกมส์ 2026

11 กันยายน 2569 เวลา 12:20 น.

เพราะเชื่อว่าการสื่อสารยังเชื่อมทุกความรู้สึกให้ใกล้กัน พาแรงใจจากคนไทยส่งถึงนักกีฬาอย่างมีความหมาย… บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าสานต่อพันธกิจเคียงข้างวงการกีฬาไทย ผนึก คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สนับสนุนด้านการสื่อสารแก่ทัพนักกีฬาทีมชาติไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 เพื่อส่งต่อแรงใจจากประเทศไทยให้ไปถึงนักกีฬาในศึกเอเชียนเกมส์ 2026 ระหว่างวันที่ 19 กันยายน – 4 ตุลาคม 2569 ณ เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น นำโดย คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น พร้อมด้วย คุณสมพันธ์ จารุมิลินท รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ และคุณธนา ไชยประสิทธิ์ รองประธานและเลขาธิการ เติมเต็มความพร้อมด้วย GO Travel SIM รองรับโรมมิ่งบนเครือข่าย 5G ที่ดีที่สุด เร็วแรง ครอบคลุมที่สุด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักกีฬา โค้ช เจ้าหน้าที่ รวมถึงสื่อมวลชน ให้โทรออก รับสาย ส่งข้อความ ตลอดจนใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างต่อเนื่องเต็มสปีด ช่วยให้ติดต่อครอบครัว ทีมงาน และคนที่รักในประเทศไทยได้ทุกเวลา เติมพลังใจให้พร้อมสู้สุดทุกสนาม เพื่อคว้าชัยชนะกลับมาสร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยไปด้วยกัน

พิเศษสำหรับลูกค้าทรูที่วางแผนเดินทางไปญี่ปุ่นกับ GO Travel แพ็กเกจเน็ตต่างประเทศจากทรูช่วยให้ทุกทริปสนุกและคล่องตัวยิ่งขึ้น ทั้งติดตามการแข่งขัน ส่งแรงเชียร์ถึงทัพนักกีฬาไทยแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะอยู่ข้างสนาม ออกไปสัมผัสเมืองต่าง ๆ หรือแชร์โมเมนต์สำคัญตลอดศึกเอเชียนเกมส์ 2026 ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทาง สำหรับลูกค้าทรูทั้งรายเดือนและเติมเงิน สามารถสมัครแพ็กเกจเน็ตต่างประเทศ Go Travel (เอเชียและออสเตรเลีย) ราคาเริ่มต้นเพียง 299 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – 31 ตุลาคม 2569 รับฟรีประกันการเดินทาง พร้อมสิทธิพิเศษเพิ่มเติมบนแอปทรู ให้เชียร์ทัพไทยได้ใกล้ชิดทุกโมเมนต์ พร้อมเชื่อมถึงครอบครัวและคนที่รักได้อย่างไร้พรมแดน

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เปิดพิกัดใหม่สายแฟ ชวนอัปเดตลุคสุดชิคที่ ‘egg’ Korean Fashion ชั้น G

11 กันยายน 2569 เวลา 12:14 น.

แจกพิกัดเอาใจสาว ๆ สายแฟเกาหลี egg” Korea Fashion ร้านแฟชั่นสไตล์เกาหลีน้องใหม่ เปิดให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าได้มาอัปเดตลุคสุดชิคกันที่ชั้น G โซน A ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พร้อมขนทัพเสื้อผ้าและแอ็กเซสซอรีหลากหลายสไตล์มาตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการแต่งตัวในสไตล์ Korean Street & Minimal Fashion

egg Korea Fashion รวบรวมไอเท็มแฟชั่นสำหรับผู้หญิงไว้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ เดรส กระโปรง เสื้อคลุม ถุงเท้า รองเท้า และ กระเป๋าดีไซน์ทันสมัย ที่เน้นความเรียบง่าย และสามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมตช์ได้หลากหลายโอกาส ตั้งแต่ลุควันสบาย ๆ มองหาไอเดียแต่งตัวไปคาเฟ่ ไปจนถึงลุคสำหรับทำงาน

นอกจากเสื้อผ้าแล้ว ยังมีแอ็กเซสซอรีที่ช่วยเติมเต็มสไตล์ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ทั้งต่างหู สร้อยคอ แหวน กำไลข้อมือ และ แว่นกันแดดดีไซน์เทรนดี้ ที่มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่สไตล์มินิมอล เรียบหรู ไปจนถึงลุคหวานละมุนและสตรีทแฟชั่นสุดคูล ผสานความโดดเด่นของงานฝีมือเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

ด้วยแนวคิด Effortless Korean Style for Everyday” ร้าน egg Korea Fashion คัดสรรสินค้าคุณภาพพร้อมอัปเดตคอลเลกชันใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าได้สนุกกับการสร้างสรรค์ลุคในแบบของตัวเอง และติดตามเทรนด์แฟชั่นล่าสุดจากเกาหลีได้ตลอดเวลา

ไม่ว่าคุณจะเป็นสายมินิมอล สายหวาน หรือสายสตรีทแฟชั่น แวะมาค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ และอัปเดตตู้เสื้อผ้าให้ทันเทรนด์ได้แล้ววันนี้ที่ egg” Korea Fashion ชั้น G โซน A ศูนย์การค้า MBK Center ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์และแฟชั่นใจกลางเมืองที่พร้อมเติมสีสันให้ทุกวันของคุณ

นอกจากนี้ สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก MBK Plus สามารถใช้ 1 พอยท์ แลกรับสิทธิ์มูลค่า 500 บาท เพื่อช้อปสินค้าแฟชั่นภายในร้านตามเงื่อนไขที่กำหนด เติมสีสันให้การช้อปสนุกและคุ้มกว่าเดิม โดย สามารถกดรับสิทธิ์ได้ที่ จุดประชาสัมพันธ์ ชั้น โซน A

ติดตามกิจกรรมและโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้ที่ https://www.mbk-center.co.th/ หรือ เฟซบุ๊กเพจ mbkcenterth อินสตาแกรม mbkcenter

‘Craft for Change’ เมื่อคนรุ่นใหม่มองผ้าไทยในอีกมุม สู่แฟชั่นร่วมสมัย

11 กันยายน 2569 เวลา 12:09 น.

