“มากินกัญ” เทศกาลอาหารสุขภาพเพื่อการท่องเที่ยวสายเขียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/673703

วันที่ 22 ม.ค. 2565 เวลา 16:17 น.“มากินกัญ” เทศกาลอาหารสุขภาพเพื่อการท่องเที่ยวสายเขียว

“มากินกัญ” Gastronomy Amazing ยิ่งกว่าเดิม ยกระดับเทรนด์อาหารสุขภาพและการท่องเที่ยวเส้นทางกัญชา-กัญชง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวและช่วยเศรษฐกิจฐานรากในโครงการ Gastronomy Amazing ยิ่งกว่าเดิม ในกิจกรรม “มากินกัญ” เทศกาลอาหารสุขภาพเพื่อการท่องเที่ยวสายเขียว!! เทรนด์กัญชา-กัญชง ภายใต้มาตรการทางสาธารณสุขในรูปแบบ Covid Free-Setting อย่างเคร่งครัด ระหว่างวันนี้-23 มกราคม 2565 เวลา 15.00-21.00 น. ณ อุทยาน 100 ปี ถนนบรรทัดทอง กรุงเทพฯ

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันนี้ การบริหารจัดการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามมาตรการทางสาธารณสุขมีแนวโน้มที่ดีขึ้นตามลำดับ ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภายในประเทศและก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนในทุกระดับ ททท.จึงได้ดำเนินการจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวและช่วยเศรษฐกิจฐานรากในโครงการ Gastronomy Amazing ยิ่งกว่าเดิม โดยใช้อาหารเป็นเครื่องมือสำคัญในการนำเสนออัตลักษณ์ของชุมชน ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสรสชาติอาหารและเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นในแต่ละภูมิภาค

โดยนำเสนอ Gastronomic Trend ที่กำลังเป็นกระแสธุรกิจที่กำลังมาแรงที่สุดในช่วงนี้คือ เทรนด์กัญชา-กัญชง ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรที่ได้รับอนุญาตตามข้อบัญญัติของกฎหมาย สามารถนำเสนอในรูปแบบเมนูของคนรักสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ Health & Wellness และการท่องเที่ยวเส้นทางผลิตภัณฑ์กัญชา-กัญชง รวมถึงพืชผักสมุนไพรท้องถิ่นที่มีความเชื่อมโยงกับชุมชน สะท้อนวิถีชีวิตและภูมิปัญญาไทย สอดคล้องกับแนวคิด Bio-Circular-Green Economy Model หรือ BCG Economy Model ซึ่งจะเป็นการผลักดันและยกระดับสินค้าการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้มีคุณภาพเทียบเท่าระดับมาตรฐานนานาชาติ

งาน “มากินกัญ” จัดระหว่างวันที่ 21-23 มกราคม 2565 เวลา 15.00-21.00 น. ณ อุทยาน 100 ปี ถนนบรรทัดทอง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ จำนวน 6 โซน ได้แก่

1. โซน From Local to Royal พบกับร้านอาหารชื่อดังที่จะมารังสรรค์เมนูอาหารไทยที่ได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ได้แก่ วังหิ่งห้อย, CHIM by SIAM WISDOM, ครัวการบินไทย, Chocolate Ville, บ้านยี่สาร, ร้านเสน่ห์จันทน์ ฯลฯ ในบรรยากาศสไตล์ Modern Thainess

2. โซน Ganja Omagase การสาธิตและให้ความรู้ในแต่ละเมนูอาหารที่มีส่วนผสมของกัญชาและวัตถุดิบที่ดีจาก 2 เชฟชื่อดัง เชฟหนุ่ม-ธนินทร จันทรวรรณ เชฟกระทะเหล็กแห่งร้าน CHIM by SIAM WISDOM และเชฟแบล็ค-ภานุภน บุลสุวรรณ แห่งร้าน Blackitch Artisan Kitchen เชฟเทเบิ้ลจากจ.เชียงใหม่

3. โซน Cannabis Café นำเสนอเมนูอาหารจานเด็ดจากร้านอาหาร เครื่องดื่ม ขนมหวาน ที่มีส่วนผสมของกัญชา รวมถึงคาเฟ่กัญชาสุดชิค อาทิ ร้านกาแฟกัญญาคาเฟ่, ทอดมันกัญ, ปังกัญ, สวัสดีกัญชา, ยายชา ลูกชิ้นบุรีรัมย์, กัญชาท่าบุญมี ฯลฯ

4. โซน Ganchong-Ganja Market เพลิดเพลินกับตลาดนัดผลิตภัณฑ์จากกัญชา-กัญชง เสื้อผ้า อาหารแปรูป ยา เวชสำอาง งานหัตถกรรม งานศิลปะ และอื่นๆ ภายใต้หลัก BCG Model จากร้าน K’aHemp ก๊ะใยกัญชง, Mirrakech กัญชาสด-แห้ง, มูลนิธิข้าวขวัญ, วิสาหกิจชุมชนเฮิร์บชุมพร, วิสาหกิจชุมชนไพรภูพาน ฯลฯ

5. โซน Health & Wellness พบกับเมนูอาหารสุขภาพจากกัญชาและสปากัญชาไทย จากร้านต่างๆ ได้แก่ อภัยภูเบศร์ เดย์ สปา, Green Wellness Clinic, แทนคุณ Organic Farm, Herbalista Wellness Café, เข้ากัญ Organic Product ฯลฯ

6. โซน Travel Agent เลือกซื้อแพ็กเกจทัวร์ท่องเที่ยวเส้นทางผลิตภัณฑ์กัญชา-กัญชงและแพ็กเกจทัวร์ต่างๆ จากบริษัทนำเที่ยวและผู้ประกอบการในรูปแบบออนไลน์

