นับคะแนนใหม่จบแล้ว! หน่วย 10 คันนายาว ปชน.ชนะทั้งแบ่งเขต-บัญชีรายชื่อ

นับคะแนนใหม่จบแล้ว! หน่วย 10 คันนายาว ปชน.ชนะทั้งแบ่งเขต-บัญชีรายชื่อ

นับคะแนนใหม่จบแล้ว! หน่วย 10 คันนายาว ปชน.ชนะทั้งแบ่งเขต-บัญชีรายชื่อ

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.42 น.

22 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การนับคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งที่ 10 เขตเลือกตั้งที่ 15 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว ซึ่งเป็นการนับคะแนนใหม่ทั้งบัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และบัตรออกเสียงประชามติ การนับใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที ก็เสร็จสิ้น โดยหลังการนับคะแนนเสร็จ กรรมการนับคะแนนก็ได้มีการตรวจทานคะแนนกับจำนวนบัตรเลือกตั้ง ก่อนจะเก็บบัตรเลือกตั้งและแบบขีดคะแนนลงหีบบัตร และรัดด้วยสายเคเบิ้ลไทร์ พร้อมกับติดรายงานผลการนับคะแนน สส.แบบบัญชีรายชื่อ สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง หรือ สส 5/18 และ สส 5/18 บช.และใบรายงานผลการนับคะแนนออกเสียงประชามติ หรือ อ.ส.4/7 ที่บริเวณหน้าหน่วยเลือกตั้ง ก่อนนำวัสดุอุปกรณ์กลับไปส่งยังที่ทำการเขตเลือกตั้งที่ 15

โดยผลการนับคะแนนใหม่ของหน่วยเลือกตั้งที่ 10 สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ดังนี้

1. นายวิทวัส ติชะวาณิชย์ พรรคประชาชน 224 คะแนน

2. นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ พรรคเพื่อไทย 103 คะแนน

3. นายถนอม อ่อนเกตุพล พรรคภูมิใจไทย 81 คะแนน

4. น.ส.ฐิตยากร พรโรจนากูร พรรคประชาธิปัตย์ 47 คะแนน

5. น.ส.ชัญญาพัชญ์ ธนโชติสวัสดิพร พรรครวมไทยสร้างชาติ 9 คะแนน

6. นายนรชัย ไชยสังข์ พรรคเศรษฐกิจ 5 คะแนน

7. น.ส.ปวริศา คุณาวรนนท์ พรรคกล้าธรรม 4 คน

8. นายกิตติพงศ์ ท่าพิกุล พรรคพลังประชารัฐ 4 คะแนน

9. น.ส.ณอร จิรกรภิรมย์ พรรคไทยก้าวใหม่ 3 คะแนน

10. นายสัญชัย บัตรตรา พรรครักชาติ 2 คะแนน

11. นายสุวัจชัย พิมพ์สุภาพร พรรคไทยสร้างไทย 2 คะแนน

12. นายกรกฤษณ์ วงศ์คุณหยก พรรคปวงชนไทย 1 คะแนน

13. นายสงกรานต์ พงษ์พันนา พรรคโอกาสใหม่ 1 คะแนน

14. นายนันทวัชร์ กูลเกื้อศิประไพ พรรควิชชั่นใหม่ 0 คะแนน

15. ร.ต.ท.ชลประทาน ชื่นมนต์ชัย พรรคเพื่อบ้านเมือง 0 คะแนน

รวมจำนวนบัตรดีที่ลงคะแนนทั้งสิ้น 486 ใบ บัตรเสีย 8 ใบ บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 29 ใบ รวมจำนวนบัตรทั้งสิ้น 523 ใบ

ส่งผลการนับคะแนนเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ 5 อันดับแรก ดังนี้

1.พรรคประชาชน 233 คะแนน 

2.พรรคภูมิใจไทย 95 คะแนน

3.พรรคเพื่อไทย 60 คะแนน

4. พรรคประชาธิปัตย์ 40 คะแนน

5. พรรครวมไทยสร้างชาติ 17 คะแนน

รวมบัตรดีจำนวนทั้งสิ้น 496 ใบ บัตรเสีย 9 ใบ บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 18 ใบ รวมจำนวนบัตรเลือกตั้งทั้งสิ้น 523 ใบ

ส่วนผลการออกเสียงลงประชามติ เห็นชอบ 336 ใบ ไม่เห็นชอบ 167 ใบ ไม่ประสงค์ลงคะแนน 21 ใบ รวมจำนวนบัตรดีทั้งสิ้น 524 ใบ จำนวนบัตรเสีย 3 ใบ รวมบัตรทั้งสิ้น 527 ใบ

ทั้งนี้ สำหรับคะแนนการเลือกตั้ง สส.และการลงประชามติ ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 10 แขวงคันนายาว เขตเลือกตั้งที่ 15 เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีความพิเศษตรงที่ในวันดังกล่าว ไม่สามารถนับคะแนนจนจบได้ เนื่องจากเหตุพายุฝนรุนแรง ทำให้ กกต.ต้องสั่งนับคะแนนใหม่ในภายหลัง

– 006

มองข้ามช็อตภาษีทรัมป์ นักวิชาการ มธ.เตือนศาลระงับแต่ศึกการค้าไม่จบ ย้ำไทยต้องเดินแผนเดิม

มองข้ามช็อตภาษีทรัมป์ นักวิชาการ มธ.เตือนศาลระงับแต่ศึกการค้าไม่จบ ย้ำไทยต้องเดินแผนเดิม

มองข้ามช็อตภาษีทรัมป์ นักวิชาการ มธ.เตือนศาลระงับแต่ศึกการค้าไม่จบ ย้ำไทยต้องเดินแผนเดิม

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.22 น.

“นักวิชาการธรรมศาสตร์”วิเคราะห์ แม้ศาลเพิกถอน”ภาษีทรัมป์” แต่เชื่อ”สหรัฐฯ”จะผุดมาตรการกีดกันการค้าต่อ ต้องจับตาถึงสิ้นเดือน มิ.ย.69 แนะ”ไทย”เดินต่อตามแผนเดิมก่อนที่ศาลมีคำตัดสิน ระบุโจทย์ประเทศไทยไม่ใช่แค่ตั้งรับมาตรการภาษี แต่ต้องปรับตัวใหญ่ ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันธุรกิจ หาตลาดใหม่-สร้างอำนาจต่อรองการค้า