เชื่อว่าใครหลายคนอาจคุ้นเคยกับภาพของผ้าไทยในงานพิธีหรือโอกาสสำคัญ แต่ในวันที่แฟชั่นเปิดกว้างและผู้คนกล้าสนุกกับการแต่งตัวมากขึ้น “ผ้าไทย” ก็กำลังถูกตีความใหม่ให้เข้ากับผู้บริโภครุ่นใหม่มากขึ้น จนกลายเป็นไอเทมที่สามารถหยิบมามิกซ์แอนด์แมตช์กับเสื้อผ้าในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

และหนึ่งในพลังสำคัญที่ช่วยให้ผ้าไทยเข้าใกล้คนรุ่นใหม่มากขึ้น ก็คือคนรุ่นใหม่ด้วยกันเอง โดยภายในงาน “ผ้าเปลี่ยนโลก” ซึ่งจัดโดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)  บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) โดยศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค และ เครือข่ายพันธมิตรผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม (SE)  นอกจากจะเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการผ้าไทยและงานหัตถกรรมจากทั่วประเทศได้สร้างโอกาสทางธุรกิจ สร้างรายได้ และต่อยอดความเข้มแข็งให้ชุมชนแล้ว ยังเปิดเวทีให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการส่งต่อคุณค่าของผืนผ้าไทยสู่สังคมวงกว้างผ่านแฟชั่นโชว์ Craft for Change” โดยมี นิสิตคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของผ้าไทยและผืนผ้าจากชุมชนในรูปแบบร่วมสมัย ที่แสดงให้เห็นว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่ได้เป็นเพียงมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรอนุรักษ์ แต่ยังสามารถต่อยอดเป็นแฟชั่นร่วมสมัยที่เข้ากับวิถีชีวิตในปัจจุบันได้อย่างลงตัว

ซึ่งในการเดินแบบครั้งนี้ น้อง ๆ ต่างพรีเซ็นต์เสื้อผ้าและเครื่องประดับจากผ้าไทยได้อย่างโดดเด่น ทำให้เห็นทั้งความเก๋ ความสนุก และความมีชีวิตชีวาของแต่ละชุดแต่ละลุคได้เป็นอย่างดี ยิ่งช่วยขับเสน่ห์ของผืนผ้าจากชุมชนให้ดูร่วมสมัยและเข้าถึงง่ายมากขึ้น และเรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมตลอดการแสดง ที่สำคัญยังทำให้หลายคนมองเห็นอีกมุมหนึ่งของผ้าไทยในฐานะแฟชั่นที่สามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เพียงเครื่องแต่งกายสำหรับโอกาสพิเศษเท่านั้น

โดย นางสาวกนกนิภา ดวงสว่าง หนึ่งในนิสิตที่ร่วมเดินแบบ กล่าวว่า “โดยส่วนตัว ชื่นชอบผ้าไทยอยู่แล้ว แต่การได้มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ยิ่งทำให้เห็นว่าผ้าไทยมีความหลากหลายและร่วมสมัยกว่าที่คิด และดีใจมากค่ะที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ เพราะทำให้ได้สัมผัสเสน่ห์ของผ้าไทยมากขึ้น และพบว่าผ้าไทยใส่ง่ายกว่าที่คิด สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมตช์กับเสื้อผ้าที่มีอยู่แล้วได้ อีกทั้งยังสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน และคิดว่าจะอุดหนุนสินค้าจากในงานไปใส่บ้างค่ะ”

“ปัจจุบันผ้าไทยได้รับการนำมาประยุกต์ให้เข้ากับแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่มากขึ้น หนูมองว่าผ้าไทยไม่เชยเลยนะคะ ทุกวันนี้มีการนำมาดีไซน์หรือประยุกต์ให้ทันสมัยมากขึ้น เห็นคนรุ่นใหม่หันมาสวมใส่กันมากขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนำสไบมาจับคู่กับกางเกงยีนส์ หรือการสวมใส่ชุดไทยในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ   หนูอยากชวนเพื่อน ๆ Gen Z ที่เหมือนหนู มาลองใส่ผ้าไทยกัน นอกจากจะสวยแล้ว ยังแสดงวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ความเป็นไทยของเราอีกด้วย”

“นอกจากนี้ในงาน “ผ้าเปลี่ยนโลก” ทำให้หนูเห็นว่าผ้าไทยไม่ได้มีดีแค่เรื่องความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการสร้างรายได้ให้ชุมชน การดูแลสิ่งแวดล้อม และการนำนวัตกรรมมาต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นส่วนสำคัญในการสร้างความยั่งยืนอีกด้วยค่ะ”

 นายสีหเดช มีเดช ตัวแทนนิสิตชายที่ร่วมเดินแบบ กล่าวว่า “การได้สวมใส่ผ้าไทยทำให้เกิดมุมมองใหม่ที่แตกต่างจากเดิม เพราะนอกจากจะสวมใส่สบายแล้ว ยังมีเอกลักษณ์และรายละเอียดที่โดดเด่นไม่แพ้แฟชั่นรูปแบบอื่น ผมรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มีโอกาสมาเดินแบบในครั้งนี้ พอได้ลองใส่ผ้าไทยจริง ๆ ก็รู้สึกว่าใส่สบายกว่าที่คิด อีกทั้งยังมีดีไซน์ที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์มาก และผมคิดว่าผ้าไทยในวันนี้มีการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยกับแฟชั่นสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ทำให้ดูโดดเด่นและสามารถสวมใส่ได้ทุกเพศทุกวัย อยากเชิญชวนให้ทุกคนลองหันมาสวมใส่ผ้าไทยกันมากขึ้น เพื่อช่วยกันเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง”

