หยก โต้เดือด! ยันไม่ใช่ ทะลุวัง ฟาดพวกวิจารณ์นั่นแหละโหนตัวจริง

หยก โต้เดือด! ยันไม่ใช่ ทะลุวัง  ฟาดพวกวิจารณ์นั่นแหละโหนตัวจริง

หยก โต้เดือด! ยันไม่ใช่ ทะลุวัง ฟาดพวกวิจารณ์นั่นแหละโหนตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.50 น.

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 จากกรณี นายปฏิพล อภิญญาณกุล นักเขียนชื่อดัง โพสต์ข้อความ ถึงกรณี หยก นั้น อ่านข่าว

ล่าสุด นายปฏิพล อภิญญาณกุล นักเขียนชื่อดัง ก็ได้ออกมาโพสต์อีกว่า ผมขออนุญาต ลงคอมเมนต์ของน้องหยกนะครับ

น้องหยก เข้ามาคอมเมนต์ครับ ว่าสิ่งที่ผมเขียนว่าไม่เป็นความจริง ?…

ผมเขียนชมหยก ว่าสามารถ “หลุดออก” จากวงจร ที่ใช้ตัวแทนเด็กปั่นป่วนสถาบันและสังคม นั้นเขียนชมอย่างจริงใจครับ 

ผมยินดีที่หยกหลุดพ้น ได้เติบโตในเส้นทางที่ดี  ถ้าไม่ลงในสิ่งที่หยกเขียนบอกมา ก็เท่ากับไม่ให้พื้นที่กับหยก

ผมเล่าอดีตของหยก ก็ไม่เคยเล่าเกินเพื่อให้ร้าย แต่เล่าให้เห็นถึงวิบากที่ต้องเผชิญในวัยหนึ่ง จนปัจจุบันได้งดทำกิจกรรมที่สุ่มเสี่ยงนั้นได้ . ผมจึงชมว่าน้องเก่งนะ เป็นกำลังใจให้ด้วย

บทความผมเพียงแต่ไม่เห็นด้วยกับคนบางกลุ่ม กับวิธีที่ใช้น้อง . น้องบริสุทธิ์ในความคิด

หยกบอกว่า เธอไม่ใช่ทะลุวัง . หลังออกจากกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ เธอก็คือนักกิจกรรมอิสระ มีแต่พวกสื่อต่าง ๆ ป้ายสีให้เป็นทะลุวัง ..

(สื่อต่าง ๆ คงเห็นน้องเคลื่อนไหวอยู่กับผู้หญิงจากกลุ่มทะลุวัง จึงให้ฉายาทะลุวังไปด้วย)

ผมก็ไม่รู้จะบิดเบือนป้ายสีหยกทำไม เรื่องราวอดีตของหยกมันปรากฏไปทั่วสื่อ และในเวลานี้ผมมีความรู้สึกยินดีอยู่ในใจ ที่หยกจะกำลังได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย

หยกบอกว่า พรรคส้มไม่ได้โหนหยก พวกคุณนั่นแหละที่โหน – ผมลงให้แล้วนะครับ

ผมเองก็ไม่ได้โหนหยก เพราะอยู่ดี ๆ จะหยิบเอาเรื่องหยกขึ้นมาเขียนทำไม . มีประวัติศาสตร์มากมายที่อยากจะเขียนมากกว่า

แต่ที่หยิบมาเขียน ก็อย่างที่บอก ชื่นชมในการพยายามเรียนต่อ ทั้ง ๆ ที่ในอดีตล้วนมีอุปสรรคปัญหามากมาย

บทความที่เขียนถึงหยกทั้งหมด ค่อย ๆ อ่านนะครับ ผมเขียนอย่างยกย่องชื่นชมครับ และทุกคนที่อ่านก็ชื่นชมให้กำลังใจเหมือน ๆ กัน


ผมลงที่หยกเขียนคอมเมนต์ให้แล้วครับ

เรียนต่อไปจนถึงที่สุดของความอยากเรียนนะครับ

รบกวนทุกคนกรุณาอย่าคอมเมนต์ต่อว่าน้องด้วยวาจาที่ไม่ดีนะครับ

ต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ได้ก่อน! ‘สิริพงศ์’ ยันรัฐบาลไม่ขึ้น VAT 10% ภายใน 2-3 ปีนี้แน่นอน

ต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ได้ก่อน!  ‘สิริพงศ์’ ยันรัฐบาลไม่ขึ้น VAT 10% ภายใน 2-3 ปีนี้แน่นอน

ต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ได้ก่อน! ‘สิริพงศ์’ ยันรัฐบาลไม่ขึ้น VAT 10% ภายใน 2-3 ปีนี้แน่นอน

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.33 น.