22 กุมภาพันธ์ 2569 ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวถึงกรณีที่ศาลฎีกาสหรัฐอเมริกา มีคำสั่งเพิกถอนมาตรการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 20 ก.พ.69 เนื่องจากเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต โดยระบุว่า แม้ศาลจะมีคำสั่งดังกล่าว เชื่อว่าทรัมป์ก็จะหามาตรการหรือเครื่องมืออื่นๆ เพื่อดำเนินการจัดเก็บภาษีให้ได้เหมือนเดิม และที่สุดแล้ว มาตรการทางภาษีหรือการกีดกันทางการค้าในรูปแบบต่างๆ จะต้องกลับมาในเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาชัดเจนว่า ทรัมป์ใช้เรื่องนี้เป็นเครื่องมือต่อรองทางเศรษฐกิจและการเมือง ดังนั้นแม้ว่าศาลจะมีคำสั่งดังกล่าว แต่ประเทศต่างๆ ก็คงอยู่ในโหมดเตรียมพร้อมรับมือเครื่องมือใหม่ๆ ก็ทรัมป์ ส่วนตัวคิดว่าให้จับตาดูถึงสักช่วยปลายเดือน มิ.ย.หากถึงตอนนั้นแล้วยังไม่มีเครื่องมือใหม่ๆ ออกมา เชื่อว่าสถานการณ์การค้าของโลกน่าจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ กล่าวต่อไปว่า ท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบัน ประเทศไทยจำเป็นต้องคิดหาทางหนีทีไล่ไว้ด้วยเช่นกันเพราะมากไปกว่าผลการตัดสินของศาลสหรัฐฯ คือสภาพเศรษฐกิจการค้าการแข่งขันของประเทศไทยเองที่กำลังเผชิญปัญหาอันซับซ้อน ซึ่งก็คือศักยภาพการแข่งขันที่ลดถอยลง ดังนั้นโจทย์ใหญ่จึงอาจไม่ใช่แค่ความกังวลกับมาตรการทางภาษีสหรัฐฯ แต่เป็นเรื่องของการหาตลาดใหม่ๆ การสร้างอำนาจต่อรองทางการค้า ไปจนถึงการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การแข่งขันของแต่ละประเทศในปัจจุบัน ไม่ได้แข่งกันด้วยมาตรการทางภาษี แต่แข่งกันด้วยคุณภาพของสินค้าและความสามารถในการลดต้นทุนเป็นหลัก เพราะถึงแม้จะไม่เจอมาตรการภาษีทรัมป์ แต่หากหันไปทางยุโรปก็จะเจอกับการกีดกันผ่านมาตรการทางสิ่งแวดล้อมอยู่ดี ฉะนั้นเศรษฐกิจโลกยุคใหม่จึงไม่ใช่การสู้กันทางภาษี แต่สู้กันด้วยคุณภาพของสินค้าและนวัตกรรม การที่เราต้องกังวลเรื่องภาษีก็เพราะเรายังต้องขายสินค้าแข่งกับชาวบ้าน ซึ่งถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ถึงจะมีหรือไม่มีมาตรการทางภาษี ประเทศไทยก็จะลำบาก

“ประเทศไทยควรเดินหน้าต่อไปตามแผนเดิมประหนึ่งว่าไม่มีการตัดสินจากศาล คือทำให้เหมือนว่ามาตรการภาษีทรัมป์ยังคงอยู่ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับการเจรจาที่อาจเกิดขึ้นใหม่ ที่อย่างน้อยแล้วคงไม่มีทางแย่ไปกว่าเดิม หรือถ้ากลับมาเหมือนเดิมเราก็สามารถใช้โจทย์เดียวกับที่เรากำลังเจออยู่ตอนนี้ ที่สำคัญคือเราต้องกลับไปปรับปรุงภาคธุรกิจ ภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ฯลฯ เพื่อพัฒนาสินค้า รวมถึงเอาเวลาไปมองหาตลาดใหม่ๆ น่าจะดีกว่า” นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าว

ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ประเทศไทยถูกพูดถึงว่าเป็นคนป่วยของเอเชีย เพราะเรายังไม่ปรับโครงสร้างการผลิต ฉะนั้น หากมัวแต่รอการเจรจารอบใหม่โดยที่ไม่ได้ปรับตัว จะเป็นแค่การเอาตัวรอดในระยะสั้นซึ่งไม่ยั่งยืน อาการป่วยคงไม่หาย เวลานี้จึงเป็นเวลาที่ดีที่ประเทศไทยจะตั้งหลักได้มากขึ้น โจทย์สำคัญคือควรมองเรื่องของการพลิกโฉมเศรษฐกิจไทยมากกว่าการแก้ปัญหาสงครามการค้าแบบนี้ไปเรื่อยๆ เพราะต่อให้ครั้งนี้เรารอด ถ้าครั้งหน้าเราไม่พร้อมก็จะเจอปัญหาอีก ดังนั้น นอกจากเรื่องของการเจรจาแล้ว เราควรเอาเวลาไปมองหาตลาดใหม่ หรือกลับมาปรับปรุงโครงสร้าง ตลอดจนให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องเชิงนโยบาย ซึ่งควรจะมีการวางแผนในเรื่องนี้และเดินหน้าตามแผนที่ถูกวางไว้ให้ต่อเนื่อง

ยศชนัน สนใจนั่งคุม อว. เตรียมคุย ภท.ดีลเก้าอี้ ครม.อีกครั้ง 24 ก.พ.

ยศชนัน สนใจนั่งคุม อว. เตรียมคุย ภท.ดีลเก้าอี้ ครม.อีกครั้ง 24 ก.พ.

ยศชนัน สนใจนั่งคุม อว. เตรียมคุย ภท.ดีลเก้าอี้ ครม.อีกครั้ง 24 ก.พ.

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.05 น.

22 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ถึงความคืบหน้าการจัดสรรเก้าอี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ได้รับโควตาจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ทั้งหมด 8 เก้าอี้ แบ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ 4 เก้าอึ้ และรัฐมนตรีช่วย 4 เก้าอี้ เบื้องต้นพรรคเพื่อไทยวางตัว นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้ดำรงตำแหน่ง รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) แต่ขึ้นอยู่กับนายยศชนันจะตัดสินใจรับตำแหน่งหรือไม่ ล่าสุด มีรายงานว่า นายยศชนันให้ความสนใจจะรับตำแหน่งดังกล่าว เพราะมองว่าสามารถเข้าไปขับเคลื่อนงานในกระทรวงได้ เนื่องจากมีประสบการณ์ด้านการศึกษาในมหาวิทยาลัย โดยในวันที่ 24 ก.พ.นี้ พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย จะหารือกันเรื่องการจัดสรรเก้าอี้ ครม.กันอีกครั้ง

กกต.เริ่มนับคะแนนใหม่! หน่วย 10 เขต 15 คันนายาว โชว์หรา QR code-บาร์โค้ด

กกต.เริ่มนับคะแนนใหม่! หน่วย 10 เขต 15 คันนายาว โชว์หรา QR code-บาร์โค้ด

กกต.เริ่มนับคะแนนใหม่! หน่วย 10 เขต 15 คันนายาว โชว์หรา QR code-บาร์โค้ด

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.45 น.

“กกต.”เริ่มนับคะแนนใหม่! หน่วย 10 เขต 15 คันนายาว โชว์หรา QR code-บาร์โค้ด “โฆษก พท.”ร่วมสังเกตการณ์ พอใจ กนค. ฐานคะแนนดีกว่าการเลือกตั้ง 8 ก.พ.

