ธรรมนัส เจอแสงเหนือแล้ว ภรรยาอวดภาพสุดว้าว ด้านเถกิง ไขปริศนาชุดกันหนาวส้ม-ดำ

ธรรมนัส เจอแสงเหนือแล้ว ภรรยาอวดภาพสุดว้าว ด้านเถกิง ไขปริศนาชุดกันหนาวส้ม-ดำ

ธรรมนัส เจอแสงเหนือแล้ว ภรรยาอวดภาพสุดว้าว ด้านเถกิง ไขปริศนาชุดกันหนาวส้ม-ดำ

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.49 น.

ธรรมนัส เจอแสงเหนือแล้ว ภรรยาอวดภาพสุดว้าว ด้านเถกิง ไขปริศนาชุดกันหนาวส้ม-ดำ

เมื่อวันที่ 22 ก.พ.2569 น.ส.ธนพร ศรีวิราช หรือ จุ๊บจิ๊บ ภรรยาของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้โพสต์ภาพถ่ายลงบนโซเชียลมีเดียส่วนตัว

​ภาพดังกล่าวเผยให้เห็นทิวทัศน์ของป่าสนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะในยามค่ำคืน โดยมีปรากฏการณ์แสงเหนือ หรือ ออโรร่า (Aurora) ปรากฏเป็นลำแสงสีเขียวพาดผ่านท้องฟ้าอย่างสวยงาม พร้อมระบุข้อความอัปเดตการเดินทางว่า “เห็นแสงเหนือแล้ว”

ต่อมานายเถกิง สมทรัพย์ สื่อมวลชนอาวุโส และอดีตนายกสมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์ไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “จาก IG ภรรยาคุณธรรมนัส โพสต์เมื่อเกือบชั่วโมงที่ผ่านมา น่าจะเจอแสงเหนือแล้วในคืนที่ผ่านมา ลองคาดการณ์ตามภาพนี้ว่า.. ในภาพมีรถตู้หรือSUV ออกตะลุยชมแสงเหนือ ตามจุดที่คาดว่าจะพบ คือ ถ้าตรงไหนมีโอกาส ก็จะขับตามไปจุดนั้นว่าฟ้าเปิด พบแสงเหนือขึ้นแถวนั้น

ภาษาพวกเราเรียกว่า ล่าแสงเหนือ คือ ขับไปตามทุ่งหิมะช่วงกลางคืนจนกว่าจะพบแสงเหนือในภาพนี้มีทั้ง เขียว ม่วง แดง สวยมากครับ ฟ้าเปิด แสงจะมาเต็มๆ “

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายเถกิง ได้โพสต์ภาพร้อยเอกธรรมนัส ที่สวมชุดกันหนาวสีส้ม ดำ มีโลโก้สามเหลี่ยม พร้อมระบุข้อความว่า  “สื่อรายงานว่า คุณธรรมนัส สวมชุดกันหนาวสีส้ม/ดำ มีโลโก้สามเหลี่ยม ถ้าเราขยายโลโก้สามเหลี่ยมบนหน้าอกเสื้อ น่าจะเป็นชุดใช้ในการขับขี่ สโนว์โมบิล ซึ่งจะกันหนาวแบบพิเศษ หรือ ใช้ในการทำกิจกรรมกลางแจ้งหนาวสุดๆ

ในภาพ คุณธรรมนัสกับครอบครัว เล่นหิมะกลางทุ่งในเขตแลปแลนด์ หนาวสุดๆของฟินแลนด์

ซึ่งจะมีกิจกรรมกลางแจ้งให้สนุกสนาน เช่น ขี่สโนว์โมบิล ขี่ลากเลื่อนกวาง สุนัข หรือ ไปตกปลา

ชุดเสื้อนี้คือ AMOQ Apex Racing Varikkotakki (Pit Coat) คือเสื้อกันหนาวแบบยาวพิเศษสำหรับยืนทำงาน/พักข้างสนามหรือกิจกรรมกลางแจ้งในอากาศหนาวจัด ผลิตโดยแบรนด์สายมอเตอร์สปอร์ตจากสแกนดิเนเวียอย่าง AMOQ 

จุดเด่นหลัก
– กันน้ำ–กันลมระดับสูง: เมมเบรน 20K (20,000 มม.) + ตะเข็บเทปกันน้ำ
– อุ่นมาก: บุฉนวนหนา (มักราว 200g) เหมาะกับอุณหภูมิติดลบ
– ทรงยาว: คลุมถึงเข่า/ขา ลดการสูญเสียความร้อนจากลม
– ใช้งานจริงในสนาม: ฮู้ด + กระเป๋าออกแบบสำหรับทีมแข่ง/ช่าง/นักขี่
– สีให้เลือก: ดำ/ส้ม, ดำ/แดง, ดำ/เหลือง Hi-Vis ฯลฯ

เหมาะกับใคร
– นักขี่สโนว์โมบิล / ทีมแข่ง
– ช่าง/สตาฟฟ์ที่ต้องยืนนอกอาคารนาน ๆ
– นักท่องเที่ยวโซนหนาว (เช่น ลัปแลนด์) ที่ต้องการ “เสื้อตัวเดียวจบ”

