บิ๊กดุลย์ บอกไม่หนักใจ ขึ้นกุมบังเหียนคุม กลาโหม เชื่อมั่น ผบ.เหล่าทัพ-ทหารทุกคน พร้อมปกป้องประเทศ

บิ๊กดุลย์ บอกไม่หนักใจ ขึ้นกุมบังเหียนคุม กลาโหม เชื่อมั่น ผบ.เหล่าทัพ-ทหารทุกคน พร้อมปกป้องประเทศ

บิ๊กดุลย์ บอกไม่หนักใจ ขึ้นกุมบังเหียนคุม กลาโหม เชื่อมั่น ผบ.เหล่าทัพ-ทหารทุกคน พร้อมปกป้องประเทศ

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.16 น.

“บิ๊กดุลย์” ไม่หนักใจ ขึ้นกุมบังเหียนคุม “ก.กลาโหม” เชื่อมั่น ผบ.เหล่าทัพ-ทหารทุกคน พร้อมปกป้องประเทศ ชี้หากมีปะทะไทย-กัมพูชารอบ 3 ต้องมีสิ่งบอกเหตุ ขออย่าเชื่อข่าวลือ-โซเชียล เผยสั่งตรวจสอบแล้ว หลัง “วีระ” ปูด BHQ ลอบเข้าไทย 

เมื่อวันที่ 4 เม.ย.2569 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีการเข้ามารับตำแหน่งในช่วงที่ประเทศกำลังเจอกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชามีความกดดันหรือไม่ว่า เป็นเรื่องธรรมดา แต่ว่า ตนไม่ลำบากใจเลย เพราะเชื่อมั่นในผู้บัญชาการเหล่าทัพ และเชื่อมั่นในตัวผู้บังคับหน่วย ซึ่งทุกคนมีความมุ่งมั่นอันเดียวกันที่จะรักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพราะเรามีอุดมการณ์เดียวกัน จบจากโรงเรียนเหล่าทหารของแต่ละเหล่าทัพ ทั้งโรงเรียนนายสิบ และโรงเรียนนายร้อย ซึ่งเราไม่ได้แบ่งแยก แต่ว่าเป็นเส้นทางในการศึกษา โดยพอมาอยู่ในหน่วยก็มาอยู่หน่วยเดียวกัน กลายเป็นทีมเดียวกัน ไม่ต้องกังวลใจ 

เมื่อถามว่า ได้มีการมอบนโยบายเรื่องของการดูแลปัญหาชายแดนอย่างไร เพราะในปีหน้ากัมพูชาจะมีการเลือกตั้งระดับประเทศ กลัวว่า จะมีการสร้างสถานการณ์เกิดขึ้นหรือไม่ พลโท อดุลย์ กล่าวว่า ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องรบรอบที่ 3 แต่ไม่ใช่ว่า ไม่ต้องกังวล เพราะเรามีความเชื่อมั่นในกำลังพลในการป้องกันชายแดน ซึ่งการจะรบ ต้องมีสิ่งบอกเหตุ ซึ่งเรามีระบบการข่าวกรอง หรือ ISR (Intelligence, Surveillance, and Reconnaissance) ที่ดี และขอให้เข้าใจว่า เรามีระบบการติดตาม และระบบเฝ้าตรวจสิ่งบอกเหตุ ซึ่งขอให้อย่าไปเชื่อ “ข่าวลือ” แต่ขอให้เชื่อ “ข่าวสารของทางการ” ที่ปล่อยออกไป เช่น จากโฆษกกองทัพภาค หรือว่า นายอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน ที่มีช่องทางการติดต่อกับชาวบ้านอยู่แล้ว ซึ่งหากมีเหตุการณ์ก็จะมีการแจ้งผ่านช่องทางเหล่านี้ ขออย่าไปเชื่อโซเชียล เพราะขณะนี้เรากำลังเข้าสู่ภาวะสงครามที่เรียกว่า สงครามไฮบริด (Hybrid Warfare) หรือ สงครามลูกผสม ซึ่งขอให้ดูแล้วใช้วิจารณญาณ เพราะว่า คนที่นำข้อมูลมาโพสต์ในโซเชียล เขาต้องการอะไรเราไม่รู้ ซึ่งต้องการโฆษณาชวนเชื่อหรือไม่ ขอให้ใจเย็น ๆ อย่าไปสร้างความแตกแยกให้กับผู้ปฏิบัติงาน

พลโท อดุลย์ ยืนยันว่า ผู้บังคับหน่วยทหาร ไม่มีใคร ไม่มีไม่รักลูกน้อง

ส่วนกรณีที่นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน ออกมาระบุว่า มีเจ้าหน้าที่เรียกรับส่วย แล้วปล่อยให้ทหาร BHQ เข้าเมืองแบบผิดกฎหมายนั้น พลโท อดุลย์ ย้อนถามกลับว่า จะเชื่อนายวีระ หรือจะเชื่อทหารในพื้นที่ทหาร แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะนายวีระ ได้ให้ข้อมูลเป็นข่าวสารขั้นต้น ซึ่งเราก็รับฟัง ตนก็ได้นำมาตรวจสอบกับคนในพื้นที่ว่า เป็นข่าวจริงหรือไม่ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี ยืนยันว่า ไม่ได้ว่า นายวีระ เพราะเมื่อมีข่าวสารอะไรก็พร้อมรับฟังทั้งหมดให้หน่วยในพื้นที่ไปกลั่นกรอง ตรวจสอบ และมาตัดสินใจว่า จะทำอย่างไรต่อไป

กรณ์ ชี้ รัฐบาลอย่าหน่อมแน้ม จี้เลิกขอบริจาคโรงกลั่น ใช้กฎหมายจัดการ กำไรส่วนเกิน

กรณ์ ชี้ รัฐบาลอย่าหน่อมแน้ม จี้เลิกขอบริจาคโรงกลั่น ใช้กฎหมายจัดการ กำไรส่วนเกิน

กรณ์ ชี้ รัฐบาลอย่าหน่อมแน้ม จี้เลิกขอบริจาคโรงกลั่น ใช้กฎหมายจัดการ กำไรส่วนเกิน

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.03 น.