22 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 10.00 น.ที่บริเวณอาคารอมรพันธ์แซทเทอไลท์คอนโดทาวน์ (R4) แขวงคันนายาว เขตคันนายาว ซึ่งเป็นหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติที่ 10 ของเขตเลือกตั้งที่ 15 กรุงเทพมหานคร ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้กำหนดจัดให้มีการนับคะแนนใหม่ เนื่องจากในการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.เกิดเหตุพายุฝนจึงทำให้ไม่สามารถนับคะแนนได้ พบว่า ตั้งแต่เช้ามีประชาชน สื่อมวลชน สมาชิกวุฒิสภา ผู้สมัคร สส.มารอสังเกตการณ์นับคะแนน เนื่องจากต้องการทราบว่ากรรมการนับคะแนนจะมีการปิดบังบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งหรือไม่ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งมารอลุ้นผลการนับคะแนนว่าผู้สมัครที่ตนลงคะแนนให้นั้นได้คะแนนเท่าใดในหน่วยนี้

ซึ่งในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร และนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.เดินทางมาตรวจดูความเรียบร้อย โดยนายครรชิต ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์

ทั้งนี้ การทำหน้าที่ของกรรมการนับคะแนนในครั้งนี้พบว่าไม่ได้มีการใช้มือปิดบัง QR code หรือบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ในขณะที่ขานคะแนนและโชว์บัตรให้กับผู้ที่มาสังเกตการณ์ได้เห็น

ด้าน นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้สมัคร สส.กทม.เขตเลือกตั้งที่ 15 พรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วย นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เดินทางมาสังเกตการณ์การนับคะแนนใหม่

โดย นายศึกษิษฏ์ กล่าวว่า การที่พวกเรามาติดตามการนับคะแนนใหม่ที่หน่วยเลือกตั้งนี้ และหน่วยเลือกตั้งที่ 9 ในบริเวณใกล้เคียงกัน เป็นเพราะพรรคเพื่อไทยมีจุดยืนที่ชัดเจน อยากให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์ เที่ยงธรรม และไร้ข้อครหา จากที่ ประชาชนตั้งคำถามเกี่ยวกับความโปร่งใสของการเลือกตั้งครั้งนี้อยู่หลายประเด็น จากการสังเกตการณ์เห็นว่า การทำงานของ กปน.ในการขานนับคะแนน ดูดีขึ้นกว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา มีความชัดเจนและโปร่งใสมากขึ้น

ขณะเดียวกันผู้สื่อรายงานว่า ขณะที่ ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ กำลังสังเกตการณ์นับคะแนนของกรรมการและคะแนนอยู่นั้น นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิตอล และอดีตผู้อำนวยการศูนย์ดิจิตอลเพื่อสร้างพลังของประชาชน พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) และนายธนารัตน์ เกื้อวัฒนาพันธุ์ CEO โดมคลาวด์ ผู้เชี่ยวชาญบล็อกเชน ก็ได้พยายามที่จะสอบถามและขอเหตุผลกับผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ว่าเหตุใดผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจึงไม่สามารถที่จะถ่ายบัตรเลือกตั้งหลังจากที่เซ็นรับบัตรแล้ว และการถ่ายบัตรเลือกตั้งละเมิด มาตรา 97 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.อย่างไร ซึ่ง ผอ.กกต.กทม.พยายามจะอธิบายว่าไม่มีเหตุจำเป็น และยกเปรียบเทียบกับการขอถ่ายเอกสารทางราชการ ซึ่งก็จะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจก่อน

ส่วนหน่วยเลือกตั้งที่ 10 วันนี้ (22 ก.พ.) มีผู้มีสิทธิ 754 คน มาใช้สิทธิ ขณะที่คราวที่แล้ว มีผู้มาใช้สิทธิ 527 คน

– 006

เลือกตั้งซ่อมเขต 15 คันนายาวคึกคัก กกต.คุมเข้มห้ามถ่ายรูปบัตร สั่งจับตาปม QR Code

เลือกตั้งซ่อมเขต 15 คันนายาวคึกคัก กกต.คุมเข้มห้ามถ่ายรูปบัตร สั่งจับตาปม QR Code

เลือกตั้งซ่อมเขต 15 คันนายาวคึกคัก กกต.คุมเข้มห้ามถ่ายรูปบัตร สั่งจับตาปม QR Code

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.58 น.

เริ่มแล้ว!! ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ เขต15คันนายาว คึกคัก ‘ปชช.-สื่อ -สว.-นักไอที’ ลุ้นส่องบัตรเลือกตั้ง พบยังใช้บัตรเก่ามี QR code บาร์โค้ดครบ ด้านผอ.กกต.กทม.กร้าวไม่ให้ถ่ายบัตร ชี้ไม่มีเหตุจำเป็น ระบุจะถ่ายเอกสารราชการยังต้องขออนุญาต ยันเลือกตั้งยังลับ ด้านนัก IT ข้องใจ ปมไม่ให้ถ่ายบัตรเปล่าเพื่อตรวจสอบคู่ขนาน

22 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเป็นวันที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กำหนดให้มีการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ใน 3 หน่วยเลือกตั้ง และนับคะแนนใหม่ใน 1หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งบรรยากาศการออกเสียงลงคะแนนใหม่และนับคะแนนใหม่ที่หน่วยเลือกตและหน่วยออกเสียงประชามติที่ 9 เขตเลือกตั้ง และเขตออกเสียงประชามติที่ 15 กรุงเทพมหานคร ณ บริเวณอาคารอมรพันธ์แซทเทอไลท์คอนโดทาวน์ (R4) แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เช้ามี สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ สมาชิกวุฒิสภาและผู้เชี่ยวชาญด้านไอที ต่างมาสังเกตการณ์ออกเสียงลงคะแนนเพื่อดูว่าบัตรเลือกตั้งที่ กกต.นำมาใช้นั้น ยังคงเป็นบัตรที่มีบาร์โค้ดและ QR code หรือไม่ และการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเป็นอย่างไร

โดยว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพ มหานคร ซึ่งเดินทางมาดูตรวจดูความเรียบร้อยของการออกเสียงลงคะแนน กล่าวว่า โดยภาพรวมของการเปิดหน่วยลงคะแนนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งหน่วยเลือกตั้งนี้มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 716 คนคาดว่าจะมาใช้สิทธิ์ประมาณ 70% หรือประมาณ 500 คน การจัดหน่วยมีการขยับมาอยู่ใต้อาคาร เนื่องจากครั้งที่แล้วเป็นเต็นท์เมื่อเกิดพายุฝนทำให้เต็นท์ถล่ม บัตรเลือกตั้งเสียหาย อุปกรณ์เปียก ไม่สามารถดำเนินการเลือกตั้งและนับคะแนนต่อไปได้  จึงต้องมีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ในวันนี้ ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ยังคงยึดระเบียบ และรูปแบบการเลือกตั้งเหมือนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา คือให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ตั้งแต่เวลา 8.00-17.00 น. เมื่อปิดหน่วยแล้วจะมีการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง ปิดประกาศผลคะแนนที่หน้าหน่วย และนำส่งไปยังคณะกรรมการประจำเขตเลือกตั้งที่15  ก่อนจะรายงานไปยังสำนักงาน กกต.ประจำกรุงเทพมหานคร ส่วนบัตรเลือกตั้งก็ยังคงมี 3 แบบ คือ บัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง แบบบัญชีรายชื่อและบัตรออกเสียงประชามติ