อย่างไรก็ตามงาน “ผ้าเปลี่ยนโลก” ครั้งนี้ ไม่ได้เพียงส่งต่อโอกาสและรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชนเท่านั้น แต่ยังจุดประกายให้คนรุ่นใหม่ได้มองผ้าไทยในมุมใหม่ ที่สามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน และยังเปิดมุมมองให้ใครหลายคนให้เห็นว่าผ้าแต่ละผืนไม่ได้มีเพียงความงดงาม แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราว ความตั้งใจ และภูมิปัญญาจากผู้คนในชุมชน ที่ควรค่าแก่การสืบสานและส่งต่อสู่คนรุ่นต่อไป

ทูตสหรัฐโชว์ฝีมือทำสเต็กเนื้อยูเอส เปิดตัวเทศกาล ‘American Beef Feast 2026’

11 กันยายน 2569 เวลา 11:45 น.

ใครเป็นสายเนื้อ เตรียมปักหมุดให้ดี เพราะ “เทศกาลเนื้อวัวอเมริกัน | American Beef Feast 2026” กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่เป็นปีที่ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยแบบจัดเต็มตลอด เดือนเต็ม ตั้งแต่วันที่ ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2026

ปีนี้ กูร์เมท์ วัน โดย พัชรินทร์ เหมอังกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท กูร์เมท์ วัน ฟู้ดส์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) เดินหน้าคัดสรรเนื้อวัวอเมริกันเกรดพรีเมียมที่ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่ม ความฉ่ำ และรสชาติที่เข้มข้นเป็นเอกลักษณ์ มาให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสประสบการณ์ความอร่อยแบบเหนือระดับกันอย่างทั่วถึง ผ่านเครือข่ายโรงแรมระดับ 5 ดาว ร้านอาหารชั้นนำ และช่องทางค้าปลีกที่เข้าร่วมแคมเปญในหลายจังหวัดสำคัญ ทั้งกรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต และจันทบุรี

งานเปิดตัว “เทศกาลเนื้อวัวอเมริกัน | American Beef Feast 2026” จัดขึ้น ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค โดยได้รับเกียรติจาก มร. ฌอน เค. โอนีลล์  ฯพณฯ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย, มร. อดัม เบรนสัน อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายเกษตร กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา ร่วมโชว์ฝีมือทำสเต็กเนื้อยูเอสให้ชมภายในงาน พร้อมด้วย ซาบรีน่า ยิน ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน สหพันธ์ผู้ส่งออกเนื้อสัตว์สหรัฐอเมริกา เข้าร่วมงานและมอบตราสัญลักษณ์พันธมิตรอย่างเป็นทางการของแคมเปญ (Official Campaign Partner Badge) ให้แก่ตัวแทนโรงแรม ร้านอาหาร และท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลครั้งนี้

เบื้องหลังแคมเปญครั้งนี้ คือ ความร่วมมือระหว่าง กูร์เมท์ วัน ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารชั้นนำของไทย กับ กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA) และ สหพันธ์ผู้ส่งออกเนื้อสัตว์แห่งสหรัฐอเมริกา (USMEF) นำเข้าเนื้อวัวพรีเมียมจากแบรนด์ชั้นนำของสหรัฐอเมริกาที่มีให้เลือกหลากหลายคัท เพื่อตอบโจทย์ทั้งเชฟมืออาชีพและสายทำอาหารที่บ้าน ได้แก่ USDA Prime, Choice และ Select จาก Swift แบรนด์เนื้อวัวยักษ์ใหญ่และเก่าแก่จากสหรัฐอเมริกา และ Imperial American Wagyu Beef แบรนด์เนื้อวัวพรีเมียมระดับไฮเอนด์ที่ใช้เทคนิคการผสมข้ามสายพันธุ์ ระหว่างสายพันธุ์วากิวญี่ปุ่นกับสายพันธุ์แองกัสของอเมริกา

สำหรับปีนี้ มีโรงแรมและร้านอาหารชั้นนำรวม 25 แห่ง ในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต และจันทบุรี ร่วมสร้างสรรค์เมนูพิเศษ  เพื่อมอบประสบการณ์การรับประทานที่แตกต่างและน่าจดจำยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันสำหรับคนที่ชอบเข้าครัวเอง เนื้ออเมริกันคุณภาพสูงเหล่านี้ยังมีจำหน่ายที่ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ 20 สาขาที่ร่วมรายการ และ ริมปิง ซุปเปอร์มาร์เก็ต เชียงใหม่อีก 5 สาขา ให้ผู้บริโภคได้เลือกสรรไปปรุงเมนูโปรดที่บ้านได้อย่างมั่นใจ

เนื้อวัวอเมริกันพรีเมียมนำเข้าสำหรับแคมเปญ American Beef Feast 2026 ได้แก่ Swift USDA Prime: เนื้อ Black Angus คุณภาพเยี่ยม ที่โดดเด่นทั้งลายไขมัน ความนุ่ม และความฉ่ำในทุกคำ ตอบโจทย์คนที่มองหามาตรฐานระดับสูงของเนื้อพรีเมียมตัวจริง Swift USDA Select & Choice: เนื้อวัวอเมริกันคัดพิเศษที่ให้ทั้งความนุ่ม รสชาติกลมกล่อม และลายไขมันที่สวยสม่ำเสมอ ผ่านการผลิตภายใต้มาตรฐานที่เข้มงวด มั่นใจได้ในคุณภาพ Imperial American Wagyu Beef: เนื้อวากิวอเมริกันพรีเมียมที่ผสานเสน่ห์ของสายพันธุ์วากิวจากญี่ปุ่นเข้ากับการเลี้ยงดูในฟาร์มแบบอเมริกันอย่างลงตัว ไขมันแทรกสูงพิเศษ ให้ความนุ่ม ชุ่มฉ่ำ และรสสัมผัสที่หรูหรากว่าเกรดทั่วไป