‘สิริพงศ์’ ยันไม่มีแนวคิดขึ้น VAT เป็น 10% ภายใน 2-3 ปีนี้แน่นอน ชี้นโยบายเร่งด่วน ต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจ ขึ้นมาจากหล่มให้ได้ก่อน ไม่ใช่มารีดภาษีประชาชน ขอเชื่อมั่นรัฐบาล 

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)การเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา เสนอปรับโครงสร้างภาษี โดยทยอยจัดเก็บ VAT ขึ้นเป็น 10%  และพูดถึง กรณีบริษัทเครดิตเรตติ้ง ที่มีมุมมอง และข้อเสนอต่อนโยบายการเงินการคลังของไทย จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลใหม่จ้องขึ้นภาษี หลังได้รับการเลือกตั้งว่า ขอยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เนื่องจากรัฐบาลรู้ดีว่า ปีนี้เราต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจในหลายด้าน นโยบายของรัฐบาล คือต้องเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ฟื้นขึ้นมาจากหล่มให้ได้ก่อน ดังนั้นเป้าหมายของรัฐบาล อันดับแรก คือการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ไม่ใช่การหารายได้เข้ารัฐจากการขึ้น VAT 

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามีการพูดคุยถึงการสร้างเครดิต รองรับหน่วยงานต่างๆ ที่ประเมินเครดิตของไทยที่จะต้องมีการจัดเก็บรายได้เพิ่มเติม ซึ่งเป็นแนวคิดที่มีการพูดคุยกัน แต่ไม่ใช่ในระยะเวลา 2-3 ปีนี้แน่นอน เนื่องจากจะต้องทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นก่อน ทั้งนี้เมื่อถึงเวลาที่ประชาชนคนไทย คิดว่าสภาพเศรษฐกิจดีแล้ว เติบโตแล้ว ที่ต้องพูดแบบนี้ เพราะจะโตเฉพาะตัวเลขไม่ได้ จะต้องมีเม็ดเงินที่กระจายไปถึงส่วนต่างๆ ด้วย หากประชาชนคนไทยรู้สึกว่าเศรษฐกิจดีแล้ว ช่วงเวลานั้นค่อยมาทบทวนการปรับให้เป็นไปตามขั้นตอน 

“ยืนยันว่าในระยะเวลาอันสั้น 2-3 ปีนี้  ไม่มีแน่นอน ขอให้เชื่อมั่นรัฐบาล โดยการนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และทีมเศรษฐกิจ” นายสิริพงศ์ กล่าว

จากสภาสู่ขั้วโลก ธรรมนัส ร่ายสัจธรรมน้ำต้มผัก ก่อนอวดเสื้อล้านสอง

จากสภาสู่ขั้วโลก ธรรมนัส ร่ายสัจธรรมน้ำต้มผัก ก่อนอวดเสื้อล้านสอง

จากสภาสู่ขั้วโลก ธรรมนัส ร่ายสัจธรรมน้ำต้มผัก ก่อนอวดเสื้อล้านสอง

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.51 น.

กลายเป็นมหากาพย์การเมืองไทยที่ร้อนแรงยิ่งกว่าแสงเหนือ เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ออกมาขยับเขยื้อนไทม์ไลน์โซเชียลทั้งในมุมดุเดือดและไลฟ์สไตล์สุดหรู หลังจากกวาดที่นั่ง สส. ในสภาไปได้ถึง 56 ที่นั่ง จากศึกเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสดีลจัดตั้งรัฐบาลที่กำลังฝุ่นตลบ

ไฮไลท์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อ ร.อ.ธรรมนัส ได้ร่ายยาวถึง สัจธรรมการเมือง ผ่านโลกออนไลน์ หลังมีกระแสข่าวความพยายามบีบพรรคกล้าธรรมออกจากการร่วมรัฐบาล โดยเจ้าตัวเปรียบเปรยไว้อย่างเจ็บแสบว่า “ยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน” พร้อมส่งสัญญาณเตือนไปถึงขั้วอำนาจอื่นอย่างชัดเจนว่า หากใครคิดจะบีบพรรคกล้าธรรมให้ระวังจะถูกสวนกลับ เพราะการเมืองไม่มีคำว่าสวยงาม และตนไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่งใด ๆ นอกจากนี้ ยังตอกย้ำความมั่นใจต่อคะแนนเสียงที่ได้รับ ด้วยโพสต์ตอบโต้ชาวเน็ตที่ตั้งข้อสงสัยในผลเลือกตั้งแบบสั้น ๆ แต่สั่นสะเทือน ว่า “ข้องใจ นับใหม่ได้ครับ พร้อมเสมอ”

ธรรมนัส

โพสต์ดังกล่าวทำเอาทั้งคนดังและชาวเน็ตแห่เข้ามากดไลก์และคอมเมนต์กันสนั่น เช่น

“คนจริงว่ะ เริ่ดเกิ้น”

“ต้องแบบนี้ครับ เฟี้ยวๆ”

