น้องพลอย ตื่นเต้นนั่ง สส.สมัยแรก ไม่กดดันถูกมองเป็น หลานครูใหญ่เนวิน

น้องพลอย ตื่นเต้นนั่ง สส.สมัยแรก ไม่กดดันถูกมองเป็น หลานครูใหญ่เนวิน

น้องพลอย ตื่นเต้นนั่ง สส.สมัยแรก ไม่กดดันถูกมองเป็น หลานครูใหญ่เนวิน

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.17 น.

“น้องพลอย”เผยตื่นเต้นเป็น สส.สมัยแรก ไม่กดดันถูกมอง”หลานครูใหญ่เนวิน” ลั่นทำการบ้านหนักพร้อมทำงานช่วยเหลือชาวบ้าน

5 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา น.ส.ณัฐธิดา เล็กอุดากร สส.บุรีรัมย์ เขต 2 วัย 25 ปี สส.อายุน้อยที่สุด ให้สัมภาษณ์ภายหลังการรายงานตัวถึงความรู้สึกที่ได้เป็น สส.ครั้งแรก รู้สึกตื่นเต้นมาก และดีใจที่ชาวบ้านเขต 2 จ.บุรีรัมย์ เลือกลำดับตนเข้ามา ส่วนการทำงานหลังจากนี้ อันดับแรกคงเข้าไปศึกษางานก่อน สามารถพัฒนาอะไรได้บ้าง และสามารถพัฒนาพื้นที่อย่างไรได้บ้าง

เมื่อถามว่า เข้ามาทำงานในสภาฯ แล้วจะการผลักดันวาระใดเป็นพิเศษหรือไม่ น.ส.ณัฐธิดา กล่าวว่า หลังเข้าสภาฯ ก็อยากจะดูเหตุการณ์ของประเทศก่อน ซึ่งก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ แต่ในฐานะคนรุ่นใหม่ตนอยากผลักดันเรื่องการศึกษา และในฐานะ สส.สมัยแรก ก็ขอให้สื่อช่วยแนะนำเรื่องการให้สัมภาษณ์

เมื่อถามว่า มีการติวเข้มหรือทำการบ้านในเรื่องใดเป็นพิเศษ น.ส.ณัฐธิดา ยอมรับว่า เตรียมตัวหนักอยู่ เพราะไม่เคยทำงานสายนี้ แต่ที่ผ่านมาก็ติดตามข่าวสารอยู่ตลอด และจากการลงพื้นที่ก็เชื่อว่าจะสามารถช่วยเหลือชาวบ้านในเขต 2 จ.บุรีรัมย์ ได้ ยืนยันว่าพร้อมทำงาน

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ที่เป็น สส.อายุน้อยที่สุด และถูกจับตา น.ส.ณัฐธิดา กล่าวว่า ไม่กังวลเรื่องที่ถูกจับตามอง แต่กังวลว่าจะสามารถทำอย่างที่ประชาชนคาดหวังหรือไม่ แต่ยืนยันว่าจะทำเต็มที่ เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ที่ถูกจับตามองที่เป็นหลานของ นายเนวิน ชิดชอบ โดย น.ส.ณัฐธิดา กล่าวว่า ไม่กังวลเท่าไหร่ เพราะตนชินแล้วหลังจากมีข่าวออกไป ก็รู้สึกชินมาสักพักแล้ว และขณะนี้ปรับตัวได้แล้ว

อดีตผู้พิพากษา เจาะลึกความผิดปกติการเลือกตั้ง และยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569

อดีตผู้พิพากษา เจาะลึกความผิดปกติการเลือกตั้ง และยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569

อดีตผู้พิพากษา เจาะลึกความผิดปกติการเลือกตั้ง และยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.56 น.

วันที่ 5 มีนาคม 2569 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เจาะลึกความผิดปกติและยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569

การเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่ผ่านมาถูกตั้งคำถามอย่างกว้างขวาง ทั้งในมิติของความโปร่งใส ระบบการจัดทำบัตรเลือกตั้ง และความเร่งรีบในการประกาศผล ซึ่งสามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้:

1. สส. เขต (บัตรสีเขียว): ชัยชนะของยุทธศาสตร์ “บ้านเล็ก”

ในการเลือกตั้ง สส. เขต 400 ที่นั่ง บัตรเลือกตั้งถูกออกแบบให้มี 1 QR Code ต่อบัตร 20 ใบ (1 เล่ม) ซึ่งยังคงรักษาหลักการ “ลงคะแนนโดยลับ” ไว้ได้ เพราะไม่สามารถสืบย้อนกลับไปถึงรายบุคคล

•ผลลัพธ์: ค่ายน้ำเงินประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการเดินเกมรวบรวมกลุ่ม “บ้านเล็ก” ทั่วประเทศมาไว้ในสังกัด

