ฟิลิปปินส์-จีนกล่าวโทษกัน หลังเรือเผชิญหน้าในพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้

ฟิลิปปินส์-จีนกล่าวโทษกัน หลังเรือเผชิญหน้าในพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้

13 ต.ค. 2568 11:29 น.

ฟิลิปปินส์-จีนกล่าวโทษกัน หลังเรือเผชิญหน้าในพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้

หน่วยยามฝั่งของฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า เรือของหน่วยยามฝั่งจีนได้ใช้ ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง และ พุ่งชน เรือของรัฐบาลฟิลิปปินส์ที่จอดทอดสมออยู่บริเวณนอกชายฝั่งเกาะแห่งหนึ่งในทะเลจีนใต้ ที่มีข้อพิพาทเมื่อวันอาทิตย์ (13 ต.ค.) ที่ผ่านมา ส่งผลให้เรือได้รับความเสียหายเล็กน้อย ขณะที่ทั้งสองประเทศต่างกล่าวโทษอีกฝ่ายว่าเป็นต้นเหตุของความขัดแย้ง

โดยเรือที่ได้รับความเสียหายในเหตุการณ์ครั้งนี้คือเรือบีอาร์พี ดาตู ปักบัวยา (BRP Datu Pagbuaya) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกองเรือประมงที่ให้การสนับสนุนชาวประมงฟิลิปปินส์ แม้เรือได้รับความเสียหายเล็กน้อย แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บในหมู่ลูกเรือชาวฟิลิปปินส์

โฆษกหน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ พลเรือจัตวา เจย์ ทาร์ริเอลา เปิดเผยว่า เรือของหน่วยยามฝั่งจีนพุ่งเป้าโจมตีเรือปักบัวยานอกชายฝั่ง เกาะติตู (Thitu) หรือที่ฟิลิปปินส์เรียกว่า ปักอาซา (Pag-asa) ซึ่งเป็นเกาะที่มีชาวฟิลิปปินส์อาศัยอยู่ โดยเหตุปะทะครั้งนี้เกิดขึ้นห่างจากเกาะติตูเพียง 1.6 ไมล์ทะเล (เกือบ 3 กิโลเมตร)

นอกเหนือจากเรือปักบัวยาแล้ว เรือประมงของฟิลิปปินส์อีก 2 ลำ ก็ถูกปืนฉีดน้ำแรงดันสูงของจีนโจมตีเช่นกัน แต่ไม่มีความเสียหายหรือผู้บาดเจ็บ

พลเรือจัตวา ทาร์ริเอลา กล่าวว่า เรือปักบัวยาและเรือของสำนักประมงและทรัพยากรทางน้ำอีก 2 ลำ กำลังจอดทอดสมออยู่ในน่านน้ำอาณาเขตของเกาะติตู เมื่อเรือของหน่วยยามฝั่งจีนและเรือที่ต้องสงสัยว่าเป็นกองกำลังอาสาสมัครทางทะเลได้เข้าใกล้และแสดง “การซ้อมรบที่อันตรายและยั่วยุ”

เรือหน่วยยามฝั่งจีนหมายเลข 21559 ได้ยิงปืนฉีดน้ำใส่เรือปักบัวยาโดยตรง จากนั้นสามนาทีต่อมาก็ได้ “พุ่งชนเข้าที่ท้ายเรือ” ทำให้เรือได้รับความเสียหายเชิงโครงสร้างเล็กน้อย แต่ลูกเรือไม่บาดเจ็บ

หน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ได้เผยแพร่วิดีโอที่แสดงให้เห็นเรือยามฝั่งจีนยิงปืนฉีดน้ำเข้าใส่เรือฟิลิปปินส์ ซึ่งโดนธงชาติฟิลิปปินส์ทั้งสองผืนที่ติดอยู่บนเรือ

ด้านหน่วยยามฝั่งจีนได้กล่าวหาว่าเรือของฟิลิปปินส์ “เข้าสู่น่านน้ำของจีนโดยผิดกฎหมาย” ใกล้กับสันทรายที่เรียกว่า แซนดี้ เคย์ (Sandy Cay) โดยกล่าวว่าเรือฟิลิปปินส์ “เพิกเฉยต่อการเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า” และได้ใช้มาตรการควบคุมต่อเรือของฟิลิปปินส์ตามกฎหมายและขับไล่ออกไปอย่างเด็ดขาด

หลิว เต๋อจวิน โฆษกหน่วยยามฝั่งจีน กล่าวว่าเรือฟิลิปปินส์ลำหนึ่งเข้าใกล้เรือยามฝั่งจีนอย่างอันตรายจนเกิดการเฉี่ยวชนกัน โดยระบุว่า ความรับผิดชอบทั้งหมดเป็นของฝ่ายฟิลิปปินส์ และเตือนให้ฟิลิปปินส์ “ยุติการละเมิดและการคุกคามทันที”

เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในหมู่เกาะสแปรตลี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีข้อพิพาทมากที่สุดในทะเลจีนใต้ โดยจีนอ้างสิทธิ์เหนือน่านน้ำเกือบทั้งหมด แม้ว่าคำตัดสินของอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศเมื่อปี 2016 จะตัดสินให้ข้ออ้างอิงทางประวัติศาสตร์ของจีนเป็นโมฆะก็ตาม.