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2026 มาร่วมสัมผัสรสชาติแห่งความเป็นเลิศของเนื้ออเมริกันแองกัสและวากิวพรีเมียมจากแบรนด์ชั้นนำ ได้ทั้งมื้อพิเศษนอกบ้านและเมนูอร่อยที่บ้าน ภายใต้ “เทศกาลเนื้อวัวอเมริกัน | American Beef Feast 2026”

เปิดบทสนทนาแห่งประติมากรรม 3 รุ่น ‘The Spirit of Sculptors’ ย้อนชมผลงาน ‘ศิลป์ พีระศรี’ จากช่วงชีวิตในอิตาลีที่คนไทยไม่เคยเห็น

11 กันยายน 2569 เวลา 08:00 น.

ท่าพิพิธภัณฑ์ (Museum Pier) ร่วมกับ สำนักวิจัยศิลป์ พีระศรี (Silpa Bhirasri Research Center) ชวนย้อนรอยรากฐานและวิวัฒนาการของงานประติมากรรมไทยใน “The Spirit of Sculptors” นิทรรศการครั้งสำคัญที่รวบรวมผลงานประติมากรรมเชิงวิชาการ (Academic Sculpture) จากศิลปินและประติมากร ยุคสมัย ผู้มีอิทธิพลต่อวงการศิลปะแล ประติมากรรมของไทย ได้แก่ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีวัชระ ประยูรคำ ศิลปินและประติมากรชั้นครู และ วายุพัด รัตนเพชร ศิลปินและประติมากรรุ่นใหม่ เพื่อถ่ายทอดการส่งต่อองค์ความรู้ทางศิลปะ จากรากฐานวิชาการดั้งเดิมสู่การตีความและสร้างสรรค์ใหม่ในบริบทร่วมสมัย

ไฮไลต์สำคัญของนิทรรศการ คือการจัดแสดงผลงานของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ในช่วงเวลาที่ยังสร้างสรรค์งานศิลปะที่ประเทศอิตาลี ก่อนจะเดินทางมารับราชการในประเทศไทย โดยรวบรวมจากนักสะสมชั้นนำของไทย ทำให้ผลงานเกือบทั้งหมดที่นำมาจัดแสดงไม่เคยปรากฏต่อสายตาชาวไทยมาก่อน ถือเป็นโอกาสพิเศษที่ผู้ชมจะได้ย้อนสัมผัสหมุดหมายสำคัญบนเส้นทางชีวิตและจิตวิญญาณของบิดาแห่งศิลปะร่วมสมัยของไทย

ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี  ศิลปินชาวอิตาลี ได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทย” เป็นเจ้าของวลีดังอย่าง “พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว และ ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น”  มีผลงานชิ้นเด่นในประเทศไทยมากมาย  อาทิ ปั้นแบบและควบคุมการหล่อ ปฐมบรมราชานุสรณ์ปฐมกษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์  และอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี รวมถึงยังปั้นแบบประติมากรรมและควบคุมงานก่อนสร้างทั้งหมดของ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, พระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว,พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช,พระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์, สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ (เฉพาะพระเศียร)  ทำจากสำริด ถือเป็นผลงานชิ้นแรกที่ทำให้ศาสตราจาย์ศิลป์เป็นที่รู้จัก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (เฉพาะพระเศียร)  พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (ครึ่งพระองค์) พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล (เฉพาะพระเศียร) พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช  ครึ่งพระองค์ ปั้นไม่เสร็จ เพราะเสียชีวิตก่อน เป็นต้น

นิทรรศการยังนำเสนอผลงานชุดใหม่ของ วัชระ ประยูรคำ และ วายุพัด รัตนเพชร ที่ได้รับอิทธิพลจากฐานความคิดของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี โดยนำแกนกลางทางทฤษฎีและเทคนิคเชิงวิชาการมาตีความและต่อยอด เพื่อตอบสนองต่อบริบททางสังคมและศิลปะที่เปลี่ยนแปลงไป เกิดเป็นบทสนทนาข้ามยุคสมัยที่แสดงถึงความต่อเนื่องลื่นไหลและวิวัฒนาการของประติมากรรมไทยได้อย่างเด่นชัด

เพื่อรำลึกถึง ‘ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี’ บิดาแห่งศิลปะร่วมสมัยของไทย ผู้มีคุณูปการต่อประเทศในด้านศิลปะและการศึกษา ท่าพิพิธภัณฑ์ (Museum Pier) ขอเชิญชวนคนไทยร่วมชื่นชมผลงานชุดประวัติศาสตร์ในนิทรรศการ “The Spirit of Sculptors” พร้อมมอบส่วนลดค่าเข้าชมราคาพิเศษสำหรับนิทรรศการนี้โดยเฉพาะ ผู้ใหญ่: เพียง 150 บาท (ปกติราคา 250 บาท) นักเรียน นักศึกษา และเด็ก (ส่วนสูงไม่เกิน 90 ซม.): เพียง 100 บาท (ปกติ 150 บาท)

นิทรรศการจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน – 23 ตุลาคม 2026 : ท่าพิพิธภัณฑ์ (Museum Pier)  เวลาทำการ: 10.00 – 18.00 น. เว็บไซต์: museumpier.com FB: Museum Pier ท่าพิพิธภัณฑ์ IG: museumpier   และ TikTok: museumpier

คุณแหน: 11 กันยายน 2569

11 กันยายน 2569 เวลา 02:00 น.

