มหกรรมคอนเสิร์ต’พัทยา สงกรานต์ วันไหล 2026’ยกระดับสงกรานต์ไทยสู่เทศกาลระดับโลก

มหกรรมคอนเสิร์ต'พัทยา สงกรานต์ วันไหล 2026'ยกระดับสงกรานต์ไทยสู่เทศกาลระดับโลก

มหกรรมคอนเสิร์ต’พัทยา สงกรานต์ วันไหล 2026’ยกระดับสงกรานต์ไทยสู่เทศกาลระดับโลก

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.50 น.

เมืองพัทยาเตรียมสร้างปรากฏการณ์มหกรรมวันไหลริมทะเลสุดยิ่งใหญ่ระดับโลก!! การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา, เมืองพัทยา และ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี  ผนึกกำลังร่วมกับ MONOMAX (โมโนแม็กซ์) จัดงาน “พัทยา สงกรานต์ วันไหล 2026”   โดยปีนี้นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศ “วันไหลริมทะเล” อย่างเต็มรูปแบบ   ครอบคลุมตลอดแนวชายหาดพัทยาเหนือจรดใต้ ท่ามกลางความคึกคักที่ผสานเสน่ห์วัฒนธรรมไทยเข้ากับความบันเทิงสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว   พร้อมยกระดับสงกรานต์ไทยสู่เทศกาลระดับโลก

ไฮไลต์สำคัญคือมหกรรมวันไหลริมทะเลสุดยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 17–19 เมษายน 2569 เวลา 12.00–24.00 น. ณ ชายหาดพัทยากลาง เปิดให้เข้าร่วมงานฟรีตลอดทั้งงาน พร้อมศิลปินชั้นนำของประเทศ อาทิ INK Waruntorn, Tattoo Colour, 4EVE, Jeff Satur, New Country, Lipta, PROXIE, THX, F.HERO, INDIGO, Maiyarap และ Joeyboy ที่จะมาร่วมสร้างสีสันและความมันส์ตลอด 3 วันเต็ม  พิเศษสุดในวันที่ 19 เมษายน 2569 เตรียมพบกับการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอล Premier League คู่บิ๊กแมตช์ระหว่าง Liverpool พบ Everton จากสนาม Hill Dickinson Stadium ให้แฟนบอลได้ร่วมเชียร์อย่างใกล้ชิดริมชายหาด

คุณชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา กล่าวว่า “ขอบคุณ Monomax ที่ปักหมุดแลนด์มาร์คความมันส์ริมหาดพัทยา ในงาน “พัทยา สงกรานต์ วันไหล 2026”  งานนี้ถือเป็นการยกระดับเทศกาลสงกรานต์ไทยสู่เวทีระดับสากล  โดยพัทยามีศักยภาพในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีความพร้อมรอบด้าน ทั้งทำเลที่ตั้งใกล้กรุงเทพมหานคร การเดินทางสะดวกสบาย แหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย  รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน รองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทั้งนี้คาดว่าการจัดงานตลอด 3 วัน จะสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาทต่อวัน  และมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 100,000 คน สะท้อนถึงความนิยมของพัทยาในฐานะจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์”

คุณดํารงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา กล่าวเชิญชวนว่า “งานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “สาด เชียร์ มันส์” ที่ผสานกิจกรรมเล่นน้ำริมชายหาด การถ่ายทอดสดฟุตบอล และคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังไว้ในงานเดียวกัน พร้อมทั้งยังคงเอกลักษณ์ของประเพณีสงกรานต์ไทย ผ่านกิจกรรมทำบุญตักบาตร รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ขบวนแห่บุปผชาติ และกิจกรรม “สาด ศิลป์ ริมทะเล” รวมถึงโซนอาหารท้องถิ่น “หาบ เล แผง ลอย” กว่า 100 ร้านค้า ที่สะท้อนอัตลักษณ์วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรีอย่างครบถ้วน”

ในด้านมาตรการความปลอดภัย  พ.ต.อ.เอนก   สระทองอยู่  ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร

เมืองพัทยา   เปิดเผยว่า “ได้มีการบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 300 นาย   พร้อมติดตั้งระบบกล้อง AI และ CCTV ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั่วเมือง  เพื่อดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด   รวมถึงการจัดเส้นทางจราจรเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน”

ขณะที่ คุณหทัยทิพย์ หมัดจุ้ย ผู้อำนวยการธุรกิจ Monomax บริษัท โมโนสตรีมมิ่ง จำกัด กล่าวว่า “การจัดงานในครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ความบันเทิงรูปแบบใหม่ที่ผสานดนตรี กีฬา และวัฒนธรรมเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ต้องการประสบการณ์หลากหลายในพื้นที่เดียวกัน นอกจากคอนเสิร์ตจากศิลปินแถวหน้าของเมืองไทยแล้ว เรายังมีไฮไลต์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอล Premier League ริมชายหาด    ซึ่งถือเป็นการนำเสนอคอนเทนต์กีฬาระดับโลกควบคู่ไปกับบรรยากาศเทศกาลไทยได้อย่างโดดเด่น และสะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาอีเวนต์เชิงสร้างสรรค์สู่ระดับนานาชาติ ทั้งยังมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของเทศกาลสงกรานต์ไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในเวทีโลกอย่างยั่งยืน”

โดยการยืนยันความพร้อมในครั้งนี้ คุณพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัทลอตเตอรี่พลัส จำกัด ในฐานะผู้สนับสนุนภาคเอกชน    พร้อมด้วยศิลปิน THX  ได้แก่ แบมแบม-บุตรี กัลย์จารึก, ตาต้า-ปุณณวรรณ ลีลาบูรณธนกูร, เชียร์-จิญาพัฒน์ ตันติกิตติชัยกุล และ ซินดี้-ซินดี ชมิด ตัวแทนศิลปินที่จะร่วมสร้างสีสันความสนุก “สาด เชียร์ มันส์”  ในงาน  “พัทยา สงกรานต์ วันไหล 2026”  ได้เข้าร่วมตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของการจัดงานในครั้งนี้ ซึ่งไม่เพียงสะท้อนถึงศักยภาพของเมืองพัทยาในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและความบันเทิงระดับนานาชาติ แต่ยังถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่ไม่ควรพลาดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้

#MONOMAXวันไหลพัทยา2026 #MonomaxSongkranPattaya #วันไหลพัทยา2026 #งานวันไหลสุดMax

สลัดลุคหวาน’ใหม่ ดาวิกา’แปลงโฉมลุคศิลปินอินเตอร์เท่ระเบิด

สลัดลุคหวาน'ใหม่ ดาวิกา'แปลงโฉมลุคศิลปินอินเตอร์เท่ระเบิด

สลัดลุคหวาน’ใหม่ ดาวิกา’แปลงโฉมลุคศิลปินอินเตอร์เท่ระเบิด

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.15 น.

