ลุ้นส่งศาลฎีกาช่วงสงกรานต์ ป.ป.ช.จ่อยื่นคำฟ้อง 44 สส.ก้าวไกล คดีจริยธรรมแก้ ม.112

ลุ้นส่งศาลฎีกาช่วงสงกรานต์ ป.ป.ช.จ่อยื่นคำฟ้อง 44 สส.ก้าวไกล คดีจริยธรรมแก้ ม.112

ลุ้นส่งศาลฎีกาช่วงสงกรานต์ ป.ป.ช.จ่อยื่นคำฟ้อง 44 สส.ก้าวไกล คดีจริยธรรมแก้ ม.112

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.49 น.

“เลขา ป.ป.ช.”เผยคำฟ้อง 44 สส.พรรคก้าวไกล ปมร่วมแก้ไขมาตรา 112 ลุ้นยื่นศาลฎีกาก่อนหรือหลังสงกรานต์ แจงไร้ใบสั่งการเมือง แต่ข้อมูลเยอะขอเวลาจัดทำเอกสารให้สมบูรณ์ก่อน

6 เมษายน 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา กรณี 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล ในข้อหาผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ได้เร่งระดมการถ่ายเอกสารเนื่องจากเอกสารประกอบคำร้องมีจำนวน 56 ชุด โดยจะต้องส่งทั้งองค์คณะตุลาการ และคู่ความ เอกสารมีเป็นจำนวนมาก ทาง ป.ป.ช.ไม่ได้ดึงเวลาในการยื่นคำร้อง แต่เพราะต้องมีความละเอียดรอบคอบ

“ยืนยันเรื่องนี้ไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องแน่นอน เป็นไปตามขั้นตอนและไทม์ไลน์ของกระบวนการ ไม่มีใบสั่งหรืออะไรทั้งสิ้น คำร้องเป็นไปตามที่ศาลรัฐธรรมนูญชี้มูลมา ทั้งนี้ จะก่อนหรือหลังสงกรานต์ ในวันที่ 9 เม.ย.ก็จะทราบ ต้องดูรายละเอียดอีกครั้ง เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต้องดูให้สมบูรณ์ก่อนส่ง” นายสุรพงษ์ กล่าว

นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนที่ ป.ป.ช.มีมติชี้มูล เป็นการชี้มูลจากการกระทำพฤติกรรม เนื้อหาต่างๆ ว่าบุคคลที่อยู่ในตำแหน่งเช่นนี้ สมควรมีพฤติการณ์เช่นนี้หรือไม่ จะถือว่าผิดจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ ซึ่ง ป.ป.ช.ไม่ได้ชี้มูลสิทธิการยื่นแก้กฎหมายของ ส.ส.เหมือนอย่างที่ ส.ส.พรรคประชาชน (ปชน.) ออกมากล่าวหา อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างทุกอย่างอยู่ในคำร้องไม่สามารถเปิดเผยได้

ครม.นัดพิเศษจ่อตั้ง 3 กุนซือนายกฯ พร้อมตั้ง รัชดา นั่งโฆษกรัฐบาล

ครม.นัดพิเศษจ่อตั้ง 3 กุนซือนายกฯ พร้อมตั้ง รัชดา นั่งโฆษกรัฐบาล

ครม.นัดพิเศษจ่อตั้ง 3 กุนซือนายกฯ พร้อมตั้ง รัชดา นั่งโฆษกรัฐบาล

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.46 น.

6 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษค่ำนี้ (6 เม.ย.) นอกจากจะมีการวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ที่จะมีการแถลงระหว่างวันที่ 9 – 10 เม.ย.และเรื่องการตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ชุดใหม่แล้ว ยังจะมีการพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการการเมืองด้วย ประกอบด้วย ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี 3 คน ได้แก่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ และอดีตประธานรัฐสภา เป็นประธานคณะที่ปรึกษานายกฯ , พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ อดีต รมว.ศึกษาธิการ และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ใน ครม.อนุทิน 1 นอกจากนี้ จะมีการแต่งตั้ง น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีด้วย

อภิสิทธิ์ ดักคอรัฐบาล เร่งสางปมไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน เผยเคยเตือนไว้นานแล้ว แต่ถูกเมิน

อภิสิทธิ์ ดักคอรัฐบาล เร่งสางปมไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน เผยเคยเตือนไว้นานแล้ว แต่ถูกเมิน

อภิสิทธิ์ ดักคอรัฐบาล เร่งสางปมไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน เผยเคยเตือนไว้นานแล้ว แต่ถูกเมิน

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.34 น.

“อภิสิทธิ์”ดักคอ”รัฐบาล” เร่งสางปม”ไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน” เผยเคยเตือนไว้นานแล้ว แต่ถูกเมิน จี้”โรงกลั่น”ช่วยแบกรับภาระประชาชนกลุ่มเปราะบาง บอกอยากเห็นมาตรการเป็นรูปธรรม เพราะตอนนี้ยังไม่มีการปฏิบัติจริง

6 เมษายน 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากครบรอบ 80 ปี ว่า ได้วางกิจกรรมไว้ตลอดทั้งปี ซึ่งจะเป็นการยกระดับการทำงานของพรรค และก้าวเข้าสู่ปีที่ 81 โดยเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการติดตามการทำงานของรัฐบาล การสอดส่องทุจริตคอร์รัปชัน ไปจนถึงการเคลื่อนไหวเพื่อสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ต่อไป