ll วิรัตน์ รักษ์พันธ์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาคุณูปการของสถาบันพระมหากษัตริย์ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา พร้อมคณะไปศึกษาดูงาน ณ ศูนย์ศึกษาพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมี รณิดา เหลืองฐิติสกุล ผวจ.สกลนคร และ สรรรัตน์ ปวริญญานนท์ ผอ. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน ฯ ให้การต้อนรับ ซึ่งศูนย์นี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ ปชช. มีการรวบรวมงานศึกษา ทดลองด้านการเกษตร ปศุสัตว์ ประมง และเป็นแหล่งต้นแบบการพัฒนาและอนุรักษ์ดิน น้ำ ป่าไม้ รวมถึงการประยุกต์ใช้ทฤษฎีการพัฒนาฟื้นฟูป่าไม้ การถ่ายทอดองค์ความรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง..

ll ชื่นชม กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยกระดับบริการภาครัฐผ่านระบบออนไลน์ 87 กระบวนงาน ลดขั้นตอน ระยะเวลา และต้นทุนผู้ประกอบการ พร้อมใช้ AI และระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลตรวจสอบธุรกิจเสี่ยง ดันจดทะเบียนดิจิทัลพุ่ง 95.48%..๐

ll สภาเภสัชกรรม ร่วมกับ นาโนเทค สวทช. ยกระดับศักยภาพเภสัชกรไทย จัดอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรเภสัชกรนักปฏิบัติในการจัดการด้านยาโรคไตเรื้อรัง รุ่นที่ 2 โดยมีเภสัชกรเข้าร่วมเกือบ 500 คน..

ll ศ.(พิเศษ) เรวัต ฉ่ำเฉลิม เป็นประธานงาน บีซีซี แรลลี่ ครั้งที่ 31 Fantasy Circus กทม.-เขาใหญ่ จัดโดยสมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนฯ โดยมี สุเมธ สุรบถโสภณ, กู้ศักดิ์ สารกิติพันธ์, ดร.ศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์, สหรัตน์ เพ็ญกุล, บุญเลิศ เหลียงกอบกิจ, น.สพ.วิศรา โชคดีทวีอนันต์ และครอบครัวชาว BCC ไปร่วมกิจกรรมกันคับคั่ง..

ll เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ไทย–นิวซีแลนด์ โชค-สู่ขวัญ บูลกุล, เจนจิต ลัดพลี, ดร.ฉัตรชัย ธนาฤดี, ณิชชา โชคประจักษ์ชัด, ลฎาภา ทองคำ และ ทศธรรม เปี่ยมสมบูรณ์ ได้รับรางวัล “7 Friends of Education New Zealand for 7 Decades” ในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างไทยและนิวซีแลนด์ในงานการศึกษาสถานทูตนิวซีแลนด์ 2569 ..

ll ประภา ปูรณโชติ วันเกิดปีนีัทำบุญเลี้ยงพระจากวัดธาตุทอง 9 รูปที่บ้าน มีเพื่อนๆร่วมงานอย่างอบอุ่น อาทิ วิเชียร ชวลิต, อลงกรณ์ พลบุตร, กรรณิการ์ ตันบุญเอก, เยาวลักษณ์ แก้วเชิงชวัญ, คิรินทร์ ชูธรรมสถิตย์, ทัชชพล ประสบโชค..

ll กิตติ ภัทรเลาหะ บริจาคเงินสมทบโครงการศูนย์มะเร็งแบบบูรณาการ รพ.จุฬาลงกรณ์..

ll เพื่อนๆ BCC 129 ร่วมแสดงความเสียใจกับเพื่อน ประสิทธิ์ อิทธิกำจร ที่สูญเสียคุณแม่ นันทา อิทธิกำจร..

ll จรินทร์ทิพย์ ปฐมศักดิ์ แจ้ง FC ขนมไหว้พระจันทร์ ภัตตาคารเซียงปิงเหลา สืบสานตำนานสูตรลับกว่า 30 ปี หลากหลายไส้ มีจำหน่ายถึง 25 ก.ย. 9.00-1800 น. ทุกวัน ณ ที่ชั้น G รร.แกรนด์ไชน่าแบงค์คอก เยาวราช สั่งได้ที่โทร. 02-224-9977 ต่อ 711 หรือ 097-036-9828..

ll ดร.ชยธรรม์ พรหมศร นายกสมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย จัดงานใหญ่ที่โรงแรม Siam Kempinski Hotel Bangkok วันพุธ 16 ก.ย.เวลา 17.30 น เพื่อประกาศเกียรติคุณอดีตนักเรียนทุนรัฐบาลไทย ที่สมควรเข้าไปอยู่ใน Hall of Fame ของสมาคมฯ ด้านกฎหมาย ได้แก่ ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม,  ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ และ มีชัย ฤชุพันธุ์  ด้านวิทยาศาสตร์ ได้แก่ ศ.ดร.วีระ สูตะบุตร, และ ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ด้านสังคม ได้แก่  ดร.บุญปลูก ชายเกตุ และ ยรรยง พวงราช ด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ ดร.ศรีภูมิ ศุขเนตร , ดร.สมชัย สัจจพงษ์ และ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ด้านต่างประเทศ ได้แก่ วิทยา เวชชาชีวะ โดยมี เอกนิติ นิติทัณประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มากล่าวปาฐกถาเรื่อง Dream Beyond Yourself “จากความฝันของตัวเอง สู่การสร้างความฝันให้ประเทศ”..

น้องใหม่

ITD ประกาศจัดงาน ‘Southeast Asia Trade and Development Forum 2026’ ยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเวทีการค้า

10 กันยายน 2569 เวลา 22:30 น.