“ย้ายทะเบียนบ้านไปอยู่พะเยาทันมั๊ย”

“ดูไว้ สุชาติ ชมกลิ่น”

“ถ้าข้องใจเลือกตั้งใหม่ได้ไหมครับ พอดีช่วงนี้ช็อต”

ธรรมนัส

ขณะที่ความเคลื่อนไหวในคณะรัฐบาลรักษาการณ์ เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2569 ร.อ.ธรรมนัส ยังคงเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2569 ได้ร่วมงานเลี้ยงฉลองเทศกาลตรุษจีนตามคำเชิญของเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ส่วนเกมการเมืองฝั่ง อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แม้จะปิดดีลพรรคเล็กจนเสียงพุ่งแตะ 281 เสียง แต่ยังคงสงวนท่าทีเรื่องพรรคกล้าธรรม โดยระบุให้รอ กกต. รับรองผล ด้าน ไผ่ ลิกค์ มือขวาคนสนิท ยันชัดเจนว่าวันนี้ผู้กองไม่ยึดติดหัวโขนรัฐมนตรีแล้วและลั่นวาจาว่าเป็นฝ่ายค้านง่ายกว่าเลือกตั้งใหม่

ธรรมนัส

ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องดีลลับ ที่พยายามโดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรมออกจากขั้วรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส ก็สยบทุกความเคลื่อนไหวด้วยการยืนยันกำหนดการเดิม ลัดฟ้ามุ่งสู่ยุโรปเมื่อคืนวันที่ 20 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา เพื่อพักผ่อนและล่าแสงเหนือที่ขั้วโลกเหนือตามที่ตั้งใจไว้ ทิ้งทวนวาทะสัจธรรมการเมืองชวนคิดอย่างยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน ให้เป็นปริศนาแก่เพื่อนร่วมรุ่น พร้อมย้ำชัดทิศทางพรรคว่าจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ ต้องรอ กกต. รับรองผลการเลือกตั้งเสียก่อน

แต่ทันทีที่เจ้าตัวโชว์ภาพเช็กอินท่ามกลางแสงเหนือได้สำเร็จ โซเชียลกลับหลุดโฟกัสไปที่ชุดกันหนาวสุดจัดอย่าง NOCTA x Chrome Hearts ที่สวมใส่ ซึ่งชาวเน็ตสืบจนเจอราคาที่ทำเอาตาค้าง พุ่งสูงถึง 39,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1,210,559.80 บาท จนกลายเป็นไวรัลแซวสนั่นถึงความรวยระดับหลักล้าน และโยงกลับไปถึงวาทะในตำนานที่หลายคนคุ้นเคย

ธรรมนัส

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ธรรมนัส พรหมเผ่า

‘เทพไท’เฉลย ทำไม? กกต. พิมพ์บัตรเลือกตั้งใหม่ พบกันครึ่งทาง

'เทพไท'เฉลย ทำไม? กกต. พิมพ์บัตรเลือกตั้งใหม่ พบกันครึ่งทาง

‘เทพไท’เฉลย ทำไม? กกต. พิมพ์บัตรเลือกตั้งใหม่ พบกันครึ่งทาง

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.50 น.

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” ว่า ทำไม??? กกต. พิมพ์บัตรเลือกตั้งใหม่

ก่อนหน้านี้มีการจับตาดูว่า การที่คณะกรรมการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้กำหนดให้มีการลงคะแนนใหม่ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในระบบบัญชีรายชื่อ และระบบเขต รวมถึงการลงประชามติ ในพื้นที่เลือกตั้งบางหน่วย บางเขตว่า มีการใช้บัตรเลือกตั้งแบบใด เพราะใช้บัตรเลือกตั้งในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา มีการวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมากว่า

การพิมพ์คิวอาร์โค้ด หรือบาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง จะเป็นการเลือกตั้งที่ไม่เป็นความลับ จนทำให้การจับตาดูว่า ในการเลือกตั้งใหม่ครั้งนี้ กกต. จะใช้บัตรเลือกตั้วเดิม หรือบัตรเลือกตั้งใหม่ ถ้าใช้บัตรเลือกตั้งเดิม นั่นก็หมายความว่า กกต. ยังยืนยันว่าบัตรเลือกตั้งที่ใช้เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถูกต้อง จึงนำมาใช้อีกครั้ง แต่ในขณะเดียวกันเป็นการยืนยัน ถ้าหากว่ามีบาร์โค้ด หรือคิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง ทำให้บัตรไม่เป็นความลับ แสดงว่ากกต. ทำผิดซ้ำซาก หรือทำผิดซ้ำอีก