เป็นกระแสฮือฮาไปทั่วโลกโซเชียลทันที เมื่อนางเอกสาวแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง “ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่” ลุกขึ้นมาสลัดภาพจำสาวหวานผมยาว สวมวิญญาณศิลปินต่างประเทศขนานแท้ในลุคใหม่ที่ทำเอาแฟนคลับถึงกับต้องขยี้ตา!

ในภาพเซตนี้ ใหม่ ดาวิกา มาในลุคผมสั้นสีบลอนด์สว่าง เซตทรงแบบ Messy Hair ที่ให้ความรู้สึกดิบและเท่ ผสานกับการแต่งหน้าที่เน้นงานผิวและริมฝีปากสีแดงสด ตัดกับแจ็กเก็ตหนังสีดำตัวโคร่ง และเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านใน เสริมความไฮเอนด์ด้วยดีเทลสร้อยคอโลหะที่คอเสื้อ บอกเลยว่าลุคนี้ “เท่สุดใจตัวจริง” และดูอินเตอร์แบบสุดๆด้วยโครงหน้าที่คมชัดและดวงตาที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้การแปลงโฉมครั้งนี้ดึงเสน่ห์ของความเป็น ลูกครึ่งไทย-เบลเยียม ออกมาได้อย่างเต็มพิกัด ไม่ว่าจะโพสต์ท่าไหนก็ดูเหมือนหลุดออกมาจากหน้าปกนิตยสารดนตรีระดับโลก หรือมิวสิกวิดีโอของศิลปินสากลแถวหน้า “ลุคนี้คือที่สุด! ใหม่ ดาวิกา พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเธอคือ ‘กิ้งก่าเปลี่ยนสี’ แห่งวงการบันเทิงที่ไม่ว่าจะหยิบจับสไตล์ไหนก็เอาอยู่ทุกลุคจริงๆ”

‘ความรวย’ กลายเป็นฝันร้าย‘ใบเตย’ เข็ดขยาดเจอใครรวยผิดปกติต้องถอยหนี

‘ความรวย’ กลายเป็นฝันร้าย‘ใบเตย’ เข็ดขยาดเจอใครรวยผิดปกติต้องถอยหนี

‘ความรวย’ กลายเป็นฝันร้าย‘ใบเตย’ เข็ดขยาดเจอใครรวยผิดปกติต้องถอยหนี

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.52 น.

คนน่ากลัวคือเพื่อนเราทั้งหมด! ใบเตย อาร์สยาม ออกมาเปิดหมดเปลือกถึงชีวิตที่ยิ่งกว่าละครน้ำเน่า พร้อมเผยถึง ‘มิตรภาพ’ และ ‘ความรวย’ กลายเป็นฝันร้าย!จนกลายเป็น“โรคกลัวคนรวย” ถ้าเจอใครรวยผิดปกติคือถอยหนี!

โดยงานนี้ ‘ใบเตย’ยอมรับกลางรายการว่าตอนนี้มีอาการ ระแวงคนรวย โดยเฉพาะใครที่ดูรวยแบบไม่มีที่มาที่ไป เธอขอปฏิเสธงานพรีเซนเตอร์ไปนับไม่ถ้วน เพราะเข็ดกับภาพลวงตา!“พี่มดดำรู้ไหม…คนที่น่ากลัวที่สุดคือเพื่อนเราทั้งหมดในชีวิต!”ประโยคนี้ทำเอาสะดุ้งกันทั้งสตูดิโอ เมื่อเธอเผยว่าบทเรียนที่ได้รับมันสอนให้รู้ว่า ‘หน้ากาก’ ของคนรวยและคำว่าเพื่อน บางทีมันก็มาพร้อมกับคดีความ!ส่วนเรื่องเตียงหักเพราะสมองไม่เหมือนเดิมหลายคนสงสัย ทำไมถึงไปต่อไม่ได้ทั้งที่รักกัน ‘ใบเตย’ขอพูดชัดถึงสภาวะ กลายพันธุ์ หลังออกจากเรือนจำ!พฤตินัยคือจบไม่ใช่แค่หย่าตามกฎหมาย แต่สภาพจิตใจมันพังจนจูนกันไม่ได้”ระบบนิเวศในสมองมันไม่เหมือนเดิม” การต้องอยู่ข้างในนานๆ ทำให้คนเราเปลี่ยนไปจนคนข้างนอกจินตนาการไม่ถึงฝั่งพี่แมนเองก็ยอมรับว่าความเครียดที่สั่งสมมาตั้งแต่เริ่มมีคดี มันทำลายความสุขในครอบครัวจนหมดสิ้นกว่าจะกลับมายิ้มได้ ใบเตยเผยว่าเคยคิด #ไม่อยากอยู่บนโลกนี้ ร้องไห้ทุกวัน ตื่นมาร้องไห้ ก่อนนอนร้องไห้ และยังคงต้องพบแพทย์เพื่อรักษาอาการซึมเศร้าอย่างต่อเนื่อง”หนูสัญญาว่าจะเป็นกระบอกเสียงให้ผู้หญิงข้างใน… ว่าเราทุกคนเริ่มใหม่ได้”

คนไทยภูมิใจ! มิลลิ สร้างประวัติศาสตร์ คว้าอันดับ 4 Show Me The Money 12

คนไทยภูมิใจ! มิลลิ สร้างประวัติศาสตร์ คว้าอันดับ 4 Show Me The Money 12

คนไทยภูมิใจ! มิลลิ สร้างประวัติศาสตร์ คว้าอันดับ 4 Show Me The Money 12

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.50 น.

แม้จะไม่ได้คว้าแชมป์ Show Me The Money ซีซัน 12 แต่ “MILLI (มิลลิ)” ก็คว้าแชมป์ในใจคนไทยทุกคนอย่างแท้จริง! 