ทั้งนี้ ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่าบัตรเลือกตั้งที่ใช้ครั้งนี้มีบาร์โค้ดและ QR code หรือไม่ โดยเลี่ยงว่ายังไม่ได้เข้าไปภายในหน่วยเลือกตั้งจึงยังไม่เห็น แต่บัตรที่ใช้ในวันนี้เป็นบัตรที่จะส่งมาใหม่จากสำนักงาน กกต.กลาง และปฏิเสธที่จะตอบว่าในขั้นตอนของการนับคะแนนนั้นกรรมการประจำนับคะแนนจะต้องมีการปิดบังQR code บาร์โค้ด ตอนชูบัตรหรือไม่  แต่ในส่วนของกระดานติดแบบขีดคะแนนนั้นเนื่องจากมีสถานที่เพียงพอดังนั้นก็จะไม่มีการปิดแบบขีดคะแนนซ้อนกันเหมือนการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ ทำให้เมื่อขานคะแนนแล้วกรรมการนับคะแนนจะต้องมีการมุดเข้าไปขีดคะแนน จึงทำให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ชัดขึ้น

“ในส่วนของการดำเนินการของ กกต.ก็พยายามที่จะดำเนินการทุกอย่างให้เป็นไปโดยตรงและลับ ทั้งนี้ จากการเลือกตั้งที่ผ่านมาก็ยังไม่เห็นว่าสามารถโยงไปยังจุดใดได้บ้างเลย ยังเชื่อมั่นว่าลับอยู่ และจน ถึงตอนนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้เลยว่ามันจะเกิดเหตุไม่ลับอย่างไรได้”

เมื่อถามว่าผู้มาใช้สิทธิ์จะสามารถถ่ายบัตรเลือกตั้งพร้อมต้นขั้วขณะที่รับมอบบัตรได้หรือไม่  ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ไม่ให้ถ่ายบัตร  วันนี้ เนื่องจากว่าเพื่อไม่ให้เกิดความไม่สบายใจกับประชาชนหรือผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เราได้เน้นย้ำไม่มีเหตุจำเป็นไม่ให้ถ่าย ซึ่งกฎหมายห้ามมิให้ถ่ายบัตรที่ทำเครื่อง หมายลงคะแนน แต่วันนี้เราต้องตอบก่อนว่ามีเหตุจำเป็นใดถึงต้องถ่าย

เมื่อถามต่อว่าเพื่อความสบายใจของประชาชนสามารถทำได้หรือไม่ ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ กล่าวว่า มันก็ต้องมองว่าคำว่าเพื่อความสบายใจของประชาชน แต่ประชาชนอีกส่วนหนึ่งอาจไม่สบายใจก็ได้ ฉะนั้นเพื่อความสบายใจของทั้งผู้ฟัง ผู้ชม กรรมการประจำหน่วยขอให้งดถ่าย

เมื่อถามว่าถ้าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งต้องการถ่าย ผอ.กกต.กทม.กล่าวว่า ไม่มีเหตุจำเป็น ซึ่งเราจะขอความอนุเคราะห์จากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง  ซึ่งถ้าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจะถ่ายเราก็จะขอความจำเป็นที่ต้องถ่าย ซึ่งมองว่ามันไม่มีความจำเป็น ไม่ควรถ่าย ซึ่งถ้าจะถ่ายก็ต้องดูว่าจำเป็นเรื่องอะไร ตอนนี้มันยังไม่เกิดขึ้นเราจึงไม่สามารถตอบได้ว่าอะไรที่จำเป็น หรือไม่จำเป็นอยู่ที่เหตุที่ผลและเรา ต้องถามประชาชน อื่นด้วย ถามกรรมการด้วยไม่ใช่ถามแค่คนใดคนหนึ่งเพราะเราอยู่กันแบบมีส่วนร่วม ทั้งผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งและกรรมการประจำหน่วย และเห็นว่าไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องถ่ายเก็บไว้ ส่วนถ้ามองว่าประชาชนมีสิทธิ์ เห็นว่าสิทธินั้น จริงๆเรายังไม่ได้ตอบเลยว่ามีสิทธิ์หรือไม่มีสิทธิ์ เรื่องเอกสารทางราชการยังไม่ได้บอกว่าถ่ายได้นะ การจะถ่ายต้องขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร นี่คือระเบียบของทางราชการเรื่องการขอถ่ายเอกสาร และต้องมีผู้มีอำนาจอนุมัติจึงจะขอถ่ายขอคัดสำเนาได้ทุกอย่างเราต้องเดินตามระเบียบกฎหมายขั้นตอนต่างๆ

ขณะที่นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา ก็ได้เดินทางมายังหน่วยเลือกตั้ง ในฐานะผู้สังเกตการณ์ พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า ที่เดินทางมาเป็นผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้เนื่องจากว่ามีข้อสังเกตการมาตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่บัตรเลือกตั้งมีตัวสแกน QR Code จึงอยากรู้ว่ากระบวนการในการเลือกตั้งวันนี้มีแนวทางเดียวกันกับวันที่ 8 กุมภาพันธ์หรือไม่ เพราะทาง กกต. ได้บอกแล้วว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเป็นไปตามกฏหมายทุกอย่าง ฉะนั้นในวันนี้ก็ต้องเป็นไปแบบเดียวกัน

โดยเฉพาะเรื่องของบัตรเลือกตั้งและ QR Code  ว่าทางเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งได้มีการบันทึกข้อมูลทั้งต้นขั้ว และบัตรเลือกตั้งหรือไม่ ข้อสำคัญมากกว่านั้นต้องดูว่าบัตรเลือกตั้งสามารถย้อนกลับไปถึงต้นขั้วเพื่อบอกถึงว่าใครเลือกคนไหน พรรคไหน

ส่วนการให้สัมภาษณ์ของผู้อำนวยการ กกต. กรุงเพทฯ ที่มีการบอกว่าไม่ให้ถ่ายบัตรเลือกตั้งก่อนจะเข้าไปลงคะแนน แม้ข้อกฎหมายจะระบุไม่ชัดเจนว่าประชาชนสามารถถ่ายบัตรเลือกตั้งได้หรือไม่ นั่นจึงเป็นการขอความร่วมมือมากกว่าว่าให้งดถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ที่ยังไม่ได้กากบาท แต่ข้อสำคัญในการเลือกตั้งนั้นก็คือการเลือกตั้งจะต้องเป็นความลับตามรัฐธรรมนูญ บัตรเลือกตั้งห้ามย้อนกลับมาว่าใครเป็นคนลงคะแนนให้กับใคร

ซึ่งวันนี้ตั้งใจจะสังเกตการณ์ให้ถึงการปิดหีบ และการนับคะแนน เพราะอยากรู้ว่าทางเจ้าหน้าที่ได้มีการปรับปรุงการนับคะแนน ไม่ให้เกิดความไม่ชอบมาพากลเหมือนครั้งก่อนหรือไม่ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส

ด้าน นายธนรัตน์ เกื้อวัฒนาพันธ์ ซีอีโอ โดมคลาวด์  ผู้เชี่ยวชาญบล็อกเชน ผู้ที่ออกมาเปิดเผยว่า บัตรเลือกตั้งที่มี QR code และ Bar code ไม่เป็นความลับ  เดินทางมาสังเกตการณ์การลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ กล่าวว่า รู้สึกไม่สบายใจ ที่ ผอ.กกต.กทม.ไม่ได้ให้คำตอบที่ประชาชนส่วนใหญ่ตั้งข้อสงสัยกับบัตรเลือกตั้ง เป็นที่กระจ่างชัด ไม่ว่าจะเป็นการตอบคำถามสื่อมวลชนที่มาสังเกตการณ์เลือกตั้ง หรือตอบคำถามประชาชนที่มีข้อสงสัยในบัตรเลือกตั้ง  โดยเฉพาะ เมื่อสื่อมวลชนและชาวบ้านถามถึงบัตรเลือกตั้งว่า การจัดพิมพ์ใหม่หรือไม่  ผอ.กทม.กลับเลี่ยงตอบว่า เป็น บัตรชุดใหม่ทั้งหมด รวมทั้งยังยืนกรานไม่ให้มีประชาชนถ่ายบัตรเลือกตั้งที่เป็นบัตรเปล่า เพื่อทำการตรวจสอบคู่ขนานกับการทำงานของ กกต. ทั้งที่ การถ่ายบัตรลงคะแนนเปล่า ไม่ได้จัด มาตรา 97 พ.ร.ป การเลือกตั้ง สส.