แต่ถ้าหาก กกต. พิมพ์บัตรเลือกตั้งใหม่ ใช้บัตรเลือกตั้งใหม่ลงคะแนนในการเลือกตั้งครั้งนี้ คือวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 แสดงให้เห็นว่า กกต. รู้ว่าบัตรเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ขัดรัฐธรรมนูญ เป็นการลงคะแนนที่ไม่เป็นความลับ เพราะมีคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดลงไปด้วย จึงต้องใช้บัตรเลือกตั้งใหม่ โดยไม่มีการพิมพ์เครื่องหมายใดๆ เพื่อไม่ให้พิสูจน์ได้ว่า ผู้ลงคะแนนเป็นใคร และลงคะแนนอย่างไร

แต่ในที่สุดพบว่า การเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 กกต. ได้พิมพ์บัตรใหม่ ที่ต้นขั้วไม่มีรันนิ่งนัมเบอร์ หรือไม่มีเลขลำดับบัตร หรือเล่มของบัตร แต่ยังคงมีบาร์โค้ดอยู่ แสดงให้เห็นว่า กกต. ตัดสินแบบครึ่งทาง คือไม่มีตัวเลขในต้นขั้ว แต่ยังคงมีบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง ถือว่าเป็นการพบกันครึ่งทาง ซึ่งการแก้ปัญหาลักษณะเช่นนี้ เข้าใจได้ว่าสร้างความลำบากใจให้กับคณะกรรมการเลือกตั้ง หรือ กกต. เป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหนดี ข้างซ้ายก็เหว ข้างขวาก็เหว การจะตัดสินใจใช้บัตรใหม่ทั้งหมด ก็จะเป็นปัญหาทางข้อกฎหมาย จะใช้บัตรเดิมทั้งหมด ก็จะเป็นประเด็นทางข้อกฎหมายเช่นเดียวกัน

การแก้ปัญหาเช่นนี้ เรียกว่า “ยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกั๊ก” คือไม่รู้จะไปทางไหนดี เจอทางตันไปทุกด้าน และการที่ กกต. กำหนดให้มีการพิมพ์บัตรเลือกตั้งใหม่เช่นนี้ ก็น่าจะเป็นประเด็นที่นำมาถกเถียง และวิพากษ์วิจารณ์กัน และจะนำไปสู่การพิสูจน์ว่า บัตรเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่มีทั้งคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด ลงในบัตรเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งเป็นความลับ ขัดรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งที่ผ่านมา จะเป็นโมฆะหรือไม่

ตัวละ 1.2 ล้าน ชาวเน็ต อ้าปากค้าง ธรรมนัส ใส่เสื้อดูแสงเขียว

ตัวละ 1.2 ล้าน ชาวเน็ต อ้าปากค้าง ธรรมนัส ใส่เสื้อดูแสงเขียว

ตัวละ 1.2 ล้าน ชาวเน็ต อ้าปากค้าง ธรรมนัส ใส่เสื้อดูแสงเขียว

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.25 น.

วานนี้ (22 ก.พ. 2569) กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโลกออนไลน์ข้ามคืน หลังจากที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้โพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นภาพขณะเช็กอินที่ขั้วโลกเหนือเพื่อล่าแสงเหนือได้สำเร็จ ซึ่งภาพดังกล่าวดึงดูดความสนใจจากชาวเน็ตจำนวนมากที่พากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อช็อตเด็ดของผู้กองธรรมนัสในครั้งนี้

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาไม่กี่นาทีความร้อนแรงได้ทวีคูณขึ้นเมื่อ ไอซ์ รักชนก ศรีนอก ได้เข้าไปคอมเมนต์ใต้โพสต์ดังกล่าวสั้น ๆ ว่า “หลับให้สบายค่ะ” ข้อความดังกล่าวส่งผลให้ชาวเน็ตจำนวนมากแห่เข้าไปแสดงความคิดเห็นต่อท้ายและแท็กหาเธออย่างล้นหลาม โดยมีทั้งคอมเมนต์ในเชิงสงสัยและหยิกแกมหยอก เช่น “Rip ครับ”, “กด fav. ไว้หรือเปล่า เม้นไวมาก”, “หยุดดิ้ io”, “มาแอบเป็น fc สิท่า” และ “Fc ตัวยงมาให้กำลังใจกันเหรอ”

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

ในขณะที่กระแสคอมเมนต์กำลังเดือดระอุ อีกประเด็นที่ชาวเน็ตตาดีหลุดโฟกัสไปไม่ได้เลยคือแฟชั่นขั้วโลกของ ร.อ.ธรรมนัส โดยเฉพาะเสื้อกันหนาวดีไซน์หรูที่สวมใส่ จนกลายเป็นที่ถกเถียงและขุดคุ้ยกันอย่างหนักถึงที่มาและราคา