•การก้าวกระโดด: ส่งผลให้จำนวน สส. เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล จากเดิมในปี 2566 ที่เป็นอันดับ 3 (71 ที่นั่ง) ก้าวขึ้นมาเป็น อันดับ 1 ในปี 2569 (ด้วยจำนวน สส. กว่า 190 ที่นั่ง)

2. สส. บัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพู): ข้อกังวลเรื่องการละเมิดรัฐธรรมนูญ

ประเด็นที่อื้อฉาวที่สุดคือบัตรสีชมพู (100 ที่นั่ง) ซึ่งมี 1 Bar Code ต่อบัตร 1 ใบ ทำให้สามารถสืบย้อนกลับไปได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร

•ประเด็นทางกฎหมาย: ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญที่บัญญัติให้การเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยลับ ปัจจุบันข้อพิพาทนี้กำลังรอการเข้าสู่กระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญ

•แรงจูงใจ: มีการตั้งข้อสังเกตว่าค่ายใหญ่ต้องการเก็บข้อมูลเป็น Big Data เพื่อวิเคราะห์ฐานเสียงรายบุคคล ไว้ใช้บริหารจัดการในขณะเป็นรัฐบาลและการเลือกตั้งในคราวถัดไป (เนื่องจากคะแนนบัญชีรายชื่อยังตามหลังคู่แข่งอยู่) เป็นเป้าหมายหลัก ส่วนการใช้เป็นข้อมูลในการติดตามผลการซื้อเสียงของหัวคะแนน น่าจะเป็นเป้าหมายรอง เพราะการเลือกตั้ง สส. บัญชีรายชื่อ จะต้องได้คะแนนเสียงมากหลายแสนคะแนนจึงจะได้ สส. 1 คน ในขณะที่ สส. เขต ได้คะแนนเสียงที่น้อยกว่ามากเพียงหลักหมื่นคะแนนก็ได้เป็น สส. แล้ว

3. การลงประชามติ (บัตรสีเหลือง): เกณฑ์มาตรฐานที่แตกต่าง

สำหรับการลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อจัดทำฉบับใหม่ บัตรเลือกตั้งกลับไม่มีทั้ง Bar Code หรือ QR Code

•ข้อสังเกต: เนื่องจากประเด็น “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” ไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการจัดตั้งรัฐบาล ค่ายใหญ่จึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูลในส่วนนี้เหมือนบัตรเลือกตั้ง สส.

4. การประกาศผลที่เร่งรีบ: นัยแอบแฝงทางการเมือง

กระบวนการประกาศผลเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วผิดปกติ (สส. เขต ประกาศ 25 ก.พ. / สส. บัญชีรายชื่อ ประกาศ 4 มี.ค.) ใช้เวลาไม่ถึง 30 วัน จากกรอบกฎหมาย 60 วัน

•การชิงความได้เปรียบ: ถูกมองว่าเป็นการเร่งจัดตั้งรัฐบาลเพื่อสร้างสภาวะ “อำนาจเต็ม”

•ยุทธศาสตร์สู้คดี: การมีสถานะเป็นรัฐบาลสมบูรณ์ก่อนคดีถึงศาล ถูกวิเคราะห์ว่าเป็นการสร้างแต้มต่อในเชิงคดี เกิด “ภาวะจำยอมทางรัฐศาสตร์” จนสร้างความลำบากใจให้ศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยคดี  เนื่องจากจะมีผลกระทบต่อเสถียรภาพการบริหารราชการแผ่นดินไป

บทสรุป

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการสู้กันด้วยคะแนนเสียง แต่ถูกตั้งคำถามถึงการวางโครงสร้างระบบบัตรเลือกตั้งเพื่อ “ผลประโยชน์ด้านข้อมูล” และการเร่งรัดกระบวนการเพื่อ “เป้าหมายทางการเมือง” เป็นสำคัญ

วัส ติงสมิตร

นักวิชาการอิสระ

5/3/69

หมอวรงค์ คัมแบ็ก! รับใบรับรอง กกต. ยันจุดยืนเดิม ยืนข้างประเทศไทย

หมอวรงค์ คัมแบ็ก! รับใบรับรอง กกต. ยันจุดยืนเดิม ยืนข้างประเทศไทย

หมอวรงค์ คัมแบ็ก! รับใบรับรอง กกต. ยันจุดยืนเดิม ยืนข้างประเทศไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.44 น.