3 เมษายน 2569 รูดม่านปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ Show Me The Money ซีซัน 12 ซึ่งแรปเปอร์สาวชาวไทยจากค่าย YUPP! อย่าง MILLI ก็สร้างประวัติศาสตร์ เป็นแรปเปอร์ต่างชาติคนแรกที่ทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ และเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา (2 เมษายน 2569) เธอก็คว้าอันดับ 1 สำหรับ Global Vote หลังจากนั้นโชว์ในรอบไฟนอลของเธอก็สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แฟนๆ ในห้องส่งและทีมหน้าจอได้ตกตะลึงกันอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นท่อนแร็ปสุดดุเดือด มากับคอนเซ็ปต์ “MSG” นั่นก็คือ Money Stage Glory และ Master Still Growing การใส่ดนตรีสามช่าแบบไทยสไตล์สุดครื้นเครงลงไปในบีต ให้ได้เซิ้งให้ได้แดนซ์กันแบบยับๆ ได้ Omega Sapien แรปเปอร์หนุ่มสุดซ่าชาวเกาหลีใต้มาร่วมสเตจ แถมยังมาพร้อมคอสตูม “เชฟมิลลิ” ที่ขอเสิร์ฟรสชาติใหม่ในการแร็ปแบบสุดขั้วให้ทุกคนได้ทึ่งแบบอ้าปากค้าง!

ทว่าท้ายที่สุด เมื่อรวมคะแนนจากการโหวตทุกช่องทาง MILLI คว้าอันดับที่ 4 Show Me The Money ซีซัน 12 ไปครองอย่างน่าภาคภูมิใจ

และ MILLI ยังไม่หยุดอยู่แค่ที่เกาหลีใต้ รอเซอร์ไพรส์ต่อไปจากแรปเปอร์สาวคนนี้… เร็วๆ นี้

หน้าเด็กโกงอายุ จอย รินลณี โพสต์ภาพคู่ดอกบัว ละมุนเกินต้าน

หน้าเด็กโกงอายุ จอย รินลณี โพสต์ภาพคู่ดอกบัว ละมุนเกินต้าน

หน้าเด็กโกงอายุ จอย รินลณี โพสต์ภาพคู่ดอกบัว ละมุนเกินต้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.41 น.

2 เมษายน 2569 ทำเอาโซเชียลฮือฮาอีกครั้ง สำหรับนางเอกสาวมากฝีมือ “จอย รินลณี” ที่ล่าสุดปล่อยภาพเซตใหม่ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว กับลุคสบายๆ พร้อมถือดอกบัว ตามเทรนด์ยอดฮิตของวัยรุ่นยุค Gen Z

ภาพเซตดังกล่าวมาในโทนแสงแดดอ่อนๆ บรรยากาศละมุน ผสานกับความสวยแบบคลาสสิกของเจ้าตัวได้อย่างลงตัว จนแฟนๆ ต่างพากันชื่นชมในความออร่าพุ่ง และความหน้าเด็กที่แทบไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ

ภาพจาก : จอย รินลณี ศรีเพ็ญ

‘คุณน้ำผึ้ง’พาชมวังเก่าเล่าวิถีจะบังติกอที่ปัตตานี

‘คุณน้ำผึ้ง’พาชมวังเก่าเล่าวิถีจะบังติกอที่ปัตตานี

‘คุณน้ำผึ้ง’พาชมวังเก่าเล่าวิถีจะบังติกอที่ปัตตานี

วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.52 น.

 สัปดาห์นี้ “คุณน้ำผึ้ง – ดร.หม่อมหลวงณฐภา” ยังอยู่ที่ จ.ปัตตานี    คราวนี้จัดเต็มทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และของอร่อยเมืองปัตตานี!…เริ่มจากย้อนรอยอดีตที่ “วังเก่าจะบังติกอ” ชมร่องรอยประวัติศาสตร์ของ 1 ใน 7 หัวเมืองปัตตานีในอดีต ถ่ายรูปกับกำแพงวังเก่า และชมอาคารที่ถูกปรับปรุงใหม่แต่ยังคงกลิ่นอายความคลาสสิก ด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศิลปะมลายู อินเดีย ชวา และจีนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ฟินกับ “ขนมอาเก๊าะ” สูตรโบราณ แวะร้านเด็ดหน้าวังเก่า ชิมขนมพื้นเมืองยอดฮิตในช่วงเดือนรอมฎอน ที่ยังคงความออริจินัลด้วยการอบจากเตาถ่านเปลือกมะพร้าว (ใช้ไฟบน-ล่าง) จนขนมสุกเป็นสีเหลืองทอง หอมกรุ่นน่าทานสุดๆ ตะลุย “ตลาดรอมฎอน ซี.เอส.ปัตตานี” สัมผัสวิถีชีวิตและสีสันของเดือนแห่งการถือศีลอด เดินช้อปเพลินๆ ละลานตากับอาหารคาว หวาน และขนมพื้นเมืองที่มีให้เลือกแบบจุใจกว่า 200 ร้านค้า!.. ห้ามพลาดเรื่องราวสุดเอ็กซ์คลูซีฟและวิถีชีวิตสุดโลคอลทั้งหมดนี้ ในรายการ เที่ยวละไมไทยแลนด์เวิลด์ วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน เวลา 04.55 น. ทางช่อง 3กด33 ดูทีวี กด33 ดูมือถือกด 3 Plus

#เที่ยวละไมไทยแลนด์เวิลด์ #ปัตตานี #วังเก่าจะบังติกอ #ขนมอาเก๊าะ #ตลาดรอมฎอน #เที่ยวไทย #UnseenThailand

แฟนคลับรอลุ้น! ลิซ่า จ่อสร้างประวัติศาสตร์ ร่วมร้องเพลงฟุตบอลโลก2026

แฟนคลับรอลุ้น! ลิซ่า จ่อสร้างประวัติศาสตร์ ร่วมร้องเพลงฟุตบอลโลก2026

แฟนคลับรอลุ้น! ลิซ่า จ่อสร้างประวัติศาสตร์ ร่วมร้องเพลงฟุตบอลโลก2026

วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.23 น.