ความจริงมาปรากฏชัดเมื่อชาวโซเชียลต่างสวมวิญญาณนักสืบจนพบราคาที่ทำให้ต้องตกตะลึง เพราะเสื้อแจ็คเก็ตตัวนี้มีราคาสูงถึง 39,000 ดอลลาร์ หรือตีเป็นเงินไทยกลม ๆ ประมาณ 1,210,560 บาท เรียกได้ว่าราคาแรงแซงทางโค้งแสงเหนือไปไกลเลยทีเดียว

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

ซึ่งเสื้อกันหนาวที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า คือเสื้อ Puffer Jacket จากคอลเลกชันสุดพิเศษที่เป็นการร่วมงานกันระหว่างแบรนด์ NOCTA (ของ Drake), Nike และแบรนด์ไฮเอนด์สายดาร์กอย่าง Chrome Hearts ตัวเสื้อใช้แพทเทิร์นของ Nike NOCTA Puffer รุ่นคลาสสิก แต่ถูกนำมาปรับโฉมใหม่โดย Chrome Hearts ลดลายเป็นลายพรางใบไม้ (Real Tree Camo) ผสมผสานกับสัญลักษณ์ “Cross Patch” หรือไม้กางเขนอันเป็นเอกลักษณ์ของ Chrome Hearts กระจายอยู่ทั่วตัวเสื้อ

จุดเด่นที่ทำให้ราคาสูงลิ่วเพราะเป็นงานฝีมือ และส่วนที่เป็นกางเขนทำจากหนังเกรดพรีเมียมเย็บด้วยมือทีละชิ้น ในส่วนของซิปและกระดุมของเสื้อรุ่นนี้มักจะผลิตจาก Sterling Silver (.925) ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของ Chrome Hearts

อีกทั้งเสื้อตัวนี้ไม่ได้วางขายทั่วไปตามห้างสรรพสินค้า แต่เป็นการผลิตจำนวนจำกัดมาก (Limited Edition) และมักจะจำหน่ายให้กับลูกค้าระดับ VVIP ของ Chrome Hearts หรือผ่านการสั่งทำพิเศษเท่านั้น

Drake (เจ้าของแบรนด์ NOCTA) มักจะสวมใส่เสื้อผ้าที่เป็นงาน Custom จาก Chrome Hearts อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งการร่วมงานครั้งนี้ถือเป็นการผสมผสานระหว่าง Sportswear ระดับโลก กับ Luxury Streetwear ที่มีความเป็นศิลปะสูง

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ธรรมนัส พรหมเผ่า, เฟซบุ๊ก ไอซ์ รักชนก ศรีนอก

อดีต กกต.ชวนจับตา! ตอนจบภาคสอง คดีปริศนาบัตรเลือกตั้งมรณะ

อดีต กกต.ชวนจับตา! ตอนจบภาคสอง คดีปริศนาบัตรเลือกตั้งมรณะ

อดีต กกต.ชวนจับตา! ตอนจบภาคสอง คดีปริศนาบัตรเลือกตั้งมรณะ

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.18 น.

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จบครับ

นักสืบปัวโรท์ ดร.เรือบิน กับ โคนัน ธนารัตน์ เฉลยคดีปริศนาบัตรมรณะ เป็นที่เรียบร้อย

คดีนี้ แม้ กกต. พยายามซ่อนเร้น ลบตัวเลขในต้นขั้วบัตรทิ้ง แต่สองนักสืบ gen X ที่สกิลขั้นเทพยังทำให้ปรมาจารย์ baby boomer ได้อายทีเดียว

บัตรสีเขียวทุกใบที่ใช้ มี QR Code เหมือนเดิม สแกนแล้ว เจอความแตกต่างเป็นกลุ่มรหัส กลุ่มรหัสละไม่เกิน 20 ใบ เท่ากับจำนวนบัตรใน 1 เล่ม รหัส QR Code ในบัตรสีเขียวจึงไม่ใช่รหัสมรณะ เพราะโยงกลับได้แค่เล่ม

บัตรชมพูใหม่ ยังมี Bar Code อยู่ข้างใต้ แต่ต้นขั้วไม่มีหมายเลขบัตร หรืออาจมีแต่ใช้เทคโนโลยีพิมพ์ด้วยหมึกที่มองไม่เห็น ซึ่ง กกต. คิดว่า การไม่แสดงหมายเลขที่ต้นขั้วบัตร จะช่วยปิดบังอำพราง ไม่มีใครสืบย้อนกลับได้ว่า ใครเลือกใคร ดังนั้น การเลือกตั้งก็จะสุจริตและเที่ยงธรรม

สองนักสืบตามสแกนบัตรทุกใบตอนนับคะแนนพบว่า ทุกใบ มีรหัส Bar Code ที่ต่างกัน ถอดเป็นรหัส 9 หลัก ตัวแรกขึ้นต้นด้วย A ตามด้วยเลข 8 ตัว จึงเท่ากับเป็นหมายเลขบัตรแต่ละใบที่อาจพิมพ์ด้วยหมึกที่มองไม่เห็นที่ต้นขั้วบัตร