วันที่ 4 เมษายน 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า  รัฐบาลอย่าหน่อมแน้มขอเงินบริจาคจากโรงกลั่น

รัฐบาลตั้ง คตร. ขึ้นมาเพื่อให้หาข้อเท็จจริงว่า ‘โรงกลั่นกำไรเกินควรหรือไม่?‘ จากปรากฏการณ์ค่าการกลั่นที่บางวันสูงมากถึง 17 บาทต่อลิตร

หาก คตร. พบว่า ’กำไรมากจริง‘ ก็ควรอธิบายชี้แจงให้ชัดเจน และใช้อำนาจรัฐที่มีอยู่ในมือ แทนการ ‘ขอความร่วมมือ’ ที่ไม่มีหลักกฎหมายอ้างอิง

โรงกลั่นทุกโรงเป็นบริษัทมหาชน จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นะครับ เขาจะอธิบายผู้ถือหุ้นอย่างไร และหากมีผู้ถือหุ้นฟ้องร้องผู้บริหารก็จะวุ่นวาย

หลักธรรมาภิบาลที่ดีควรมีการใช้อำนาจผ่านกฎหมายที่ถูกต้องและด้วยความเป็นธรรม

อย่ากลัวใครครับ และอย่าใช้วิธีการนี้ซื้อเวลารอให้กระแสกดดันผ่านไป

เพราะนั่นคือยุทธศาสตร์ของทั้งรัฐมนตรีพลังงาน และผู้ประกอบการที่เคยใช้มาเมื่อปี 2565

ขอท่านเอกนิติย้อนกลับไปดูครับ ครั้งนั้นโรงกลั่นตกลงกับรัฐบาลว่าจะบริจาค เดือนละประมาณ 8,000 ล้านบาท เป็นเวลาสามเดือน รวม 24,000 ล้านบาท

แต่เอาเข้าจริงจ่ายเป็นหลักไม่กี่ร้อยล้าน โดยไม่ได้จ่ายทุกบริษัท และจ่ายเพียงไม่กี่งวด เรื่องก็เงียบไป สังคมไม่เคยมีโอกาสเรียนรู้ว่าสรุปโครงสร้างการกำหนดราคานั้นบกพร่องจริงหรือไม่ อย่างไร จนถึงวันนี้

ประชาชนรอการทำงานที่จริงจังและโปร่งใส ความชัดเจนต้องมี เพื่อความเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายครับ

เอกนิติ เตรียมชงรื้อใหญ่โครงสร้างน้ำมัน เข้าครม.นัดแรก 6 เม.ย. สางต้นทุนแฝง-ค่าการกลั่น

เอกนิติ เตรียมชงรื้อใหญ่โครงสร้างน้ำมัน เข้าครม.นัดแรก 6 เม.ย. สางต้นทุนแฝง-ค่าการกลั่น

เอกนิติ เตรียมชงรื้อใหญ่โครงสร้างน้ำมัน เข้าครม.นัดแรก 6 เม.ย. สางต้นทุนแฝง-ค่าการกลั่น

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.52 น.

“เอกนิติ” เตรียมชง ครม.นัดแรก 6 เม.ย.นี้ รื้อใหญ่โครงสร้างน้ำมัน ต้นทุนแฝง-ค่าการกลั่น ลดภาระ ปชช.รับสงกรานต์

วันที่ 4 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐบาลเตรียมเดินหน้านโยบายรื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน เพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนเทศกาลสงกรานต์ โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมนำเสนอรายละเอียดเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรกในวันที่ 6 เมษายนนี้ 

ขณะที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เตรียมทบทวนโครงสร้างค่าการกลั่น และพร้อมพิจารณาปรับเวลาประกาศราคาน้ำมันใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้บริโภค

สำหรับการขับเคลื่อนนโยบายนี้ เริ่มมาจากฐานข้อมูลที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ศึกษาและรวบรวมไว้ก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะการตั้งคำถามถึง “กลไกราคา” และ “โครงสร้างค่าการกลั่น” ซึ่งเป็นต้นทุนแฝงที่ส่งผลกระทบต่อภาคการขนส่งและค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง

รมว.กลาโหม ชี้ คดียิง ส.ส.ประชาชาติ เป็นอำนาจตำรวจ เชื่อโยงถึงใคร นายกฯไม่มีละเว้น

รมว.กลาโหม ชี้ คดียิง ส.ส.ประชาชาติ เป็นอำนาจตำรวจ เชื่อโยงถึงใคร นายกฯไม่มีละเว้น

รมว.กลาโหม ชี้ คดียิง ส.ส.ประชาชาติ เป็นอำนาจตำรวจ เชื่อโยงถึงใคร นายกฯไม่มีละเว้น

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.42 น.