วันที่ 5 มีนาคม 2569 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “วรงค์ เดชกิจวิกรม – Warong Dechgitvigrom” ระบุว่า #มารับหนังสือรับรอง

วันนี้ผมได้มารับ หนังสือรับรอง การได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบ

บัญชีรายชื่อ ที่สำนักงานกกต. เท่ากับว่า ผมเป็นส.ส.เต็มรูปแบบแล้วครับ

ผมตอบผู้สื่อข่าวสั้นๆ ที่ถามจุดยืนผม ผมยังยืนยันว่า ผมยืนข้างประเทศไทย และจะไป

แถลงรายละเอียดอีกครั้ง ในวันรายงานตัวที่สภา

ตั้งใจว่าจะไปรายงานตัวที่สภา วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น

สคบ.เคาะ 6 มาตรการด่วน -1 แผนปฏิบัติการ รับมือผลกระทบสงครามตะวันออกกกลาง

สคบ.เคาะ 6 มาตรการด่วน -1 แผนปฏิบัติการ รับมือผลกระทบสงครามตะวันออกกกลาง

สคบ.เคาะ 6 มาตรการด่วน -1 แผนปฏิบัติการ รับมือผลกระทบสงครามตะวันออกกกลาง

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.18 น.

สคบ. เคาะ 6 มาตรการด่วน – 1 แผนปฏิบัติการ รับมือผลกระทบสงคราม สั่งเพิ่มความถี่ตรวจผู้ประกอบการเอาเปรียบผู้บริโภค – ระวังโฆษณาสร้างความตื่นตระหนกกักตุนสินค้า พร้อมควบคุมค่าสาธารณูปโภค ขอความร่วมมือร้านค้ารับชำระเงินแบบโอนและเงินสด ป้องกันเครือข่ายโทรคมนาคมขัดข้อง หากเกิดปัญหาด้านพลังงาน 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เรื่อง กำหนดมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคจากการประเมินสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง

ภายหลังการประชุม นายสันติ แถลงว่า คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเร่งปกป้องสิทธิประชาชนท่ามกลางผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มอบหมายให้ตนปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โดยที่สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง
อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้บริโภคภายในประเทศ คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจึงได้มีการประชุมเร่งด่วนเพื่อกำหนดมาตรการเชิงรุกดูแลผู้บริโภคในช่วงสถานการณ์ความไม่สงบดังกล่าว

นายสันติ กล่าวว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจส่งผลให้เกิดความผันผวนด้านราคาสินค้าและบริการ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบหรือการฉวยโอกาสในภาวะวิกฤต คณะกรรมการฯย้ำชัดว่าการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้บริโภค ทั้งสิทธิในการได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง สิทธิในความปลอดภัย และสิทธิในการได้รับการชดเชยความเสียหาย จะต้องได้รับการดูแล ในมิติการบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการค้าภายใน

กระทรวงพาณิชย์ มีหน้าที่กำกับดูแลราคาสินค้าและบริการ ป้องกันการขึ้นราคาไม่เป็นธรรม ขณะที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และกรมการท่องเที่ยว รับผิดชอบกำกับดูแลการให้บริการสายการบินและบริการท่องเที่ยว กรณีเกิดการยกเลิกเที่ยวบินหรือแพ็กเกจทัวร์ แต่หากเกิดกรณีผู้บริโภคได้รับความเสียหายและมีการเรียกร้องค่าเสียหาย สคบ.จะใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดำเนินการไกล่เกลี่ย ยุติเรื่อง หรือฟ้องร้องและบังคับคดี ตามกฎหมายแทนผู้บริโภค เพื่อให้ได้รับการชดเชยอย่างเป็นธรรม

นายสันติ กล่าวว่า คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้เคาะ 6 มาตรการ และ 1 แผนปฏิบัติการด้านบูรณาการหน่วยงาน ดังนี้ 1. สคบ. เปิดสายด่วนรับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภคเพิ่มเติมจากปกติเป็นกรณีเร่งด่วนจำนวน 10 คู่สาย 2. เข้มงวดในการกำกับดูแลและควบคุมการประกอบธุรกิจที่ส่งผลต่อการบริโภคสินค้าและบริการในชีวิตประจำวัน โดยเพิ่มความถี่ในการลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจเพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบ บูรณาการเชิงรุกกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเฝ้าระวังการโฆษณาที่นำไปสู่การเข้าใจผิดของประชาชนในฐานะผู้บริโภค ที่ทำให้เกิดความตื่นตระหนก การกักตุนสินค้า หรือการซื้อสินค้าในราคาที่แพงในภาวะจำยอม ซึ่งถือเป็นการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค ตลอดจนเข้มงวดในการตรวจสอบฉลากสินค้าที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ฉลากข้าวสารบรรจุถุง หลักฐานการรับเงิน ซื้อขายถังก๊าซหุงต้ม รวมถึงการควบคุมผู้ประกอบธุรกิจให้บริการเช่าที่พักอาศัย ไม่ให้คิดอัตราค่าสาธารณูปโภคสูงเกินไป เช่น ค่าไฟฟ้าอัตราสูงสุดไม่เกิน 4.88 บาท ต่อหน่วยการใช้