นอกจากนี้จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ กปน.ที่มาปฏิบัติงานที่หน่วยเลือกตั้งครั้งนี้ ได้รับทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในการอบรมเจ้าหน้าที่ กปน. กกตไม่ได้พูดถึง การมี QR Code และ Bar code บนบัตรเลือกตั้งเลย ปิดแต่การเปิดคลิปวีดีโอ อบรมวิธีการปฏิบัติ ในหน่วยเลือกตั้งเท่านั้น

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในบริเวณดังกล่าวยังจะมีการนับคะแนนบัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ และนับคะแนนการออกเสียงประชามติ ใหม่ ของหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติที่ 10 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว เขตเลือกตั้งที่ 15 ด้วย

อย่างไรก็ตามนอกจาก 2 หน่วยข้างต้นแล้ว ยังมีอีก 2 หน่วยเลือกตั้งในต่างจังหวัดที่ กกต.สั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ คือ 1.ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ ของเขตเลือกตั้งที่ 6 อำเภอไชยวาน หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ตำบลโพนสูง จังหวัดอุดรธานี  ณ ศาลาอเนกประสงค์ หมู่ที่ 4 ตำบลโพนสูง อำเภอไชยวาน จังหวัดอุดรธานี ในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. 2569 เวลา 08.00 – 17.00 น.

2. การออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ของเขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองน่าน หน่วยเลือกตั้งที่ 3 ตำบลไชยสถาน จังหวัดน่าน ใหม่ ณ หอประชุมบ้านศรีเกิด ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. 2569 เวลา 08.00 – 17.00 น.

ศรีสุวรรณ เผย กสทช.จ่อพัก-เพิกถอนใบอนุญาต บ.เอกชน ปมปล่อยสัญญาณเน็ตไปกัมพูชา

ศรีสุวรรณ เผย กสทช.จ่อพัก-เพิกถอนใบอนุญาต บ.เอกชน ปมปล่อยสัญญาณเน็ตไปกัมพูชา

ศรีสุวรรณ เผย กสทช.จ่อพัก-เพิกถอนใบอนุญาต บ.เอกชน ปมปล่อยสัญญาณเน็ตไปกัมพูชา

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.54 น.

22 กุมภาพันธ์ 2569 นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เปิดเผยว่า จากกรณีที่ตนได้ส่งจดหมายไปยัง กสทช.เมื่อวันที่ 24 ม.ค.2569 ที่ผ่านมา เพื่อขอให้เร่งเพิกถอนใบอนุญาตบริษัทเอกชนรายหนึ่ง ที่พบพฤติการณ์ส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้ประเทศกัมพูชา อันอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา ที่ก่ออาชญากรรมหลอกลวงประชาชนไปทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งไม่ควรใช้มาตรการทางการปกครอง ที่ใช้กำกับดูแลบริษัทเอกชนเหล่านี้แค่ปรับเงินเหมือนในอดีตอีกต่อไปนั้น

ทั้งนี้ สืบเนื่องมากกรณีที่กองกำลังบูรพา ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว และ กสทช.ลงพื้นที่ตรวจสอบการลักลอบส่งสัญญาณโทรคมนาคมข้ามแดนผ่านสายสื่อสารในพื้นที่ ตำบลท่าข้าม อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นผลจากการสืบสวนขยายผลของ บก.ปอท.และศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ซึ่งตรวจพบตู้จุดส่งต่อสัญญาณบริเวณบ้านพักหลังหนึ่ง พื้นที่ หมู่ 1 ตำบลท่าข้าม โดยมีคนไทยในพื้นที่เป็นเจ้าของ แต่ให้บริษัทเอกชนเป็นผู้เช่าพื้นที่ติดตั้งตู้เซิร์ฟเวอร์เพื่อส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตปล่อยสัญญาณไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อให้แก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชาใช้เชื่อมต่อให้มีการติดต่อสื่อสาร การรับข้อมูล บริการทางการเงิน และบริการสาธารณะ ฯลฯ ได้

ซึ่ง นายศรีสุวรรณ มองว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการสนับสนุนให้เกิดการกระทำความผิดตามกฎหมาย อันอาจขัดต่อมาตรา 122 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไซเบอร์ ที่ห้ามเอา IP Address ของไทยไปใช้ในต่างประเทศ เพราะจะทำให้เกิดการโอนเงินกันได้ ซึ่ง กสทช.ได้สั่งห้ามมาเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้ว ดังนั้น จะต้องลงโทษด้วยมาตรการที่รุนแรงที่สุด ตามอำนาจของ กสทช.คือ พักใช้ใบอนุญาต หรือเพิกถอนใบอนุญาตในที่สุดด้วย

บัดนี้ สำนักงาน กสทช.ได้มีหนังสือตอบมายังองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน ว่า อยู่ระหว่างดำเนินการออกคำสั่งทางปกครองแก่ผู้รับใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ที่ประชุม กสทช.พิจารณาออกคำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตของผู้รับใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง ตามมาตรา 66 วรรสอง แห่ง พ.ร.บ.กสทช.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติมต่อไป

– 006

เปิดโปรไฟล์หมอวรงค์ อัษฎางค์ ย้อนรอยเส้นทางบริหาร สู่ขุนพลปราบโกง

เปิดโปรไฟล์หมอวรงค์ อัษฎางค์ ย้อนรอยเส้นทางบริหาร สู่ขุนพลปราบโกง

เปิดโปรไฟล์หมอวรงค์ อัษฎางค์ ย้อนรอยเส้นทางบริหาร สู่ขุนพลปราบโกง

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.28 น.

22 กุมภาพันธ์ 2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือ “เอ็ดดี้” นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า หมอวรงค์ ไม่มีผลงานทางด้านการบริหารเลย จริงมั้ย?

