อดีต กปน ร่ายยาวฟาดพวกด้อยค่า แฉ ค่าตอบแทนรายหัวได้จริงไม่ถึง 1500

อดีต กปน ร่ายยาวฟาดพวกด้อยค่า แฉ ค่าตอบแทนรายหัวได้จริงไม่ถึง 1500

อดีต กปน ร่ายยาวฟาดพวกด้อยค่า แฉ ค่าตอบแทนรายหัวได้จริงไม่ถึง 1500

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.16 น.

วันนี้ 17 กุมภาพันธ์ 2569 กลายเป็นโพสต์ไวรัลที่คนแชร์ต่อกันเพียบบนโลกออนไลน์ เมื่อ เต็งพ้ง เพียรพัฒน์ อดีต กปน. ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบายความในใจในฐานะคนทำงาน ถึงกรณีที่มีการด้อยค่าเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) และการบิดเบือนข้อมูลค่าตอบแทน โดยมีข้อความทั้งหมดว่า “……ด้อยค่า กปน.! …// ซื้อเสียง //คะแนนลับ//บาร์โค๊ต // ความบกพร่องของ กกต. (ep.1) ..จำนวนหน่วยเลือกตั้ง และออกเสียงประชามติ 2569 ทั้งประเทศมี 99,487 หน่วย มีกปน.หน่วยละ 14 คน ทั้งประเทศประมาณ 1,392,818 คน ค่าตอบแทน กปน(ตามที่ได้รับ)คนละ 1,350 บาท (วันอบรม 300, วันตรวจนับ อุปกรณ์เลือกตั้ง 250.-,วันเลือกตั้ง 800 บาท) รวมค่าตอบแทน กปน.ทั้งหมดประมาณ1,880,304,300 บาท..! มีคนโง่แต่อวดฉลาด ด้อยค่าว่า กปน.ได้ค่าตอบแทนถึงคนละ 7,000 บาท….โดยมั่วเอาข้อมูลจากสมองพิการว่า งบเลือกตั้ง 7 พันล้าน หาร กปน. 1 ล้านคน ..อันนี้ขอด่าตรงว่า โง่และ เลวบัดซบมาก..! ข้าราชการประจำเขาไม่อยากทำหรอก เครียดจะตาeห่า แต่ทำเพราะหน้าที่ ส่วน ปชช.ที่เข้าไปมีส่วนร่วม ก็ใช่ว่าอยากจะได้ค่าตอบแทน เพราะ + – แล้วไม่คุ้มหรอก เหตุผลของแต่ละคนที่เข้ามาทำอาจจะไม่เหมือนกัน แต่ส่วนตัวเป็นคนที่ชอบงานจิตอาสา และต้องการศึกษาให้เข้าใจ เพื่อเข้าถึงความจริงทุกคนจึงมีสภาพไม่แตกต่างจากข้าราชการที่ต้องแบกภาระ ที่สุ่มเสี่ยงต่อการปฏิบติ ด้วยมีหนังสือแต่งตั้งให้เป็น จนท.รัฐ ซึ่งเมื่อเป็นแล้ว ก็ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่เพราะอยากหาแสงให้ดูดีเด่นดังเปิดหีบลงคะแนน 08.00-17.00 น. คิดว่า ต้องมาเตรียมการกี่โมง การเปิดหน่วยเลือกตั้ง มันไม่ใช่แม่ค้าเปิดแผงตลาดนัด อะไรอยู่ตรงไหนต้องตรงนั่น และแข่งกับเวลา 8 โมงไม่เสร็จ ก็ผิดแล้ว..! จะแวปไปขี้-เยี่ยว ก็ไม่ง่ายแล้ว เมื่อก่อนปิดหีบบ่ายสาม เดี๋ยวนี้ 5 โมงเย็น เริ่มนับคะแนน และสรุปขั้นตอนทางเอกสารเพื่อส่ง กกต.เขต บ้านใครอยู่ไหน คืดกันเองว่าจะถึงกี่โมง?

ถ้าคนบางใครมาถามว่า ลำบาก, เสี่ยง แถมได้ตังไม่คุ้ม แล้วมาทำ ทำไม ? จริงก็อยากให้มันตบปากตัวเองก่อน แล้วจะตอบว่า ก็ทำให้ลูกอีช่างติแบบพวกมึงๆ ได้บริหารสมองโง่ ผ่านปากเน่าๆไง..! นอกจากนั้นบางหน่วยยังต้องมีความอดทน ที่มีต่อคนบางจำพวกที่มาคอยยียวนกวนตีนหน้าหน่วย เหมือนเขมรชายแดน ..! ……ก็ทำกันประมาณนี้ แต่พอผลเลือกตั้งออกมาไม่ได้ดั่งใจ บรรดา นกม.-นักขายวิชาการ-และสาวก ส ต. หลายคน (ที่สื่อเฮงซวย นิยมเชิญมาเห่า)ยังงมโข่งด้อยค่ากปน.ว่า ช่วยกกต.โกงกันอย่างไม่อายหมา….มีโอกาส ลองมาเป็นกันดูนะ.. แต่จะว่าไปคนที่เห็นโลกมากว่า 60 ปีแบบเราก็เชื่อว่า กกต.ก็มีส่วนในการสร้างความไม่พอใจ จนนำไปสู่ความวุ่นวาย แต่ ……เดี๋ยวค่อยไปต่อ ep 2. ขอพักไปทำงานบันเทิงแป๊บ”

กปน

หลังจากโพสต์ เต็งพ้ง เพียรพัฒน์ อดีต กปน. เผยแพร่ออกไป บรรดาเอฟซีและชาวเน็ตต่างเข้ามากดไลก์และแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น