นายสันติ กล่าวว่า 3. ขอความร่วมมือร้านค้าเปิดให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการชำระเงินทั้งบัตรเครดิต การโอนเงินทางแอปพลิเคชัน และเงินสด โดยที่ปัจจุบันมีร้านค้าเริ่มปฎิเสธรับเงินสด ซึ่งกระทบต่อผู้บริโภคบางรายและบางกรณี เช่น หากเกิดภาวะการณ์สัญญาณเครือข่ายโทรคมนาคมขัดข้องหรือมีปัญหาด้านพลังงานและไฟฟ้า  4. สนับสนุนให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าและบริการออนไลน์โดยเลือกซื้อสินค้าจาก Online platformที่จดทะเบียนตลาดแบบตรงกับ สคบ. เท่านั้น โดยเฉพาะสินค้าที่มีมูลค่าสูง เช่น เครื่องประดับ ทองคำ และบริการการลงทุน เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกและเป็นธรรม ในการแก้ปัญหาหรือข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ขายสินค้าและบริการกับผู้บริโภค

นายสันติ กล่าวว่า 5. การกำกับดูแลการจำหน่ายทองคำ โดย สคบ. เข้มงวดควบคุมการจำหน่ายทองคำอย่างเป็นธรรมต่อผู้บริโภคตามกฎหมาย ได้แก่ การควบคุมด้านฉลากทองคำรูปพรรณ และกรมการค้าภายใน บังคับใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการฯ เพื่อเฝ้าระวังการฉวยโอกาสและการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค 6. ประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภค ตระหนักรู้สิทธิการบริโภคสินค้าและบริการ ทั้งด้าน ราคา คุณภาพ มาตรฐานที่ตรงกับสินค้าและบริการ ในการเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางปกติ และช่องทางออนไลน์
ที่ปลอดภัย

นายสันติ กล่าวด้วยว่า สำหรับแผนปฏิบัติการด้านบูรณาการหน่วยงาน คือ การบูรณาการเชิงรุกภายใต้พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในฐานะประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมเมืองพัทยา และกรุงเทพมหานคร รวมถึงสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต โดยหน่วยงาน 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร จะบังคับใช้ทั้ง 6 มาตรการดังกล่าว รวมทั้งพิจารณาเพิ่มสายด่วนรับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภคโดยให้พิจารณาตามความเหมาะสม

ไชยชนก-ชาดา นำทีม สส.เขต-บัญชีรายชื่อ ขึ้นรถ EV เข้ารายงานตัวสภาฯ

ไชยชนก-ชาดา นำทีม สส.เขต-บัญชีรายชื่อ ขึ้นรถ EV เข้ารายงานตัวสภาฯ

ไชยชนก-ชาดา นำทีม สส.เขต-บัญชีรายชื่อ ขึ้นรถ EV เข้ารายงานตัวสภาฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.25 น.

5 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 10.53 น.ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้จัดเตรียมรถบัสไฟฟ้า EV สีน้ำเงิน สายภูมิใจไทย จำนวน 6 คัน เพื่อให้ สส.โดยสารเดินทางเข้ารายงานตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่อาคารรัฐสภา ทั้งนี้ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก บรรดา สส.บัญชีรายชื่อ และ สส.แบบแบ่งเขต ที่ยังไม่ได้รายงานตัว ทยอยเดินทางเข้าที่ทำการพรรคตั้งแต่เวลา 11.00 น.

โดยเวลา 12.55 น.นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ และ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี นำคณะ สส.ขึ้นรถบัส EV ออกจากที่ทำการพรรคภูมิใจไทย เพื่อเข้ารายงานตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่อาคารรัฐสภา โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ สส.บัญชีรายชื่อ เดินทางไปรอที่อาคารรัฐสภา ล่วงหน้าก่อนแล้ว

– 006

‘พรรคส้ม’ มาแล้ว! แบกหนังสือรับรอง สส. บัญชีรายชื่อ-แบ่งเขต ออกกกต. ก่อนรายงานตัวสภา

'พรรคส้ม' มาแล้ว! แบกหนังสือรับรอง สส. บัญชีรายชื่อ-แบ่งเขต ออกกกต. ก่อนรายงานตัวสภา

‘พรรคส้ม’ มาแล้ว! แบกหนังสือรับรอง สส. บัญชีรายชื่อ-แบ่งเขต ออกกกต. ก่อนรายงานตัวสภา

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.29 น.