ส่วนการเฉลยว่าใครเลือกใครในหน่วยเลือกตั้งนี้ สองนักสืบไปไกลเกินกว่า กกต. อีกขั้น โดยไม่ง้อตัวเลขล่องหนที่ต้นขั้วแล้ว สามารถระบุได้เป๊ะ ๆ ว่า แต่ละคนที่มาใช้สิทธิทั้ง 300 กว่าคนเลือกใคร

หนังตื่นเต้นแบบนี้ รออ่านตอนจบภาคสองครับ

To be continue……

สหภาพสื่อฯเตือนระวังเป็นแพะ ถ่ายภาพเห็นเลขลำดับผู้มีสิทธิ เสี่ยงผิดกฎหมาย

สหภาพสื่อฯเตือนระวังเป็นแพะ ถ่ายภาพเห็นเลขลำดับผู้มีสิทธิ เสี่ยงผิดกฎหมาย

สหภาพสื่อฯเตือนระวังเป็นแพะ ถ่ายภาพเห็นเลขลำดับผู้มีสิทธิ เสี่ยงผิดกฎหมาย

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.10 น.

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุเมธ สมคะเน เลขาธิการสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย โพสต์ข้อความระบุว่า จดหมายเปิดผนึกถึงพี่น้องคนทำงานข่าวภาคสนาม

ว่าด้วยการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งที่เป็นความลับและไม่เป็นความลับ ผมจะไม่ถกเถียงนะครับว่า การมี QR Code และ Bar Code บนบัตรเลือกตั้ง จะทำให้การลงคะแนนเป็นความลับหรือไม่ เพราะนั่นเป็นประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องวินิจฉัย ผมไม่ขอก้าวล่วง 

แต่สิ่งที่ ผมอยากจะพูดถึง คือ การทำหน้าที่สื่อมวลชน ของพี่น้องนักข่าวภาคสนามกับการเลือกตั้ง  อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ คิดว่า พี่น้องคนทำข่าวภาคสนามส่วนใหญ่ ที่ทำข่าวเลือกตั้งกันมานานน่าจะมีความรู้กันพอสมควร   โดยเฉพาะ การทำข่าวอย่างไร ไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง รายงานข่าวอย่างไรไม่ให้เป็น “การกระทำผิดกฎหมาย” ซะเอง  

จริงอยู่ การทำหน้าที่ “แสวงหาข้อเท็จจริง” ตามกระบวนการทำข่าวสืบสวนสอบสวน เป็นการทำหน้าหนึ่งของสื่อมวลชน  แต่ การถ่ายภาพโคลสอัพให้เห็น “ลายมือชื่อผู้ออกมาใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง” เห็น”เลขลำดับผู้มีสิทธิออกเสียง”  ซึ่งเป็น “ความลับตามกฎหมายเลือกตั้ง” มานำเสนอเผยแพร่ต่อสาธารณะ

กรณีนี้ “เป็นความผิดอาญาเฉพาะตัว” นะครับพี่น้อง  เราไม่สามารถอ้างทำหน้าที่ “สื่อมวลชนเพื่อประโยชน์สาธารณะ” ได้นะครับ  เพราะข้อมูลที่เรามาเปิดเผย มันเป็นความลับส่วนบุคคล  เป็นความลับตามกฎหมายเลือกตั้ง  ประชาชนผู้ที่ถูกละเมิดสามารถฟ้องร้องเอาผิดผู้ที่เอาข้อมูลมาเปิดเผยได้

พี่น้องบางคนอาจตั้งคำถามผมได้ ว่า รับงานใครมาข่มขู่ปิดปากพี่น้องสื่อมวลชนด้วยกันเองหรือเปล่า?  สงสัยได้ ถามได้ ก็บอกตรงนี้ ตรงตรงว่า ไม่มีหรอกครับ เพียงแต่ผมกลัว กลัวว่า จะมีพี่น้องคนทำข่าวภาคสนามกลายเป็นแพะรับบาป ตกงานสังเวยเรตติ้งให้องค์กรต้นสังกัดอย่างไร้ประโยชน์ โดยไม่มีใครยื่นมือช่วยเหลือ แบบทุกครั้งที่มีข่าวและการเกิดเหตุฟ้องร้องว่า นักข่าวล้ำเส้น นักข่าวละเมิดสิทธิส่วนบุคคล

กี่เคสแล้ว ที่นักข่าวภาคสนามต้องมาเป็นแพะรับบาปทางกฎหมาย แทน บก. แทน หัวหน้าข่าวผู้สั่งการ  เชื่อว่า พี่น้องคนข่าวภาคสนามต่างรู้ดี

แต่ ถ้า สำนักข่าวใด มี บรรณาธิการข่าว ผู้อำนวยการข่าว หัวหน้าข่าว ผู้กล้าหาญ ผู้มีรายได้ต่อเดือนเป็นแสนบาท  พร้อมออกมายืดอกรับผิดทางกฎหมายแทน พี่น้องผู้ปฏิบัติงานตามคำสั่ง  พี่น้องก็ทำตามคำสั่งไปเถอะครับ

เลือกตั้งใหม่ หน่วยเลือกตั้งที่3 เขต1 จ.น่าน ปชน.-กล้าธรรม คะแนนเท่ากัน รอการรับรอง จาก กกต.