“ข้อมูลดี ขอไปเผยแพร่ต่อได้ไม๊ครับเฮีย”

“พักดมยาดมอ๊ะป่าววววฮะ รออออ”

“รอนานไหม ep2”

“จัดมาครับเฮีย”

“ชัดเจนครับ”

“ไม่แคร์คน ไม่สนโลก เคยเจอเมนต์แซะว่า กปน.นี้เขาห้ามไปเข้าห้องน้ำเหรอ อยากเถียงแทนเลย แต่กลัวซอมบี้รุม เคยขายของแล้วลูกค้าเข้าไม่หยุดไหม555”

กปน.
กปน
กปน
กปน

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก เต็งพ้ง เพียรพัฒน์

ดีลลับหรือเคลียร์ชัด? อนุทิน คุยเคร่งเครียด นฤมล ปมร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย

ดีลลับหรือเคลียร์ชัด? อนุทิน คุยเคร่งเครียด นฤมล ปมร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย

ดีลลับหรือเคลียร์ชัด? อนุทิน คุยเคร่งเครียด นฤมล ปมร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.55 น.

ดีลลับหรือเคลียร์ชัด? “อนุทิน” คุยเคร่งเครียด “นฤมล” ปมร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย ด้านหัวหน้ากล้าธรรมตอบสั้น “เข้าใจค่ะ”

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ เวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ จังหวัดสงขลา 

ปรากฏว่า นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้เข้ามานั่งข้างนายอนุทิน พร้อมสนทนากันด้วยท่าทีเคร่งเครียด โดยท่าทีของนายอนุทินคล้ายกำลังอธิบายและพูดทำความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย 

ขณะที่นางนฤมลรับฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย พร้อมกล่าวตอนหนึ่งว่า “เข้าใจค่ะ” ซึ่งคาดว่าเป็นการพูดคุยถึงประเด็นการจัดตั้งรัฐบาล  ที่ขณะนี้ยังไม่ได้นัดหารือ พรรคกล้าธรรม

ขณะเดียวกัน นายวราวุธ ศิลปอาชา และนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งยืนอยู่ใกล้ ๆ ต่างมีท่าทีสงสัยต่อการสนทนาของทั้งสองคน

สาธิต ย้ำจุดยืน ปชป. พร้อมทำหน้าที่ รัฐบาล-ฝ่ายค้าน ตามมติพรรค ลั่นฟังเสียงประชาชน

สาธิต ย้ำจุดยืน ปชป. พร้อมทำหน้าที่ รัฐบาล-ฝ่ายค้าน ตามมติพรรค ลั่นฟังเสียงประชาชน

สาธิต ย้ำจุดยืน ปชป. พร้อมทำหน้าที่ รัฐบาล-ฝ่ายค้าน ตามมติพรรค ลั่นฟังเสียงประชาชน

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.45 น.

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า เวลานี้พรรคแกนนำกำลังจัดตั้งรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลผม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พร้อมสนับสนุนเมื่อมีมติพรรคออกมา คิดอย่างไรเม้นต์มานะครับ

อ.เจษฎ์ ฟาดพรรคประชาชน ปม สเปกเตอร์ ซี จี้ กกต. เร่งตรวจสอบ อาจเข้าข่าย ยุบพรรค

อ.เจษฎ์ ฟาดพรรคประชาชน ปม สเปกเตอร์ ซี จี้ กกต. เร่งตรวจสอบ อาจเข้าข่าย ยุบพรรค

อ.เจษฎ์ ฟาดพรรคประชาชน ปม สเปกเตอร์ ซี จี้ กกต. เร่งตรวจสอบ อาจเข้าข่าย ยุบพรรค

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.08 น.

“เจษฎ์”ฟาดพรรคประชาชน ปม “สเปกเตอร์ ซี” พร้อมจี้ กกต. เร่งตรวจสอบ อาจเข้าข่าย ยุบพรรค!! พร้อมเตือน กกต. อย่าหลับใน หากพบพรรคการเมือง “ครอบงำ” ธุรกิจ IO มีสิทธิ์ถึงขั้นต้องยุบพรรค 

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.00 น.นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ  กล่าวถึงกรณี “สเปกเตอร์ ซี” ที่สังคมกำลังพูดถึงอย่างมาก ซึ่งถือเป็นขบวนการ “ซ่อนเงื่อน” ในพรรคการเมืองยุคดิจิทัลที่ ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารในอาคารอนาคตใหม่ว่า การเมืองยุคปัจจุบันไม่ได้สู้กันแค่การลงพื้นที่ทักทายประชาชน หรือชูนโยบายตรงไปตรงมาเหมือนในอดีต แต่มี “ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร” หรือ Information Operation (IO) เข้ามาเป็นอาวุธหลักในโลกออนไลน์ ทั้งการถล่มฝ่ายตรงข้าม และการปั่นกระแสเชิดชูฝ่ายตัวเอง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่อันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย

“ทุกวันนี้ จะมีการใช้แนวทางที่มีปฏิบัติการข้อมูล หรือที่เรียกว่า Information Operation หรือ IO ถ้ามีใครมาพูดถึงในแง่ไม่ดี ก็ถล่มเค้า หรือถ้ามีใครพูดถึงในทางดี ก็จะรีบกระพือให้ดังยิ่งขึ้นไปอีก ทั้งหมดเหล่านี้มันมีคนที่ดำเนินการ”นายเจษฎ์ กล่าว