รมว.กลาโหม ขอ รอแถลงนโยบายก่อน พูดแนวทางแก้ปัญหาชายแดนใต้ ระบุ คดี ยิง สส.ประชาชาติ เป็นอำนาจของตำรวจ เชื่อ หากโยงถึงใคร นายกฯ ไม่ละเว้น

เวลา11.00 น. วันที่ 4 เม.ย. 69 พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เกิดความรุงแรงอย่างต่อเนื่อง ว่ามีการกำชับอย่างไรบ้าง ว่า เดี๋ยวจะต้องไปดู ซึ่งตนยังไม่กล้าพูดอะไรมาก เพราะยังไม่ได้เข้าเฝ้าถวายสัตย์ และแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งหากเสร็จสิ้นทั้งหมด เราจะมาคุยกัน

ส่วนความรุนแรงที่เกิดขึ้นมีการเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาตินั้น พลโท อดุลย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถ้าหากเชื่อมโยงไปถึงใคร ตนเชื่อว่านายกรัฐมนตรีไม่ละเว้น 

สำหรับกรณีที่พรรคประชาชาติ ระบุว่า รถที่ใช้ก่อเหตุเป็นรถของหน่วยงาน กอ.รมน.นั้น พลโท อดุลย์ ระบุว่า ตนไม่แน่ใจ เพราะเป็นเรื่องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

รมว.กลาโหม ลงพื้นที่ตรวจเลือกทหารกองเกิน  ย้ำสิทธิประโยชน์เพียบ ทั้งเรียนต่อและโอกาสก้าวหน้าทางอาชีพ – ย้ำลูกหลานต้องปลอดภัย ลั่นไม่เลี้ยงคนผิด สั่งลงโทษเด็ดขาด เป็นจุดดำทำกองทัพเสียภาพลักษณ์ หลัง มีเคสทำร้ายร่างกายทหาร  – พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตทหารชายแดน  น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีเน็ตโทรคนที่บ้าน – พร้อมขานรับนโยบาย “ทหารอาสา”

พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการตรวจเลือกทหารกองเกิน เข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2569 โดยกล่าวว่า วันนี้มาตรวจดูความเรียบร้อย เพราะศูนย์การค้า สาขาเซ็นทรัล เวสต์เกต มีการตรวจคัดเลือกเต็มทั้ง 2 วัน ที่ผ่านมา รวมถึงดูการปฏิบัติงานของสัสดีที่ประชาสัมพันธ์ให้มีผู้สมัครเต็มทุกวันนั้นทำอย่างไร รวมถึงนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมการให้ชายไทยสมัครเข้ารับราชการทหารโดยสมัครใจ หรือหากการ สมัครเต็มจำนวน ก็จะไม่มีการเกณฑ์ทหาร โดยปัจจุบันได้มีการนำระบบสมัครออนไลน์มาใช้ด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกมากยิ่งขึ้น

สำหรับปัจจัยที่ทำให้มีผู้สมัครเต็มจำนวนนั้น พลโท อดุลย์ ระบุว่า มีหลายปัจจัย อาทิ การประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งฝ่ายปกครอง ที่ได้ประชาสัมพันธ์นโยบายรัฐบาล รวมถึงปัจจัย และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ได้รับ สร้างแรงจูงใจ โดยเฉพาะด้านการศึกษา เปิดโอกาสให้ผู้เข้ารับราชการสามารถศึกษาต่อควบคู่ไปด้วย เช่น การศึกษานอกระบบ เพื่อยกระดับวุฒิการศึกษา นอกจากนี้ ยังมีโอกาสก้าวหน้าในสายอาชีพ และได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม อีกทั้ง ยังมีการเสริมสร้างอุดมการณ์ รักชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ และการเป็นจิตอาสาเพื่อการปกป้องอธิปไตย และสร้างความภาคภูมิใจให้กับตนเองและครอบครัว 

ส่วนการดูแลทหารเกณฑ์ ไม่ให้เกิดการซ้ำรอยในเรื่องของการทำร้ายร่างกาย พลโทอดุลย์ เชื่อว่า ผู้บังคับบัญชาทุกระดับได้กำกับดูแลเป็นอย่างดี และได้ลงโทษผู้ที่กระทำ ยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวนั้นมีอยู่บ้าง ซึ่งหากพบการกระทำความผิด ก็มีการลงโทษอย่างเด็ดขาด อย่างเช่น กรณีที่เกิดขึ้นที่ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จังหวัดนครราชสีมา ได้มีการลงโทษขั้นเด็ดขาด โดยการปลดผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด และดูแลครอบครัวของผู้บาดเจ็บ // พร้อมย้ำว่า กองทัพบกมีคนดีและคนไม่ดี เพียงนิดเดียวทำให้ภาพลักษณ์เกิดความเสียหาย ซึ่งจะไม่ปล่อยคนกลุ่มนี้ไว้ ขอให้เชื่อว่าลูกหลานของทุกท่านจะปลอดภัย ในยามที่กำลังพลออกปฎิบัติหน้าที่ที่บริเวณชายแดน โดยตนเองได้เน้นย้ำคุณภาพชีวิตทหารชายแดน อย่างน้อย น้ำต้องไหล ไฟต้องสว่าง ทางดี ได้ชาร์จโทรศัพท์ มีสัญญาณโทรศัพท์เพื่อให้พูดคุยกับคนที่บ้านได้ หุงข้าวไม่ต้องก่อไฟมาก เรื่องเหล่านี้ถือเป็นคุณภาพชีวิตที่พวกเขาได้ไปช่วยพวกเราทุกคนในการปกป้องอธิปไตยของชาติ 

ส่วนกรณีฝ่ายค้านจับตาการนำพลทหารไปรับใช้ และการเก็บบัตรเอทีเอ็ม (ATM) เพื่อหักหัวคิว ได้มอบนโยบายเรื่องนี้อย่างไรนั้น พลโทอดุลย์ ระบุว่า มีนโยบายชัดเจน ที่ผ่านมามีเรื่องนี้อยู่บ้าง ก็เหมือนกับจุดด่างในเหล่าทัพ และเชื่อว่าผู้บังคับบัญชาแต่ละหน่วยเข้มงวดเรื่องนี้อยู่แล้ว ซึ่งเรื่องนี้มีอยู่น้อยมาก เหมือนเสื้อสีขาวที่มีจุดดำเพียงเล็กน้อย ดังนั้น ขออย่ามองจุดด่างดำ ขอให้ทุกคนช่วยกันเป็นหูเป็นตา โดยมีศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ หรือแม้แต่คนใดที่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ รวมถึงไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ขอให้แจ้งมา

