บิล เกตส์ วิจารณ์คริปโตเป็น ‘ทฤษฎีคนโง่กว่า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/685737

วันที่ 16 มิ.ย. 2565 เวลา 15:00 น.

บิล เกตส์ วิจารณ์คริปโตเป็น 'ทฤษฎีคนโง่กว่า'

บิล เกตส์ วิจารณ์คริปโต-NFTs คือทฤษฎีคนโง่กว่า (Greater fool theory)

บิล เกตส์ นักธุรกิจชื่อดังชาวอเมริกัน หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ (Microsoft) บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับ 4 ของโลก เจ้าของทรัพย์สิน 125,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แสดงจุดยืนชัดเจนมาตลอดว่าเขาไม่ใช่แฟนตัวยงของคริปโตเคอร์เรนซี และ NFTs

CNN รายงานว่าเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา บิล เกตส์กล่าวในที่ประชุม TechCrunch และจุดยืนของเขาก็ยังคงชัดเจน

“แนวโน้มสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านั้นอิงตามทฤษฎีคนโง่กว่าแบบ 100%” บิล เกตส์กล่าว โดยอ้างถึงแนวคิดที่ว่านักลงทุนสามารถสร้างรายได้จากสินทรัพย์ที่ไร้ค่า ทำให้มันมีมูลค่าสูงลิบเมื่อนักลงทุนยินดีที่จะจ่ายในราคาแพง

ทั้งนี้ ทฤษฎีคนโง่กว่า หรือ Greater fool theory หมายถึงการที่มีคนยอมซื้อสินทรัพย์ในราคาที่สูงกว่ามูลค่าที่แท้จริงของมัน ซึ่งจะถูกเรียกว่า Fool และมีคนที่ยอมซื้อมันต่อในราคาที่แพงขึ้นอีก เพื่อหวังผลกำไรที่มากขึ้นในอนาคต ก็จะถูกเรียกว่า Greater fool หรือคนโง่กว่านั่นเอง

เหมือนกับกระแส “คลั่งทิวลิป” (Tulip mania) เมื่อเกือบ 400 ปีก่อนที่ทำให้เกิดฟองสบู่แตกครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลก

“ผมชอบการลงทุนแบบเก่ามากกว่า ผมเคยชินกับฟาร์มที่มีผลผลิต หรือบริษัทที่สร้างผลิตภัณฑ์” เกตส์เน้นย้ำจุดยืนของเขาที่ก่อนหน้านี้เคยเผยว่าเขาชอบลงทุนในสิ่งที่มีมูลค่า มูลค่าที่ขึ้นอยู่กับว่าเราสร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมแค่ไหน แต่มูลค่าของคริปโตเป็นเพียงสิ่งที่คนอื่นคิดขึ้นมาว่าต้องจ่ายเท่าไร มันจึงไม่เหมือนกับการลงทุนอื่นๆ

ความคิดเห็นของเกตส์มีขึ้นในขณะที่ตลาดคริปโตเคอร์เรนซียังคงร่วงลงอย่างต่อเนื่อง รวมถึง Bitcoin คริปโตอันดับหนึ่งซึ่งขณะนี้มีราคาอยู่ที่ 21,912 เหรียญสหรัฐ หลังทำออลไทม์ไฮที่ 69,000 เหรียญสหรัฐเมื่อเดือนพ.ย. ปีที่แล้ว

ขณะที่ Coinbase บริษัทซึ่งให้บริการแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลประกาศว่ากำลังเลิกจ้างพนักงาน 18% เนื่องจากตลาดอยู่ในช่วงขาลง

ก่อนหน้านี้เกตส์เคยกล่าวกับ Bloomberg เกี่ยวกับการลงทุนคริปโตเคอร์เรนซีโดยอ้างถึงมหาเศรษฐีเบอร์ 1 ของโลกว่า “ถ้าคุณมีเงินน้อยกว่าอีลอน มัสก์ คุณก็ควรระวัง”

นอกจากนี้ เกตส์ยังเสียดสีว่า “ภาพลิงดิจิทัลคงจะช่วยปรับปรุงโลกนี้ได้อย่างมาก” เกตส์กล่าวโดยอ้างถึง คอลเลกชั่น Bored Ape Yacht Club ซึ่งเป็น NFTs ที่ได้รับความนิยมอย่างมากและมีการซื้อขายกันในราคาสูง

ทั้งนี้ NFTs หรือ Non-fungible tokens เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทหนึ่งที่ใช้บล็อกเชนเช่นเดียวกับคริปโตเคอร์เรนซี ทว่า ต่างกันตรงที่แต่ละโทเคนจะมีลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งไม่สามารถทำซ้ำหรือลอกเลียนได้ โดยอาจมาในรูปแบบของภาพวาด ภาพถ่าย ภาพกราฟิก เพลง คลิปวิดีโอ หรือผลงานศิลปะอื่นๆ ในรูปแบบดิจิทัล

โดยส่วนใหญ่สร้างขึ้นบนเครือข่าย Ethereum ซึ่งหลายชิ้นมีราคาสูงอย่างมาก อาทิ Everydays: The First 5000 Days ซึ่งทำยอดขายสูงถึง 69.3 ล้านเหรียญสหรัฐ และทวีตแรกของแจ็ค ดอร์ซีย์ (Jack Dorsey) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอทวิตเตอร์ขายไปได้ในราคาสูงถึง 2.9 ล้านเหรียญสหรัฐ แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ข้อความสั้นๆ นักวิจารณ์จึงมองว่า NFTs เป็นเพียงวัตถุเก็งกำไรและไม่มีมูลค่าที่แท้จริง

Christie’s is proud to offer “Everydays – The First 5000 Days” by @beeple as the first purely digital work of art ever offered by a major auction house. Bidding will be open from Feb 25-Mar 11.Learn more here https://t.co/srx95HCE0o | NFT issued in partnership w/ @makersplaceco pic.twitter.com/zymq2DSjy7— Christie’s (@ChristiesInc) February 16, 2021

just setting up my twttr— jack (@jack) March 21, 2006

Photo by REUTERS/Joshua Roberts

สีจิ้นผิงบอกปูตินว่าจีนพร้อมช่วยแก้วิกฤตยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/685733

วันที่ 16 มิ.ย. 2565 เวลา 14:10 น.

สีจิ้นผิงบอกปูตินว่าจีนพร้อมช่วยแก้วิกฤตยูเครน

ผู้นำจีนประกาศปักกิ่งยึดจุดยืนอิสระกรณียูเครนและพร้อมช่วยปูตินแก้วิกฤต

สำนักข่าว TASS ของรัสเซียรายงานโดยอ้างสำนักข่าวกลางของจีนว่า ในการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน แสดงความพร้อมที่จะช่วยแก้ไขวิกฤตในยูเครน

“ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องแสดงท่าทีด้วยความรับผิดชอบ เพื่อส่งเสริมการแก้ปัญหาวิกฤตในยูเครนอย่างถูกต้อง” สีจิ้นผิงกล่าว “จีนพร้อมจะแสดงบทบาทเชิงสร้างสรรค์ต่อไป”

สีจิ้นผิงอธิบายว่า จีนยึดจุดยืนอิสระในกรณียูเครนโดยคำนึงถึงข้อเท็จจริงและความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์ “เรามีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการรักษาสันติภาพในระดับโลก ในทำนองเดียวกัน เรามีส่วนช่วยในการรักษาระเบียบเศรษฐกิจในโลกให้มีเสถียรภาพ”

Photo by Alexei Druzhinin / SPUTNIK / AFP

รัสเซียและสหรัฐอยู่ในจุดที่’เผชิญหน้าอย่างร้อนแรงมาก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/685728

วันที่ 16 มิ.ย. 2565 เวลา 13:35 น.