_______________________________________________

ขออนุญาตแลกเปลี่ยนข้อมูลนะครับ ที่บอกว่ามองไม่เห็นความเก่งด้านบริหารของหมอวรงค์ จริงๆ แล้วก่อนมาเล่นการเมือง ท่านเป็นนักบริหารสายสาธารณสุขมาก่อนครับ เคยเป็นทั้ง ‘ผู้อำนวยการโรงพยาบาล’ ถึง 2 แห่ง (รพ.โซ่พิสัย, รพ.พรเจริญ) และเป็น ‘ผู้ช่วย ผอ.รพ.พุทธชินราช’ ซึ่งเป็น รพ.ศูนย์ขนาดใหญ่ ต้องบริหารทั้งคน ทั้งงบประมาณ และระบบงานที่ซับซ้อน ไม่ใช่หมอที่ตรวจโรคอย่างเดียวครับ
ส่วนเรื่องผลงานราชการ ถึงท่านจะยังไม่ได้เป็นรัฐมนตรี แต่ผลงานการตรวจสอบเรื่อง ‘จำนำข้าว’ หรือ ‘ดาวเทียม’ นั้นคือการช่วยรักษา ‘วินัยการเงินการคลัง’ ของประเทศโดยตรงนะครับ ถ้าไม่มีคนตรวจสอบจุดนี้ งบประมาณแผ่นดินที่ฝ่ายบริหารต้องใช้ดูแลประชาชนอาจเสียหายไปมากกว่านี้ครับ ดังนั้นเครดิตเรื่องการรักษาผลประโยชน์แผ่นดิน แกมีแน่นอนครับ
ที่สำคัญที่คนทั่วไปอาจไม่ทราบว่า “การตรวสอบหรือรักษาผลประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ถือเป็นความสามารถทางการบริหารขั้นสูง” ครับ
ในหลักการบริหารนั้น ‘การตรวจสอบ’ ถือเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารงานครับ ผู้บริหารที่เก่งไม่ใช่แค่คนเซ็นอนุมัติโครงการ แต่ต้องเป็นคนที่มองเห็น ‘จุดตาย’ และ ‘รูรั่ว’ ขององค์กรได้
การที่หมอวรงค์แกะรอยโครงการระดับชาติที่ซับซ้อนอย่างจำนำข้าวหรือดาวเทียมได้ แสดงว่าท่านต้องแม่นเรื่องระบบระเบียบราชการ เรื่องบัญชี และเรื่องการบริหารจัดการ มากๆ ครับ ไม่งั้นท่านจับไม่ได้หรอกครับว่าเขาซ่อนของกันตรงไหน… นี่แหละครับคือทักษะของผู้บริหารที่เรียกว่า ‘Risk Management’ หรือการบริหารความเสี่ยง ซึ่งจำเป็นมากสำหรับคนที่จะมาดูแลภาษีของพวกเราครับ
ในทางทฤษฎีการบริหารจัดการภาครัฐและภาคเอกชน การ “ตรวจสอบ” และ “การรักษาผลประโยชน์” ไม่ใช่แค่หน้าที่ของตำรวจหรือศาล แต่เป็น 1 ใน 4 หัวใจหลักของการบริหาร ที่ขาดไม่ได้ครับ
นี่คือเหตุผลว่า ทำไมการตรวจสอบของหมอวรงค์ถึงสะท้อน “ความเก่ง” ในการบริหาร

_______________________________________________

1. การตรวจสอบคือส่วนหนึ่งของ “วงจรการบริหาร”
ตามหลักการบริหารสากล (POLC Framework) ผู้บริหารต้องทำ 4 อย่างคือ:
(1) วางแผน
(2) จัดองค์กร
(3) นำองค์กร
(4) ควบคุมและติดตามผล <— จุดนี้คือสิ่งที่หมอวรงค์ทำ
คนที่บริหารเก่ง ไม่ใช่แค่คนที่ “สั่งจ่ายเงิน” หรือ “ริเริ่มโครงการ” แต่ต้องเป็นคนที่ “อุดรูรั่ว” ขององค์กรได้
หากผู้บริหารหาเงินเก่งแต่ปล่อยให้ลูกน้องโกงหรือระบบรั่วไหล องค์กรก็ล่มจมครับ การที่หมอวรงค์ตรวจสอบโครงการจำนำข้าวที่ซับซ้อนมหาศาลได้ แสดงว่าท่าน “เข้าใจระบบระเบียบราชการและกลไกตลาด” อย่างทะลุปรุโปร่ง (ถ้าไม่เข้าใจระบบบริหาร จะจับผิดไม่ได้ครับ)

_______________________________________________

2. เป็น “การบริหารความเสี่ยง”
ในโลกการบริหารยุคใหม่ ผู้นำที่เก่งต้องมีความสามารถในด้าน Risk Management หรือการบริหารความเสี่ยง
• การยับยั้งความเสียหายก่อนที่ประเทศจะล้มละลาย หรือก่อนที่หนี้สาธารณะจะพุ่งสูงเกินแก้ ถือเป็นการ “บริหารจัดการวิกฤต” รูปแบบหนึ่ง
• การรักษาผลประโยชน์แผ่นดิน คือการทำให้ทรัพยากรที่มีจำกัด (งบประมาณ) ถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่าที่สุด (Value for Money) ซึ่งเป็นหัวใจของการบริหารราชการแผ่นดิน
3. สะท้อนความเข้าใจใน “ระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชน”
กรณีจำนำข้าวหรือดาวเทียม ไม่ใช่เรื่องกฎหมายอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องการบริหารจัดการสินค้า (ข้าว/วงโคจร) การขนส่ง และการระบายสต็อก
• การที่หมอวรงค์ชี้แจงตัวเลขสต็อกข้าวลม หรือ G2G เก๊ได้ แสดงว่าแกมีความเชี่ยวชาญด้าน การบริหารจัดการซัพพลายเชนของภาครัฐ ว่าขั้นตอนไหนคือจุดอ่อน ขั้นตอนไหนคือช่องโหว่ นี่คือทักษะของผู้บริหารระดับสูงที่ต้องมองภาพรวมให้ออกครับ

_______________________________________________

มาย้อนดููผลงานของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม โดยเฉพาะในด้านการบริหารและการรักษาผลประโยชน์ต่อราชการ
1. ผลงานด้านการบริหาร
ข้อกล่าวหาที่ว่า “มองไม่เห็นความเก่งทางการบริหาร” สามารถโต้แย้งได้ด้วยประวัติการทำงานจริงก่อนเข้าสู่การเมืองระดับชาติ เพราะ นพ.วรงค์ มีประสบการณ์ในฐานะ ผู้บริหารองค์กร มาอย่างยาวนานในกระทรวงสาธารณสุข
• ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโซ่พิสัย จ.หนองคาย (บริหารจัดการโรงพยาบาลระดับอำเภอ)
• ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพรเจริญ จ.หนองคาย
• ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลพุทธชินราช จ.พิษณุโลก (ซึ่งเป็นโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ ระดับภูมิภาค การได้เป็นผู้บริหารที่นี่ต้องมีความสามารถในการจัดการองค์กรที่มีความซับซ้อนสูง)
• หัวหน้าพรรคไทยภักดี: การก่อตั้งและบริหารพรรคการเมืองให้เป็นองค์กรที่มีโครงสร้างชัดเจน ก็ถือเป็นงานบริหารองค์กรรูปแบบหนึ่ง