ที่มา AP

พายุไต้ฝุ่นนากรี จ่อถล่มหมู่เกาะอิซุ ญี่ปุ่นเตือนภัยระดับสูง ระวังลมแรง ฝนตกหนัก คลื่นสูง 9 เมตร

พายุไต้ฝุ่นนากรี จ่อถล่มหมู่เกาะอิซุ ญี่ปุ่นเตือนภัยระดับสูง ระวังลมแรง ฝนตกหนัก คลื่นสูง 9 เมตร

13 ต.ค. 2568 11:16 น.

พายุไต้ฝุ่นนากรี จ่อถล่มหมู่เกาะอิซุ ญี่ปุ่นเตือนภัยระดับสูง ระวังลมแรง ฝนตกหนัก คลื่นสูง 9 เมตร

ญี่ปุ่นประกาศเตือนภัยระดับสูง หลังไต้ฝุ่น “นากรี” ซึ่งเป็นพายุชื่อสัญชาติกัมพูชา ได้เคลื่อนตัวเข้าประชิดตอนใต้หมู่เกาะอิซุ พร้อมลมแรง ฝนกระหน่ำ และคลื่นยักษ์ เสี่ยงเกิดดินถล่ม–น้ำท่วมฉับพลัน

วันที่ 13 ตุลาคม 2568 สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่น รายงานว่า พายุไต้ฝุ่น “นากรี” ( Nakri) กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่ตอนใต้ของหมู่เกาะอิซุ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงโตเกียว ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและลมแรงในหลายพื้นที่ที่เพิ่งเผชิญพายุอีกลูกเมื่อไม่นานมานี้

ทางการระบุว่า บริเวณเกาะฮะจิโจจิมะ  และอาโองาชิมะ อยู่ในเขตพายุ โดยที่สนามบินฮะจิโจจิมะมีรายงานความเร็วลมสูงสุดถึง 153 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น และมีปริมาณฝน 37.5 มิลลิเมตรภายใน 1 ชั่วโมง

กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นคาดว่า ไต้ฝุ่นนากรีจะเคลื่อนตัวไปทางตะวันออกใกล้เกาะอิซุ ตอนใต้ในช่วงก่อนเที่ยง โดยยังคงความรุนแรงของลมไว้ที่ 126 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และอาจมีลมกระโชกสูงสุดถึง 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งอาจทำให้เสาไฟฟ้าหัก อาคารบางส่วนเสียหาย และเศษซากปลิวกระจายทั่วพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่าจะเกิดคลื่นสูงถึง 9 เมตร และฝนตกหนักมากบางจุดถึง 80 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง โดยตลอด 24 ชั่วโมงจนถึงเช้าวันอังคาร อาจมีฝนสะสมสูงสุดถึง 200 มิลลิเมตร

ทั้งนี้ หมู่เกาะอิซุเพิ่งเผชิญฝนตกและลมแรงจากไต้ฝุ่นฮาลอง  ไปก่อนหน้านี้ ทำให้ทางการเตือนประชาชนให้ระวังดินถล่ม แม่น้ำเอ่อล้น น้ำท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ และคลื่นสูง พร้อมแนะนำให้อยู่ภายในอาคารให้ห่างจากหน้าต่างเพื่อความปลอดภัย.

ทรัมป์ขู่รัสเซีย อาจส่งขีปนาวุธพิสัยไกล “โทมาฮอว์ก” ให้ยูเครน หากสงครามไม่ยุติโดยเร็ว

ทรัมป์ขู่รัสเซีย อาจส่งขีปนาวุธพิสัยไกล "โทมาฮอว์ก" ให้ยูเครน หากสงครามไม่ยุติโดยเร็ว

13 ต.ค. 2568 10:56 น.

