
อภิสิทธิ์ประกาศลั่น! กลับมารอบนี้เพื่อชนะ ขออาสาพาประเทศออก 5 จุดตาย
วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.54 น.
‘อภิสิทธิ์’ ขออาสาเป็นทางรอดแก้ 5 จุดตายประเทศไทย ขออาสาเป็นทางรอด ย้ำเงื่อนไขร่วมรัฐบาล ไม่เอา ‘ทุนเทา-สร้างขัดแย้ง’ สอนมวยปลุกเร้าความโกรธเพื่อเปลี่ยน ไม่ยั่งยืน แนะใช้ศิลปะ ดึงแนวร่วมอย่าดูถูกคน ‘แก่-โง่-จน’ ประกาศลั่นตั้งใจชนะ ถึงจะเป็น ‘ฝ่ายค้าน’ เหลือคนเดียวจะพูดให้รัฐบาลชี้โกงล้มได้
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่วันแบงค็อก ฟอรัม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวบนเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ ภายใต้ชื่อ “ทางรอดที่ปลอดภัย ไว้ใจอภิสิทธิ์” ตอนหนึ่งว่า เหลืออีก 2 วัน การตัดสินใจของประชาชนจะส่งผลต่ออนาคตของประชาชน และประเทศ ซึ่งการขึ้นเวทีในช่วงโค้งสุดท้าย ตนไม่อ้อนขอคะแนนให้ตน แต่ตนมาขอคะแนนให้ประเทศไทยหลังจากที่เผชิญกับวิกฤตที่เป็นจุดตายของการพัฒนา คือ 1.ทุนเทา การทุจริต ที่ทำลายทุกอย่างในประเทศ ไม่มีนักลงทุนเข้ามาเพราะมองว่าการแข่งขันไม่เป็นธรรม เป็นการแข่งขันจากเส้นสาย เหมือนเป็นประเทศขี้โกง ตนอายเพราะไม่ใช่นิสัยของคนไทย เป็นแค่คนไทยกลุ่มหนึ่งเท่านั้นที่ขี้โกง และทำลายประเทศอนาคตของลูกหลาน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า 2.เศรษฐกิจโตต่ำ พรรคประชาธิปัตย์ทำนโยบาย 200 กว่านโยบาย ไม่ใช่ 8 นโยบาย ซึ่งจำนวนของนโยบายนั้น ไม่ใช่ว่านโยบายมากแล้วจะทำไม่ได้ หรือ นโยบายน้อย แล้วจะทำสำเร็จ เพราะบางอย่างพูดแล้วไม่ทำ เช่น กัญชาเพื่อการแพทย์ กัญชาเสรี ซึ่งตนมองว่าการผ่าตัดเศรษฐกิจใหญ่ต้องมีแนวทาง โดยการเสนอนโยนายให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ใช่เรื่องสนุก แต่การหาเสียงที่ไม่ได้เขียนในนโยบายนั้นจะเป็นจริงหรือไม่ เพราะที่ภาคใต้พบว่าพูดแต่โครงการใหญ่ สรุปจะทำหรือไม่ หรือแค่พูด