ทั้งนี้ มีบริการพิเศษ ‘มากินกัญที่นี่ไม่ได้ ก็สั่งมากินกัญที่บ้านได้’ กับ 50 เมนูเด็ดจาก 40 ร้านอาหารดังภายในงานนี้ ผ่าน LINEMAN, foodpanda และ Robinhood ตลอด 3 วันนี้เท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงดนตรีเปิดหมวกและกิจกรรมบนเวที ได้แก่ การเสวนาเรื่อง “พื้นฐานความเข้าใจเรื่องกัญชา” โดย ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน (21 ม.ค.) และ “เรื่องกิน เรื่องเที่ยว เรื่องเดียวกัญ” โดยดร.ภก.ณัฐพศุตม์ ภัทธิราสินสิริ และเชฟแบล็ค (22, 23 ม.ค.) พร้อมการแสดงดนตรีจากศิลปินต่างๆ อาทิ Getsunova, น้อย วงพรู, Three Man Down, The Mousses, Whal & Dolph, แป้งโกะ, ตี๋ เดอะวอยซ์ เป็นต้น

“การจัดงานในครั้งนี้เป็นการยกระดับสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวที่เป็นการนำเสนอสินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูง เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวไทย เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศเดินหน้าต่อไปได้ โดยดำเนินงานภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในรูปแบบ Covid Free-Setting อย่างเคร่งครัด” นายยุทธศักดิ์ กล่าว

HIPPO DOUGH คาเฟ่โดนัทเปิดใหม่ ขนมหวานสุดคิ้วจากวัตถุดิบระดับพรีเมียม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/673687

วันที่ 22 ม.ค. 2565 เวลา 12:55 น.HIPPO DOUGH คาเฟ่โดนัทเปิดใหม่ ขนมหวานสุดคิ้วจากวัตถุดิบระดับพรีเมียม

ทนความน่ารักไม่ไหวเลยต้องไปเช็กอิน โพสต์ทูเดย์ ปักหมุดคาเฟ่โดนัทเปิดใหม่ใจกลางพร้อมพงษ์ ซูมความน่ารักของขนมหวานหน้าตาแฟนซี ที่ดีกรีความอร่อยฟินเกินต้าน

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

ด้วยจุดเริ่มต้นจากแพชชั่นและความชื่นชอบที่มีต่อโดนัทของเพื่อนสนิทกลุ่มหนึ่ง จึงกลายมาเป็น HIPPO DOUGH คาเฟ่โดนัทที่นอกจากจะน่าหม่ำอย่าบอกใคร ยังโดดเด่นด้วยลูกเล่นที่เพิ่มความสนุกกับการฉีดไส้หลากหลายรสชาติให้ทุกคนได้เลือกเติมความอร่อยได้อย่างไร้ขีดจำกัด แถมหน้าโดนัทยังตกแต่งแบบแฟนซีสุดคิ้วท์แบบที่ว่าใครเห็นก็อดใจไม่ไหวที่จะเก็บภาพน่ารักๆ แชร์ลงโซเชียลกันแน่นอน

สำหรับโลโก้ร้านรูปฮิปโป สื่อถึงความน่ารัก พร้อมแอบซ่อนความกวนและความซุกซนไว้ในเวลาเดียวกัน ด้วยคาแรคเตอร์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังความสนุกอย่างล้นเหลือ อีกทั้งยังแฝงความเฮฮาและความไม่เหมือนใครอยู่ในตัวเอง สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ของโดนัทที่ทางร้านตั้งใจรังสรรค์ออกมาให้ใครก็ตามที่ซื้อไปจะต้องมีความสุข สนุกสุดๆ ไปกับโดนัทน่ารักแสนกวน

ด้านการตกแต่งร้านนี้เน้นสีสันสดใสสะดุดตา พร้อมมีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ไม่ซ้ำใคร ทั้งด้านนอกและด้านใน มีโดนัทบาร์ที่พาเหรดขบวนเหล่าของหวานสุดคิ้วบ์ ทีเด็ดคือโดนัทแฟนซีที่น่าลิ้มลองที่จะทำให้ทุกคนตื่นตาตื่นใจไปกับรสชาติเป็นเอกลักษณ์ เน้นทำสดใหม่ทุกวัน และมีให้ได้เลือกกว่า 100 รสชาติ

มาถึงร้านทั้งทีทางร้านก็ไม่พลาดแนะนำทีเด็ด เริ่มด้วยโดนัทสูตรคลาสสิก (Classic donuts) ราคา 65 บาท ที่รังสรรค์จากวัตถุดิบระดับพรีเมียมนำเข้าจากยุโรปทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลเกลซ, ช็อคโกแลตเกลซ, ครีมเฮเซลนัทและพิสตาชิโอ พร้อมท็อปปิ้งแน่นๆ โดยมีเมนูเด็ดคือ Classic Corn Coconut และ Classic Strawberry Custard

อัพเกรดความอร่อยเป็นโดนัทสูตรดีลักซ์ (Deluxe donuts) ราคา 120 บาท ที่โดดเด่นด้วยท็อปปิ้งผลไม้เกรดพรีเมียมที่คัดสรรอย่างพิถีพิถันจากทั่วประเทศไทย เมนูแนะนำอย่าง Deluxe Peanut Strawberry และท็อปปิ้งช็อคโกแลตพรีเมียมในสไตล์ที่หลากหลาย ใครยังฟินกับท็อปปิ้งไม่จุใจ แนะนำโดนัทสูตรซิกเนเจอร์ (Signature donuts) ราคา 150 บาท ที่รวบรวมท็อปปิ้งทุกแบบมาไว้ในสูตรเดียว ผสานความอร่อยฟินแบบเต็มคำไว้อย่างลงตัว อาทิ เมนู Signature Mango Sticky Rice Donut ที่ไม่ว่าใครก็ต้องลอง