ทรัมป์ขู่รัสเซีย อาจส่งขีปนาวุธพิสัยไกล “โทมาฮอว์ก” ให้ยูเครน หากสงครามไม่ยุติโดยเร็ว

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ออกมาเตือนรัฐบาลรัสเซียอย่างเปิดเผยว่า สหรัฐฯ อาจพิจารณาจัดส่ง ขีปนาวุธพิสัยไกล “โทมาฮอว์ก”  ให้แก่ยูเครน หากสงครามที่ดำเนินอยู่ไม่สามารถหาข้อยุติได้ในไม่ช้า ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณที่บ่งชี้ว่าเขาพร้อมที่จะเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน โดยใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ที่สำคัญ

ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ระหว่างเดินทางไปยังอิสราเอลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า “ผมอาจจะพูดว่า ‘ดูสิ หากสงครามนี้ไม่ได้รับการสะสาง ผมจะส่งโทมาฮอว์กให้พวกเขา'” และเสริมว่า “โทมาฮอว์กเป็นอาวุธที่น่าทึ่ง เป็นอาวุธที่ใช้ในการโจมตีอย่างมาก และพูดตามตรง รัสเซียไม่ต้องการสิ่งนั้นเลย”

ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เขาได้หยิบยกประเด็นการส่งขีปนาวุธโทมาฮอว์กนี้ขึ้นมาหารือระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับ ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ในช่วงเช้าวันเดียวกัน โดยกล่าวว่า “พวกเขา (รัสเซีย) อยากให้มีโทมาฮอว์กมุ่งหน้าไปในทิศทางนั้นหรือไม่? ผมไม่คิดว่าจะเป็นเช่นนั้น” และระบุว่า “โทมาฮอว์กคือก้าวใหม่ของการรุกราน”

การส่งสัญญาณที่แข็งกร้าวของทรัมป์มีขึ้นหลังจากที่รัสเซียได้ทำการโจมตีเครือข่ายพลังงานของยูเครนอย่างหนักในช่วงข้ามคืน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนก่อนฤดูหนาวจะมาถึง ขณะเดียวกัน ทางการรัสเซียก็แสดง “ความกังวลอย่างยิ่ง” ต่อความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะจัดหาขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์กให้แก่ยูเครน โดยก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีปูตินเคยระบุว่า การที่สหรัฐฯ จัดหาขีปนาวุธพิสัยไกลให้ยูเครน จะสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ

ในส่วนของผู้นำยูเครน นายเซเลนสกี ได้กล่าวถึงการพูดคุยครั้งล่าสุดกับทรัมป์ว่า “มีประสิทธิผลอย่างมาก” และทั้งสองฝ่ายได้หารือกันถึงการเสริมสร้าง “การป้องกันภัยทางอากาศ ความสามารถในการฟื้นตัว และศักยภาพพิสัยไกล” ของยูเครน รวมถึง “รายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับภาคพลังงาน”

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้แสดงท่าทีที่แข็งกร้าวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ต่อประธานาธิบดีปูติน หลังจากที่ผู้นำรัสเซียปฏิเสธที่จะมีส่วนร่วมในการเจรจาโดยตรงกับเซเลนสกีเพื่อบรรเทาความขัดแย้ง โดยเมื่อเดือนที่แล้ว ทรัมป์เคยประกาศว่า ขณะนี้เขาเชื่อว่ายูเครนสามารถทวงคืนดินแดนทั้งหมดที่เสียให้กับรัสเซียได้ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากที่ก่อนหน้านี้เคยเรียกร้องให้ยูเครนยอมประนีประนอมเพื่อยุติสงคราม

ทั้งนี้ ขีปนาวุธโทมาฮอว์กจะทำให้อิสระในการโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซีย ซึ่งเซเลนสกีระบุว่าเป็นความกดดันที่จำเป็นเพื่อให้รัสเซียเข้าร่วมเจรจาสันติภาพอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ยังคง ต่อต้านการเรียกร้อง ของเซเลนสกีในการจัดส่งขีปนาวุธดังกล่าว

ทรัมป์กล่าวสรุปถึงสถานการณ์สงครามว่า “ผมคิดว่า ปูตินจะดูดีมากหากเขาสามารถจัดการเรื่องนี้ได้” และ “มันจะไม่เป็นผลดีต่อเขา” หากสงครามยังคงยืดเยื้อต่อไป.

ที่มา AP

ระทึก ฮ.หมุนคว้างก่อนตกใกล้ชายหาดแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ ส่งรพ.5 ราย

ระทึก ฮ.หมุนคว้างก่อนตกใกล้ชายหาดแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ ส่งรพ.5 ราย

13 ต.ค. 2568 10:27 น.