“ไปภาคใต้บอกว่าจะทำแลนด์บริดจ์ คนเชียร์ก็สนับสนุน แต่ในนโยบายไม่ได้เขียนไว้ นักวิชาการก็บอกว่าดีแล้ว ซึ่งผมอยากจะถามแต่ไม่มาดีเบตสักที ทำได้หรือไม่ ผมกังวลว่าเกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ผมเป็นนายกฯ กรณ์ เป็น รมว.คลัง จำคำสบประมาทได้หรือไม่ว่าเด็ก 2 คนนี้จะแก้ได้หรือ แต่ไทยเป็นประเทศที่ฟื้นตัวเร็วที่สุด ทั้งนี้นโยบายที่ทำมานั้นพร้อมทำให้ไทยรอดจากความจนและเศรษฐกิจที่ตกต่ำ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า 3. เศรษฐกิจเหลื่อมล้ำ ที่มองไม่เห็นอนาคตว่ากลุ่มเปราะบาง กลุ่มที่มีรายได้ไม่พอจะฟื้นได้อย่างไร ทั้งนี้ตนมองว่าชีวิตของประชาชนต้องมีหลักประกัน 4.จุดตายเรื่องการเมือง ทั้งนี้มีฝ่ายการเมืองชี้หน้าว่าพรรคนี้รักชาติ พรรคนี้ไม่รักชาติ ตนอยากบอกว่าหากรักชาติจริงต้องไปดูปัญหาทุจริตในพรรคของตัวเองก่อน อีกฝ่ายหนึ่งมีความอึดอัด เสนอให้รื้อด้วยความโกรธ ซึ่งกรณีดังกล่าวนั้นจะสร้างกลุ่มผู้ร้ายว่าเป็นอุปสรรคของการพัฒนาประเทศ จึงปรากฎการณ์ด้อยค่ากองทัพ สถาบันหลักของชาติ และบอกให้ประชาชนเลือกข้าง ซึ่งทางเลือกของประเทศไทยควรมีทางเลือกที่ดีกว่านี้
“หากผูกขาดความรักชาติ จะทำให้เกิดกรณีที่ในที่สุดมีคนชังชาติ ความจริงไม่เป็นแบบนั้นเพราะเป็นข้ออ้างจากคนที่ทำอะไรไม่ได้ ซึ่งไม่แก้ปัญหาระยะยาว ส่วนอีกฝ่ายที่บอกว่ารื้อทุกอย่างเอาความไม่พอใจเป็นทุนทางการเมือง ผมเคยทำงานการเมือง 30 ปี มีส่วนเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างมาหลายครั้ง ซึ่งรู้ว่าไม่ง่ายเพราะมีคนได้และเสียประโยชน์ ลำพังการปลุกเร้าจากความไม่พอใจ และบอกให้รื้อจะไม่ยั่งยืน การปฏิรูปที่ยั่งยืนต้องมีศิลปะ ดึงคนมีส่วนร่วมให้ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ว่า ตนเองจะเป็นคนเดียวที่เปลี่ยนแปลงได้ แต่คนอื่น แก่ โง่ จน ทั้งนี้การทำงานกับพรรคการเมืองไหนต้องรับเงื่อนไขคือหยุดแตกแยก และสงวนจุดร่วม เพื่อให้ประเทศไทยก้าวข้ามความแตกแยก” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า และ 5. จุดตายที่เกิดจากภายนอก ทั้งชายแดนไทย-กัมพูชา ชายแดนเมียนมาร์ ที่อาจส่งผลกระทบระหว่างไทยกับเมียนมาร์ รวมถึงชายแดนใต้ นอกจากนั้นแล้วยังมีความขัดแย้งของประเทศมหาอำนาจ ที่ทำให้ประเทศขนาดกลางและขนาดเล็กเป็นเหมือนเบี้ยบนกระดาน
“การเลือกตั้งที่กำหนดอนาคตของประเทศ แข่งขันเรื่องเก่าๆ ว่า ปลุกเร้าอารมณ์ร่วมเพื่อต่อสู้กัน การซื้อเสียงท่ีใครใช้เงินมากกว่ากัน พรรคประชาธิปัตย์เสนอตัวเป็นมากกว่าทางเลือก คือ เป็นทางรอดจากปัญหาที่หนักหน่วง ซึ่งผมเชื่อว่าแก้ไขได้ และปิดได้หมดด้วยพรรคประชาธิปัตย์ ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า การประกาศไม่ร่วมงานกับบางพรรคการเมืองมาจากการพิจารณาข้อมูลจากคดีในอดีต ทั้งนี้ประเด็นทาการเมืองที่มีประเด็นเรื่อง ชั้น 14 คลิปอังเคิล ทุกคดีหรือทุกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากปัญหาจริยธรรม ถูกมองว่าเป็นเรื่องนิติสงคราม ตนไม่ได้บอกว่าเห็นด้วยกับบทบัญญัติของกฎหมายที่มี และอยากแก้ไข แต่หากหากเห็นจริงว่ากระทำผิดแล้วไม่ดำเนินการเพราะอ้างว่า กระบวนการใช้ไม่ได้ อยากมีทางรอดที่ปลอดภัยจากการโกง ต้องเอาคนยึดถือเรื่องดังกล่าวที่จริงและพร้อมพูดความจริง และต่อสู้ทุกเวที

“ผมขอวัดใจประชาชน หลังมีคนบอกว่า กระสุนทำให้กระแสแพ้ มีบางโพลบอกว่ากระแสประชาธิปัตย์เกิน 50% แต่อาจแพ้เลือกตั้ง ผมขอวัดใจประชาชนว่าจะเลือกคนที่ถูกอายัดทรัพย์จากคดีสแกมเมอร์หรือไม่ ทั้งนี้ผมขอยืนยันว่าผมมีไฟทำสิ่งต่างๆ เช่นเคย แต่จุดต่างคือ มีเวลาน้อยลง ผมเดินหน้าเต็มที่ทุกเรื่องเพราะเป็นความตั้งใจกลับมา และจะไม่มีการกลับมาครั้งต่อไป เพราะเป็นโอกาสที่ต้องคว้าและใช้ให้เกิดประโยชน์และต้องจบเที่ยวนี้ ไม่ได้หมายความว่าไปไหน เพราะมีมติกรรมการบริหารพรรคห้ามไม่ให้ไปไหน ต่อให้ผมแพ้ครั้งนี้ ผมยังอยู่เป็นฝ่ายค้านในสภาฯ จัดการคนโกง ที่เอาเปรียบบ้านเมือง เหลือคนเดียวจะพูดให้รัฐบาลชี้โกงล้มได้ ทั้งนี้ผมไม่ตั้งใจแพ้ แต่จะชนะ วันนี้ผมเปิดใจหมดแล้วว่าผมตั้งใจเต็มที่” นายอภิสิทธิ์ กล่าว


















.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)

.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)




