ป.ป.ช.สอบต่อ เขากระโดง หลัง DSI ยุติสืบสวน หลุดคดีพิเศษ เหตุคดีมีการฟ้องร้องในชั้นศาลแล้ว

ป.ป.ช.สอบต่อ เขากระโดง หลัง DSI ยุติสืบสวน หลุดคดีพิเศษ เหตุคดีมีการฟ้องร้องในชั้นศาลแล้ว

ป.ป.ช.สอบต่อ เขากระโดง หลัง DSI ยุติสืบสวน หลุดคดีพิเศษ เหตุคดีมีการฟ้องร้องในชั้นศาลแล้ว

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.04 น.

ป.ป.ช.สอบต่อ“เขากระโดง” หลังDSI ยุติสืบสวน “หลุดคดีพิเศษ”เหตุคดีมีการฟ้องร้องในชั้นศาลแล้ว

วันที่ 13 มีนาคม 2569 รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ได้รับสำนวนการสอบสวนคดีการบุกรุกที่ดินเขากระโดง  ต.อิสาณ อ.เมือง จ. บุรีรัมย์ และ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์  หลังจากตัวแทนการรถไฟแห่งประเทศ ไทย(รฟท.)ยื่นร้องทุกข์ขอให้ดีเอสไอตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่เข้าไปบุกรุกครอบครองที่ดินเขากระโดง ซึ่งมีแนวเขตอยู่ในที่ดินของการรถไฟ จำนวน 4,414 ไร่ โดยขอให้มีคำสั่งเพิกถอนเรียกคาเสียหายในส่วนของดีเอสไอ มีมติไม่รับเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากปัจจุบันคดีดังกล่าวอยู่ในชั้นศาล

แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า เหตุผลที่ดีเอสไอมีมติไม่รับคดีเขากระโดงเป็นคดีพิเศษ เกิดจากรูปคดี เพราะคดีดังกล่าวขึ้นสู่การพิจารณาในชั้นศาลแล้ว จึงไม่สามารถรับเป็นคดีพิเศษได้ เพราะไม่เช่นนั้นจะซ้ำซ้อนกับศาลไม่สามารถฟ้องซ้ำได้  เนื่องจากก่อนหน้าที่การรถไฟจะมายื่นคำร้องต่อดีเอสไอขอให้รับคดีพิเศษ ทางผู้ว่าการรถไฟฯ ได้ฟ้องไปแล้ว ซึ่งตามระเบียบของคณะกรรมการคดีพิเศษวระบุชัดว่า หากมีการดำเนินคดีในชั้นศาลแล้ว หรือมีการดำเนินคดีอาญาก็ให้ดำเนินคดีต่อไป ส่วนดีเอสไอรับคดีพิเศษไม่ได้

มีรายงานเบื้องต้นว่า สำหรับที่ดินเขากระโดง มีผู้บุกรุกจำนวนมาก แต่มีรายชื่อนักการเมืองชื่อดังในจ.บุรีรัมย์ เข้าไปถือครอง  3 คน คือ นางกรุณา ชิดชอบ นาย เนวิน ชิดชอบ และนายไชยชนก ชิดชอบ สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้ถูกเสนอรายชื่อเป็น รมว.ดีอี ใน’รัฐบาลอนุทิน 2′  และหากนายไชยชนก ยังมีรายชื่อถือครองที่ดินซึ่งยังมีปัญหาการบุกรุก อาจมีความเสี่ยงต่อความผิดจริยธรรมร้ายหรือไม่ 

ทุกเหล่าทัพ เห็นพ้องพัฒนาขีดความสามารถคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หวังเพิ่มศักยภาพกองทัพ

ทุกเหล่าทัพ เห็นพ้องพัฒนาขีดความสามารถคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หวังเพิ่มศักยภาพกองทัพ

ทุกเหล่าทัพ เห็นพ้องพัฒนาขีดความสามารถคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หวังเพิ่มศักยภาพกองทัพ

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.03 น.

โฆษกทุกเหล่าทัพ แถลงข่าวเห็นพ้องกัน พัฒนาขีดความสามารถคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หวังเพิ่มศักยภาพ-ขีดความสามารถกองทัพป้องกันภัยจากศัตรู 

เมื่อวันที่ 13 มี.ค.2569 ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ (บก.ทร.) แถลงข่าวผลการประชุมของผู้บัญชาการเหล่าทัพ (ผบ.เหล่าทัพ) ทั้ง 5 เหล่า ครั้งที่ 3 ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยมี พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เป็นประธานการประชุม โดยการแถลงข่าว โฆษกทั้ง 5 เหล่าทัพ ประกอบด้วย พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ, พล.ร.ต.กรจักร์ ยศธสาร รองโฆษกกองทัพเรือ, พล.ต.วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย, พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก และพล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงข่าวสรุปผลการประชุม 

โดย พล.ต.วิทัย โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวว่า  การประชุมผู้บัญชาการเหล้าทัพ มีการหารือถึงการรบในมิติใหม่ โดยเป็นรูปแบบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ “เอ็มโซ่” ที่ไม่ใช่เห็นได้ทางกายภาพตาเปล่า ทางไซเบอร์ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และข้อมูลข่าวสาร

พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวถึง “เอ็มโซ่” คือต้องมีการเตรียมการล่วงหน้าก่อนปฏิบัติการจริง ทำให้เราคงความได้เปรียบ ปฏิบัติภารกิจของทุกเหล่าทัพ ที่ปัจจุบันใช้เครือข่ายเป็นส่วนกลางที่จะใช้คลื่นแม่เหล็กเป็น ศูนย์กลาง ฐานข้อมูลต่าง ๆ โดยใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เรามีอยู่ ตามปกติ ก็มีการกระทำอยู่แล้ว เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการปฏิบัติการ ว่าฝั่งตรงข้ามมีการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างไรและจะได้ดำรงขีดความสามารถของการใช้ของเราและลดทอนของฝ่ายตรงข้าม ที่เราจะใช้ประโยชน์ร่วมกันได้โดยกดดันให้ฝ่ายตรงข้ามใช้ไม่ได้ ส่วนที่กองทัพไทยยกระดับขีดความสามารถเพื่อให้ได้เปรียบ และควบคุมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งการฝึกจะใช้ตามที่กสทช.จัดสรรให้แล้วแต่ถ้าเกิดการรบก็ใช้ได้เต็มขีดความสามารถที่กองทัพมีอยู่ของความถี่

พล.ต.วิธัย กล่าวว่า การใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเราใช้ได้ในระดับหนึ่ง แต่ในบางมุมใช้ได้ไม่เต็มที่และคงต้องพัฒนาให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการป้องกันการมองเห็นจากฝ่ายตรงข้าม ซึ่งความถี่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในส่วนของความมั่นคงกสทช.ได้มีการแบ่งไว้ให้เรียบร้อยแล้วซึ่งพลเรือนไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้อง

พล.ร.ต.กรจักร์ รองโฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า ในการรบทางทะเลไม่มีที่กำบังถ้าใครตรวจจับพื้นที่ตรงข้ามได้ก่อนก็จะได้เปรียบในการใช้อาวุธ ในการต่อตีซึ่งการต่อสู้เป็นการต่อสู้พ้นระยะสายตา ซึ่งขึ้นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นกระดูกสำคัญในการเอาชนะทางทะเลและกองทัพเรือก็มีขีดความสามารถอยู่แล้วของเครื่องบินและเรือในการติดตั้งอุปกรณ์ได้ใช้ประโยชน์ แต่เราสามารถนำไปสู่การร่วมกับพันธมิตร ประเทศอื่นได้ในการลดข้อขัดแย้งและเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน กองทัพเรืออยู่ในขั้นพัฒนา วิธีปฏิบัติได้โดยเชื่อมโยงการปฏิบัติ ของกองทัพเรือให้เกิดเป็นหนึ่งเดียวและเชื่อมโยงกับเหล่าทัพต่าง ๆ ในอนาคต

นอกจากนี้ พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า ในส่วนของ สตช.จะเป็นภารกิจหลักของตชด. กรณีเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ใช้เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนและการรักษาความปลอดภัยระบบการสื่อสารของฝ่ายเรา

พรรคประชาชน เคาะส่ง ‘เท้ง’ ชิงเก้าอี้นายกฯ ส่วนประธานสภาฯ ยังอุบชื่อ

พรรคประชาชน เคาะส่ง 'เท้ง' ชิงเก้าอี้นายกฯ ส่วนประธานสภาฯ ยังอุบชื่อ

พรรคประชาชน เคาะส่ง ‘เท้ง’ ชิงเก้าอี้นายกฯ ส่วนประธานสภาฯ ยังอุบชื่อ

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.59 น.

พรรคประชาชน มีมติเคาะส่ง ‘เท้ง’ ชิงเก้าอี้นายกฯ ประกาศศักดาพรรคฝ่ายค้านอันดับ 1 ส่วนเก้าอี้ ‘ประธานสภาฯ’ ยังอุบชื่อ ขออย่าเพิ่งวิจารณ์ไร้เอกภาพ ให้ดูผลงานก่อน

วันนี้ 13 มี.ค.69 พรรคประชาชน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคประชาชน กล่าวเบื้องต้นถึงผลการประชุมพรรคประชาชนว่า มีมติส่งรายชื่อ ‘เท้ง’ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ส่วนตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรมีมติส่งรายชื่อ แต่ยังไม่ได้ชื่อ เพราะเป็นการยืนยันว่าพรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้านอันดับ 1 โดยก่อนการลงมติจะมีการแสดงวิสัยทัศน์ เป็นการเปรียบเทียบให้ประชาชนเห็นว่า สิ่งที่พี่น้องประชาชนควรจะได้ จากตำแหน่งที่สำคัญควรจะเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่า ขณะนี้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่าฝ่ายค้านไม่เป็นเอกภาพจะทำให้การ ตรวจสอบรัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพ น.ส.ภคมน กล่าวว่า ในส่วนของพรรคประชาชนจะตรวจสอบรัฐบาลอย่างเป็นที่ และเข้มข้นเหมือนที่ผ่านมา และที่ผ่านมาพรรคประชาชน ไม่เคยออมมือให้กับฝ่ายใด อย่างไรก็ตามการเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่เหมือนกับการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ได้ร่วมแบบที่ทุกคนทุกฝ่ายร่วมมือ เป็นหนึ่งเดียวกัน แต่เป็นการร่วมกันแบบที่พรรคนั้นๆไม่ได้ร่วมรัฐบาล ดังนั้นเอกภาพก็จะเป็นเอกภาพแบบพรรคร่วมฝ่ายค้าน 

ทั้งนี้ จากมติของพรรคเบื้องต้นที่ได้แจ้งได้มีการประสานงานไปยังพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ หรือไม่ ในการขอความร่วมมือให้โหวตไปในทิศทางเดียวกัน น.ส.ภคมน กล่าวว่า เมื่อพรรคได้รายละเอียดที่ครบถ้วนแล้ว จะมีทีมที่เป็นวิปฝ่ายค้านดำเนินการต่อไป