สรุปสั้น ๆ
ถ้าคุณมองหา เสื้อกันหนาวแบบยาวที่อุ่นจัด กันน้ำจริง ใช้งานโหดได้
AMOQ Apex Racing Pit Coat คือรุ่นยอดนิยมที่ตอบโจทย์มากครับ
อ้อ มีหลายสี ไม่ใช่แค่สีส้ม แต่สีส้ม จะเด่นในหิมะ”

ขอบคุณภาพจาก IG : jarubjubjib และเฟซบุ๊ก เถกิง สมทรัพย์

ผัง IO ทหาร เกมพรรคส้ม แขวนชื่อ ไชยันต์-นิติพงษ์ ไร้คำตอบ?

ผัง IO ทหาร เกมพรรคส้ม แขวนชื่อ ไชยันต์-นิติพงษ์ ไร้คำตอบ?

ผัง IO ทหาร เกมพรรคส้ม แขวนชื่อ ไชยันต์-นิติพงษ์ ไร้คำตอบ?

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.52 น.

‘ผัง IO ทหาร’ เกมพรรคส้ม แขวนชื่อ ‘ไชยันต์-นิติพงษ์’ ไร้คำตอบ?

คำว่า “ไอโอ” หรือ Information Operation เดิมเป็นคำนิยามทางทหาร หมายถึงปฏิบัติการด้านข้อมูลข่าวสารและจิตวิทยา แต่ในสนามการเมืองไทยปัจจุบัน คำนี้ถูกนำมาใช้ในความหมายของการจัดตั้งเครือข่ายออนไลน์เพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้าม และกลายเป็นประเด็นที่สร้างความขัดแย้งในสังคมมาอย่างต่อเนื่อง

พรรคประชาชน หรือ “พรรคส้ม” เป็นพรรคการเมืองที่ชูประเด็นเรื่องไอโอเพื่อตรวจสอบกองทัพมาโดยตลอด โดยระบุว่ามีการใช้ทรัพยากรของรัฐทำปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารเพื่อเล่นงานฝ่ายการเมืองที่เห็นต่าง ประเด็นนี้ไม่ได้อยู่เพียงในโลกโซเชียล แต่ถูกยกระดับเข้าสู่กลไกสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการ

ช่วงปี 2568 ระหว่างที่สภาชุดก่อนยังทำหน้าที่อยู่ ได้มีการนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่การประชุมของกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ โดยมี “รังสิมันต์ โรม” สส.พรรคส้ม ทำหน้าที่ประธานกรรมาธิการในขณะนั้น

ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 กรรมาธิการฯ ได้เรียกผู้แทนจากกองทัพเข้ามาชี้แจง และมีการนำแผนผังที่ถูกอ้างว่าเป็นโครงสร้าง IO ของทหารมาใช้ประกอบการซักถาม ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้รายชื่อบุคคลจำนวนมากถูกบรรจุลงในบันทึกการประชุมของรัฐสภา

แผนผังดังกล่าวไม่ได้มีเพียงชื่อหน่วยงานความมั่นคง แต่กลับมีรายชื่อและภาพใบหน้าของบุคคลจริงมากกว่าสิบราย ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่ม “จุดประเด็น” ไปจนถึงกลุ่ม “สร้างกระแส” และ “แพร่กระจาย” ที่กวาดเอาทั้งนักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย สื่อมวลชน แพทย์ อินฟลูเอนเซอร์ และศิลปินชื่อดังเข้าไปรวมอยู่ในกรอบเดียวกัน

การจัดวางชื่อบุคคลสาธารณะเหล่านี้ไว้ในกรอบเดียวกับคำว่า IO ทหาร ทำให้เกิดการเชื่อมโยงในความรับรู้ของสังคมทันทีว่าคนเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารของกองทัพ โดยที่พวกเขาไม่มีโอกาสได้ชี้แจงในจังหวะเดียวกับที่ชื่อถูกนำเสนอต่อหน้าสื่อและคณะกรรมาธิการ

แต่เมื่อพิจารณาในเชิงตรรกะและที่มา ผังนี้กลับไม่ปรากฏแหล่งอ้างอิงที่ชัดเจน ไม่ระบุผู้จัดทำ และไม่มีหลักฐานเชิงพฤติกรรมหรือเส้นทางการสั่งการที่พิสูจน์ได้ว่า บุคคลเหล่านี้มีความเชื่อมโยงเชิงโครงสร้างกับกองทัพจริง 

การนำเอกสารในลักษณะนี้เข้าสู่เวทีกรรมาธิการ จึงเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะหมายถึงการทำให้ชื่อเสียงของบุคคลภายนอกถูกนำไปแขวนประจานในข้อกล่าวหาที่รุนแรง

หนึ่งในรายชื่อที่ปรากฏในผังคือ ศาสตราจารย์ ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งชื่อเสียงทางวิชาการถูกนำไปผูกโยงกับวาทกรรมไอโอทหาร จนนำมาสู่การเรียกร้องความชัดเจนตามสิทธิ์