รัสเซียและสหรัฐอยู่ในจุดที่'เผชิญหน้าอย่างร้อนแรงมาก'

รัสเซียและสหรัฐฯ อยู่ใน ‘จุดเผชิญหน้าที่ร้อนแรงมาก’ สำนักข่าว RIA อ้างคำกล่าวของโฆษกเครมลิน

สำนักข่าว RIA กล่าวโดยอ้างโฆษกของรัฐบาลรัสเซีย ดมิทรี เปสคอฟ (Dmitry Peskov) กล่าวว่ามอสโกและวอชิงตันอยู่ใน “จุดเผชิญหน้าที่ร้อนแรงมาก” 

เปสคอฟกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่ารัสเซียและสหรัฐอเมริกาต้องหารือเกี่ยวกับการขยายสนธิสัญญาลดอาวุธนิวเคลียร์ หรือ START

ทั้งนี้ START I (สนธิสัญญาลดอาวุธยุทธศาสตร์) เป็นสนธิสัญญาทวิภาคีระหว่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตว่าด้วยการลดและจำกัดอาวุธยุทโธปกรณ์เชิงยุทธศาสตร์ สนธิสัญญาลงนามเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2534 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2537 สนธิสัญญาห้ามผู้ลงนามในการใช้หัวรบนิวเคลียร์มากกว่า 6,000 หัวและขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) และเครื่องทิ้งระเบิดรวม 1,600 ลูก

สนธิสัญญาหมดอายุเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2552

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2553 สนธิสัญญา New START แทนที่ START I ได้ลงนามในกรุงปรากโดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยารัก โอบามา และประธานาธิบดีของรัสเซีย คือ ดมิทรี เมดเวเดฟ ภายหลังการให้สัตยาบันโดยวุฒิสภาสหรัฐและสหพันธรัฐรัสเซีย สนธิสัญญามีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2554 ขยายการลดอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ของอเมริกา โซเวียต หรือรัสเซียจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สนธิสัญญาเรียกร้องให้ลดจำนวนเครื่องยิงขีปนาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์ลงครึ่งหนึ่ง ระบอบการตรวจสอบและการตรวจสอบใหม่จะถูกจัดตั้งขึ้นแทนที่กลไก SORT (สนธิสัญญามอสโก สนธิสัญญาลดอาวุธเชิงกลยุทธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและรัสเซียซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2546 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2554 เมื่อถูกแทนที่โดยสนธิสัญญา New START)

แต่สนธิสัญญา New START ไม่ได้จำกัดจำนวนของหัวรบนิวเคลียร์ที่ไม่ได้ใช้งานในการปฏิบัติงานที่สามารถสะสมได้ ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงมาก 

Photo – Library of Congress/Handout via Reuters

ยานฉางเอ๋อ 5 ของจีนยืนยันพบน้ำบนดวงจันทร์จริงๆ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/685724

วันที่ 16 มิ.ย. 2565 เวลา 12:32 น.

ยานฉางเอ๋อ 5 ของจีนยืนยันพบน้ำบนดวงจันทร์จริงๆ

ตัวอย่างหินดวงจันทร์ที่ยานฉางเอ๋อ 5 ของจีนเก็บกลับโลกเป็นหลักฐานสำคัญว่ามีน้ำบนดวงจันทร์

สำนักข่าว IFLScience รายงานว่า ยานสำรวจดวงจันทร์ฉางเอ๋อ 5 ของจีนยืนยันพบน้ำบนดวงจันทร์โดยเป็นน้ำที่มาจากชั้นในของดวงจันทร์เอง

ก่อนหน้านี้เราพบหลักฐานว่ามีน้ำอยู่บนดวงจันทร์โดยอยู่ในน้ำแข็งที่อยู่ลึกลงไปในแอ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลาในความมืด แต่ตอนนี้ยานฉางเอ๋อ 5 ของจีนได้แสดงให้เห็นว่าไม่เพียงแต่น้ำมีอยู่จริงเท่านั้น แต่ยังพบแหล่งกำเนิดของน้ำว่าส่วนใหญ่มาจากภายในดวงจันทร์ด้วย

ผลการวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Naturee Communications เป็นหลักฐานทางห้องปฏิบัติการแรกที่ดำเนินการบนโลกและบนดวงจันทร์ว่ามีน้ำอยู่บนดวงจันทร์ตามธรรมชาติ

ตัวอย่างที่ส่งกลับมายังโลกเมื่อช่วงปลายปี 2020 เผยให้เห็นการมีอยู่ของกลุ่มไฮดรอกซิล (อะตอมของออกซิเจนและไฮโดรเจนที่เกาะติดกัน) ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่พบบ่อยที่สุดจากปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวข้องกับน้ำ

ทีมวิจัยไม่พบละอองของน้ำภายในหินตัวอย่าง แต่พบสารเคมีที่เทียบเท่ากับการเกิดควันจากเปลวไฟ ยานฉางเอ๋อ 5 อยู่ในมหาสุทรพายุ หรือแอ่งกว้างใหญ่บนดวงจันทร์ที่เกิดจากภูเขาไฟระเบิด แต่ปริมาณของไฮดรอกซิลในพื้นหินบะซอลต์ขนาดใหญ่นี้มีเพียง 30 ส่วนในล้าน

หลี่ชุนไหล จากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์ของสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์ (NAOC) หนึ่งในผู้เขียนผลการวิจัยระบุในแถลงการณ์ว่า “เป็นครั้งแรกในโลกที่ผลการวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการของตัวอย่างดวงจันทร์และข้อมูลสเปกตรัมจากการสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์ในแหล่งกำเนิดถูกนำมาใช้ร่วมกันเพื่อตรวจสอบการมีอยู่ รูปแบบ และปริมาณของ ‘น้ำ’ ในตัวอย่างดวงจันทร์”

“ผลลัพธ์ตอบคำถามเกี่ยวกับลักษณะการกระจายและแหล่งที่มาของน้ำในพื้นที่ลงจอดของฉางเอ๋อ 5 ได้อย่างแม่นยำ และให้ข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงสำหรับการตีความและการประมาณค่าสัญญาณน้ำในข้อมูลการสำรวจระยะไกล”

ทีมวิจัยย้ำว่า สภาพระหว่างการเก็บตัวอย่างและการวิเคราะห์โดยตรงที่ดำเนินการโดยฉางเอ๋อ 5 บนดวงจันทร์นั้นแห้งมาก อุณหภูมิผิวดินสูงกว่า 90 องศาเซลเซียส เนื่องจากเป็นช่วงเกือบเที่ยงของดวงจันทร์ในพื้นที่ที่สำรวจ

