ไม่ใช่เรือไทย กต.-ทร.ออกโรงแจง ปัดถูกถล่มในฮอร์มุซ

ไม่ใช่เรือไทย กต.-ทร.ออกโรงแจง ปัดถูกถล่มในฮอร์มุซ

ไม่ใช่เรือไทย กต.-ทร.ออกโรงแจง ปัดถูกถล่มในฮอร์มุซ

วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ไม่ใช่เรือไทย กต.-ทร.ออกโรงแจง ปัดถูกถล่มในฮอร์มุซ

สงครามลากยาว สหรัฐฯเดินหน้าถล่มต่อเนื่องคืนที่ 7 อิหร่านโต้กลับส่งโดรน-ขีปนาวุธ โจมตีฐานทัพในภูมิภาคกองทัพเรือติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง พร้อมแจ้งแนวทางการเดินเรือไทยในพื้นที่เสี่ยง บัวแก้ว-ทร. แจงแล้วไม่ใช่เรือไทยโดนถล่มที่ฮอร์มุซ แต่ให้ทุกลำระมัดระวัง

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ประกาศยืนยันการเปิดฉากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ในอิหร่านเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (17 ก.ค.2026) นับเป็นคืนที่ 7 ติดต่อกัน โดยมุ่งเป้าทำลายขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง

ยกระดับปฏิบัติการทางทหารรายงานระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ระดมเครื่องบินขับไล่ โดรน และเรือรบเข้าปฏิบัติภารกิจมุ่งเป้าไปยังคลังแสง อุปกรณ์ป้องกันภัยทางอากาศ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานทางทหารหลายแห่งตลอดแนวชายฝั่ง ความตึงเครียดนี้ทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากความพยายามในการรักษาข้อตกลงหยุดยิงในช่องแคบฮอร์มุซล้มเหลว โดยสหรัฐฯ กล่าวหาว่าอิหร่านละเมิดข้อตกลงด้วยการโจมตีเรือพาณิชย์ในพื้นที่ดังกล่าว

สื่อในอิหร่านรายงานว่าพบเหตุระเบิดในหลายพื้นที่สำคัญทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดบูเชห์ร (Bushehr), จังหวัดฮอร์โมซกัน (Hormozgan) รวมถึงพื้นที่ในจังหวัดยัซด์ (Yazd) ใจกลางประเทศ

ทางการอิหร่านระบุว่าการโจมตีของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานหลายจุด รวมถึงสะพานและอุโมงค์สำคัญในฮอร์โมซกัน ซึ่งสร้างความเสียหายต่อการคมนาคมขนส่ง

ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านได้ประกาศยกระดับการตอบโต้ โดยอ้างว่าได้ทำการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในหลายประเทศในภูมิภาคอาหรับเพื่อ “ลงโทษผู้รุกราน”

หนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือ ฐานทัพอากาศอัล-อูเดอีด (Al Udeid Air Base) ในกาตาร์ ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการปฏิบัติการทางอากาศของสหรัฐฯ ในภูมิภาค โดยอิหร่านอ้างว่าได้ทำลายระบบเรดาร์ระยะไกลและเครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศของสหรัฐฯ

ด้านกาตาร์ยืนยันว่ากองทัพสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธที่พุ่งเป้ามายังประเทศได้ แต่ยอมรับว่ามีเศษซากขีปนาวุธตกลงในพื้นที่อยู่อาศัย ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเบื้องต้น ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวได้สร้างความกังวลอย่างยิ่งต่อบทบาทของกาตาร์ในฐานะตัวกลางเจรจา และอาจส่งผลกระทบต่อการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในประเทศโอมานในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

พลเรือตรีปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงมีความไม่แน่นอน และสหรัฐอเมริกาได้ออกประกาศแจ้งเตือนด้านความมั่นคงทางทะเลสำหรับพื้นที่อ่าวเปอร์เซีย ช่องแคบฮอร์มุซและอ่าวโอมาน กองทัพเรือได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งข้อมูล ข่าวสารและคำแนะนำด้านความปลอดภัยแก่ผู้ประกอบการเดินเรือไทยอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 กองทัพเรือได้มีหนังสือแจ้งไปยังสมาคมเจ้าของเรือไทย เพื่อให้ผู้ประกอบการและเรือพาณิชย์ไทยรับทราบการประเมินระดับความเสี่ยงของพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งยังคงอยู่ในระดับ “สูงมาก (SEVERE)” กองทัพเรือจึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินเรือเข้าสู่พื้นที่เสี่ยงหากไม่มีความจำเป็น พร้อมติดตามประกาศและคำแนะนำจากหน่วยงานด้านการเดินเรือระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยที่กำหนดอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ กองทัพเรือได้กำหนดแนวทางการรายงานข้อมูล การประสานงาน และการแจ้งเหตุผิดปกติของเรือไทยเมื่อเดินทางผ่านพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที หากเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างการเดินเรือ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มความปลอดภัยให้แก่เรือพาณิชย์ไทย รวมถึงกำลังพลประจำเรือ

โฆษกกองทัพเรือกล่าวเพิ่มเติมว่า กองทัพเรือให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ความมั่นคงของการคมนาคมขนส่งทางทะเล และสวัสดิภาพของลูกเรือไทย จึงขอให้ผู้ประกอบการ เจ้าของเรือ และผู้ควบคุมเรือติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิดพร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การเดินเรือของไทยเป็นไปอย่างปลอดภัยและต่อเนื่องภายใต้สถานการณ์ที่มีความอ่อนไหวในปัจจุบัน

ทั้งนี้ กองทัพเรือจะติดตามและประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงทางทะเลอย่างต่อเนื่อง พร้อมบูรณาการการปฏิบัติกับหน่วยงานภาครัฐและภาคการเดินเรือ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในการเดินเรือ และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ประกอบการไทยและประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่มีรายงานข่าวเมื่อคืนวันที่ 17 ก.ค. 2569 โดยสำนักข่าวต่างๆ รวมถึงสำนักข่าวของอิหร่าน อ้างว่าเรือชักธงไทยลำหนึ่งเป็นเป้าหมายการโจมตีของ IRGC โดยถูกกล่าวหาว่าพยายามเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น

นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศ ได้ประสานกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และกองทัพเรือเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งทางกองทัพเรือได้ออกมาชี้แจงด้วยแล้วว่า ไม่ใช่เรือสัญชาติไทย โดยกระทรวงการต่างประเทศจะติดตามพัฒนาการเพิ่มเติมอย่างใกล้ชิดต่อไป

ทั้งนี้ โดยที่สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้บริษัทเดินเรือ รวมถึงภาคส่วนต่างๆ ติดตามข่าวสารและประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