ในวันที่ 23 มิถุนายน 2568 ศาสตราจารย์ ดร.ไชยันต์ ได้ทำหนังสืออย่างเป็นทางการส่งถึง รังสิมันต์ โรม เพื่อขอสำเนาเอกสารหลักฐานและรายงานการประชุม เพื่อใช้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏคือ นับจากวันนั้นจนถึงปัจจุบัน เวลาล่วงเลยมาหลายเดือน แต่คำชี้แจงหรือเอกสารที่ร้องขอกลับยังไม่มีการตอบสนองจากฝั่งกรรมาธิการ

นอกจากนี้ยังมีชื่อของบุคคลสาธารณะรายอื่น เช่น “นิติพงษ์ ห่อนาค” ศิลปิน นักแต่งเพลงชื่อดัง ที่ออกมาตั้งคำถามถึงที่มาของผังและการนำมาใช้ในเวทีสภาอย่างใกล้ชิด เพราะเกียรติภูมิของคนทำงานในที่แจ้ง ไม่ควรถูกนำไปลดทอนด้วยการกล่าวหาที่ปราศจากพยานหลักฐานที่หนักแน่นเพียงพอ

ในอีกด้านหนึ่ง พรรคส้มเองก็ต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาในกรณี “สเปกเตอร์ C“ ซึ่งมีการตั้งคำถามถึงปฏิบัติการไอโอ ในฝั่งของพรรคเช่นกัน เมื่อพรรคถูกโยงด้วยคำเดียวกัน ปฏิกิริยาตอบโต้ออกมาอย่างรวดเร็ว โดยพรรคยืนยันว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวกระทบต่อภาพลักษณ์และพร้อมจะดำเนินคดีกับผู้ที่พาดพิงอย่างเด็ดขาด

ภาพนี้สะท้อนให้เห็นว่า คำว่าไอโอมีผลกระทบที่รุนแรงต่อทุกฝ่าย เมื่อพรรคต้องการปกป้องชื่อเสียงของตนจากการถูกตีตรา ก็ย่อมต้องเข้าใจดีว่าคนอื่นที่ถูกพาดพิงในแผนผังก็ย่อมรู้สึกไม่ต่างกัน

ความย้อนแย้งจึงเกิดขึ้น เมื่อฝ่ายหนึ่งเลือกที่จะนิ่งเฉยต่อหนังสือทวงถามหลักฐานในฐานะประธานกรรมาธิการผู้เปิดเกมกล่าวหา แต่กลับกระตือรือร้นอย่างยิ่งในการปกป้องตนเองเมื่อสถานะเปลี่ยนจากผู้ตรวจสอบกลายเป็นผู้ถูกตั้งคำถาม

เมื่อลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน ความจริงที่ปรากฏชัดคือการใช้ “เกมกล่าวหา” บนเวทีสภาชุดก่อน มีผลกระทบต่อบุคคลสาธารณะและบุคคลที่มีชื่อเสียงหลากวิชาชีพมากกว่าสิบราย และแม้จะมีการขอหลักฐานเพื่อยืนยันความสุจริตอย่างเป็นทางการ แต่ความเงียบที่ได้รับกลับมากลายเป็นประเด็นที่บั่นทอนความน่าเชื่อถือของผู้ตรวจสอบเสียเอง

ความรับผิดชอบต่อข้อมูลจึงเป็นบรรทัดฐานสำคัญของการเมืองยุคใหม่ หากสามารถนำชื่อบุคคลไปแขวนประจานในที่สาธารณะได้ ก็ต้องพร้อมที่จะแสดงหลักฐานเมื่อถูกทวงถาม การนิ่งเฉยไม่เพียงแต่ทำลายความเชื่อมั่นต่อกลไกสภา แต่ยังเป็นการทำร้ายพลเรือนที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองอีกด้วย

บทสรุปของเรื่องนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การรอคำอธิบาย แต่เป็นการเรียกร้องมาตรฐานที่เท่าเทียม เมื่อเกมกล่าวหาเริ่มขึ้น ความรับผิดชอบต้องตามมาอย่างชัดเจน 

การเมืองที่อ้างความโปร่งใสจะสมบูรณ์ได้ต่อเมื่อกล้าที่จะรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง ไม่ใช่ใช้เพียงวาทกรรมเพื่อทำลายผู้อื่นแล้วปล่อยให้ความเสียหายกลายเป็นเรื่องที่ไม่มีใครต้องรับผิดชอบ

#ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

ทัพเรือภาคที่ 1 รวบเรือประมงเขมรรุกน่านน้ำไทย พบลูกเรือ 3 ราย ไร้เอกสาร

ทัพเรือภาคที่ 1 รวบเรือประมงเขมรรุกน่านน้ำไทย พบลูกเรือ 3 ราย ไร้เอกสาร

ทัพเรือภาคที่ 1 รวบเรือประมงเขมรรุกน่านน้ำไทย พบลูกเรือ 3 ราย ไร้เอกสาร

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.25 น.