ส่วนนโยบายทหารอาสาของพรรคภูมิใจไทย ได้วางกรอบไว้หรือไม่ว่าจะสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อไหร่ พลโทอดุลย์ กล่าวว่า ต้องรอให้มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อน และตนเองจะรับมาดำเนินการ ยืนยันว่ามีแน่ และทำอย่างแน่นอน ซึ่งจะต้องหารือกันในละเอียดครั้งหนึ่ง ว่าจะกี่ปี หรือ 4 ปี เพราะจะได้มีโอกาสเรียน จนจบระดับปริญญาตรีและบรรจุเข้ารับราชการทหาร อย่างไรก็ตาม พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งพ้นจากตำแหน่ง ได้ฝากสานงานต่อในการดูแลทหารชั้นผู้น้อยอย่างเต็มที่ โดยการเพิ่มเงินจากกองร้อยจากกองพัน และจากกรม ซึ่งสิทธิของกำลังพลชั้นผู้น้อย จะดูแลอย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วง นอกจากนี้ ยังย้ำว่า ชนชั้นไม่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะแต่อย่างใด แต่ระเบียบของข้าราชการทหารต้องมีการแบ่งยศ แบ่งสายบังคับบัญชาให้มีความชัดเจน เพื่อปกครองบังคับบัญชา เราทำงานด้วยกันเป็นทีม ชีวิตการทำงานที่บริเวณชายแดนทุกคนเท่ากันหมด ทุกคนมีโอกาสเหยียบกับระเบิดเท่ากันหมด

ส่วนมีความกังวลหรือไม่ที่เข้ามารับตำแหน่งในช่วงที่มี สถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดน พลโทอดุลย์ ระบุว่า เป็นเรื่องธรรมดา ตนเองไม่ลำบากใจ และเชื่อมั่นในตัวผู้บังคับบัญชาเหล่าทัพ ผู้บังคับหน่วย ทุกคนมีความมุ่งมั่นเป็นหนึ่งเดียวกัน คือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 

เปิดประวัติ ปานปรีย์ พหิทธานุกร สุภาพบุรุษบัวแก้วผู้ยึดมั่น รักษาหลักการ

เปิดประวัติ ปานปรีย์ พหิทธานุกร สุภาพบุรุษบัวแก้วผู้ยึดมั่น รักษาหลักการ

เปิดประวัติ ปานปรีย์ พหิทธานุกร สุภาพบุรุษบัวแก้วผู้ยึดมั่น รักษาหลักการ

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.41 น.

กลายเป็นกระแสที่ถูกจับตามองอย่างร้อนแรงบนโลกออนไลน์และออฟไลน์ทันที เมื่อ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เตรียมลงนามแต่งตั้ง ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและเจ้าของฉายา ขุนพลเศรษฐกิจ ให้กลับคืนถิ่นบัวแก้วอีกครั้งในตำแหน่ง ประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อผนึกกำลังขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การทูตเชิงรุกให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

วันนี้ ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์ จะพาทุกท่านไปเจาะลึกเส้นทางชีวิตของชายชื่อ ปานปรีย์ หรือ ดร.ตั๊ก ผู้ที่เกิดมาพร้อมกับภารกิจด้านการทูตอย่างแท้จริง

ปานปรีย์ พหิทธานุกร

แฟ้มภาพ

โดย ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร เกิดเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2500 ปัจจุบันอายุ 69 ปี เป็นบุตรของ นายปรีชา และนางบุญทิวา พหิทธานุกร ดร.ปานปรีย์เติบโตมาในครอบครัวข้าราชการเก่าแก่ที่มีความผูกพันกับกระทรวงต่างประเทศอย่างหยั่งรากลึก โดยมีต้นแบบจากคุณปู่คือ พระพหิทธานุกร (ส่วน นวราช) อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศและเอกอัครราชทูตผู้เจนจัดในสนามสากล ตลอดจนบิดาที่รับราชการในกระทรวงแห่งนี้เช่นกัน สภาพแวดล้อมเหล่านี้เองที่หล่อหลอมให้เขาซึมซับงานด้านนโยบายระหว่างประเทศมาตั้งแต่เยาว์วัย

ทางด้านการศึกษา ดร.ปานปรีย์ ปูพื้นฐานตัวเองอย่างแน่นหนาด้วยปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนจะบินไปคว้าปริญญาโทด้านรัฐประศาสนศาสตร์จาก University of Southern California (USC) และจบปริญญาเอกด้านการบริหารจัดการภาครัฐจาก Claremont Graduate University (CGU) สหรัฐอเมริกา ส่งผลให้เขากลายเป็นนักยุทธศาสตร์ที่มองภาพรวมทั้งมิติกฎหมายและการบริหารจัดการได้อย่างเฉียบคม

ปานปรีย์ พหิทธานุกร

ก้าวแรกในโลกการทำงานของเขาเริ่มต้นที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ในบทบาทเจ้าหน้าที่ประสานงานห้องประชุม ครม. ยุคพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ซึ่งที่แห่งนี้นอกจากจะเป็นโรงเรียนฝึกทักษะการบริหารนโยบายแล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นของครอบครัว เมื่อเขาได้พบรักและสมรสกับ นางปวีณา หงษ์ประภาส หลานตาของพล.อ.ชาติชาย และมีบุตรสาวคือ น.ส.ปัทมรัตน์ พหิทธานุกร มาเป็นโซ่ทองคล้องใจ