คว่ำรบ.ไม่ได้ ‘ธนกร’เย้ยณัฐพงษ์ ยันเสถียรภาพแน่น

คว่ำรบ.ไม่ได้ 'ธนกร'เย้ยณัฐพงษ์ ยันเสถียรภาพแน่น

คว่ำรบ.ไม่ได้ ‘ธนกร’เย้ยณัฐพงษ์ ยันเสถียรภาพแน่น

วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

คว่ำรบ.ไม่ได้ ‘ธนกร’เย้ยณัฐพงษ์ ยันเสถียรภาพแน่น

“ธนกร” ถาม “เท้ง” เอาความมั่นใจจากไหนรัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ เชื่อเสียงฝ่ายค้านล้มไม่ลง แนะอภิปรายไม่ไว้วางใจ อย่าทำเพียงเพราะคิดว่าเป็นประเพณี มอง ควรปล่อยให้รัฐบาลทำงานเพื่อประชาชน

วันที่ 18 กรกฎาคม 2569 นายธนกร วังบุญคงชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน เชื่อว่ารัฐบาลไม่มีเสถียรภาพอยู่ได้ไม่นาน ว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยทุกกระทรวงเวลานี้เร่งทำงานกันอย่างหนักหากงานไหนเกี่ยวข้องกับอีกกระทรวงหนึ่งก็ประสานงานกันอย่างไหลลื่น เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

นายธนกรระบุต่อ จึงไม่แน่ใจว่านายณัฐพงษ์ ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่ารัฐบาลนี้ไม่มีเสถียรภาพ ตรงกันข้ามตนกลับมองว่าหากทุกกระทรวงยังร่วมมือกันทำงานอย่างต่อเนื่อง ผลักดันนโยบายต่างๆ ที่เข้าถึงประชาชนอย่างแท้จริง เช่น โครงการไทยช่วยไทยพลัส ออกมาอย่างต่อเนื่องรัฐบาลจะอยู่ในใจของพี่น้องประชาชนไปอีกนาน

ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ ระบุด้วยว่ากำลังรอจังหวะที่เหมาะสมเพื่อยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายธนกรเผยว่า ก่อนอื่นตนอยากให้ฝ่ายค้านกลับไปคุยกันเองในพรรคให้ตกผลึกก่อนจะดีกว่า ว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ เดี๋ยวก็บอกว่าไม่มีผลงาน เดี๋ยวก็บอกว่าส่อทุจริตสะเปะสะปะจนไม่รู้ว่าจะเอาเรื่องอะไรมาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลกันแน่

ทั้งนี้ ไม่อยากให้ฝ่ายค้านมองแค่ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องปกติที่ต้องทำทุกปี แม้ไม่มีเรื่องทุจริตอะไรก็ต้องอภิปรายเพื่อหวังจะได้คะแนนเสียงจากประชาชนเท่านั้น ถ้าไม่มีประเด็นจริงๆ ก็ควรปล่อยให้รัฐบาลได้บริหารประเทศเพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องจะดีกว่า หากฝ่ายค้านข้องใจก็สามารถใช้ช่องทางตรวจสอบอื่นๆ ที่กฎหมายกำหนดไว้ให้ได้อยู่แล้ว

“อยากให้ฝ่ายค้านคุยกันเองให้รู้เรื่องก่อนดีกว่า ว่าตกลงแล้วถ้าจะยื่นซักฟอกรัฐบาลนั้น ยื่นเพราะมีประเด็นหรือจะยื่นเพราะเห็นเขาทำกันเป็นประเพณีกันแน่ ถ้าทำเพราะเห็นฝ่ายค้านทุกสมัยเขาก็ทำกัน แบบนั้นมีแต่จะเสียเวลาเปล่าๆ ปล่อยให้รัฐบาลได้ทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง หากมีข้อมูลที่ไม่ชอบมาพากลก็ส่งให้รัฐบาลตรวจสอบได้ หรือจะดำเนินการผ่านหน่วยงานหรือช่องทางกฎหมายต่างๆ ที่เปิดช่องไว้ให้ก็สามารถทำได้ แบบนี้ประชาชนจะได้ประโยชน์มากกว่า ถ้าฝ่ายค้านมั่นใจว่าเสียงฝ่ายค้านจะล้มรัฐบาลได้ ผมก็มั่นใจเหมือนกันว่าเสียงรัฐบาลยังเหนียวแน่น ล้มรัฐบาลไม่ลงแน่นอน”

ที่ จ.นราธิวาส นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการ TH-AI Passport ที่นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความคล้ายสนับสนุนโครงการ ต่อมา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ท้ายที่สุดจะกลายเป็นประเด็นความขัดแย้งภายในพรรคหรือไม่ ว่า ตนไม่ได้มองว่าเป็นความขัดแย้งอะไรและขอไม่ขยายความเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่นายภาวุธได้โพสต์ข้อความขอโทษไป ซึ่งเชื่อว่านายภาวุธหรือ สส.พรรคประชาชน ที่ติดตามเรื่องนี้มุ่งหวังอยากจะเห็นการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐมีความโปร่งใสมากที่สุด การจัดซื้อจัดจ้างไม่ได้มีการล็อกสเปกเพื่อตอบแทนกลุ่มทุนที่มีความยึดโยงกับรัฐบาล ส่วนปัญหาการสื่อสารที่ผ่านมา ขอไม่ออกความเห็นเพิ่มเติม

เมื่อถามว่า เกิดเหตุการณ์ที่คนในพรรคไม่สื่อสารกันเองหลายครั้งแต่มาสื่อสารในโลกออนไลน์ จะกระทบในภาพลักษณ์ของพรรคหรือไม่นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เป็นสิ่งที่เราทำความเข้าใจมาโดยตลอดอยู่แล้ว ขอยืนยันว่าสิ่งที่เป็นตัวตนและหลักการพื้นฐานของพรรคประชาชนคือ ประชาชนทุกคน รวมถึง สส. มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น อาจจะเป็นปกติที่บางครั้งมีการสื่อสารที่ไม่รัดกุม แต่สุดท้ายนายภาวุธก็พยายามแสดงเจตนาว่าการสื่อสารไม่ได้หลงลืมประเด็นสำคัญคือ ความไม่ชอบธรรม ความถูกต้องของโครงการ TH-AI Passport ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง

ตร.จ่อเค้น5,924คน กันเป็นพยาน มัดไอ้โม่งจัดโกงสอบ ลงใต้สืบสวนละเอียดยิบ

ตร.จ่อเค้น5,924คน กันเป็นพยาน มัดไอ้โม่งจัดโกงสอบ ลงใต้สืบสวนละเอียดยิบ

ตร.จ่อเค้น5,924คน กันเป็นพยาน มัดไอ้โม่งจัดโกงสอบ ลงใต้สืบสวนละเอียดยิบ

วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ตร.จ่อเค้น5,924คน กันเป็นพยาน มัดไอ้โม่งจัดโกงสอบ ลงใต้สืบสวนละเอียดยิบ กทม.สั่งฉีกสัญญามศว ล้มคุมสอบขรก.7พันคน