ทัพเรือภาคที่ 1 รวบเรือประมงเขมรรุกน่านน้ำไทย จับคาพิกัดคลองใหญ่ พบลูกเรือ 3 ราย ไร้เอกสาร

เมื่อวันที่ 22 ก.พ.2569 ทัพเรือภาคที่ 1 โดยผู้บังคับการเรือ ต.996 แจ้งเหตุการจับกุมเรือประมงสัญชาติกัมพูชา 1 ลำ บริเวณพิกัดละติจูด 11°31.51’ เหนือ และลองจิจูด 102°53.40’ ตะวันออก ในเขตน่านน้ำไทย

จากการตรวจสอบพบลูกเรือสัญชาติกัมพูชา 3 คน ไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ และไม่มีเอกสารแสดงตนหรือนำเรือเข้าออกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ภายในเรือตรวจพบหมึกสดจำนวน 2 ลัง โดยรับสารภาพว่าเข้ามาทำการประมงในน่านน้ำไทยเป็นเวลา 2 วัน

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมเรือและลูกเรือทั้งหมด นำเข้าท่าเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสาน ศรชล.จังหวัดตราด  จัดชุดสหวิชาชีพร่วมบูรณาการตรวจสอบและดำเนินการในขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป

เบื้องต้นอยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวนและดำเนินการตามกฎหมายไทยอย่างเคร่งครัด

ศาลปกครองสูงสุด สั่งรับฟ้องคดีตำรวจ คฝ. ทำร้ายนักข่าว จากเหตุสลายม็อบ APEC เมื่อปี 65

ศาลปกครองสูงสุด สั่งรับฟ้องคดีตำรวจ คฝ. ทำร้ายนักข่าว จากเหตุสลายม็อบ APEC เมื่อปี 65

ศาลปกครองสูงสุด สั่งรับฟ้องคดีตำรวจ คฝ. ทำร้ายนักข่าว จากเหตุสลายม็อบ APEC เมื่อปี 65

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.17 น.

ศาลปกครองสูงสุด สั่งรับฟ้องคดีตำรวจ คฝ. ทำร้ายนักข่าวระหว่างลงพื้นที่ทำข่าว เหตุสลายม็อบ APEC เมื่อปี 65 ชี้คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาได้ ให้ศาลปกครองกลางรับพิจารณาคดี

เมื่อวันที่ 22 ก.พ.2569 นายพงศ์พิพัฒน์ บัญชานนท์ ผู้สื่อข่าวอิสระ อดีตบรรณาธิการบริหารสำนักข่าวออนไลน์ The MATTER เปิดเผยว่า เมื่อไม่นานมานี้ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ศาลปกครองกลางรับคดีที่ ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวผู้สื่อข่าวสำนักข่าวออนไลน์ The MATTER ยื่นฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กรณีตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ทำร้ายสื่อมวลชน ระหว่างลงพื้นที่ทำข่าวการสลายการชุมนุมของกลุ่ม “ราษฎรหยุด APEC 2022” ที่ถนนดินสอ เมื่อปี พ.ศ. 2565 ไว้พิจารณา ซึ่งผู้ฟ้องได้ขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้ สตช.กำหนดคำบังคับในกรณีจะสลายการชุมนุมว่า ให้ตำรวจหลีกเลี่ยงการใช้กำลัง หรือหากจะใช้กำลังก็ต้องยึดหลักพอสมควรแก่เหตุ โดยขั้นตอนต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และ.ให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 700,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 5% นับแต่วันฟ้องคดีจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น  หลังจากก่อนหน้านี้ ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคดีไว้พิจารณา เพราะเห็นว่าการสลายการชุมนุมกลุ่ม “ราษฎรหยุด APEC 2022” ในวันดังกล่าว เป็นการปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและตามที่กฎ หมายกำหนด และคดีนี้ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง

ทั้งนี้ ศาลปกครองสูงสุดให้เหตุผลว่า  การที่ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ไม่ได้มีการบัญญัติไว้ว่าให้ศาลใดเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาในเรื่องใดไว้เป็นการเฉพาะ จึงต้องพิจารณาไปตาม “หลักทั่วไป” ที่ว่าศาลปกครองเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีปกครอง กรณีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย เป็นกรณีที่ศาลปกครองมีอำนาจกำหนดคำบังคับได้  และเมื่อผู้ฟ้องคดีได้นำคดีนี้มายื่นฟ้องต่อศาลภายในกำหนดระยะเวลา 1 ปีนับแต่วันที่รู้เหตุแห่งการฟ้องคดี จึงเป็นเหตุให้สามารถ รับคดีนี้ไว้พิจารณาได้

ไมค์ ประสิทธิ์ จ่องานเข้า ฝ่าฝืนกม.เลือกตั้งสส.มาตรา73 ส่อซื้อเสียงหลังเลือกตั้ง

ไมค์ ประสิทธิ์ จ่องานเข้า ฝ่าฝืนกม.เลือกตั้งสส.มาตรา73 ส่อซื้อเสียงหลังเลือกตั้ง

ไมค์ ประสิทธิ์ จ่องานเข้า ฝ่าฝืนกม.เลือกตั้งสส.มาตรา73 ส่อซื้อเสียงหลังเลือกตั้ง

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.53 น.