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD นำโดยคุณสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา ประกาศจัดงานแถลงข่าวการจัดกิจกรรมสัมมนาวิชาการ เวทีการประชุมระดับภูมิภาคด้าน การค้าและการพัฒนา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำปี 2569  (Southeast Asia Trade and Development Forum 2026) งานใหญ่แห่งปี ที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อดำเนินกิจกรรมประชาสัมพันธ์ เผยแพร่บทบาท ภารกิจ และการดำเนินงานในโครงการต่างๆ ให้บุคลากรภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ และประชาชน ทั่วไปได้รับรู้ เข้าใจ และเข้าถึงข้อมูล อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว

นอกจากนี้ ยังต้องการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสถาบัน ในฐานะหน่วยงานที่มีวัตถุประสงค์หลักในการจัดการอบรม และ สนับสนุนการค้นคว้าวิจัย ด้านการค้าระหว่างประเทศ การเงิน การคลัง การลงทุน การพัฒนา และสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อการส่งเสริม พัฒนา เพิ่มพูนศักยภาพบุคลากร ของประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียและอื่นๆ ในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 12.00 น. ณ ห้อง Mitr ชั้น 5 สามย่าน มิตรทาวน์

โดยคุณสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD กล่าวว่า “ITDมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเวทีการค้าและการพัฒนาระดับนานาชาติในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และหน่วยงานองค์กรระหว่างประเทศ”

‘Kindergarten Smiles’ ชมรมจิตอาสานักเรียนคอนคอร์เดียน เดินหน้าส่งต่อโอกาส-รอยยิ้มแก่เด็กๆ ทั่วประเทศไทย

10 กันยายน 2569 เวลา 22:21 น.

ชมรม Kindergarten Smiles โรงเรียนนานาชาติคอนคอร์เดียน (Concordian International School) เดินหน้าจัดกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง มุ่งสนับสนุนเด็ก ๆ ที่ขาดโอกาส พร้อมส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการทำงานจิตอาสา เรียนรู้คุณค่าของการเป็นผู้ให้ และร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้แก่สังคม

Kindergarten Smiles ก่อตั้งโดย Lapusrada Vatanalikit และ Patchat Kantakom ปัจจุบันดำเนินงานโดยประธานชมรม ลฎาภา ชุณหเสนีย์ (Ladapa Chunhasaenee) และ ฟ้าใส สงวนชาติ (Fahsai Sanguanchat) โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การวางแผน การเตรียมงาน ไปจนถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง

นับตั้งแต่ปี 2024 จนถึงปัจจุบัน ชมรมได้จัดกิจกรรมเยี่ยมเยียน มอบสิ่งของจำเป็น และทำกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกับเด็ก ๆ ในโรงเรียนและสถานสงเคราะห์หลายแห่ง ทั้งในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ชนบทของประเทศไทย กิจกรรมดังกล่าวไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการบริจาคสิ่งของเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมโดยตรง ผ่านการพูดคุย เล่นเกม ทำกิจกรรม และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน

ที่ผ่านมา ชมรม Kindergarten Smiles ได้ดำเนินกิจกรรมในหลายพื้นที่ อาทิ HDF Mercy Centre บ้านเด็กอ่อนเสือใหญ่ Satit Bangkeaw และบ้านนกขมิ้น รวมถึงเข้าร่วมโครงการพัฒนาและก่อสร้างโรงเรียนวัดสง่างาม (สุทธิเกียรติวิทยา) จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ชนบท เพื่อร่วมส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้และการเติบโตของเด็ก ๆ

การดำเนินงานของชมรมยังช่วยให้นักเรียนคอนคอร์เดียนได้เรียนรู้วิถีชีวิตและบริบทของชุมชนที่มีความหลากหลาย ตลอดจนพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม ความรับผิดชอบ การประสานงาน และจิตสาธารณะ โดย ลฎาภา ชุณหเสนีย์ ในฐานะประธานชมรม มีบทบาทสำคัญในการนำทีมและประสานการทำงานของสมาชิกให้เป็นไปตามเป้าหมาย พร้อมผลักดันให้กิจกรรมจิตอาสาสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากการจัดกิจกรรมในพื้นที่แล้ว Kindergarten Smiles ยังได้จัดทำสมุดระบายสีจำนวน 2 รุ่น ได้แก่ Version 1 และ Version 2 รวมถึงเสื้อชมรม เพื่อเป็นสื่อในการเผยแพร่ภารกิจ สร้างการรับรู้ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากผู้ที่สนใจ

Kindergarten Smiles มุ่งมั่นดำเนินงานจิตอาสาอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าการสร้างสังคมที่ดีสามารถเริ่มต้นได้จากการมีส่วนร่วมของเยาวชน กิจกรรมของชมรมจึงเป็นทั้งการส่งต่อความช่วยเหลือแก่เด็ก ๆ ที่ขาดโอกาส และการปลูกฝังให้นักเรียนตระหนักถึงบทบาทของตนเองในการร่วมสร้างประโยชน์และความเปลี่ยนแปลงให้แก่สังคมอย่างยั่งยืน

‘ปอป้อ แพนเค้ก บี้’ร่วมงานเปิดเกม DITP กับหมากใหญ่ THINK THAILAND : NEXT LEVEL ดันเสน่ห์สุขภาพแบบไทย

11 กันยายน 2569 เวลา 14:14 น.