น.ส.ภคมน กล่าวด้วยว่า สำหรับชื่อประธานวิปฝ่ายค้านขณะนี้ จะต้องรอให้มีการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านเสียก่อน จึงอยากให้รอผลอย่างเป็นทางการก่อน ไม่อยากให้สันนิษฐานกันไปต่างๆนานา ขอให้รอเพราะพรรคประชาชนเปิดเผยทุกเรื่องต่อสาธารณชน

มาอีกแล้ว! ‘ศรีสุวรรณ’ บุก กกต.ชี้มูลยุบพรรคประชาชน ปมยอมรับว่าฐานข้อมูลสมาชิกพรรคถูกแฮก

มาอีกแล้ว! 'ศรีสุวรรณ' บุก กกต.ชี้มูลยุบพรรคประชาชน ปมยอมรับว่าฐานข้อมูลสมาชิกพรรคถูกแฮก

มาอีกแล้ว! ‘ศรีสุวรรณ’ บุก กกต.ชี้มูลยุบพรรคประชาชน ปมยอมรับว่าฐานข้อมูลสมาชิกพรรคถูกแฮก

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.51 น.

‘ศรีสุวรรณ’ บุก กกต.ร้องยุบพรรคประชาชน ซ้ำปมข้อมูลสมาชิกพรรครั่วไหล ชี้บังคับกรอก Laser ID เกินกฎหมาย-ละเลยคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เสี่ยงสมาชิกกว่า 1.1 แสนรายถูกมิจฉาชีพใช้ก่ออาชญากรรม

วันนี้ (13 มี.ค.69) เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานใหญ่ กกต.ศูนย์ราชการฯ อาคาร B นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายทะเบียนพรรคการเมือง ให้สืบสวนหรือไต่สวนและวินิจฉัยยุบพรรคประชาชน กรณีพรรคประชาชนออกมายอมรับว่ามีบุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลสมาชิกพรรคบางส่วนได้ถือได้ว่าเป็นการเย่อหย่อนต่อการป้องกันข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก อันอาจทำให้มิจฉาชีพอาจนำข้อมูลไปก่ออาชญากรรมอันเป็นการคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนได้ ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 และ พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากพรรคประชาชนได้ออกมายอมรับว่ามีการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นความลับของประชาชนซึ่งเป็นสมาชิกพรรคมาเป็นเวลานาน จากระบบในการรับสมัครสมาชิกพรรคที่ไม่ถูกต้องตามหลักการและไม่ปลอดภัย เนื่องจากไปกำหนดว่าผู้สมัครสมาชิกพรรคต้องกรอกรหัสลับหรือ “หมายเลข Laser ID” (รหัสที่อยู่หลังบัตรประชาชน) ลงไปด้วย ซึ่งข้อมูลดังกล่าวถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตาม พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 หรือ PDPA ซึ่งตาม พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ไม่ได้บังคับให้พรรคการเมืองใดต้องขอ Laser ID จากผู้สมัครสมาชิกพรรคแต่อย่างใด เพราะไม่มีความจำเป็นที่พรรคการเมืองต้องล่วงรู้ แต่พรรคประชาชนกลับทำเป็นเท่ห์ โดยทำแบบฟอร์มการสมัครสมาชิกพรรคต้องมีการกรอก Laser ID แต่ทว่ากลับไม่สามารถปกป้องดูแลให้เกิดความปลอดภัยได้ จนบัดนี้ออกมายอมรับแล้วว่าถูกมือดีแฮกข้อมูลไปแล้ว

เรื่อง Laser ID ของพรรคประชาชนนั้น องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เคยยื่นคำร้องต่อ กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมืองให้สอบสวนเอาผิด กรณีดังกล่าวไปแล้วเมื่อ 17 ก.พ.69 ที่ผ่านมา โดยชี้ให้เห็นว่าเป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ 2560 หลายมาตรา และกฎหมายหลายฉบับ อันเป็นเหตุให้ กกต.เสนอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งยุบพรรคได้ และเมื่อพรรคประชาชนออกมายอมรับว่ามีบุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลสมาชิกพรรคบางรายได้(เช่น ชื่อ-สกุล เลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล รวมถึงไฟล์ภาพถ่ายเอกสารประกอบการสมัครสมาชิกพรรคและอาจรวมถึงข้อมูลที่ใช้ยืนยันตัวตนของสมาชิก (KYC) จึงเป็นการยืนยันในคำร้องขององค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ถึงการกระทำของพรรคประชาชนว่าอาจสร้างความเสี่ยงภัยให้กับสมาชิกพรรคที่สมัครสมาชิกกว่า 111,835 คน ซึ่งอาจสร้างความเดือดร้อนเสียหายให้กับผู้สมัครสมาชิกพรรคดังกล่าวได้

ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความมาแจ้งต่อ กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมือง(เพิ่มเติม) เพื่อสอบสวนไต่สวนและวินิจฉัยว่า การที่พรรคประชาชนเปิดรับสมัครสมาชิกพรรคนอกเหนือไปจากที่ พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 กำหนดโดยให้กรอกเลข ID แต่ไม่สามารถปกป้องดูแลให้ปลอดภัยได้ ถือเป็นการเย่อหย่อนต่อการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย PDPA จนมีบุคคลภายนอกเข้าถึงฐานข้อมูลสมาชิกพรรคของตนเองได้นั้น แสดงให้เห็นถึงความบกพร่องอย่างร้ายแรง ทำให้บุคคลภายนอกล้วงข้อมูลฐานสมาชิกได้ ถือเป็นภัยต่อข้อมูลของสมาชิกอันอาจเป็นการคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนได้ ขัดต่อมาตรา 45 ประกอบมาตรา 92 (3) แห่ง พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 เข้าข่ายถูกยุบพรรคได้หรือไม่ นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