ตำรวจกองบัญชาการสอบสวนกลาง รับบัญชานายกฯจ่อเค้น 5,924 คนเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น เปิดช่องกันเป็นพยานได้ สาวไปถึงไอ้โม่งที่บงการตัวจริง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ภาคใต้และภาคกลาง ด้านมศว ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงบุคลากร 1 ราย หลังผลสอบพบมีหลักฐานเกี่ยวข้องการทุจริตสอบ ขรก.ท้องถิ่น ด้านกทม. ยกเครื่องสอบข้าราชการใหม่ ยกเลิกสัญญาจ้าง มศว – ทบทวนความโปร่งใสทั้งระบบ พร้อมจัดสอบได้กลางเดือนกันยายนนี้

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนคดีดังกล่าว ว่าบช.ก. ได้รับคำสั่งตรงจากนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างเด็ดขาด โดยสั่งการประสานงานร่วมกันหลายหน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เพื่อบูรณาการข้อมูลร่วมกัน

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวต่อไปว่าในส่วนของกลุ่มผู้กระทำความผิดที่มีความชัดเจนแล้วนั้น ปัจจุบันทาง บช.ก.มีข้อมูลและอยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนสอบสวนอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ภาคใต้และภาคกลาง

ตร.สอบซ้ำ5,924ราย

สำหรับประเด็นสำคัญกรณีรายชื่อผู้เข้าสอบที่มีคะแนนผิดปกติจำนวนสูงถึง 5,924 ราย ตามที่นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาชี้แจงไปก่อนหน้านี้นั้น พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า ในขณะนี้ทางตำรวจมีฐานข้อมูลเบื้องต้นของกลุ่มดังกล่าวอยู่แล้วจากคณะทำงานตรวจสอบ แต่ในขั้นตอนการปฏิบัติทางคดีอาญา จะต้องรอข้อมูลและมาตรการทางปกครองจากกระทรวงมหาดไทย ที่จะทำการเพิกถอนสิทธิผู้สอบกลุ่มนี้อย่างเป็นทางการเสียก่อน

ทั้งนี้ แนวทางการดำเนินคดีอาญากับกลุ่มผู้เข้าสอบ 5,924 ราย หลังจากถูกเพิกถอนสิทธิเรียบร้อยแล้ว พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ชี้แจงว่า อาจจะมีบางส่วนที่มองว่าตนเองเสียสิทธิและเลือกที่จะเข้าให้การกับ ป.ป.ช. โดยตรงซึ่งหากรายใดให้การเป็นประโยชน์ก็อาจจะถูกกันไว้เป็นพยานในคดี แต่หากบุคคลใดมีพยานหลักฐานมัดตัวแน่นหนาว่ามีพฤติการณ์ตั้งใจจ่ายเงินเพื่อทุจริตสอบ ก็จะต้องถูกดำเนินคดีอาญาในฐานะ“ผู้ถูกกล่าวหา”

ขยายผลผู้ร่วมขบวนการ

ผบช.ก. กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากผู้กระทำความผิดในขบวนการนี้ส่วนใหญ่เกี่ยวพันกับเจ้าหน้าที่รัฐ คดีหลักจึงอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นหลัก ซึ่งล่าสุดทาง บช.ก. ได้ส่งข้าราชการตำรวจฝีมือดีจำนวนหนึ่ง เพื่อให้ ป.ป.ช. แต่งตั้งเป็นผู้ช่วยคณะไต่สวนร่วมอย่างเป็นทางการ เพื่อทำหน้าที่สนับสนุนการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน

อย่างไรก็ตาม คาดว่าภายในช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ ทาง บช.ก. จะมีการส่งมอบและสรุปรายงานความคืบหน้าทางคดีในส่วนที่รับผิดชอบทั้งหมด และหากการตรวจสอบข้อกฎหมายรวมถึงพยานหลักฐานต่างๆ เสร็จสิ้นรัดกุมดีแล้ว ทางสอบสวนกลางเตรียมที่จะขยายผลผู้อยู่เบื้องหลังขบวนต่อไป

มศว สอบวินัยร้ายแรง1ราย

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3 ลงวันที่17 กรกฎาคม 2569 เกี่ยวกับความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือ พนักงานส่วนท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เนื้อความโดยสรุป ระบุว่า ตามที่ มศว ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการดำเนินโครงการสอบแข่งขัน บัดนี้คณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงดำเนินการแล้วเสร็จ และรายงานผลต่อมหาวิทยาลัยเรียบร้อยแล้ว ผลปรากฏว่ามีพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงในเบื้องต้นเพียงพอในการดำเนินการทางวินัยกับบุคลากร 1 ราย มหาวิทยาลัยจึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงเพื่อดำเนินการทางวินัยต่อไป

กทม.ยกเลิกสัญญา มศว

รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่ากทม.ได้ยกระดับความโปร่งใสในการจัดสอบบรรจุข้าราชการ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเช่นกรณีการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น โดยได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (สำนักงาน ก.ก.) และสำนักงานการเจ้าหน้าที่ (สกจ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลการออกข้อสอบ วิธีการสอบ การประมวลผลคะแนน รวมถึงการรักษาความปลอดภัย ทบทวนกระบวนการจัดสอบใหม่ทั้งหมด พร้อมศึกษาTOR และข้อกำหนดต่างๆ ของกรุงเทพมหานครอย่างละเอียด เพื่อให้การสอบมีความโปร่งใส รัดกุมมากที่สุด

สำหรับการจัดสอบรอบต่อไป เดิมกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-18 กรกฎาคม 2569 แต่กรุงเทพมหานครได้ประกาศเลื่อนการสอบไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยแจ้งให้ผู้สมัครสอบรับทราบ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่าจะเลื่อนการสอบออกไปเป็นช่วงกลางเดือนกันยายน 2569 เพื่อทบทวนระบบการจัดสอบใหม่ รวมทั้งดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามขั้นตอน

รอประกาศความชัดเจนใหม่

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ผู้ได้รับการคัดเลือกให้ดำเนินการจัดสอบคือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) แต่กรุงเทพมหานครเห็นควรให้มีการทบทวนกระบวนการจัดสอบใหม่ จึงได้มีการหารือกับอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อขอยกเลิกสัญญาจ้างการดำเนินการจัดสอบ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยก็เข้าใจและไม่ขัดข้อง

สำหรับความคืบหน้าการจัดสอบนั้น คาดว่าภายในวันที่ 15 สิงหาคมนี้ จะมีความชัดเจนเรื่องกระบวนการจัดจ้างหน่วยงานภายนอก เพื่อดำเนินการจัดสอบ และภายในช่วงปลายเดือนสิงหาคม จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบและสถานที่สอบ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาผู้สมัครสอบประมาณ 7,000 คน แต่หากผู้สมัครสอบรายใดไม่สะดวกเข้าสอบตามกำหนดใหม่ หรือประสงค์จะไม่เข้าสอบ สามารถแจ้งความประสงค์เพื่อขอคืนค่าสมัครสอบได้ โดยกทม. จะแจ้งรายละเอียดให้ทราบต่อไป

‘มหาดไทย’ กำชับทุกจังหวัด ล้อมคอกสถานบันเทิง หากไม่ได้มาตรฐานห้ามเปิดเด็ดขาด

'มหาดไทย' กำชับทุกจังหวัด ล้อมคอกสถานบันเทิง หากไม่ได้มาตรฐานห้ามเปิดเด็ดขาด

‘มหาดไทย’ กำชับทุกจังหวัด ล้อมคอกสถานบันเทิง หากไม่ได้มาตรฐานห้ามเปิดเด็ดขาด

วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 19.35 น.