นอกจากนี้ยังเกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกับช่วงที่มีลงสุริยะต่ำ กระแสอนุภาคจากดวงอาทิตย์สามารถสร้างไฮดรอกซิลบนดวงจันทร์ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีการพิสูจน์จากทั้งฉางเอ๋อ 5 และการเก็บตัวอย่างของนักบินอวกาศของนาซาในภารกิจอะพอลโล ทว่าภารกิจของจีนสามารถระบุได้ว่าน้ำในหินเหล่านี้มาจากภายในดวงจันทร์

หลี่เผยว่า “ไฮดรอกซิลส่วนเกินนี้เป็นของดั้งเดิม ซึ่งแสดงให้เห็นการปรากฏตัวของน้ำภายในที่มีต้นกำเนิดจากดวงจันทร์ในตัวอย่างหินบนดวงจันทร์ของฉางเอ๋อ 5 และน้ำนั้นมีบทบาทสำคัญในการก่อตัวและการตกผลึกของแม็กมาหินบะซอลต์จากภูเขาไฟบนดวงจันทร์”

การสำรวจแหล่งน้ำบนดวงจันทร์และแหล่งที่มาทำให้ทีมวิจัยได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการก่อตัวและวิวัฒนาการของดวงจันทร์ รวมถึงระบบสุริยะ

AFP / China National Space Administration (CNSA) via CNS

จีนตรวจพบสัญญาณจากมนุษย์ต่างดาวจริงหรือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/685721

วันที่ 16 มิ.ย. 2565 เวลา 12:00 น.

จีนตรวจพบสัญญาณจากมนุษย์ต่างดาวจริงหรือ

จีนพบสัญญาณปริศนาจากนอกโลก ผู้เชี่ยวชาญแย้งอาจเป็นเพียงสัญญาณวิทยุรบกวน

SPACE รายงานว่าสืบเนื่องจากรายงานฉบับหนึ่งที่เผยแพร่โดย Science and Technology Daily ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของรัฐบาลจีน ทำให้บนโลกออนไลน์ขณะนี้เต็มไปด้วยข่าวลือว่าจีนอาจได้รับสัญญาณบางอย่างจากมนุษย์ต่างดาว

จาง นักวิทยาศาสตร์หัวหน้าทีมค้นหาอารยธรรมนอกโลกที่ร่วมก่อตั้งโดยมหาวิทยาลัยครูแห่งปักกิ่ง, หอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์แห่งชาติ และมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ กล่าวว่าจีนพบสัญญาณที่น่าสนใจ 2 ชุดในปี 2020 ขณะกำลังกลั่นกรองข้อมูลที่ได้จากกล้องโทรทัศน์ Sky Eye กล้องโทรทรรศน์วิทยุที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งตั้งอยู่ในกุ้ยโจว ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งอาจเป็นสัญญาณจากอารยธรรมต่างดาว

นอกจากนี้ยังเผยว่าพบสัญญาณที่น่าสงสัยอีกสัญญาณในปี 2022 จากข้อมูลการสังเกตของเป้าหมายดาวเคราะห์นอกระบบ อย่างไรก็ตาม จางเน้นย้ำถึงความเป็นไปได้ที่สัญญาณดังกล่าวอาจเป็นผลจากสัญญาณรบกวนทางวิทยุ

ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวถูกลบออกจากเว็บไซต์ของ Science and Technology Daily แล้ว แต่ถูกพูดถึงอย่างมากบน Weibo โซเชียลมีเดียของจีน ขณะที่สื่ออื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศหยิบยกขึ้นมารายงาน

SPACE ได้พูดคุยกับแดน เวอร์ธิเมอร์ หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ SETI (search for extraterrestrial intelligence) แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งทำงานร่วมกับทีมวิจัย SETI ของมหาวิทยาลัยครูแห่งปักกิ่ง

เวอร์ธิเมอร์ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่ว่าสัญญาณดังกล่าวมาจากอารยธรรมมนุษย์ต่างดาว โดยชี้ว่าเป็นเพียงสัญญาณวิทยุรบกวน ซึ่งเรียกกันว่า RFI (radio frequency interference) อาจมาจากโทรศัพท์มือถือ เครื่องส่งสัญญาณโทรทัศน์ เรดาร์ ดาวเทียม ตลอดจนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์ใกล้กับหอดูดาวที่ผลิตสัญญาณวิทยุ

“สัญญาณทั้งหมดที่ตรวจพบโดยนักวิจัยของ SETI จนถึงตอนนี้สร้างขึ้นโดยอารยธรรมมนุษย์เอง ไม่ใช่อารยธรรมอื่น” เวอร์ธิเมอร์กล่าว พร้อมเสริมว่าการสำรวจ SETI ในปัจจุบันมีความยากขึ้นเนื่องจากมีคลื่นสัญญาณรบกวนจากการสร้างเครื่องส่งสัญญาณและดาวเทียมที่มากขึ้น และในอนาคตอาจต้องมีการติดตั้งกล้องโทรทัศน์บนดวงจันทร์เพื่อปกป้องคลื่นสัญญาณรบกวน

Photo by AFP PHOTO / STR / China OUT

Pacamara Coffee Roasters พร้อมเสิร์ฟรสชาติใหม่ที่เหล่าคอกาแฟไม่ควรพลาด!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/685674

วันที่ 15 มิ.ย. 2565 เวลา 12:36 น.

Pacamara Coffee Roasters พร้อมเสิร์ฟรสชาติใหม่ที่เหล่าคอกาแฟไม่ควรพลาด!

“พาคามาร่า คอฟฟี่ โรสเตอร์” (Pacamara Coffee Roasters) แบรนด์สเปเชียลตี้คอฟฟี่ชื่อดัง พร้อมเสิร์ฟรสชาติใหม่ที่เหล่าคอกาแฟไม่ควรพลาด! กับสุดยอดเมนูกาแฟเดอร์ตี้สไตล์โตเกียว ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถันพิถันด้วยสูตรลับเฉพาะ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Work Hard, Dirty Harder”

Pacamara Coffee Roasters พร้อมเสิร์ฟรสชาติใหม่ที่เหล่าคอกาแฟไม่ควรพลาด!

หากพูดถึงเมนูยอดนิยมของคาเฟ่ประเภทสเปเชียลตี้คอฟฟี่ ในอันดับต้นๆ จะต้องมีเมนูกาแฟเดอร์ตี้ (Dirty Coffee) อยู่อย่างแน่นอน เพราะหลายปีมานี้จะเห็นได้ว่ากาแฟเดอร์ตี้ (Dirty Coffee) นั้นได้รับความนิยมในกลุ่มคอกาแฟเป็นอย่างมาก จากเสน่ห์ในความชัดเจนของรสชาติและมีความหลากหลายในแก้วเดียว โดยล่าสุด “พาคามาร่า คอฟฟี่ โรสเตอร์” (Pacamara Coffee Roasters) แบรนด์ที่ขึ้นชื่อด้านสเปเชียลตี้คอฟฟี่และมีซิกเนเจอร์เป็นเมนูกาแฟเดอร์ตี้ (Dirty Coffee) ได้เปิดตัวสุดยอดเมนูใหม่ที่รังสรรค์ขึ้นจากเมล็ดกาแฟเบลนด์พิเศษเพื่อให้ได้รสชาติของกาแฟเดอร์ตี้ (Dirty Coffee) สไตล์โตเกียวต้นตำรับ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Work Hard, Dirty Harder” ทำทุกอย่างให้เต็มที่ แล้วให้รางวัลตัวเองด้วยสุดยอดกาแฟเดอร์ตี้ที่พาคามาร่า โดยพร้อมเสิร์ฟให้ได้ดื่มด่ำกันแล้ววันนี้ ไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2565

Pacamara Coffee Roasters พร้อมเสิร์ฟรสชาติใหม่ที่เหล่าคอกาแฟไม่ควรพลาด!