รัดเกล้า รุกตั้ง กมธ.วิสามัญฯ ปฏิรูปกม.ช้างไทย ลั่นถึงเวลาสังคายนาหยุดปมขัดแย้ง คน-ช้างป่า

รัดเกล้า รุกตั้ง กมธ.วิสามัญฯ ปฏิรูปกม.ช้างไทย ลั่นถึงเวลาสังคายนาหยุดปมขัดแย้ง คน-ช้างป่า

รัดเกล้า รุกตั้ง กมธ.วิสามัญฯ ปฏิรูปกม.ช้างไทย ลั่นถึงเวลาสังคายนาหยุดปมขัดแย้ง คน-ช้างป่า

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.48 น.

รัดเกล้า รุกตั้ง กมธ. วิสามัญฯ ปฏิรูปกฎหมายช้างไทย ชี้กฎหมายเก่ากึก 100 ปี ถึงเวลาสังคายนาหยุดปมขัดแย้ง คน-ช้างป่า

เมื่อวันที่ 13 มี.ค.2569 นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอญัตติต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการคุ้มครองช้างไทยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนโดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า และการยกระดับสวัสดิภาพช้างไทยให้สอดคล้องกับยุคสมัย

นางรัดเกล้า ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาช้างป่ามาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 (พ.ศ. 2443 และ พ.ศ. 2464) ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 100-120 ปี ทำให้ไม่สามารถรับมือกับปัญหาในปัจจุบันได้ ทั้งในเรื่อง การลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น การบุกรุกที่อยู่อาศัย จากการขยายตัวของเมืองและโครงสร้างพื้นฐาน ปมขัดแย้ง “คน-ช้าง” (Human-Wildlife Conflict) ที่ทวีความรุนแรงถอดบทเรียนความสูญเสีย “สีดอหูพับ“

“เหตุการณ์ความสูญเสียของสีดอหูพับ ในระหว่างกระบวนการเคลื่อนย้ายของเจ้าหน้าที่รัฐ กลายเป็นตัวอย่างที่สะท้อนชัดว่า กลไกการบริหารจัดการและกฎหมายที่มีอยู่ “สอบตก” ในการคุ้มครองชีวิตสัตว์ป่าอย่างปลอดภัยและเป็นธรรม ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้สร้างความเศร้าสลดไปทั่วสังคม เรามีกฎหมายช้างป่าที่ไม่ได้ถูกเหลียวแลมานานนับร้อยปี ขณะที่จำนวนช้างน้อยลงทุกที แต่ปัญหาการทารุณกรรมและพื้นที่ทับซ้อนกลับเพิ่มขึ้น ถึงเวลาแล้วที่เราต้องปฏิรูปการคุ้มครองช้างให้เห็นผลจริง” นางรัดเกล้า กล่าว

นางรัดเกล้า  กล่าวด้วยว่า การเสนอตั้ง กมธ. วิสามัญฯ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ 1.ศึกษาแนวทางปฏิรูปกฎหมาย เร่งรัดการร่าง พ.ร.บ. ปกป้องคุ้มครองช้างไทย ที่ยังค้างคาให้แล้วเสร็จ 2.สร้างสมดุลการอยู่ร่วมกันหาจุดตรงกลางระหว่างการอนุรักษ์ช้างป่ากับการอยู่รอดของชุมชนในพื้นที่  และ 3.ป้องกันการทารุณกรรมและจัดระบบดูแลช้างอย่างเป็นระบบ

นางรัดเกล้า ย้ำว่า ทรัพยากรสัตว์ป่าคือสมบัติชาติที่รัฐต้องอนุรักษ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 57 และการแก้ไขครั้งนี้ต้องดึงภาคประชาชนและชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง

นางรัดเกล้า  ยังเปิดเผยว่า พรรคประชาธิปัตย์ เตรียมเสนอญัตติอื่นอีก 5 ฉบับ ได้แก่ เรื่อง 1.การรับรองอัตลักษณ์ทางเพศของบุคคล และ พิจารณาการใช้คำนำหน้านามของบุคคลข้ามเพศ 2.การพัฒนาฐานข้อมูลจำแนกตามเพศ (Gender Data) เพื่อนำไปสู่การพัฒนานโยบายและการจัดสรรงบประมาณที่คำนึงถึงความเท่าเทียมทางเพศ (Gender Responsive Policy and Budget) 3.การจัดระบบคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการของแรงงานอิสระและแรงงานบนแพลตฟอร์ม (Platform Workers) 4.การรับมือสังคมสูงวัยด้วยกองทุนดูแลระยะยาว และนักบริบาล / สังคมสงเคราะห์ระดับชุมชน 5.ความยุติธรรมและคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังในเรือนจำหญิง และการกลับคืนสู่สังคมสำหรับผู้เคยก้าวพลาด

รัฐบาลเอาจริง! เดินหน้าปิดกั้น URLs ผิดกฎหมายกว่า 437,000 รายการใน 5 เดือน

รัฐบาลเอาจริง! เดินหน้าปิดกั้น URLs ผิดกฎหมายกว่า 437,000 รายการใน 5 เดือน

รัฐบาลเอาจริง! เดินหน้าปิดกั้น URLs ผิดกฎหมายกว่า 437,000 รายการใน 5 เดือน

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.45 น.