ระทึก ฮ.หมุนคว้างก่อนตกใกล้ชายหาดแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ ส่งรพ.5 ราย

เกิดเหตุระทึก เฮลิคอปเตอร์บินมาแล้วหมุนคว้างกลางอากาศ ก่อนตกกระแทกพื้นท่ามกลางสายตาตกตะลึงของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก 

วันที่ 12 ตุลาคม 2568 เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ “เบลล์ 222” ที่บินอยู่เหนือชายหาดฮันติงตัน รัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐฯ เกิดสูญเสียการควบคุม หมุนคว้างกลางอากาศก่อนร่วงลงชนต้นปาล์มเรียงรายริมถนนแปซิฟิก โคสต์ ไฮเวย์ แล้วตกกระแทกพื้น ตรงบันไดทางเชื่อมจากชายหาดไปยังรีสอร์ตใกล้เคียง ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

เหตุระทึกเกิดขึ้นเมื่อบ่ายวันเสาร์ (11 ต.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 5 ราย เป็นนักบินและผู้โดยสารบนเฮลิคอปเตอร์ รวม 2 คน ซึ่งได้รับการช่วยเหลือออกจากซากเครื่องได้อย่างปลอดภัย และประชาชนอีก 3 คนที่อยู่บนถนน รวมถึงเด็ก 1 คน ทั้งหมดถูกนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง เบื้องต้นยังไม่มีการเปิดเผยอาการบาดเจ็บอย่างเป็นทางการ

นักท่องเที่ยวที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า เขาได้ยินเสียงเครื่องยนต์แปลกๆ ก่อนเห็นเฮลิคอปเตอร์เริ่มหมุนคว้างอย่างควบคุมไม่ได้ และมีเศษชิ้นส่วนของเครื่องปลิวออกมา

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุ โดยเบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากความขัดข้องของเครื่องยนต์เฮลิคอปเตอร์.

สเปนอ่วม ฝนถล่มแคว้นคาตาลุญญา น้ำป่าทะลักท่วมเมือง คนติดในรถ ประกาศเตือนภัยขั้นสูงสุด

สเปนอ่วม ฝนถล่มแคว้นคาตาลุญญา น้ำป่าทะลักท่วมเมือง คนติดในรถ ประกาศเตือนภัยขั้นสูงสุด

13 ต.ค. 2568 09:30 น.

สเปนอ่วม ฝนถล่มแคว้นคาตาลุญญา น้ำป่าทะลักท่วมเมือง คนติดในรถ ประกาศเตือนภัยขั้นสูงสุด

ฝนตกหนักต่อเนื่องในแคว้นคาตาลูญญา ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสเปน ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน บ้านเรือนและถนนหลายสายถูกตัดขาด ทางการประกาศเตือนภัยระดับแดง พร้อมสั่งให้ประชาชนอยู่ภายในบ้าน

วันที่ 12 ตุลาคม 2568 สำนักข่าว BBC รายงานว่า เกิดน้ำท่วมฉับพลันรุนแรงในแคว้นคาตาลุญญา ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศสเปน หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนจำนวนหนึ่งติดอยู่ภายในรถยนต์ และต้องรอการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่กู้ภัย

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสเปน  ประกาศเตือนภัยระดับสีแดง ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในพื้นที่ชายฝั่ง โดยคาดว่าปริมาณน้ำฝนในบางพื้นที่อาจสูงถึง 180 มิลลิเมตรภายใน 12 ชั่วโมง

ทางด้านนางคริสตินา บิเซนเต เจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยป้องกันภัยพลเรือน กล่าวกับสื่อท้องถิ่นว่า ขณะนี้สถานการณ์ยังคงซับซ้อน และมีแนวโน้มว่าจะมีฝนตกเพิ่มขึ้นอีก 

ทั้งนี้ รถไฟสายหลักจากเมืองบาร์เซโลนาและบาเลนเซีย ซึ่งอยู่ตามแนวชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ถูกระงับการเดินทางชั่วคราว ขณะที่หลายพื้นที่ทางตอนใต้ของสเปน รวมถึงหมู่เกาะบาเลอาริก ก็ประสบปัญหาน้ำท่วมจากฝนตกหนักเช่นกัน.

อิสราเอลคาด ฮามาสจะปล่อยตัวประกัน 20 ชีวิต ในเช้าวันจันทร์นี้

อิสราเอลคาด ฮามาสจะปล่อยตัวประกัน 20 ชีวิต ในเช้าวันจันทร์นี้

13 ต.ค. 2568 05:02 น.