นอกจากสายโดนัทจะได้ฟินไปกับความอร่อยสุดแฟนซีนี้แล้ว สายขนมหวานก็พลาดไม่ได้ เพราะทางร้านยังมีอีกหลากหลายความอร่อยเตรียมไว้อีกเพียบ! ไม่ว่าจะเป็นชีสเค้ก บราวนี่ และมิลค์เชค ทุกเมนูทำสดใหม่ทุกวันหลากหลายสูตร มีให้เลือกตั้งแต่สูตรคลาสสิกไปจนถึงสูตรดีลักซ์ เพื่ออัพเลเวลความอร่อยแบบจัดเต็มอย่างแท้จริง อีกทั้งทางร้านยังเพิ่มเติมเมนูสุดครีเอทแบบที่ไม่ซ้ำใครมาก่อน นอกจากนี้ ยังสามารถเมดทูออเดอร์ (made to order) ให้ทางร้านออกแบบโดนัทในแบบที่คุณต้องการเพื่ออัพเกรดความอร่อยได้เรื่อยๆ แบบไม่มีที่สิ้นสุด พร้อมมีบริการเครื่องดื่มอีกหลายแบบที่เลือกได้เลยตามความชอบ

มาสัมผัสความสนุกแบบเต็มรสชาติไปกับโดนัทและขนมหวานพรีเมียมกว่า 100 รสชาติได้แล้ววันนี้ ที่ร้าน HIPPO DOUGH ซอยสุขุมวิท 31 เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 21.00 น. ติดตามข้อมูลได้ทางเฟซบุ๊ก Hippo Dough 

เซ็นทารา แกรนด์บีช หัวหิน ชวนดื่มด่ำอาหารยุโรปเคียงคู่ไวน์แพริ่งสุดหรู ที่ห้องอาหารเรลเวย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/673675

วันที่ 22 ม.ค. 2565 เวลา 09:40 น.เซ็นทารา แกรนด์บีช หัวหิน ชวนดื่มด่ำอาหารยุโรปเคียงคู่ไวน์แพริ่งสุดหรู ที่ห้องอาหารเรลเวย์

ดื่มด่ำอาหารสไตล์ยุโรปที่ดีที่สุดในหัวหิน เคียงคู่ไวน์แพริ่งสุดหรู ณ ห้องอาหารเรลเวย์ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์บีช หัวหิน ในวันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม 2565 นี้

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีชรีสอร์ท และวิลลา หัวหิน นำเสนอมื้ออาหารแห่งรสชาติและรสสัมผัสที่เลื่องชื่อแบบตะวันตก พบการผสมผสานอาหารสไตล์ยุโรปที่ดีที่สุดในหัวหิน จับคู่เข้ากับเครื่องดื่มอย่างแชมเปญหรือไวน์รสเลิศ ภายใต้บรรยากาศวินเทจสุดคลาสสิคของห้องอาหารเรลเวย์ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากความสง่างามของสถานีรถไฟหัวหินย้อนไปในทศวรรษที่ 1920

ร่วมสัมผัสประสบการณ์กินดื่มที่จะยกระดับวิถีแห่งการรับประทานอาหารของคุณขึ้นไปอีกขั้น ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ของวันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม 2565 นี้ ณ ห้องอาหารเรลเวย์ ณ เซ็นทารา แกรนด์ บีชรีสอร์ท และวิลลา หัวหิน ในราคาพิเศษเพียง 1,990++ ต่อท่านเท่านั้น

สำรองที่นั่งและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 66 (0) 3251 2021 หรืออีเมล chbr@chr.co.th สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่โทร. +66 (0) 3251 2021-38  แฟ็กซ์: +66 (0)  3251 1014 เว็บไซต์: www.centarahotelsresorts.com

แม้ไม่ทุกคนจะนิยมกษัตริย์ แต่ยอมรับว่า ‘ควีนคือผู้สร้างเอกภาพ‘

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674943

วันที่ 06 ก.พ. 2565 เวลา 14:05 น.แม้ไม่ทุกคนจะนิยมกษัตริย์ แต่ยอมรับว่า 'ควีนคือผู้สร้างเอกภาพ‘

พระองค์คือ ‘Unifying Force’: สาธารณชนในสหราชอาณาจักรต่อเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ครองราชย์ 70 ปีของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร อาจไม่ใช่ชาวอังกฤษทุกคนที่เป็นแฟนของสถาบันกษัตริย์ แต่หลายคนตระหนักดีว่าการครองราชย์ 70 ปีของควีนอลิซาเบธที่ 2 คือความสำเร็จ โดยมองว่าพระองค์เป็นผู้นำที่ยืนยงของชาติ

ณ วันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2022 ประมุขแห่งรัฐพระชนมายุ 95 พรรรษา ทรงเป็นพระมหากษัตริย์/สมเด็จพระราชินีนาถอังกฤษพระองค์แรกในประวัติศาสตร์ที่ครองราชย์นานถึง 70 ปี ในวันนี้ทรงเฉลิมฉลองวันสำคัญเป็นการส่วนพระองค์ โดยการเฉลิมฉลองใหญ่จะจัดขึ้นต้นเดือนมิถุนายน

แต่ก่อนจะถึงวันนั้น วันนี้คือวันประวัติศาสต์ บนถนนในลอนดอน ประชาชนต่างต้อนรับเหตุการณ์สำคัญดังกล่าว นี่คือปฏิกิริยาบางส่วนจากการสัมภาษณ์ของสำนักข่าว AFP

John Paul อายุ 22 ปีทำงานการเมือง บอกว่า “ผมคิดว่ารัชสมัยนี้เป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่จริงๆ … มันเป็นสิ่งที่สร้างเอกภาพอย่างแท้จริงสำหรับประเทศในการนำผู้คนมารวมกัน สมเด็จพระราชินีเป็นที่นิยมมาก คนทุกรุ่น สามชั่วอายุคนสามารถมองดูสมเด็จราชินีและพวกเขาก็มีความเชื่อมโยงบางอย่างกับพระองค์

“เราผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากจริงๆ ในฐานะประเทศ และผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่ผมมองย้อนกลับไปโดยเฉพาะในช่วงแรกของการระบาดใหญ่ เมื่อเราล็อกดาวน์ครั้งแรกคือผู้คนมองไปที่สมเด็จราชินี

“หวังว่าการเฉลิมฉลองการครองราชย์จะพาคนกลับมา… และเราจะลืมแม้ว่าจะเป็นเพียงวันเดียวและผมแน่ใจว่าจะเห็นผู้คนลืมการแบ่งแยกเหล่านั้น พวกเขาจะกลับมารวมกัน คงจะดีถ้า ดู.”