นายเจษฎ์ กล่าวว่า ตอนนี้ มีคนพูดถึงกรณี“สเปกเตอร์ ซี” ดำเนินการ IO ให้พรรคประชาชน โดยมีหลักฐานสำคัญคือสถานที่ตั้ง อยู่ภายในอาคารอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นที่ทำการของพรรคประชาชนนั่นเอง ซึ่งว่ากันว่าเป็นการดำเนินการให้กับพรรคประชาชน จะใช่หรือไม่ตนไม่รู้  ตนไม่ได้ไปกล่าวหา แต่สถานที่ตั้งของ สเปกเตอร์ ซี อยู่ที่อาคารอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นอาคารที่ทำการของพรรคประชาชน โดยกลไกการทำงาน ทำเรื่องเกี่ยวกับเนื้อหา ข้อมูลต่างๆ หรือทำเรื่องเกี่ยวกับการต่อสู้กับบรรดาคนที่เห็นต่าง ผ่านระบบออนไลน์  ทั้งนี้ในแง่กฎหมายพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) พรรคการเมือง ที่อาจเข้าข่ายความผิดใน 2 มาตรา ประกอบด้วย
มาตรา 20 พรรคการเมืองจดทะเบียนแล้วต้องทำกิจกรรมการเมือง “ห้าม” ทำธุรกิจแสวงหากำไรมาแบ่งปันกัน
และมาตรา 92 หากพรรคใดฝ่าฝืนทำกิจการต้องห้ามตามมาตรา 20 มีโทษสถานหนักคือ “ยุบพรรคการเมือง”

นายเจษฎ์ กล่าวว่า ขอส่งสัญญาณไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ต้องเร่งตรวจสอบเรื่องนี้โดยด่วน อย่าปล่อยให้พรรคการเมืองทำตัวไม่โปร่งใส ซับซ้อนซ่อนเงื่อน และปิดบังประชาชน หากพรรคการเมืองไม่ใช่ที่รวมตัวของผู้มีอุดมการณ์ แต่กลายเป็นที่รวมตัวของขบวนการทำธุรกิจ IO ปัญหาจะกระจายตัวจนแก้ไม่ได้ ดังนั้น กกต.ต้องไปตรวจสอบกรณีที่มีคนมาพูดว่า สเปกเตอร์ ซี ดำเนินการโดยพรรคประชาชน จริงเท็จไม่รู้ แต่ถ้าหากว่าจริง ทางกกต.ก็ควรดำเนินการเรื่องนี้ เพราะขัดต่อพ.ร.ป.พรรคการเมือง และอาจนำพาไปถึงขั้น “ยุบพรรคการเมือง” ได้ 

“สิ่งที่กกต.ต้องคิดคือ ควรหรือไม่ ถ้าหากพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมในลักษณะที่มีบริษัทใช้ชื่อ สเปกเตอร์ ซี แล้วก็ทำหลายสิ่งหลายอย่าง ที่ใครก็บอกว่าเป็นปฏิบัติการข้อมูล ในการที่อาจจะไม่ชอบมาพากล กกต.ต้องตรวจสอบให้ชัด”นายเจษฎ์ กล่าว

นักวิชาการ ชี้ ภูมิใจไทย เข้าโหมดสายแข็ง เดินเกมเร็ว ยึด ความต้องการประชาชน

นักวิชาการ ชี้ ภูมิใจไทย เข้าโหมดสายแข็ง เดินเกมเร็ว ยึด ความต้องการประชาชน

นักวิชาการ ชี้ ภูมิใจไทย เข้าโหมดสายแข็ง เดินเกมเร็ว ยึด ความต้องการประชาชน

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.01 น.

17 กุมภาพันธ์ 2569 รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวให้ความเห็นต่อการสื่อสารของอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค พรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับทิศทางนโยบายรัฐบาล ว่าเนื้อหาที่สื่อสารสะท้อนแนวคิด “จากฉันทามติของประชาชนสู่การปฏิบัติ” หรือ “พูดแล้วทำพลัส” โดยวางบทบาทพรรคในฐานะแกนนำรัฐบาลที่ต้องรับผิดชอบทั้งมิติความมั่นคงและเศรษฐกิจควบคู่กันว่า ภายใต้บริบทของรัฐบาลผสม พรรคจำเป็นต้องทำหน้าที่ประสานผลประโยชน์ทางการเมืองและกำหนดยุทธศาสตร์เชิงระบบไปพร้อมกัน โดยหลังการเลือกตั้ง พรรคได้วางตำแหน่งตนเองเป็น “พรรคที่มากด้วยเสถียรภาพ” จากคะแนนเสียงประชาชน ขณะที่พรรคอื่นอ่อนแอลง เท่ากับพรรคภูมิใจไทย มีพลังในการกำหนดทิศทางของประเทศ มุ่งความต่อเนื่องของนโยบาย ลดแรงปะทะทางการเมือง และรักษาดุลยภาพภายในรัฐบาล ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อเสถียรภาพของสถาบันการเมืองในระยะเปลี่ยนผ่าน

รศ.ดร.โอฬาร กล่าวต่อว่า ในด้านภาวะผู้นำ มองว่าบทบาทของหัวหน้าพรรคสะท้อนลักษณะผู้นำเชิงประสาน (coordinative leadership) เน้นสร้างฉันทามติในคณะรัฐบาลควบคู่กับการกำหนดทิศทางนโยบายหลัก ความสามารถในการเชื่อมโยงพรรคร่วมและกำหนดกรอบยุทธศาสตร์ร่วม เป็นกลไกที่ทำให้รัฐบาลผสมสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีเอกภาพ สำหรับมิติความมั่นคง การกำหนดบทบาทความรับผิดชอบอย่างชัดเจนถือเป็นการจัดลำดับความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ โดยวางเสถียรภาพเป็นฐานของการพัฒนา พร้อมบูรณาการการทูต การทหาร และกลไกพลเรือน สอดคล้องแนวคิดความมั่นคงแบบองค์รวมที่ขยายจากความมั่นคงของรัฐไปสู่ความมั่นคงของมนุษย์ และช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่ารัฐสามารถปกป้องผลประโยชน์สาธารณะได้