ไมค์ ประสิทธิ์ จ่องานเข้า ฝ่าฝืนกม.เลือกตั้งสส.มาตรา73 ส่อซื้อเสียงหลังเลือกตั้ง เหตุเเจกเครื่องดื่ม-เสื้อยืด

เมื่อวันที่ 22 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ อดีตสส.ปทุมธานี เขต7 เเละผู้สมัคร สส.ปทุม ธานี เขต 8 พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก ช่วง 6 วันก่อนหน้านี้ โดยลงข้อความเเละภาพของนายประสิทธิ์ เเละทีมงานช่วงลงพื้นที่ในห้วงเวลาดังกล่าวว่า “วันนี้ผมได้ไปพบพี่น้องปทุมธานี เขต 8 เพื่อกล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้ผมด้วยตัวเอง พร้อมนำเสื้อทีมไมค์ฯ ไปมอบเป็นที่ระลึกแทนคำขอบคุณจากใจ สำหรับกำลังใจที่มีให้กันมาตลอดไม่ได้ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง หรือผลแพ้ชนะ แต่เป็นความตั้งใจของผมและทีมงาน

แม้วันนี้ผมจะไม่มีตำแหน่งแล้วแต่ผมยังคงรับฟังปัญหา และช่วยประสานเรื่องต่าง ๆ ให้พี่น้องได้เหมือนเดิม เพราะความผูกพันกับพื้นที่ไม่เคยจบลงพร้อมกับผลการเลือกตั้ง

ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน สำหรับความไว้วางใจ และกำลังใจที่ยังส่งให้กันมาตลอดนะครับ”

ผู้สิ่อข่าวรายงานว่า โดยภาพที่นายประสิทธิ์ นำมาโพสต์ในเฟ:บุ๊กของนายประสิทธิ์ “ไมค์- ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์-Prasit Puttampadungsakนั้น พบว่า นายประสิทธิ์ ได้เเจกลังเครื่องดื่ม/เสื้อยืดสีส้มที่มีภาพของนายประสิทธิ์ โลโก้พรรคประชาขนเเละหมายเลข 6 ซึ่งนายประสิทธิ์ใช้ลงสมัครสส.วันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมาให้กับประชาชนหลายคน   

ซึ่งตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 73 ระบุว่า “ห้ามผู้สมัครหรือผู้ใดให้ เสนอหรือสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินทั้งแก่บุคคลและพื้นที่หรือองค์กรเช่น ชุมชน วัดหรือสถานศึกษา จัดมหรสพ จัดเลี้ยง หรือหลอกลวง ขู่เข็ญ ใส่ร้ายเพื่อจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยม หากฝ่าฝืนมีโทษ จำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี (พ.ร.ป. เลือกตั้งสส.มาตรา 73 (1)-(5) ประกอบมาตรา 158 และ 159) เพราะสำนักงาน กกต.ยังอยู่ในห้วงเวลา 60 วันในการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสส.ในครั้งนี้ ดังนั้น การดำเนินการของนายประสิทธิ์ในครั้งนี้ อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายดังกล่าวเพราะกระทำการ”ซื้อเสียงหลังการเลือกตั้ง“

รายงานข่าวว่า ตั้งแต่ยุบสภาเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2568 ผู้สมัครสส.พรรคประชาชน ถูกจับดำเนินคดี ได้แก่ นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ (กทม. เขต 33) คดีฟอกเงินยาเสพติด (29 ธ.ค. 68) , นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ (ตาก เขต 2) พัวพันเว็บพนัน (14 ม.ค. 69) ,นายธีระวัฒน์ (มหาสารคาม เขต 1) จำคุก 2 ปี 8 เดือน คดีข่มขืน (18 ก.พ. 69) 

ส่วนนายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ อดีตสส.ปทุมธานี เขต7 เเละผู้สมัคร สส.ปทุม ธานี เขต 8 พรรคประชาชน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวขาญด้านระบบ ไอที(IT)ที่ออกมาเคลื่อน ไหวฟ้องสำนักงาน กกต.กรณีบัตรเลือกตั้ง การนับคะเเนนผลการเลือกตั้ง การไปติดตามการลงคะเเนนใหม่ในบางเขตในช่วงนี้นั้น พบว่านายประสิทธิ์ อาจกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งพ.ร.ป. เลือกตั้งสส.มาตรา 73 (1)-(5) ประกอบมาตรา 158 และ 159 หากฝ่าฝืนมีโทษ จำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี
 

โฆษก ทบ.เคลียร์ปมพบช้อนหลังเผาร่างพลทหาร

โฆษก ทบ.เคลียร์ปมพบช้อนหลังเผาร่างพลทหาร

โฆษก ทบ.เคลียร์ปมพบช้อนหลังเผาร่างพลทหาร

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.30 น.