David Newell อายุ 33 ปี ทำงานด้านการศึกษา บอกว่า “มันหมายถึงบางอย่างที่ผมคิดว่านะ มันไม่ใช่ไม่มีอะไรเลย… เราอาศัยอยู่ในอังกฤษ ผมเป็นคนอังกฤษ และสถาบันกษัตริย์เป็นสถาบันของอังกฤษ เป็นส่วนหนึ่งของประเทศ ผมคิดว่าสถาบันสร้างความแตกต่าง และผมก็ค่อนข้าง ดีใจที่ได้หยุดหลายวันเช่นกัน”

“ยังมีวิวัฒนาการอีกมากที่จะเกิดขึ้น ผมคิดว่าจากข่าวล่าสุด มีบางสิ่งต้องทำ (การวิวัฒนาการของสถาบัน) อย่างแน่นอน และผมคิดว่ามีความเป็นไปได้ที่สิ่งนั้นจะเกิดขึ้น… ผมจะไม่ล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ใช่ ผมคิดว่า มีสิ่งที่ต้องทำ”

Bill Hartness อายุ 50 ปี ทำงานในการลงทุนบอกว่า “พระองค์ผ่านช่วงเวลาขึ้นๆ ลงๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ผมคิดว่าพระองค์ได้รับความเคารพอย่างสูงในตอนนี้ และในฐานะผู้นำที่มีคุณธรรม และนั่นคือสิ่งที่ผมคิดว่าเราจำเป็นต้องเห็นมากขึ้นในผู้นำของเราในทุกวันนี้ เพราะเราไม่เห็นในที่อื่นๆ มากนัก”

“ผมคิดว่าทุกคนต้องปรับตัวอย่างไม่น่าเชื่อในช่วง 70 ปีที่ผ่านมา เมื่อนึกถึงการเปลี่ยนแปลงและเทคโนโลยีและประเด็นทั้งหมด ทั้งหมดนี้ คุณรู้ไหม ผมคิดว่าระบอบกษัตริย์มีการพัฒนาอย่างมากในช่วง 15 ปี 20 ปีที่ผ่านมา”

Helen Chadwick วัย 60 ปี เกษียณแล้ว บอกว่า “ฉันไม่ใช่ผู้นิยมระบอบกษัตริย์มากนัก เพราะวัฒนธรรมและภูมิหลังของฉันมาจากทางเหนือ และฉันก็มีเชื้อสายของชาวไอริชด้วย”

“แต่มันมีความหมายสำหรับทุกคน และฉันคิดว่าในขณะนี้ ถ้ามีคนคนหนึ่งที่สร้างความเป็นผึกแผ่นให้ประเทศยืนหยัด นั่นก็คือสมเด็จพระราชินีฯ อย่างแน่นอน

“นี่ควรจะเป็นประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ และฉันรู้สึกแย่มาก ๆ กับเจ้าหน้าที่ที่มาจากการเลือกตั้ง สมาชิกที่มาจากการเลือกตั้ง ดังนั้นบุคคลที่ฉันคิดว่าในใจของฉันที่ฉันมองว่าเป็นผู้สร้างเอกภาพความยิ่งใหญ่ของสหราชอาณาจักร ความซื่อสัตย์สุจริต และความเห็นอกเห็นใจคือ องค์ราชินี”

Bill และ Ann Stack ในวัย 60 ปี ทหารผ่านศึกที่เกษียณแล้ว บอกว่า “เราต่างก็เป็นอดีตทหารผ่านศึก ดังนั้น สำหรับเรา คุณก็รู้ เรารับใช้ราชินีและประเทศ และการได้เห็นพระองค์ในเวทีนี้วิเศษมาก… พระองค์เป็นทูตที่ยอดเยี่ยมสำหรับประเทศนี้จริงๆ

“นั่นคือสิ่งที่ทำให้เรายิ่งใหญ่ เพราะในท้ายที่สุด เรายังคงมีราชวงศ์ เรายังมีพระบรมวงศ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชินี และการเมืองจะดำเนินต่อไปเสมอ ไม่เคยเป็นเส้นตรง

“สิ่งสำคัญที่สุดคือพระองค์อยู่เหนือสิ่งอื่นใด นั่นคือพระองค์ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด เราควรเห็นตรงกันในเรื่องนี้ แต่โดยรวมแล้ว พระองค์เป็นผู้ที่มั่นคง”

Photo by Joe Giddens / POOL / AFP

ปลานับแสนลอยตายเป็นแพกลางมหาสมุทรแอตแลนติก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674934

วันที่ 06 ก.พ. 2565 เวลา 11:30 น.ปลานับแสนลอยตายเป็นแพกลางมหาสมุทรแอตแลนติก

รอยเตอร์ รายงานว่า FV Margiris เรือลากอวนของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นเรือประมงที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ปล่อยปลาตายไปแล้วกว่า 100,000 ตัวลงมหาสมุทรแอตแลนติกนอกฝรั่งเศส ก่อตัวเป็นพรมซากสัตว์ที่นักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมพบเห็น

กลุ่มอุตสาหกรรมประมง PFA ซึ่งเป็นตัวแทนของเจ้าของเรือกล่าวว่าการรั่วไหลดังกล่าวซึ่งเกิดขึ้นเมื่อต้นวันพฤหัสบดีเกิดจากการขาดของตาข่ายลากอวน ในถ้อยแถลง กลุ่มเรียกการรั่วไหลของข้อมูลว่าเป็น “เหตุการณ์ที่หายากมาก” กลุ่มสิ่งแวดล้อมโต้แย้งคำอธิบายดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการปล่อยปลาที่ไม่ต้องการกว่า 100,000 ตัวอย่างผิดกฎหมาย

กลุ่มรณรงค์รณรงค์ Sea Shepherd ของฝรั่งเศสเผยแพร่ภาพการรั่วไหลครั้งแรก โดยแสดงพื้นผิวของมหาสมุทรที่ปกคลุมด้วยชั้นหนาแน่นของปลาค็อดสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นชนิดย่อยของปลาค็อด ซึ่งใช้ในการผลิตนักเก็ตปลา น้ำมันปลา และอาหารในปริมาณมาก

Sea Shepherd France กล่าวว่าไม่เชื่อว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นความพยายามของเรือลากอวนเพื่อปล่อยปลาประเภทที่ไม่ต้องการดำเนินการทิ้งไป ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติที่เรียกว่า “การปล่อยปลาที่จับได้โดยบังเอิญ” (discharging bycatch) ซึ่งถูกห้ามภายใต้กฎการประมงของสหภาพยุโรป

ลัมยา เอสเซมลาลี หัวหน้ากลุ่มรณรงค์สิ่งแวดล้อมในฝรั่งเศสบอกกับรอยเตอร์ว่าเธอเชื่อว่าปลาถูกปล่อยโดยเจตนา Sea Shepherd France กล่าวว่าการรั่วไหลส่งผลกระทบต่อปลากว่า 100,000 ตัว

อานนิค ฌิราร์แดง รัฐมนตรีกระทรวงการเดินเรือของฝรั่งเศส เรียกภาพปลาที่ตายแล้วว่า “น่าตกใจ” และกล่าวว่าเธอได้ขอให้หน่วยงานเฝ้าระวังการประมงแห่งชาติของประเทศดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว

Photo by SEA SHEPHERD / AFP

‘คาเรน จันเหลือง’ นักสกีสาวทีมชาติไทย ผู้ร่วมชิงชัยโอลิมปิก ปักกิ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674932

วันที่ 06 ก.พ. 2565 เวลา 11:00 น.‘คาเรน จันเหลือง’ นักสกีสาวทีมชาติไทย ผู้ร่วมชิงชัยโอลิมปิก ปักกิ่ง

ดูเหมือนว่าที่มหกรรมการแข่งขันกีฬาปักกิ่ง โอลิมปิก ฤดูหนาว 2022 จะไม่มีใครเข้าใจการปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศที่ร้อนและหนาวต่างกันอย่างมากได้ดีไปกว่า “คาเรน จันเหลือง” นักสกีครอสคันทรีชาวไทย จากกรุงเทพฯ เพราะกรุงเทพฯ กับจางเจียโข่วมีอุณหภูมิต่างกันเกือบ 50 องศาเซลเซียส

แม้จะมีอายุเพียง 25 ปี แต่การลงแข่งครั้งนี้เป็นการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ฤดูหนาวครั้งที่ 2 ของเธอ เมื่อ 4 ปีก่อนคาเรนและมรรค จันเหลือง พี่ชาย ได้เข้าร่วมการแข่งขันที่เมืองพยองชางของเกาหลีใต้ แม้ว่าผลงานจะไม่โดดเด่นนัก แต่ด้วยความเป็นน้องใหม่ พวกเขาจึงได้รับความสนใจและกำลังใจอย่างล้นหลาม

อุณหภูมิเฉลี่ยรายปีของไทยอยู่ที่เกือบ 30 องศาเซลเซียส จึงไม่มีสภาพแวดล้อมสำหรับกีฬาน้ำแข็งและหิมะ โดยบุญจันทร์ จันเหลือง คุณพ่อชาวไทยของคาเรน และแม่ซึ่งเป็นชาวอิตาลี มีบทบาทสำคัญมากในอาชีพนักกีฬาของเธอ

เมื่อปี 1996 คาเรนถือกำเนิดที่หมู่บ้านเล็กๆ ใกล้ภูเขาในเมืองออสตา (Aosta) ของอิตาลี ซึ่งมีการเล่นกีฬาหิมะอย่างเข้มข้น เธอเริ่มเดินย่ำทุ่งหิมะตอนอายุ 3 ขวบภายใต้การดูแลของพ่อแม่ และเริ่มเล่นสกีครอสคันทรีเมื่อมีอายุ 10 ขวบ

คาเรนเผยว่า พ่อแม่ของเธอชอบเล่นกีฬา นอกเหนือจากสกีครอสคันทรีแล้ว เธอยังได้ฝึกเล่นสโนว์บอร์ด สเก็ตน้ำแข็ง และกรีฑาประเภทลู่และลานด้วย เธอชอบที่จะเล่นกีฬาเหล่านี้ในสนามธรรมชาติร่วมกับเพื่อนๆ

มรรคและคาเรนร่วมการแข่งขันทั่วทุกมุมโลกเพื่อสั่งสมประสบการณ์ โดยได้รับการสนับสนุนจากพ่อแม่ ในครั้งนี้ พวกเขาทั้งสี่คนเดินทางเยือนจีนด้วยกัน โดยพ่อทำหน้าที่ผู้จัดการทีม และแม่เป็นนักกายภาพบำบัดที่คอยดูแลสุขภาพของเธอและพี่ชาย