เมื่อถามว่า มองฉากการเมืองไทยตอนนี้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราเพิ่งผ่านการเลือกตั้งมา และรัฐบาลกำลังแถลงนโยบายเพื่อเข้าบริหารราชการแผ่นดินได้ ต้องยอมรับว่าแม้จะมีตัวเลขที่มั่นคง แต่ยังมีสถานการณ์รออยู่ข้างหน้า ที่ท้าทายรัฐบาลพอสมควร โดยเฉพาะวิกฤตที่มาจากการสู้รบในตะวันออกกลาง หากรัฐบาลตั้งใจทำงานแก้ไขปัญหาก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่หากมีผลประโยชน์ ก็อาจจะกระทบกับเสถียรภาพของรัฐบาลได้

เมื่อถามว่า ขณะนี้ประชาชนไม่เชื่อมั่นในรัฐบาล แม้กระทั่งทีมคนนอกทั้ง 3 คน ที่สะท้อนออกมาผ่านนิด้าโพล นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลก็ต้องทำงานลบล้างความไม่เชื่อมั่นให้ได้ แต่ก็ต้องเก็บเกี่ยวบทเรียนหลายเรื่องที่ผ่านมา ซึ่งวิธีการทำงานที่ผ่านมาอาจจะมีข้อผิดพลาด ข้อจำกัด รวมถึงเรื่องการสื่อสาร การไม่ติดตามมาตรการต่างๆ หรือฟังข้อมูลไม่ครบถ้วน

เมื่อถามว่า ในฐานะฝ่ายค้านจะติดตามเรื่องน้ำมัน โดยเฉพาะไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมันอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราในฐานะฝ่ายค้านก็ได้ทักท้วงเรื่องนี้ตั้งแต่แรก เพราะดูจากตัวเลข ก็พบว่ามีปัญหาเรื่องการกักตุนแน่ ซึ่งตอนนั้นรัฐบาลยังปฏิเสธอยู่ แต่ตอนนี้รัฐบาลก็ออกมายอมรับแล้ว และตนเห็นว่าจะมอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจถึงขั้นให้เป็นคดีพิเศษ ทางพรรคประชาธิปัตย์ก็จะติดตามเรื่องนี้ต่อไป และรัฐบาลต้องทำต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีเพียงเรื่องนี้เรื่องเดียว เรายังยืนยันว่าจะรัฐบาลก็ดี ภาคธุรกิจก็ดี ยังไม่ได้รับภาระ หรือในส่วนของโรงกลั่นยังไม่มีการแบ่งเบาภาระของประชาชนที่แบกรับราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าสุดท้ายแล้วจะไม่ได้ตัวไอ้โม่งตัวจริง แม้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม จะลาออกจากการดำเนินงาน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราก็ติดตามเรื่องนี้อยู่ ต้องให้โอกาสรัฐบาลทำงาน ทำเรื่องนี้ให้จริงจัง แต่ก็ต้องย้ำว่า เรื่องการแบ่งเบาภาระของประชาชนนั้น ตนอยากเห็นเป็นรูปธรรม รวมถึงมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเปราะบางต่างๆ ซึ่งรัฐบาลพูดในหลักการมาแล้วแต่ยังไม่ได้ไปทั่วถึง ยังไม่ได้มีการปฏิบัติจริง

สุขสมรวย-ศุภจี ขนของเข้าห้องทำงาน เตรียมถวายสัตย์ฯ จับตาประชุมถกรื้อราคาน้ำมัน

สุขสมรวย-ศุภจี ขนของเข้าห้องทำงาน เตรียมถวายสัตย์ฯ จับตาประชุมถกรื้อราคาน้ำมัน

สุขสมรวย-ศุภจี ขนของเข้าห้องทำงาน เตรียมถวายสัตย์ฯ จับตาประชุมถกรื้อราคาน้ำมัน

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.58 น.

ทำเนียบคึกคัก! “สุขสมรวย-ศุภจี” ส่งทีมงานขนของ-ดูห้องบนตึกบัญชาการ ก่อน “อนุทิน” นำเข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ เย็นนี้ จับตา ครม.นัดพิเศษ ถกรื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน-รับทราบร่างคำแถลงนโบาย

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ทีมงานของนางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ขนของเข้ามาไว้ยังห้องทำงานชั้น 4 ตึกบัญชาการ 1 ซึ่งเป็นห้องทำงานเดิมของนายสันติ ปิยะทัต อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 

นอกจากนี้ ยังมีทีมงานของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เข้ามาดูความเรียบร้อยของห้องทำงานที่ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 เช่นเดียวกับทีมงานของ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งใช้ห้องทำงานเดิมที่ตึกบัญชาการ 1 

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้นัดคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ในเวลา 15.00 น. เพื่อถ่ายรูปติดบัตรประจำตัวรัฐมนตรี และตรวจคัดกรองเชื้อโควิด 19 ก่อนจะถ่ายภาพหมู่ร่วมกันที่บริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้น เวลา 17.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำ ครม.ชุดใหม่ ขึ้นรถยนต์ที่สำนักเลขานุการคณะรัฐมนตรีจัดไว้ให้ เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล ไปยังพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เพื่อเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณในเวลา 19.00 น. 

