ก้าวสู่ศักราชใหม่ Birkenstock ปล่อยรองเท้ารุ่นใหม่แกะกล่อง พร้อมโทนสีใหม่เอาใจสายสตรีท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/673277

วันที่ 18 ม.ค. 2565 เวลา 08:30 น.ก้าวสู่ศักราชใหม่ Birkenstock ปล่อยรองเท้ารุ่นใหม่แกะกล่อง พร้อมโทนสีใหม่เอาใจสายสตรีทGet Ready to Your New Year with Birkenstock เซอร์ไพร์สรับปีใหม่ด้วยรองเท้าล่าสุดจากแบรนด์ Birkenstock ซึ่งมีทั้งรุ่นใหม่แกะกล่อง และรองเท้ารุ่นยอดนิยมที่มาพร้อมโทนสีใหม่เอาใจแฟนคลับ

ก้าวสู่ศักราชใหม่ด้วยรองเท้าล่าสุดจากแบรนด์ Birkenstock (เบอร์เคนสต๊อก) ซึ่งมีทั้งรุ่นใหม่แกะกล่อง ได้แก่ รุ่น Rotterdam รองเท้าลำลองมีกลิ่นอายความเท่สไตล์สปอร์ต และรุ่น Siena รองเท้าสำหรับสุภาพสตรีที่โดดเด่นด้วยสไตล์มินิมอล และบัคเคิลขนาดใหญ่ที่รับกับความกว้างของสายหนังที่ไขว้กัน ปิดท้ายด้วย Madrid Big Buckle รองเท้ารุ่นยอดนิยมที่มาพร้อมโทนสีใหม่รับปีใหม่

ต้นฉบับพื้นรองเท้า (Footbed) ระดับพรีเมี่ยมของ Birkenstock ถือเป็นหัวใจหลักของรองเท้าทุกรุ่น โดยทางแบรนด์ได้อธิบายถึงพื้นรองเท้าด้านในที่มีรูปร่างทางกายวิภาค พร้อมองค์ประกอบรองรับพิเศษ การออกแบบที่ได้รับการวิเคราะห์และรังสรรค์อย่างถี่ถ้วน แม้ว่าจะเป็นรายละเอียดที่เล็กที่สุด พร้อมเลียนแบบรอยเท้าตามธรรมชาติบนพื้นทรายช่วยให้เท้าของคุณรู้สึกสบายที่สุดเท่าที่จะเป็นได้แม้จะยืนอยู่อย่างชั่วโมงก็ตาม เทคโนโลยีนี้ช่วยส่งเสริมให้สุขภาพตลอดจนการใช้ชีวิตของผู้สวมใส่ดียิ่งขึ้น

สำหรับความพิเศษของพื้นรองเท้าอันเป็นเอกลักษณ์ของ Birkenstock ในรุ่นใหม่ยังคงความพิเศษเหล่านั้นไว้ ไม่ว่าจะเป็นส้นรองเท้าก้นลึก ที่ช่วยในการรองรับปัญหาเท้าและยึดกระดูกส้นเท้าให้อยู่ในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติ แม่พิมพ์ส้นเท้า ที่ช่วยให้การทำงานของกล้ามเนื้อน่อง รักษาความมั่นคงบริเวณด้านหลังเท้า พร้อมปรับท่าทางการเดินและการประสานงานของกล้ามเนื้อให้ดีมากขึ้น รวมทั้งการออกแบบภายในและภายนอกที่ช่วยในการรองรับตามแนวโค้ง เส้นโค้งแนวขวางช่วยการรองรับ ร่องยึดนิ้วเท้าออกแบบให้มีความหลวม ทำให้นิ้วเท้าสามารถกระจายออกไปในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติได้ รอยยักนั้นช่วยให้นิ้วเท้างอได้ตามธรรมชาติ ตลอดจนพื้นรองเท้าที่ถูกยกให้สูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณด้านหน้า ซึ่งขอบพื้นรองเท้าที่ยกสูงขึ้นนั้นช่วยปกป้องเท้าขณะเคลื่อนไหวได้เป็นอย่างดี เพื่อให้ความสบายสูงสุดเมื่อยืนเป็นเวลานานๆ ฝึกให้ช่วงขาและเท้าของเราได้สัมผัสถึงความสบายจรดเท้าปลาย ซึ่งความลับอยู่ในรองเท้าที่สวมใส่ เมื่อเท้าได้รับการรองรับอย่างสมบูรณ์แบบในแต่ละขั้นตอน ร่างกายทุกส่วนของเราก็จะได้รับผลลัพธ์ที่ดีไปด้วย

Rotterdam MF สี Light Gray และ Black FB Black (ราคา 9,990 บาท)

ใครเป็นสายสตรีทไม่ควรพลาด! รุ่น Rotterdam รองเท้าลำลองที่โดดเด่นด้วยตัวล็อคแบบตะขอและตัวห่วงแบบหนาที่ช่วยเพิ่มความกระชับและทนทานยามสวมใส่ อีกทั้งพื้นรองเท้าที่มีการจับคู่สีทำให้รองเท้าดูหรูหรา อัปเปอร์ทำจากไมโครไฟเบอร์ที่เป็นมิตรต่อผิวหนังรุ่นนี้มาในลุคสตรีทที่ยังคงไว้ซึ่งสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ สามารถหยิบมาแมทช์กับลุคต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ง่ายอีกด้วย

Madrid Big Buckle NU สี Mud Green / Dove GrayและCacao (ราคา 4,990 บาท)

กลับมาอีกครั้งกับรุ่นยอดนิยมอย่าง รุ่น Madrid Big Buckle โดดเด่นและคลาสสิกด้วยสายรัด หัวเข็มขัด Big Buckle และพื้นไม้ก๊อกที่เป็นเอกลักษณ์โค้งมนผสมผสานกันอย่างลงตัว เพิ่มความพิเศษด้วยหนังนูบัคโทนสีใหม่ 3 เฉด ได้แก่สี Mud Green, Dove Gray และ Cacao

Siena Big Buckle FL สี Cognac HEX และ Black HEX (ราคา 6,790 บาท)

อีกหนึ่งสมาชิกใหม่ของครอบครัว Birkenstock อย่าง Siena เป็นรองเท้าลำลองมีรูปลักษณ์อันปราณีต สายรัดแบบไขว้ทำให้รองเท้าแตะมีรูปลักษณ์ที่พิเศษและไม่เหมือนใคร พร้อมเติมความโดดเด่นด้วย Big Buckle หัวเข็มขัดหมุดขนาดใหญ่ที่ให้ความรู้สึกหรูหรา บริเวณพื้นรองเท้า (Footbed) หุ้มด้วยหนังเรียบนุ่มและเข้ากับสีของตัวรองเท้า อีกทั้งอัปเปอร์ยังทำจากหนังนูบัคแบบหนาพิเศษอีกด้วย

รีบจับจองเป็นเจ้าของ Birkenstock รุ่นพิเศษเหล่านี้กันได้ บนเว็บไซต์ www.ikonthailand.com และพบความคลาสสิกร่วมสมัยของเบอร์เคนสต๊อกได้ที่ Shop ,? Consignment Counter , ร้าน IKON 

3 ช่างภาพชื่อดังร่วมเปิดตำนานครั้งใหม่กับ Leica M11

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/673149

วันที่ 17 ม.ค. 2565 เวลา 09:50 น.3 ช่างภาพชื่อดังร่วมเปิดตำนานครั้งใหม่กับ Leica M11Leica เปิดศักราชใหม่ปีเสือด้วยการเผยโฉมกล้องไลก้าตระกูล M รุ่นใหม่ล่าสุด “Leica M11” พร้อมชวน 3 ช่างภาพชื่อดังร่วมเปิดตำนานครั้งใหม่ ลั่นชัตเตอร์เล่าขานความเป็น M ซีรีย์ ธีม “Legacy of Leica”

คุ้มค่าแก่การรอคอยถึง 5 ปีเต็ม! สำหรับสาวกกล้องตำนานระดับโลกอย่าง “ไลก้า” เมื่อ Leica Camera Thailand (ไลก้า คาเมร่า ไทยแลนด์) โดย ดนัย สรไกรกิติกูล เปิดศักราชใหม่ปีเสือด้วยการเผยโฉมกล้องไลก้าตระกูล M รุ่นใหม่ล่าสุด “Leica M11” (ไลก้า เอ็ม 11) ราคา 303,800 บาท ที่พัฒนาต่อยอดฟังก์ชั่นใหม่หมดจากรุ่นยอดนิยม Leica M10 ด้วยนวัตกรรมการถ่ายภาพสุดล้ำ ผสมผสานประสบการณ์ของการถ่ายภาพดั้งเดิมแบบเรนจ์ไฟน์เดอร์เข้ากับเทคโนโลยีกล้องร่วมสมัย เพื่อให้ผู้รักการถ่ายภาพได้สัมผัสกับที่สุดของความยืดหยุ่นในการถ่ายภาพจากเซ็นเซอร์แบบเฉพาะที่มี Triple Resolution พร้อมช่วง ISO ที่กว้างขึ้น หน่วยความจำคู่ อีกทั้งแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานกว่า และระบบเมนูที่ปรับเปลี่ยนใหม่ให้เข้าใจง่ายโดนใจคนรักการถ่ายภาพ