กระแสฮือฮาในวงการเพลงและกีฬา เมื่อมีรายงานว่า ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า BlackPink ศิลปินเคป็อประดับโลกชาวไทย มีลุ้นเข้าร่วมโปรเจกต์ใหญ่ ด้วยการขับร้องเพลงประกอบการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้าย

รายงานระบุว่า เพลงที่ใช้ชื่อว่า “GOALS” ถูกนำไปจดทะเบียนกับ ASCAP องค์กรดูแลลิขสิทธิ์ด้านดนตรีในสหรัฐอเมริกา โดยมีรายชื่อศิลปินระดับโลกอยู่ในเครดิต ไม่ว่าจะเป็น Anitta, Rema และ Tropkillaz รวมถึงลิซ่าที่มีชื่อร่วมอยู่ด้วย

ที่น่าสนใจคือ ในข้อมูลเครดิตของเพลงยังปรากฏชื่อของ FIFA ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า “GOALS” อาจถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในเพลงอย่างเป็นทางการของทัวร์นาเมนต์ระดับโลกครั้งนี้

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 จะจัดขึ้นใน 3 ประเทศเจ้าภาพ ได้แก่ เม็กซิโก แคนาดา และ สหรัฐอเมริกา ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการขยายจำนวนทีมเข้าร่วมแข่งขันเป็น 48 ชาติ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการจาก FIFA ว่าเพลงดังกล่าวจะถูกใช้ในฟุตบอลโลก 2026 จริงหรือไม่ แต่หากโปรเจกต์นี้เกิดขึ้นจริง ลลิษา มโนบาล จะมีโอกาสกลายเป็นศิลปินไทยคนแรกที่ได้มีส่วนร่วมในเพลงประกอบมหกรรมฟุตบอลโลก สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญบนเวทีโลกอีกครั้ง

‘ชมพู่ อารยา’เผยตัวตน Introvert แบบไม่เสิร์ฟใคร ไม่ต้องพยายามให้ทุกคนชอบ

'ชมพู่ อารยา'เผยตัวตน Introvert แบบไม่เสิร์ฟใคร ไม่ต้องพยายามให้ทุกคนชอบ

‘ชมพู่ อารยา’เผยตัวตน Introvert แบบไม่เสิร์ฟใคร ไม่ต้องพยายามให้ทุกคนชอบ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.17 น.

เปิดบทสนทนาสุดลึกในรายการ How are you feeling กับซุปตาร์ตัวแม่ ชมพู่ อารยา ที่พูดแทนใจคน Introvert ทั้งประเทศ เผยชีวิตคือการเดินทางที่ค่อย ๆ เรียนรู้ ยอมรับเคยถูกมองว่าหยิ่ง วิธีรับมือไม่ให้ใจพังกับคำคอมเมนต์ และแนวคิดทำยังไงให้อยู่รอดในยุคโซเชียล ที่สามารถสร้างพื้นที่ Safe Zone ให้กับตัวเองและครอบครัว แย้มลูกทั้ง 3 ใคร Introvert เหมือนแม่มากที่สุด?

How are you feeling ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง ?

ชมพู่ อารยา : ช่วงนี้ก็ดีค่ะ รู้สึกดีขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ได้หมายความว่าเมื่อก่อนมันแย่นะ แต่ก็ดี

เหมือนช่วงที่ผ่านมาได้เดินทางค้นหาทำความรู้จักอะไรหลาย ๆ อย่าง ?

ชมพู่ อารยา : รู้สึกว่าเพิ่งจะรู้ว่ามันคือการเดินทาง คนอื่นคนฟังเขาจะฟังเรารู้เรื่องไหม เหมือนเราเพิ่งรู้ว่ามันคือการเดินทางนะ เราก็ยังไม่ต้องรู้ทุกอย่างเดี๋ยวนี้ ยังไม่ต้องเก็ทไปหมด ค่อย ๆ เข้าใจว่าการเดินทางมันดีขึ้นได้เรื่อย ๆ อีก ที่เราเคยว่ามันดีแล้วก็ยังดีได้อีก แล้วก็ดีในแต่ละช่วงเวลามันก็ไม่เหมือนกัน ทำไมมัน Abstract จัง

ทุกวันของชมมันเหมือนจะต้องอยู่กับคนมากมาย ซึ่งจริงๆ แล้วชม Define ตัวเองมาตลอดเลยว่าเป็น Introvert

ชมพู่ อารยา : ค่ะ จริง ๆ มันก็ไม่ใช่ทุกวันนะ ที่เอาตัวเองไปอยู่ตรงนั้น ยิ่งในช่วงหลัง ๆ ที่ไม่ได้เล่นละครแล้ว แล้วก็ไม่ได้ทำงานในวงการเต็มตัวมาก แต่ช่วงเวลาที่เราอยู่ ณ ตรงนั้นที่ต้องปะทะกับคนจริง ๆ ก็ไม่ได้เท่าไหร่ แต่ก็เป็นเพราะว่า 1 คือเราก็โตขึ้น 2 ก็รู้แล้วว่าจะใช้เอเนอร์จี้ยังไง แล้วก็โชคดีด้วยที่เราก็ถือว่าอยู่ในวงการมานานก็เป็นผู้ใหญ่ประมาณหนึ่ง ก็พูดได้ว่าหน้างานขอแค่ตรงนี้ ๆ แต่ว่าตอนเด็ก ๆ ก็อาจจะไม่รู้ว่าเราเหนื่อยกับอะไร เอเนอร์จี้มันหมดไปกับอะไร

ตัวตนของเวลาที่อยู่กับตัวเอง เป็นคนยังไง ?

ชมพู่ อารยา : ก็ดี แต่ว่าตอนนี้ถ้าแบบว่าอยู่กับตัวเองแล้วก็เหมือนได้คิดได้ทำได้แบบนิ่ง ๆ จริง ๆ แบบไม่มีสิ่งเร้า สิ่งรบกวนอะไรเลยอาจจะยาก เพราะว่าเรามีลูก แต่ว่าไม่ได้เป็นการบ่นนะ ไม่ใช่คอมเพลน แต่ว่ามันก็คือเปลี่ยนไป ลึก ๆ ก็รู้สึกว่าเราก็โหยหามีเวลาที่จะอยู่เงียบ ๆ คนเดียวอะไรงี้ อย่างเมื่อก่อนก็จะขี้เกียจขับรถ เดี๋ยวนี้ก็ได้ขับรถก็ดีเหมือนกัน ขับรถคนเดียวก็ดีเหมือนกัน ถ้าแบบว่าไม่ไกลมากอะไรงี้ ก็โหยหาเวลาแบบนั้นเหมือนกัน เพราะว่าจริง ๆ คืออย่างเมื่อก่อนบางทีเรากลับถึงบ้าน เข้าบ้านแล้วรู้สึกว่ามันเป็นเซฟโซนเราแล้ว แต่ว่าตอนนี้ก็คือกลับบ้านก็ยังมีเรื่องที่บ้านอีก เพราะว่าไม่ใช่ตัวคนเดียวแล้ว

คิดว่าความเป็น Introvert มีผลกระทบกับการใช้ชีวิตหรือการทำงานไหม ?