_______________________________________________

2. ผลงานที่เป็น “ผลประโยชน์” ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน
แม้ นพ.วรงค์ จะยังไม่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ผลงานในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติและผู้ตรวจสอบ มีผลประโยชน์ต่อ “การบริหารงบประมาณแผ่นดิน” โดยตรง
• คดีจำนำข้าว (จีทูจีเก๊): นี่คือผลงานระดับ Masterpiece ที่ไม่ใช่แค่การ “จับผิด” แต่เป็นการ “ยับยั้งความเสียหาย” ของงบประมาณแผ่นดินมูลค่ามหาศาล การเปิดโปงเรื่องนี้ทำให้รัฐบาลในขณะนั้นต้องยุติโครงการที่สร้างหนี้สาธารณะ ซึ่งถือเป็นการปกป้อง “กระเป๋าเงิน” ของประเทศที่ฝ่ายบริหารต้องดูแล
• การตรวจสอบสัมปทานดาวเทียมไทยคม: การเรียกร้องให้ดาวเทียมเป็นสมบัติของชาติ เพื่อผลประโยชน์ด้านความมั่นคงและรายได้ของรัฐ
• การตรวจสอบรถไฟทางคู่: ยื่นเรื่องตรวจสอบความโปร่งใสในการประมูล เพื่อให้รัฐได้ประโยชน์สูงสุดจากการลงทุน

เขมร จัดฉาก? ผู้เชี่ยวชาญจับพิรุธแผลทหารกัมพูชา หลังอ้างถูกฝ่ายไทยยิง

เขมร จัดฉาก? ผู้เชี่ยวชาญจับพิรุธแผลทหารกัมพูชา หลังอ้างถูกฝ่ายไทยยิง

เขมร จัดฉาก? ผู้เชี่ยวชาญจับพิรุธแผลทหารกัมพูชา หลังอ้างถูกฝ่ายไทยยิง

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.28 น.

ทหารกัมพูชาเปิดแผล อ้างถูกยิงจากฝั่งไทยที่ช่องอานม้า ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตแผลไม่เข้าเค้ากระสุน ย้ำยึดถ้อยแถลง GBC คุมสถานการณ์ชายแดน

22 กุมภาพันธ์ 2569 หน่วยงานความมั่นคง เปิดเผยว่า จากกรณีที่ฝั่งกัมพูชาอ้างว่า เมื่อวันที่ 20 ก.พ.69 เวลา 10.45 น.ที่บริเวณพื้นที่ช่องอานม้า มีเสียงปืนจำนวน 5 – 7 นัด และต่อมาพบว่ามีกำลังพลฝ่ายกัมพูชา 1 นาย ได้รับบาดเจ็บบริเวณหัวเข่า โดยทางฝั่งกัมพูชาอ้างว่า ถูกกระสุนปืนยิงมาจากฝั่งประเทศไทย จนได้รับบาดเจ็บบริเวณหัวเข่าขวา

อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตในเบื้องต้นจากผู้เชี่ยวชาญด้านบาดแผล ว่า ลักษณะบาดแผลบริเวณหัวเข่าที่ปรากฏในภาพ ยังไม่สอดคล้องกับลักษณะการบาดเจ็บจากกระสุนปืนตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งในเรื่องรูปแบบแผล ขนาด และสภาพเนื้อเยื่อโดยรอบ

ทั้งนี้ เพื่อความโปร่งใสและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ควรมีการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างรอบด้าน ก่อนสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนที่ยังต้องอาศัยความระมัดระวังและความร่วมมืออย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม เห็นควรให้ทั้งสองฝ่ายยึดถือและปฏิบัติตามถ้อยแถลงของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการคงกำลังอยู่ในพื้นที่ควบคุมของแต่ละฝ่ายภายหลังการหยุดยิง เพื่อธำรงไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อย เสถียรภาพ และความสัมพันธ์อันดีตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา อย่างยั่งยืนต่อไป

สวนดุสิตโพลเผย คนไทยกังวลทุจริตเลือกตั้ง 8 ก.พ. พุ่งสูง 67% หวั่นการเมืองเหมือนเดิม

สวนดุสิตโพลเผย คนไทยกังวลทุจริตเลือกตั้ง 8 ก.พ. พุ่งสูง 67% หวั่นการเมืองเหมือนเดิม

สวนดุสิตโพลเผย คนไทยกังวลทุจริตเลือกตั้ง 8 ก.พ. พุ่งสูง 67% หวั่นการเมืองเหมือนเดิม

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.34 น.

22 กุมภาพันธ์ 2569 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับการเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 ที่ผ่านมา” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,231 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 17-20 กุมภาพันธ์ 2569 ผลการสำรวจ พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนความพึงพอใจต่อการจัดการเลือกตั้งเฉลี่ย 5.17 คะแนน สำหรับประเด็นที่กังวลเกี่ยวกับการไปใช้สิทธิ พบว่า ร้อยละ 67.99 กังวลเรื่องความไม่โปร่งใสและการทุจริตในการเลือกตั้ง ขณะที่ร้อยละ 40.45 ระบุถึงขั้นตอนที่ยุ่งยากหรือความสับสนในหน่วยเลือกตั้ง เมื่อพิจารณาการทำงานของ กกต. ร้อยละ 33.68 ระบุว่า ไม่ค่อยพึงพอใจ และเมื่อประเมินผลต่อภาพรวมการเมืองไทย ร้อยละ 49.31 เห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะทำให้สถานการณ์“เหมือนเดิม”

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลโพลสะท้อนว่าความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งยังไม่แข็งแรงนัก ประชาชนจับตาและให้ความสำคัญต่อความสุจริตโปร่งใส และมาตรฐานการจัดการเลือกตั้ง ขณะเดียวกันยังมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะทำให้ภาพรวมการเมืองไทย“เหมือนเดิม” จึงเป็นบททดสอบแรกของว่าที่รัฐบาลใหม่ในการสร้างความมั่นใจและเปลี่ยน “ความเหมือนเดิม” ให้เป็น“ความหวังใหม่” ทางการเมือง

ผศ.ดร.เบญจพร พึงไชย ประธานหลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า จากผลสำรวจสะท้อนถึงภาวะ “ก้ำกึ่ง” และความไม่มั่นใจในประสิทธิภาพขององค์กรอิสระ โดย กกต.น่าจะถูกสังคมตั้งข้อสงสัยในหลายประเด็นที่อาจนำไปสู่การล้มการเลือกตั้งครั้งนี้ได้ ซึ่งจะเห็นว่า ประชาชนพึงพอใจการทำงานของ กกต. เพียงร้อยละ 7.32 ในขณะที่ประชาชนร้อยละ 33.68 ที่ระบุว่าไม่ค่อยพึงพอใจต่อการทำงานของกกต. ซึ่งตรงกับสิ่งที่ประชาชน ส่วนใหญ่มีความกังวลใจเกี่ยวกับการไปใช้สิทธิเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.69ในประเด็นความไม่โปร่งใสและการทุจริตในการเลือกตั้ง ถึงร้อยละ 67.99

นั่นแสดงให้เห็นว่าสังคมไทยยังคงติดหล่มความระแวงต่อการใช้อำนาจรัฐและอิทธิพลมืดในการบิดเบือนผลคะแนนประชาชนเริ่มมองว่าการเลือกตั้งเป็นเพียงการเปลี่ยนตัวผู้เล่นในกติกาเดิมที่ไม่เอื้อต่อการปฏิรูปอย่างแท้จริง ผลสำรวจครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยต่อเสถียรภาพทางการเมืองไทยในเรื่องความโปร่งใสที่สูง โดยเฉพาะองค์กรอิสระอย่าง กกต.ที่ต้องทำหน้าที่อย่างรวดเร็ว ลดทอนความซับซ้อนของขั้นตอนต่าง ๆ และประเด็นสำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้นกระบวนการได้มาซึ่ง กกต.และการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจและยังสามารถมีความหวังกับการเมืองไทยที่จะเข้ามาช่วยประชาชนและผลักดันนโยบายตามที่ได้ประกาศไว้