รัฐเดินหน้าปิดกั้น URLs ผิดกฎหมายกว่า 437,000 รายการใน 5 เดือน “พนันออนไลน์” สูงสุดกว่า 362,000 รายการ

วันที่ 13 มีนาคม 2569  นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เดินหน้ายกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ โดยดำเนินการ ปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URLs ผิดกฎหมาย อย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายการแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของรัฐบาล

รองโฆษกฯ กล่าวว่า จากข้อมูลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ 2569 ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 กระทรวงดีอีได้ปิดกั้น URLs ผิดกฎหมายแล้วรวม 437,473 รายการ โดยเฉพาะในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพียงเดือนเดียว สามารถปิดกั้นได้มากถึง 132,842 รายการ

สำหรับประเภทเว็บไซต์ที่ถูกปิดกั้นมากที่สุด คือ เว็บไซต์พนันออนไลน์ จำนวน 362,482 รายการ รองลงมา ได้แก่

บุหรี่ไฟฟ้า 41,850 รายการ

โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 13,734 รายการ

ซื้อ–ขายกัญชา 4,841 รายการ

อาวุธปืน 3,797 รายการ

ค้าประเวณี 2,148 รายการ

อื่น ๆ เช่น ข้อมูลบิดเบือน หลอกลวง หมิ่นสถาบัน Hate Speech และสื่อลามกอนาจาร 8,621 รายการ

รองโฆษกฯ ระบุเพิ่มเติมว่า กระทรวงดีอีได้ใช้ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากโครงการตรวจจับและวิเคราะห์การกระทำความผิดบนเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อช่วยตรวจสอบ วิเคราะห์ และคัดกรองข้อมูล ก่อนส่งเข้าสู่ระบบ WebD เพื่อเร่งรัดกระบวนการระงับเว็บไซต์ผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาระบบ “Suspend” สำหรับส่งคำสั่งศาลไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมระบบ “URL Checker” เพื่อตรวจสอบการปิดกั้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์และแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับ พนันออนไลน์ได้กว่า 362,000 รายการ

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์อย่างจริงจัง โดยเฉพาะเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่เป็นต้นตอของปัญหาสังคมและการหลอกลวงประชาชน พร้อมเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและระบบตรวจสอบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดกั้นเว็บไซต์ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง” นางสาวลลิดา กล่าว.

โสภณ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ อำลาตำแหน่ง รองนายกฯ ลั่นจบสวย ขอบ้านเมืองปลอดภัย

โสภณ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ อำลาตำแหน่ง รองนายกฯ ลั่นจบสวย ขอบ้านเมืองปลอดภัย

โสภณ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ อำลาตำแหน่ง รองนายกฯ ลั่นจบสวย ขอบ้านเมืองปลอดภัย

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.40 น.

โสภณ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯอำลาตำแหน่ง รองนายกฯ บอกไปลามาไหว้ ลั่นจบสวย ประกาศสานต่อแก้ปัญหายาเสพติด เผยอธิษฐานขอบ้านเมืองปลอดภัย ทุกคนมีความสุข

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 13 มี.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล ศาลพระภูมิ ศาลตา ศาลยาย องค์นรสิงห์ และพระพรหม บนตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมบอกกับสื่อมวลชนว่า อธิษฐานให้ทุกคนมีความสุขความเจริญ บ้านเมืองปลอดภัย

จากนั้นนายโสภณ ได้ถ่ายภาพร่วมกับทีมงาน และสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ก่อนเปิดเผยว่า ไปสภาฯ ตนไปมาลาไหว้ วันนี้เป็นวันที่ตนอำลาตำแหน่งรองนายกฯ ถ้าเป็นภาษาบ้านเราเรียกว่าจบสวย ทำไมถึงบอกว่าจบสวย เพราะตนได้ทำเรื่องตามอุดมการณ์ คือ เรื่องยาเสพติด ประชุมงบบูรณาการยาเสพติด และฝากการบ้านเรื่องยาเสพติด 

“ถึงอย่างไรผมก็ต้องไปอยู่ฝ่ายนิติบัญญัติอยู่ดี จะเป็นประธานสภาฯ หรือสส.ก็แล้วแต่ ถ้าเราได้เป็นประธานก็จะขับเคลื่อนเรื่องยาเสพติดต่อ ซึ่งหน่วยงานที่ตนกำกับดูแลก็มีความสุข เพราะงานแก้ปัญหายาเสพติดที่เราเดินมายังได้เดินต่อในโครงการรวมพลังรักศรัทธา แก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการให้มันสำเร็จ เลยถือว่าจบสวย ซึ่งผมมีความภาคภูมิใจทำสิ่งที่ตนเองรัก”

ผบ.ทร. สยบลือ สหรัฐฯ ขอใช้ อู่ตะเภา-ฐานทัพเรือพังงา เป็นฐานถล่มอิหร่าน

ผบ.ทร. สยบลือ สหรัฐฯ ขอใช้ อู่ตะเภา-ฐานทัพเรือพังงา เป็นฐานถล่มอิหร่าน

ผบ.ทร. สยบลือ สหรัฐฯ ขอใช้ อู่ตะเภา-ฐานทัพเรือพังงา เป็นฐานถล่มอิหร่าน

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.34 น.