อย่างไรก็ตามเส้นทางการบริหารระดับชาติของเขามาถึงจุดสำคัญที่สุดเมื่อได้รับแต่งตั้งเป็น รองนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน เมื่อปี 2566 เพื่อนำประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจและการทูตมาปรับภาพลักษณ์ไทยบนเวทีโลก แต่แล้วในเดือนเมษายน 2567 กลับเกิดจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อการปรับคณะรัฐมนตรีทำให้เขาพ้นจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เหลือเพียงเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเพียงตำแหน่งเดียว จนนำมาสู่การตัดสินใจลาออกเพื่อรักษาหลักการและศักดิ์ศรีทางการเมือง

ปานปรีย์ พหิทธานุกร

แฟ้มภาพ

การกลับมาในบทบาทประธานที่ปรึกษาฯ ภายใต้การนำของนายสีหศักดิ์ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่การคืนถิ่นของคนทำงานคนหนึ่ง แต่คือการนำประสบการณ์ระดับตัวจริง กลับมาช่วยประคองและขับเคลื่อนงานด้านการต่างประเทศของไทยท่ามกลางความท้าทายของโลกยุคใหม่ที่ซับซ้อนกว่าเดิม

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก ปานปรีย์ พหิทธานุกร

ศิริภา จวก รัฐหยุดเบี่ยงประเด็น จี้ถามน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร

ศิริภา จวก รัฐหยุดเบี่ยงประเด็น จี้ถามน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร

ศิริภา จวก รัฐหยุดเบี่ยงประเด็น จี้ถามน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.27 น.

วันนี้ 4 เมษายน 2569 น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงว่ามีน้ำมันหายไปจากระบบจำนวนมหาศาลถึง 57 ล้านลิตร ระหว่างการขนส่งจากคลังน้ำมันไปยังปลายทาง โดยตั้งข้อสังเกตว่าน้ำมันจำนวนมหาศาลนี้อยู่ที่ไหนกันแน่ และลอยอยู่กลางทะเลจริงตามกระแสข่าวหรือไม่ หรือถูกลักลอบส่งออกนอกประเทศไปแล้ว

ศิริภา

รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์  ระบุว่าข้อมูลน้ำมันที่หายไป 57 ล้านลิตรนั้น ตามหลักปฏิบัติแล้วสามารถตรวจสอบได้ไม่ยากโดย

1. ใบกำกับขนส่ง  ทุกครั้งที่เรือเข้าโหลดน้ำมันจากโรงกลั่น จะต้องได้รับใบกำกับขนส่งที่ระบุชัดเจนว่าต้นทางมาจากไหน ปลายทางคือที่ใด ขนส่งผลิตภัณฑ์ประเภทใด และขนให้กับบริษัทน้ำมันแห่งใด

2. ระบบติดตามเรือ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ตรวจสอบตำแหน่งเรือได้แบบเรียลไทม์ ว่าเรือแต่ละลำจอดอยู่ที่ไหน หรือกำลังเดินทางไปที่ใดผ่านเว็บไซต์ตรวจสอบการจราจรทางน้ำสากล

3. ผู้มีสิทธิ์โหลดน้ำมัน เรือขนส่งเป็นเพียง “ผู้รับจ้างขน” เท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ซื้อน้ำมันจากโรงกลั่นได้เอง ผู้ที่มีสิทธิ์มีเพียงบริษัทน้ำมันตามมาตรา 7 ซึ่งมีอยู่เพียงไม่กี่บริษัทในประเทศไทยเท่านั้น

น.ส.ศิริภา ตั้งข้อสังเกตทิ้งท้ายว่า หากมีการโหลดน้ำมันหายไปจากระบบจริง อาจเกิดขึ้นได้เพียงกรณีเดียวคือโรงกลั่นอนุญาตให้เรือที่ผิดกฎหมายเข้าโหลดน้ำมัน หรือบริษัทน้ำมันตามมาตรา 7 เปลี่ยนปลายทางการขนส่ง จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเลิกเบี่ยงเบนประเด็นเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนน้ำมัน

“ขอให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลความจริงให้กับประชาชนทราบอย่างครบถ้วน ว่าใครคือไอ้โม่งตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังน้ำมัน 57 ล้านลิตรที่หายไป” น.ส.ศิริภา กล่าวย้ำ

พีระพันธุ์ เดือด! ท้ากางผลงาน รมว.พลังงาน ใครทำมากกว่าผม? ซัดพวกดิสเครดิตคือ เดนมนุษย์

พีระพันธุ์ เดือด! ท้ากางผลงาน รมว.พลังงาน ใครทำมากกว่าผม? ซัดพวกดิสเครดิตคือ เดนมนุษย์

พีระพันธุ์ เดือด! ท้ากางผลงาน รมว.พลังงาน ใครทำมากกว่าผม? ซัดพวกดิสเครดิตคือ เดนมนุษย์

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.54 น.