ชมพู่ อารยา : แน่นอน เพราะชมว่า Introvert ทุกคนต้องเจอคำว่าหยิ่งหรือเชิด โดนเยอะ ยิ่งช่วงแรก ๆ ของการทำงานตอนที่เรายังเด็ก ๆ และยังไม่เข้าใจคำว่า Introvert เราค่อนข้าง Struggle กับการที่เป็นแบบนี้ เวลาที่ต้องไปทำงาน สมัยก่อนที่ต้องไปโชว์ตัวต่างจังหวัด เจอเจ้าภาพ เจอใคร เรารู้สึกว่างานเริ่มตอนขึ้นเวทีไม่ใช่เริ่มตอนลงเครื่อง เราไม่มีพลังที่จะให้ แล้วหน้ามันก็ออก ซึ่งก็ไม่เข้าใจตัวเราเอง ผู้จัดการก็บอกให้ยิ้มหน่อย แต่ก็ไม่เข้าใจตัวเราเองเหมือนกันนะ คือเราก็ไม่ได้โกรธหรือเกลียด แต่ทำไมเราถึงทำอะไรยังงี้ไม่ได้ แต่ว่าจะให้ฉันหัวเราะ ร่าเริง ทำไม จะให้ฉันต้องคุยกับตลอดเวลาทำไม คือเราไม่สนใจ

ซื่อสัตย์กับตัวเองขนาดนี้ได้ยังไงในการใช้ชีวิตเป็นคนในวงการ ?

ชมพู่ อารยา : เราไม่สามารถที่จะ Small talk หรือว่าเป็นยังไงบ้าง วันนี้รถติดไหม คือทำไม่ได้ เพราะว่า I don’t care ไม่ได้อยากรู้ ก็เลยรู้สึกว่าเราทำแบบนี้ไม่ได้ ซึ่งบางทีเขาก็จะบอกทำหน่อย อะไรงี้ มันก็จะฮา ๆ ทำแล้วมันก็จะตลก หรือแม้แต่กระทั่งว่าพอเราเริ่มโตขึ้นมาหน่อย คนที่เขาต้องมาทำงานกับเรา เขาก็รู้สึก กลัวความอะไรบางอย่างของเรา เหมือนยิ่งเกร็ง เราก็รู้นะว่าเขาเกร็ง เราก็ไม่รู้จะช่วยเขายังไง เพราะเราก็ไม่รู้จะชวนเขาคุยยังไง เพราะเราก็ Introvert เราเห็นใจเขา แต่ไม่รู้จะช่วยยังไง ชมรู้สึกว่าพอเริ่มโตมาสามารถมีสกิลในการที่จะคุยกับคนได้มากขึ้น โดยที่มันไม่ได้รู้สึกขัดขืนกับตัวเรา แต่ว่ามันจะมาจากความรัก แล้วก็ empathy จริง ๆ เหมือนกับว่าเข้าใจคนนี้ ว่าเขาเกร็ง แล้วมันจะเป็นไปโดยออโต้ แต่ว่าไม่ได้หมายความว่าต้องฝืนที่จะไป make conversation กับเขา

ตอนที่ยังไม่มีอำนาจต่อรอง เอาตัวรอดมาได้ยังไงในจุดเลือกไม่ได้ ?

ชมพู่ อารยา : ต้องโฟกัสที่งาน สุดท้ายต้องพิสูจน์กันที่เนื้องาน พอเราพิสูจน์ตัวเองด้วยเนื้องานและผลงานแล้ว มันก็จะมี Self-esteem ก็จะเกิดความภาคภูมิใจ ก็เรา Achieve อันนี้ Achievement มันมีผลงาน ก็คือเรื่องส่วนตัวไม่ต้องอธิบาย แล้วเราก็ยอมรับตัวเราและคนก็ยอมรับในเนื้องานของเรา ไปพิสูจน์ตัวเองตรงนั้น ก็ฟังก์ชันได้ ตามเป้าหมายที่เขาต้องการ

กว่าจะเข้าใจและปรับตัวได้แบบนี้ใช้เวลานานไหม ?

ชมพู่ อารยา : อย่างที่บอกมันเป็นการเดินทาง ค่อย ๆ เก็บเกี่ยวมาเรื่อย ๆ แล้วก็ไม่รู้ว่ามันช่วงกลาง ๆ มันเข้าใจไหม แต่ว่าอย่างที่บอก พอเราโฟกัสกับงาน กับสิ่งที่ทำไป Achievement มันก็ fulfill ตัวเราเอง แล้วก็ไม่สงสัยในตัวเรา แล้วก็ ณ วันนี้ พอชีวิตมันดำเนินมาถึงจุดหนึ่ง เรากับรู้สึกว่าขอบคุณที่เป็นแบบนี้ด้วยซ้ำ เพราะว่าการที่เราเป็นซะอย่างงี้ มันก็เลยไม่วอกแวก ไม่สนใจอะไรข้างทาง บางคนจะมองว่ามันเป็นกำแพง แต่ว่ามันก็เป็นตัวที่คัดกรองคนที่จะเข้ามาใน Circle ของเรายาก แต่มันก็มีขนาดเรา Introvert ขนาดนี้ แต่ว่าด้วยความที่เราเด็กแล้วมันมีคนบางคนที่มันหลุดเข้ามาในชีวิตเรา ไม่รู้ว่ามันเข้ามาวงจรได้ยังไง แต่ว่าเรามันจะสัมผัสถึงเอเนอร์จี้ได้ แล้วจะรู้ว่านี่เป็นพลังงานไม่ดี แล้วมันจะมีวิธีเอาออกไป แต่ชมอาจจะโชคดีด้วยที่ว่าเอาออกไปได้

ถ้าเจอ Bad Day หรือคำวิจารณ์จะทำยังไง ?

ชมพู่ อารยา : พอมันมี Bad day หรือคำวิจารณ์อะไรอย่างงี้ ก็ดูว่ามันจริงไม่จริง ไม่เข้าข้างตัวเอง ไม่ต้องไปหวั่นไหวมาก คือดูกันที่ fact ว่าอันนี้มันแย่จริงไหม แล้วถ้ามันแย่เพราะอะไร เพราะปัจจัยที่เราคุมได้หรือเปล่า ถ้าควบคุมไม่ได้ก็คือ bad day มันไม่ใช่ความผิดเรา แต่ถ้ามันเป็นความผิดพลาดที่เราเรียนรู้และแก้ไขได้ ก็ย้อนกลับไปโฟกัสที่เหตุและผลอีกอยู่ดี

เมื่อเป็นคนของสาธารณะรับมือกับความคาดหวังยังไง ?