‘ปลัดมท.’ กำชับทุกจังหวัดเข้มเช็คมาตรฐานความปลอดภัยสถานบริการ-อาคารสาธารณะทั่วประเทศ เร่งตรวจสอบให้แล้วเสร็จใน 30 วัน เตือนพบข้อบกพร่องต้องรีบแก้ไข ไม่ได้มาตรฐานห้ามเปิดเด็ดขาด หากพบฝ่าฝืนดำเนินคดีตามกฎหมายไม่มีละเว้น แนะปชช.แจ้งเบาะแสอาคารไม่ได้มาตรฐานที่สายด่วน 1567

18ก.ค.2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้เสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 69 มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกรุงเทพมหานคร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบสถานบริการทั่วประเทศให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์การสูญเสียในลักษณะเหตุการณ์เพลิงไหม้สถานบริการย่านถนนลาดพร้าว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 12ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว

นายอรรษิษฐ์ กล่าวต่อว่า กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการไปยังกรม จังหวัด และประสานกรุงเทพมหานคร รวมถึงเมืองพัทยา ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสถานบริการทั่วประเทศ ได้แก่ 1. ให้ “กรมการปกครอง” จัดระเบียบสถานบริการและสถานประกอบการให้เป็นไปตามกฎหมายและจัดทำฐานข้อมูลผลการตรวจสอบ โดยกำชับที่ทำการปกครองจังหวัดและอำเภอ บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบสถานบริการ สถานประกอบการ และอาคารที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก พร้อมทั้งกวดขันบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยสถานบริการ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด หากพบการฝ่าฝืนให้ดำเนินการตามกฎหมายทันทีไม่มีละเว้น 2. ให้ “กรมโยธาธิการและผังเมือง” ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร โดยสนับสนุนการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ทางหนีไฟ ความจุอาคาร องค์ประกอบด้านวิศวกรรม และจัดทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ สนับสนุนจังหวัดตรวจสอบสถานบริการ สถานประกอบการ และอาคารที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก พร้อมกำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคารอย่างเคร่งครัด

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อว่า 3. ให้ “กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย” เตรียมความพร้อมในการป้องกันอัคคีภัย โดยสนับสนุนการตรวจสอบระบบป้องกันอัคคีภัย อุปกรณ์ดับเพลิง แผนอพยพหนีไฟของสถานประกอบการ รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ร่วมตรวจประเมินความพร้อมและให้คำแนะนำในการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัย และเร่งรัดฝึกซ้อมแผนป้องกันและระงับอัคคีภัยร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ 4. ให้ “กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น” สั่งการสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบูรณาการร่วมกับที่ทำการปกครองจังหวัด สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และหน่วยที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบสถานบริการ สถานประกอบการ และอาคารที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก โดยบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคารอย่างเคร่งครัด และประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ไปยังผู้ประกอบการและประชาชนเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัย

นายอรรษิษฐ์ กล่าวต่อว่า และ 5. ให้ “ผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา” ยกระดับความปลอดภัยในระดับพื้นที่ มุ่งเน้นระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ทำหนีไฟและทางออกฉุกเฉิน ความจุอาคาร ความพร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิต และการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัย โดยบูรณาการจัด “ชุดปฏิบัติการตรวจสอบสถานบริการและอาคารสาธารณะ” ทุกแห่ง ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ทั้งสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ โรงเบียร์ ร้านอาหารที่มีดนตรีสด อาคารสาธารณะ สถานประกอบการที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก พร้อมทั้งจัดทำบัญชีสถานประกอบการที่ผ่านการตรวจและที่อยู่ระหว่างการแก้ไขรายงานกระทรวงมหาดไทยตามห้วงเวลาที่กำหนด และกำชับนายอำเภอรวมถึงผู้อำนวยการเขตและผู้รับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ติดตามการแก้ไขข้อบกพร่องของสถานประกอบการอย่างใกล้ชิด และห้ามเปิดดำเนินการจนกว่าจะเป็นไปตามมาตรฐาน นอกจากนี้ ให้รณรงค์สร้างความตระหนักผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด และห้ามกระทำการใดที่เป็นการปิดกั้นทางหนีไฟหรือกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ

นายอรรษิษฐ์ กล่าวด้วยว่า กระทรวงมหาดไทย มุ่งมั่นในการบูรณาการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเห็นสถานประกอบการ สถานบริการ หรือร้านอาหาร หรืออาคารสาธารณะ ที่มีลักษณะเชื่อได้ว่าไม่ได้มาตรฐานหรือมีอันตราย สามารถแจ้งสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 หรือผู้นำท้องที่ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย

นายกฯ จับมือ เสฉวน เปิดประตูตลาดจีนตะวันตก ดันสินค้าไทย-ดึงลงทุนเทคโนโลยี

นายกฯ จับมือ เสฉวน เปิดประตูตลาดจีนตะวันตก ดันสินค้าไทย-ดึงลงทุนเทคโนโลยี

นายกฯ จับมือ เสฉวน เปิดประตูตลาดจีนตะวันตก ดันสินค้าไทย-ดึงลงทุนเทคโนโลยี

วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 19.23 น.