“พาคามาร่า คอฟฟี่ โรสเตอร์” (Pacamara Coffee Roasters) แบรนด์สเปเชียลตี้คอฟฟี่ชื่อดัง ที่ใส่ใจควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน จากโรงงานแปรรูป โรงสีเมล็ดและโรงคั่วกาแฟ ภายใต้การดูแลของแบรนด์เอง พร้อมคัดสรรเมล็ดพันธุ์กาแฟชั้นดีจากแหล่งปลูกชั้นนำทั่วทุกมุมโลก ผ่านฝีมือการแปรรูปโดยผู้เชี่ยวชาญก่อนนำเมล็ดกาแฟไปคั่วอย่างพิถีพิถันเพื่อดึงเอาเอกลักษณ์และรสชาติที่โดดเด่นของเมล็ดกาแฟออกมาด้วยเครื่องคั่วไฮเอนด์คุณภาพระดับโลก

Pacamara Coffee Roasters พร้อมเสิร์ฟรสชาติใหม่ที่เหล่าคอกาแฟไม่ควรพลาด!

สำหรับกาแฟเดอร์ตี้ (Dirty Coffee) ได้ถือกำเนิดขึ้นโดยการสร้างสรรค์จากเจ้าของร้าน Bear Pond Espresso เอสเพรสโซ่บาร์ชื่อดังย่าน Shimokitazawa ในโตเกียว และได้นำเมนูนี้ไปเปิดตัวครั้งแรกให้คอกาแฟได้ลิ้มรสที่ร้าน Joe The Art of Coffee ในมหานครนิวยอร์กจนโด่งดังและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยความพิเศษของกาแฟเดอร์ตี้ (Dirty Coffee) เป็นเมนูกาแฟนมที่เสิร์ฟแยกชั้นกันอย่างชัดเจนระหว่าง ‘นมเย็นจัด’ ที่อยู่ด้านล่างของแก้ว กับ ‘ช็อตเอสเพรสโซ่’ หรือ ‘ริสเทรตโต้’ ที่อยู่ด้านบน จึงต้องเสิร์ฟใน ‘แก้วใสแช่เย็น’ เท่านั้น เพื่อให้มองเห็นการแยกชั้นเป็นลวดลายต่างๆ ดังนั้นคำว่าเดอร์ตี้ (Dirty) จึงไม่ได้หมายถึงสกปรก แต่มาจากคราบของกาแฟที่เปรอะเปื้อนภายในแก้วนมสีขาวบริสุทธิ์นั่นเอง โดยวิธีการดื่มนั้นจะไม่ใช้ช้อนคนส่วนผสมก่อนดื่ม แต่ให้ยกขึ้นจิบตามที่บาริสต้าเสิร์ฟทันที เพื่อให้ได้รสชาติของส่วนผสมแต่ละชั้นอย่างชัดเจน โดยแต่ละจิบที่ดื่มไปเรื่อยๆ ก็จะได้รสสัมผัสและกลิ่นที่แตกต่างกันไปซึ่งเป็นเสน่ห์พิเศษของเมนูนี้

โดยที่ “พาคามาร่า คอฟฟี่ โรสเตอร์” (Pacamara Coffee Roasters) นั้น ก็มีเมนู เซนต์ เดอร์ตี้ (Saint Dirty) กาแฟเดอร์ตี้สุดคลาสสิก หนึ่งในเมนูซิกเนเจอร์ยอดนิยมตลอดกาล จากช็อตดับเบิ้ล ริสเทรตโต้ (Double Ristretto) ท็อปอยู่บนนมเย็นจัดสูตรลับเฉพาะ ที่มอบรสสัมผัสหอมเข้มข้นกลมกล่อมหวานมันได้อย่างลงตัว

Pacamara Coffee Roasters พร้อมเสิร์ฟรสชาติใหม่ที่เหล่าคอกาแฟไม่ควรพลาด!

สำหรับความพิเศษของเมนูใหม่นั้น ทางแบรนด์ได้สร้างสรรค์ “โตเกียว เดอร์ตี้ เบลนด์” (Tokyo Dirty Blend) เมล็ดกาแฟเบลนด์พิเศษขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะจากส่วนผสมของเมล็ดกาแฟต่างประเทศที่คัดสรรจาก 3 ทวีป 3 ประเทศผ่านการคั่วที่ถูกควบคุมโดยทีมโรสเตอร์ผู้เชี่ยวชาญ ใช้เทคนิคการสกัดช็อตกาแฟแบบพิเศษและควบคุมอัตราส่วนโดยบาริสต้าที่มีความชำนาญ เพื่อให้คอกาแฟได้ดื่มด่ำกับช็อตดับเบิ้ล ริสเทรตโต้ (Double Ristretto) ในสไตล์โตเกียวแท้ๆ ที่รสชาติออกหวานแบบเมเปิ้ลไซรัป (Maple Syrup) ผสมมอลต์บิสกิต (Malt Biscuits) และดาร์กช็อกโกแลต ( Dark Chocolate) และมีบอดี้ที่ดี (Full Body)

เมนูแรกคือ “โตเกียวสไตล์ เดอร์ตี้” (Tokyo Style Dirty) ความลงตัวของช็อตดับเบิ้ล ริสเทรตโต้ (Double Ristretto) ที่ท็อปด้านบนด้วยนมสดเย็นจัด ในอัตราส่วนที่เหมาะสม ซึ่งแม้ไม่ได้เติมความหวานเลย แต่เดอร์ตี้แก้วนี้ก็สามารถดึงความหอมหวานที่มาจากรสชาติกาแฟอย่างแท้จริงออกมาได้อย่างลงตัว ถัดมาที่เมนู “แซนด์แคสเซิล เดอร์ตี้” (Sandcastle Dirty) เปิดประสบการณ์ในการดื่มเดอร์ตี้ด้วยความหวานกลมกล่อมของนมเย็นจัดสูตรลับเฉพาะและช็อตดับเบิ้ล ริสเทรตโต้ (Double Ristretto) ทำให้เดอร์ตี้แก้วนี้ มีรสชาติที่คอมเพล็กซ์ เมื่อจิบไปเรื่อยๆ จะมีรสสัมผัสและกลิ่นที่แตกต่างกันไป โดยเสน่ห์พิเศษของเมนูนี้คือความหอมหวานของคาราเมลแคนดี้และมอลต์บิสกิต ที่จะมาสร้างความเพลิดเพลินให้อย่างไม่รู้จบ ปิดท้ายที่เมนู “กรีนมาร์เบิล เดอร์ตี้” (Green Marble Dirty) เดอร์ตี้คอนเซ็ปต์ใหม่ที่เอาใจคนรักมัทฉะโดยเฉพาะ ด้วยผงมัทฉะเกรดพรีเมียมจากเมืองอุจิ (Uji) จังหวัดเกียวโต นำมาผสมผสานกับนมเย็นจัดสูตรลับเฉพาะ ที่นอกจากสีสันสวยงามน่ารับประทานแล้ว รสชาติของมัทฉะเดอร์ตี้แก้วนี้ยังกลมกล่อม หอม และนุ่มนวลเป็นพิเศษอีกด้วยรับรองว่าต้องถูกใจสาวก มัทฉะอย่างแน่นอน

Pacamara Coffee Roasters พร้อมเสิร์ฟรสชาติใหม่ที่เหล่าคอกาแฟไม่ควรพลาด!

ร่วมดื่มด่ำไปกับรสชาติชั้นเยี่ยมของเครื่องดื่ม เดอร์ตี้ (Dirty Beverage) ได้แล้ววันนี้ ไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2565 ที่ร้าน “พาคามาร่า คอฟฟี่ โรสเตอร์” (Pacamara Coffee Roasters) ทุกสาขา และอีก 3 สาขาใหม่เร็วๆ นี้ที่ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สุขุมวิท 39, ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ และเซ็นทรัล ลาดพร้าว พิเศษสำหรับสมาชิกแอปพลิเคชัน พาคามาร่า ระดับแพลตตินั่ม สามารถรับสิทธิ์ซื้อเครื่องดื่ม 1 แถม 1 ในเมนู “Work Hard, Dirty Harder” ได้ทุกวันพุธ โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ พาคามาร่า คอฟฟี่ โรสเตอร์” (Pacamara Coffee Roasters) ได้ทาง Facebook: PACAMARA

2022 Darjeeling First Flush ชาชั้นดีแห่งปีที่เปี่ยมล้นด้วยอรรถรส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/685634

วันที่ 15 มิ.ย. 2565 เวลา 08:05 น.

2022 Darjeeling First Flush ชาชั้นดีแห่งปีที่เปี่ยมล้นด้วยอรรถรส

TWG Tea บรรจงคัดสรรชาชั้นเลิศที่เก็บเกี่ยวในฤดูกาลแรกจากเทือกเขาหิมาลัย กับ “2022 Darjeeling First Flush” พร้อมนำเสนอลิสต์ชาดาร์จีลิ่งชั้นเลิศที่คนรักชาห้ามพลาด

2022 Darjeeling First Flush ชาชั้นดีแห่งปีที่เปี่ยมล้นด้วยอรรถรส

ทีดับเบิลยูจี ที (TWG TEA) แบรนด์ชาชั้นนำระดับโลก นำความหอมกรุ่นและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของชาดาร์จีลิ่งชั้นเลิศจากบริเวณเชิงเขาที่ราบสูงหิมาลัยอันเลื่องชื่อ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น “ราชาแห่งชาดำ” จากรสชาติอันมีเอกลักษณ์ และในปีนี้ TWG Tea ได้นำเสนอ “2022 Darjeeling First Flush” ชาดาร์จีลิ่งที่เก็บเกี่ยวในฤดูกาลแรกที่ดีที่สุด รวมถึงนำเสนอลิสต์เมนูชาดาร์จีลิ่งชั้นเลิศอีกหลากหลายรายการเพื่อให้คนรักชาได้เลือกสรรชาชั้นดีอย่างเต็มอรรถรส

2022 Darjeeling First Flush ชาชั้นดีแห่งปีที่เปี่ยมล้นด้วยอรรถรส

ชาดาร์จีลิ่ง ‘ราชาแห่งชาดำ’

ที่ราบสูงหิมาลัย ดินแดนอันเป็นแหล่งเพาะปลูกชาดาร์จีลิ่ง เป็นดินแดนที่มีเอกลักษณ์ในการเพาะปลูกชาอย่างยิ่ง เนื่องด้วยมีสภาพภูมิอากาศเย็น อีกทั้งยังมีระดับความสูงที่สูงถึง 2,500 เมตร นอกจากนี้ดินและปริมาณน้ำฝนที่มีลักษณะเฉพาะของเทือกเขาทำให้ได้คุณภาพ กลิ่น และรสชาติที่โดดเด่นจากธรรมชาติ ส่งผลให้ได้ชาดำชั้นเลิศที่ไม่สามารถพบเจอได้จากบริเวณอื่นในโลก จนได้รับสมญานามว่าเป็นราชาแห่งชาดำ

ทีดับเบิลยูจี ที ขอนำเสนอ 2022 ดาร์จีลิ่ง เฟิร์ส ฟลัช (2022 Darjeeling First Flush) ชาดำคัดสรรพิเศษที่เก็บเกี่ยวในฤดูกาลแรกของปี ให้รสสัมผัสอันหอมหวานคล้ายองุ่นมัสคาเทลและพีช มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนชาใดๆด้วยกลิ่นหอมและรสชาติที่ซับซ้อน นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยสัมผัสที่โดดเด่นของผลไม้สุกและถั่ว ชา 2022 ดาร์จีลิ่ง เฟิร์ส ฟลัช (2022 Darjeeling First Flush) บรรจุในกระป๋องชาลิมิเต็ท เอดิชั่น (limited edition) พิมพ์ลวดลายสีทองสวยงาม เหมาะแก่การสะสมหรือมอบให้เป็นของขวัญได้อย่างสมบูรณ์แบบ

2022 Darjeeling First Flush ชาชั้นดีแห่งปีที่เปี่ยมล้นด้วยอรรถรส
2022 Darjeeling First Flush ชาชั้นดีแห่งปีที่เปี่ยมล้นด้วยอรรถรส
2022 Darjeeling First Flush ชาชั้นดีแห่งปีที่เปี่ยมล้นด้วยอรรถรส
2022 Darjeeling First Flush ชาชั้นดีแห่งปีที่เปี่ยมล้นด้วยอรรถรส
2022 Darjeeling First Flush ชาชั้นดีแห่งปีที่เปี่ยมล้นด้วยอรรถรส
2022 Darjeeling First Flush ชาชั้นดีแห่งปีที่เปี่ยมล้นด้วยอรรถรส

นอกจากนี้ ทีดับเบิลยูจี ที (TWG Tea) ยังมีลิสต์ชาดาร์จีลิ่งนานาชนิด นำเสนอให้เลือกสรร ได้แก่ชา Darjeeling Mist Tea ชาดาร์จีลิ่งที่เก็บเกี่ยวในฤดูแรก จากแหล่งปลูกบริเวณเทือกเขาหิมาลัยผสานกับชาแดงชั้นยอดจากแอฟริกาใต้ และชา Maharajah Darjeeling ชาดาร์จีลิ่งรสชาติเข้มข้น ให้รสสัมผัสหวานอันมีเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับโอกาสสำคัญ และชา Darjeeling Princess Tea ชาดาร์จีลิ่งที่เก็บเกี่ยวในฤดูแรก ผสานกับผลไม้นานาชนิด และชา Royal Darjeeling FTGFOP1 ที่ได้ชื่อว่าเป็น “ราชาแห่งชาอินเดีย” มีกลิ่นและรสที่จะช่วยเติมชีวิตชีวาได้ในทุกโอกาส และสุดท้ายชา White Darjeeling ชาขาวชั้นยอด ที่ผลิตได้เพียง 2 กิโลกรัมต่อวันเท่านั้น และใช้มือในกระบวนการเก็บและผลิต ทำให้ได้รสสัมผัสละมุนและเป็นธรรมชาติ ตอบโจทย์คนรักชาที่มองหาชาชั้นเลิศเพื่อเติมเต็มอรรถรสในการดื่มชาอย่างยิ่ง