อิสราเอลคาด ฮามาสจะปล่อยตัวประกัน 20 ชีวิต ในเช้าวันจันทร์นี้

อิสราเอลคาดว่า การแลกเปลี่ยนตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสควบคุมตัวในกาซา กับนักโทษและผู้ถูกคุมขังชาวปาเลสไตน์ จะเริ่มขึ้นในเช้าวันจันทร์นี้

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ต.ค. 2568 น.ส.โชช เบโดรเซียน โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวว่า ตัวประกัน 20 คนที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งถูกกลุ่มฮามาสจับเอาไว้ในฉนวนกาซา จะได้รับการปล่อยตัวในเช้าวันจันทร์ (13 ต.ค.) และจะปล่อยตัวทั้งหมดในเวลาเดียวกัน พวกเขาจะถูกส่งมอบให้อยู่ในความดูแลของกาชาด ก่อนจะถูกนำตัวกลับเข้าสู่อิสราเอลในที่สุด

น.ส.เบโดรเซียนกล่าวว่า ทันทีที่ตัวประกันข้ามพรมแดนกลับเข้าสู่อิสราเอลแล้ว นักโทษและผู้ถูกควบคุมตัวชาวปาเลสไตน์หลายร้อยคน ที่มีกำหนดจะถูกปล่อยตัว จะถูกส่งตัวเข้าสู่กาซาด้วยรถบัส โดยพวกเขาจะรออยู่บนรถบัสที่จะพาพวกเขาเข้าสู่ฉนวนกาซาก่อน เพื่อรอการยืนยันการปล่อยตัวประกัน

ด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีกำหนดเดินทางไปตะวันออกกลางวันนี้ (12 ต.ค.) และจะกล่าวสุนทรพจน์ต่อรัฐสภาอิสราเอลในวันจันทร์ โดยคาดกันว่า นายทรัมป์จะเข้าพบกับนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล รวมถึงครอบครัวของตัวประกันชาวอิสราเอลด้วย

หลังจากนั้น นายทรัมป์จะเดินทางต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่าง อียิปต์ ซึ่งเขาจะจัด การประชุมสุดยอดว่าด้วยกาซา ร่วมกับผู้นำจากกว่า 20 ประเทศ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เงินคริปโตฟื้น ทรัมป์โพสต์ “ทุกอย่างจะไม่เป็นไร” หลังขู่เก็บภาษีจีน 100%

เงินคริปโตฟื้น ทรัมป์โพสต์ “ทุกอย่างจะไม่เป็นไร” หลังขู่เก็บภาษีจีน 100%

13 ต.ค. 2568 04:17 น.

เงินคริปโตฟื้น ทรัมป์โพสต์ “ทุกอย่างจะไม่เป็นไร” หลังขู่เก็บภาษีจีน 100%

ตลาดเงินคริปโตเริ่มฟื้นในวันอาทิตย์ หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ กับรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ พยายามคลายความตึงเครียดเรื่องสงครามการค้ากับจีน โดยนายทรัมป์โพสต์ว่า “ทุกอย่างจะไม่เป็นไร”

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ต.ค. 2568 มูลค่าเงินคริปโตหลายเจ้าปรับตัวสูงขึ้น หลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พยายามคลายความตึงเครียดทางการทูตกับจีน โดยโพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ว่า “ทุกอย่างจะไม่เป็นไร” หลังจากเขาเพิ่งขู่จะตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากแดนมังกรในอัตราสูงถึง 100%

โพสต์ของนายทรัมป์ระบุว่า “ไม่ต้องห่วงเรื่องจีนหรอก ทุกอย่างจะไม่เป็นไร! (ผม) เคารพประธานาธิบดีสีสุดๆ แค่มีช่วงเวลาที่แย่เท่านั้น เขาไม่ต้องการให้เศรษฐกิจประเทศถดถอยหรอก ผมก็เหมือนกัน สหรัฐอเมริกาต้องการช่วยจีน ไม่ใช่ทำร้าย!!!”

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกมาราวช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ (ตามเวลาสหรัฐฯ) ค่าเงินดิจิตอล บิตคอยน์ (Bitcoin) ก็เพิ่มขึ้น 3% ขณะที่ อีเธอเรียม (Ethereum) เพิ่มขึ้น 10%

ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตลาดสกุลเงินดิจิทัลประสบกับการ “ล้างพอร์ต” ครั้งประวัติศาสตร์ หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจะตั้งกำแพงภาษีสินค้าจีน 100% และควบคุมการส่งออกซอฟต์แวร์ เพื่อตอบโต้ที่จีนเพิ่มการควบคุมการส่งออกแร่หายาก ซึ่งเป็นปมขัดแย้งระหว่างสองประเทศมานาน

บิตคอยน์ (Bitcoin) ซึ่งเคยทำราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่สูงกว่า 125,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงต้นสัปดาห์ ได้ดิ่งลงกว่า 12% ในวันศุกร์ จนมาซื้อขายต่ำกว่า 113,000 ดอลลาร์สหรัฐ ภายในเช้าวันเสาร์ตามเวลาลอนดอน ส่งผลให้นักเทรดกว่า 1.6 ล้านรายโดนล้างพอร์ตภายในเวลา 24 ชั่วโมง คาดว่าสร้างความเสียหายรวมกว่า 6 แสนล้านบาท