ในวันที่ผู้บริโภคทั่วโลกไม่ได้มองหาเพียงสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ แต่ยังให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิต” และ “สุขภาวะที่ดี” มากกว่าที่เคย อุตสาหกรรม Wellness จึงกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellness)  อาหารเพื่อสุขภาพ ความงาม สปา การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ตลอดจนผลิตภัณฑ์และบริการที่ช่วยสร้างสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ 

รายงาน Global Wellness Economy: Country Ranking Report จากสถาบันวิจัย Global Wellness Institute (GWI) องค์กรวิจัย การศึกษา และสถิติระดับสากลสำหรับอุตสาหกรรมเศรษฐกิจด้านสุขภาพ (Wellness Economy)  เปิดเผยว่าตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของประเทศไทยในปี 2567 ขยายตัวถึง 10% เมื่อเทียบกับปี 2566 หรือนับเป็นมูลค่าจาก 38.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มเป็น 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

อุตสาหกรรมสุขภาพ (Wellness) ของไทยเติบโตอย่างโดดเด่น โดยจัดอยู่ในอันดับที่ 24 ของโลกและอันดับ 9 ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีอุตสาหกรรมสุขภาพของไทยที่สร้างมูลค่าสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่สร้างมูลค่าสูงสุดกว่า 14.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 15 ของโลก การแพทย์แผนดั้งเดิมและทางเลือกสร้างมูลค่า 3.23 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 18 ของโลก และธุรกิจสปาสร้างมูลค่า 1.88 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 18 ของโลก โดยกลุ่มสปาเชิงการแพทย์ (Medical Spa) มีการขยายตัวแบบก้าวกระโดดที่ 13.8%

เจาะหมากใหญ่ขยับธุรกิจ Wellness ไทยสู่ตลาดโกลบอล

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้เดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่องเพื่อต่อยอดการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและขยายโอกาสทางการค้าในระดับนานาชาติ กลุ่มสินค้าและบริการสุขภาพ ความงาม และ Wellness ผ่านการจัดคณะผู้แทนการค้าและการร่วมงานแสดงสินค้าระดับโลก พร้อมวางแผนเชิงรุกปี 2570 “ขับเคลื่อนธุรกิจ Wellness ไทยสู่ตลาดโลก” เพื่อขยายโอกาสทางการค้าในตลาด Niche ได้แก่ การมุ่งเจาะกลุ่มสปาหรู (Luxury Spa) ในตลาดยุโรป กลุ่มบริการทางการแพทย์ (Medical) ในตะวันออกกลาง

กลุ่มบริการเสริมความงามและการนวดในจีน และกลุ่มนวัตกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุในญี่ปุ่น เพื่อต่อยอดเศรษฐกิจสุขภาพไทยสู่สากลอย่างยั่งยืน โดยผลการดำเนินงานผลักดันผู้ประกอบการสู่ตลาดนานาชาติสามารถสร้างมูลค่าการเจรจาการค้าได้ถึง 468.44 ล้านบาทในปี 2568 ผ่านการจัดกิจกรรมคณะผู้แทนการค้า 6 ครั้ง (กัมพูชา ญี่ปุ่น ซาอุดีอาระเบีย เวียดนาม และจีน 2 เมือง) รวมถึงการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า Cosmoprof 2024 ณ เมืองฮ่องกง และ 159.60 ล้านบาทในปี 2569 จากกิจกรรมคณะผู้แทนการค้า 3 ครั้ง (ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเวียดนาม) และการเข้าร่วมงาน Cosmoprof 2025 ณ เมืองฮ่องกง

ก้าวต่อไป เมื่อประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพ Global Wellness Summit 2026

การเติบโตของธุรกิจด้าน Wellness ของประเทศไทย ไม่ใช่เพียงกระแสที่เกิดขึ้นชั่วคราว แต่เป็นสิ่งที่สั่งสมมาอย่างยาวนานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ทรัพยากรธรรมชาติ การแพทย์ การบริการ และวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม จนได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้าน Wellness ของโลก พร้อมต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและขยายโอกาสทางการค้าในระดับนานาชาติ และในปี 2569 นี้ ประเทศไทย จะเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดด้านสุขภาพระดับโลก (Global Wellness Summit) ครั้งที่ 20 ซึ่งเป็นการรวมตัวของผู้นำระดับนานาชาติ ในการร่วมกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมด้านสุขภาพ โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-13 พฤศจิกายน 2569 นี้

ความท้าทายและโอกาสในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Wellness

ตลาดส่งออกสินค้า Wellness และสมุนไพรไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อตลาดหลักเดิมเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น (-15.56%) ที่โดนผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่าและเศรษฐกิจซบเซา ออสเตรเลีย (-22.25%) ที่ผู้บริโภคต้องประหยัดจากภาระหนี้ครัวเรือนและดอกเบี้ยสูง หรือจีนที่เติบโตแบบทรงตัว (+1.05%) ที่คนรุ่นใหม่หันไปอินกับแบรนด์ในประเทศมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สินค้าไทยยังคงมีทางรอดและโอกาสใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มเพื่อนบ้านอาเซียนอย่างฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย และเมียนมา ที่ยังคงโตต่อเนื่องเพราะเชื่อมั่นในคุณภาพและมองว่าสินค้าไทยหรูหราในราคาที่จับต้องได้ “Affordable Luxury”  รวมไปถึงขุมทรัพย์ใหม่อย่างตะวันออกกลาง ทั้งซาอุดีอาระเบีย  (+25.51%) และ UAE (+22.82%) ที่มีกำลังซื้อสูงมากและหลงใหลในเครื่องหอมกับน้ำมันหอมระเหยของไทย สถานการณ์นี้จึงเป็นสัญญาณเตือนว่า ผู้ประกอบการไทยจะเน้นขายเน้นปริมาณแบบเดิมไม่ได้อีกต่อไป แต่ต้องเร่งใส่ “นวัตกรรม” ยกระดับภูมิปัญญาไทยด้วยวิทยาศาสตร์ และหันมาจับตลาดใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในเวทีโลก และสร้างมูลค่าเพิ่มในระดับ NEXT LEVEL ต่อไป