พร้อมชวนเซียนกล้องระดับแถวหน้าของเมืองไทยในฐานะ “ไลก้า ไทยแลนด์ แอมบาสเดอร์” นำโดย ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์, “แอ๊ด” พีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์ และ “ชัช” ชัชวาล จันทโชติบุตร ร่วมสัมผัสความล้ำสมัย รังสรรค์ภาพถ่ายที่เต็มไปด้วยเรื่องราวสุดประทับใจ ภายใต้โจทย์ “ Legacy of Leica” ผ่าน Leica M11 ในแบบฉบับของตัวเอง

ดนัย สรไกรกิติกูล ผู้บริหาร ไลก้า คาเมร่า ไทยแลนด์ เผยว่า ไลก้า เอ็ม 11 ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการถ่ายภาพดิจิทัล และยังเป็นกล้อง M-System ที่ยืดหยุ่นที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Leica อีกด้วย โดยจุดเด่นที่เป็นหัวใจของกล้องรุ่นนี้ คือเซ็นเซอร์ BSI CMOS แบบฟูลเฟรมที่มาพร้อมเทคโนโลยี Triple Resolution ทำให้สามารถบันทึกไฟล์ภาพในรูปแบบ DNG และ JPEG ได้ที่ความละเอียด 60, 36 หรือ 18 ล้านพิกเซล โดยใช้เซ็นเซอร์เต็มพื้นที่ตลอดเวลา ตัวเลือกความละเอียดที่ 60 ล้านพิกเซล ให้คุณภาพของภาพ ในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน และเก็บบันทึกรายละเอียดได้อย่างครบถ้วนโดยใช้ประโยชน์สูงสุดจากระบบออปติกของเลนส์ APO ล่าสุดจาก Leica สำหรับ M-System และหากเลือกความละเอียดที่ต่ำลงมา กล้องจะสามารถทำงานได้เร็วขึ้น ถ่ายภาพรัวต่อเนื่องได้นานขึ้น และทำให้ไฟล์มีขนาดเล็กลง

อีกสิ่งหนึ่งที่ต่างออกไปใน M11 คือการตั้งใจถอด Base plate กล้องที่เคยมีมาแต่เดิมออก เพื่อให้ช่างภาพสามารถเข้าถึงแบตเตอรี่และช่องใส่การ์ด SD ได้ง่าย และนอกเหนือจากช่องใส่การ์ด SD แล้ว Leica M11 ยังมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายในความจุสูงถึง 64 กิกะไบต์ ทำให้ M11 เป็นกล้องโมเดล M รุ่นแรก ที่บันทึกภาพลงบนสื่อจัดเก็บข้อมูลที่ต่างกันสองชนิดได้ ส่วนแบตเตอรี่ 1800mAh นั้นเก็บพลังงานได้มากขึ้น 64% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ซึ่งเมื่อรวมกับการทำงานที่ประหยัดพลังงานยิ่งขึ้นของกล้องรุ่นนี้แล้ว ช่างภาพจึงสามารถใช้กล้องต่อเนื่องได้นานขึ้นมากต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และยังสามารถชาร์จแบตเตอรี่ของกล้อง ผ่านพอร์ต USB-C อเนกประสงค์ที่เพิ่มมาใหม่ได้โดยใช้ที่ชาร์จ USB-C ทั่วไป

และเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายทุกการเชื่อมต่อ Leica M11 จะได้รับการอัปเกรดคุณสมบัติด้านการเชื่อมต่อผ่านเฟิร์มแวร์ใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2022 เพื่อเพิ่มความสามารถใหม่ๆ ในการเชื่อมต่ออันล้ำสมัยให้กับ M11 และยกระดับเวิร์กโฟลว์การทำงานผ่านอุปกรณ์พกพาของช่างภาพให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังทำให้แอป Leica FOTOS สามารถฝังข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง เข้าถึงภาพผ่านการเชื่อมต่อบลูทูธ และถ่ายโอนข้อมูลได้เร็วขึ้นด้วย ที่สำคัญ Leica M11 ยังผ่านการรับรองอุปกรณ์เสริม “Made for iPhone and iPad” ของ Apple แล้ว จึงสามารถใช้งานผ่านสาย Leica FOTOS ที่มีมาให้ได้ในแบบที่ไม่เหมือนใคร

มาฟังประสบการณ์ของเหล่า ไลก้า ไทยแลนด์ แอมบาสเดอร์ ที่มีโอกาสได้สัมผัสและลั่นชัตเตอร์ Leica M11 ก่อนใคร เริ่มจากเซียนถ่ายภาพขาวดำ ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์ นายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เผยว่า ด้วยความละเอียดของกล้องที่สูงถึง 60 ล้านพิกเซล ที่สำคัญเป็นเลนส์ High-Solution จึงสามารถปรับลดทอนได้ถึง 3 ระยะ ทำให้ภาพมีความคมชัดยิ่งขึ้น เป็นการดึงศักยภาพ ที่แท้จริงของกล้องและเลนส์ออกมา ตอบโจทย์ในการนำไปใช้งานรูปแบบต่างๆ ได้อย่างน่าทึ่ง

“ภาพเซตนี้ถ่ายที่เกาะยาวน้อย ภูเก็ต เป็นชุมชนชาวประมง ขณะเด็กๆ กำลังเล่นน้ำ ยิ่งขยายเข้าไปดูหรือพริ้นซ์ออกมายิ่งเห็นรายละเอียด แต่ละภาพมีทั้งรูปที่เบลอ ไม่โฟกัส มีความบิด กระทั่งสปีดชัตเตอร์ต่ำ ที่เผยให้เห็นเม็ดน้ำที่กระเด็นกระจายรอบตัวเด็ก ไลก้าเป็นเลนส์ไวแสงที่แอคทีฟกับไฮไลท์ของภาพเสมอ ถึงพูดกันว่าเลนส์ไลก้าเวลาถ่ายคนจะดูมีชีวิตมากกว่าเลนส์อื่นๆ แม้กระทั่งประกายตาซึ่งเล็กมากๆ ก็เก็บได้ ผมจึงเลือกถ่ายคนหรือสิ่งมีชีวิตแล้วมองย้อนกลับไปถึงรุ่น M3 ที่เป็นออริจินัลของแบรนด์ ที่บ่อยครั้งมักถูกใช้เล่าภาพประวัติศาสตร์ต่างๆ และด้วยสปีดชัตเตอร์ของกล้องที่สามารถปรับได้สูงถึง 160,000 จึงเป็นไลก้าตัวแรก ที่สามารถถ่ายในสภาพแสงเดย์ไลท์ และผมเลือกช่วงเวลาพระอาทิตย์ตก เพราะอยากโชว์ศักยภาพกล้องหลายๆ อย่าง โดยดัน ISO ขึ้นไปสูงมากๆ ทำให้ภาพแทบไม่เห็น Noise ของภาพเลย ซึ่งเซอร์ไพรส์มากๆ เพราะปกติกล้องที่พิกเซลสูงๆ จะมาพร้อมกับ Noise ที่สูงมากเช่นกัน ปกติกล้องหลักของผมคือไลก้า MP 240 M10 R แล้วก็ SL เมื่อเทียบกับ M11 ความละเอียดคนละจักรวาลเลย เลยรู้สึกว้าวและประทับใจมาก ถ้าอยากเลือกกล้องสักตัวที่จะใช้บันทึกความทรงจำ หรือสิ่งที่อยากให้อยู่ในความทรงจำกับเรา นี่คือกล้องที่ดีที่สุด และนั่นคือนิยามของ Legacy of Leica” ช่างภาพระดับแถวหน้าของเมืองไทย เน้นย้ำ