2022 Darjeeling First Flush ชาชั้นดีแห่งปีที่เปี่ยมล้นด้วยอรรถรส

จาก ‘ใบชา’ สู่ ‘ถ้วยชา’

ความลับในการผลิตชาดาร์จีลิ่งชั้นดีสักถ้วยนั้นคือกระบวนการเบื้องหลังทั้งหมด ตั้งแต่สภาพอากาศและสภาพดิน เทคนิคการเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยวแบบออร์แกนิค ไปจนถึงการทำฟาร์มแบบยั่งยืนและวิธีการแปรรูปชา ชาดาร์จีลิ่งเหล่านี้ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถันด้วยมือ เพื่อให้แน่ใจว่าได้คุณภาพสูงและละเอียดประณีต

2022 Darjeeling First Flush ชาชั้นดีแห่งปีที่เปี่ยมล้นด้วยอรรถรส

ดื่มด่ำกับอรรถรสแห่งชาชั้นดี ดาร์จีลิ่ง เฟิร์ส ฟลัช ที ปี 2022 (2022 Darjeeling First Flush Tea) ได้ในราคาชิ้นละ 1,560 บาท มีจำหน่ายตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565 ณ ทีดับเบิลยูจี ที ซาลอน แอนด์ บูทีค ทุกสาขา และเมนูชาดาร์จีลิ่งได้แก่ Darjeeling Mist Tea, Maharajah Darjeeling, Darjeeling Princess Tea, และ Royal Darjeeling FTGFOP1 ราคาพิเศษ 250 บาท++ ต่อที่ และ White Darjeeling ราคาพิเศษ 490 บาท++ ต่อที่ ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2565 ณ ทีดับเบิลยูจี ที ซาลอน แอนด์ บูทีค สาขา ดิ เอ็มโพเรียม ชั้น G สาขาสยามพารากอน ชั้น G และสาขาไอคอนสยาม ชั้น G สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-2259-9510

ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง รักษาเร็วหยุดความเสี่ยงภูมิแพ้ชนิดอื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/685680

วันที่ 15 มิ.ย. 2565 เวลา 13:50 น.

ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง รักษาเร็วหยุดความเสี่ยงภูมิแพ้ชนิดอื่น

‘โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง’ แพทย์ย้ำไม่ใช่โรคติดต่อ จัดการได้หากรับการรักษาอย่างตรงจุด รักษาเร็วหยุดความเสี่ยงภูมิแพ้ชนิดอื่น ๆ

เนื่องด้วยสัปดาห์โรคภูมิแพ้โลก หรือ World Allery Week 2022 ที่จัดขึ้นทุกปีในช่วงเดือนมิถุนายน เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับผลกระทบของโรคภูมิแพ้  ยิ่งไปกว่านั้น ‘โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง’ ( Atopic Dermatitis) ยังเสมือนด่านปราการแรกในการนำไปสู่โรคภูมิแพ้ชนิดอื่น ๆ จากข้อมูลกว่า 50% พบเกิดอาการร่วมกับโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ จาม น้ำมูก คัน คัดจมูก โรคหอบหืด รวมถึงการแพ้อาหาร ความเข้าใจและการรักษาอย่างตรงจุดจึงนับเป็นหัวใจสำคัญช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยอย่างยั่งยืน

ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง รักษาเร็วหยุดความเสี่ยงภูมิแพ้ชนิดอื่น

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้มากว่า 30 ปี ศ.ดร.พญ.อรพรรณ โพชนุกูล ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคภูมิแพ้ โรคหืด และระบบหายใจ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และนายกสมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ประเทศไทยทุกวันนี้ มีผู้ป่วยโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่อยู่ในระดับที่รุนแรง ไม่น้อยกว่า 5% หรือประมาณ 500,000 ราย จากประชากรที่เป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ซึ่งมีอยู่กว่า 10 ล้านคน หรือ 15% ของประชากรไทย แต่กลับมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง มากมาย อาทิ เป็นโรคติดต่อกันได้ ทำให้ผู้ป่วยเกิดความอับอาย โดนรังเกียจจากสังคม ส่งผลกระทบต่อจิตใจ การอาบน้ำช่วยบรรเทาอาการคันหรือระคายเคือง หรือกระทั่งการงดเว้นอาหารบางประเภทจะทำให้อาการต่าง ๆ หายขาด นอกจากนี้ ยังมีความเข้าใจผิดว่าหากใช้สเตียรอยด์แล้วจะหาย ซึ่งสเตียรอยด์เป็นยาต้านการอักเสบ ช่วยเฉพาะผิวภายนอก ไม่ได้ช่วยการอักเสบข้างในหรือไม่ได้ช่วยรักษาจากสาเหตุของเซลล์หรือยีนที่ผิดปกติ หากใช้สเตียรอยด์ไปเรื่อย ๆ ก็จะเกิดการดื้อยา และได้รับผลข้างเคียง ทำให้ผิวหนังบางลงและดูดซึมเข้าร่างกาย ส่งผลต่อการเจริญเติบโตอีกด้วย

ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง รักษาเร็วหยุดความเสี่ยงภูมิแพ้ชนิดอื่น

ในความเป็นจริงโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ไม่สามารถติดต่อกันได้ แต่เกิดจากปัจจัยหลักสำคัญ 2 ประการ คือ ปัจจัยภายใน คือ พันธุกรรม หรือมีประวัติครอบครัวเป็นภูมิแพ้หรือภูมิแพ้ผิวหนัง ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของยีน และ ปัจจัยภายนอก ได้แก่ สิ่งกระตุ้น เช่น มลพิษต่าง ๆ อาทิ แสงแดด สภาพแวดล้อม รวมถึงสารก่อภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่น ปัจจัยภายนอกนั้นมีผลมากกว่าปัจจัยภายใน เพราะอาการต่าง ๆ อันเนื่องมาจากโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังนั้น เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ไปกระตุ้นให้เกิดอาการระคายเคือง หรือการอักเสบของผิวหนัง ยิ่งปัจจุบัน ประเทศไทยมีปัจจัยกระตุ้นทั้งจากมลภาวะเป็นพิษ ฝุ่น PM 2.5 ซึ่งล้วนมีผลกระตุ้นทำให้ชั้นผิวหนังถูกทำลาย ส่งผลให้คนไทยเป็นโรคภูมิแพ้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีการคาดการณ์ว่าอีก 30 ปีข้างหน้า ประชากรไทย 50% จะเป็นโรคภูมิแพ้ ไม่ว่าจะเป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง หรือโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ ซึ่งกว่า 50% มักพบว่าเป็นร่วมกันทั้งสองโรค

ทั้งนี้วิธีการสังเกตอาการเบื้องต้นที่ควรมาพบแพทย์ คือ  “รบกวน” ในกรณีที่มีอาการคันจนรบกวนการนอน รบกวนการใช้ชีวิต และ “เรื้อรัง” มีอาการคันหรือเป็นผื่นที่เป็นเรื้อรัง เกิน 6 เดือน มีอาการหลายบริเวณ เกิน 2 ตำแหน่งขึ้นไป  มีการกลับมาเป็นอยู่เรื่อย ๆ อีกหนึ่งจุดสังเกตคือ มีอาการเห็นเด่นชัดบริเวณใบหน้า

ศ.ดร.พญ.อรพรรณ โพชนุกูล กล่าวถึงวิธีการรักษาภูมิแพ้ ต้องเริ่มจากการรักษาที่เกราะป้องกันตัวเราก่อน คือผิวหนัง ผิวหนังมีพื้นที่ผิวมากที่สุดในร่างกาย เพราะฉะนั้นผิวหนังจึงเสมือนปราการด่านแรก หากถูกทำลายก็ทำให้อ่อนแอ ส่งผลให้เกิดการแพ้อื่น ๆ ได้ เราสามารถแพ้อาหารทางผิวหนังได้ เช่น แพ้ถั่ว โดยไม่จำเป็นต้องกินก็แพ้ได้ด้วยการสัมผัสบ่อย ๆ ปัจจุบัน ถ้าเด็กเป็นภูมิแพ้ผิวหนัง ก็จะแพ้อาหาร แพ้พวกไรฝุ่น หรือขนสัตว์ที่เกิดจากการสัมผัส ไม่ได้เข้าระบบทางเดินหายใจ บรรดาโรคภูมิแพ้ทั้งหมด ‘โรคภูมิแพ้ผิวหนัง’ ถือเป็นโรคที่มีผลกระทบในวงกว้าง เพราะมีโอกาสเป็นภูมิแพ้ชนิดอื่นได้ และสิ่งที่น่าวิตก คือ คนไทยประมาณ 5% ที่ป่วยเป็นโรคผื่นภูมิแพ้ในระดับที่รุนแรงกลับถูกมองข้าม เพราะคิดว่าโรคนี้ไม่ได้ทำให้เสียชีวิต แต่ทว่าโรคนี้ได้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก ผู้ป่วยจะมีอาการคันตลอด นอนไม่ได้ ติดเชื้อง่าย ไม่เพียงแค่ผลกระทบทางร่างกาย ความเข้าใจผิด ทำให้ผู้ป่วยไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม สูญเสียความมั่นใจ อาย เกิดความเครียดสะสมและก่อให้เกิดภาวะซึมเศร้า มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่คิดฆ่าตัวตาย

ด้านคุณแม่ผู้ป่วย ซึ่งมีลูกชายวัย 17 ปี ป่วยเป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังขั้นรุนแรง แบ่งปันประสบการณ์ให้ฟังว่า ลูกชายของตนมีอาการเป็นมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งก็รักษาตามอาการมาโดยตลอด ทั้งกินยา ทายา และห่อตัวด้วย Wet Wrap เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นของผิว แต่พอระยะหลังช่วงมัธยมต้น อาการหนักขึ้นเรื่อย ๆ รักษาทุกวิธีทุกรูปแบบก็ไม่หาย ผิวหนังเป็นตุ่มเป็นผื่นแดงทั่วตัว ไม่มีที่ว่างเลย เพื่อน ๆ ที่โรงเรียนก็ไม่กล้าเข้าใกล้ เพราะไม่รู้ว่าเป็นโรคอะไร เมื่อไปโรงเรียน ก็มีคนทำท่ารังเกียจ ทำให้ไม่อยากไปโรงเรียน กลายเป็นคนเก็บตัว ไม่อยากออกไปข้างนอก ไม่อยากถ่ายรูป ขาดสมาธิในการเรียน  การเรียนตกต่ำลง อีกทั้งงานอดิเรกคือกีฬากอล์ฟ ก็ต้องหยุดไปเพราะไม่สามารถออกแดดได้ คนเป็นแม่รู้สึกทุกข์ทรมานใจมาก เพราะโรคนี้ได้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของทั้งผู้ป่วยและคนในครอบครัว ทั้งด้านร่างกายและจิตใจเป็นอย่างมาก แต่โชคดีที่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา น้องได้รับการรักษาด้วยกลุ่มยาชีววัตถุ ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ทำให้น้องมีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดภายใน 2 สัปดาห์ และผื่นหายหมดหลังจากรักษาไป 1 เดือน ปัจจุบันครอบครัวกลับมามีความสุขอีกครั้ง น้องอยากไปโรงเรียน และมีกลุ่มเพื่อน ๆ รวมถึงผลการเรียนก็ดีขึ้น

ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง รักษาเร็วหยุดความเสี่ยงภูมิแพ้ชนิดอื่น

ศ.ดร.พญ.อรพรรณ โพชนุกูล กล่าวปิดท้ายถึงอุปสรรคในการเข้าถึงกลุ่มยาชีววัตถุว่า ในปัจจุบันยังมีผู้ป่วยอีกจำนวนมากที่ยังไม่สามารถเข้าถึงการรักษาด้วยยากลุ่มนี้ได้ เนื่องจากยากลุ่มชีววัตถุยังไม่ถูกบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ และยังไม่มีระบบสำหรับการเบิกจ่ายค่ารักษาของยากลุ่มนี้ ซึ่งเป็นยาที่มีราคาค่อนข้างสูง และเป็นนวัตกรรมใหม่หรือที่เรียกว่าการรักษาแบบพุ่งเป้า (Targeted Therapy) ซึ่งเป็นการรักษาตรงจุดช่วยลดการอักเสบเฉพาะเซลล์ที่บกพร่อง และทำให้โรคสงบ ช่วยลดการเห่อ ทำให้ผู้ป่วยสามารถมีเวลาฟื้นฟูผิว อาบน้ำ ทาครีมดูแล แต่ถ้าโรคไม่สงบ ผิวหนังถูกกระตุ้นเรื่อย ๆ จากการเกา เกิดการอักเสบและเห่อขึ้นอีก ซึ่งจะวนไปแบบนี้เรื่อย ๆ โดยหลักการการรักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง คือ ต้องให้โรคสงบก่อน และรีบฟื้นฟูผิว รวมถึงต้องเลี่ยงไม่ให้เจอปัจจัยกระตุ้น อีกทั้งต้องปรับการใช้ชีวิตให้สมดุลแบบองค์รวม หรือ 4E ประกอบด้วย 1. Environment – สภาพแวดล้อม หลีกเลี่ยงพวกไรฝุ่น หรือมลภาวะเป็นพิษหรือตัวกระตุ้นทั้งในบ้านและนอกบ้าน 2. Emotion – พยายามไม่เครียด เพราะมีผลทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง และโรคภูมิแพ้กำเริบ 3. Exercise – การออกกำลังกายจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน แต่ก็ต้องมีลักษณะพิเศษคือควรอยู่ในห้องแอร์ ออกกำลังกายแต่พอดี ไม่ร้อน ไม่ให้เหงื่อออก หรือหากว่ายน้ำ ก็ต้องเป็นระบบน้ำเกลือ ควรหลีกเลี่ยงคลอรีน เป็นต้น และ 4. Eating – รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ควรกินผักผลไม้ในปริมาณที่สมดุลกับหมวดหมู่อื่นๆ และเสริมวิตามิน D เพื่อช่วยป้องกันเรื่องภูมิแพ้

สนใจรายละเอียดเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ต่าง ๆ เพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่เพจศูนย์ภูมิแพ้ ธรรมศาสตร์ 

https://www.facebook.com/pageAsthmaTUcaap และเพจ Asthma? Talks by Dr. Ann 

https://www.facebook.com/TU.AsthmaClub2014/

Bitcoin ยังร่วงต่อเนื่อง ผู้เชี่ยวชาญเตือนยังไม่หยุดแค่นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/685691

วันที่ 15 มิ.ย. 2565 เวลา 17:03 น.