โฆษก ทบ.เคลียร์ปมพบช้อน หลังเผาร่างพลทหาร เผยทหารทุกคนพกช้อนติดตัวทานข้าว ไม่ชัด มีคนใส่ลงไป หรือวางไว้ตอนไหน เผยในผลชันสูตร ไม่มีช้อน

เมื่อวันที่ 22 ก.พ.2569 ที่กอง​บัญชาการ​กองทัพบก พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวเพิ่มเติมข้อสงสัยของสังคมกรณีพบช้อนหลังการเผาร่าง พลทหารเพชรรัตน์ สังกัดกรมปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ ค่ายพรหมโยธี จ.ปราจีนบุรี เสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว  ยืนยันไม่มีร่องรอยการถูกสัมผัสเพื่อทำร้ายร่างกายแต่อย่างใดว่า ปกติ  ทหารจะพกช้อนไว้กับตัวกัน ใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อผ้า หน่วยนี้ก็เช่นกัน เช่น อยู่ในเสื้อผ้าตลอด ใครหยิบใส่ไปกับของใช้ติดตัว หรือใครวางไว้ตอนถ่าย ไม่รู้เมื่อไหร่ ศพไหน แต่ประเด็นหลักที่จะต้องอธิบายซ้ำอธิบายคือ เสียชีวิตอย่างไร ทุกอย่างชี้ไปที่ ตายธรรมชาติ ไม่ใช่ถูกกระทำ 

นอกจากนี้ ช้อนไม่อยู่ในผลชันสูตรพลิกศพ ตามกระบวนการทางกฎหมาย ระบบราชการ

ทบ. เคลียร์ปมพลทหารดับในเรือนจำ มทบ.12 ผลชันสูตรชี้ชัด หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน

ทบ. เคลียร์ปมพลทหารดับในเรือนจำ มทบ.12 ผลชันสูตรชี้ชัด หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน

ทบ. เคลียร์ปมพลทหารดับในเรือนจำ มทบ.12 ผลชันสูตรชี้ชัด หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.48 น.

ทบ.แจงข้อเท็จจริง กรณีพลทหารสังกัดกรมปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ หมดสติเสียชีวิต ผลการพิสูจน์ของแพทย์ระบุ สาเหตุจากภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน ตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้วโดยทางครอบครัวเข้าใจ ตามข้อเท็จจริงด้วยหลักฐานข้อพิสูจน์ทางการแพทย์ และสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง

22 กุมภาพันธ์ 2569 ที่กอง​บัญชาการ​กองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เผยว่า ตามที่ปรากฏประเด็นข่าวในสังคมกรณี พลทหารเพชรรัตน์ กำลังยิ่ง สังกัด กรมปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ ค่ายพรหมโยธี จ.ปราจีนบุรี มีอาการหมดสติ ในระหว่างถูกจำขังในเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 12 โดยมีกลุ่มเพื่อนพลทหารที่ถูกจำขังด้วยกันจำนวนหลายนาย เป็นผู้พบเหตุ ทางหน่วยจึงได้รีบมีการส่งตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ทันที และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา โดยแพทย์ระบุเป็นการเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว ยืนยันไม่มีร่องรอยการถูกสัมผัสเพื่อทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามเนื่องจากในช่วงก่อนเกิดเหตุ พลฯ เพชรรัตน์ฯ จะมีภาวะหัวใจล้มเหลว ได้ถูกจำขังรวมอยู่กับเพื่อนๆ พลทหารด้วยกัน จำนวนมาก  เป็นเวลานับ 10 วัน อยู่ด้วยกันภายในพื้นที่จำขังของหน่วย ทางหน่วยจึงต้องมีการตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัด  โดยเฉพาะเผื่อมีกรณีมีการทะเลาะวิวาทกัน ในช่วงระหว่าง 10 วันที่ถูกจำขังอยู่ด้วยกัน ซึ่งหน่วยได้ทำการตรวจสอบโดยละเอียดแล้ว สรุปว่าไม่มีการทะเลาะวิวาทหรือมีเพื่อนพลทหาร ที่อยู่ด้วยกันได้ทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด  

โดยทางหน่วยต้นสังกัด และกองทัพภาคที่ 1 ได้ให้รายละเอียดว่า พลทหารเพชรรัตน์ กำลังยิ่ง ถูกจำขังตามความผิดทางวินัยฐานขาดราชการ โดยในวันเกิดเหตุเมื่อ 10 พ.ย. 68 เวลาประมาณ 18.07 น. เพื่อนที่อยู่ด้วยกันยืนยันว่าผู้เสียชีวิตยังดูมีอาการปกติ   แต่พอเวลา 18.18 น.  อยู่ดีๆ ได้หมดสติล้มลง เพื่อนพลทหารจึงได้เข้าช่วยเหลือ  ทางหน่วยได้นำส่งห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ ซึ่งแพทย์ได้ดำเนินการตามขั้นตอนการรักษา  แต่ไม่เป็นผล   แพทย์ระบุ พลทหารเพชรรัตน์ฯ เสียชีวิตในเวลา 19.28 น.  จากผลการตรวจชันสูตรพลิกศพ พบว่าไม่มีร่องรอยการทำร้ายร่างกาย ไม่มีสมองช้ำ หรือเลือดออกในสมอง 