แต่ค่าเงินคริปโตเริ่มฟื้นตัวขึ้นในช่วงเช้าวันอาทิตย์ หลังจากนาย เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า ประธานาธิบดีเตรียมพร้อมที่จะใช้แนวทางที่ “สมเหตุสมผล” ในการเจรจาทางการค้ากับจีน ซึ่งช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนเรื่องความตึงเครียดกับจีนได้บ้าง

“มันจะเป็นการเต้นรำที่ละเอียดอ่อน และส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับว่า จีนตอบสนองอย่างไร” นายแวนซ์กล่าวในรายการ Sunday Morning Futures ของ Fox News “หากพวกเขาตอบสนองอย่างแข็งกร้าวมาก ผมขอรับรองกับคุณเลยว่า ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ มีไพ่ในมือให้ใช้มากกว่าสาธารณรัฐประชาชนจีนแน่นอน แต่ถ้าพวกเขามีเหตุผล สหรัฐฯ ก็จะมีเหตุผลเช่นกัน”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : seekingalpha

มือปืนกราดยิงในบาร์เซาท์แคโรไลนา ดับแล้ว 4 ศพ เจ็บอีกหลายสิบราย

มือปืนกราดยิงในบาร์เซาท์แคโรไลนา ดับแล้ว 4 ศพ เจ็บอีกหลายสิบราย

13 ต.ค. 2568 03:28 น.

มือปืนกราดยิงในบาร์เซาท์แคโรไลนา ดับแล้ว 4 ศพ เจ็บอีกหลายสิบราย

เกิดเหตุกราดยิงที่บาร์แห่งหนึ่งในรัฐเซาท์แคโรไลนาของสหรัฐฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบราย โดยเจ้าหน้าที่ยังจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยไม่ได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุกราดยิงภายใน “วิลลีส์ บาร์ แอนด์ กริลล์” (Willie’s Bar and Grill) บาร์ยอดนิยมบนเกาะเซนต์ เฮเลนา ของรัฐเซาท์แคโรไลนา สหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 12 ต.ค. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 20 ราย

ตามรายงานของสำนักงานนายอำเภอเขต บิวฟอร์ต เคาน์ตี เหตุกราดยิงเกิดขึ้นขณะที่ภายในบาร์มีผู้คนรวมตัวกันอยู่หลายร้อยคน ทำให้ผู้บาดเจ็บและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์จำนวนมากต้องหนีไปหลบในร้านข้างเคียง

สำนักงานนายอำเภอบอกอีกว่า เมื่อเจ้าหน้าที่กลุ่มแรกไปถึง พวกเขาก็พบผู้บาดเจ็บมีแผลถูกยิงจำนวนมาก โดยผู้เคราะห์ร้าย 4 รายถูกประกาศว่าเสียชีวิตภายในบาร์ที่เกิดเหตุ ขณะที่ในบรรดาผู้บาดเจ็บทั้ง 20 คน มี 4 คนที่อาการอยู่ในภาวะวิกฤต และถูกส่งไปรักษาในโรงพยาบาลท้องถิ่น

ตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่า เหตุการณ์นี้เป็นการกราดยิงไม่เลือกหน้าหรือเจาะจงเป้าหมาย โดยโฆษกสำนักงานนายอำเภอไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม แต่ระบุว่า เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนข้อเท็จจริงของเหตุการณ์นี้ และตามหาตัวผู้ต้องสงสัย

ด้าน น.ส.แนนซี เมซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกันของรัฐเซาท์แคโรไลนา โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่า “รู้สึกใจสลายอย่างที่สุด เมื่อทราบเรื่องเหตุกราดยิงที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงในเขตบิวฟอร์ต”

“เราขอส่งคำอธิษฐานถึงผู้เสียหาย ครอบครัวของพวกเขา และทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำรุนแรงอันน่าสยดสยองนี้”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ฮามาสปะทะกลุ่มติดอาวุธคู่อริในกาซาซิตี้ ดับแล้ว 27 ศพ ชาวบ้านต้องอพยพ

ฮามาสปะทะกลุ่มติดอาวุธคู่อริในกาซาซิตี้ ดับแล้ว 27 ศพ ชาวบ้านต้องอพยพ

13 ต.ค. 2568 02:26 น.