ผู้แทน ‘พรรคส้ม’ แบกลังใส่หนังสือรับรอง สส. ทั้งบัญชีรายชื่อ และแบ่งเขตเลือกตั้งที่กกต. ก่อนไปรายงานตัวต่อที่สภาฯ

วันที่ 5 มี.ค.69 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่ง เปิดให้สส. บัญชีรายชื่อรับหนังสือรับรอง การเป็นสส. เพื่อนำไปรายงานตัวต่อสภาผู้แทนราษฎรเป็นวันแรก ล่าสุด ผู้แทนของพรรคประชาชนจำนวน 3 คนได้เดินทาง พร้อมกล่องกระดาษ มารับหนังสือรับรองสส. ทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อรวมทีเดียว อย่างไรก็ตามมีสส. บางส่วนที่มารับหนังสือด้วยตัวเองไปก่อนหน้านี้แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทั้งนี้พรรคประชาชนมีสส.รวมทั้งหมด 120 คน แบ่งเป็นสส. แบบบัญชีรายชื่อ 32 คน และสส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 88 คน ซึ่งใช้ระยะเวลาพอสมควรในการรับหนังสือรับรอง 

เคาะหัวตัวเอง 3 ครั้ง อนุทินขนทัพภูมิใจไทย รับหนังสือรับ รอง สส.

เคาะหัวตัวเอง 3 ครั้ง อนุทินขนทัพภูมิใจไทย รับหนังสือรับ รอง สส.

เคาะหัวตัวเอง 3 ครั้ง อนุทินขนทัพภูมิใจไทย รับหนังสือรับ รอง สส.

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.27 น.

“อนุทิน”ขนทัพ”ภูมิใจไทย”รับหนังสือรับรอง สส. ยกเคาะหัว 3 ครั้ง ระบุเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ ระบุการทำงานเร่งด่วนทุกเรื่อง โดยเฉพาะเหตุขัดแย้งตะวันออกกลาง ต้องหาทางช่วยประชาชนไทยให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

5 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 11.45 น.ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมด้วยแกนนำพรรค อาทิ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี , นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ , นายวรวุธ ศิลปอาชา , นายธนกร วังบุญคงชนะ , นายสันติ พร้อมพัฒน์ และบรรดา สส.แบบบัญชีรายชื่อ และ สส.แบบแบ่งเขต พรรคภูมิใจไทย เดินทางมารับหนังสือรับรอง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังรับหนังสือรับรอง นายอนุทิน ได้นำหนังสือรับรอง สส.เคาะที่หัวตนเอง 3 ครั้ง

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายอนุทิน กำลังเดินทางเข้ามารับหนังสือรับรองนั้น ปรากฏว่า ผู้แทนพรรคประชาชน (ปชน.) ที่เดินทางมารับหนังสือรับรอง สส.ก่อนหน้านี้ก็ดำเนินการเสร็จสิ้นพอดี ได้หอบกล่องกระดาษที่บรรจุหนังสือรับรองไว้ 4 กล่อง เดินสวนทางกับนายอนุทินที่เดินเข้ามาพอดี แต่เนื่องนายอนุทินเข้ามาคณะใหญ่ ทำให้ผู้แทนพรรคฯ ต้องเดินเรียงหนึ่งหลบทางให้พรรคภูมิใจไทยเดิน

ทั้งนี้ นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์หลังรับหนังสือรับรองจาก กกต.ว่า หลังรับหนังสือรับรอง สส.แล้ว เดี๋ยวจะไปรายงานตัวที่สภา แต่ไปรวมตัวกันที่สภา แล้วเข้าไปรายงานตัวพร้อมกัน เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรที่เมื่อเข้ารับตำแหน่งแล้วมีแต่เรื่องร้อนๆ นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าไปเพิ่มความร้อน ให้มีสติ ปัญหามีไว้ให้แก้

เมื่อถามว่า เมื่อสักครู่เห็นว่าเอาหนังสือรับรองฯ เคาะหัว ถือเป็นเคล็ดหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เพิ่งรับตำแหน่ง แล้วตำแหน่งผู้แทนราษฎรถือว่ามีเกียรติมาก ทั้งนี้ ดีใจที่ได้เป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย ก็ต้องทำงานให้คุ้มค่ากับความไว้วางใจที่ประชาชนได้มอบให้

เมื่อถามว่า มีอะไรเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกเรื่อง รัฐบาลรักษาการต้องทำงานอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงนี้ที่มีสถานการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นในตะวันออกกลาง ซึ่งมีผลกระทบกับประเทศไทยด้วย เราก็ต้องหามาตรการเพื่อให้คนไทยได้รับผลกระทบน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อถามถึงการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีเสร็จแล้วหรือยัง นายอนุทิน กล่าวว่า ใจเย็นๆ ทีละขั้นตอน ทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอน ตามที่ตนพูดไว้ทุกอย่าง

ก่อนจะเดินทางไปสภาฯ นายอนุทิน เปิดเผยว่า จะเดินทางไปรายงานตัวที่รัฐสภา โดยจะรวมพลก่อนที่พรรคภูมิใจไทย

สส.รับหนังสือรับรอง สส.บัญชีรายชื่อ วันแรก คึกคัก ปชป.-กธ.ส่งตัวแทนมา

สส.รับหนังสือรับรอง สส.บัญชีรายชื่อ วันแรก คึกคัก ปชป.-กธ.ส่งตัวแทนมา

สส.รับหนังสือรับรอง สส.บัญชีรายชื่อ วันแรก คึกคัก ปชป.-กธ.ส่งตัวแทนมา

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.25 น.