เช่นเดียวกับช่างภาพหนุ่มผู้หลงใหลธรรมชาติ “ชัช” ชัชวาล จันทโชติบุตร เลือกสะท้อนเลนส์คมของ Leica M11 ผ่านภาพขาวดำที่เต็มไปด้วยมิติของเงาสะท้อนบนผืนน้ำ ด้วยตั้งใจสื่อถึงจุดเริ่มต้นของไลก้า ในมุมมองขาวดำขณะที่ฟิล์มสียังไม่ถูกค้นพบมาใช้งาน โดยเขาเล่าว่า พยายามตีโจทย์ที่ได้รับมา ซึ่งในความเป็นไลก้านั้นสามารถตีความได้หลายมิติ ทั้งในเรื่องของตัวกล้อง ตำนานของคนที่นำไปใช้ รวมถึงเรื่องราว ที่ได้รับการตีพิมพ์แล้วเผยแพร่ต่อสาธารณชน ทำอย่างไรที่จะถ่ายทอดความเป็นไลก้าผ่าน Leica M11 ได้ดีที่สุด

“ผมชอบอยู่กับธรรมชาติ เลยนำสิ่งนี้มาตีความ ตอนอยู่ที่เขาหลัก จังหวัดพังงา ได้ไปเจอซีนหนึ่ง เป็นกิ่งก้านไม้แห้งตายและพืชน้ำในทะเลสาบ ทำให้นึกถึงภาพหนึ่งของ René Burri ช่างภาพชาวสวิสเซอร์แลนด์ชื่อ Former Summer Palace. Dead Lotus Flowers on Kunming Lake. Bejing, ที่ประเทศจีน ถ่ายไว้ตั้งแต่ปี 1964 ช่างภาพคนนี้ถ่ายภาพด้วยกล้องไลก้ามาตลอด ภาพชุดนี้ของผมจึงตอบโจทย์ในสองมิติ อย่างแรกพูดถึงตัวกล้องซึ่งเงาสะท้อนอันหนึ่งสื่อถึงไลก้าในอดีต ส่วนเงาสะท้อนอีกอันสื่อถึงไลก้า เอ็ม บางจุดที่น้ำกระเพื่อมก็เกิดความบิดเบี้ยว ผมพยายามสื่อออกมาในแง่มิติที่เป็นตำนานของไลก้ามากกว่าเรื่องกลไกเทคนิคการถ่ายภาพ” ช่างภาพหนุ่ม กล่าว

ขณะที่เจ้าของฉายา “ADD CANDID” “แอ๊ด” พีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์ ที่เลือกสะท้อนมุมมองภาพถ่ายผ่านสถาปัตยกรรมไทยที่เต็มไปด้วยสีสันสะดุดตา กล่าวว่า เสน่ห์ของ Leica M11 นอกจากรูปลักษณ์หน้าตาที่ยังคงความเป็นไลก้า ขนาดเล็กเหมาะมือแล้ว ยังอยู่ที่ปุ่มฟังก์ชั่นพิเศษช่วยให้การซูมดูภาพได้ง่าย และชัดเจนขึ้น และสามารถปรับแต่งภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นหรือเล็กลงได้โดยสะดวก ซึ่งกล้องบางตัวมีข้อจำกัดในเรื่องนี้

“รุ่นนี้ไม่ต้องพกพาแบตเตอรี่ไปด้วยหลายๆ ก้อน สามารถใช้งานได้ยาวกว่ารุ่นเอ็ม 10 พอสมควร นอกจากนี้ การมีความจุมากถึง 64 กิกะไบต์ ก็มีประโยชน์มากเวลาที่เราเพลิดเพลินในการถ่ายภาพแล้วการ์ดอาจจะเต็มโดยไม่รู้ตัว ถือเป็นอีกหนึ่งความพิเศษ สำหรับโจทย์ถ่ายภาพที่ได้รับมาในเรื่องของความเป็นตำนานนั้น ผมนำมาตีโจทย์ต่อว่า ศิลปะมีความยืนยาว ต่อเนื่อง และสืบทอด อย่างกรุงเทพฯ อะไรคือแรงบันดาลใจตั้งแต่อดีตมาถึงปัจจุบัน ซึ่งสีและความอ่อนช้อยถือเป็นเอกลักษณ์ของงานศิลปะไทย ผมเลือกใช้เลนส์อาร์มาใส่ ในบอร์ดี้เอ็ม เก็บภาพบรรยากาศความเป็นรัตนโกสินทร์ในแบบที่ตัวเองชอบ อย่างในวัดพระแก้วผมชอบศิลปะการประดับกระจกซึ่งภาพที่สะท้อนผ่านกระจกสวยงามแปลกตาดี สื่อสารความเป็นอดีตในมุมมองปัจจุบันได้โดยไม่บอกตรงๆ หรืออย่างภาพวัดอรุณถ่ายผ่านซี่กรงรั้วก็เป็นมุมมองส่วนตัว ผมว่าการถ่ายภาพวัดสามารถเป็นได้ทั้งความคลาสสิกและภาพในมุมมองส่วนตัวในแบบร่วมสมัย” เจ้าของฉายา ADD CANDID กล่าวทิ้งท้าย

สัมผัสนวัตกรรมถ่ายภาพสุดล้ำ กับ Leica M11 ได้แล้ววันนี้ ที่ Leica Store สาขา เกษรวิลเลจ ชั้น 2 โทร. 02-656-1102 และ สาขา ดิ เอ็มควอเทียร์ ชั้น เอ็ม โทร. 02-003-6068 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Line Official: @leicath

Burberry LNY22 แรงบันดาลใจจากนักษัตรปีเสือ จิตวิญญาณอันแข็งแกร่งและมาดมั่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/673130

วันที่ 16 ม.ค. 2565 เวลา 13:45 น.Burberry LNY22 แรงบันดาลใจจากนักษัตรปีเสือ จิตวิญญาณอันแข็งแกร่งและมาดมั่นBurberry เปิดตัวแคมเปญ Lunar New Year 2022 ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากปีขาล ถ่ายทอดโดยนางแบบสาวดาวรุ่งอย่าง Liu Bingbing, Liu Chunjie, Wang Xiangguo และ Yang Ling ถ่ายโดยช่างภาพชื่อดัง Feng Li

Burberry เริ่มต้นปีด้วยแคมเปญ Lunar New Year 2022 ที่ได้รับการถ่ายทอดโดยนางแบบสาวดาวรุ่งอย่าง Liu Bingbing, Liu Chunjie, Wang Xiangguo และ Yang Ling ถ่ายโดยช่างภาพชื่อดัง Feng Li เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองปีขาลปีนักษัตรที่สื่อถึงจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งและมาดมั่น

โดยคอลเลกชั่นสุดพิเศษนี้นำเสนอลวดลายของสัตว์อย่างลายเสือมาในโทนสีส้มที่ได้รับการตกแต่งบนกระเป๋าอันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ อย่างกระเป๋ารุ่น  Lola และ Olympia มาพร้อมลายพิมพ์เสือเฉดสีส้ม ที่ได้รับการตกแต่งด้วยด้วยโซ่สะพายไหล่ ประดับด้วยบัคเคิ้ล Thomas Burberry นอกจากนั้น ส่วนกระเป๋าทรงโค้งมนอย่างรุ่น Olympia ประดับด้วยโลโก้ปักลายเสือสีส้มมาพร้อมลายพิมพ์สัตว์  ปิดท้ายด้วยกระเป๋าแมสเซนเจอร์ และกระเป๋าโท้ททรงกว้างลายพิมพ์เสือ รวมถึงไอเท็มอันโดดเด่นอย่างผ้าพันคอแคชเมียร์ และรองเท้าผ้าใบ นับเป็นการนำเสนอมุมมองใหม่เกี่ยวกับการลายพิมพ์ TB Monogram อันเป็นซิกเนเจอร์มาในเฉดสีน้ำผึ้งผสานกับสีส้มสดใสประดับด้วยตัวอักษร B อันเป็นซิกเนเจอร์อันโดดเด่นของแบรนด์

สำหรับแคมเปญ Lunar New Year 2022 นี้มีทั้งไอเท็มทั้งหญิงและชายให้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นแจ๊กเก็ต เสื้อคลุมที่มาพร้อมลายพิมพ์เสือ ลวดลายโมโนแกรมร่วมสมัย น้ำหนักเบา เสื้อยืดโอเวอร์ไซส์ เสื้อฮู้ด และกางเกงจ็อกกิ้งแบบมีเชือกผูกโดดเด่นด้วยลวดลายโมโนแกรมให้หนุ่มๆ แต่งตัวหล่อเท่อย่างมีสไตล์เลยทีเดียว

เรียกได้ว่าน่าดึงดูดทั้งลวดลายและสีสันที่บ่งบอกถึงปีเสือได้อย่างร่วมสมัย งานนี้รับรองว่าสาวกลายเสือจะได้แต่งตัวสนุกสนานยิ่งขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน

#BurberryLNY22 #Burberry

ส่งความสุข “เสิร์ฟความสด”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/672927