ฮามาสปะทะกลุ่มติดอาวุธคู่อริในกาซาซิตี้ ดับแล้ว 27 ศพ ชาวบ้านต้องอพยพ

นักรบกลุ่มฮามาสยิงปะทะกับกลุ่มติดอาวุธคู่อริในเมืองกาซาซิตี้อย่างดุเดือด จนมีผู้เสียชีวิตแล้ว 27 ศพ และชาวบ้านจำนวนหนึ่งต้องอพยพหนีความรุนแรง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักรบติดอาวุธของกลุ่มฮามาสยิงปะทะกับสมาชิกติดอาวุธของ ตระกูลดักมุช (Dughmush) ในฉนวนกาซา เมื่อวันอาทิตย์ (12 ต.ค. 2568) ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 27 ศพ นับเป็นการเผชิญหน้าภายในที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง นับตั้งแต่อิสราเอลระงับปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ดังกล่าว

ผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า มือปืนสวมหน้ากากจากกลุ่มฮามาสยิงปะทะกับกลุ่มติดอาวุธใกล้โรงพยาบาลจอร์แดน ทางตอนใต้ของเมืองกาซาซิตี้

เจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงมหาดไทยในฉนวนกาซา ซึ่งบริหารงานโดยกลุ่มฮามาส ระบุว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงเข้าโอบล้อมกองกำลังติดอาวุธ ภายในเมืองกาซาซิตี้ และเกิดการยิงต่อสู้อย่างหนักเพื่อจับกุมสมาชิกของกลุ่มติดอาวุธ ทำให้สมาชิกกองกำลังความมั่นคง 8 นาย ถูกสังหาร

ด้านเจ้าหน้าที่การแพทย์ในกาซาระบุว่า สมาชิกของตระกูลดักมุชเสียชีวิต 19 ศพ ขณะที่มีนักรบฮามาสเสียชีวิต 8 ศพ นับตั้งแต่การต่อสู้เริ่มขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ผู้เห็นเหตุการณ์กล่าวว่า การปะทะกันเกิดขึ้นในย่าน เทล อัล-ฮาวา (Tel al-Hawa) ของกาซาซิตี้ หลังจากกองกำลังฮามาสกว่า 300 นายเคลื่อนกำลังเข้าโจมตีอาคารที่พักอาศัยซึ่งมือปืนตระกูลดักมุชซ่อนตัวอยู่

ชาวบ้านท้องถิ่นระบุว่า การปะทะที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความตื่นตระหนก หลายสิบครอบครัวพากันอพยพหนีออกจากบ้าน โดยหลายคนเคยต้องพลัดถิ่นมาแล้วหลายครั้งนับตั้งแต่สงครามในฉนวนกาซาเริ่มขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน

แต่ผู้อยู่อาศัยในกาซาซิตี้คนหนึ่งกล่าวว่า “ครั้งนี้ผู้คนไม่ได้หนีจากการโจมตีของอิสราเอล พวกเขากำลังวิ่งหนีจากคนของตัวเอง”

ทั้งนี้ ตระกูลดักมุช (Dughmush) เป็นหนึ่งในตระกูลผู้มีอิทธิพลในฉนวนกาซา พวกเขามีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับกลุ่มฮามาสมายาวนาน และสมาชิกติดอาวุธของตระกูลเคยปะทะกับกลุ่มฮามาสมาแล้วหลายครั้งในอดีต

กระทรวงมหาดไทยในกาซาระบุว่า ฮามาสกำลังอยู่ระหว่างการฟื้นฟูความสงบเรียบร้อย โดยเตือนว่า “กิจกรรมติดอาวุธใด ๆ ที่อยู่นอกกรอบของการต่อต้านการรุกราน” จะถูกจัดการอย่างเด็ดขาด

ทั้งกลุ่มฮามาสและตระกูลดักมุชต่างกล่าวโทษอีกฝ่ายว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดการปะทะกันครั้งนี้ โดยฮามาสอ้างว่า มือปืนตระกูลดักมุชได้สังหารนักรบของพวกเขาไป 2 ศพ และบาดเจ็บอีก 5 นาย ทำให้ฮามาสต้องเปิดฉากตอบโต้

แต่แหล่งข่าวจากตระกูลดักมุชบอกกับสื่อท้องถิ่นว่า ฮามาสเดินทางมายังอาคารที่เคยเป็นโรงพยาบาลจอร์แดน ซึ่งเป็นที่ที่สมาชิกของตระกูลเข้าไปหลบภัย หลังจากที่บ้านของพวกเขาในย่านอัล-ซาบรา ถูกทำลายจากการโจมตีของอิสราเอลเมื่อไม่นานมานี้ เนื่องจากต้องการขับไล่พวกเขาออกไป แล้วยึดอาคารเป็นฐานที่มั่นแห่งใหม่ของตัวเอง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทหารอัฟกานิสถาน-ปากีสถานยิงปะทะกันดับหลายสิบศพ ต้องปิดชายแดน

ทหารอัฟกานิสถาน-ปากีสถานยิงปะทะกันดับหลายสิบศพ ต้องปิดชายแดน

13 ต.ค. 2568 01:23 น.