นักวิชาการ

รศ.ดร.โอฬาร กล่าวอีกว่า ด้านเศรษฐกิจ เห็นว่าการใช้ทีมผู้เชี่ยวชาญและข้อมูลเชิงประจักษ์สะท้อนการบริหารแบบเทคนิค (technocratic approach) มุ่งผลลัพธ์รูปธรรม ทั้งการฟื้นเศรษฐกิจ ยกระดับรายได้ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ซึ่งเข้ากรอบการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงโครงสร้าง ทำให้พรรคถูกวางภาพเป็นกลไกที่เน้น “ผลลัพธ์เชิงปฏิบัติ” และสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคธุรกิจและนักลงทุน

“การผสานบทบาทด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจเป็นยุทธศาสตร์องค์รวม เป็นความต้องการของพรรคภูมิใจไทย ว่า จะเอาแน่ เพราะความปลอดภัยและความมั่งคั่งเป็นเงื่อนไขเกื้อหนุนกัน เสถียรภาพความมั่นคงเอื้อต่อการลงทุน ขณะที่เศรษฐกิจที่เติบโตช่วยลดแรงกดดันทางสังคมที่กระทบเสถียรภาพประเทศ คิดว่า พรรคภูมิใจไทย ประเมินความต้องการของประชาชนแล้ว จึงกล้าพูดมาโต้งๆ ว่า ดูแลรับผิดชอบในส่วนงานไหน โดยไม่กังวลความเสี่ยงทางการเมืองจากพรรคร่วม” รศ.ดร.โอฬาร กล่าว

รศ.ดร.โอฬาร กล่าวด้วยว่า การเน้นความไว้วางใจ และให้ความหมายกับทุกคะแนนเสียง เป็นการสร้างความชอบธรรมทางอำนาจบนฐานความยินยอมของประชาชน พร้อมวางผู้นำในภาพ “ผู้พิทักษ์รัฐ” ผ่านการย้ำอธิปไตยและความปลอดภัย ขณะเดียวกันการสื่อสารเรื่องทีมมืออาชีพและทีมประเทศไทยช่วยลดความขัดแย้งทางการเมืองและเพิ่มความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ การใช้ถ้อยคำที่ให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตประชาชน ยังสะท้อนภาวะผู้นำแบบผสมระหว่างความเข้มแข็งกับการรับใช้สาธารณะ (servant leadership) ซึ่งมีผลต่อความไว้วางใจในระดับบุคคลและเสถียรภาพของรัฐบาลผสม

“ภาพรวมการสื่อสารช่วงจัดตั้งรัฐบาลจึงเป็นการวางบทบาทผู้นำที่เชื่อมโยงระดับรัฐ เศรษฐกิจ และชีวิตประชาชนเข้าด้วยกัน จุดเด่นคือการผสานผู้นำที่เข้มแข็งกับผู้นำที่รับผิดชอบต่อประชาชน ซึ่งเป็นฐานของความเชื่อมั่นและความชอบธรรมในระบอบรัฐสภา” รศ.ดร.โอฬาร กล่าว

กิตติศักดิ์ เตือน ปมบาร์โค้ด บัตรลงคะแนนใครทำผิดเตรียมติดคุก

กิตติศักดิ์ เตือน ปมบาร์โค้ด บัตรลงคะแนนใครทำผิดเตรียมติดคุก

กิตติศักดิ์ เตือน ปมบาร์โค้ด บัตรลงคะแนนใครทำผิดเตรียมติดคุก

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.41 น.

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรม การการเลือกตั้ง (กกต.) นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เดินทางพาผู้สมัครนายกเทศบาลตำบลโพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี มายื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อขอให้วินิจฉัยคุณสมบัติผู้ที่ชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 15 ก.พ.69 ที่ผ่านมา

โดยนายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ผู้สมัครที่เป็นคู่กรณีถูกหน่วยงานต่าง ๆ อายัดทรัพย์สิน ซึ่งผู้สมัครรายนี้ได้ถ่ายโอนผลประโยชน์ เช่น ค่าตอบแทนเงินเดือนให้กับคนของตัวเอง ทำให้ผู้สมัครรายอื่นเห็นว่ามีการปก ปิดข้อเท็จจริงเรื่องคุณสมบัติ ถือเป็นการหลีกเลี่ยงทั้งภาษี และขาดคุณสมบัติเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศบาลฯ ทั้งนี้ หากมีผู้สมัครรายอื่นที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมก็สามารถเดินทางมาร้องเรียนกับตนเองได้ แต่หากไม่กล้ามาก็สามารถติดต่อผ่านช่องทางอื่นได้ ตนจะช่วยประสานงานให้เพราะเรามีระบอบประชา ธิปไตย ดังนั้น ตั้งแต่ระดับ อบต.หรือเทศบาลควรมีความถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ ซึ่งหากมีผู้สมัครที่ไม่มีคุณ สมบัติ ไม่มีตั้งแต่ประชาธิปไตยเบื้องต้นก็ควรกำจัดออกไป

กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ

จากนั้นนายกิตติศักดิ์ ได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้สอบถามเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของ กกต.ในการเลือกตั้งระดับประเทศ ซึ่งได้ให้ความเห็นในภาพรวมว่า ตนมองเห็นปัญหาเหมือนสื่อมวลชน สื่อคิดอย่างไร ตนก็คิดอย่างนั้น ซึ่งทุกหน่วยงานโดยเฉพาะ กกต.บางท่าน ตนเป็นคนแต่งตั้งมาเองแต่เมื่อมีตำแหน่งแล้ว ปฏิบัติชอบหรือไม่ มันมีกฎหมายอยู่ ซึ่ง กกต.ในอดีตก็เคยติดคุกมาแล้ว หากท่านทำถูกต้องตามกฎหมาย ตามระเบียบ กกต. ก็ไม่น่ามีปัญหา ซึ่งเราเห็นแล้วว่าผิดหรือถูก เดี๋ยวกฎหมายจะเป็นตัวตัดสิน

เมื่อถามว่า มองข้อกังขาเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดอย่างไร นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้น่าสนใจ เพราะนักกฎหมายบางคนบอกแล้วว่า บาร์โค้ดจะไปถึงไหนอย่างไร ซึ่งขอให้รอดีกว่าว่า ผลการตรวจสอบจะออกมาว่า การเลือกตั้งเป็นไปโดยลับ หรือไม่ลับ ซึ่งถ้าหากตรวจสอบแล้วมีการย้อนไปถึงขั้นที่ผู้ลงคะแนน แล้วพบว่า ไม่เป็นความลับ คนที่ใส่บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งก็ต้องรับผิดชอบ

กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ

“ผมอยู่ในสภามา 10 ปี มีกฎหมายบอกว่า ใบลงคะแนน ไม่ควรจะมีสิ่งอื่นมาเจือปน ดังนั้น ต้องดูต่อไปว่าบาร์โค้ดหรืออะไรต่าง ๆ ที่นำไปใส่ไว้ในบัตรเลือกตั้ง สส.จะถูกต้องหรือไม่ อันนี้ยังไม่ฟันธง แต่ถ้าทำผิดก็เตรียมตัว เตรียมใจไว้ได้ครับ“ นายกิตติศักดิ์ 

เมื่อถามว่า จะถึงขั้นติดคุกหรือไม่ นายกิตติศักดิ์  กล่าวทันทีว่า ”แน่นอนครับ“ เพราะสมัยหนึ่งมีหีบเลือกตั้ง หันหน้าหันหลังออก ตอนนั้นถึงกับยกเลิกการเลือกตั้ง แล้วคดีอาญาก็ต้องรับผิดชอบตามมา ดังนั้น จะหนักจะเบาก็อยู่ที่ความผิด

กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ

เมื่อถามว่า มีความกังวลว่ามวลชนจะออกมาลุกฮือหรือไม่ นายกิตติศักดิ์  กล่าวว่า น่าจะไม่รุนแรงเท่าไหร่ แต่ตนคิดว่าให้ดูดินฟ้าอากาศดีกว่า ถ้าเห็นว่าการเลือกตั้งสกปรก ไม่ถูกต้อง ตนคิดว่า ตรงนี้น่าจะเป็นปัญหา ขอให้สื่อสังเกตที่ดินฟ้าอากาศ ฟ้าจะผ่าหรือไม่ พายุจะมาหรือไม่

เมื่อถามย้ำว่า หมายความว่าอย่างไร นายกิตติศักดิ์  กล่าวว่า ดูว่ามีพายุหรือไม่ มีฟ้าผ่าหรือไม่ ถ้ามีฟ้าผ่า ซึ่งอันดับแรกที่ตนเคยให้สัมภาษณ์ไปว่า จะไม่มีการเลือกตั้ง แต่ก็หน้าแตกไปแล้ว เพราะมีการเลือกตั้ง แต่ประชาชนเห็นแล้วหรือไม่ว่า มีหน่วยงานต่างๆบอกว่า มีโอกาสจะโมฆะ เพราะการเลือกตั้งดูแล้วว่า จะไม่ลับ และมีเรื่องสารพัด ซึ่งในฐานะที่เป็นประชาชนคนหนึ่งก็ตามดู เหมือนกับสื่อมวลชน และประชาชน

กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ

นักเขียนดัง ฟาด โรม 8 เดือนยังเงียบ! จี้ส่งหลักฐานผัง IO ทหาร หลัง อ.ไชยันต์ ร้องขอพิสูจน์ความจริง

นักเขียนดัง ฟาด โรม 8 เดือนยังเงียบ! จี้ส่งหลักฐานผัง IO ทหาร หลัง อ.ไชยันต์ ร้องขอพิสูจน์ความจริง

นักเขียนดัง ฟาด โรม 8 เดือนยังเงียบ! จี้ส่งหลักฐานผัง IO ทหาร หลัง อ.ไชยันต์ ร้องขอพิสูจน์ความจริง

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.27 น.

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 นายปฏิพล อภิญญาณกุล นักเขียนชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก “Padipon Apinyankul” ระบุว่า ช่วยถามโรมให้หน่อย . 

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 . คุณรังสิมันต์ โรม ได้เป็นประธานคณะกรรมาธิการความมั่งคงแห่งรัฐ – ในวันนั้นได้ยกประเด็นเกี่ยวกับ io ทหาร ขึ้นมาจุดกระแส ว่ามีเพื่อทำลายทางการเมือง

และได้ยกเอาแผนผังบุคคลที่เป็น io ทหาร ขึ้นมา (ซึ่งก็ไม่รู้เอาแผนผังมาจากไหน หรือทำขึ้นเอง)

ในแผนผังนั้น มีภาพอาจารย์ไชยันต์ ไชยพร อยู่ด้วย .. และนั้นคือประเด็น

เพราะอาจารย์ไชยันต์เสียหายจากภาพใส่ร้ายดังกล่าว

คุณโรม มีความสามารถเด่นอยู่ประกาศหนึ่งคือ ชอบเปิดประเด็นที่ไม่มีหลักฐาน และตามต่อไม่ได้ . วาจาอวดอ้างว่ารู้หมด , รู้ทั้งวงนอกวงใน แต่ก็ไม่เคยสาวถึงสักที

จากนั้น ก็เลื้อยไหลไปสร้างประเด็นใหม่ ๆ แบบทิ้งขยะไว้ข้างหลัง . ความสามารถเช่นนี้เก่งกว่านักการเมืองสมัยเก่าหลายเท่า

ถัดมาหลังจากนั้น 1 เดือนนิด ๆ คือในวันที่ 23 มิถุนายน 2568 …  อ.ไชยันต์ ได้ทำหนังสือ “จ่าหน้าถึงคุณโรม โดยตรง” ไปยังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอหลักฐาน io ทหารที่ว่า

ถ้าหนังสือไม่ได้ถูกตีกลับ แสดงว่าหนังสือนั้นถึง คุณโรมย่อมรับรู้แล้ว

แต่คุณโรม คงใช้นิสัยเดิม ๆ กับทุก ๆ เรื่อง . คือ เงียบ ไม่ตอบ .. 

   เป็นแบบเปิดประเด็นให้ร้ายคนอื่น ๆ ไปเรื่อย ๆ ประหนึ่งมีหลักฐานในมือ แต่ไม่มี . และไม่พยายามจะหาหลักฐานเพิ่ม . 

หรือจริง ๆ แล้วมันไม่เคยมีอยู่เดิม แล้วจะหาเพิ่มได้อย่างไร ?

จากมิถุนายน 2568 .. จนมาถึง 17 กุมภาพันธ์ 2569  โรมยังคงเงียบ / Spectre c แอร์เสีย ไม่มีคนทำงานแล้ว หรือคุณโรมก็แอร์เสียด้วย

อ.ไชยันต์ เขียนในเฟซบุ๊กว่า ที่ขอหลักฐานเพราะมีรูปตนเองอยู่ในแผนผังของโรม ว่าอาจารย์เป็น io ทหาร

เพื่อจะเอาหลักฐานดังกล่าว มาพิจารณาการดำเนินทางกฎหมายฟ้องร้อง เพื่อปกป้องสิทธิในฐานะพลเมืองและนักวิชาการ

โรม เอ๊ย .. ส่งแผนผังให้อาจารย์ไชยันต์เลยครับ ถ้าอาจารย์เป็น io ทหารจริง ๆ . ก็ควรถูกสังคมลงโทษ . คุณจะได้เป็นวีรบุรุษของจริงสักที

แต่ถ้าไม่มีส่ง ไม่มีให้ .. ก็ย่อมแสดงถึงอุปนิสัยและพฤติกรรมของคุณ

ไหน ๆ พรรคประชาชนแพ้เลือกตั้ง อย่าให้ถึงกับแพ้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ชอบปั้นน้ำเป็นตัวเลย

อาจารย์ไชยันต์ครับ สังคมส่วนหนึ่งรับรู้และเชื่อแล้วว่า อาจารย์เป็น io ทหาร .. 

ถ้าโรมเงียบ ไม่ตอบ ไม่ส่งเอกสาร . อาจารย์จะยอมรับข้อยัดเยียดโกหกนี้ไหมครับ

ผมเชื่อว่าอาจารย์มีสิทธิที่จะปกป้องชื่อเสียงของอาจารย์ . 

ซึ่งชื่อเสียงของอาจารย์ สะอาด และขาวสว่างกว่า ของคุณโรม แน่นอน

ธรรมนัส ปัดหลบหน้า อนุทิน ย้ำยังไม่คุยเรื่องร่วมรัฐบาล ขอรอความชัดเจนก่อน

ธรรมนัส ปัดหลบหน้า อนุทิน ย้ำยังไม่คุยเรื่องร่วมรัฐบาล ขอรอความชัดเจนก่อน

ธรรมนัส ปัดหลบหน้า อนุทิน ย้ำยังไม่คุยเรื่องร่วมรัฐบาล ขอรอความชัดเจนก่อน

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.24 น.

“ธรรมนัส”เผยลา ครม.เหตุติดภารกิจด่วน ไม่ได้หนีหน้า”อนุทิน” มอบ”นฤมล-ไผ่ ลิกค์”ร่วมงานพระราชทานเพลิงศพ ผอ.รร.จ.สงขลา ส่วนจะมีการเจรจาร่วมรัฐบาลหรือไม่ มองคงไม่เหมาะสมเนื่องจากเป็นงานสีดำ ย้ำนัดประชุมพรรคกำหนดแนวทางและสร้างความเชื่อมั่นสมาชิกฯ 19 ก.พ.นี้ ก่อนเดินทางเที่ยวต่างประเทศหลายวัน

17 กุมภาพันธ์ 2569 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) เดินทางเข้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมี นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ และนายอามินทร์ มะยูโซะ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมถึงผู้บริหารกระทรวงฯ ให้การต้อนรับ

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า สาเหตุที่ตนไม่ได้เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เช้าวันนี้ เนื่องจากติดภารกิจ ยืนยันไม่ได้หลบหน้าพูดคุยกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แต่อย่างใด ภายหลังทราบว่านายอนุทินก็ติดภารกิจเช่นกัน