วันที่ 13 ม.ค. 2565 เวลา 15:20 น.ส่งความสุข “เสิร์ฟความสด” The Farm ปี 5 ส่งความสุข “เสิร์ฟความสด” ในปีใหม่นี้ด้วยสินค้าท้องถิ่น ที่ “ทำด้วยใจพร้อมส่งตรงจากฟาร์มถึงมือคุณ” ที่เซ็นทรัล 4 สาขาในกรุงเทพฯ

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท เจียไต๋ โปรดิ๊วซ์ จำกัด และ NIA สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) จัดงาน เดอะฟาร์ม ปีที่ 5 “The Value of originally of local taste” เชิญร่วมสัมผัสคุณค่าแห่งท้องถิ่น ยกระดับความอร่อยจากวัตถุดิบท้องถิ่น ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ทำด้วยใจพร้อมส่งตรงจากฟาร์มถึงมือคุณ” ให้คุณได้อิ่มอร่อยกับผลิตผล ผลิตภัณฑ์ คุณภาพสดใหม่ ส่งตรงจากฟาร์ม รวมถึงสินค้าผัก ผลไม้ ออร์แกนิก เนื้อสัตว์คุณภาพ รวมมถึงขนมปังโฮมเมด ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 4 สาขาในกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม – 31 มีนาคม 2565 โดยเริ่มที่ เซ็นทรัล เวสต์เกต ระหว่าง 11 – 24 มกราคม 2565, เซ็นทรัล ลาดพร้าว ระหว่าง 17 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2565, เซ็นทรัล แกรนด์ พระราม 9 ระหว่าง 4 – 17 มีนาคม 2565 และ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ระหว่าง 25-31 มีนาคม 2565

หาวันชิลๆ แล้วไปช้อปผลิตภัณฑ์ดีๆ รับปีใหม่กันได้เลย ไม่ว่าจะเป็น เมนูอร่อย รังสรรค์วัตถุดิบท้องถิ่นจากเกษตรกรทั่วไทยสู่ใจกลางเมือง อาทิเช่น น้ำส้มโอจากสวนส้มโออำนวย จ.ชัยนาท, น้ำอ้อยออร์แกนิก, ข้าวเหนียวปิ้งน้ำดอกอัญชัน อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม, เมี่ยงผักสด จ.หนองคาย

สินค้าคุณภาพจากฟาร์มชื่อดังที่คัดสรรผัก ผลไม้เกษตรอินทรีย์สดใหม่ จาก เจียไต๋โปรดิ๊วซ์ จำกัด (Chiatai) เอาใจคนชอบปลูกพืชปลูกผักกับเมล็ดพันธุ์โฮมการ์เด้นท์ตัวใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ซอง Easy ปลูกง่ายสไตล์คุณ” สามารถอ่านวิธีปลูกได้จากข้างหลังซอง พร้อมเทคนิคการปลูกผักแต่ละชนิด นอกจากนี้ภายในงานจะได้พบกับผักและผลไม้จากเจียไต๋ฟาร์ม อาทิ เมล่อน ฟักทองมินิบอล เป็นต้น และเมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาด คือ น้ำเมล่อนปั่น หวาน หอม ชื่นใจ

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) [NIA] ที่นำสินค้าพรีเมียมผ่านการคัดเลือกการันตีคุณภาพโดย NIA อาทิ ไวน์ผลไม้พรีเมี่ยม จาก The Mae Nai’s Winery จ.พะเยา, โปรตีนจากไข่ขาว Albupro, ผลิตภัณฑ์วีแกน ซุปและซีเรียลจากจมูกข้าวกล้องงอก จาก NaturBloom, ผักโขมอินทรีย์อบกรอบ จาก Crispy Go, น้ำหวานดอกมะพร้าวออร์แกนิก จากชีวาดี และอื่นๆ อีกมากมาย

KU Milk จากมหาวิทยาลัยเกษตรษศาสตร์ ผลิตภัณฑ์มาตรฐานสืบสานตำนานนมเกษตร และผลิตภัณฑ์อื่นๆ พันาจากศูนย์ผลิตภัณฑ์นม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อาทิ นมสด หลากหลายรสชาติให้เลือก โยเกิร์ตนมสด ไอศกรีมซอร์ฟเสิร์ฟนมสด และเมนูยอดฮิต น้ำนมข้าวโพดหวาน ที่ไม่ต้องไปไกลถึงไร่สุวรรณ

อีกบูธที่ไม่ควรพลาด โก๋นมถั่ว จาก โก๋แก่ หลากหลายเมนูแสนอร่อย โก๋ นม ถั่ว จากแบรนด์ โก๋แก่ ไอศครีมรสเนยถั่ว หอมกลิ่นเนย หวานมัน ผสมถั่วให้ความละมุนได้อย่างลงตัว ไอศกรีมมะพร้าว มีความหอมของมะพร้าวไทย หวานสดชื่น อีกทั้ง ปังโก๋แมคคาเดเมียที่มีให้เลือกหลายรสชาติ และพลาดไม่ได้ ชานมไข่มุกนมถั่วลิงสงและนมอัลมอนด์

ร้าน De La Lita ที่นำ โฮลวีตชิปส์ และน้ำสลัดปรุงสด มาจำหน่าย ที่เทนูเน้นการนำวัตถุดิบมาจากธรรมชาติอย่างรสเค็มจากชีส รสเผ็ดจากพริกไทย และกระเทียมรสเปรี้ยวจากเกอร์กิ้นและเคเปอร์น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น รวมทั้งอโรมาจากอิตาเลียนเบซิลที่ทางร้านปลูกเอง นำมาปรุงรวมกันแบบสดใหม่ ไม่ใส่ผงชูรส ไม่ใส่วัตถุกันเสีย ไม่แต่งสี และไม่แต่งกลิ่น

ร้านผักบ้านต่าย ผักและผลไม้สด ตัดสดวันต่อวันจากเกษตรกร อาทิเช่น ผักโขมอินทรีย์ หัวไชเท้าไร้สาร คะน้าอินทรีย์ มะละกอออร์แกนิก ฟักทองไร้สาร มะเขือเทศราชินีไร้สาร นำมาจำหน่ายในราคาย่อมเยา ณิชชา ฟาร์ม ฟาร์มแตงโมส่งตรงจากสวน จ.ชลบุรี และ แตงโมสเลอปี้ หวาน เย็น สดชื่น ให้ได้ชิมเพลินๆ ภายในงาน

Chinese New Year คอลเลกชั่นแรกของปี ‘Jaspal’ คว้า ‘ยูน ปัณพัท’ ร่วมรังสรรค์แฟชั่นสุดเก๋รับตรุษจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/672905

วันที่ 13 ม.ค. 2565 เวลา 13:05 น.Chinese New Year คอลเลกชั่นแรกของปี 'Jaspal' คว้า 'ยูน ปัณพัท' ร่วมรังสรรค์แฟชั่นสุดเก๋รับตรุษจีนตรุษจีนปีนี้ต๊าซให้สุด เสริมลุคสุดเฮงต้นรับตรุษจีนปีเสือ กับ Jaspal คอลเลกชั่นแรกของปี Chinese New Year 2565 ที่คว้าตัวดีไซเนอร์สุดเก๋ คุณยูน-ปัณพัท เตชเมธากุล ร่วมออกแบบคอลเลกชั่นพิเศษในเทศกาลตรุษจีนปีเสือ

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ … เพิ่มความปังรับตรุษจีนให้คนเหลียวหลังหันมามอง ต้องแฟชั่นเก๋ๆ ที่จะหยุดทุกสายตาให้จ้องมาพร้อมกัน โดย Jaspal แบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติไทย พร้อมเพิ่มความเฮงความปังรับตรุษจีนกับ คอลเลกชั่นแรกของปี 2565 คว้าตัวดีไซเนอร์สุดเก๋ คุณยูน – ปัณพัท เตชเมธากุล ร่วมส่งคอลเลกชั่นพิเศษรับตรุษจีนในปีเสือน้ำ 2565 ให้ตาลุกวาวไปกับดีไซน์ที่แตกต่างแต่ลงตัว ไม่ทิ้งกลิ่นอายความเป็นจีนที่ครั้งนี้มีสไตล์และมีความหมายซ่อนอยู่ในลายของผ้า เรียกว่าใครเห็นต้องเหลียวมอง