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา คาเรนเป็นตัวแทนประเทศไทยลงแข่งหลายๆ สนาม ทั้งเวทีชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 2, ชิงแชมป์โลกยู 23 ครั้งที่ 3 และการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลกฤดูหนาว 2019

เธอกล่าวว่ากีฬาให้บทเรียนแก่เธอมากมาย ทั้งการได้รับชัยชนะและความพ่ายแพ้ การอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น ทั้งยังเติมเต็มชีวิตของเธอ โดยไม่ว่าจะต้องเผชิญกับอะไรก็ต้องมุ่งมั่นให้เต็มที่

คาเรนเคยเดินทางมาจีน 2 ครั้งเพื่อร่วมการแข่งขันในปี 2019 โดยครั้งนี้เธอกล่าวว่ารู้สึกประทับใจอย่างยิ่ง เพราะนอกจากสถานที่จัดจะยอดเยี่ยมแล้ว หมู่บ้านโอลิมปิก ห้องออกกำลังกาย และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ก็ครบครัน

คาเรนตระหนักดีถึงความต่างด้านความแข็งแกร่งของตนกับนักกีฬาที่มีชื่อเสียงจากกลุ่มประเทศนอร์ดิกในปัจจุบัน โดยครั้งนี้ เธอจะเข้าร่วมการแข่งขันสกีครอสคันทรี ประเภทบุคคลหญิงระยะสั้นและอื่นๆ โดยมีเป้าหมายว่าจะต้องพัฒนาตนเองให้เก่งขึ้น “แน่นอนว่าฉันอยากติด 30 อันดับแรก แต่มันก็ยังยาก เป้าหมายที่ดูเป็นไปได้มากกว่าคือ 50 หรือ 40 อันดับแรก”

ตั้งแต่ไทยส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิก ฤดูหนาว 2002 ในนครซอลต์เลกซิตี รัฐยูทาห์ของสหรัฐฯ เป็นครั้งแรก หลายปีที่ผ่านมา จำนวนวัยรุ่นชาวไทยที่สนใจกีฬาน้ำแข็งและหิมะก็เพิ่มมากขึ้น โดยไทยทำสถิติส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกที่พยองชางเมื่อสี่ปีก่อนถึง 4 คน และโอลิมปิกที่ปักกิ่งปีนี้ไทยก็ส่งนักกีฬาร่วมแข่งขัน 4 คนอีกครั้ง โดยอีก 2 คนเป็นผู้ร่วมแข่งขันสกีอัลไพน์

สมาคมสกีไทยที่คาเรนและมรรคสังกัดอยู่มีนักกีฬาอายุน้อยจำนวนมากที่ตั้งเป้าแข่งขันในเวทีโลก และเนื่องจากปัจจัยด้านสภาพอากาศ นักกีฬาหลายคนจึงเดินทางไปฝึกที่ต่างประเทศในฤดูหนาว และอยู่ที่ไทยเพื่อฝึกเล่นโรลเลอร์สเก็ตซึ่งคล้ายคลึงกันในฤดูร้อน

ครอบครัวของคาเรนยังมีส่วนร่วมในการจัดตั้งมูลนิธิ เพื่อสนับสนุนและให้คำแนะนำแก่วัยรุ่นไทยด้านกีฬาน้ำแข็งและหิมะ โดยคาเรนหวังว่าครอบครัวของเธอจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ และอาจทำให้มีนักกีฬาไทยเข้าร่วมโอลิมปิก ฤดูหนาวมากขึ้นในอนาคต

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

‘ควีน’ ทรงปรารถนาให้ ‘คามิลลา’ เป็นราชินีในอนาคต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674931

วันที่ 06 ก.พ. 2565 เวลา 10:23 น.'ควีน' ทรงปรารถนาให้ 'คามิลลา' เป็นราชินีในอนาคต

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจัก (Elizabeth II) ตรัสว่าทรงต้องการให้คามิลลา Camilla เป็นพระราชินีพระภรรยาเจ้าหากเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงขึ้นครองราชสมบัติในอนาคต

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเป็นพระราชาธิบดี/สมเด็จพระราชินีนาถอังกฤษพระองค์แรกที่ทรงครองราชย์นานกว่า 7 ทศวรรษ ณ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2022 ในวโรกาสนี้ยังเป็นวันสำคัญที่มีการประกาศว่าทรงต้องการให้คามิลลา พระชายาของเจ้าชายชาร์ลส์ ได้รับการยอมรับให้เป็นสมเด็จพระราชินีในอนาคต

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระชนมายุ 95 พรรษาเริ่มต้นพระราชพิธีเฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี หรือ Platinum Jubilee แบบเรียบๆ ที่พระราชวังแซนดริงแฮม ทางตะวันออกของอังกฤษ ซึ่งตามธรรมเนียมแล้วพระองค์จะทรงใช้เวลาในวันครบรอบการครองราชย์ของพระองค์ ณ ที่แห่งนี้

มีกำหนดจัดงานเฉลิมฉลอง 4 วันในต้นเดือนมิถุนายน ซึ่งตรงกับวันครบรอบการบรมราชาภิเษกของพระองค์ในปี 1953 (ทรงรับราชบัลลังก์ก่อนจะประกอบพระราชพิธีอย่างเป็นทางการ) ซึ่งรวมถึงขบวนพาเหรดและคอนเสิร์ตดนตรี ปาร์ตี้ริมถนน เป็นต้น

สมเด็จพระราชินีฯ ทรงตรัสปราศรัยแก่ประชาชนในถ้อยแถลงเป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อค่ำวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่นว่า พระองค์ต้องการให้คามิลลา พระชายาของเจ้าชายชาร์ลส์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ของพระองค์เป็นที่รู้จักในนามพระราชินีในท้ายที่สุด

คำแถลงดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าสมเด็จพระราชินีกำลังวางแผนสำหรับอนาคตหลังจากการสวรรคตและทรงยกย่องคามิลลาซึ่งเสกสมรสกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ในพิธีพลเรือนในปี 2005 ด้วยการยกย่องอย่างสูง ในข้อความที่ส่งถึงประเทศชาติเมื่อวันเสาร์ สมเด็จพระราชินีฯทรงยกย่อง “การรับใช้ด้วยความภักดี” ของคามิลลา โดยกล่าวว่าพระองค์หวังว่าคามิลลาจะเป็นที่รู้จักในนามราชินีพระภรรยาเจ้า (Queen Consort) เมื่อเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ขึ้นครองบัลลังก์

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงยืนกรานเสมอว่า “ภรรยาที่รัก” ของพระองค์ควรได้รับตำแหน่งนี้ โดย The Times รายงานโดยอ้างแหล่งข่าว

รายหนึ่ง เพราะหลายปีที่ผ่านมา คามิลลาถูกใส่ร้ายว่าเป็นผู้ทำลายการแต่งงานที่ทำลายเรื่องราวความรักของราชวงศ์ในเทพนิยายของอังกฤษระหว่างเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์กับเจ้าหญิงไดอานา

การสำรวจความคิดเห็นของ YouGov ในเดือนพฤศจิกายน 2021 พบว่ามีเพียง 14% ที่ต้องการเห็นคามิลลากลายเป็น “ราชินี” ในขณะที่ 42% ชื่นชอบตำแหน่ง “เจ้าหญิงพระภรรยาเจ้า” (Princess Consort)

จากการจัดอันดับล่าสุดของ YouGov ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2021 คามิลลาเป็นพระราชวงศ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดเป็นอันดับที่ 11 โดย 34% กล่าวว่าพวกเขาชอบเธอและ 28% กล่าวว่าพวกเขาไม่ชอบเธอ

Photo by Chris Jackson / POOL / AFP

CDC ชี้ใส่แมส์ N95/KN95 ลดเสี่ยงติดเชื้อจากโควิดได้ 83%

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674907

วันที่ 05 ก.พ. 2565 เวลา 15:30 น.CDC ชี้ใส่แมส์ N95/KN95 ลดเสี่ยงติดเชื้อจากโควิดได้ 83%

การสวมหน้ากากอนามัยชนิด N95 หรือ KN95 ในตัวอาคารลดความเสี่ยงติดเชื้อจาก Covid-19 ได้ 83%

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) เผยผลการวิจัยประสิทธิภาพของหน้ากากอนามัยแต่ละชนิดโดยพบว่า การสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากาก N95 หรือ KN95 เมื่ออยู่ในตัวอาคารของสถานที่สาธารณะเกี่ยวข้องกับการลดโอกาสติดเชื้อจาก Covid-19 โดยคนที่ได้รับการปกป้องมากที่สุดคือ ผู้ที่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากาก N95 หรือ KN95 ตลอดเวลา

งานวิจัยระบุว่า การสวมหน้ากากอนามัยชนิด N95 หรือ KN95 ที่พอดีกับใบหน้าในตัวอาคารมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยช่วยลดโอกาสที่จะติดเชื้อจาก Covid-19 ได้ 83% ขณะที่หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ลดความเสี่ยงได้ 63% และหน้ากากผ้าลดได้ 50%

การวิจัยนี้ทำขึ้นระหว่างวันที่ 18 ก.พ.-1 ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่เชื้อสายพันธุ์โอมิครอนจะระบาด ในชาวแคลิฟอร์เนียเกือบ 1,828 คนที่เข้ารับการตรวจหาเชื้อ (652 คนผลเป็นบวก 1,176 คนผลเป็นลบ) โดยให้ผู้เข้าร่วมระบุรายละเอียดเกี่ยวกับหน้ากากอนามัย เช่น ความถี่ในการสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ ชนิดของหน้ากาก ก่อนเข้ารับการตรวจ

อย่างไรก็ดี การศึกษานี้ไม่ได้พิจารณาถึงพฤติกรรมการป้องกันอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อความเสี่ยงในการติดเชื้อ เช่น การเว้นระยะห่างระหว่างกัน

ทว่า การศึกษานี้เป็นข้อสรุปจากสถานการณ์จริงซึ่งเป็นการสนับสนุนข้อมูลจากทดสอบในห้องปฏิบัติการ

3M/Handout via REUTERS

จีนจับมือรัสเซียสกัดอิทธิพลสหรัฐ พร้อมร่วมมือทุกมิติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674902

วันที่ 05 ก.พ. 2565 เวลา 14:30 น.จีนจับมือรัสเซียสกัดอิทธิพลสหรัฐ พร้อมร่วมมือทุกมิติ

สีจิ้นผิงจับมือปูตินประกาศความร่วมมือสกัดอิทธิพลสหรัฐและนาโต

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน และประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ออกแถลงการณ์ประกาศความร่วมมือทางยุทธศาสตร์อย่างลึกซึ้งระหว่างกัน เพื่อต่อต้านการขยายอิทธิพลขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) และถ่วงดุลอิทธิพลของสหรัฐ หลังการพบปะหารือกันเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี ในโอกาสที่ปูตินเดินทางมาร่วมพิธีเปิดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่กรุงปักกิ่ง

ในแถลงการณ์ร่วม ทั้งสองประเทศยืนยันว่าความสัมพันธ์ครั้งใหม่ระหว่างรัสเซียและจีนเหนือกว่าพันธมิตรทางการเมืองหรือการทหารใดๆ ในยุคสงครามเย็น