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกโรงโต้ตอบกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานอย่างเผ็ดร้อน หลังถูกโจมตีผ่านวาทกรรมทางการเมือง ลั่นพร้อมท้าชนรัฐมนตรีทุกสมัยกางแผนงานวัดกันตัวต่อตัว

นายพีระพันธุ์ เปิดเผยด้วยอารมณ์ดุดัน ผ่ายรายการ มีเรื่องต้องคุย ทางช่อง Ch7HD News เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ถึงกรณีที่มีการพยายามดิสเครดิตการทำงานของตนในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยระบุว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องจริง แต่เป็นเพียงเกมการเมืองที่หวังทำลายชื่อเสียงตนเท่านั้น

“ผมกล้าท้าเลย ไปเอารัฐมนตรีพลังงานคนไหนที่ทำงานมากกว่าผม แล้วเอามาชี้แจง ถ้าผมไม่ทำงานจะพูดได้แบบนี้ไหม” นายพีระพันธุ์ กล่าว

ขอบคุณรายการ มีเรื่องต้องคุย Ch7HD News

นอกจากนี้ อดีตรมว.พลังงาน ยังได้ฝากคำพูดไปถึงกลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ว่า อย่าพยายามใช้โวหารหรือวาทกรรมเพื่อตีกินทางการเมือง เพราะตนเลือกที่จะไม่ให้ค่ากับกลุ่มคนเหล่านี้

“อย่ามาพูดแบบนี้กับผม มันเป็นวาทกรรมทางการเมืองที่ต้องการดิสเครดิตผม ผมไม่สนใจ พวกเดนมนุษย์พวกนี้”

ทั้งนี้ คำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เนื่องจากเป็นการใช้ถ้อยคำที่รุนแรงและแสดงออกถึงความมั่นใจในผลงานช่วงที่ดำรงตำแหน่งอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการท้าพิสูจน์ “เนื้องาน” เมื่อเทียบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในอดีตที่ผ่านมา 

ขอบคุณรายการ มีเรื่องต้องคุย Ch7HD News

นักวิเคราะห์ดึงสติคนไทย ยอมรับความจริง ตลาดน้ำมันโลกปั่นป่วน

นักวิเคราะห์ดึงสติคนไทย ยอมรับความจริง ตลาดน้ำมันโลกปั่นป่วน

นักวิเคราะห์ดึงสติคนไทย ยอมรับความจริง ตลาดน้ำมันโลกปั่นป่วน

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.53 น.

วันนี้ 1 เมษายน 2569  สมภพ พอดี นักวิเคราะห์สถานการณ์สังคม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วิเคราะห์สถานการณ์ความปั่นป่วนของตลาดปิโตรเลียมโลก หลังเหตุการณ์ยิวและอเมริกาถล่มอิหร่านเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า “ปั่นป่วน  ภาพปลากกรอบ​ เป็นรายงานข่าวความปั่นป่วนชุลมุนวุ่นวายของการค้าผลิตภัณฑ์​ปิโตรเลียม​ ตั้ง​แต่นํ้ามันดิบ​ นํ้ามันเชื้อเพลิ​ง​ ก๊าซธรรมชาติ​ ฯลฯ​ นับแต่ยิวและอเมริกันรุมถล่มอิหร่านเมื่อวันที่​ 28​ กุมภาพันธ์ ปั่นป่วน​ ชุลมุน​ วุ่นวาย​ ขนาดที่เรือบรรทุกปิโตรเลียมเหล่านี้ถูกคนขายสั่งให้เปลี่ยนทิศทางไปลูกค้ารายอื่นแทน​ เพราะได้ราคาสูงกว่าบ้าง​ ได้เงื่อนไขการชำระเงินที่ดีกว่าบ้าง​ ปล่อยให้ลูกค้าที่คาดหวังว่าจะได้รับสินค้าตามที่ตกลงกันต้องรอเก้อ​ ต้องเสี่ยงกับภาวะขาดแคลน​ เพราะหาซื้อจากที่อื่นมาทดแทนไม่ทัน​ เช่น เรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติจากสหรัฐ​และแคนาดาเบี้ยวลูกค้าในยุโรป​ เอาไปส่งให้ลูกค้าในเอเซียที่จ่ายราคาสูงกว่าแทน เรือบรรทุกนํ้ามันดิบจากอิหร่าน​ไปจีนแทนอินเดียที่ตกลงกันก่อน​ เพราะเงื่อนไขชำระเงินที่ดีกว่า เรือบรรทุกนํ้ามันดีเซลหันหัวเรือไปแอฟริกาใต้​ เบี้ยวยุโรป​ เพราะได้ราคาสูงกว่า ฯลฯ

ถ้าใครสนใจ​ กูเกิลด้วยคำว่า​ Oil tankers diverted to higher bidders ได้เลยครับ​ มีข่าวแบบนี้ให้อ่านเยอะแยะ ที่เอามาเล่าเพราะ​ นี่คือความเป็นจริงของโลกวันนี้​ คนซื้อในยุโรป​ ในอินเดีย​ และที่อื่นๆ​ โดนคนขายเบี้ยวแล้ว​ทั้งที่มีสัญญาซื้อขาย​หรือมีสัญญาส่งมอบแต่ยังเจรจาราคาไม่จบซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดปกติของการซื้อขายปิโตรเลียม และวันหนึ่งในอนาคต​ ไทยเราอาจจะโดนเบี้ยวได้เช่นกัน​ หากการขาดแคลนพลังงานรุนแรงขึ้น เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลหรือความสัมพันธ์​ระหว่างประเทศ​ แต่เป็นเรื่องของธุรกิจเอกชน​ ถ้าเรามีกำลังซื้อมากกว่า​ เรามีโอกาสถูกผิดสัญญาถูกเบี้ยวน้อยกว่า​ ความน่าจะเป็นที่ต้อวประสบภาวะขาดแคลนก็น้อยกว่า แต่ความเป็นจริงต่างออกไป​ เราไม่รวย​ แถมประชาชนจำนวนมากยังหน้าโง่​ ยังเรียกร้องโง่ๆว่านํ้ามันเชื้อเพลิงต้องราคาถูก​ๆเพื่อให้ได้ฟุ่มเฟือย​ ได้ใช้ชีวิตสบายๆต่อไป​โดยไม่รับรู้​ว่าโลกมีสงคราม​มีความยากลำบากมีการขาดแคลน หมายเหตุ​ สำนักข่าวไหนเอาไปอ่าน​ กรุณาชำระค่าหมูกระทะด้วย”