ผบ.ทร. สยบข่าวลือสหรัฐฯขอใช้สนามบินอู่ตะเภา-ฐานทัพเรือพังงาเป็นฐานทหาร ชี้ อู่ตะเภาเป็นมิตรกับทุกประเทศ พร้อมย้ำ ทร.ใช้ช่องทางความสัมพันธ์ระหว่างทร.มิตรประเทศเร่งช่วยเหลือลูกเรือมยุรีนารีที่เหลืออีก 3 คน อย่างเต็มที่ 

วันที่ 13 มีนาคม 2569 ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ พลเรือเอกไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือลูกเรือมยุรีนารี 3 คน ที่ยังติดค้างอยู่บนเรือหลังเหตุโจมตีในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซว่า ได้ประสานกับทางผู้บัญชาการทหารเรือโอมานตั้งแต่ช่วงที่เกิดเหตุเพื่อเร่งให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่  

ซึ่งเป็นโชคดีที่กองทัพเรือเคยมีโอกาสสนับสนุนกองทัพเรือโอมานในการมาดูงานด้านการต่อเรือที่อู่เรือมาร์ซัน ในประเทศไทย ส่วนประเทศอื่นๆในแถบตะวันกลางก็ไม่ได้มีปัญหาต่อกัน รวมทั้งยังมีความร่วมมือที่ดีกับหลายประเทศผ่านเวทีการประชุมระหว่างกองทัพเรือมิตรประเทศ ในปีที่ผ่านมา ทำให้เป็นผลดีต่อการประสานงานช่วยเหลือคนไทยในครั้งนี้

ส่วนกระแสข่าวสหรัฐฯ ขอใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานทัพว่า จนถึงขณะนี้อยู่ในเวลานี้ยังไม่มีการประสานใดๆ และโดยปกติแล้วสนามบินอู่ตะเภาไม่ได้ถูกใช้เป็นฐานทัพให้ประเทศใด แต่สนามบินอู่ตะเภาเป็นมิตรกับทุกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศใดที่เดินทางเข้ามา เพื่อใช้สนามบินอู่ตะเภา เดินทางต่อไปยังประเทศอื่นๆ หรือมาจอดพักค้างคืน 

ทัังนี้ไม่ใช่เฉพาะสหรัฐเท่านั้นแต่ยังมีประเทศอื่นๆเดินทางเข้ามา เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จึงขอยืนยันว่า ปัจจุบันไม่มีประเทศใดจะมาใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานดำเนินการด้านยุทธวิธี

ส่วนกระแสข่าวการขอใช้ฐานทัพเรือที่พังงาเป็นฐานของสหรัฐฯ นั้น ผู้บัญชาการทหารเรือ ย้ำว่า ยิ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะเป็นที่ทราบดีว่าฐานทัพเรือที่พังงาเป็นพื้นที่ที่น้ำไม่ลึก ไม่มีเรือใหญ่ที่จะสามารถเข้ามาจอดได้ แม้แต่เรือของกองทัพเรือก็ต้องขุดร่องน้ำเพื่อให้เรือเข้ามาจอดได้

เลขา ป.ป.ช. ยอมรับตีตกคดี ‘ศักดิ์สยาม’ ปมหุ้น สวนคำวินิจฉัยศาล รธน.

เลขา ป.ป.ช. ยอมรับตีตกคดี ‘ศักดิ์สยาม’ ปมหุ้น สวนคำวินิจฉัยศาล รธน.

เลขา ป.ป.ช. ยอมรับตีตกคดี ‘ศักดิ์สยาม’ ปมหุ้น สวนคำวินิจฉัยศาล รธน.

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.24 น.

เลขาธิการ ป.ป.ช.ยอมรับว่า มติที่ประชุมใหญ่ เมื่อเดือน ก.ย.68 ยกคำร้องกล่าวหา ‘ศักดิ์สยาม’ คดีนอมินีถือครองหุ้น หจก.บุรีเจริญฯ สวนทางคำวินิจฉัย‘ศาลรัฐธรรมนูญ’

วันที่ 13 มีนาคม 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสข่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติยกคำร้องกล่าวหานายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม อดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กรณีจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ กล่าวหาการถือครองหุ้นแทนใน หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรม นูญนั้น

นายสุรพงษ์ ให้สัมภาษณ์เพียงสั้น ๆ ว่า เรื่องนี้ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นแล้ว ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ มีมติ ‘ยกคำร้อง’ ไปเมื่อเดือน ก.ย. 2568 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ขณะนั้นตนยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช. จึงยังไม่ทราบมติรายละเอียด ว่าเป็นสำนวนเดียว กัน หรือเป็นข้อเท็จจริงเดียวกันกับกรณีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ต้องรอตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวีนที่ 17 ม.ค.2567 มีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 1 เสียง ชี้ว่าจากข้อพิรุธหลายประการดังกล่าว ประกอบพฤติการณ์แวดล้อมทั้งปวงแห่งคดี จึงฟังได้ว่านายศักดิ์สยาม และนายศุภวัฒน์ เกษมสุข (ผู้ถือหุ้น หจก.บุรีเจริญฯ) ตกลงนำเงินของนายศักดิ์สยาม ทำธุรกรรมต่างๆ ในนามนายศุภวัฒน์ โดยขั้นตอนสุดท้ายนำเงินนั้นซื้อกองทุนต่างๆ ในชื่อนายศุภวัฒน์ แล้วขายกองทุนดังกล่าว ชำระค่าหุ้นแก่นายศักดิ์สยาม เช่นนี้ เงิน 119.5 ล้านบาท ยังเป็นของนายศักดิ์สยาม จึงยังคงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้นใน หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น โดยมีนายศุภวัฒน์ ครอบครองหุ้นของ หจก.บุรีเจริญ และดูแล หจก.บุรีเจริญ แทนนายศักดิ์สยามมาโดยตลอด

อันเป็นการถือหุ้นของรัฐมนตรีอยู่ในความครอบครอง หรือดูแลของบุคคลอื่น ไม่ว่าโดยทางใดๆ เป็นการกระทำอันเป็นการต้องห้าม มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ดังนั้น ความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยามจึงสิ้นสุดลงเฉพาะตัว มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 187 

ศบก.ย้ำไม่มีเรือไทยตกค้างช่องแคบฮอร์มุซ ชี้เหลือเพียงเรือสัญชาติสิงคโปร์ 2 ลำ

ศบก.ย้ำไม่มีเรือไทยตกค้างช่องแคบฮอร์มุซ ชี้เหลือเพียงเรือสัญชาติสิงคโปร์ 2 ลำ

ศบก.ย้ำไม่มีเรือไทยตกค้างช่องแคบฮอร์มุซ ชี้เหลือเพียงเรือสัญชาติสิงคโปร์ 2 ลำ

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.15 น.