ชมพู่ อารยา : รับมือยังไง ก็ต้องเข้าใจว่าการเป็น Public Figure คือการเอาตัวเองมาอยู่ในจุดชาวบ้านเม้าท์พูดง่าย ๆ แล้วก็ยุคนี้มันเป็นยุคที่เอาจริง ๆ ชมว่าตอนนี้โหดกว่าตอนสมัยที่ชมเข้าวงการแรก ๆ ด้วยซ้ำ เพราะว่าทุกคนมีเน็ต ทุกคนมีโทรศัพท์ รับมือยังไงมันก็เป็นอะไรที่เราแบบเป็นสกิลที่เราก็มาสเตอร์ด้วยอายุ ด้วยวัย ด้วยประสบการณ์ ที่เราเหมือนเจอมาเรื่อย ๆ จะบอกว่าด้านชา คุ้นชิน คิดว่าแต่ละคนคงจะมีวิธีการที่จะเรียนรู้ รับมือกับเสียงตรงนี้แตกต่างกันไป แต่ชมว่าเวลาที่เราเห็นคอมเมนต์ เห็นคำวิจารณ์ เราลองแยกให้ออกว่ามันเป็น Logic หรือมันเป็น อารมณ์ หรือว่ามันเป็นด่าเสีย ๆ หาย ๆ หรือว่ามันเป็นเพื่อชี้แนะ หรือบางทีมันอาจจะมีอารมณ์มาด้วย แต่ส่วนที่มันเป็น logic มันก็อาจจะจริง ลองแยกแยะดูว่าอะไรจริง อะไรไม่จริง แล้วก็เก็บแต่ส่วนที่เราจะเอามาพัฒนาตัวเอง แล้วก็ Don’t take it personal เราก็ sense ได้ไหม คนนี้เขา full of hate เขาก็คือคนที่ไม่แฮปปี้ แล้วก็อาจจะไม่ตั้งถึงขั้นสงสารเขาจับหัวใจ แบบว่าเธอไปเจอทุกข์อะไรมา ทำไมชีวิตเธอถึงแบบ full of hate ขนาดนี้ แต่ว่าก็เมตตาเขานิดหนึ่ง ถ้าเมตตาไม่ไหวก็ปล่อยไป จริง ๆ ในวัยนี้เราแยกแยะออกว่าในประโยคนี้มัน hate ประโยคนี้มันหวังดีจริง ๆ ประโยคนี้คือขุดหลุม เรารู้

แสดงว่าอ่านคอมเมนต์ ?

ชมพู่ อารยา : ก็อ่านบ้างถ้ามีเวลา แต่ว่า ณ เวลานี้ก็เหมือนโพสต์อะไรก็คืออาจจะทิ้งไว้แล้ว ไม่ได้ว่าโพสต์เสร็จแล้วก็มาดูไหนอะไรขนาดนั้น เพราะว่าไม่ได้มีเวลาลูก 3 แล้ว แต่ว่าโอเคแน่นอน ทุกวันชมเล่นไอจี เล่นอะไร มันก็มีเรื่องธุรกิจด้วยพูดกันตรง ๆ บางทีเราก็ต้องเช็ค Feedback มันเป็นยังไง คือเอา Fact

ชมเคยพูดว่า “คนที่เขาไม่รักเราก็คือไม่รัก คนที่รักก็คือเขารัก เพราะฉะนั้นอย่าเอาใจไปไว้กับคนที่เขาไม่รักเรา” วันนี้ยังเป็นแบบนั้นไหม มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปไหม ?

ชมพู่ อารยา : ฝรั่งก็จะบอกว่า Haters gonna hate ก็จะไม่เอาเอเนอร์จี้ของเราไปเปลี่ยนให้เขามารักเรา เอาไปทำอย่างอื่น อาจจะเป็นเพราะว่า ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะใช้ได้หรือเปล่า เรามาตั้งแต่ยุคก่อนที่จะมีโซเชียลมิเดีย มี account ของเรา มี follower ก็เลยไม่เคยเอาคุณค่าของเราไปผูกกับยอดไลก์ ก็ตามนั้น

การที่เอาครอบครัวมาอยู่ในสาธารณะ ยังรู้สึกว่าปลอดภัยไหม ?

ชมพู่ อารยา : เอาจริง ๆ เคยคุยกันกับสามีว่าเราจะเอายังไงดี เพราะว่าตอนที่ก่อนจะมีลูก เราก็จะเห็นว่าอย่างเมืองนอก เขาก็จะมีแบบดาราบางคนที่ไม่ให้เห็นหน้าลูก เพราะเรื่องความเป็นส่วนตัวลูก แต่ at the end ชมว่าสังคมไทยไม่พร้อม มันไม่ได้พร้อมกับตรงนั้น ก็คิดว่าในเมื่อเราแบบปิดเขาไม่ได้เลย สู้ให้มาจากเราดีกว่า ให้เป็นภาพมาจากทางเรา เขาก็เข้าใจและค่อนข้างจะเชื่อมือเราในเรื่องการบริหารอะไรตรงนี้

มีจังหวะไหนของเด็กๆ ทั้ง 3 คนที่เรารู้สึกว่าลูกไม่ปลอดภัย ?

ชมพู่ อารยา : แน่นอนมันก็จะมีบางอย่าง ที่ก็คงไม่ได้เหมือนเด็กที่ไม่ใช่ลูกดารา พูดง่าย ๆ  มันก็มี แต่ว่าชมไม่สามารถปฏิเสธ เขาไม่สามารถที่จะไม่เป็นลูกดาราได้ แกเกิดมาแล้ว แกเกิดกับท้องฉันมาแล้ว แกคือลูกดารา

ไอเดียในการสร้าง safe zone ให้กับตัวเองและครอบครัว ?