ทหารอัฟกานิสถาน-ปากีสถานยิงปะทะกันดับหลายสิบศพ ต้องปิดชายแดน

ทหารอัฟกานิสถานกับปากีสถาน ยิงปะทะกันข้ามพรมแดนจนทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบศพ และส่งผลให้ปากีสถานปิดด่านข้ามพรมแดนตลอดแนวชายแดน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดการปะทะกันระหว่างทหารอัฟกานิสถานกับปากีสถานบริเวณชายแดน ในช่วงข้ามคืนเข้าสู่วันอาทิตย์ที่ 12 ต.ค. 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วหลายสิบศพ และต้องมีการปิดด่านข้ามพรมแดน

กองทัพปากีสถานระบุว่า มีทหารของพวกเขา 23 นายเสียชีวิตในการปะทะ ขณะที่รัฐบาลตาลีบันของอัฟกานิสถานระบุว่า ทหารของพวกเขาเสียชีวิต 9 ศพ

อย่างไรก็ตาม ทั้งอัฟกานิสถานและปากีสถานต่างอ้างว่า สร้างความสูญเสียให้แก่อีกฝ่ายมากกว่าที่ทางการระบุ แต่ไม่มีการแสดงหลักฐานใดๆ โดยปากีสถานอ้างว่า สังหารนักรบตาลีบันกับพันธมิตรไปมากกว่า 200 ศพ ส่วนอัฟกานิสถานอ้างว่า สังหารทหารปากีสถานไป 58 ศพ

ความตึงเครียดระหว่างทั้งสองประเทศเพิ่มสูงขึ้นหลังจากปากีสถานเรียกร้องให้ตาลีบันมีมาตรการจัดการกลุ่มติดอาวุธที่ยกระดับการโจมตีในปากีสถานในช่วงที่ผ่านมา โดยอ้างว่ากลุ่มติดอาวุธเหล่านี้ปฏิบัติการจากแหล่งหลบซ่อนในอัฟกานิสถาน แต่รัฐบาลตาลีบันปฏิเสธว่าไม่มีกลุ่มติดอาวุธปากีสถานอยู่ในดินแดนของตน

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (9 ต.ค.) ปากีสถานโจมตีทางอากาศเข้าใส่กรุงคาบูลและตลาดแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกของอัฟกานิสถาน ทำให้กลุ่มตาลีบันเปิดฉากโจมตีตอบโต้ แม้ปากีสถานจะไม่ได้ยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีทางอากาศก็ตาม

กองทัพอัฟกานิสถานยิงเข้าใส่จุดตรวจชายแดนของปากีสถาน เมื่อช่วงค่ำวันเสาร์ (11 ต.ค.) ซึ่งฝ่ายปากีสถานระบุว่า พวกเขายิงตอบโต้ด้วยอาวุธปืนและปืนใหญ่ โดยทั้งสองประเทศต่างอ้างว่าทำลายจุดตรวจชายแดนของอีกฝ่ายได้

เจ้าหน้าที่ความมั่นคงปากีสถานกล่าวว่า การปะทะส่วนใหญ่ได้ยุติลงแล้วในช่วงเช้าวันอาทิตย์ แต่ในพื้นที่ คูร์ราม ของปากีสถาน ยังคงมีการยิงปะทะเกิดขึ้นเป็นระยะ ตามการระบุของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและผู้อยู่อาศัย

ก่อนหน้านี้ กระทรวงกลาโหมของอัฟกานิสถานกล่าวว่า ปฏิบัติการของพวกเขาได้เสร็จสิ้นลงแล้วเมื่อเวลาเที่ยงคืนวันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่น

ต่อมาในวันอาทิตย์ อัฟกานิสถานก็ออกมาบอกอีกว่า พวกเขายุติการโจมตีตามคำร้องขอของกาตาร์และซาอุดีอาระเบีย หลังจากทั้งสองประเทศออกแถลงการณ์แสดงความกังวลเกี่ยวกับการปะทะกันในครั้งนี้

ด้านเจ้าหน้าที่ปากีสถานกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า ปากีสถานปิดจุดผ่านแดนตลอดแนวชายแดนยาว 2,600 กิโลเมตร ที่ติดกับอัฟกานิสถานแล้ว รวมถึงจุดผ่านแดนหลัก 2 แห่งได้แก่ ที่ตอร์คัม (Torkham) และชามาน (Chaman) กับจุดผ่านแดนย่อยอีกอย่างน้อยสามแห่ง ได้แก่ คาร์ลาชี (Kharlachi), อังกูร์ อัดดา (Angoor Adda) และกูลาม คาน (Ghulam Khan)

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna