หญิงหน่อย ลั่นขอเข้าไปรื้อ 30 บาทรักษาทุกโรค ก่อนระบบล่มสลาย

หญิงหน่อย ลั่นขอเข้าไปรื้อ 30 บาทรักษาทุกโรค ก่อนระบบล่มสลาย

หญิงหน่อย ลั่นขอเข้าไปรื้อ 30 บาทรักษาทุกโรค ก่อนระบบล่มสลาย

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.31 น.

“หญิงหน่อย”ลั่นขอเข้าไปรื้อ 30 บาทรักษาทุกโรค ก่อนระบบล่มสลาย ชี้การจัดงบประมาณไม่โปร่งใส ใส่งบประมาณให้โรงพยาบาลแค่ 10% เก็บไว้ส่วนกลางถึง 90% ทำโรงพยาบาลเจ๊ง โรงพยาบาลรัฐกว่า 326 แห่ง ประสบภาวะเงินบำรุงติดลบรวมกว่า 8,287 ล้านบาท คนไข้ตาย-หมอพยาบาลทำงานหนัก ย้ำสมัยเป็น รมว.จ่ายงบ 90% ให้ รพ.เพราะไม่โกง

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ลงพื้นที่ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ รับฟังปัญหาจากประชาชนที่สะท้อนถึงวิกฤตระบบบัตรทอง โดยมีกรณีสลดคนไข้เสียชีวิตจากการเกี่ยงรับตัวระหว่างโรงพยาบาล เนื่องจากปัญหาปมงบประมาณ

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า ปัจจุบันระบบ 30 บาท กำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤต และกลายเป็นระบบ Sick Care หรือเน้นการรักษาหลังจากเจ็บป่วย แทนที่จะเป็น Healthcare ที่เน้นการดูแลสุขภาพไม่ให้คนป่วย เพราะการจัดงบประมาณที่ผิดหลักการ และส่อแววไม่โปร่งใส

จากการตรวจสอบข้อมูลสถิติงบประมาณรายหัวปีล่าสุดประมาณ 4,100 บาท นั้น คุณหญิงสุดารัตน์ชี้ให้เห็นความผิดปกติในการจัดสรรงบประมาณที่ทำให้โรงพยาบาลเดินหน้าต่อไม่ได้ ดังนี้

– งบผู้ป่วยนอก (OPD) จ่ายให้โรงพยาบาลจริงเพียงประมาณ 400 กว่าบาท

– งบส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค ประมาณ 600 กว่าบาท ถูกเก็บกองไว้ที่ส่วนกลาง

– งบผู้ป่วยใน (IPD) โรงพยาบาลต้องสำรองจ่ายไปก่อนแล้วรอเบิกคืน ซึ่งมีความล่าช้าและยุ่งยาก

ดังนั้น จะเห็นว่างบประมาณถูกดึงไว้ที่ส่วนกลางถึง 90% ในขณะที่โรงพยาบาลได้รับงบตรงเพียง 10% ทำให้หน่วยบริการขาดสภาพคล่องอย่างหนัก

“โรงพยาบาลขาดทุนซ้ำซาก เพราะการได้รับงบเบื้องต้นเพียง 10% ทำให้โรงพยาบาลไม่มีเงินหมุนเวียนเพียงพอ จนเสี่ยงต่อสภาวะล่มสลายของระบบ 30 บาท ใช้งบประมาณมหาศาล แต่โรงพยาบาลเจ๋ง คนไข้ตาย บุคลากรรับภาระหนักจนถอดใจ เงินไม่พอ คนไม่พอ ทำให้หมอและพยาบาลต้องทำงานหนักเกินขีดจำกัด ส่งผลให้มีการลาออกจากระบบเป็นจำนวนมาก” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว และว่า วิกฤตนี้ส่งผลให้โรงพยาบาลรัฐกว่า 326 แห่ง ประสบภาวะเงินบำรุงติดลบรวมกว่า 8,287 ล้านบาท และโรงพยาบาลเอกชนจำนวนมากต้องตัดสินใจถอนตัวออกจากระบบ เนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระการขาดทุนได้

คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำว่า หากโครงสร้างการจัดสรรงบประมาณยังเป็นเช่นนี้ โรงพยาบาลเกี่ยงกันรับเคสเพราะกลัวค่าใช้จ่ายบานปลายจนเบิกไม่ได้ ดังเช่นกรณีที่มีประชาชนมาร้องเรียนว่าพี่สาวเสียชีวิตจากการส่งตัวที่ล่าช้า

“สุดารัตน์ พรรคไทยสร้างไทย ขออาสาเข้าไปปรับรื้อระบบงบประมาณ 30 บาท โดยเฉพาะระบบการเก็บงบไว้ที่ส่วนกลางถึง 90% ซึ่งต่างจากสมัยที่ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่กระจายงบ 90% ให้โรงพยาบาลโดยตรง เพื่อประสิทธิภาพในการรักษาที่มีคุณภาพ และจะช่วยลดภาระการขาดทุนของโรงพยาบาล และหยุดยั้งการล่มสลายของระบบ 30 บาทรักษาทุกโรคได้” คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุทิ้งท้าย

– 006

กกต.พร้อมตั้งสำนวนไต่สวน คดีเบิกจ่ายเงินผิดปกติ ทันทีที่ข้อมูล’แบงก์ชาติ’ถึงมือ

กกต.พร้อมตั้งสำนวนไต่สวน คดีเบิกจ่ายเงินผิดปกติ ทันทีที่ข้อมูล'แบงก์ชาติ'ถึงมือ

กกต.พร้อมตั้งสำนวนไต่สวน คดีเบิกจ่ายเงินผิดปกติ ทันทีที่ข้อมูล’แบงก์ชาติ’ถึงมือ

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.22 น.

ประธาน กกต.พร้อมตั้งสำนวนไต่สวน คดีเบิกจ่ายเงินผิดปกติ ทันทีที่ข้อมูล”แบงก์ชาติ”มาถึงมือ เผยเรื่องร้องซื้อสิทธิขายเสียงยังน้อย ส่วนใหญ่ร้องหาเสียงไม่ชอบ ระบุบัตรเลือกตั้งนอกราชฯ รับมีบางประเทศล่าช้า แต่เชื่อจะไม่มีปัญหา

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 ที่ลิโด คอนเน็ค สยามสแควร์ กรุงเทพฯ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการขอรายละเอียดการโอนหรือการเบิกจ่ายเงินในกรณีที่มีความผิดปกติ ในช่วงระยะเวลาการจัดการเลือกตั้ง สส.จากต่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา กกต.ได้มีการประชุมเรื่องนี้ โดยขอข้อมูลจาก ธปท.เกี่ยวกับการการโอนหรือการเบิกจ่ายเงินในกรณีที่มีความผิดปกติ และวันนี้ได้ส่งรองเลขาธิการ กกต.ไปประสานแล้ว ซึ่งทาง ธปท.ได้รับปากจะทยอยส่งข้อมูลให้โดยเร็ว เพื่อที่ กกต.จะได้นำข้อมูลมาประกอบสำนวนไต่สวนต่อไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้รับข้อมูลจาก ธปท. ถ้าได้รับข้อมูลแล้ว กกต.จะรีบประชุมโดยเร็ว

ส่วนกรณีคุณสมบัติ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย  ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 พรรคประชาชน (ปชน.) อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข มีมติให้ออกจากราชการนั้น ทาง ผอ.กกต.สงขลา ได้ประสานขอข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับข้อมูลกลับมา และ กกต.สงขลา ยังไม่ทราบข้อมูลที่ชัดเจนว่า นพ.สุภัทร ถูกดำเนินทางวินัยเรื่องอะไร และเข้าข่ายมีลักษณะต้องห้ามหรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่า การมีคำสั่งปลด นพ.สุภัทร ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ จะทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบการเลือกตั้ง หรือไม่นั้น ประธาน กกต.กล่าวว่า ไม่มี เราต้องไปดูกระบวนการทางวินัยของกระทรวงสาธารณสุข ต้องรอรายงานว่า นพ.สุภัทร ถูกลงโทษทางวินัยเรื่องอะไร ขณะนี้ยังถือว่า นพ.สุภัทร ยังมีคุณสมบัติเป็นผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 อยู่

ประธาน กกต.ยังกล่าวถึงความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นี้ ว่า ขณะนี้สำนักงานฯ ได้เตรียมความพร้อมของหน่วยเลือกตั้งไว้หมดแล้ว ขอเชิญชวนประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิใช้เสียงยังหน่วยเลือกตั้งที่ได้ลงทะเบียนไว้ ซึ่งทาง กกต.ก็มีข้อห้ามในเรื่องของจำหน่วย จ่าย แจกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตั้งแต่เวลา 18.00 น.ของวันที่ 31 มกราคม ไปจนถึงเวลา 18.00 น.ของวันที่ 1 กุมภาพันธ์

ส่วนการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ขณะนี้มีการทยอยส่งบัตรเลือกตั้งกลับมายังประเทศไทยแล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้คัดแยก คาดว่าจะมีประเทศอื่นๆ ทยอยส่งกลับมาอีกเรื่อยๆ เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาอะไร เพราะสถานทูตทุกแห่งได้ติดตามในเรื่องนี้อยู่แล้ว ส่วนที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในบางประเทศ ยังไม่ได้รับบัตรบางประเภทนั้น ได้มีการประสานไปยังสถานทูตแล้ว ซึ่งได้มีการแก้ไขปัญหาด้วยการขยายระยะเวลาจัดส่ง เชื่อว่าจะส่งกลับมาทันเวลา

สำหรับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการซื้อสิทธิขายเสียง นายณรงค์ กล่าวว่า กกต.เน้นย้ำเรื่องนี้มาตลอด เพราะเรามีความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง รวมถึงมีการรณรงค์ให้ประชาชนรักษาสิทธิของตัวเอง หากทราบว่ามีการซื้อสิทธิขายเสียงอยู่ในพื้นที่ไหน ก็จะลงพื้นที่ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมทันที เพื่อสืบสวนสอบสวนต่อไป ขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาแล้วประมาณ 60 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการหาเสียงหลอกลวง หรือการหาเสียงโดยไม่ชอบ ส่วนการซื้อสิทธิ์ขายเสียงมีบ้าง แต่ไม่เยอะ

ไม่รู้ใครขี่คอใคร?! สมชัย มอง ส้ม VS น้ำเงิน โอกาสชนะวัดกันที่ gen

ไม่รู้ใครขี่คอใคร?! สมชัย มอง ส้ม VS น้ำเงิน โอกาสชนะวัดกันที่ gen

ไม่รู้ใครขี่คอใคร?! สมชัย มอง ส้ม VS น้ำเงิน โอกาสชนะวัดกันที่ gen

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.47 น.

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 นายสมชัย ศรีสุทธยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ใครหนอ ใครกันให้เราขี่คอ

โพลพรรคส้มนั้นขี่คอพรรคน้ำเงินมาตลอด แต่กูรูที่อาจไม่รู้จริงหลายคนกลับให้น้ำเงินนั้นขี่คอส้ม วันนี้ เลยยังไม่รู้ใครขี่คอใคร

พรรคน้ำเงินได้ความเป็นรัฐบาลเป็นแต้มต่อ เติมด้วยกระแสรักชาติที่โถมเข้ามาช่วงก่อนยุบสภา ถมด้วยการย้ายมาร่วมของพรรคอื่นและบ้านใหญ่ แถมความเป็นมืออาชีพของเทคโนแครตบางคนที่เข้ามาช่วย ทำให้กูรูต่างทายว่า น้ำเงินขี่คอส้ม

แต่ตลอดเดือนที่ผ่าน น้ำเงินไม่มีมุกใหม่ ไม่มีนโยบายหวือหวา กระแสชาตินิยมเริ่มหดตัว ความเป็นมืออาชีพยังอยู่เท่าเดิมไม่มีเติมเพิ่ม แถมหัวหน้าพรรคยังหลบทุกดีเบต มีแต่การขายความเป็นตัวแทนหมู่บ้านฝ่ายอนุรักษ์ ราคาหุ้นจึงดูทรง ๆ ไม่ขึ้นให้เห็น คนเลยเบนเข็มไปเล่นหุ้นตัวใหม่ ที่อาจเสี่ยงกว่า แต่น่าสนใจกว่า กำไรมากกว่า

โอกาสชนะของพรรคนี้ จึงอยู่ที่ gen X ตอนปลาย และ Baby boomer ตอนดึก จะระดมใช้สิทธิ เอาชนะเสียงของ gen Y และ gen Z ที่นิยมผลไม้รสหวานเปรี้ยวได้

โอกาสชนะยังมี แต่หืดขึ้นคอ

​กกต.จัดโรดโชว์เลือกตั้ง-ประชามติ ปลุกพลังคนไทยร่วมใช้สิทธิสร้างสรรค์ประเทศ

​กกต.จัดโรดโชว์เลือกตั้ง-ประชามติ ปลุกพลังคนไทยร่วมใช้สิทธิสร้างสรรค์ประเทศ

​กกต.จัดโรดโชว์เลือกตั้ง-ประชามติ ปลุกพลังคนไทยร่วมใช้สิทธิสร้างสรรค์ประเทศ

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.37 น.

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 ที่ลิโดคอนเน็ค สยามสแควร์ กรุงเทพฯ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดงาน “Roadshow การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ 69” เชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามติในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.2569 โดยมี นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง , นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กรรมการการเลือกตั้ง คณะผู้บริหารบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยศิลปินและนักแสดง นำโดย เกรท – สพล อัศวมั่นคง และ ไบร์ท – รพีพงศ์ ทับสุวรรณ นักแสดงจาก GMMTV , แจม – รชตะ หัมพานนท์ นักแสดงจากช่องวัน 31 , มิ้วส์ – อรภัสญาน์ สุกใส ศิลปินจากจีเอ็มเอ็ม มิวสิค ร่วมด้วย มอส – ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ และ แพรซัน – แพรงาม สุนทระศานติก เข้าร่วมทำกิจกรรม ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Voice Of People” เปิดพื้นที่ให้ทุกเสียงมีความหมายผ่านกำแพงสติกเกอร์แสดงพลังของประชาชนที่ออกไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งล่วงหน้า ในวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ.2569 และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามติ ในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.2569

นอกจากนี้ ยังมีบอร์ดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้ง และกิจกรรมเกมลุ้นของที่ระลึก พร้อมช่วงพูดคุยกับศิลปินตัวแทนคนรุ่นใหม่ ที่ร่วมถ่ายทอดมุมมอง เรื่องสิทธิและพลังเสียงของประชาชน ปิดท้ายด้วยโชว์สุดพิเศษจาก มอส – ปฏิภาณ กับบทเพลง “เสียงของเรานั้นสำคัญ” และ แพรซัน – แพรงาม กับบทเพลง “My Voice My Choice อนาคต เราเลือกเอง” ที่จัดทำโดยสำนักงาน กกต.เพื่อเชิญชวนและกระตุ้นให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ร่วมกำหนดอนาคตของประเทศไปด้วยกัน

‘ทวี’ชูนโยบาย 3 วาระเร่งด่วน ล้างหนี้ กยศ.-ปลดล็อกที่ดิน-ใช้กฎหมายภาษีลุยปราบโกง

‘ทวี’ชูนโยบาย 3 วาระเร่งด่วน ล้างหนี้ กยศ.-ปลดล็อกที่ดิน-ใช้กฎหมายภาษีลุยปราบโกง

‘ทวี’ชูนโยบาย 3 วาระเร่งด่วน ล้างหนี้ กยศ.-ปลดล็อกที่ดิน-ใช้กฎหมายภาษีลุยปราบโกง

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.31 น.

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายเร่งด่วน 3 ด้านหลัก หากพรรคประชาชาติได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยระบุว่าประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องเร่งแก้ไข เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและสร้างความเป็นธรรมในสังคม โดยนโยบายเร่งด่วนที่ 1.คือ การแก้ปัญหาหนี้สินทางการศึกษา โดยเฉพาะหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งเป็นหัวใจของนโยบาย “การสร้างคน” เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ เราจะระงับการชำระคืนหนี้ กยศ. สำหรับผู้ที่ครบกำหนดชำระแล้ว เพื่อลดภาระของคนรุ่นใหม่ และเปิดโอกาสให้สามารถตั้งตัวทางเศรษฐกิจได้ โดยคาดว่ามาตรการนี้จะส่งผลต่อผู้กู้กว่า 3 ล้านคนทั่วประเทศ

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า นโยบายเร่งด่วน 2.การปฏิรูปที่ดินทำกิน โดยพรรคประชาชาติจะผลักดัน การนิรโทษกรรมกรณีพื้นที่ป่าไม้ทับซ้อนกับที่ดินทำกินของประชาชน เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชนในพื้นที่ชนบท ปัญหาที่ดินทำกินเป็นปัญหาเรื้อรังที่กระทบชีวิตประชาชนโดยตรง ประชาชนจำนวนมากอยู่กับที่ดินนั้นมานาน แต่กลับถูกมองว่าเป็นผู้บุกรุก เราจำเป็นต้องแก้ปัญหานี้อย่างเป็นธรรม ไม่ใช่ใช้กฎหมายไปกดทับชีวิตคน ซึ่งพรรคจะผลักดันให้เกษตรกร ได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพ

“รวมถึงเดินหน้านโยบาย ยกระดับราคาสินค้าเกษตร เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรเมื่อเกษตรกรมีที่ดิน มีสิทธิ และมีราคาผลผลิตที่เป็นธรรม เขาจะยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากรัฐตลอดเวลา” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า นโยบายเร่งด่วน 3.พรรคประชาชาติให้ความสำคัญกับการ เสริมสร้างหลักนิติรัฐและนิติธรรม โดยมุ่งปราบปรามยาเสพติด ผู้มีอิทธิพล และการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อยกระดับระบบธรรมาภิบาลของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม พรรคตั้งเป้าหมาย ขจัดคอร์รัปชันให้เหลือ 0% โดยจะใช้ประมวลรัษฎากร มาตรา 49 เป็นเครื่องมือหลักในการตรวจสอบที่มาของรายได้และทรัพย์สิน เพื่อปิดช่องโหว่การสะสมความมั่งคั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากใครมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ ต้องตอบให้ได้ว่าเงินมาจากไหน หากชี้แจงไม่ได้ ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการทางภาษีและกฎหมาย นี่คือการใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้วอย่างจริงจัง

“แนวทางดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนจากการปราบปรามเชิงรับ มาเป็นการตรวจสอบความมั่งคั่งเชิงรุกในระดับโครงสร้าง เพื่อทำให้รัฐมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และทำให้งบประมาณแผ่นดินกลับมาใช้ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

อย่างไรก็ตาม นโยบายทั้ง 3 ด้านนี้ถูกกำหนดเป็นวาระเร่งด่วนของพรรคประชาชาติ เพื่อคลี่คลายปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมายาวนาน ครอบคลุมตั้งแต่หนี้การศึกษาของคนรุ่นใหม่ ความมั่นคงในที่ดินทำกินของเกษตรกร ไปจนถึงการปฏิรูปธรรมาภิบาลของประเทศ

อดีตบิ๊ก ศรภ.พูดถึงพรรคอะไร? ตอนแรกก็ดูดี แต่พอหาเสียงไปกลับแปลกๆ

อดีตบิ๊ก ศรภ.พูดถึงพรรคอะไร? ตอนแรกก็ดูดี แต่พอหาเสียงไปกลับแปลกๆ

อดีตบิ๊ก ศรภ.พูดถึงพรรคอะไร? ตอนแรกก็ดูดี แต่พอหาเสียงไปกลับแปลกๆ

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.50 น.

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ประเทศกูจะไปรอดไหม

พรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ตอนแรกก็ดูดีอยู่หรอกครับ พอหาเสียงไปกลับแปลกมากขึ้นตามลำดับ เช่น ชอบแรงงานต่างด้าวมากกว่าคนไทย ถึงขั้นหนุนให้เข้ามาเป็นบอร์ดประกันสังคม! หนุนให้มีการแยกดินแดน!

ที่แปลก คือ เป็นกลุ่มคนที่ไม่มี “ครู” ..ไม่ชอบทหาร ..ไม่เคยเคารพพ่อแม่ (นอกจากเวลาขอเงิน) ..เป็นกลุ่มคนที่สร้างวัฒนธรรมที่ก้าวร้าว ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย (อยู่สิงคโปร์ติดคุกกันหมดแล้ว) และ พูดโกหก ปลิ้นปล้อนได้ตลอดเวลา พอผิดก็ขอโทษ ซึ่งก็ผิดประจำ ฯลฯ

คนประเภทนี้จะเอามารับผิดชอบบ้านเมืองได้อย่างไร โดยเฉพาะในสถานการณ์แบบนี้ด้วย มันน่าเป็นห่วงนะครับ

ลุงป้อม ปล่อยคลิปชวนชิม ราดหน้าดัง-มะม่วงบางคล้ารสเด็ด

ลุงป้อม ปล่อยคลิปชวนชิม ราดหน้าดัง-มะม่วงบางคล้ารสเด็ด

ลุงป้อม ปล่อยคลิปชวนชิม ราดหน้าดัง-มะม่วงบางคล้ารสเด็ด

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.19 น.

“ลุงป้อม” ปล่อยคลิป ชวนชิม “ราดหน้าดัง-มะม่วงบางคล้ารสเด็ด” ย้ำ ขอเป็นสื่อกลาง แนะนำอาหารอร่อย กระตุ้นเศรษฐกิจ-ช่วยหนุนเพิ่มรายได้เกษตรกรไทย

30 มกราคม 2569 ในช่วงเวลาที่กรุงเทพมหานคร อยู่ในสภาวะฝุ่น PM 2.5 มีความเข้มข้นสูง ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพ จนกทม.ต้องออกมาเตือนให้งดทำกิจกรรมกลางแจ้ง และขอความร่วมมือให้ทำงานอยู่ที่บ้าน WFH ระหว่างวันที่ 29-30 มกราคมนี้ 

โดยวันนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ ได้รับประทานก๋วยเตี๋ยวราดหน้าแสนยอด ซึ่งในคลิปพล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นราดหน้าหมูหมัก ที่เส้นนุ่ม ผักก็อร่อย

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังได้ชิม มะม่วงเจ๊เพ็ญ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา โดยระบุว่า เพื่อเป็นการช่วยเกษตรกรไทย โดยได้นำมะม่วง มาจิ้มกับน้ำปลาหวาน รับประทานอย่างเอร็ดอร่อย และแนะนำให้พี่น้องประชาชนให้ทดลองรับประทานเชื่อว่าไม่ผิดหวัง 

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวย้ำว่า แม้ตนเองจะวางมือทางการเมืองแล้ว แต่ก็ยังสามารถทำสิ่งที่ชอบ ซึ่งเชื่อว่าจะทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน อย่างที่เคยบอกได้อย่าง “ลุงป้อมชวนชิม” ที่แนะนำเมนูอาหารชื่อดังที่มีรสชาติอร่อย และยังสามารถเป็นสื่อกลาง ช่วยประชาชนในการช่วยกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยได้

กกต.ยื่นหนังสือแบงก์ชาติ ขอรายละเอียดโอน-เบิกจ่ายเงินผิดปกติช่วงเลือกตั้ง

กกต.ยื่นหนังสือแบงก์ชาติ ขอรายละเอียดโอน-เบิกจ่ายเงินผิดปกติช่วงเลือกตั้ง

กกต.ยื่นหนังสือแบงก์ชาติ ขอรายละเอียดโอน-เบิกจ่ายเงินผิดปกติช่วงเลือกตั้ง

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.16 น.

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งว่า ตามที่ กกต.ได้มอบหมายให้ นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.เข้ายื่นหนังสือต่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อขอทราบรายละเอียดการโอนหรือการเบิกจ่ายเงินในกรณีที่มีความผิดปกติ ในช่วงระยะเวลาการจัดการเลือกตั้ง สส.นั้น ในวันนี้นายครรชิต ได้เข้ายื่นหนังสือขอทราบรายละเอียดการโอนหรือการเบิกจ่ายเงินในกรณีที่มีความผิดปกติดังกล่าว โดยมีผู้แทนของธนาคารแห่งประเทศไทย รับมอบหนังสือเรียบร้อยแล้ว และธนาคารแห่งประเทศไทยจะส่งรายละเอียดให้ กกต.ทราบเร็วที่สุด ณ สำนักงาน กกต.อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทยจะนำข้อมูลดังกล่าวมามอบให้กับ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ที่สำนักงาน กกต.ในช่วงเย็นวันนี้

เผยปมปลดหมอสุภัทร ใช้ ATK ก่อนจัดซื้อตามหลัง แต่อ้างแบ่งซื้อเพราะไม่รู้ยอดใช้จริง

เผยปมปลดหมอสุภัทร ใช้ ATK ก่อนจัดซื้อตามหลัง แต่อ้างแบ่งซื้อเพราะไม่รู้ยอดใช้จริง

เผยปมปลดหมอสุภัทร ใช้ ATK ก่อนจัดซื้อตามหลัง แต่อ้างแบ่งซื้อเพราะไม่รู้ยอดใช้จริง

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.08 น.

เปิดข้อสรุปสอบหมอ”หมอสุภัทร”ปมซื้อ ATK แบ่งซื้อ 5 ครั้ง อ้างบริหารสต็อกในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ฟังไม่ขึ้น เหตุนำมาใช้ก่อนจัดซื้อทีหลัง ย่อมรู้ยอดอยู่แล้ว

แหล่งข่าวจากกระทรวงสาธารณสุข ได้เปิดเผยแนวหน้าออนไลน์ กรณีปมการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง ในการจัดซื้อ ATK ยี่ห้อ Standart Q จากบริษัทนำวิวัฒน์การช่าง(1992) จำกัด รวม 42,845 ชุด เป็นเงิน 9,856,420 บาท โดยโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา เมื่อปี 2564 ซึ่งเป็นปมประเด็นสำคัญในการตรวจสอบทางวินัยต่อ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะในขณะนั้น

แหล่งข่าวระบุว่า ในการพิจารณาประเด็นนี้ ได้ข้อเท็จจริงโดยสรุปว่า โรงพยาบาลจะนะเข้าร่วมปฏิบัติการเชิงรุกในกรุงเทพฯ 3 ครั้ง (ก.ค. – ส.ค. 2564) และระหว่างปฏิบัติการได้ “ขอยืม” ATK ยี่ห้อ Standard Q ของบริษัท นำวิวัฒน์การช่าง (1992) จำกัด มาใช้ก่อน

ต่อมาภายหลัง (ต.ค. – ธ.ค. 2564) โรงพยาบาลจึงจัดทำเอกสารและดำเนินการ “จัดซื้อย้อนหลัง” รวม 42,854 ชุด ราคาชุดละ 230 บาท รวมเป็นเงิน 9,856,420 บาท โดยอ้างอำนาจตามคำสั่งจังหวัดสงขลา ที่ 4910/2564 (ลงวันที่ 5 ต.ค. 2564) มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนอนุมัติได้ครั้งละไม่เกิน 2,000,000 บาท จึงดำเนินการออกเป็น 5 รายการ/5 ครั้ง (4 ครั้ง ๆ ละ 8,695 ชุด วงเงิน 1,999,850 บาท และ 1 ครั้ง 8,074 ชุด วงเงิน 1,857,020 บาท) ด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง

แหล่งข่าวระบุว่า นพ.สุภัทรชี้แจงว่า การจัดซื้อหลายครั้งเป็นการบริหารสต็อกตามความไม่แน่นอนในภาวะฉุกเฉิน แต่ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในสำนวนวินิจฉัยว่า “วัตถุประสงค์ที่แท้จริง” ของการจัดซื้อดังกล่าวเป็นการซื้อย้อนหลังของพัสดุชนิดเดียวกัน จากผู้ขายรายเดียวกัน และสมควรต้องจัดซื้อ “ครั้งเดียว” เพื่อเสนอผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไป (นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลาซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ) เนื่องจากวงเงินรวมเกินอำนาจผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ

การแยกเป็น 5 รายการให้แต่ละครั้งต่ำกว่า 2 ล้านบาทจึงเป็นการ “ลดวงเงินเพื่อให้อำนาจสั่งซื้อเปลี่ยนแปลงไป” โดยไม่ปรากฏเหตุจำเป็นหรือประโยชน์/ความคุ้มค่าเพิ่มเติม (ราคาต่อชุด 230 บาทเท่ากันทุกครั้ง) เข้าลักษณะการแบ่งซื้อที่ระเบียบกระทรวงการคลังฯ พ.ศ. 2560 ข้อ 20 ห้ามกระทำ ทำให้คำชี้แจง “รับฟังไม่ได้” จึงสรุปว่าเป็นการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง

แหล่งข่าวกล่าวว่า ถ้าดูจากขั้นตอนมีการนำ ATK จากบริษัทนำวิวัฒน์ฯ มาใช้ก่อน แล้วจึงทำเรื่องจัดซื้อย้อนหลัง ดังนั้นการอ้างเหตุผลที่ต้องจัดซื้อ 5 ครั้งแทนที่จะซื้อครั้งเดียวว่าเป็นการบริหารสต็อกตามความไม่แน่นอนในภาวะฉุกเฉิน จึงฟังไม่ขึ้น เพราะเมื่อจัดซื้อย้อนหลังก็ย่อทราบยอดที่แน่นอนอยู่แล้ว

ไผ่ ลิกค์ ปูด เมียคนขับรถพรรคผลไม้ไล่จดชื่อ กกต.ฝากตรวจสอบด่วน

ไผ่ ลิกค์ ปูด เมียคนขับรถพรรคผลไม้ไล่จดชื่อ กกต.ฝากตรวจสอบด่วน

ไผ่ ลิกค์ ปูด เมียคนขับรถพรรคผลไม้ไล่จดชื่อ กกต.ฝากตรวจสอบด่วน

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.55 น.

วันที่ 30 มกราคม 2569 นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม ได้โพสต์เฟซบุ๊กสั้นๆ ว่า เมียคนขับรถพรรคผลไม้ไล่จดชื่อ กกต.ฝากตรวจสอบด่วน!!!!!