ตรุษจีนทั้งทีชุดกี่เพ้าต้องพร้อม พร้อมกับดีไซน์สวยๆ ที่ออกแบบมาให้อินเทรนด์ในปี 2565 ซึ่งไม่ใช่เพียงชุดกี่เพ้าเท่านั้นที่สะท้อนความเป็นจีน ในตรุษจีนนี้ Jaspal ยังมีชุดหลากหลายแบบ หลายสไตล์ให้เลือกสวมใส่ โดยคอลเลกชั่นนี้ได้ศิลปินที่มีชื่อเสียงอย่าง คุณยูน – ปัณพัท เตชเมธากุล มาร่วมออกแบบ ซึ่งจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของศิลปินเป็นการใช้บุคลิกที่แตกต่างกันของสัตว์เพื่อแสดงความรู้สึก โดยเธอชอบวาดภาพสัตว์และดอกไม้ที่มีรายละเอียดอันน่าค้นหาภายในภาพ รวมถึงการเลือกใช้สีในการสร้างผลงาน โดยคอลเลกชั่นตรุษจีนจาก Jaspal ศิลปินได้ดีไซน์เสือหลากหลายอิริยาบถ พร้อมกับผีเสื้อและดอกไม้นานาพรรณที่แทรกตัวอยู่ด้วยกันอย่างกลมกลืน สร้างความแตกต่างและไม่ซ้ำใคร ความโดดเด่นของการออกแบบจากคุณยูนยิ่งทำให้คอลเลกชั่นนี้พิเศษและสวยงามชวนให้สวมใส่ไปอีกเท่าตัว

ลงตัวและต๊าซสุดๆ ด้วยดีไซน์ของชุดที่คงความเป็นจีน แต่มีความอินเตอร์ สมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเดรสกี่เพ้า, เสื้อคอกี่เพ้าในทรงแขนสั้นและแขนดอลลี่ มีให้เลือกทั้งโทนสีแดงและชมพู นอกจากนี้ยังเอาใจคนที่ชอบความเรียบง่ายแต่มีดีเทลด้วยเสื้อยืดแขนสั้น เสื้อเชิ้ต แจ็คเก็ต ชุดเดรสและ Coordinate Set สกรีนลาย ทางฝั่งของผู้ชายตอบโจทย์ทุกสไตล์ ทั้งเสื้อยืดคอกลม เสื้อโปโล และเสื้อเชิ้ตที่มีลวดลายจากการออกแบบของศิลปินให้ได้ Mix & Match ตามสไตล์ที่ชอบ ส่วนแฟชั่นสำหรับเด็กก็น่ารักไม่แพ้กัน ทั้งเสื้อและชุดเซตลายสวยงาม มีให้เลือกทุกวัยรวมกว่า 62 แบบ ที่ไม่ว่าจะหยิบลุคไหนมาใส่รับรองว่าปัง! ถ้าอยากต๊าซสุดในยุคนี้ต้องหยุดที่ Jaspal

คุณยูน เผยถึงแรงบันดาลใจของคอลเลกชั่นนี้ว่า “ต้องการส่งพลังบวกให้กับทุกคนที่สู้กับโควิดมาตลอด 2 ปี ซึ่งอยากให้ปีนี้เป็นปีที่มีความหวัง ที่ได้กลับมาตั้งหลักเริ่มต้นกันใหม่ ผ่านการเปรียบเทียบกับ “แมวเก้าชีวิต” ที่สามารถรอดพ้น หลบหลีก รวมถึงมีการฟื้นตัวกลับมาได้เสมอ สะท้อนให้เห็นว่าชีวิตจริง หลายสิ่งหลายอย่างไม่ได้ก้าวข้ามผ่านได้ง่ายๆ จึงอยากให้คอลเลกชั่นนี้เป็นกำลังใจและเป็นพลังงานดีๆ สำหรับการเริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่อีกครั้งในปี 2565”

อีกความพิเศษคืด Fashion Set ในคอลเลกชั่นนี้ ยังได้สาวหมวย “ออกแบบ-ชุติมณฑน์” และหนุ่มตี๋สุดฮอต “กระทิง – ขุนณรงค์” มาร่วมถ่ายทอดคอลเลกชั่นสุดปัง! Chinese New Year 

เพิ่มความเฮง ความปัง และปลุกพลังในตัวเองให้ลุกขึ้นมาสดใสรับตรุษจีนนี้ด้วยคอลเลกชั่น Chinese New Year จาก Jaspal ไม่ว่าสาวๆ จะเลิฟแบบลุคจีนไม่หลุดธีมด้วยชุดกี่เพ้า หรือเป็นสายแมทช์ชุดไม่ซ้ำใคร เน้นสีสันสุดจี๊ด ไปจนถึงแมนๆ แต่คงความเท่และ cool หรือจะสนุกสนานกับการแต่งตัวไปทั้งครอบครัวพร้อมลูกๆ หลานๆ ก็เก๋และปังไปอีกแบบ คอลเลกชั่นรับตรุษจีนจาก Jaspal เริ่มจำหน่าย 14 มกราคม 2565 ที่ Jaspal ทุกสาขา / Chat&Shop ง่ายๆ เพียงแอด @jaspalthailand หรือ Shop online สไตล์ New normal ได้ที่ www.jaspal.com และมาเพิ่มความปังและความเฮงกับแฟชั่นสุดเก๋รับตรุษจีน 2565 นี้ด้วยกัน!

รวมกระเป๋า 5 รุ่นสุดปังจาก Off-White ออกแบบโดย Virgil Abloh

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/672705

วันที่ 11 ม.ค. 2565 เวลา 09:10 น.รวมกระเป๋า 5 รุ่นสุดปังจาก Off-White ออกแบบโดย Virgil Ablohนอกจากฝีมือการออกแบบสนีกเกอร์ชั้นเลิศไม่เป็นรองใครของ Virgil Abloh ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Off-White แล้ว ครั้งนี้ยังทำเอาสาวๆ ใจสั่น กับการแนะนำกระเป๋า 5 รุ่นสุดปังที่จัดมาให้ตามคำเรียกร้อง

หากใครกำลังมองหากระเป๋าแบรนด์เนมที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ทุกคนคงจะต้องนึกถึงแบรนด์ออฟไวท์ (Off-White) วันนี้ เราจึงขอมาแนะนำกระเป๋า 5 รุ่นสุดปังตามคำเรียกร้อง ที่ออกแบบโดย เวอร์จิล แอบโลห์ (Virgil Abloh) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ นอกจากฝีมือการออกแบบสนีกเกอร์ชั้นเลิศไม่เป็นรองใครของเวอร์จิลแล้ว เขายังพกความใส่ใจในรายละเอียดพร้อมแอบแฝงการเล่าเรื่องราวทางสังคมที่น่าสนใจมาแสดงฝีมือในการสร้างสรรค์กระเป๋าเจ๋งๆ สำหรับผู้หญิงอีกด้วย งานนี้บอกเลยว่าทำเอาสาวๆ ใจสั่นแน่นอน

1. เริ่มต้นกันที่กระเป๋ารุ่นใหม่ล่าสุด อย่าง Burrow Shoulder Bag ที่ได้แรงบันดาลใจจาก “สวิสชีส” และ “ฝนดาวตก” มาด้วยรูปทรงที่เว้าแหว่ง ประกอบกับเทคนิคการเจาะรูที่ใช้ช่างฝีมือชั้นยอดและความประณีตชั้นสูง ด้วยผิวสัมผัสที่นุ่มของกระเป๋า ประกอบกับรูปทรงที่โดดเด่น ทำให้กระเป๋าเป็นที่นิยมและสร้างความประทับใจที่น่าจดจำให้แก่สาวๆ จากทั่วทุกมุมโลก แอบกระซิบไว้ตรงนี้เลยว่ากระเป๋ารุ่นนี้ราคาขึ้นทุกปีนะจ๊ะ ต้องรีบไปจัดกันเลยแม่

2. หากใครชอบกระป๋าทรงโท้ท ขอแนะนำเป็น Burrow Tote Bag รุ่นยอดนิยม ผลิตจากหนังลูกวัวคุณภาพดีจากอิตาลี พร้อมสีสันให้เลือกหลากหลาย มีตั้งแต่ไซส์มินิที่สุดแสนจะน่ารักไปจนถึงไซส์ใหญ่ที่จุของได้หนำใจ เหมาะเป็นกระเป๋าสำหรับใช้ประจำวัน ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของสาวๆแน่นอน แมทช์กับเสื้อผ้าแล้วสวยเก๋มากเวอร์ รุ่นนี้เหล่าเซเลปถือกันเยอะมาก ห้ามพลาดจริงๆ