จากนั้นเวลา 20.00 น. นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุม ครม.นัดพิเศษ ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีวาระที่สำคัญคือรับทราบร่างคำแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ที่จะมีการแถลงในวันที่ 9-10 เม.ย.นี้ 

นอกจากนี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) จะรายงานให้ ครม.รับทราบถึงผลการหารือกับกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น เพื่อปรับปรุงโครงสร้างราคาขายส่งนํ้ามันหน้าโรงกลั่น 

คารม ยูเทิร์นกลับ ภท. อนุทินทักกลับมาแล้วหรอ เจ้าตัวยิ้มรับ

คารม ยูเทิร์นกลับ ภท. อนุทินทักกลับมาแล้วหรอ เจ้าตัวยิ้มรับ

คารม ยูเทิร์นกลับ ภท. อนุทินทักกลับมาแล้วหรอ เจ้าตัวยิ้มรับ

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.55 น.

6 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายคารม พลพรกลาง อดีตผู้สมัคร สส.เขต 6 ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และอดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในโควตาพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เดินทางมายังที่ทำการพรรคภูมิใจไทย เนื่องในโอกาสวันทำบุญครบรอบวันเกิดพรรคก้าวสู่ปีที่ 18 ระหว่างนั้น ได้พบกับ นายอนุทิน ชาญวีรรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดยนายคารม ได้เข้าไปไหว้นายอนุทิน ทำให้นายอนุทิน ทักทายกลับว่า “กลับมาแล้วหรอ” ซึ่งนายคารม ได้ยิ้มตอบรับ และเดินตามนายกฯ ไปยังร้านกาแฟ

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ในช่วงเลือกตั้ง นายคารม ไม่ได้ถูกเลือกให้เป็นผู้สมัคร สส.ของพรรคภูมิใจไทย และทำให้เกิดการน้อยใจ จนโพสต์ข้อความเชิงตำหนิพรรค และย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ

รมว.ยธ.ยันพบผิดจริง จ่อชงคดีกักตุนน้ำมัน เข้าบอร์ดคดีพิเศษ

รมว.ยธ.ยันพบผิดจริง จ่อชงคดีกักตุนน้ำมัน เข้าบอร์ดคดีพิเศษ

รมว.ยธ.ยันพบผิดจริง จ่อชงคดีกักตุนน้ำมัน เข้าบอร์ดคดีพิเศษ

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.53 น.

“รมว.ยุติธรรม”เผยหารือคณะพนักงานสืบสวนเตรียมชง”คดีกักตุนน้ำมัน”เข้าบอร์ดคดีพิเศษ ย้ำพบการกระทำความผิดจริง ระบุน้ำมันหายกลางทะเลมากกว่า 57 ล้านลิตร ขอรอความชัดเจนจาก”ศรชล.” พร้อมกำชับ”ดีเอสไอ”เร่งหาปลายทางน้ำมันล่องหน จ.สุราษฎร์ธานี หลังพบขนถ่ายน้ำมันกลางทะเล 96 เที่ยว ยืนยันเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด

6 เมษายน 2569 ที่อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะพนักงานสืบสวนคลี่คลายคดีกักตุนน้ำมัน ว่า วันนี้ตนมารับฟังข้อมูลจาก พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และคณะพนักงานสืบสวน ว่าได้ดำเนินการอะไรไปบ้าง ซึ่งข้อมูลก็มาจากหลายหน่วยงาน ทั้งกรมสรรพสามิต กรมธุรกิจพลังงาน กรมการขนส่ง เป็นต้น ซึ่งเป็นข้อมูลค่อนข้างเยอะ แต่เราก็มีกรอบการทำงาน ซึ่งอธิบดีฯ ก็ได้ชี้แจงให้ฟัง โดยเมื่อฟังผลแล้วก็เป็นที่น่าพึงพอใจ และจะเร่งรัดให้เร็วที่สุด เพราะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ดีเอสไอก็ทำงานไม่ได้หยุดในการรวบรวมข้อมูลมาใช้วิเคราะห์ในวันนี้ ส่วนเรื่องการดำเนินการตามกฎหมายก็เป็นหน้าที่ของดีเอสไอที่ต้องดำเนินการต่อไป ส่วนตนก็มารับฟังความคืบหน้าเพื่อจะได้ประสานข้อมูลให้ หากมีส่วนใดที่ดีเอสไอยังขาดในการประกอบสำนวนการสืบสวนเราก็จะช่วยหา

พล.ต.ท.รุทธพล เผยอีกว่า ส่วนการรับเป็นคดีพิเศษนั้น ตอนนี้ยังคงเป็นเรื่องสืบสวน แต่หลังจากนี้จะมีการประชุมบอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษ ซึ่งจะมีผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านและได้นัดหารือแล้ว ส่วนจะเป็นเมื่อใดจะแจ้งอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้เราก็สืบสวนสอบสวนเบื้องต้นไว้ก่อน ส่วนกรอบระยะเวลาการทำงาน ทางอธิบดีฯ ก็ได้วางกรอบไว้แล้ว แต่การปฏิบัติดำเนินการก็ต้องสอบถามกันวันต่อวันว่าได้ดำเนินการคืบหน้าอย่างไรบ้าง เพราะจะมีการปรับแผนกันตลอด ส่วนกรณีที่พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจนั้น เราก็ได้นำข้อมูลมารวบรวมและหารือในวันนี้ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ แนวทางการทำคดีหากพบการกระทำความผิดจากเรื่องนี้ เราก็จะรวบรวมมาเป็นคดีพิเศษทั้งหมด เพื่อให้เป็นแนวทางเดียวกัน