นายกฯ จับมือเสฉวน เปิดประตูตลาดจีนตะวันตก ดันสินค้าไทย–ดึงลงทุนเทคโนโลยี สร้างงานและโอกาสใหม่ให้คนไทย

วันนี้ (วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2569) เวลา 18.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครเฉิงตู ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติ Chengdu Century City นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายหวัง เสี่ยวฮุย (Mr. Wang Xiaohui) เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลเสฉวน เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องยกระดับความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม การท่องเที่ยว และความร่วมมือระดับท้องถิ่น เพื่อเชื่อมเศรษฐกิจไทยเข้ากับตลาดจีนตะวันตกอย่างเป็นรูปธรรม

นายหวัง เสี่ยวฮุย กล่าวต้อนรับนายกรัฐมนตรีและคณะ พร้อมย้ำว่าไทยเป็นประเทศสำคัญสำหรับมณฑลเสฉวน ปัจจุบันเสฉวนมีความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องกับ 5 จังหวัดของไทย ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางมาเสฉวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในปี 2568 มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับมณฑลเสฉวนอยู่ที่ประมาณ 41,000 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 112 สะท้อนว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองฝ่ายกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ เสฉวนยังมีร้านอาหารไทยมากที่สุดในภาคตะวันตกของจีน แสดงให้เห็นถึงความนิยมในอาหารและวัฒนธรรมไทย ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่การส่งออกสินค้าเกษตร อาหาร วัตถุดิบ เครื่องปรุง และธุรกิจบริการของไทยได้อีกมาก

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเดินทางเยือน 3 เมืองหลัก ได้แก่ นครเซี่ยงไฮ้ นครเฉิงตู และกรุงปักกิ่ง รวมทั้งได้พบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เพื่อยืนยันว่าไทยพร้อมยกระดับความร่วมมือกับจีนในทุกมิติและทุกระดับ ตั้งแต่รัฐบาลกลาง มณฑล เมือง ไปจนถึงภาคเอกชน

นายกรัฐมนตรีชื่นชมนโยบายของจีนในการพัฒนาภาคตะวันตก โดยเฉพาะมณฑลเสฉวน ซึ่งก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ การคมนาคม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของภูมิภาค พร้อมย้ำว่าเสฉวนซึ่งมีประชากรกว่า 80 ล้านคน เป็นทั้งตลาดขนาดใหญ่ของสินค้าไทย และเป็นแหล่งนักลงทุนคุณภาพที่ไทยต้องการเชื่อมโยงให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับเสฉวนมาอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากการจัดตั้งสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตูมานานกว่า 20 ปี และการเปิดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ประจำนครเฉิงตูอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการให้ข้อมูล อำนวยความสะดวก และเชื่อมโยงนักลงทุนจีนกับโอกาสลงทุนในประเทศไทย

สำนักงาน BOI เฉิงตูจะช่วยดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัล เทคโนโลยีขั้นสูง พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างงาน เพิ่มทักษะแรงงานไทย ถ่ายทอดเทคโนโลยี และยกระดับฐานการผลิตของประเทศ

ในวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรีได้พบหารือกับบริษัทจีนหลายแห่งที่ลงทุนหรือมีแผนขยายธุรกิจในประเทศไทย โดยหลายบริษัทมีสำนักงานใหญ่หรือฐานธุรกิจสำคัญในมณฑลเสฉวน นายกรัฐมนตรีได้ให้ความมั่นใจว่า รัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชนดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้กรอบกฎหมายและผลประโยชน์ของประเทศ

ขณะเดียวกัน มีผู้บริหารและผู้ประกอบการไทยกว่า 150 รายเข้าร่วมกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่นครเฉิงตู สะท้อนถึงความสนใจของภาคธุรกิจไทยต่อศักยภาพของตลาดจีนตะวันตก และเป็นโอกาสสำคัญในการหาคู่ค้า เปิดช่องทางจำหน่ายสินค้า และสร้างเครือข่ายธุรกิจใหม่

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเยือนนครเฉิงตูครั้งนี้จะช่วยเปิดตลาดใหม่ให้สินค้าและบริการของไทย ดึงการลงทุนและเทคโนโลยีเข้าสู่ประเทศ รวมทั้งสร้างโอกาสด้านงาน รายได้ และการพัฒนาทักษะให้ประชาชนไทย ขณะเดียวกันยังช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่กว่า 80 ล้านคนในเสฉวน และเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคตะวันตกของจีนได้มากขึ้น

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีได้ขอให้ฝ่ายเสฉวนช่วยดูแลผู้ประกอบการ นักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวไทยที่พำนักหรือเดินทางมาในมณฑลเสฉวน พร้อมเชิญนายหวัง เสี่ยวฮุย และนางซือ เสี่ยวหลิน เดินทางเยือนประเทศไทยในโอกาสที่เหมาะสม เพื่อสานต่อความร่วมมือให้เกิดผลอย่างต่อเนื่อง

ญี่ปุ่นสนับสนุนงบ 10 ล้าน กองทัพไทย อัปเกรดกู้ภัยทางทะเล-รับมือภัยพิบัติ

ญี่ปุ่นสนับสนุนงบ 10 ล้าน กองทัพไทย อัปเกรดกู้ภัยทางทะเล-รับมือภัยพิบัติ

ญี่ปุ่นสนับสนุนงบ 10 ล้าน กองทัพไทย อัปเกรดกู้ภัยทางทะเล-รับมือภัยพิบัติ

วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.50 น.

กห. ต้อนรับคณะผู้แทนญี่ปุ่น หารือความร่วมมือด้านความมั่นคงโครงการ OSA รับมอบเงิน 100 ล้านบาท สานต่อความร่วมมือด้านการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ

วันที่ 18 กรกฎาคม 2569 กระทรวงกลาโหม โดยสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม มีความยินดีในการให้การต้อนรับคณะผู้แทนฝ่ายญี่ปุ่น ประกอบด้วยผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น​ ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย และผู้แทนจากสำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารญี่ปุ่น ณ กรุงเทพฯ ในการร่วมหารือเกี่ยวกับการดำเนินการภายใต้โครงการให้ความช่วยเหลือด้านความมั่นคงแบบให้เปล่า (Official Security Cooperation : OSA) ระหว่างวันที่ 16 -17 ก.ค.69

การร่วมหารือดังกล่าว​มีวัตถุประสงค์​ เพื่อหารือถึงสถานะของการดำเนินโครงการ​ OSA​ 2025​ ตามที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบ​ เมื่อวันที่​ 25 พฤศจิกายน​ 2568 และได้มีการลงนามร่วมกันระหว่างนายโอทาคา มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย และพลเอกธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 รวมทั้งเพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการ​ OSA​ 2026​ ร่วมกัน
 
ภายใต้โครงการ OSA 2025 ญี่ปุ่นจะได้สนับสนุนสิ่งอุปกรณ์ในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ (Humanitarian Assistance and Disaster Relief : HADR) มูลค่า 500 ล้านเยน (ประมาณ 100 ล้านบาท)​ แก่กองบัญชาการกองทัพไทยและกองทัพเรือ ในการรับมือภัยพิบัติรวมทั้งการค้นหาและกู้ภัยทางทะเล ซึ่งจะมีส่วนช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถด้านความมั่นคงของไทย ธำรงรักษาและเสริมสร้างสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค รวมทั้งเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่นและไทย 

โครงการ OSA เป็นกลไกในการส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างรัฐบาลญี่ปุ่นกับประเทศที่มีแนวคิดและมุมมองที่คล้ายคลึงกัน (Like-Minded Countries) โดยเป็นการสนับสนุนการจัดหายุทโธปกรณ์และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้แก่ประเทศผู้รับประโยชน์ให้แก่ประเทศในภูมิภาค และนำไปสู่การรักษาและเสริมสร้างสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศในภาพรวม

ดร.มัลลิกา รับรางวัล เพชรกนก สาขาพิทักษ์ธรรม ด้านเชิดชูผู้สร้างคุณประโยชน์แก่สังคม

ดร.มัลลิกา รับรางวัล เพชรกนก สาขาพิทักษ์ธรรม ด้านเชิดชูผู้สร้างคุณประโยชน์แก่สังคม

ดร.มัลลิกา รับรางวัล เพชรกนก สาขาพิทักษ์ธรรม ด้านเชิดชูผู้สร้างคุณประโยชน์แก่สังคม

วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.34 น.