เลือกตั้งใหม่ หน่วยเลือกตั้งที่3 เขต1 จ.น่าน ปชน.-กล้าธรรม คะแนนเท่ากัน รอการรับรอง จาก กกต.

เลือกตั้งใหม่ หน่วยเลือกตั้งที่3 เขต1 จ.น่าน ปชน.-กล้าธรรม คะแนนเท่ากัน รอการรับรอง จาก กกต.

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 22.09 น.

เปิดคะแนนเลือกตั้งใหม่ หน่วยเลือกตั้งที่ 3 เขต 1 จ.น่าน ปชน.-กล้าธรรม คะแนนเท่ากัน รอการรับรอง จาก กกต.

เมื่อวันที่ 22 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน รายงานว่า สรุปผลคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.น่าน เขต 1 หน่วยที่ 3 ต.ไชยสถาน อย่างไม่เป็นทางการ

ผลการนับคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 3 ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน อย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่า ผู้สมัครหมายเลข 3 นายเชาว์วิชญ์ อินน้อย จากพรรคประชาชน และผู้สมัครหมายเลข 8 ว่าที่ร้อยเอกณัฐ เธียรสูตร จากพรรคกล้าธรรม ได้รับคะแนนสูงสุดเท่ากันที่ 112 คะแนน โดยใช้เวลาในการนับคะแนนประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที

สำหรับผลคะแนนรายผู้สมัคร มีดังนี้

หมายเลข 1 นายสักก์สีห์ พลสันติกุล พรรคภูมิใจไทย ได้ 26 คะแนน
หมายเลข 2 นายปรีชาพล ยะราชพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ 4 คะแนน
หมายเลข 3 นายเชาว์วิชญ์ อินน้อย พรรคประชาชน ได้ 112 คะแนน
หมายเลข 4 นายสันติภาพ อินทรพัฒน์ พรรคพลังประชารัฐ ได้ 5 คะแนน
หมายเลข 5 นายเสกสรร คันทะมูล พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 10 คะแนน
หมายเลข 6 นายเอกชัย อินทะนันท์ พรรคไทยก้าวใหม่ ได้ 3 คะแนน
หมายเลข 7 นายทรงยศ รามสูตร พรรคเพื่อไทย ได้ 13 คะแนน
หมายเลข 8 ว่าที่ร้อยเอกณัฐ เธียรสูตร พรรคกล้าธรรม ได้ 112 คะแนน
หมายเลข 9 พันโทประยุทธ กุตตะนันท์ พรรคทางเลือกใหม่ ได้ 2 คะแนน
หมายเลข 10 นายบุญยงค์ สดสอาด พรรคเศรษฐกิจ ได้ 24 คะแนน

ในภาพรวมของบัตรเลือกตั้ง มีบัตรดีจำนวน 311 ใบ บัตรเสีย 14 ใบ และบัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด 24 ใบ รวมจำนวนบัตรทั้งหมด 349 ใบ ทั้งนี้ ผลคะแนนดังกล่าวเป็นผลอย่างไม่เป็นทางการ ต้องรอการรับรองผลจากคณะกรรมการการเลือกตั้งต่อไป

ธรรมนัส โชว์ช็อตเด็ด เช็กอินขั้วโลก ล่าแสงเหนือได้สำเร็จ

ธรรมนัส โชว์ช็อตเด็ด เช็กอินขั้วโลก ล่าแสงเหนือได้สำเร็จ

ธรรมนัส โชว์ช็อตเด็ด เช็กอินขั้วโลก ล่าแสงเหนือได้สำเร็จ

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 22.03 น.

กลายเป็นโพสต์ที่ทำเอาโซเชียลคึกคักและดูสดใสขึ้นมาทันที เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้โพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊ก เผยโมเมนต์การพักผ่อนสุดเอ็กซ์คลูซีฟในต่างแดน ท่ามกลางบรรยากาศหนาวเหน็บที่มีหิมะปกคลุมหนาทึบ แต่ไฮไลต์ที่ทำเอาหลายคนต้องว้าวคือ ภาพท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ถูกอาบไปด้วย “แสงเหนือ” (Aurora Borealis) สีเขียวมรกตที่สวยงามและหาชมยาก