พล.ต.ท.รุทธพล เผยต่อว่า ส่วนความชัดเจนของตัวเลขน้ำมันที่หายไปนั้น ตนขอให้เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อมูลให้ชัดเจนก่อน เพื่อจะได้วิเคราะห์กันให้ครบถ้วน เพราะตัวเลขค่อนข้างเยอะ ซึ่งข้อมูลก่อนหน้านี้ที่แถลงไป คือ ข้อมูลวันที่ 3 เม.ย.69 ดังนั้น จึงขอเวลารวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมอีก ส่วนตัวเลขน้ำมันที่หายไปกลางทะเล 57 ล้านลิตรนั้น เบื้องต้นจะมีปริมาณเพิ่มอีกหรือไม่ ก็ต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ไปรวบรวมข้อมูลวันต่อวันมาก่อน อย่างไรก็ตาม เราขอให้มันชัดเจน เพราะถ้าเร่งรีบอาจเกิดความเสียหายได้

“ตอนนี้เราพบการกระทำผิดแน่นอน น้ำมันหายไปแน่นอน ส่วนจะปริมาณ 57 ล้านลิตร หรือ 58 ล้านลิตร หรือ 59 ล้านลิตรนั้น ตนมองว่าอย่าเพิ่งไปยืนยันขนาดนั้นเลย เพราะเรารู้ว่าน้ำมันหายไปแน่นอนตามที่ได้ชี้แจงวันแถลงข่าว ส่วนจะมีมากกว่านี้หรือไม่ ตนขอให้ทางอธิบดีดีเอสไอและเจ้าหน้าที่ได้ทำงานก่อน” รมว.ยุติธรรม ระบุ

พล.ต.ท.รุทธพล เผยด้วยว่า ส่วนปลายทางของน้ำมันที่หายไปนั้น ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสืบสวนว่าปลายทางหายไปไหน อย่างกรณีเคสของ จ.สุราษฎร์ธานี ที่หายไปในระหว่างทะเล ดังนั้น เราจึงต้องใช้ข้อมูลของ ศรชล.มาประกอบด้วย ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ต้องขอรวบรวมรายละเอียดให้ครบถ้วนก่อน ทั้งนี้ ตนได้สั่งให้ตรวจสอบหาจำนวนเรือด้วยว่าใน 96 เที่ยวที่มีการขนน้ำมันนั้น ได้ใช้เรือทั้งหมดกี่ลำ เพราะบางลำอาจจะวิ่งหลายเที่ยว อนึ่ง เราเร่งปราบปรามเต็มที่ ในกรณีที่ประชาชนห่วงว่าสงกรานต์นี้จะมีน้ำมันเพียงพอหรือไม่

ส่วนกรณีที่บริษัท พี.ซี. สยามปิโตรเลียม จำกัด ได้ออกคำชี้แจงว่า บริษัทไม่ได้กักตุนน้ำมัน และทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอน ทางดีเอสไอจะต้องเรียกมาชี้แจงข้อเท็จจริงหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล เผยว่า ตอนนี้ตั้งเป็นคดีสืบสวนแล้ว ก็จะสามารถเข้าไปสอบปากคำได้เลย ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน ส่วนจะเป็นการสอบปากคำที่ จ.สุราษฎร์ธานี หรือที่กรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น คงจะต้องหารืออีกครั้ง ว่าจะเรียกสอบปากคำ หรือให้ดำเนินการส่งเอกสาร อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงของทางบริษัทฯ พนักงานสอบสวนจะรับฟัง แต่ก็จะต้องดูพยานหลักฐานและข้อกฎหมายประกอบด้วย

‘อนุทิน’ จิบกาแฟคุย ‘พิพัฒน์’ เมินกระแสบอยคอตปั๊ม PT ชี้ลาออกมา 23 ปีแล้ว

‘อนุทิน’ จิบกาแฟคุย ‘พิพัฒน์’ เมินกระแสบอยคอตปั๊ม PT ชี้ลาออกมา 23 ปีแล้ว

‘อนุทิน’ จิบกาแฟคุย ‘พิพัฒน์’ เมินกระแสบอยคอตปั๊ม PT ชี้ลาออกมา 23 ปีแล้ว

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.38 น.

‘อนุทิน’ จิบกาแฟคุย ‘พิพัฒน์’ เมินกระแสบอยคอตปั๊ม PT ชี้ลาออกมา23ปีแล้ว เข้าไปตอนนี้ยังต้องแลกบัตร ตอบไม่ถูกสังคมจับตา ขออย่าถามเยอะ บริษัทเขากังวล 

6 เมษายน 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการทำบุญครบรอบพรรคภูมิใจไทย “ก้าวสู่ปีที่ 18” นายอนุทิน  ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เดินลงมาซื้อกาแฟ ที่ร้านของนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา โดยช่วงหนึ่งได้ดื่มกาแฟ พูดคุยกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม 

ผู้สื่อข่าวได้พยามสอบถามว่า ให้กำลังใจกันอย่างไร ในช่วงเผชิญวิกฤตราคาน้ำมัน นายกฯ กล่าวว่า ไม่ต้องให้คนทำงานให้กับบ้านเมือง 

เมื่อถามถึงการทำงานที่ไปกระทบกับความรู้สึกของประชาชนต่อการเข้าไปใช้บริการปั๊มน้ำมัน PT สถานการณ์ปั๊มในช่วงนี้เป็นอย่างไรที่โดนกระแสหนักในช่วงนี้ นายกฯ ย้อนถามกลับว่า เขาออกมาจาก PT ตั้งกี่ปีแล้วหล่ะ 

ขณะที่นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตอบไม่ถูก เพราะตนออกมาจาก PT 23 ปีแล้ว 