สมภพ พอดี

หลังจากโพสต์ของ สมภพ พอดี เผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวอย่างกว้างขวาง โดยมองว่าเป็นการตีแผ่ความจริงที่หลายคนไม่ยอมรับ เช่น

“ทราบจากเจ้าของเรือตัวเป็นๆๆว่าเรือขนส่งสินค้าขึ้นราคา 5-10เท่าจากราคาปกติ”

“ขออนุญาตแชร์นะคะเพื่อจะได้ตาสว่างกันบ้าง”

“ขอบคุณค่ะสำหรับข้อมูลข้าวสาร เอ๊ย ข่าวสาร ธุรกิจก็คือ ธุรกิจ ไม่ใช่มูลนิธิ หลายคนในประเทศนี้ยังไม่ยอมเข้าใจค่ะ อ่านไป พิมพ์ไป กินข้าวกับปลาเค็มทอดไปด้วย ประหยัดดีค่ะ กินได้หลายมื้อเลยค่ะ”

“คนที่อยู่บนโลกความเป็นจริง แบบเราๆ จะเข้าใจข่าวแบบนี้ครับ แต่คนจำพวกที่ชอบอะไรแบบว่า “เค้าไม่รบกันแล้ว” อาจไม่เข้าใจ”

“เมื่อวานดูรายการอัญชลีพรเพื่อนเราที่จัดกับต้นวรเทพ เจ้าอัญบอกว่า ใครมาบอกว่าประเทศเราผลิตน้ำมันได้มากมายจนต้องส่งออก ให้เลิกคุยกับมัน”

“ไม่มีใครสนใจความซื่อสัตย์ทางการค้า เพราะได้กำไรสูงกว่า หากมีการฟ้องร้องก็ต่อสู้ว่า เป็นเหตุสุดวิสัยในการส่งมอบตามเวลาอันเนื่องมาจากสงคราม คู่สัญญามีสิทธิขยายสัญญา ได้โดยไม่ผิดสัญญา ไม่ต้องเสียค่าปรับในการส่งมอบล่าช้า
แล้วแต่ลูกเล่นของแต่ละเจ้า ไทยเราเองก็ต้องระวัง จะซื้ออะไรกับใครก็ต้องดูดี ๆ ไม่งั้นน้ำมันขาดช่วง ประชากรโง่ ๆจะออกมาด่าจนขาดใจตายครับ”

“คล้ายตลาดน้ำมันดิบและLNG โลก กำลังถูกบังคับขาย แยกเป็นสองซีกโลกกลายๆ ซีกยุโรป-เมกา กับซีกเอเชีย-ตะวันออกกลาง”

“พวกที่ไม่รู้ตัวว่าทุกประเทศกำลังอยู่ในวิกฤตก็จะออกมาชวนประท้วงขอน้ำมันราคาถูกๆ”

นักวิเคราะห์
สมภพ พอดี
สมภพ พอดี
สมภพ พอดี
สมภพ พอดี
สมภพ พอดี
สมภพ พอดี

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Sompob Pordi 

ชัยวุฒิ เตือน สส. ไม่ควรใช้ AI เขียนบทอภิปราย ฝาก ประธานสภาฯ จัดอบรม กฏกติกา มารยาท สส. ใหม่

ชัยวุฒิ เตือน สส. ไม่ควรใช้ AI เขียนบทอภิปราย ฝาก ประธานสภาฯ จัดอบรม กฏกติกา มารยาท สส. ใหม่

ชัยวุฒิ เตือน สส. ไม่ควรใช้ AI เขียนบทอภิปราย ฝาก ประธานสภาฯ จัดอบรม กฏกติกา มารยาท สส. ใหม่

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.03 น.

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 04 เม.ย. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พร้อมฝากข้อคิดการทำหน้าที่ในสภาฯ เน้นย้ำให้อภิปรายด้วยเหตุผลและศึกษาข้อมูลด้วยตนเอง ไม่ควรใช้เทคโนโลยี AI หรือบุคคลอื่นเขียนบทให้ พร้อมฝากประธานสภาฯ หารือแกนนำทุกพรรค จัดอบรมกติกามารยาทให้ สส. ใหม่ เพื่อรักษาภาพลักษณ์อันดีของฝ่ายนิติบัญญัติ

“การอภิปรายในสภาฯ ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล ข้อมูลที่นำมาใช้อภิปรายนั้น สส. ควรเป็นผู้ศึกษา วิเคราะห์ และเขียนขึ้นด้วยตนเอง ไม่ใช่การพึ่งพาปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือให้บุคคลอื่นเขียนบทให้ เนื่องจากผู้แทนราษฎรจำเป็นต้องพูดและสื่อสารจากสิ่งที่ตนเองรู้และเข้าใจปัญหาอย่างถ่องแท้ จึงอยากฝากไปยัง สส.ว่า การอภิปรายในสภาควรพูดด้วยเหตุ ด้วยผล ควรศึกษาข้อมูลต่าง ๆ แล้วก็คิดเองเขียนเอง แล้วจึงนำมาอภิปรายในสภา ไม่ใช่ไปให้ AI หรือไปใช้คนอื่นเขียนมาให้  เราต้องพูดจากสิ่งที่เรารู้สิ่ง ที่เราเข้าใจจริง ๆ” นายชัยวุฒิ กล่าว