วันที่ 18 กรกฎาคม 2569 เวลา16.00 น. รายงานข่าวแจ้งว่า ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ได้รับการประกาศเกียรติคุณเข้ารับ รางวัลเพชรกนก ครั้งที่ 6 สาขาพิทักษ์ธรรม ซึ่งจัดโดย สมาคมผู้ผลิตรายการภาพและเสียง เพื่อยกย่องบุคคลที่อุทิศตนทำความดี ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม และสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง

รางวัลเพชรกนกถือเป็นหนึ่งในรางวัลอันทรงคุณค่าที่มอบเพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลในหลากหลายสาขา ผู้ซึ่งมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในการเสียสละเพื่อส่วนรวม ส่งเสริมคุณธรรม และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม โดยสาขา “พิทักษ์ธรรม” มอบให้แก่ผู้ที่ยืนหยัดในความถูกต้อง กล้าปกป้องหลักคุณธรรม ความยุติธรรม และดำเนินกิจกรรมเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างต่อเนื่อง

ดร.มัลลิกา ในฐานะประธานมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชน กล่าวว่า รางวัลอันทรงเกียรตินี้ไม่ใช่ความสำเร็จของตนเพียงผู้เดียว แต่เป็นกำลังใจสำคัญในการเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชน และเป็นแรงผลักดันให้ยืนหยัดทำความดี ซื่อสัตย์สุจริต และขับเคลื่อนสังคมไทยบนพื้นฐานของคุณธรรม ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อส่วนรวมต่อไป

ทั้งนี้ รางวัลเพชรกนก ครั้งที่ 6 สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับบุคคลต้นแบบที่สร้างแรงบันดาลใจแก่สังคม และเป็นการส่งเสริมให้เกิดการทำความดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันพัฒนาสังคมไทยให้เข้มแข็งและยั่งยืนในทุกมิติ

โดยมีบุคคลซึ่งมีชื่อเสียงทุกวงการเข้ารับรางวัลนี้ ทุกสาขาอาชีพ เช่น ผู้รับรางวัลนายณัฏฐพล บุญสา หรืออาจารย์เบียร์ ร้อยตำรวจเอกชนินทร์ ถนนกลาง ตำรวจตระเวนชายแดน นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  และ คุณพลพล พลกองเส็ง ศิลปินนักแสดง ดร.ธีรพล มั่นพิริยะกุล นักธุรกิจเพื่อสังคม เป็นต้น 

‘หมอวรงค์’ คว้ารางวัล เพชรกนก สาขาเมตตาธรรม เชิดชูเกียรติคนดีศรีแผ่นดิน แฟนคลับแห่ยินดีเพียบ

‘หมอวรงค์’ คว้ารางวัล เพชรกนก สาขาเมตตาธรรม เชิดชูเกียรติคนดีศรีแผ่นดิน แฟนคลับแห่ยินดีเพียบ

‘หมอวรงค์’ คว้ารางวัล เพชรกนก สาขาเมตตาธรรม เชิดชูเกียรติคนดีศรีแผ่นดิน แฟนคลับแห่ยินดีเพียบ

วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.34 น.

วันที่ 18 กรกฎาคม 2569 ที่ หอประชุมชั้น 7 อาคารเอ็มพีกรุ๊ป ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม กทม.  สมาคมผู้ผลิตรายการภาพและเสียง จัดวิธีมอบรางวัลเพชรกนกและกนกนาคราช ครั้งที่ 6 ประจำปีพ.ศ.2568-2569 ได้รับเกียรติจากคุณสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบรางวัล

พิธีมอบรางวัล “เพชรกนก” และ”กนกนาคราช” ครั้งที่ 6 ประจำปีพ..ศ.2568-2569คณะกรรมการได้คัดสรรบุคคลจากทุกสาขาวิชาชีพเข้ารับรางวัล เพชรกนก ในสาขาต่างๆทั้ง 5 สาขา อาทิ 

สาขากตัญญุตา เช่น คุณศรัณฉัตร์ สมบูรณ์ (แป้ง มิตรชัย) คุณนภัสสร สุวรรณานนท์ (นิว วงนิวจิ๋ว) คุณมงคล สะอาดบุญญพัฒน์ (นาย เดอะคอมเมเดี้ยน) คุณอธิป โสดา (ลีโอ ไมค์หมดหนี้) ว่าที่ร้อยตรี ธนัญชัย เฮี้ยนชาศรี (จุ๊บจิ๊บ เชิญยิ้ม) คุณพิมพ์ลดา แววไธสง (สอดอ Style)คุณรัชนก สุวรรณเกตุ (เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น) คุณฐิติรัศมิ์ เจริญภักดี (น้ำหวาน ซาซ่า) เป็นต้น

สาขาเมตตาธรรม เช่น นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม คุณกชพร เวโรจน์ (มาดามหยก) คุณภัครดา เหตระกูล คุณกวิน พงศ์นิยธรรม (รองผู้อำนวยการ ฝ่ายผลิตรายการ บริษัท ไทยบอร์ดคาสติ้ง จำกัดสถานีโทรทัศน์ช่อง workpoint) คุณพลพล พลกองเส็ง คุณปิยะวัฒน์ เข็มเพชร (ดีเจ พีเค) เป็นต้น

สาขายุติธรรม เช่น คุณกีรติ เทพธัญญ์ (เอ๊าะ ครัวคุณต๋อย) ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม (รักษาการอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ (อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) พท.ภ.พิษณุ แดงประเสริฐ (ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสุภาพโอสถ) คุณกรรณการ์ อวิรุทธ์ พลตำรวจโทศักดิ์รพี เพรียวพานิช (ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ) เป็นต้น