ขณะที่นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า เข้าไปตอนนี้ยังต้องแลกบัตรแล้ว 

ส่วนกระแสแอนตี้ตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ต้องไปถามผู้บริหาร 

เมื่อถามถึงกรณีที่เคยระบุว่ายังมีหุ้นอยู่ ทำให้สังคมจับตามองหนัก นายพิพัฒน์ ชี้แจงว่า การมีหุ้นก็เป็นหุ้นปกติ ส่วนที่สังคมจับตามองก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร เพราะเราถือว่าไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบริษัทอยู่แล้ว ขออย่าถามเยอะ เพราะบริษัทเขาอาจกังวล

อนุทินชูความเชื่อใจ นำภูมิใจไทยก้าวสู่ปีที่ 18 มุ่งสร้างเอกภาพพรรคร่วม

อนุทินชูความเชื่อใจ นำภูมิใจไทยก้าวสู่ปีที่ 18 มุ่งสร้างเอกภาพพรรคร่วม

อนุทินชูความเชื่อใจ นำภูมิใจไทยก้าวสู่ปีที่ 18 มุ่งสร้างเอกภาพพรรคร่วม

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.08 น.

“อนุทิน”เผย”ภูมิใจไทย”โตขึ้นตลอด ด้วยแรงศรัทธา ยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง เผยเคล็ดลับพรรคมีเอกภาพเพราะ”ไว้เนื้อเชื่อใจ”กัน ขอไม่ตั้งเป้ารัฐบาลพรรคเดียว เน้นจับมือแล้วไปด้วยกัน ดีกว่ามีคนอื่นรอทิ่มข้างหลัง มั่นใจนำรัฐบาลฝ่าวิกฤตพลังงานไปให้ได้ โวเคยทำมาแล้วยุคโควิด

6 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 11.10 น.ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงงานครบรอบก้าวสู่ปีที่ 18 พรรคภูมิใจไทย ว่า ดีใจที่พรรคภูมิใจไทยเจริญเติบโต และพัฒนาขึ้นทุกปี ตั้งแต่ก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย เราผ่านการเลือกตั้งมาหลายครั้ง เติบโตขึ้นตลอดโดยเฉพาะอย่างยิ่งครั้งล่าสุด ดังนั้น พรรคภูมิใจไทยต้องเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน เพราะคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานเพิ่มมากขึ้น ต้องมีการถ่ายทอดงาน และประสบการณ์ให้กับคนรุ่นใหม่เพื่อนำไปรับใช้ประชาชน และประเทศชาติ หวังว่าช่วงเปลี่ยนผ่านจะเป็นช่วงที่พรรคภูมิใจไทยจะเข้มแข็งมากขึ้น ด้วยประสบการณ์ และการทำงานร่วมกันกับคนที่เคยปลุกปั้นพรรคนี้ขึ้นมา

เมื่อถามว่า พรรคจะโตขึ้นอีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราจะทำให้ดีที่สุดด้วยความสุจริตใจ และเจตนารมณ์ที่ยึดประชาชนเป็นเป้าหมายสำคัญที่สุด สิ่งนี้จะทำให้พรรคโตขึ้นเอง ซึ่งประชาชนเป็นผู้ให้ทิศทางพรรคภูมิใจไทย เราโตขึ้นด้วยประชาชนไม่ได้โตได้ด้วยตัวเอง

เมื่อถามว่า ยึดหลักอะไรในการบริหารพรรคให้เป็นเอกภาพ นายอนุทิน กล่าวว่า ใช้หลักความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน และหลักที่เชื่อว่าสมาชิกพรรคทุกคนมีความมุ่งมั่นทุ่มเทตัดสินใจที่จะทำงานให้ส่วนรวม ดังนั้น สิ่งที่นำเสนอทุกอย่างถ้าไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย ผิดจริยธรรม และจรรยาบรรณ พรรคจะให้การสนับสนุนทุกอย่าง เพื่อให้สมาชิกพรรคนำเจตนารมณ์ของเขาไปมอบให้แก่ประชาชน นี่เป็นสิ่งที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ และได้รับความเชื่อมั่นจากสโลแกนของพรรคที่พูดแล้วทำ ทำให้เกิดเป็นความเชื่อใจ และให้โอกาสพรรคภูมิใจไทยมาบริหารบ้านเมือง

เมื่อถามว่า มั่นใจว่ารัฐบาลจะอยู่ครบ 4 ปี ตามคำอวยพรที่ได้รับในวันนี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พรเป็นสิ่งที่ดีเป็นสิริมงคล แต่ต้องทำตัวให้ดีด้วย เราต้องขยันทำงานไม่หลงใหลได้ปลื้มไปกับคำสรรเสริญรูปรถกลิ่นเสียง แต่ต้องคิดว่าตัวเองคือผู้ที่อาสารับใช้ประชาชน และประเทศชาติ ถือเป็นอีกคุณสมบัติที่คนของพรรคภูมิใจไทยถูกปลูกฝังมาว่าห้ามมีพิธีรีตอง ห้ามเรื่องมาก ห้ามทำตัวเป็นคนใหญ่คนโต แต่ประชาชนต้องมาก่อนเสมอ ถ้าไปเข้าคิวเราก็เข้าคิวท้ายเสมอ นี่คือสิ่งที่ภูมิใจไทยปลูกฝังให้กับทุกคน