“อธิบดีกรมเจ้าท่า” ยันไม่มีเรือไทยตกค้างอยู่ในอ่าวทะเลอาหรับ เผยมีเพียง 2 ลำจดทะเบียนสัญชาติสิงคโปร์แต่มีลูกเรือคนไทยจอดเทียบท่าดูไบปลอดภัยดี ด้าน ‘อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน’ แจงค่าการกลั่นไม่ได้ถูกกำหนดโดยโรงกลั่นเป็นไปตามตลาดสากล ‘ศบก.’สั่ง ‘ก.พลังงาน’คุย‘โรงกลั่น-กลุ่มเทรดเดอร์’ ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย อิงราคาน้ำมันดิบบรอนท์ เป็นหลัก

วันที่ 13 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าวประจำวัน  โดยนายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ยังมีเรือไทยที่ตกค้างอยู่ในอ่าวทะเลอาหรับ ยืนยันว่าเรือที่เป็นเรือไทยที่ยกเว้นเรือมยุรีนารีที่เกิดเหตุ ไม่มีเรือไทยที่ชักธงชาติไทยหรือถือสัญชาติไทยอยู่ในบริเวณดังกล่าว แต่มีเรือซึ่งเป็นเรือของบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นสัญชาติสิงคโปร์จอดเทียบท่าอยู่ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2 ลำเป็นเรือที่มีลูกเรือคนไทย โดยลำแรกมีลูกเรือคนไทย 14 คนและเป็นลูกเรืออินเดีย 8 คน ลำที่ 2 มีลูกเรือคนไทยทั้งหมด 22 คน ต้องเรียนยืนยันว่าเป็นเรือบริษัทคนไทย แต่จดทะเบียนสัญชาติสิงคโปร์และมีลูกเรือไทยที่ทำงานอยู่ ซึ่งเรือจอดเทียบท่าขนส่งสินค้าอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งตอนนี้เรือจอดอยู่ที่ท่าและยังปลอดภัย

ขณะที่พล.ร.ต.จุมพล นาคบัว รองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ กล่าวว่า ในส่วนของกองทัพเรือโดยผู้บัญชาการทหารเรือ(ผบ.ทร.)ได้สั่งการให้เสนาธิการทหารเรือใช้กลไกในส่วนที่เกี่ยวข้องของความมั่นคงได้ประสานการปฎิบัติและเฝ้าระวังตั้งแต่กลางเดือนก.พ.ที่ผ่านมา และได้มีการเชิญประชุมผู้ประกอบการทุกภาคส่วนที่เดินเรือผ่านในพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากพบว่ามีสถิติการขนส่งที่ลดลงจาก 183 ลำเหลือระดับตัวเลขตัวเดียว เราจึงต้องออกหนังสือแจ้งเตือน 

ทั้งนี้ ขอเรียนว่าเรามีเรือที่ยังคงเป็นเรือสัญชาติอื่น แต่เจ้าของเป็นคนไทยอยู่ในพื้นที่จำนวน 2  ลำ ซึ่งเราได้ติดตามสถานการณ์และได้จัดทำคำแนะนำ สำหรับในวันนี้ตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้กล่าวถึงเรื่องสถานการณ์ปัจจุบันเรายังไม่พบทุนระเบิดลอยน้ำแต่อย่างใด ณ ปัจจุบันในเรื่องของการตรวจสอบในพื้นที่ยังทำได้ยากเพราะเรือ ณ วันนี้ มีการปิดน่านน้ำ และเรือที่เหลือจอดอยู่ในท่า ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่มีสภาวะการรบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ของการกำหนดตำแหน่งที่เหลือของเรือ จากอุปกรณ์สื่อสาร ระบบดาวเทียม ฉะนั้นการเดินทางเข้าไปในพื้นที่ถือว่ามีความเสี่ยง ณ วันนี้ยืนยันว่าไม่มีเรือไทยเข้าไปในพื้นที่เพิ่มเติมคงเหลือเฉพาะเรือบางส่วนที่อยู่ในพื้นที่จึงขอให้มั่นใจได้ว่าในส่วนของสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นที่จะมีผลกระทบต่อเรือไทยทางกองทัพเรือได้เฝ้าระวังอย่างเต็มขีดความสามารถร่วมกับกรมเจ้าท่าและศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล (ศรชล.) เพื่อความปลอดภัยของพวกเราทุกคน

จากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่าอยากทราบผลการหารือระหว่างศบก. กับกลุ่มโรงกลั่นว่ามีข้อตกลงกันอย่างไรบ้างในการช่วยราคาน้ำมันในประเทศ  นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ตามที่ทางศบก.ให้กระทรวงพลังงานมาดูว่าค่าการกลั่นมีความผิดปกติหรือไม่ เบื้องต้นกระทรวงพลังงานได้ตรวจสอบว่าค่าการกลั่นลำดับแรกไม่ได้ถูกกำหนดโดยโรงกลั่นไม่สามารถกำหนดได้ด้วยตัวเอง จึงต้องมาดูว่าค่าการกลั่นมาจากไหนบ้าง ถ้ามาจาก 2 ส่วนส่วนที่ 1 มาจากราคาน้ำมันสำเร็จรูปไม่ว่าจะเป็นเบนซิน ดีเซล แอลพีจี ซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาดซึ่งอ้างอิงจากตลาดในภูมิภาค ซึ่งเรียกว่าราคาสิงคโปร์และอีกด้านมาจากค่าการตลาดมาจากต้นทุนคือราคาน้ำมันดิบ ซึ่งราคาน้ำมันดิบเป็นไปตามกลไกตลาดเช่นเดียวกัน ที่มีการซื้อขายกันล่วงหน้า ซึ่งทั้ง 2 ราคาไม่ได้ถูกกำหนดโดยตรงในประเทศไทยเป็นไปตามตลาดสากลทั้งน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป มีกลไกราคาในตัวของแต่ละประเภทศนั้นเอง ซึ่งสิ่งที่กระทรวงพลังงาน โดยสำนักนโยบายและแผนพลังงานได้มีการรายงานค่าการกลั่น ซึ่งเป็นการรายงานที่สะท้อนสินค้าเป็นไปตามกลไกตลาด สะท้อนต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงในส่วนของค่าการกลั่นมีทั้งบวกและ ลบในหลายกรณีค่าการกลั่นเคยติดลบเช่นเดียวกันทซึ่งทำให้โรงกลั่นหลายโรงขาดทุน

เมื่อถามว่าราคาน้ำมันตลาดโลกหรือราคาที่สวิงอยู่ตอนนี้ แล้วมันเพิ่งขึ้นไปอย่างนี้ทางกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นสามารถปรับขึ้นราคาได้ในรูปแบบไหนและอย่างไรได้บ้าง ได้มีการประเมินทิศทางไว้อย่างไร นายสราวุธ กล่าวว่า ในส่วนนี้เป็นไปตามกลไกที่สะท้อนต้นทุน แต่อีกด้านเป็นเรื่องการบริหารจัดการ ซึ่งรัฐบาลพยายามหาทางช่วยเหลือในปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ติดลบอยู่ที่ 8,070 ล้านบาท และในแต่ละวันจะติดลบอยู่ที่ 1,520 ล้านบาท 

เมื่อถามถึงขั้นตอนการซื้อน้ำมันจากประเทศรัสเซีย เราสามารถติดต่อได้เร็วขนาดไหนและปริมาณที่เราจะซื้อมากน้อยแค่ไหน นายสราวุธ กล่าวว่า กรณีการซื้อน้ำมันจากประเทศรัสเซีย  วันนี้ศบก. ได้มีข้อสั่งการให้กระทรวงพลังงานไปศึกษาทางเลือกที่จะซื้อน้ำมันจากประเทศรัสเซีย โดยได้สอบถามจากกลุ่มร่วมกันว่าน้ำมันจากรัสเซีย น่าจะสามารถนำมาใช้กับโรงกลั่นในประเทศไทยได้ เดี๋ยวคงต้องไปประสานงานกับทางโรงกลั่นและกลุ่มเทรดเดอร์ที่สามารถเข้าถึงน้ำมันรัสเซีย ซึ่งเบื้องต้นจะอิงกับราคาน้ำมันดิบของบรอนท์ (Brent) เป็นหลัก

เมื่อถามอีกว่าราคาน้ำมันดิบมีการวางแผนซื้อขายกันล่วงหน้าอยู่แล้ว แต่ว่าเหตุสงคราม เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28  ก.พ.ที่ผ่านมา และวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา จึงมีการขึ้นราคาน้ำมันซึ่งมีส่วนต่าง 4 บาท นายสราวุธ กล่าวว่า ราคาน้ำมันดิบ ไม่ได้เกิดขึ้นหลังจากเกิดสงคราม แต่ราคาน้ำมันสำเร็จรูป เพิ่มขึ้นอย่างอย่างก้าวกระโดด มันเลยทำให้เกิดการแพลนนิค ในเรื่องของสินค้าที่นำน้ำมันมาใช้เป็นหลัก  แต่ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบไม่ได้ขึ้นเลย

เมื่อถามย้ำว่าค่าการกลั่นที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อประชาชนที่เติมน้ำมันหน้าปั้มหรือไม่ นายสราวุธกล่าวว่า การกลั่นกันเป็นแค่ดัชนีส่วนต่างที่บอกว่า ส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันดิบ กับน้ำมันสำเร็จรูปในแต่ละวันเป็นเช่นไร สิ่งที่ประชาชนจะเจอที่หน้าปั๊มเป็นกลไกของราคาน้ำมันสำเร็จรูปเพียงอย่างเดียวไม่เกี่ยวกับค่าการกลั่น 

เมื่อถามอีกว่า ที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะผอ.ศบก. ระบุว่าจะมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินในแต่ละสัปดาห์ ตอนนี้พอจะมีตัวเลขบอกประชาชนได้หรือไม่ อย่างไรและประชาชนจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ตรงนี้อย่างไร และถ้าจะขึ้นประมาณอัตรากี่บาทต่อลิตร  นายสราวุธ กล่าวว่า  ในส่วนนี้กระทรวงพลังงานได้รับความสำคัญร่วมกับสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการคอยติดตามสถานการณ์ โดยมีข้อสั่งการให้หาแนวทางในการช่วยเหลือประชาชน ดูว่าสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลาซึ่งเปลี่ยนเร็วมากจะเป็นอย่างไรบ้างก็คงต้องมีข้อเสนอ และนำเสนอศบก.ต่อไป