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า นายอนุทินได้มีการหารือกับตนในการเข้าร่วมรัฐบาลแล้วนั้น ย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยแต่อย่างใด และปัจจุบัน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังไม่รับรองผลการเลือกตั้ง และยังมีปัญหาข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งในหลายกระเด็น ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญและต้องรอความชัดเจน และนายกรัฐมนตรีก็ยอมรับแล้วว่า การนัดจัดตั้งรัฐบาล และวางตัวรัฐมนตรีในขณะยังเร็วเกินไป แต่ท่าทีของพรรคขนาดเล็ก ที่มีความชัดเจนในการสนับสนุนนายอนุทิน เป็นนายกฯ ถือเป็นเรื่องปกติของการเมือง แต่ในส่วนของพรรคกล้าธรรม ยังอยู่ในที่ตั้ง ปล่อยให้พรรคแกนนำเป็นผู้ดำเนินการ

สำหรับในช่วงบ่ายวันนี้ ร.อ.ธรรมนัส จากเดิมมีกำหนดการจะลงพื้นที่ไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ จ.สงขลา ซึ่งจะเดินทางพร้อมกับ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม และนายไผ่ ลิงค์ เลขาธิพรรคกล้าธรรม แต่ช่วงเช้าติดภารกิจทำให้เดินทางไม่ทัน จึงได้มอบหมายให้นางนฤมล และนายไผ่ ลิกค์ เป็นตัวแทนในการร่วมงานพระราชทานเพลิงศพฯ ในวันนี้ และที่มีการคาดการณ์ว่า ในงานดังกล่าวที่มีนายอนุทิน เป็นประธาน จะมีโอกาสที่ทั้ง 2 พรรค ได้พูดคุยประเด็นการร่วมรัฐบาลกันหรือไม่ ยอมรับว่า ไม่ทราบ เพราะงานดังกล่าวเป็นงานสีดำ อาจจะดูไม่เหมาะสม

นอกจากนี้ ในวันที่ 19 ก.พ.ที่จะถึงนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม นั้น ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า สืบเนื่องจากตนเองวางแผนที่จะพักผ่อนไว้นานแล้ว จึงต้องนัดประชุมกำหนดทิศทางและสร้างเชื่อมั่นให้กับสมาชิก ก่อนที่ตนจะเดินทาง และในระหว่างที่ตนอยู่ต่างประเทศ ได้มอบหมายให้หัวหน้าพรรคฯ และเลขาธิการพรรค เป็นผู้ดูแลทั้งหมด และเน้นย้ำไม่ให้สมาชิกกระทำการใดๆ ที่ผิดกฎหมายการเลือกตั้ง เพราะขณะนี้ กกต.ก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบจากหลายฝ่ายเช่นกัน ส่วนภารกิจที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้ง 2 ท่าน เป็นผู้ดูแลความเรียบร้อยในระหว่างที่ตนเองไม่อยู่ด้วย

ภราดร ขอบคุณ กกต. อนุมัติงบเยียวยาน้ำท่วม คาดเงินถึงมือ ปชช.สัปดาห์นี้

ภราดร ขอบคุณ กกต. อนุมัติงบเยียวยาน้ำท่วม คาดเงินถึงมือ ปชช.สัปดาห์นี้

ภราดร ขอบคุณ กกต. อนุมัติงบเยียวยาน้ำท่วม คาดเงินถึงมือ ปชช.สัปดาห์นี้

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.04 น.

สิ้นสุดการรอคอย! “ภราดร”ขอบคุณ”กกต.”อนุมัติงบเยียวยาน้ำท่วม คาดเงินถึงมือประชาชนในสัปดาห์นี้

17 กุมภาพันธ์ 2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ได้พิจารณาอนุมัติงบประมาณสำหรับการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยเพิ่มเติม เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้ จากนี้ไม่ต้องมีใครต้องรอคอยอีกแล้ว

นายภราดร กล่าวว่า ภายหลังจากที่ กกต.ให้ความเห็นชอบแล้ว ในวันนี้สำนักงบประมาณจะดำเนินการโอนงบประมาณไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ซึ่งคาดว่าการโอนเงินเยียวยาจะถึงมือประชาชนภายในสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ งบประมาณดังกล่าวเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 มกราคม วงเงิน 2,203 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้มีสิทธิที่ตกค้างจากการลงทะเบียนเพิ่มเติม ซึ่งเป็นการช่วยเหลือต่อเนื่องจากการจ่ายเงินเยียวยา 2 รอบก่อนหน้า

“ดีใจที่จากนี้ไม่ต้องมีประชาชนต้องรอคอยเงินเยียวยาก้อนนี้อีกแล้ว ขอให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และเร่งรัดทุกขั้นตอนเพื่อให้ความช่วยเหลือถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด” นายภราดร กล่าว

ไทยถึงทางแพร่ง? ดร.สุวิทย์ ชี้ทางรอด จารีต × ปฏิรูป ดันไทยพ้นกับดักรัฐไร้ราก-ไร้อนาคต

ไทยถึงทางแพร่ง? ดร.สุวิทย์ ชี้ทางรอด จารีต × ปฏิรูป ดันไทยพ้นกับดักรัฐไร้ราก-ไร้อนาคต

ไทยถึงทางแพร่ง? ดร.สุวิทย์ ชี้ทางรอด จารีต × ปฏิรูป ดันไทยพ้นกับดักรัฐไร้ราก-ไร้อนาคต

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.53 น.