เมื่อถามว่า ในอนาคตประเมินว่าพรรคภูมิใจไทยจะโตจนเป็นรัฐบาลพรรคเดียวได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คิดว่าถ้าแสวงหาความรู้ และนำพาประเทศไทยก้าวหน้าไปด้วยกันได้โดยไม่มีความขัดแย้ง เราจับมือไว้แล้วไปด้วยกันดีกว่า หากไปคนเดียวในขณะที่อีกห้าถึงหกคนคอยเอาไม้เอามีดทิ่มหลังอยู่มันไม่ไม่ดีหรอก ดังนั้น ไปด้วยกันดีที่สุด

เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลในปัจจุบันจะฝ่าวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นได้โดยที่ประชาชนไว้วางใจหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องการแก้วิกฤตปัญหาต่างๆเป็นภารกิจของรัฐบาลอยู่แล้ว ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยแสดงให้เห็นว่าเวลามีวิกฤตต่างๆ ทั้งโควิด และภัยพิบัติ เราสามารถแก้วิกฤตนั้นให้ผ่านไปได้ด้วยดี เราเป็นรัฐบาลต้องแก้วิกฤตทุกอย่างให้ประชาชนได้

ภูมิใจไทย ทำบุญก้าวเข้าปีที่ 18 แกนนำพรรคร่วม-ปชป.หอบดอกไม้แสดงความยินดี (ประมวลภาพ)

ภูมิใจไทย ทำบุญก้าวเข้าปีที่ 18 แกนนำพรรคร่วม-ปชป.หอบดอกไม้แสดงความยินดี (ประมวลภาพ)

ภูมิใจไทย ทำบุญก้าวเข้าปีที่ 18 แกนนำพรรคร่วม-ปชป.หอบดอกไม้แสดงความยินดี (ประมวลภาพ)

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.49 น.

“ภูมิใจไทย”ทำบุญก้าวเข้าปีที่ 18 “แกนนำพรรคร่วม-ปชป.”หอบดอกไม้แสดงความยินดีคึกคัก “อนุทิน”หอบ”3 หนุ่ม รมช.มหาดไทย”ขับรถไฟฟ้าเข้าพรรค เปลี่ยนหมวดอักษรทะเบียนรถเป็นชื่อเล่นลูก ขณะที่”จุลพันธ์”อวยพรขอให้เป็นปีที่ดี เดินหน้ารัฐบาลอย่างแข็งแรง

6 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 08.30 น.ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ถนนพหลโยธิน กทม. พรรคภูมิใจไทย จัดพิธีทำบุญใหญ่เนื่องในโอกาสครบรอบ 17 ปี และก้าวสู่ปีที่ 18 ในวันที่ 6 เม.ย. นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดยมีการประกอบพิธีทางศาสนา ทั้งพิธีพุทธ และอิสลาม โดยมีแกนนำพรรค กรรมการบริหารพรรค , สส.และสมาชิกพรรค เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

สำหรับพิธีสงฆ์ พรรคได้นิมนต์ พระพรหมวชิรโพธิวงศ์ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย – เนปาล เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ จากนั้นมีการประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม โดยโรงเรียนจุฬาราชมนตรี มิฟตาฮุ้ลอุลูมิดดีนียะห์

ต่อมาเวลา 10.09 น. นายอนุทิน ได้ขับรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัว เข้ามาที่พรรคภูมิใจไทย พร้อมกับ รมช.มหาดไทย 3 คน ประกอบด้วย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี , นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ภายหลังเดินทางไปร่วมพิธีบวงสรวงและเบิกเนตรพระพุทธมหานวนาคปฏิมากร ที่มีสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เจ้าคณะหนใหญ่กลาง และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ ที่สวนสิริธราภิรมย์ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อเวลา 09.15 น.วันเดียวกัน ทั้งนี้ เมื่อมาถึงพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ได้กล่าวว่า “มาส่งลูก” ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้พา รมช.มหาดไทย มาพร้อมกันเลย นายอนุทิน ตอบว่า มาหมดกระทรวงเลย เมื่อถามอีกว่า รถขับนิ่มดีหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า “ดี เงียบดี” ก่อนจะเดินไปทักทายกับนายสกลธี ที่มารอแสดงความยินดี พร้อมช่อดอกไม้

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า นายอนุทิน ได้เปลี่ยนทะเบียนรถยนต์ จากเดิม จต 32 เป็น สน 32 โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทะเบียนดังกล่าว มีชื่อของ นายเศรณี ชาญวีรกูล เป็นผู้จดทะเบียน ซึ่ง “สน” เป็นชื่อเล่นของบุตรสาวของนายอนุทิน

สำหรับบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้า มีตัวแทนพรรคการเมือง นำกระเช้าและแจกันดอกไม้ มาร่วมแสดงความยินดี อาทิ พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย และนายภัครธรณ์ เทียนชัย รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ (รช.) พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค พท. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการพรรค พท. โดยนายจุลพันธ์ได้อวยพรว่า ขอให้เป็นปีที่ดี เดินหน้ารัฐบาลอย่างแข็งแรง ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีนายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชป.เป็นตัวแทนพรรค ปชป.นำดอกไม้มาแสดงความยินดี ก่อนจะขึ้นไปร่วมพิธีทำบุญที่ชั้น 4 นอกจากนี้ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ได้ส่งดอกไม้มาแสดงความยินดี