เมื่อแคมเปญ THINK THAILAND : NEXT LEVEL พร้อมยก Wellness ตอบโจทย์เมกะเทรนด์โลก

เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกเปลี่ยนจากการ “ซื้อสินค้า” ไปสู่การ เลือกรูปแบบ “ไลฟ์สไตล์” การยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถตอบโจทย์ตลาด Wellness จึงเป็นภารกิจสำคัญ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าต่อยอดแคมเปญ THINK THAILAND : NEXT LEVEL ผลักดัน Wellness ให้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเสาหลักของการส่งเสริมการค้าไทย ภายใต้แนวคิด Thai to Global — From Local Value to Global Vision มุ่งสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้สินค้าและบริการไทยเชื่อมโยงกับวิถีแห่งสุขภาวะ พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในตลาดโลก

ขับเคลื่อนแบรนด์ไทยสู่เวทีโลก ผ่าน 3 แบรนด์แอมบาสเดอร์

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า แคมเปญ THINK THAILAND : NEXT LEVEL ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2567 มีเป้าหมายในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับตลาดโลกอย่างครบวงจร โดยมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และอัตลักษณ์ความเป็นไทย ในปีนี้ DITP มุ่งผลักดันสินค้าและบริการด้าน Wellness ไทย มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ นวัตกรรมสุขภาพ และบริการที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนรักสุขภาพ ให้สามารถขยายโอกาสทางการค้า สร้างการยอมรับ และแข่งขันได้ในเวทีโลก ผ่านการนำเสนอจุดเด่นของสินค้าและบริการไทยที่มีเอกลักษณ์ สร้างสรรค์ นวัตกรรม และมีคุณภาพ ทั้งในกลุ่มบริการทางการแพทย์และความงาม บริการส่งเสริมสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและเวชสำอาง อาหารสุขภาพ และสินค้าไลฟ์สไตล์ เป็นต้น

ล่าสุดกับการเปิดตัว 3 แบรนด์แอมบาสเดอร์ ซึ่งเป็นตัวแทนสะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมไทยใน 3 สาขาหลัก ได้แก่ แฟชั่น อาหาร และ Wellness เพื่อประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์สินค้าบริการไทยสู่สายตาผู้ซื้อ ผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า และผู้บริโภคในตลาดโลก

“ปอป้อ–ทรัพย์สิรี” แชมป์โลกนักแบดมินตันหญิง ชูศักยภาพ Wellness ไทย

ปอป้อ–ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย นักแบดมินตันหญิงทีมชาติไทย เจ้าของแชมป์โลกและอดีตนักกีฬาอันดับ 1 ของโลกประเภทคู่ผสม รับบทแบรนด์แอมบาสเดอร์ด้าน Wellness ของแคมเปญ THINK THAILAND : NEXT LEVEL ถ่ายทอดศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางด้านสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สู่สายตาผู้บริโภคทั่วโลก ด้วยภาพลักษณ์ของนักกีฬาระดับโลกที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง วินัย ความเป็นมืออาชีพ และการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ปอป้อจึงเป็นตัวแทนที่สะท้อนคุณค่าของ Wellness ได้อย่างชัดเจน ทั้งในมิติของการมีสุขภาวะที่ดี การใช้ชีวิตอย่างสมดุล และการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพ สร้างการรับรู้ว่าไทยไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นจุดหมายด้าน Wellnessที่ครบวงจรและมีศักยภาพในการแข่งขันบนเวทีโลก ภาพลักษณ์ดังกล่าวไม่ได้สะท้อนผ่านบุคคลต้นแบบเท่านั้น แต่ยังได้รับการต่อยอดสู่ผู้ประกอบการไทยที่สามารถพัฒนาสินค้าและบริการด้าน Wellness ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และอัตลักษณ์ความเป็นไทย จนสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างโดดเด่น

ดึง “แพนเค้ก เขมนิจ – บี้ ธรรศภาคย์” ร่วมบูมแฟชันและอาหารไทยมัดใจชาวโลก

นอกจากนี้ยังมี แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ นางแบบและนักแสดงผู้มีประสบการณ์ในวงการแฟชั่นทั้งในและต่างประเทศ มาร่วมถ่ายทอดภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยในฐานะตัวแทนของความคิดสร้างสรรค์และมาตรฐานระดับสากล สะท้อนจุดแข็งของแฟชั่นไทยที่หลอมรวมงานหัตถศิลป์ ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และการออกแบบร่วมสมัยไว้ในผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ และในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารมี บี้ ธรรศภาคย์ ชี นักร้องและนักแสดงไทยผู้ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักในประเทศจีน เป็นตัวแทนถ่ายทอดศักยภาพของอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่สายตาผู้บริโภคทั่วโลก โดยอาศัยภาพลักษณ์ของศิลปินไทยที่ได้รับการยอมรับในตลาดต่างประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นต่อสินค้าอาหารไทยในวงกว้าง

ทั้งนี้ DITP เล็งเห็นการต่อยอดความสำเร็จของสินค้าและบริการด้าน Wellness เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศ ที่ผสานศักยภาพทั้งด้านภูมิปัญญา วัฒนธรรม การบริการ และนวัตกรรม มาต่อยอดเป็นสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม ยกระดับผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับตลาดโลก และขยายเครือข่ายเชิงรุก รักษาส่วนแบ่งในตลาดหลักและเจาะตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ ผ่านกิจกรรมเจรจาธุรกิจ การจัดตั้งคณะผู้แทนการค้าเยือนต่างประเทศ และเข้าร่วมงานแสดงสินค้าทั้งในระดับประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน Wellness ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการของ DITP สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://www.ditp.go.th, Facebook : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ DITP, LINE Official @DITP หรือสายด่วน 1169 และติดตามโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศผ่านเว็บไซต์ https://thinkthailand.ditp.go.th, http://WWW.THAITRADE.COM, https://nea.ditp.go.th

#Thinkthailandnextlevel #Thaitoglobal #Thinkthailand #DITP

#คิดจะส่งออกนึกถึงDITP