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า รัฐที่ตัดขาดอดีตจะกลายเป็นรัฐที่ไร้รากเหง้า (Rootless) แต่รัฐที่ยึดติดอดีตโดยไม่เปลี่ยน OS จะกลายเป็นรัฐที่ไร้อนาคต (Futureless)

ท่ามกลางโลกที่สวิงกลับสู่ขวาจัด ไทยกำลังถึงทางแพร่ง: จะแช่แข็งอดีตจนแตกสลาย หรือทำลายรากเหง้าจนเคว้งคว้าง? 

ทางรอดเดียวคือการสร้าง Principled State (รัฐแห่งหลักการ) ที่เปลี่ยนความขัดแย้งเป็นพลังทวีคูณผ่าน State Imagineering

1. “จารีต” คือทุน ไม่ใช่โซ่ตรวน (Tradition as Rooted Capital)
จารีตไม่ใช่โบราณวัตถุ แต่คือ “เสถียรภาพเชิงความหมาย” (Symbolic Stability)
• รากที่ลดต้นทุน: ทำหน้าที่ลดความไม่แน่นอน (Transaction Costs) ในสังคม
• สถาปัตยกรรมคุ้มครองหลักการ: งานวิจัยจาก Wharton School ** ชี้ว่า สถาบันกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ (Constitutional Monarchy) คือตัวกลางเชิงสัญลักษณ์ที่ช่วยคุ้มครองสิทธิและหลักการได้ดีกว่าค่าเฉลี่ย เพราะอยู่เหนือการเมืองรายวัน
• ค้ำจุน ไม่กดทับ: จารีตที่ทรงพลังต้องเอื้อต่อการเปลี่ยนแปลง หากใช้เพื่อกดทับ ย่อมเท่ากับทำลายตนเอง

2. “ปฏิรูป” คือการอยู่รอด ไม่ใช่กบฏ (Reform as Survival OS)
การปฏิรูปคือการ Upgrade OS ของรัฐให้เท่าทันยุค AI และภูมิรัฐศาสตร์ใหม่
• Adaptive Mechanism: สร้างกลไกให้สถาบันหลักยึดโยงกับคนรุ่นใหม่ได้
• วิวัฒน์เชิงสังคม: ปฏิรูปที่ไร้รากคือความปั่นป่วน (Chaos) แต่ปฏิรูปที่มีรากคือการวิวัฒนาการ
• เลี่ยงรัฐล้มเหลว: หากโลกเปลี่ยนแต่รัฐแช่แข็ง ผลลัพธ์เดียวคือ Failed State

3. หลักการคือ “จุดสมดุล” (The Principle of Countervailing Power)
เสถียรภาพจริงเกิดจาก “การถ่วงดุล” (Check and Balance) ภายใต้หลักการที่เท่าเทียม
• นิติรัฐ (Rule of Law): กฎหมายต้องใหญ่กว่าคนและเสมอหน้า
• สิทธิและเสรีภาพ: การคุ้มครองทรัพย์สินและเสรีภาพบุคคลคือหัวใจความมั่งคั่ง
• ความโปร่งใส: “แสงแดด” ที่ฆ่าเชื้อระบบอุปถัมภ์

4. สมการใหม่: จารีต × ปฏิรูป = เสถียรภาพที่ยืดหยุ่น
ในโลกที่ไม่ใช่ใบเดิม เราต้องการสมการใหม่
จารีต × ปฏิรูป = เสถียรภาพ × ความสามารถในการปรับตัว
สัญลักษณ์ “×” คือตัวชี้ชะตา หากฝั่งใดเป็นศูนย์ ผลลัพธ์ย่อมมลายหายไป
• จารีตที่ไร้การปรับตัว = ความแข็งกระด้างที่รอวันแตกสลาย (Fragility)
• ปฏิรูปที่ไร้รากฐาน = ความปั่นป่วนที่ไร้ทิศทาง (Chaos)

บทสรุป: State Imagineering
ไทยไม่ต้องเสียเวลาเลือกข้างระหว่างอนุรักษ์หรือก้าวหน้า ควรจะใช้เวลาออกแบบสถาปัตยกรรมอำนาจใหม่ ด้วยการถักทอ
1) จารีต: สร้าง “ความนิ่ง” ในระดับจิตวิญญาณและอัตลักษณ์ชาติ
2) ปฏิรูป: สร้าง “ความเร็ว” ในระดับนวัตกรรมและขีดความสามารถการแข่งขัน
3) หลักการ: เป็น “เข็มทิศ” กำกับทิศทางของทั้งสองพลัง

นี่คือรัฐที่ยืนบนรากที่ลึกที่สุด แต่กิ่งก้านแผ่ไปไกลที่สุดอย่างมีทิศทาง

จารีตที่เปิดกว้างและปฏิรูปที่เคารพอดีต คือกุญแจดอกเดียวที่ไขประเทศไทยให้ออกจากกับดักความขัดแย้งสู่ศตวรรษที่ 21 อย่างสง่างาม

** หมายเหตุ: งานวิจัยจาก Wharton School เรื่อง Symbolic Unity, Dynastic Continuity, and Countervailing Power โดย Mauro F. Guillén เสนอข้อค้นพบสำคัญว่า ประเทศที่มีสถาบันกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ มีแนวโน้มสร้างเสถียรภาพเชิงสถาบันและคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินได้เข้มแข็งกว่าโดยเฉลี่ย ซึ่งสัมพันธ์กับระดับความมั่งคั่งที่สูงกว่า สาระของงานนี้มิได้ชี้ให้ “เลือกระบอบ” แต่ชี้ให้ “ออกแบบสถาปัตยกรรมอำนาจ” ให้มีทั้งความต่อเนื่องและการถ่วงดุล