จากนั้นเวลา 11.01 น. นายอนุทิน ได้เดินลงมาส่งนายจุลพันธ์ และคณะ เดินทางกลับ โดยผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่า เป็นอย่างไรบ้างที่มีตัวแทนพรรครัฐบาลมาร่วมแสดงความยินดี ซึ่งนายอนุทินยิ้มแต่ไม่ได้ตอบคำถาม ผู้สื่อข่าวจึงถามถึงคำอวยพรของนายจุลพันธ์ นายอนุทิน จึงถามกลับว่า จะให้มาแล้วแช่งหรืออย่างไร ก่อนจะพากันหัวเราะ

เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทย ก้าวเข้าสู่ปีที่ 18 จะทำอะไรให้บ้านเมือง นายอนุทิน กล่าวว่า ทำทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เราต้องทำให้ปัญหาทั้งหลายถูกปัดเป่าและขจัดไป

ด้าน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า บรรยากาศที่พรรคภูมืใจไทจวันนี้อบอุ่น คนรู้จักกันอยู่แล้ว วันนี้ก็มาอวยพรในวาระครบรอบ ซึ่งมีความเชื่อมั่นว่า พรรคภูมิใจไทย จะมีความเติบโต แข็งแรงและทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติตามที่ตั้งหวัง

เมื่อถามว่า ได้กรวดน้ำร่วมกัน ได้ขออโหสิกรรมเรื่องที่ผ่านมาหรือไม่ นายจุลพันธ์ หัวเราะไม่ได้ตอบคำถาม ก่อนที่นายอนุทิน จะกล่าวว่า “ชาติก่อนเราเคยคู่เคียง ปลูกต้นไม้ร่วมต้น” จากนั้นได้ส่งนายจุลพันธ์ ขึ้นรถและเดินกลับเข้าพรรค เพื่อเตรียมตัวร่วมประชุมพรรค

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีทำบุญ นายอนุทิน พร้อมรัฐมนตรี แกนำพรรค และ สส.ได้ร่วมรับประทานอาหารร่วมกัน ก่อนที่จะประชุมพรรคภูมิใจไทย ในเวลา 13.00 น.

– 006

ปชป.จัดทำบุญ 80 ปี แกนนำ-สมาชิกพรรค ร่วมงานคับคั่ง (ประมวลภาพ)

ปชป.จัดทำบุญ 80 ปี แกนนำ-สมาชิกพรรค ร่วมงานคับคั่ง (ประมวลภาพ)

ปชป.จัดทำบุญ 80 ปี แกนนำ-สมาชิกพรรค ร่วมงานคับคั่ง (ประมวลภาพ)

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.06 น.

ปชป.จัดทำบุญ 80 ปี “แกนนำ-สมาชิกพรรค”ร่วมงานคับคั่ง ด้าน”ภท.”ส่ง”ศิษย์เก่า ปชป.”มอบแจกันดอกไม้แสดงความยินดี “อภิสิทธิ์”เชิญประชาชนร่วมเฉลิมฉลองงาน 80 ปี จัดกิจกรรม 12 เดือน ฟื้น”บลูอคาเดมี่-บลูแคมป์”ปั้นนักการเมืองรุ่นใหม่ จ่อจัดสมัชชาประชาชน-ลงพบประชาชนทั่วประเทศ พร้อมเปิดตัวร้านขายของที่ระลึกเป็นครั้งแรก

6 เมษายน 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้มีการจัดงานทำบุญครบรอบการก่อตั้งพรรค 80 ปี โดยจัดทำพิธี 3 ศาสนา คือ พิธีอิสลาม พิธีพราหมณ์เพื่อบวงสรวงองค์พระแม่ธรณีบีบมวยผม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ และพิธีพุทธ โดยมีแกนนำพรรค อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรค พร้อมด้วยสมาชิกพรรคเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

และมีตัวแทนจากพรรคภูมิใจไทย นำโดย นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา และ รมช.คมนาคม นายสมยศ พลายด้วง สส.สงขลา นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย รวมถึงพรรคพลังประชารัฐ นำโดย นายภัครธรณ์ เทียนไชย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ มามอบแจกันดอกไม้เพื่อร่วมแสดงความยินดีด้วย ทั้งนี้พบว่าพรรคได้จัดหนังสือบันทึกลายเส้นประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นผลงานของนายชวน และพระหลวงพ่อโสธร หลวงปู่ทวด เป็นของที่ระลึกมอบให้กับผู้ที่มาร่วมงานครบรอบ 80 ปี พรรคประชาธิปัตย์ ด้วย

จากนั้น นายอภิสิทธิ์ พร้อมสมาชิกพรรคได้ร่วมเปิดร้านจำหน่ายของที่ระลึกแบบถาวร ชื่อว่า ของ:D (ของดี) ที่ตั้งอยู่บริเวณภายในสำนักงานพรรคด้วย

โดย นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกิจกรรมที่พรรคประชาธิปัตย์เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปี ว่า นอกจากมีจัดพิธีทางศาสนาแล้ว ระยะเวลา 80 ปีของพรรค ตนได้เห็นความสำคัญทางการเมืองในเรื่องอุดมการณ์ ยึดมั่นอุดมมการณ์ความซื่อสัตย์สุจริต ทุ่มเททำงานให้ประเทศ และประชาชนมาโดยตลอด สืบทอดกันมาสู่นักการเมืองหลายรุ่น ตนพูดเสมอว่าตนเป็นหัวหน้าพรรคคนแรกที่อายุน้อยกว่าพรรค ซึ่งหาได้ยากในปัจจุบัน เป็นเครื่องยืนยันให้เห็นว่าสถาบันนี้อยู่มายาวนานกว่าบุคคล และตนเชื่อมั่นว่าด้วยสมาชิกรุ่นใหม่ที่เข้ามาจะทำหน้าที่สืบทอดอุดมการณ์นี้ได้เป็นอย่างดี