3. กระเป๋าสุดคลาสสิกฮิตตลอดกาล ไม่ว่าจะปีไหนๆ ก็ไม่เคยตกเทรนด์ ต้องขอยกให้รุ่นนี้เลย Jitney Bag ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถบัสสายแฮมป์ตัน จิทนีย์ (Hampton Jitney) ในกรุงนิวยอร์ค เวอร์จิล แอบโลห์ ได้นำแรงบันดาลใจจากความหลากหลายและความแตกต่างของแต่ละบุคคลที่สัญจรโดยรถบัสสายนี้ ที่ทุกคนต่างมีจุดหมายปลายทางเป็นสถานที่เดียวกันโดยที่ไม่คำนึงถึงสถานะทางสังคมใดๆ แค่คอนเซปต์ในการออกแบบก็กินขาดแล้ว โดยสัญลักษณ์ Arrow หรือลูกศร จะถูกออกแบบและเพิ่มลูกเล่นต่างกันไปในแต่ละซีซันอีกด้วย

4. สำหรับสาวๆ ที่ชอบกลิ่นอายความเป็นสตรีทสไตล์ต้องห้ามพลาดกับกระเป๋าตระกูล Binder Clip Bag ที่มีรูปทรงหลากหลาย โดดเด่นด้วย Diagonal Line ที่สามารถพบเจอตามท้องถนน พร้อมอะไหล่รูปคลิปหนีบกระดาษที่บริเวณฝากระเป๋า รวมถึงสลักเกลียวน็อตบริเวณด้านข้างกระเป๋า แสดงออกถึงภูมิหลังและจิตวิญญาณของเวอร์จิลเองที่มีความผูกพันธ์กับงานวิศวกรรมโยธาและงานด้านสถาปัตยกรรม

5. สุดท้ายกับกระเป๋าน้องใหม่รุ่น Jackhammer กระเป๋ารูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าบุนวมเป็นเส้นสายที่สวยทันสมัย ขอบอกเลยว่าใบนี้นุ่มมากๆ พร้อมสายสะพายโซ่ที่ปรับได้เพื่อความหลากหลายในการใช้งาน ไม่ว่าจะปรับเป็นสายสั้นหรือสายยาว เรียกได้ว่าซื้อหนึ่งได้ถึงสอง ที่ปิดกระเป๋าตกแต่งด้วยฮาร์ดแวร์ Arrow หรือลูกศร อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ควบคู่ไปกับแท็ก Zip Tie เรียกได้ว่าสวยเด่นสะดุดตาแน่นอน

ใครที่อยากติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบรนด์ออฟไวท์ สามารถติดตามได้ที่ Instagram https://www.instagram.com/off_white_bangkok/ หรือทาง Official Line Account :: @offwhitebangkok สอบถามข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมที่ Off-White™ สาขา The EmQuartier ชั้น M โทร. 02-003-6168 และสาขา Siam Paragon ชั้น M โทร. 02-129-4530

5 จุดหมายท็อปฮิตรับหน้าหนาวปี 65

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/672704

วันที่ 11 ม.ค. 2565 เวลา 08:35 น.5 จุดหมายท็อปฮิตรับหน้าหนาวปี 65ช่วงต้นปีนับได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการท่องเที่ยวประจำปี คนไทยต่างกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวมุ่งหน้าตอนเหนือของไทยซึ่งมีสภาพอากาศที่หนาวเย็นกว่าภูมิภาคอื่นๆ และด้วยเหตุผลอีกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นความงามจากธรรมชาติ ภูเขา ต้นไม้ วัฒนธรรม และอาหารท้องถิ่น ทำให้คนไทยเลือกจังหวัดทางตอนเหนือเป็นอันดับต้นๆ ของการเดินทางในช่วงต้นปี 2565 นี้

ผลสำรวจล่าสุดของ YouGov ที่จัดทำขึ้นสำหรับ Airbnb พบว่า คนไทยกว่า 30% ต้องการเดินทางท่องเที่ยว ไปยังสถานที่ชนบทในจุดหมายปลายทางที่ห่างไกลและเป็นเส้นทางที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จักมากขึ้น โดยมีความตื่นเต้นที่อยากไปสำรวจในสถานที่น่าสนใจที่อาจซ่อนอยู่รวมถึงต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมกับชุมชนในท้องถิ่น คนไทยกำลังมองหาการออกไปค้นพบเมืองไทยในมุมมองใหม่ๆ #RediscoverThailand ทั้งการเดินป่า การเข้าไปซึมซับธรรมชาติ และลิ้มลองอาหารพื้นเมือง ไปดูกันว่าหน้าหนาวนี้จังหวัดไหนบ้างที่กำลังฮอตฮิตติดเทรนส์บน Airbnb

เชียงใหม่: ศูนย์กลางของภาคเหนือ

เมื่อนึกถึงภาคเหนือของประเทศไทย ทุกคนมักจะนึกถึงเชียงใหม่เป็นอันดับแรกเพราะสามารถเดินทางไปถึงได้อย่างสะดวก เชียงใหม่ขึ้นชื่อในเรื่องของประเพณี วัฒนธรรม และการเป็นชุมชนสร้างสรรค์ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ยอดนิยมในการมาพักผ่อนทั้งกายใจสำหรับคนที่รักธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเยี่ยมชมสตรีทอาร์ตของเชียงใหม่และเวิร์กช็อปเพ้นท์สีบนกำแพง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้ถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นด้วยรูปแบบที่สนุก การเรียนทำอาหารเหนือแสนอร่อยในเมนูโปรดที่เคยสั่งทานบ่อยๆ กับเอ็กซ์พีเรียนซ์ Airbnb ที่สอนทำอาหารล้านนาสไตล์เชียงใหม่ หรือหากคุณกำลังมองหาที่พักสไตล์โมเดิร์นที่ยังคงมีกลิ่นอายความเป็นท้องถิ่น ลองเข้าไปดูที่ Serene Lanna Style Home, Aewmai Pool Villa หรือ Chang Villa in the Old City ส่วนใครที่กำลังมองหาที่พักที่มีความชนบทเพิ่มขึ้นมาอีกหน่อย แนะนำให้ลองดูที่พักของ Local Woodhouse Homestay, Traditional Wooden House & Rice Barn หรือ Baan Sri Dha

.

ลำพูน: เมืองแห่งความเงียบสงบ

จังหวัดลำพูนยังมีอะไรอีกมากมายให้ออกไปสำรวจเพื่อค้นพบแต่ผู้คนส่วนใหญ่มักจะเดินทางจากเชียงใหม่เพื่อมาเที่ยวลำพูนแบบไปเช้าเย็นกลับ ดังนั้นการลองได้มาอยู่ที่ลำพูนสัก 2-3 วัน เพื่อพักผ่อนและใช้เวลาอย่างมีความสุขกับวิถีชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ ดื่มด่ำกับวัฒนธรรมในท้องถิ่นอันเข้มข้น สำรวจโบราณสถาน เยี่ยมชมชุมชนทอผ้า และเพลิดเพลินไปกับความงดงามของตัวเมืองลำพูน ภูมิทัศน์อันสวยงาม และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ก็น่าจะเป็นอีก 1 ทางเลือกที่น่าสนใจยิ่งขึ้น ลองดูที่พักในฟาร์มซึ่งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ อาทิ Baan Kaimuan, Villa (de) Paramee หรือจะลองดูที่พักใจกลางเมืองลำพูนก็มีให้เลือกที่ Lychee Home

.

เชียงราย: เมืองแห่งวัฒนธรรม 

นอกจากเชียงรายจะเป็นจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของประเทศไทยแล้ว ยังเป็นที่รู้จักจากวัดวาอารามที่มีความงดงามทางพุทธศิลป์และมีสีสันที่สดใสสวยงาม นอกจากนี้ยังมีวัฒนธรรมและอาหารมากมายซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้รับอิทธิพลมาจากประเทศเพื่อนบ้านในแถบใกล้เคียง และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอย่าง“สามเหลี่ยมทองคำ” นักท่องเที่ยวสามารถ ทัวร์วัดสวยๆ ในเชียงราย เพื่อเรียนรู้ประวัติความเป็นมาของวัดเหล่านั้น หรือจะออกสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการค้นหางานศิลปะหรืองานฝีมือที่เป็นของดีของจังหวัดลำพูน เพลิดเพลินไปกับการเลือกเมนูอาหารอร่อยๆ หลากหลายรสชาติของที่นี่ ลองเลือกที่พักที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ อย่าง Sawanbondoi Cottage, Luxury Retreat, Little Cottage Homestay, หรือ Stunning Wooden Stilted House

.