ชมพู่ อารยา : สำหรับตัวชม เซฟโซนคือตัวเองที่เป็นอาวุธด้วย เพราะคนเห็นเราก็กลัวอยู่แล้ว เพราะเราไม่เสิร์ฟคน เราไม่แบบมาเลยจ้า welcome to Thailand อะไรยังงี้ไม่มี แต่ว่าเราปกติ มันก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการที่แบบว่าช่วยคัดกรองเอเนอร์จี้บางอย่างที่จะเข้ามากระทบกับเรา สำหรับลูกในเมื่อแวดล้อมไปด้วยคนที่ชมไว้ใจ แล้วก็เราโอเคแล้ว เราติ๊กถูกแล้วว่าโอเค ให้มาอยู่ใน circle ของเราได้ ก็รู้ว่าลูกอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยประมาณหนึ่ง แต่ว่าอย่างบางทีออกไปห้าง ออกไปนู่นนั่นนี่ก็มีบ้าง แต่มันก็คือเป็นแค่ชั่วครั้งชั่วคราว บางทีคนเห็นชมแล้วเจอน้องก็จะเป็นอีกเอเนอร์จี้หนึ่ง เจอชมก็จะเป็นอีกอย่างหนึ่ง ก็คือแต่ว่าบางทีถ้าแบบเราเห็นว่าบางอย่างเริ่มรู้สึกแล้วว่า รู้ว่าคนแบบรักน้องอะไรยังงี้ ก็เข้าใจแล้วก็ขอบคุณ แต่ว่าบางทีเราเห็นแล้วก็รู้สึกว่าอันนี้มันเหมือนจะเป็นการเอาจากเขาเยอะเกินไป ซึ่งเอาตรงนี้ก็คือเอาพลังงานเขา คือเขาก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่ง ชมก็จะแสดงออก สมมติว่าอยู่กับป้าเจี๊ยบ ชมก็จะแสดงออกมากกว่า แสดงออกก็คือไม่มีอะไร ชมก็ยืนเฉย ๆ หน้าตาไม่ยินดียินร้าย คนก็จะรู้ว่า โอเค ต้อง respect ตรงนี้ แต่ว่าป้าเจี๊ยบก็จะเป็นเหมือนหยินหยางของชม เขาก็จะบอกน้องทำน่ารัก ๆ ให้น้องเสิร์ฟ แต่เราก็จะเป็นแบบอีก way หนึ่ง

การที่เราเป็นคนชัดเจนแบบนี้คือกล้าที่จะถูกเกลียด อะไรที่ทำให้ยึดมั่นกับตรงนี้ได้ ?

ชมพู่ อารยา : แล้วจะทนทำไม เพราะเราไม่อยากไปบิดพริ้วหรือว่าไปอะไรทีหลัง ก็บอกตั้งแต่แรกว่าได้เท่านี้ แล้วพอหน้างานจริง ๆ เราก็เต็มที่ตามข้อตกลง ชมมองยังงั้น คือไม่ใช่ว่าแบบเหมือนคุยกันไม่เคลียร์แล้วพอถึงตรงนั้น จะมาขอบวก 5 บวก 10 ก็คือเอาตามที่คุยกัน

ใครคือ safe zone ของ ชมพู่ อารยา ในตอนนี้ ?

ชมพู่ อารยา : สามี เพื่อนที่แบบว่าคุยกันถี่ ๆ ก็มี แล้วแต่ว่าเรื่องอะไร แล้วก็จะมีเพื่อนบางคนที่ไม่ได้เจอกันบ่อยแต่ว่านัดเจอกันเป็นครั้งคราวทุกครั้งก็จะแบบ Deep talk แล้วจะคุยอะไรกันในเรื่องที่คุยกับคนอื่นไม่ได้ก็จะมี แต่มันก็อาจจะไม่ได้ว่าคน ๆ เดียวอาจจะไม่ได้มีทั้งหมด

ลูกทั้ง 3 คน มีใครที่ได้รับ DNA ความเป็น introvert บ้าง ?

 ชมพู่ อารยา : คือถ้าให้เห็นชัดที่สุด แต่ก็ยังไม่กล้าฟันธงว่าจะเป็น Introvert ก็คือพี่สายฟ้า แต่ว่ากับเซฟโซนของเขากับคนที่เขาคุ้นเคยกับเพื่อนที่เขาสนิท ที่คลื่นตรงกันเขาจะเต็มที่มาก แต่ว่ากับคนที่ไม่คุ้นจะไม่สนใจที่จะเล่นด้วยหรือคุยด้วย บางทีคนมาเต็มบ้านเลยเขาก็จะไม่สนใจ แต่พายุกับเกลจะชอบเวลาเพื่อนแม่มาบ้าน เวลามาทำงานที่บ้านมีคนมาแต่งหน้า เขาก็จะชอบกับการที่มีคน อย่างพายุเวลามีญาติ ๆ มาเขาก็จะตื่นเต้น แล้วก็อยากไปหาทุกคน อยากไปเล่น อยากไปโชว์ตัว แต่สายฟ้าก็จะไม่สนใจ

คนไหนเหมือนเราที่สุด ?

ชมพู่ อารยา : ก็น่าจะพี่สายฟ้า ถ้าในเรื่องสกิลของการเข้าสังคมนะคะ แต่ก็รู้สึกว่าเขายังดีกว่าเราตอนเด็กๆ เพราะว่าเรายังพาเขาไปไหนมาไหนยังเจอคนเยอะ ก็คือจะรู้เลยว่าถ้าให้มาทำการแสดงก็คือไม่เอาเลยไม่อยากขึ้นเวที ไม่อยากทำอะไร ในขณะที่พายุชอบ เกลนะถ้าเห็นเวทีเล็กจะบอกว่าทำไมเวทีเล็ก (หัวเราะ) คือชอบเวทีมาก แต่พี่สายฟ้าก็คือต้องจ้างให้ขึ้น อย่างเวลาที่จะต้องทำงานก็คือแม่ขอนะทำให้หน่อย เขาก็จะอดทนทำจนเสร็จ อย่างที่โรงเรียนมีตั้งวงดนตรีก็แทบจะต้องอ้อนวอนว่าช่วยร่วมจอย เข้าวงเถอะ ไปซ้อมเถอะ

อยากบอกอะไรกับคนที่เป็น introvert ในทุกวันนี้บ้าง ?

ชมพู่ อารยา : ไม่ต้องพยายามเป็น Extrovert ไม่ต้องอธิบายตัวเองด้วย แค่มีเมตตาและความรักให้กับทุกคน เราจะอยู่ร่วมกับเขาได้ ตามกำลังเรา ไม่ต้องฝืนยิ้มแย้ม แต่ก็ไม่ต้องบึ้งเป็นกำแพง ไม่ต้องใช้อินเนอร์จี้เราไปกับการเป็นคนอื่นเพราะว่ามันเหนื่อย มันน่าจะเป็นทุกข์กับการพยายามเป็นอะไรที่ไม่ใช่ตัวเรา

สลัดลุคสาวหมอลำ ‘ลำไย ไหทองคำ’ปล่อยเซ็ตภาพสุดจี๊ดเผ็ดระดับพริกยกสวน

สลัดลุคสาวหมอลำ 'ลำไย ไหทองคำ'ปล่อยเซ็ตภาพสุดจี๊ดเผ็ดระดับพริกยกสวน

สลัดลุคสาวหมอลำ ‘ลำไย ไหทองคำ’ปล่อยเซ็ตภาพสุดจี๊ดเผ็ดระดับพริกยกสวน

วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.12 น.