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า 80 ปีที่ครบรอบ ไม่ได้ตั้งใจรำลึกถึงอดีตเท่านั้น แต่จะเป็นหมุดหมายที่ก้าวต่อไปภายใต้กรอบความคิด 80 ปี ประชาธิปัตย์สถาบันการเมืองก้าวใหม่เพื่อทุกคน โดยจะจัดกิจกรรมตลอดทั้งปี นอกจากนั้นจะมีจัดกิจกรรมช่วงเย็นงานเลี้ยงสังสรรค์ โดยได้เชิญบุคคลที่เคยผ่านพรรคประชาธิปัตย์ ฐานะเป็นยุวประาธิปัตย์ และผู้รับการฝึกอบรมจากหลักสูตรต่างๆ ของพรรค ที่ปัจจุบันทำชื่อเสียงและทำประโยชน์ นอกจากนั้นจะมอบรางวัล บลู อวอร์ดให้กับผู้นำรุ่นใหม่ที่เคยผ่านการอบรมของพรรคและได้จบไปเป็นผู้ที่ได้มีกิจกรรมหรือประกอบอาชีพที่โดดเด่น มีคุณค่าต่อสังคม

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า จากนั้นทุกเดือนจะมีจัดกิจกรรมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลอง โดย พ.ค.จะฟื้นกิจกรรม บลู เฮาส์ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ แต่ครั้งนี้นอกจากช่วยเหลือประชาชน จะนำเทคโนโลยีเพื่อติดตามการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ที่รับเรื่องราวต่างๆ ไป เดือน มิ.ย.จะเปิดตัว บลู อคาเดมี่ เพื่อทำหน้าที่อบรมหลักสูตร ความคิด อุดมการณ์ทางการเมือง เพื่อสร้างบุคลากรทางงการเมืองที่มีคุณภาพ ตามอุดมการณ์ของพรรค เดือน ก.ค.เป็นช่วงปิดสมัยประชุม จะทำ บลู แคมป์ เพื่อให้คนรุ่นใหม่และสมาชิกพรรค ทำกิจกรรมในพื้นที่ต่างๆ เดือน ส.ค.เดินหน้าตระเวนพบปะประชาชนทั่วประเทศ ภายใต้กรอบความคิดว่า ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาคได้อย่างไร

เดือน ก.ย.เป็นช่วงที่มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ในวาระสอง และวาระสาม พรรคจะมีกลไกตรวจสอบเข้มข้น โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาติดตามการทำงบประมาณ เดือน ต.ค.ถือเป็นเดือนแห่งประวัติศาสตร์การเมืองไทย จะมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องสำรวจประวัติศาสตร์ของไทยควบคู่กับการจัดงานรียูเนี่ยน หรือ โฮมคัมมิ่ง เพราะประชาธิปัตย์มีศิษย์เก่าในพรรคการเมืองต่างๆ จะเชิญมาให้สะท้อนมุมมองการทำงาน เดือน พ.ย.พรรคจะเป็นนเจ้าภาพจัดเวทีประชุมใหญ่ Liberal International ในประเทศไทยเนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์เป็นสมาชิกขององค์กรสมาชิกพรรรคการเมืองทั่วโลกแนวเสรีนิยม และทำให้เห็นบทบาทของพรรคว่า ไม่ได้สนับสนุนอุดมการณ์ของเราภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองทั่วโลกที่มีอุดมการณ์เดียวกัน

เดือน ธ.ค.จะมีกิจกรรมเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนทั้งหมดเพื่อครอบคลุมทั้งหมดโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง กลุ่มคมชายขอบ เพื่อเดินหน้าปกป้องสิทธิ์ของคนทุกคนและสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นหัวใจของเสรีนิยม ต่อจากนั้นในเดือน ม.ค.2570 พรรคจะติดตามการเปลี่ยนแปลงความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ซึ่งเป็นเดือนที่มีการประชุม World Economic Forum เพื่อสะท้อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและอื่นๆ เดือน ก.พ.2570 ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นเศรษฐกิจสีเขียวอย่างแท้จริง โดยพูดถึงประเด็นสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ซึ่งเป็นแนวทางที่พรรคผลักดัน และเดือน มี.ค.2570 จะมีการจัดสมัชชาประชาชน เป็นการรวมตัวของสมาชิกพรรคและผู้ที่ไม่ใช่สมาชิกเพื่อวางรากฐานแนวทางอนาคตของประเทศร่วมกัน

“สิ่งที่อยากย้ำคือ กิจกรรม 80 ปี ไม่ใช่กิจกรรรมที่มองย้อนหลังเท่านั้น แต่เป็นก้าวที่เดินไปข้างหน้า จึงขอเชิญชวนทุกคนมาเดินพร้อมกับเราเพื่อสร้างอนาคตที่ดีสำหรับคนไทยทุกคน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

จากนั้น นายอภิสิทธิ์ ได้ให้ นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา และรองหัวหน้าพรรค กดปุ่มเปิดร้านของดี เพื่อให้สินค้าขายดีเหมือนที่นายจูรีขายของ จากนั้นได้เข้าเยี่ยมชมร้านของดีซึ่งมีสินค้าของที่ระลึกวางจำหน่าย อาทิ เสื้อแจ็คเก๊ต เสื้อยืด ปากกา แก้วน้ำ เป็นต้น

– 006