เพชรบูรณ์: เมืองเทือกเขาและทะเลหมอก

เพชรบูรณ์เป็นจังหวัดที่มีอากาศค่อนข้างหนาวเย็น โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวบนภูเขาสูงจะปกคลุมไปด้วยหมอกทำให้ ถูกขนานนามว่าเป็น “สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย” และด้วยความที่เดินทางไม่ไกลจากกรุงเทพฯ จึงเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในการหลีกหนีจากความเร่งรีบวุ่นวายของมหานครกรุงเทพฯ ลองออกนอกเมืองไปชมวิวอันสวยงาม สูดอากาศอันสดชื่นบริสุทธิ์ของภูมิทัศน์สวยๆ บนเขาค้อและสำรวจวัดชื่อดังที่อยู่บนเขา ที่พักบนภูเขาที่สามารถตื่นเช้ามารับอากาศสดชื่น อาทิ Luxury Villa in Khao Kho, Where We Met Khaokor หรือจะลองออกไปสำรวจพื้นที่ห่างไกลจากตัวเมืองที่ยังคงมีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และอยู่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติมากมายที่ Exclusive Farmstay at Vintage Barnhouse หรือที่ The Green Vale Organic Farm

 .

แม่ฮ่องสอน: เมืองที่มีครบทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และการผจญภัย

แม่ฮ่องสอนมีวัดที่มีความสวยงามมากมาย มีน้ำตกตระการตา หมู่บ้านชาวเขา และตลาดนัดกลางคืนที่ได้รับความนิยมซึ่งมีของขายทั้งงานฝีมือและงานศิลปะของศิลปินท้องถิ่น รวมถึง อาหารอร่อยๆ นานาชนิดให้ได้ลิ้มลอง ลองพิจารณาที่พัก Airbnb ในแม่ฮ่องสอนที่อยู่ติดทะเลสาบอย่าง Quiet Cozy Comfy Home, 2 Bedroom Villa หรือ Thai Wooden Home หากคุณกำลังมองหาอารมณ์ของการผจญภัย ให้ลองมุ่งหน้าสู่อำเภอปาย แล้วลองดูที่พักอย่าง Hide Away Home หรือ Utopai Secret Getaway ที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนเป็นบ้านของคุณอีกหลัง หรือจะออกไปสำรวจพื้นที่ในปายที่เต็มไปด้วยคาเฟ่เก๋ๆ และร้านรวงที่ขายข้าวของศิลปะสวยๆ  ซึ่งหากใครเป็นสายโลดโผนผจญภัยก็มีกิจกรรมล่องแก่งสุดเอ็กซ์ตรีมที่คุณไม่ควรพลาด

*เป็นผลสำรวจที่ได้จาก YouGov ซึ่งจัดทำขึ้นสำหรับ Airbnb ถึงเทรนด์การท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ด้วยการสำรวจคนไทยจำนวน 1,026 คน ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2564

Piaget เผยโฉมนาฬิการุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น Altiplano ส่งเสียงคำรามต้อนรับเทศกาลตรุษจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/672606

วันที่ 10 ม.ค. 2565 เวลา 09:55 น.Piaget เผยโฉมนาฬิการุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น Altiplano ส่งเสียงคำรามต้อนรับเทศกาลตรุษจีนส่งเสียงคำรามต้อนรับเทศกาลตรุษจีนกับ Piaget: Altiplano Year of the Tiger รุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่นที่มีเพียง 38 เรือน พร้อมเฉลิมฉลองต่อด้วยหลากไอเท็มจากคอลเลคชั่น Possession

ต้อนรับปีเสือครั้งนี้ เพียเจต์ (Piaget) สานต่อประเพณีการผลิตเรือนเวลาซีรีส์นักษัตรจีนเป็นปีที่ 11 ซึ่งในวัฒนธรรมจีน ‘เสือ’ คือ ‘ราชาแห่งผืนป่า’ เป็นสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงถึงอำนาจ ศักดิ์ศรี และโชคลาภ ทั้งยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับวิถีชีวิตของชาวจีนมาช้านาน คนที่เกิดในราศีนี้จึงมักถูกมองว่าเป็นคนที่มีความทะเยอทะยาน มั่นใจในตนเอง กล้าหาญ มีอำนาจ สูงส่ง มั่งคั่ง มีไหวพริบ และมีความยุติธรรม แม้ภาพรวมจะดูเด็ดเดี่ยวน่าเกรงขามดุจดั่งเสือแต่อีกมุมหนึ่งกลับมีเสน่ห์ชวนหลงใหลอย่างเหลือเชื่อหากคุณได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของพวกเขา

ปี 2022 นี้ เพียเจต์ (Piaget) ได้เผยโฉมผลงานลิมิเต็ด อิดิชั่นชิ้นใหม่ที่สะท้อนสัญลักษณ์รูปสัตว์ประจำปีอย่าง ‘เสือ’ ได้อย่างทรงพลัง ผ่านศิลปะการตกแต่งหน้าปัดด้วยเทคนิคการลงยาแบบคลัวซอนเน่ กรองด์เฟอ (Cloisonné Grand feu) โดยฝีมือปรมาจารย์ด้านอีนาเมลชื่อดังอย่าง แอนิตา พอร์เชต์ (Anita Porchet) ที่ร่วมงานกับเพียเจต์ (Piaget) มาตั้งแต่ปี 2006 ซึ่งขั้นตอนการสร้างสรรค์หน้าปัดนาฬิกานี้ เริ่มจากการสร้างพาร์ติชั่นขนาดจิ๋วด้วยเทคนิคเก่าแก่กว่า 4,000 ปีอย่าง คลัวซอนเน่ (Cloisonné) โดยนำริบบิ้นทองมาร้อยเรียงเป็นลวดลายตามแบบร่างที่สเก็ตช์ไว้อย่างประณีตบรรจง ก่อนลงยาในเฉดสีต่างๆ เพื่อสะท้อนองค์ประกอบของภาพให้ออกมาสมบูรณ์แบบและมีมิติที่สมจริง จากนั้นนำไปเผาในเตาด้วยความร้อนสูงที่อุณหภูมิ 820 – 850 องศาเซลเซียสอยู่หลายครั้งจนได้สีเรียบเนียนเสมอกัน ปิดท้ายด้วยการเคลือบเงาเพื่อมอบประกายแวววาวและช่วยให้ภาพคงทนถาวร

A Limited-Edition Chinese Zodiac Timepiece for The Year of Tiger

เรือนเวลา Altiplano ประจำนักษัตรปีขาลนี้ มาพร้อมตัวเรือนไวท์โกลด์ ขนาด 38 มิลลิเมตร ประดับเพชรบริลเลียนต์คัต 78 เม็ด และขับเคลื่อนโดยกลไก 430P แบบไขลานด้วยมือที่บางเฉียบเป็นพิเศษของเมซง พื้นหน้าปัดนำเสนอลวดลายเสือโคร่งยามแผดเสียงคำรามในท่วงท่าที่งามสง่า ผลิตจำกัดเพียง 38 เรือน และมีจำหน่ายเฉพาะเพียเจต์ บูติค เท่านั้น

เฉลิมฉลองต่อด้วยหลากไอเท็มจากคอลเลคชั่น Possession อาทิ แหวนไวท์โกลด์ ประดับเซรามิกสีดำและเพชร 2 แถวคู่ ที่มาพร้อมกำไลเข้าชุด จาก Possession Contrast Capsule หรือจะเป็น Possession Open Ring, Possession Sliding Pendant, Possession Open Bangle และ Possession Gold Bead Earrings ที่ทุกโมเดลมาพร้อมประกายระยิบระยับของเพชรและ คาร์เนเลี่ยนในเฉดสีแดงที่คู่ควรกับเทศกาลตรุษจีน ทั้งยังสื่อถึงความกล้าหาญ พลังด้านบวกและการนำมาซึ่งความสำเร็จเฉกเช่นเดียวกับคาแรคเตอร์ของ ‘ราชาแห่งผืนป่า’ อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีนาฬิกา Possession รุ่นใหม่ที่ใช้เป็นรุ่นเปิดตัวที่ประเทศจีน กับตัวเรือนโรสโกลด์ 18 กะรัต โดดเด่นด้วยพื้นหน้าปัดมาเธอร์ออฟเพิร์ลที่มาพร้อมอินเด็กซ์ทับทิม ขอบตัวเรือนประดับเพชรบริลเลียนต์คัต จับคู่สายหนังจระเข้สีแดง

สัมผัสเรือนเวลาและเครื่องประดับชั้นสูงจากเพียเจต์ (Piaget) ได้แล้ววันนี้ ณ เพียเจต์ บูติค โดย เอส ที ไดเมนชั่น ชั้น M สยามพารากอน โทร. 02-610-9678

#Piaget #PiagetChineseNewYear

Matter Makers ปล่อยสตรีทแวร์ไอเท็มใหม่ในคอลเลกชั่น “Urban Tribe”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/672502

วันที่ 08 ม.ค. 2565 เวลา 13:45 น.Matter Makers ปล่อยสตรีทแวร์ไอเท็มใหม่ในคอลเลกชั่น “Urban Tribe”อารยธรรมชนเผ่าพื้นเมืองแห่งเคนยา สู่สีสันและความคูลของ Matter Makers สตรีทแวร์ไอเท็มใหม่คอลเลกชั่น “Urban Tribe”