พริกทั้งสวนก็ต้านไม่อยู่ นาทีนี้ต้องยอมให้แม่ลำเขาจริงๆ! กลายเป็นโพสต์ที่ทำเอาโซเชียลแทบลุกเป็นไฟ! เมื่อนักร้องลูกทุ่งสาวมากความสามารถเจ้าของฉายา “ราชินีอินดี้” อย่าง ลำไย ไหทองคำ สลัดภาพสาวหมอลำสุดแก่น มาอวดลุคใหม่ที่ต้องบอกเลยว่า “แซ่บจนเข็ดฟัน”

ความปังในลุคสุดลักชูรีในเซ็ตภาพล่าสุด ลำไยมาในชุดชั้นในลูกไม้สีดำสุดคลาสสิก เพิ่มดีเทลความหรูหราด้วย สร้อยมุกและเครื่องประดับสีทอง ที่ตัดกับผิวเนียนละเอียดได้อย่างลงตัว ท่ามกลางบรรยากาศการถ่ายทำที่ดูคลาสสิกและอบอุ่น แต่แฝงไปด้วยพลังความเซ็กซี่แบบจัดเต็มอินเนอร์จิกกล้องแตก ‘ลำไย’โชว์ทักษะการโพสต์ท่าระดับมืออาชีพที่เผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าสุดเป๊ะ ยิ่งส่งให้ลุคนี้ดูแพงและมีเสน่ห์ดึงดูดเพียงแค่ปล่อยภาพออกมา แฟนคลับและเพื่อนพ้องในวงการต่างแห่กันเข้ามาคอมเมนต์รัวหัวใจให้ไม่หยุด พร้อมยกนิ้วให้ในความใจถึงและหุ่นที่สุดปังเรียกได้ว่าไม่ว่าจะมาในลุคไหน “ลำไย ไหทองคำ” ก็เอาอยู่ทุกลุคจริงๆ ส่วนใครที่รอผลงานเพลงใหม่ บอกเลยว่าเห็นลุคแซ่บๆ แบบนี้แล้ว เพลงหน้าต้องมีอะไรมาเซอร์ไพรส์แฟนๆ อย่างแน่นอน!

‘เอ-แป้ง’ ตะลุยภูทับเบิก เที่ยวหมู่บ้านชาวม้ง ชิมอาหารพื้นถิ่น ‘ขาหมูยูนนาน’

'เอ-แป้ง' ตะลุยภูทับเบิก เที่ยวหมู่บ้านชาวม้ง ชิมอาหารพื้นถิ่น 'ขาหมูยูนนาน'

‘เอ-แป้ง’ ตะลุยภูทับเบิก เที่ยวหมู่บ้านชาวม้ง ชิมอาหารพื้นถิ่น ‘ขาหมูยูนนาน’

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.18 น.

“มิตรรักทั่วไทย” เสิร์ฟความสุขจัดเต็ม พ่อเอ-ลูกแป้ง พาสูดอากาศบริสุทธิ์ ที่ ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ ไหว้พระขอพร กินอาหารพื้นถิ่นชาวม้ง เก็บสตรอว์เบอรีสด ห้ามพลาด  5 เมษายนนี้

สัปดาห์นี้สองพิธีกรอารมณ์ดี “พ่อเอ-ไชยา” และ “ลูกแป้ง-ศรันฉัตร์”  แห่งรายการ “มิตรรักทั่วไทย”ชวนออกเดินทาง พาไปเยือน ภูทับเบิก .เพชรบูรณ์เปิดทริปกันที่ วัดป่าภูทับเบิก วัดที่ได้ชื่อว่าสูงที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ใน ต.วังบาล อ.หล่มเก่า โดดเด่นด้วย“เจดีย์โพธิปักขิยธรรม” ที่ตั้งตระหง่านบนยอดเขา สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ท่ามกลางวิวธรรมชาติสุดตระการตาโดยทั้งพ่อเอและลูกแป้งไม่พลาดกราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลจากนั้นเดินทางต่อไปสัมผัสวิถีชีวิตของชาวม้งภูทับเบิก ที่มารอต้อนรับอย่างอบอุ่นในชุดประจำเผ่า พร้อมจัดเต็มการแสดงพื้นบ้านถึง 3 ชุด ทั้งการรำจากกลุ่มแม่บ้าน การแสดงของน้อง ๆ นักเรียน และการเป่าแคนอันเป็นเอกลักษณ์ สร้างสีสันและรอยยิ้มตลอดการมาเยือนนอกจากนี้ยังได้ลิ้มรสอาหารพื้นถิ่นแท้ ๆ อย่าง “ไก่ต้มสมุนไพร” ที่ปรุงสดใหม่จากวัตถุดิบธรรมชาติ โดยผู้นำวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวภูทับเบิก “พี่สันติ” พาไปสัมผัสความอร่อยแบบต้นตำรับอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ห้ามพลาด คือการพาไปเก็บ “สตรอว์เบอร์รี” สด ๆ จากไร่ของชาวบ้าน ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตกำลังออกพอดี งานนี้พ่อเอ-ลูกแป้งได้ชิมแบบสดจากต้น รสชาติหวานฉ่ำ แถมปลอดสารพิษ ก่อนจะไปเดินเลือกซื้อของฝากที่ตลาดชาวม้ง ที่มีทั้งผัก ผลไม้ตามฤดูกาล และสินค้าพื้นบ้านให้เลือกสรรมากมายปิดท้ายทริปด้วยความอร่อยที่ “ร้านอาหารไร่สุวิทย์” พาไปชิมอาหารพื้นถิ่นของชาวม้งภูทับเบิก กับเมนูเด็ดขึ้นชื่ออย่าง “ขาหมูยูนนาน” สูตรต้นตำรับที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น รวมถึงเมนูพื้นถิ่นอีกหลากหลายที่ชวนให้ลิ้มลองและหากแฟน ๆ ทางบ้านที่สนใจสินค้าของวิสาหกิจชุมชนไหนที่ รายการ มิตรรักทั่วไทย เดินทางไป  สามารถสนับสนุนสั่งซื้อสินค้าได้ที่เว็บไซต์ shop.bugaboo.tv  ออกเดินทางไปหาของดีไปกับ เอ-แป้ง ที่ จ.เพชรบูรณ์ ได้ในรายการ “มิตรรักทั่วไทย” วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายนนี้ เวลา 13.00 น. รับชมสดทาง ช่อง 7HD  กด 35  สดออนไลน์ BUGABOO.TV  และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG,X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com