อนุทินลั่นระฆังยังไม่นับหนึ่ง! ปัดข่าวปิดดีลตั้งรัฐบาล ย้ำรอ กกต.นิ่งเมื่อไหร่โป้งเดียวจอด

อนุทินลั่นระฆังยังไม่นับหนึ่ง! ปัดข่าวปิดดีลตั้งรัฐบาล ย้ำรอ กกต.นิ่งเมื่อไหร่โป้งเดียวจอด

อนุทินลั่นระฆังยังไม่นับหนึ่ง! ปัดข่าวปิดดีลตั้งรัฐบาล ย้ำรอ กกต.นิ่งเมื่อไหร่โป้งเดียวจอด

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.19 น.

“อนุทิน”ลั่นระฆังยังไม่นับหนึ่ง จะปิดดีลตั้งรัฐบาลได้อย่างไร ขอรอสถานการณ์นิ่งก่อน รับรองไม่นานโป้งเดียวจอด มองพรรคฟาดงวงฟาดงา ทำให้อ่านความในใจออก ชี้ปมเลือกตั้งโมฆะเป็นหน้าที่ กกต. เชื่อว่าเจตนาทำงานบริสุทธิ์ ไม่มีใครรู้ใครกาให้ใคร

เมื่อเวลา 21.22 น.วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ จ.เพชรบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล ภายหลังมีกระแสข่าวว่าปิดดีลรวบรวมเสียงได้ 300 เสียง ว่า ดีลยังไม่ได้เปิดเลย จะปิดดีลได้อย่างไร ส่วนสถานการณ์ยังเหมือนเดิมหรือไม่ ขอให้รอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้งอย่างชัดเจนก่อน

เมื่อถามว่า หากมีความชัดเจนจาก กกต.แล้ว จะประกาศว่ามีพรรคการเมืองใดร่วมรัฐบาลด้วยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นไปตามลำดับขั้นตอน เราจะไปทำอะไรที่ยังไม่มีความชัดเจนเลย ซึ่งไม่ทราบว่าพรรคการเมืองอื่นจะคิดอย่างไร แต่พรรคภท.เราต้องการทำอะไรที่มีความชัดเจน และการพูดคุยอะไรกับใครเราต้องรอให้สถานการณ์ทุกอย่างอยู่ตัวและนิ่งก่อน

“ผู้สื่อข่าวอย่าลืมว่า พวกผมทำการเมืองมา 20 – 30 ปี และผ่านการเลือกตั้งมา ตั้งแต่เรามีรัฐธรรมนูญปี 2560 ครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งครั้งที่ 3 แล้ว เราก็รู้ว่ากว่า กกต. จะสามารถรับรองผลการเลือกตั้งได้ ไม่เคยเร็วกว่า 1 เดือน ซึ่งกฎหมายให้ไว้ถึง 2 เดือนด้วยซ้ำ ฉะนั้น เราจะไปชิงออกตัวหรือทำอะไรก่อนที่ทราบผล ก่อนที่จะมีการรับรอง สส. อย่างเป็นทางการ ถามว่าทำแล้วก็พูดได้ไม่เต็มปาก รอ ทุกอย่างให้ชัดเจนไปก่อน แล้วเราจะได้พูดอะไรได้ ซึ่งคราวนี้ก็จะเร็วเลย โป้งเดียวจอดเลย” นายอนุทิน กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความกังวลหรือไม่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นโมฆะ นายอนุทิน ตอบว่า ไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมือง เป็นเรื่องของ กกต.แต่สำหรับตนเชื่อว่า กกต. ทำงานด้วยเจตนาบริสุทธิ์ และยังเชื่อว่าไม่สามารถมีใครที่จะไปดูได้ว่าใครจะกาอย่างไร

เมื่อถามว่า ส่วนกระแสข่าวที่ว่ามีข้อเสนอให้โหวตนายกรัฐมนตรี ก่อนแบ่งกระทรวง นายอนุทิน กล่าวว่า เมื่อยังไม่ทราบผลการรับรองอย่างเป็นทางการ พรรคการเมืองหรือใครที่เราติดต่อกันมา หรือพูดส่งข่าวกันว่า โหวตนายกรัฐมนตรีก่อน โหวตประธานรัฐสภาก่อน

เมื่อถามว่า นายกฯ บอกยังไม่มีการจับขั้ว แต่บางพรรคการเมืองที่คาดหวังจะร่วมรัฐบาล แต่ไม่ได้รับการติดต่อแล้วออกมาฟาดงวงฟาดงาผ่านวาจา มองเรื่องนี้อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ทำให้เราอ่านความในใจของคนที่เราจะต้องไปประสานเรื่องต่างๆ ด้วย ตอนนี้ขอปล่อยให้นิ่งๆ ไปก่อนดีกว่า ระฆังยังไม่นับหนึ่งเลยตอนนี้ อีกทั้งพรุ่งนี้ก็ทราบว่ายังมีการนับคะแนนใหม่และเลือกตั้งใหม่ตามหน่วยอยู่เลย เราจะไปชิงดำเนินการอะไรก่อน กกต. สำหรับตนก็ต้องมีความเกรงใจและต้องให้เกียรติ

เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ถือว่าอยู่ในคิวที่จะพูดคุยร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราก็ไม่ได้ปิดกั้นอะไร ก็ต้องพูดเหมือนเดิมจนกว่าเราจะรับทราบผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

เมื่อถามว่า นายกฯ อยากฝากอะไรถึงประชาขนหรือไม่การจับขั้วตรงนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ในห้วงเวลาตามกฎหมายอยู่ เมื่อ กกต.รับรองแล้ว มีความนิ่งแล้ว ตรงนั้นไม่นาน พี่น้องประชาชนไม่ต้องกังวลอะไรทั้งสิ้น วันนี้รัฐบาลยังบริหารราชการแผ่นดินได้ตามปกติ ยิ่งผลการเลือกตั้งออกมาก็เห็นอย่างชัดเจนว่า ขั้วที่เป็นแกนนำรัฐบาลสามารถครองเสียงได้ระดับหนึ่ง ดังนั้นความมั่นใจก็มี เช่น การที่จะทำอะไรแล้วเกิดประโยชน์กับประชาชนในช่วงนี้ พอเราเห็นความไว้ใจของพี่น้องประชาชนต่อพวดเราขนาดนี้ และเรายังเป็นรัฐบาลอยู่ เราก็กล้าที่จะตัดสินใจมากขึ้น ก็เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและบ้านเมืองเท่านั้น เรื่องที่เป็นส่วนตัวพวกพ้องอยู่ลำดับท้ายๆ เช่นเดิม

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองปฏิกิริยาของพรรคกล้าธรรม (กธ.) ในขณะนี้เป็นอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีอะไร วันนั้นก็พูดคุยกับหัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) ที่ จ.สงขลา