สส.รับหนังสือรับรอง สส.บัญชีรายชื่อ วันแรก คึกคัก ประชาธิปัตย์-กล้าธรรม ส่งตัวแทนมา ขณะพรรคเล็ก มารับเอง กกต. 

เมื่อวันที่ 5 มี.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้เป็นวันแรกที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง( กกต.)เปิดให้เข้ารับหนังสือ รับรองการได้รับเลือกเป็น สส.บัญชีรายชื่อ โดยเปิดให้รับหนังสือตั้งแต่เวลา 08.30 น. บรรยากาศที่สำนักงาน กกต. ก็คึกคักตั้งแต่เช้า โดย สส.บัญชีรายชื่อจากพรรคเล็ก มานั่งรอตั้งแต่เวลา 08.00 น. ก่อนเปิดให้รับหนังสือรับรอง ซึ่ง สส. บัญชีรายชื่อจากพรรคเล็กที่เดินทางมารับหนังสือรับรองด้วยตัวเอง ประกอบด้วย นายบุญรวี ยมจินดา สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคจากรวมใจไทย นายอภิวิชญญ์ ทิพย์รัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชน  นายพงษ์ฐวัฒน์ เตชะเดชเรืองกุล และนายอชินาธิรัตน์ ฉัตรทวีวรชัย พรรคเพื่อชาติไทย พร้อมระบุว่ารู้สึกดีใจได้เป็น สส.สมัยแรก ก็จะทำประโยชน์ให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ และ นายสุรทิน พิจารณ์ พรรคประชาธิปไตยใหม่และนายราเชน ตระกูลเวียง สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ 

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ มอบหมายให้ตัวแทนมารับหนังสือรับรองแทน สส.บัญชีรายชื่อทั้ง 11 คน ซึ่งในวันนี้นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ ก็นัด สส. เขตภาคใต้ เข้ารายงานตัวต่อสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 

ด้านพรรคกล้าธรรมได้ส่งตัวแทนมารับหนังสือทั้งสส.แบบบัญชีรายชื่อ 2 คน ประกอบด้วยร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ และสส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง นายอัครา พรหมเผ่า สส.เขต 1 จ.พะเยา

ด้าน สส.แบบแบ่งเขต ยังทยอยเดินทางเข้ารับหนังสือรับรอง เช่น นายพีรพัฒน์ รัชกิจประการ หรือปีเตอร์ สส.สตูล เขต 1 พรรคภูมิใจไทย เดินทางเข้ารับหนังสือรับรอง ซึ่งนายพีรพัฒน์ เป็นบุตรชายของนายพิบูลย์ รัชกิจประการ อดีต สส. สตูล เป็นการลงสมัครในพื้นที่เดิมของบิดา  

ขณะที่มีรายงานว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็เดินทางมารับหนังสือรับรองด้วยตัวเอง ในเวลา 12.00 น

นายกฯ หารือ IMF ก่อนไป กกต. รับหนังสือรับรอง สส.

นายกฯ หารือ IMF ก่อนไป กกต. รับหนังสือรับรอง สส.

นายกฯ หารือ IMF ก่อนไป กกต. รับหนังสือรับรอง สส.

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.21 น.

นายกฯ หารือ IMF ก่อนไป กกต. รับหนังสือรับรอง สส. 

เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 5 มี.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำกรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เพื่อหารือกรณีที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมธนาคารโลก และ IMF ของทั้งโลกในช่วงเดือน ต.ค.

จากนั้นเวลา 11.20 น. นายกฯ พร้อมนายเอกนิติ เดินมาส่งกรรมการผู้จัดการ IMF เดินทางกลับ ก่อนที่นายกฯ จะเดินทางไปที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อไปรับหนังสือรับรอง สส.บัญชีรายชื่อ ภายหลัง กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อจำนวน 100 คน

เปิด 2 ฉากทัศน์และทางรับมือ สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน เขย่าเศรษฐกิจไทย

เปิด 2 ฉากทัศน์และทางรับมือ สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน เขย่าเศรษฐกิจไทย

เปิด 2 ฉากทัศน์และทางรับมือ สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน เขย่าเศรษฐกิจไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.11 น.