ซึ่งในช่วงนั้น ได้ประสานชี้แจงทางครอบครัวและญาติ ให้ได้รับทราบตามข้อเท็จจริง  ซึ่งไม่ติดใจ และมีความเข้าใจต่อเหตุที่เกิดขึ้น  ทางหน่วยฯ จึงดูแลอำนวยความสะดวกในการจัดพิธีศพ พร้อมติดตามเรื่องสิทธิสวัสดิการต่างๆ ตามแบบธรรมเนียมอย่างเหมาะสม

แต่จากการที่มีบางบุคคล ได้นำกรณีนี้มานำเสนอซ้ำกับสังคม  จึงทำให้มีประชาชนบางส่วนได้มีการตั้งข้อสังเกตคาดเดาถึงสาเหตุการเสียชีวิต ในมุมต่างๆ ซึ่งอาจไม่ตรงกับพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ พยานบุคคลที่ในกรณีนี้มีอยู่จำนวนมาก  และข้อเท็จจริงทางกฎหมายตามระบบราชการ  

ซึ่งหากญาติหรือครอบครัว หรือบุคคลใด เปลี่ยนใจกลับมาเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ และมีความกังวลสงสัยในช่วงนี้   ทางหน่วยต้นสังกัดยินดี และพร้อมให้รายละเอียด  สามารถประสานทางหน่วยงานต้นสังกัด  หรือหน่วยทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง  รวมถึงกลุ่มเพื่อนพลทหารจำนวนมากที่อยู่ด้วยกันตลอดเวลาในช่วงก่อนเหตุ และระหว่างเกิดเหตุ  เพื่อจะให้ข้อมูลข้อเท็จจริง หรือทำความเข้าใจเพิ่มเติมให้ได้ตลอดเวลา   

ยืนยันว่าการสูญเสียกำลังพลคนหนึ่งคนใดก็ตาม นับเป็นการสูญเสียของกองทัพบก ด้วยเช่นกัน  ทำให้กรณีมีกำลังพลเสียชีวิต จึงต้องดำเนินการทุกอย่างด้วยความเป็นธรรมโปร่งใสอย่างต

รัฐบาลใหม่ยังไม่ทันนิ่ง! ปิยบุตร ขยับชงล้างผิด 112 อ้างเพื่อเพื่อนร่วมชาติ

รัฐบาลใหม่ยังไม่ทันนิ่ง! ปิยบุตร ขยับชงล้างผิด 112 อ้างเพื่อเพื่อนร่วมชาติ

รัฐบาลใหม่ยังไม่ทันนิ่ง! ปิยบุตร ขยับชงล้างผิด 112 อ้างเพื่อเพื่อนร่วมชาติ

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.46 น.

22 กุมภาพันธ์ 2569 นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “นิรโทษกรรมความผิดเกี่ยวกับแสดงความเห็นทางการเมือง รวมถึงความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 112 เถิดครับ ผู้แทนราษฎรและคณะรัฐมนตรีที่กำลังเตรียมเข้ารับหน้าที่ โปรดพิจารณาดำเนินการด้วย นี่คือ หนทางในการปรองดองและสมานฉันท์ของเพื่อนร่วมชาติครับ”

สยบข่าวลือ ปรีดี ดาวฉาย ปฏิเสธเตรียมนั่งเก้าอี้ รมว.พลังงาน

สยบข่าวลือ ปรีดี ดาวฉาย ปฏิเสธเตรียมนั่งเก้าอี้ รมว.พลังงาน

สยบข่าวลือ ปรีดี ดาวฉาย ปฏิเสธเตรียมนั่งเก้าอี้ รมว.พลังงาน

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.17 น.

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 นายปรีดี ดาวฉาย อดีต รมวคลัง เปิดเผยว่า ตามที่มีกระแสข่าวและการคาดการณ์จากสื่อบางส่วนว่า ผมอาจได้รับการทาบทามให้เข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนั้น ขอเรียนชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง

ปัจจุบัน ไม่มีบุคคลหรือฝ่ายใดได้มีการติดต่อ ปรึกษาหารือ หรือทาบทามผมให้ไปรับตำแหน่งใด ๆ ทางการเมืองทั้งสิ้น และแม้ผมจะเคยมีประสบการณ์ทำหน้าที่รัฐมนตรีมาก่อน แต่ในเวลานี้ผมไม่ได้มีความประสงค์จะเข้ารับตำแหน่งทางการเมือง หรือไปช่วยงานพรรคการเมืองใด