Bitcoin ยังร่วงต่อเนื่อง ผู้เชี่ยวชาญเตือนยังไม่หยุดแค่นี้

ตลาดคริปโตดิ่งต่อเนื่อง ผู้เชี่ยวชาญเตือนยังร่วงได้มากกว่านี้

วันที่ 15 มิ.ย. Reuters รายงานว่าราคา Bitcoin ยังคงร่วงลงอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้อยู่ที่ 20,169 เหรียญสหรัฐ สู่จุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2020 ท่ามกลางการเทขายจากนักลงทุน ขณะที่ Celsius แพลตฟอร์มรับฝากและกู้ยืมคริปโตเคอร์เรนซีประกาศระงับบริการถอนและโอนคริปโตเป็นการชั่วคราว

รายงานระบุว่า Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลเบอร์หนึ่งของโลกร่วงลงไปประมาณ 70% นับตั้งแต่ทำออลไทม์ไฮที่ 69,000 เหรียญสหรัฐเมื่อเดือนพ.ย. ที่ผ่านมา

ในขณะที่เศรษฐกิจอยู่ในช่วงชะลอตัว ด้วยภาวะเงินเฟ้อที่ทวีความรุนแรงขึ้น ท่ามกลางความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจขึ้นดอกเบี้ยถึง 0.75% หลังอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐพุ่งสูงสุดในรอบ 40 ปี

ประกอบกับภาวะชะงักงันของห่วงโซ่อุปทานจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อมาเกือบ 4 เดือน และการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศจีน

ขณะที่ธนาคารโลกเตือนว่าโลกกำลังเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น โดยหลายประเทศมีแนวโน้มที่จะเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอย ตลอดจนเตือนถึงสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและเงินเฟ้อพุ่ง (Stagflation) เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในยุค 1970

ตามรายงานของ Digital Asset Manager CoinShares ระบุว่ากองทุนคริปโตมีการไหลออก 102 ล้านเหรียญสหรัฐในสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากนักลงทุนกังวลต่อนโยบายของธนาคารกลางที่เข้มงวดขึ้น

ขณะที่ CoinMarketCap รายงานว่ามูลค่าของคริปโตทั่วโลกลดลงเหลือต่ำกว่า 900,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากจุดสูงสุดที่ 2.97 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในเดือนพ.ย.

“ระลอกคลื่นในตลาดยังไม่หยุดแค่นี้ โชคไม่ดีนักที่เกมยังไม่จบ” Scottie Siu ผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนของ Axion Global Asset Management ในฮ่องกงเตือน

ขณะที่ Scott Minerd ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Guggenheim กล่าวกับ CNBC โดยมองว่า Bitcoin อาจร่วงลงเหลือ 8,000 เหรียญสหรัฐเลยทีเดียว

ด้านสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ซึ่งมีแนวโน้มเคลื่อนไหวควบคู่ไปกับ Bitcoin ก็ร่วงลงเช่นกัน โดยEthereum คริปโตเคอร์เรนซีที่ใหญ่เป็นอันดับสองร่วงลงกว่า 14% อยู่ที่ 1,030 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 15 เดือน

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

ดอลลาร์พุ่งสูงสุดในรอบสองทศวรรษ หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.75%

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/685716

วันที่ 16 มิ.ย. 2565 เวลา 10:25 น.

ดอลลาร์พุ่งสูงสุดในรอบสองทศวรรษ หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.75%

เงินดอลลาร์พุ่งระดับสูงสุดในรอบ 20 ปีในวันพฤหัสบดีหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ

สำนักข่าวรอยเตอร์ – ตลาดคาดการณ์ว่าจะมีการขึ้นราคาพื้นฐาน 0.75อีกหลายครั้งเพราะเงินเฟ้อที่รุนแรงขึ้น ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวสูงขึ้นใหม่เนื่องจากอัตราผลตอบแทนของสหรัฐเพิ่มขึ้น แต่ก็อ่อนค่าลงหลังจากการแถลงข่าวของประธานเจอโรม พาวเวลล์

ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ซึ่งทำสถิติสูงสุดในรอบ 2 ทศวรรษที่ 105.79 เมื่อวันพุธ ซื้อขายที่ 104.84 ในเอเชีย

“การเพิ่มขึ้น 75 จุดพื้นฐานของวันนี้ ถือว่ามากผิดปกติ” พาวเวลล์กล่าวกับผู้สื่อข่าว

“ผมไม่คาดหวังว่าการเคลื่อนไหวขนาดนี้จะเป็นเรื่องปกติ” เขากล่าวแม้ว่าจะเพิ่มว่าในเดือนหน้าอาจมีการปรับขึ้น 50 จุด หรือ 75 จุด

สมาชิกเฟดยังปรับเพิ่มประมาณการขึ้นอย่างมากสำหรับจุดสูงสุดของอัตราเงินกองทุน โดยค่ามัธยฐานอยู่ที่ประมาณ 3.8% ในปี 2566 ซึ่งสูงกว่าระดับสูงสุด 2.8% ที่พวกเขาเคยคาดการณ์ไว้เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์จาก ANZ Bank ระบุในหมายเหตุว่า “เมื่อเทียบกับการกำหนดราคาในตลาดของกองทุนเฟดที่ประมาณ 3.75% ภายในสิ้นปีนี้ ความคิดเห็นของ (ของพาวเวลล์) ทำให้ตลาดสงบลงและส่งผลต่อค่าเงินดอลลาร์”

“ความผันผวนที่คลี่คลายบางส่วนมีแนวโน้มว่าจะคลี่คลายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เนื่องจากการคาดการณ์นโยบายของสหรัฐฯ กลับมาสู่ภาวะปกติอีกครั้ง แต่เฟดยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมาก… กลุ่มที่มีความต้องการการลงทุนที่มีความเสี่ยงถอนหายใจด้วยความโล่งอก – มาดูกันว่ามันจะยืนยาวหรือไม่”

ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงเล็กน้อยแล้วในเช้าวันพฤหัสบดี เนื่องจากน้ำเสียงของเฟดตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับความพยายามของธนาคารกลางญี่ปุ่นที่เพิ่มอัตราดอกเบี้ยเป็นสองเท่าให้ใกล้ศูนย์

เยนล่าสุดซื้อขายที่ 134.39 ต่อดอลลาร์หลังจากพบระดับต่ำสุดในรอบ 24 ปีที่ 135.60 ในวันพุธ โดยธนาคารกลางญี่ปุ่นจะประชุมกันในวันศุกร์นี้

Photo – REUTERS/Florence Lo/Illustration