ชัยวุฒิ

หัวหน้าพรรครักชาติ ยังได้เน้นย้ำถึงวุฒิภาวะในการทำหน้าที่สส. ว่าควรหลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์ การโต้เถียง หรือการด่าทอกันเพื่อหวังสร้างกระแสต่อหน้าประชาชน เพราะพฤติกรรมดังกล่าวจะส่งผลเสียและทำลายภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของสภาผู้แทนราษฎรโดยรวม ที่สำคัญต้องการเคารพกติกาเรื่องเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่ยึดถือปฏิบัติกันมาในทุกยุค ทุกสมัย เพื่อให้เกิดการจัดสรรเวลาอย่างเป็นธรรม และเปิดโอกาสให้ สส. ทุกคนได้นำเสนอปัญหาจากทุกจังหวัดและทุกพื้นที่ หากมีบุคคลใดใช้เวลาเกินกำหนดหรือเหมาเวลาพูดเพียงคนเดียว ก็จะทำให้ สส. ท่านอื่นเสียโอกาสในการสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ตนเอง

นายชัยวุฒิ ยังฝากข้อเสนอแนะไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้เร่งหารือกับแกนนำของทุกพรรคการเมือง เพื่อจัดเตรียมการประชุมอบรมให้แก่ สส. โดยเฉพาะกลุ่ม สส. หน้าใหม่ เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับข้อบังคับ กฎกติกา และมารยาท ต่าง ๆ ในการประชุมสภาฯ เพื่อให้การขับเคลื่อนงานในสภาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทรงเกียรติสูงสุด

ชัยวุฒิ
ชัยวุฒิ

หมอวรงค์ สวนหมัด ปิยบุตร ตรวจสอบตัวเองให้สะอาดก่อนจะไปจี้งบองค์กรอื่น

หมอวรงค์ สวนหมัด ปิยบุตร ตรวจสอบตัวเองให้สะอาดก่อนจะไปจี้งบองค์กรอื่น

หมอวรงค์ สวนหมัด ปิยบุตร ตรวจสอบตัวเองให้สะอาดก่อนจะไปจี้งบองค์กรอื่น

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.27 น.

วันนี้ 4 เมษายน 2569 วรงค์ เดชกิจวิกรม โพสต์คลิปพร้อมข้อความตอบโต้กรณีที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เรียกร้องให้พรรคไทยภักดีไปตรวจสอบงบประมาณส่วนอื่น เช่น สถาบันฯ ศาล องค์กรอิสระ และกองทัพ แทนการพุ่งเป้าไปที่งบอาหารหรือบำนาญของ สส. โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า “#ถึงนายปิยบุตร ตามที่นายปิยบุตรเรียกร้องให้ ส.ส.ไทยภักดี ตรวจสอบงบสถาบันฯ ศาล องค์กรอิสระ และกองทัพบ้าง เอาให้ได้สักเสี้ยวเดียวของการตรวจสอบงบอาหาร บำนาญ และผู้ช่วย ส.ส. โดยอ้างว่ามาจากภาษีประชาชนเหมือนกัน ผมอยากจะบอกนายปิยบุตรว่า คุณรู้ไหมว่าการตรวจสอบที่มีคุณค่าที่สุด คือการตรวจสอบตัวเองให้สะอาดเสียก่อน ก่อนที่จะไปตรวจสอบคนอื่น การที่ผมตรวจสอบสิทธิประโยชน์ของ ส.ส. และ ส.ว. ผมเชื่อว่าจะทำให้ ส.ส. และ ส.ว. สะอาด โปร่งใส และได้รับการยอมรับจากประชาชน พรรคการเมืองก็จะเข้มแข็ง และเมื่อไปตรวจสอบองค์กรอื่น ก็จะได้รับความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่เอาแต่ตรวจสอบคนอื่น แต่พวกเราเองยังโกงประชาชนอยู่เลย”

วรงค์ เดชกิจวิกรม

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจ นพ.วรงค์ อย่างล้นหลาม เช่น

“ถูกต้องครับ คนตรวจสอบต้องสะอาดก่อน จึงจะตรวจสอบคนอื่นได้ ยอดเยี่ยมตรงไปตรงมาให้กำลังใจครับหมอ”

“นี่แหละ ผู้ทำงาน ที่มีคุณธรรม และมีจริยธรรม จริงๆ ยกนิ้วให้คุณหมอณรงค์เลย ว่าคุณทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นเพื่อพัฒนาประเทศจริงๆ”

“เชียร์คุณหมอค่ะ ถ้านักการเมืองคิดได้อย่างคุณหมอประเทศเราคงจะดีกว่านี้”

“คุณสมบัติของผู้นำ ต้องซื่อสัตย์ มีคุณธรรม มีจริยธรรม”

“การตรวจสอบที่ทรงคุณค่า คือตรวจสอบตัวเองก่อน” ตอบกลับได้ยอดเยี่ยมมากค่ะ ขอส่งกำลังใจให้คุณหมอสู้ต่อไปค่ะ”

“ดีเยี่ยมครับคุณหมอ จัดการตนเองก่อน ค่อยจัดการคนอื่น”

“ถ้านักการเมืองไทยเหมือนคุณหมอทั้งประเทศผมว่าประเทศไทยเจริญไปนานแล้วครับ”

“คนมีปัญญามักทำหลายอย่างจากความตั้งใจ ต่างกับบางคนแค่มีปากไว้เหน็บแนมคนอื่น สนับสนุนและเป็นกำลังใจกับสิ่งที่คุณหมอวรงค์กำลังทำอยู่ค่ะ”

วรงค์ เดชกิจวิกรม
วรงค์ เดชกิจวิกรม
วรงค์ เดชกิจวิกรม
วรงค์ เดชกิจวิกรม

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก วรงค์ เดชกิจวิกรม – Warong Dechgitvigrom