ผมได้ประเมินบทบาทของตนเองอย่างรอบคอบแล้ว เห็นว่าความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมา เหมาะสมกับการทำงานในภาคเอกชนมากกว่า โดยเฉพาะบทบาทกรรมการและที่ปรึกษาให้กับบริษัทหลายแห่ง ซึ่งสามารถใช้ความเชี่ยวชาญเพื่อสนับสนุนการพัฒนาองค์กร เสริมสร้างศักยภาพบุคลากร และยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการได้อย่างเป็นรูปธรรม

ผมขอขอบคุณทุกความเชื่อมั่นที่มีต่อผม แต่ขอยืนยันอีกครั้งว่า ข่าวเรื่องการเข้ารับตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ ไม่เป็นความจริง

เงินเดือน 6 หมื่นกว่า ด่วน!รับสมัครชายไทยทำงานภาคเกษตรในอิสราเอล

เงินเดือน 6 หมื่นกว่า ด่วน!รับสมัครชายไทยทำงานภาคเกษตรในอิสราเอล

เงินเดือน 6 หมื่นกว่า ด่วน!รับสมัครชายไทยทำงานภาคเกษตรในอิสราเอล

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.02 น.

ด่วน! รับสมัครชายไทยทำงานภาคเกษตรในอิสราเอล เงินเดือน 6 หมื่นกว่า เปิดสมัครทางเว็บไซต์ 24-25 ก.พ.นี้

22 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เปิดรับสมัครเพื่อคัดเลือกคนหางานไปทำงานภาคเกษตรในรัฐอิสราเอล ภายใต้โครงการ “ความร่วมมือไทย – อิสราเอลเพื่อการจัดหางาน” (Thailand-Israel Cooperation on the Placement of Workers : TIC) ครั้งที่ 20 ตำแหน่งคนงานภาคเกษตร (เพศชาย) เพื่อเปิดโอกาสให้แรงงานไทยในการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ สร้างรายได้ให้ตนเองและครอบครัว นำรายได้เข้าประเทศ รวมทั้งเรียนรู้เทคโนโลยีและประสบการณ์ด้านการเกษตร กลับมาพัฒนาประเทศและประกอบอาชีพ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล

สำหรับสัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลา 2 ปี ต่อได้ไม่เกิน 5 ปี 3 เดือน โดยจะได้รับเงินเดือนขั้นต่ำก่อนหักภาษีเดือนละ 6,247 เชคเกลอิสราเอล หรือประมาณ 62,000 บาท (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน) ส่วนคุณสมบัติของผู้สมัครงานครั้งนี้ มีดังนี้

1.เพศชาย สัญชาติไทย

2.พ้นภาระการรับราชการทหาร

3.อายุ 23 – 39 ปี (เกิดระหว่างวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2530 – 25 กุมภาพันธ์ 2546)

4.ไม่มีประวัติอาชญากรรม

5.ไม่เคยทำงานในประเทศอิสราเอล ไม่มีคู่สมรส บุตร หรือบิดาและมารดาพำนักอยู่ในประเทศอิสราเอล

6.สุขภาพแข็งแรง ตาไม่บอดสี ไม่เป็นโรคติดต่อ ไม่เสพสารเสพติด หรือเสพติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

7.ต้องมีประสบการณ์ทำงานภาคการเกษตร

ผู้ที่สนใจสามารถสมัครผ่านเว็บไซต์ toea.doe.go.th เพื่อทำการลงทะเบียนในระบบอิเล็กทรอนิกส์ กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ ได้ตั้งแต่วันที่ 24 – 25 กุมภาพันธ์ 2569 โดยผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดการสมัครกำหนดการและวิธีการรับสมัครได้ที่เว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ doe.go.th/overseas หรือ Facebook : กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ หรือ ติดต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด หรือสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 เพื่อดำเนินการสมัครให้ และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมทางโทรศัพท์หมายเลข 02-245-0978 และ 08-0061-6576 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน

น.ส.อัยรินทร์ กล่าวว่า การรับสมัครในครั้งนี้เป็นการดำเนินการเพื่อจัดส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศ โดยวิธีรัฐจัดส่ง ผู้สมัครไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายในการสมัคร เว้นแต่ค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางไปทำงานในรัฐอิสราเอล ในกรณีที่ได้รับการคัดเลือก โดยมีค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนเงินประมาณ 92,650 บาท (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน) แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1.ค่าใช้จ่ายก่อนเดินทาง เช่น ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมค่าธรรมเนียมการขอรับหนังสือเดินทาง ค่าตรวจสุขภาพ ค่าบัตรโดยสารเครื่องบินเที่ยวเดียวจากประเทศไทยไปยังอิสราเอล ค่าสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศตามที่กระทรวงแรงงานกำหนด เป็นต้น และ 2.ค่าใช้จ่ายหลังจากเดินทาง ไปถึงตามกฎหมายแห่งรัฐอิสราเอลหากมีผู้แอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้ได้รับการคัดเลือกเพื่อไปทำงานภาคเกษตรในประเทศอิสราเอลได้ โปรดอย่าหลงเชื่อ แต่ขอให้แจ้งและตรวจสอบข้อมูลกับกรมการจัดหางานก่อน