เปิด 2 ฉากทัศน์และทางรับมือ สงคราม”สหรัฐ-อิหร่าน”เขย่าเศรษฐกิจไทย ระยะสั้น”น้ำมัน”ยังไม่ขาดแคลน

นักวิชาการธรรมศาสตร์ ประเมิน 2 ฉากทัศน์ตะวันออกกลาง “ยกระดับสู่สงครามเต็มรูปแบบ-สงครามยืดเยื้อยาวนาน” กระทบเศรษฐกิจไทยแตกต่างกัน ระบุยิ่งยืดเยื้อจะเจ็บหนักกันทุกฝ่าย สหรัฐฯเสี่ยงจะถูกโดดเดี่ยวทั้งเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ แนะรัฐบาลรับมือ ไม่ควรใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการแจกเงิน แต่ควรสร้างการจ้างงานแทน ยืนยัน“สถานการณ์น้ำมันไทย”ยังอยู่ในระดับที่รับมือได้ในระยะสั้น แต่หากสงครามยืดเยื้อหรือขยายความรุนแรง อาจเกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน

5 มีนาคม 2569 ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน กำลังทำให้เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายอย่างหนัก และอยู่บนจุดตัดที่จะส่งผลกระทบแตกต่างกันตามสถานการณ์ที่เป็นไปได้ใน 2 ทาง ได้แก่ 1.สงครามรุนแรงขึ้นกว่าเดิมจนกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ (Full-scale war) 2.สงครามรุนแรงในระดับเท่าเดิม แต่ระยะเวลายืดเยื้อยาวนาน

สำหรับกรณีแรกคือ สถานการณ์ยกระดับเป็นสงครามเต็มรูปแบบ จะนำไปสู่การชะงักงันของเศรษฐกิจโลก และจะทำให้เศรษฐกิจไทยที่การเติบโตไม่ค่อยสูงอยู่แล้วแย่ลงกว่าเดิม เพราะ 2 ใน 3 ของเศรษฐกิจไทยขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจโลก ขณะที่การใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะทำได้ยาก รวมถึงการเปิดตลาดการค้าใหม่ๆ ในสถานการณ์ที่โลกกำลังทำสงครามก็เป็นไปได้ยาก การลงทุนจะชะลอตัวลง ค่าเงินจะผันผวนมากขึ้นจากเงินที่ไหลเข้าออกเร็วขึ้น

“ผลกระทบที่เห็นชัดๆ ในขณะนี้คือราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง และหลังจากนี้การส่งออกก็จะชะลอตัวลงตามไป ซึ่งในอนาคตหากสถานการณ์ยกระดับกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบก็จะยิ่งน่ากลัว คือรายได้จะไม่โตแต่ค่าครองชีพผู้คนจะเพิ่มสูงขึ้น และจะยิ่งทำให้คนรายได้น้อยลำบากมาก จะบอกให้เป็นหนี้เพิ่มก็ไม่ได้เพราะทุกวันนี้หนี้ครัวเรือนก็สูงถึง 90% ของจีดีพี (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ) สุดท้ายปัญหาสังคมก็จะตามมา” ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ กล่าว

สำหรับกรณีที่สองคือ ความรุนแรงของสงครามไม่ได้มากขึ้น จำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่ตะวันออกกลางเพียงอย่างเดียว แต่ยืดเยื้อยาวนานออกไป 2 – 3 ปี ซึ่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจะไม่รุนแรงเท่ากรณีแรก เพราะโลกจะเกิดเส้นทางการค้าขายใหม่ที่มองข้ามพื้นที่ความขัดแย้งเหล่านี้ไปได้ แต่ก็อาจทำให้ไทยประสบปัญหาในเรื่องการทำตลาด ค่าใช้จ่ายในการขนส่ง รวมถึงเส้นทางการขนส่งที่การเปลี่ยนกองเรือ และการวางแผนการส่งสินค้าต้องเปลี่ยนตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเชื่อว่าสงครามไม่น่าจะขยายวงกว้างมากไปกว่านี้ ความเข้มข้นของการต่อสู้ยังเป็นการยิงและรอดูท่าทีกัน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสที่จะขยายตัว แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้นโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ก็คงโดนแรงต้านเยอะหากจะนำสหรัฐฯ ไปสู่การทำสงครามเต็มรูปแบบ เพราะนอกจากจะทำให้เศรษฐกิจชะงักแล้ว ยังจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการก่อการร้ายในประเทศรุนแรงเพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้น ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุหรือมีปัจจัยที่คาดไม่ถึง สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านคงไปไม่ถึงจุดที่เป็นสงครามเต็มรูปแบบ และส่วนตัวคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่สงครามจะจบลงใน 4 – 5 สัปดาห์ ตามที่ทรัมป์ระบุ และสุดท้ายหากผ่านไป 4 – 5 สัปดาห์ แล้วยังไม่จบ ความกดดันก็จะกลับมาอยู่ที่สหรัฐฯ และจะเริ่มถูกตั้งคำถาม