สาขาพิทักษ์ธรรม เช่น MR.MUSAH AMIDU JOHNSON (โจอี้ เชิญยิ้ม) คุณคริสโตเฟอร์ แจ๊ค เบญจกุล (คริส เบญจกุล) พล.ต.ต. ธนันท์ธร รัตนภาคย์  (รองผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี สตช.) คุณณัฏฐพล บุญสา (อ.เบียร์ คนตื่นธรรม) คุณสวิช เพชรวิเศษสิริ (นักแสดงช่อง 7) เป็นต้น

สาขา เกียรติภูมิแผ่นดิน เช่น คุณนทพร บุญบุบผา (เจ้าของผลิตภัณฑ์ Glass Skin) คุณปริภัณฑ์ วัชรานนท์ (โต๊ะ หัวหน้าทีมพากย์พันธมิตร) ดร.อุษณีย์ ลีโอณิโอ มหากิจศิริ คุณสุนทร สุจริตฉันท์ (จึ๊ด รอยัลสไปร์ท) คุณวันดา ใจมา (ศิลปินชื่อดัง) ดร.สุวรรณา ศิลปอาชา คุณเยาวณี นิรันดร (เจ้าของ 129 อาร์ต มิวเซียม) ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช (นายกแพทยสมาคม) อ.ธงชัย รักปทุม ศิลปินแห่งชาติ เป็นต้น 

ส่วนรางวัลกนกนาคราช สำหรับองค์กรศรีแผ่นดินผู้สร้างสมคุณงามความดีแก่สังคมและประเทศชาติในครั้งนี้ คณะกรรมการได้คัดสรรองค์กรต่างๆทุกสาขาวิชาชีพเพื่อเข้ารับรางวัล อาทิ  สภาทนายความแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ รับโดย ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความฯ พิพิธภัณฑ์บ้านดำ จ.เชียงราย รับโดยดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี พิพิธภัณฑ์ศิลปะเชียงใหม่ รับโดยอ.พรชัย ใจมาและ วัดสารอด รับโดย พระครูสังฆกิจดิลก,ดร. เจ้าอาวาสวัดสารอด เป็นต้น

ล่าสุด นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคไทยภักดี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า วันนี้ผมได้มารับรางวัล “เพชรกนก” เชิดชูเกียรติคนดีศรีแผ่นดิน บุคคลที่สร้างสมคุณงามความดี มีความเสียสละ และบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมและประเทศชาติ สาขาเมตตาธรรม ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้ผลิตรายการภาพและเสียง

หลังจากโพสต์ออกไปก็มีความเข้ามาแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ รางวัล “เพชรกนก” และ “กนกนาคราช” เป็นรางวัลเชิดชูเกียรติคนดีศรีแผ่นดิน บุคคลและ องค์กร ผู้สร้างสมคุณงามความดี มีความเสียสละ และบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมและประเทศชาติ
ดำเนินการและบริหารจัดการโดย สมาคมผู้ผลิตรายการภาพและเสียง และ สมาคมสุนทรียศาสตร์และศิลป์

หลักการและเหตุผล

* พระราชดํารัสในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งพระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2515 ความตอนหนึ่งว่า… “ทุกคนจะต้องร่วมกันรักษาความดีงามให้ดํารงมั่นคงอยู่ในแผ่นดิน เพื่อความเป็นปึกแผ่น ความผาสุกและความก้าวหน้าของประเทศชาติและของคนไทย ทุกถ้วนหน้า…”*

ซึ่งสมาคมและคณะกรรมการจัดพิธีมอบรางวัล “เพชรกนก”และ “กนกนาคราช” ได้น้อมนำกระแสพระราชดํารัสดังกล่าวมาเป็นหลักการและแนวทางในการดําเนินการเพื่อยกย่องเชิดชูผู้กระทำคุณงามความดีให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ปีพ.ศ.2558 เป็นต้นมา พร้อมกันนี้สมาคมฯขอน้อมนำ

*พระปฐมบรมราชโองการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 ความว่า “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”* มาเป็นพลังในการขับเคลื่อนการยกย่องเชิดชูคนดี คิดดี พูดดี และทำดี ให้มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นหลักชัยของสังคมและประเทศชาติต่อไป โดยจัดให้มีการยกย่อง เชิดชูและมอบรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติแก่ผู้สั่งสมคุณงามความดี ทั้งบุคคล และองค์กรที่มีความเสียสละบำเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ เพื่อเป็นการส่งเสริมสร้างขวัญและกําลังใจแก่คนดีเหล่านั้น ให้ร่วมกันสร้างสรรค์สังคมที่มีคุณธรรม จริยธรรม ตลอดจนเป็นแบบอย่าง เพื่อปลุกกระแสการสร้างสังคมแห่งความดีอย่างเป็นรูปธรรมเนื่องจากความดีและคุณธรรม เป็นรากฐานอันสําคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและพัฒนาสังคมสู่ความร่มเย็นเป็นสุขอย่างมั่นคงและยั่งยืน

วัตถุประสงค์
1.เพื่อส่งเสริมสนับสนุน ให้คนไทยตระหนักในหน้าที่รับผิดชอบที่จะต้องรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ สถาบันศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

2.เพื่อยกย่องส่งเสริมบุคคลและองค์กรผู้กระทําความดีอันเป็นที่ประจักษ์แก่สังคมและประเทศชาติ

3.เพื่อสร้างขวัญ กําลังใจตลอดจนปลุกจิตสํานึกและกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนได้มีแบบอย่างที่ดีและมีส่วนร่วมในการรณรงค์รักษาและส่งเสริมคนดีที่มีความเสียสละและตั้งมั่นในการกระทำความดีทั้งต่อตนเองและประเทศชาติ

4.เพื่อเสริมสร้างสังคมไทยและสังคมโลกให้เป็นสังคมแห่งคุณธรรมอย่างมั่นคงและยั่งยืนตามแนวทางของ ESG และ SDGs

อนุทิน ย้ำนักลงทุนเชื่อมั่นไทย เร่งแก้ Missing Link เชื่อมระนอง-ชุมพร ชี้ยังลุยศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์

อนุทิน ย้ำนักลงทุนเชื่อมั่นไทย เร่งแก้ Missing Link เชื่อมระนอง-ชุมพร ชี้ยังลุยศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์

อนุทิน ย้ำนักลงทุนเชื่อมั่นไทย เร่งแก้ Missing Link เชื่อมระนอง-ชุมพร ชี้ยังลุยศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์

วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.08 น.