“มิตรภาพระหว่างทั้งสองประเทศไม่มีขีดจำกัด ไม่มีพื้นที่ ‘ต้องห้าม’ ของความร่วมมือ” แถลงการณ์ระบุ ทั้งยังประกาศว่าจะร่วมมือกันในหลายๆ ด้าน รวมทั้งอวกาศ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ปัญญาประดิษฐ์ และการควบคุมอินเทอร์เน็ต

มอสโกและปักกิ่งยังแสดงความกังวลและคัดค้านการรวมกลุ่ม AUKUS ที่ประกอบด้วยออสเตรเลีย อังกฤษ และสหรัฐโดยมองว่าจะทำให้เกิดการแข่งขันกันสะสมอาวุธในภูมิภาค

แดเนียล รัสเซล จากสถาบันคลังสมอง Asia Society เผยว่า สีและปูตินกำลัง “ประกาศความมุ่งมั่นที่จะยืนหยัดร่วมกันและต่อต้านสหรัฐ และตะวันตก และพร้อมที่จะทนต่อการคว่ำบาตรและท้าทายความเป็นผู้นำระดับโลกของสหรัฐ

รัสเซลเผยอีกว่า แม้ว่าจะไม่ใช่พันธมิตรอย่างเป็นทางการ แต่ทั้งสอง “กำลังหาจุดร่วมทางยุทธวิธีเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนและระบบเผด็จการของพวกเขาจากแรงกดดันจากตะวันตก”

ทั้งนี้ เมื่อวานนี้ Gazprom และ Rosneft บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของรัสเซียเพิ่งตกลงทำสัญญาขายแก๊สและน้ำมันมูลค่าหลายมื่นล้านเหรียญสหรัฐให้จีน

ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พร้อมคณะ พบปะหารือ ณ เรือนรับรองเตี้ยวอวี๋ไถในกรุงปักกิ่ง เมื่อ 4 ก.พ. Photo by Alexei Druzhinin / Sputnik / AFP

Photo by Alexei Druzhinin / Sputnik / AFP

ตะลึง น้ำแข็งบนยอดเอเวอเรสต์ละลายเร็ว 25 ปีบางลงเกือบ 55 ม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674899

วันที่ 05 ก.พ. 2565 เวลา 13:23 น.ตะลึง น้ำแข็งบนยอดเอเวอเรสต์ละลายเร็ว 25 ปีบางลงเกือบ 55 ม.

ธารน้ำแข็งบนยอดเอเวอรเรสต์ซึ่งต้องใช้เวลาสะสมกว่า 2,000 ปีละลายหายไปในเวลาเพียง 25 ปี

ทีมนักวิจัยซึ่งนำโดยนักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเมนในสหรัฐเผยสถานการณ์ที่น่าหวั่นวิตกของธารน้ำแข็งบนยอดเขาเอเวอเรสต์ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่สูงที่สุดในโลกว่ากำลังละลายอย่างรวดเร็ว

ผลการวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature ระบุว่า ธารน้ำแข็งเซาท์คอล (South Col Glacier) ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลราว 7,906 เมตร บางลง 54.86 เมตรในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา หรือละลายเร็วกว่าการสะสมตัวของน้ำแข็ง 80 เท่า ขณะที่อัตราการสะสมของน้ำแข็งในความหนาดังกล่าวต้องใช้เวลานานกว่า 2,000 ปี

ทีมวิจัยยังพบอีกว่า ทุ่งหิมะที่เกิดจากการทับถมกันบนธารน้ำแข็งถูกกัดเซาะออกไปด้วย ส่งผลให้น้ำแข็งที่อยู่ด้านล่างถูกแสงแดดมากขึ้นซึ่งเป็นตัวเร่งกระบวนการการละลายให้เร็วขึ้นไปอีก

นักวิจัยระบุว่าการแข็งที่ละลายเร็วเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อนและกระแสลมแรง

งานวิจัยชิ้นนี้อาศัยข้อมูลจากภารกิจสำรวจยอดเขาเอเวอเรสต์ของ National Geographic และ Rolex เมื่อปี 2019 ที่ส่งนักวิทยาศาสตร์ 10 คนไปสำรวจธารน้ำแข็งบนยอดเขาเอเวอเรสต์ที่อยู่ทางฝั่งประเทศเนปาล พร้อมทั้งติดตั้งสถานีตรวจวัดสภาพภูมิอากาศ 2 สถานี และสกัดตัวอย่างแกนน้ำแข็ง

การหาอายุวัตถุจากคาร์บอนกัมมันตรังสีพบว่าน้ำแข็งบริเวณพื้นผิวมีอายุราว 2,000 ปี ซึ่งหมายความว่าน้ำแข็งที่ก่อตัวขึ้นในช่วง 2,000 ปีที่ผ่านมาละลายไปหมดแล้ว ทั้งยังเป็นการยืนยันว่าธารน้ำแข็งบนยอดเขาสูงที่สุดในโลกได้รับผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงจากน้ำมือมนุษย์มาตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1990

พอล มาเยฟสกี หัวหน้าคณะสำรวจเรยีกผลการวิจัยดังกล่าวว่าเป็น “สัญญาณเตือนที่แท้จริง” ว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบแม้กระทั่งกับพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล และเตือนว่า “ตอนนี้เรามีหลักฐานแล้วว่าแม้แต่ธารน้ำแข็งที่สูงที่สุดบนภูเขาที่สูงที่สุดในโลกกำลังสูยเสียน้ำแข็งไปอย่างรวดเร็ว”

ทั้งนี้ ประชาชนราว 1 ล้านคนต้องพึ่งพาน้ำดื่มจากธารน้ำแข็งของเทือกเขาหิมาลัย หากธารน้ำแข็งละลายอย่างรวดเร็วเช่นนี้อาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต และยังสะเทือนไปถึงนักปืนเขาที่จะต้องเจอกับน้ำแข็งลื่นๆ ทำให้ปีนป่ายยากขึ้น

REUTERS/Phurba Tenjing Sherpa/Files