“ยิ่งสงครามยืดเยื้อทุกฝ่ายจะเจ็บหนัก โดยเฉพาะสหรัฐฯ เพราะคู่ค้าจะไม่เอาด้วย และสุดท้ายสหรัฐฯ จะโดดเดี่ยวทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ เพราะก่อนหน้านี้หลายประเทศไม่พอใจเรื่องมาตรการทางภาษีของทรัมป์อยู่แล้ว และรอบนี้เหมือนฟางเส้นสุดท้ายของความอดทนที่มีต่อสหรัฐฯ จะขาดลงไปได้ ซึ่งถึงตอนนั้นภาพที่เกิดขึ้นคือจะเกิดการรวมตัวกันใหม่ และการแข็งข้อต่อสหรัฐฯ อย่างประเทศสเปนตอนนี้ก็ไม่เอาด้วยแล้ว หรือหลายประเทศในยุโรปก็เริ่มสงวนท่าทีจากเดิมที่ดูเหมือนว่าจะช่วยสหรัฐฯ เต็มที่ ตอนนี้ก็ชะลอลงมา จากจุดนี้น่าจะทำให้สหรัฐฯ ต้องระวังค่อนข้างมากถ้าจะทำให้สถานการณ์ไปไกลกว่านี้” ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ระบุ

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ที่สุดแล้วไม่ว่าอนาคตจะไปในแนวทางใด เศรษฐกิจไทยก็จะได้รับผลกระทบหมด ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลควรจะทำเพื่อรับมือ คือ ไม่ควรใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยใช้การแจกเงินให้กับประชาชน แต่ควรเป็นการรักษาการจ้างงาน และสร้างการจ้างงาน ที่มีแผนที่ชัดเจน เช่น ช่วงไหนการส่งออกทำได้น้อยหรือต้นทุนของไทยสู้ประเทศอื่นไม่ได้ รัฐบาลอาจมีการช่วยอุดหนุนในการจ่ายเงินเดือนให้พนักงานที่เสี่ยงจะตกงานจากการถูกเลิกจ้างในสัดส่วนคนละครึ่งกับบริษัท หรือแบ่งเป็นปีนี้ช่วย 50% ปีหน้าช่วย 25% เป็นขั้นบันได เพราะตอนนี้การรักษาการจ้างงานถือเป็นสิ่งสำคัญมาก เนื่องจากทำให้เกิดความมั่นคง และมั่นใจในเศรษฐกิจ อันจะนำไปสู่ความกล้าในการใช้จ่ายเงิน ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนและประคองตัวต่อไปได้

“ศักยภาพทางการคลังของประเทศสามารถทำแบบนี้ได้มากกว่า (อุดหนุนเงินเพื่อรักษาการจ้างงาน) เพราะจะมีการหมุนเวียนกลับมาในรูปแบบภาษีนิติบุคคลจากบริษัท และถ้ามีการทำควบคู่กับการหาตลาดเท่าที่หาได้ก็จะช่วยได้เยอะ และเป็นการทำตลาดเชิงรุกด้วย แม้แต่ในตะวันออกกลางเองการทำสงครามก็ทำให้เจอปัญหาในเรื่องอาหารและอุปโภคบริโภค พวกนี้เป็นโอกาสของไทยเหมือนกัน หรือแม้แต่การส่งเสริมพื้นที่ให้คนมีรายได้เยอะสามารถขอวีซ่าในการมาอยู่ประเทศไทยได้นานขึ้น เม็ดเงินก็จะถูกนำมาหมุนเวียนใช้จ่ายในประเทศไทยได้เหมือนกัน” นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าว

เมื่อถามถึงสถานการณ์ความเพียงพอของปริมาณน้ำมันของไทยว่ามีความน่าเป็นห่วงหรือไม่ ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ กล่าวว่า ขณะนี้ไทยมีน้ำมันสำรองประมาณ 45 – 60 วัน แต่ไม่ได้หมายความว่าหลังจากนั้นแล้วจะหาไม่ได้ เพราะแหล่งพลังงานทั้งโลกมีอยู่หลายแหล่ง ถ้ามีความจำเป็นจริงๆ ไทยยังสามารถหาซื้อได้ และเชื่อว่ากลไกตลาดจะทำให้มีทางออกในเรื่องนี้ อีกทั้งไทยยังมีมาตรการในการรองรับผลกระทบอยู่แล้ว เชื่อว่ารัฐบาลไม่ปล่อยให้ไปสู่จุดที่น้ำมันขาดแคลนแน่ๆ แม้ราคาอาจจะแพงขึ้นก็ตาม สิ่งที่ต้องกังวลคือราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะส่งผลต่อค่าครองชีพ และหากเหตุการณ์ยืดเยื้อและขยายความรุนแรงขึ้นกว่านี้ อาจเกิดการขาดแคลนน้ำมันอย่างรุนแรงได้ การเตรียมความพร้อมสำหรับกรณีนี้จึงมีความสำคัญมาก ไม่แพ้การแก้ปัญหาระยะสั้น