“อนุทิน”เผย นักลงทุนเชื่อมั่นไทย เร่งชูจุดแข็งโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมแก้ “Missing Link” เชื่อมระนอง-ชุมพร บูรณาการโปรเจกต์แลนด์บริดจ์ ชี้รัฐบาลยังเดินหน้าศึกษาแลนด์บริดจ์ แต่มุ่งปรับปรุงการเชื่อมโยงระบบคมนาคมทางบกและระบบราง ปรับปรุงท่าเรือฝั่งระนองก่อน เพื่อเชื่อมโยงกับการขนส่งกับประเทศอื่น

วันที่ 18 ก.ค. ที่นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังการหารือกับนักลงทุนจีนว่านักลงทุนจีนมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของไทยอย่างมาก โดยเฉพาะความพร้อมด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานที่รองรับการลงทุนได้จริง ซึ่งระบบคมนาคมและการขนส่งสินค้าถือเป็นมูลเหตุสำคัญที่ทำให้นักลงทุนตัดสินใจเลือกไทยเป็นฐานการผลิต ทั้งนี้ ภาคธุรกิจมีความต้องการให้ภาครัฐดำเนินการต่าง ๆ ด้วยความรวดเร็วและลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการมาตลอด

“ในสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ปัจจุบัน ประเทศไทยถือว่ามีความโดดเด่นและยืนอยู่ในแถวหน้าของการเป็นฐานการผลิตทางอุตสาหกรรมที่สำคัญในส่วนของนโยบายด้านความโปร่งใสรัฐบาลจะไม่ยอมให้มีเรื่องค่าน้ำร้อนน้ำชาหรือการทุจริตโดยเด็ดขาด เพราะเป็นอุปสรรคสำคัญที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน” นายอนุทิน กล่าว 

นายกรัฐมนตรี ระบุว่าสำหรับภาคการท่องเที่ยว ไทยมีทรัพยากรธรรมชาติที่ครบถ้วนทั้ง “Sea Sand Sun”  ซึ่งรัฐบาลมุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยและความเป็นธรรมให้กับนักท่องเที่ยว โดยมีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบ และยืนยันว่ามาตรฐานความปลอดภัยของไทยนั้นสามารถวัดผลเปรียบเทียบกับประเทศที่เจริญแล้วได้อย่างมั่นใจ 

ผู้สื่อข่าวถามถึงโครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) นายอนุทิน กล่าวว่า โครงการดังกล่าวยังคงเป็นแนวทางนโยบายของรัฐบาล ที่จะศึกษาโครงการต่อไป แต่สิ่งสำคัญตอนนี้คือต้องเร่งดำเนินการเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานทางบกที่เป็นจุดที่ยังไม่เชื่อมต่อ (Missing Link)  รวมทั้งระบบราง เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ใจกลางอาเซียนและเป็นประเทศเดียวที่สามารถลิงก์กับประเทศอื่น ๆ ได้ทั้งทางบกและทางน้ำ 

เมื่อถามว่ารัฐบาลจะดำเนินการในฝั่งท่าเรือฝั่งตะวันตกก่อนหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าเราเริ่มจากการปรับปรุงท่าเรือน้ำลึกฝั่งตะวันตกที่จังหวัดระนองก่อน เพื่อให้เชื่อมโยงกับจังหวัดชุมพร และระบบโลจิสติกส์ทางบก เชื่อมโยงกับประเทศอื่นๆได้

นายกรัฐมนตรี ระบุว่าด้วยว่ากระทรวงคมนาคมกำลังดำเนินการศึกษาโครงการนี้อย่างต่อเนื่องแบบคู่ขนาน เพื่อพิจารณาถึงความคุ้มค่าและเงื่อนเวลาการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อให้การพัฒนาเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศต่อไป

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ตรวตเหตุไฟไหม้ตากสิน 11 ส่งต่อ 17 แมวรอดชีวิตสู่บ้านประเวศ ชวนผู้ใจบุญช่วยอุปการะ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ตรวตเหตุไฟไหม้ตากสิน 11 ส่งต่อ 17 แมวรอดชีวิตสู่บ้านประเวศ ชวนผู้ใจบุญช่วยอุปการะ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ตรวตเหตุไฟไหม้ตากสิน 11 ส่งต่อ 17 แมวรอดชีวิตสู่บ้านประเวศ ชวนผู้ใจบุญช่วยอุปการะ

วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.17 น.

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ตรวตเหตุไฟไหม้ตากสิน 11 ส่งต่อ 17 แมวรอดชีวิตสู่บ้านประเวศ ชวนผู้ใจบุญช่วยอุปการะ

เมื่อเวลา 11.00 น. 18 ก.ค. 69 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมผู้บริหารสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานเขตธนบุรี และผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้บ้านบริเวณซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 11 เขตธนบุรี โดยได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้เมื่อช่วงเช้าวันนี้ เวลา 05.59 น. เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยถึงที่เกิดเหตุเวลา 06.05 น. และสามารถควบคุมเพลิงได้เมื่อเวลา 06.14 น. มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

นายชัชชาติ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้ามีเหตุการณ์น่าเสียใจเกิดขึ้น เป็นเหตุเพลิงไหม้บ้านแฝด 2 หลัง ในซอยตากสิน 11 มีคุณลุงและคุณป้า 2 ท่าน พักอาศัยอยู่บนชั้น 2 และเสียชีวิต คาดว่าสาเหตุเกิดจากการสำลักควันไฟ ส่วนบ้านที่อยู่ติดกันสามารถช่วยเหลือผู้อยู่อาศัยออกมาได้ทั้งหมด โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยมาถึงที่เกิดเหตุภายใน 6 นาที แต่ขณะนั้นเพลิงได้ลุกลามไปมากแล้ว

คุณลุงและคุณป้าผู้เสียชีวิตเป็นผู้มีจิตเมตตา เลี้ยงแมวไว้เป็นจำนวนมาก คาดว่าประมาณ 100 ตัว ภายหลังควบคุมเพลิงได้พบแมวตาย 73 ตัว อย่างไรก็ตาม มีแมวได้รับการช่วยเหลือและรอดชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ 19 ตัว โดยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์ 2 ตัว และอีก 17 ตัว ส่งมายังสำนักงานเขตธนบุรีแล้ว โดยในเวลาเที่ยงวันนี้ (18 ก.ค. 69) ได้ส่งแมวทั้ง 17 ตัว ไปยังศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร (ประเวศ) หรือบ้านน้องหมาน้องแมวประเวศ เพื่อรอผู้ใจบุญรับอุปการะ

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

“ถึงแม้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะมาถึงที่เกิดเหตุได้อย่างรวดเร็วแล้ว แต่บางครั้งก็ไม่สามารถช่วยเหลือชีวิตได้ทัน เนื่องจากปัจจัยหลายประการ เช่น ควันไฟ และความรวดเร็วในการลุกลามของเพลิง ขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตและญาติ เป็นเหตุการณ์ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น และขอให้ประชาชนช่วยกันระมัดระวังสาเหตุที่อาจทำให้เกิดเพลิงไหม้” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว

ผู้ที่สนใจอุปการะแมวที่ส่งต่อมายังศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร (ประเวศ) หรือบ้านน้องหมาน้องแมวประเวศ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ในวันจันทร์–วันศุกร์ เวลา 08.00–15.00 น. หรือโทร. 02-328-7460 หรือที่ Facebook : bkk adopter

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์