โดย ธรรมนัส ได้ระบุข้อความสั้น ๆ แต่แฝงความละมุนว่า “เจอแล้วครับ แสงสีเขียว ฝันดีราตรีสวัสดิ์” พร้อมทิ้งท้ายด้วยอิโมจิหัวใจสีเขียว ซึ่งเป็นสีประจำตัวและสีประจำพรรคที่คุ้นตาเป็นอย่างดี

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างตบเท้าเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม โดยส่วนใหญ่เข้ามาชื่นชมความสวยงามของภาพ เช่น “ปังมากค่า แสงเหนือสวยสุด ๆ”, “ขอให้มีความสุขกับการพักผ่อนครับ”, และ “เที่ยวให้สนุกนะครับ ภาพสวยระดับพรีเมียมเลย”

แต่ที่กลายเป็นประเด็นเรียกรอยยิ้ม คือคอมเมนต์ช่างสังเกตจากชาวเน็ตรายหนึ่งที่เข้ามาแซวว่า “สีพรรคนี่ได้แรงบันดาลใจมาจากแสงเหนือใช่มั้ยคะ?” เพราะโทนสีเขียวที่ปรากฏบนท้องฟ้านั้น ช่างบังเอิญไปคล้ายกับสีอัตลักษณ์ทางการเมืองของผู้กองธรรมนัสแบบเป๊ะ ๆ จนแยกไม่ออก

เปิดผลคะแนนเลือกตั้งใหม่ หน่วย 4 อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี พท. เฉือนชนะ ภท.

เปิดผลคะแนนเลือกตั้งใหม่ หน่วย 4 อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี พท. เฉือนชนะ ภท.

เปิดผลคะแนนเลือกตั้งใหม่ หน่วย 4 อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี พท. เฉือนชนะ ภท.

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 22.01 น.

เมื่อวันที่ 22 ก.พ.2569 ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 4 บ้านห้วยยาง หมู่ 4 ต.โพนสูง อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี หลังจากทาง กกต.สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ เฉพาะบัตรสีชมพู สส.บัญชีรายชื่อ กรณีเจ้าหน้าที่ กปน.ฉีกบัตรเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยตลอดทั้งวันมีประชาชนเดินทางมาใช้สิทธิอย่างบางตา ต่อมาเวลา 17.00 น.หลังปิดหีบเลือกตั้ง ปรากฏว่าจากจำนวนผู้มีสิทธิจำนวน 700 คนวันนี้มีผู้ออกมาใช้สิทธิจำนวน 335 คน

หลังจากปิดหีบ เจ้าหน้าที่ กปน.ได้นับคะแนนบัตรเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ บัตรสีชมพู จนถึงเวลา 18.30 น.จึงนับคะแนนแล้วเสร็จ ผลปรากฏว่า พรรคเพื่อไทยได้ 86 คะแนน, พรรคภูมิใจไทยได้ 81 คะแนน และพรรคประชาชนได้ 70 คะแนน ส่วนที่เหลือเป็นพรรคอื่นๆ บางพรรคได้ 1 คะแนน

นายสฤษดิ์ รัตนวงศ์ นายอำเภอไชยวาน เปิดเผยว่า ขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวบ้านห้วยยางที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง น่าจะออกมาใช้สิทธิเกิน 50% อย่างคุณยายหลงออกมาใช้สิทธิทุกครั้ง ทำให้เห็นว่าแม้จะมีการเลือกตั้งใหม่กี่ครั้งประชาชนชาวอ.ไชยวานก็ตื่นตัวยังออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยกันอยู่ แม้จะมีหน่วยเดียวแต่ก็ได้รับความร่วมมือจาก พ.ต.อ.รัฐพลชัย เพ็ญสงคราม ผกก.สภ.ไชยวานเดินทางมาตลอดทั้งวันเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยด้วยตนเอง

ทางด้านน.ส.สมิหรา เดชะอังกูร ผอ.กกต.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า วันนี้การเลือกตั้งก็ผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อย หลังจากนับคะแนนในหน่วยนี้ก็จะรวบรวมคะแนนส่งให้ กกต.กลางทันทีเลย ซึ่งบัตรสีชมพูทั้งหมดส่งมาจาก กกต.ส่วนกลาง ส่วนกรณีที่ชาวบ้านสงสัยการจับบัตรขานคะแนนเหมือนจะปิดบาร์โค้ด อยากจะเรียนชี้แจงว่า ไม่อยากให้โฟกัสการจับบัตรขานคะแนนของเจ้าหน้าที่ กปน.ซึ่งการจับบัตรชขานคะแนนก็เป็นธรรมชาติแต่ก็เห็นทุกมุม อาจจะปิดบาร์โค้ดบ้างไม่ปิดบ้าง แต่เมื่อประชาชนอยากเห็นเราก็เปิดโชว์เลย กปน.ชุดใหม่ชุดนี้ทำงานอย่างเต็มที่ตลอดทั้งวัน