จากจุดเริ่มต้นที่เน้น ‘ความเท่ที่ไม่เหมือนใคร’ ของแบรนด์สตรีทแวร์ Matter Makers (แมตเทอร์ เมกเกอร์ส) สู่แฟชั่นไอเทมข้างกายสายสตรีทอย่างต่อเนื่องในหลายฤดูกาล มาถึงคอลเลกชั่น “Urban Tribe” (เออร์เบิน ไทรบ) แฟชั่นสตรีทแวร์ที่นำอารยธรรมชนเผ่าพื้นเมืองแห่งเคนยามาตีความใหม่ ผสานดีไซน์ความเท่ในแบบฉบับชาวแมตเทอร์ ปรากฏเป็นเค้าโครงเสื้อผ้าที่มีความแปลกใหม่ ในโทนสีพาสเทล สีม่วง สีเหลือง สีเขียวมิ้นต์ สะท้อนคาแรคเตอร์ของผู้สวมใส่ได้อย่างชัดเจน

ภาพชนเผ่าพื้นเมืองมาไซ (Maasai) สวมใส่ผ้าสีแดงสด เลี้ยงสัตว์อยู่กลางทุ่งหญ้าในประเทศเคนยา เครื่องประดับลูกปัดทำมือที่เรียกว่า Maasai Beadwork (มาไซ บีทเวิร์ก) หนึ่งในเอกลักษณ์ของชาวมาไซ มาตีความใหม่ใส่ความเป็นสตรีทโมเดิร์นสไตล์วิถีคนเมือง เทคนิคการเล่นลายหลากหลาย อย่าง ลายต้นมะพร้าว ข้าวโพด และ ดอกไม้ ถูกนำมาทวิสต์ใหม่ในสไตล์กราฟิก ผสานกับลายทาง หรือ ลาย Tartan (ทาร์ทัน) ที่พบเห็นบนเครื่องแต่งกายของชนเผ่า คอลเลกชั่นนี้สร้างสรรค์ซิลูเอทอันแปลกใหม่ เดรสหลากดีไซน์ โดดเด่นด้วยดีเทลของเทคนิคการมัดผ้าพันคอ เทคนิคการถัก นำมาตกแต่งเสื้อผ้า โทนสีออมเบรผสานกับลายพิมพ์ทุ่งหญ้าสะวันนาช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดินปรากฏอยู่บน เดรส และ กางเกงยีนส์ ไอเทม Must Have ของสายสตรีท เสื้อเชิ้ต กางเกงขาสั้นเข้าเซ็ตผ้าลินินปักลายองุ่น รวมถึงไอเทมเบสิกอย่าง เสื้อฮูดดี้ นำมาดีไซน์ใหม่ด้วยการตัดต่อผ้าถักโครเชต์ เข้าเซ็ทกับกางเกงขาบาน สะท้อนลุคสตรีทสไตล์แฝงความเฟมินีน

ในซีซั่นนี้ยังพาสายสตรีทสำรวจตัวตนกับ ‘Matter club’ แฟชั่นไม่จำกัดเพศ สไตล์ athleisure-wear ในโทนสีสดใสและการไล่เฉดสีด้วยเทคนิคมัดย้อม เนื้อผ้า Terry Towelling  หรือ ผ้าขนหนูเทอร์รี่ นุ่มสวมใส่สบาย อาทิ เสื้อครอปแขนกุด สกรีนคำว่า Matter, เสื้อโปโล, เดรสโปโล กระโปรงเทนนิส, เสื้อสเวตเตอร์คอปก  และ จ็อกเกอร์แพนท์ขาจั๊ม

เอ็กซ์คลูซีฟไอเทมที่ขาดไม่ได้เสื้อฮาวาย และ กางเกงขาสั้น เข้าชุด 2 ลายใหม่ที่มีจำนวนจำกัด จะพาทุกท่านเยือนดินแดนซาฟารีที่งดงามไปด้วยทัศนียภาพธรรมชาติของสัตว์ป่าอย่าง ยีราฟ สิงโต ในยามท้องฟ้ารุ่งอรุณและยามค่ำคืน

รวมถึงแฟชั่นรับเทศกาล Chinese New Year หรือ ตรุษจีน กับ T-Shirts สีแดงสด สกรีนลายส้ม และเสื้อเชิ้ตฮาวายสีเหลืองสกรีนลายเสือ พร้อมอักษรภาษาจีน “จี๋เสียง” แปลว่าสิริมงคล

พบกับคอลเลกชั่น Urban Tribe ได้ที่ Matter Makers Store (แมตเทอร์ เมกเกอร์ส สโตร์) ชั้น 2 เกษรวิลเลจ โทร. 02-656-1388, Matter Makers Pop-up store ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี โทร. 06-2642-2536, ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรี่ยม โซนไทยดีไซน์เนอร์ และ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน, หรือ ทางออนไลน์ ผ่านทาง Line: @mattermakers

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.matter-makers.com, Instagram @mattermakers, Facebook: www.facebook.com/mattermakers

#MMUrbanTribe

#TeamMatterMakers

มองโลกในแบบเฟมินิสต์ท่ามกลางสังคมสูงวัยกับ ดร.รัชดา ธนาดิเรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/672491

วันที่ 08 ม.ค. 2565 เวลา 12:45 น.มองโลกในแบบเฟมินิสต์ท่ามกลางสังคมสูงวัยกับ ดร.รัชดา ธนาดิเรกคุยกับ ดร.กานต์-รัชดา ธนาดิเรก ผู้หญิงเก่งที่เดินหน้าเพื่อพัฒนาสังคมสู่ความเท่าเทียม พร้อมผลักดันศักยภาพสตรี และสังคมสูงวัย วาระแห่งชาติที่ทุกคนต้องตื่นตัว

จากอาจารย์สาวคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล “กานต์-ดร.รัชดา ธนาดิเรก” ตัดสินใจลาออกจากราชการเพื่อลงมาลุยการเมืองอย่างเต็มตัว ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากสำรวจความพร้อมของตัวเอง อีกทั้งครอบครัวที่อยู่เบื้องหลังก็สนับสนุนเต็มกำลัง จนวันนี้เธอค้นพบตัวเองแล้วว่าขอเดินหน้าเพื่อพัฒนาสังคมสู่ความเท่าเทียม ผลักดันศักยภาพสตรี

“เราสอนหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์ วิชาที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการบริหารงานภาครัฐ การกำหนดนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ การประเมินโครงการ นโยบายทางการเงินการคลัง ทำให้ต้องเกาะติดการเมือง เราให้นักศึกษาอ่านข่าวการเมืองและเอานโยบายมาวิพากษ์วิจารณ์ในชั้นเรียน นั่นทำให้เกิดความอินกับการเมือง อยากมีส่วนร่วมมากกว่าการไปร่วมชุมนุม ซึ่งตอนนั้นช่วงปี 2549 มีการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง แล้วอยู่ๆ ก็มีความคิดผุดขึ้นมาว่า ถ้าเรามีโอกาสไปทำการเมืองให้ดีขึ้นได้ ไปเป็นนักการเมืองเองเลยดีกว่า ในเมื่อตัวเรามีความพร้อม ความรู้ก็มี ครอบครัวยินดีสนับสนุน จะรอไปเลือกคนอื่นทำหน้าที่แทนทำไมกัน จึงตัดสินใจเดินเข้าไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์แบบไม่รู้จักใครเลยสักคน และท่านแรกที่มีโอกาสคุยเรื่องความตั้งใจทางการเมือง คือท่านชวน หลีกภัย ผู้เป็นนักการเมืองต้นแบบที่เราคารพ เรื่องนี้เป็นความภูมิใจ จะเล่าทุกครั้งที่มีคนถามเกี่ยวกับเส้นทางการเมือง”

ดร.รัชดา อยู่ในวงการการเมืองมา 14 ปี ผ่านงานการเมืองมาอย่างโชกโชน ในวันนี้ประสบการณ์ได้หล่อหลอมอุดมการณ์และความตั้งใจอย่างแน่วแน่ เธอมีความชัดเจนในเรื่องการส่งเสริมสิทธิสตรีและการผลักดันเรื่องสังคมสูงวัย เพราะเธอเล็งเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญในทุกสังคม ผู้หญิงมีจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรไทย นโยบายต้องครอบคลุม หลายอย่างดูเหมือนจะเท่าเทียม แต่ยังแฝงความไม่เป็นธรรมอยู่ ผู้หญิงต้องได้รับการส่งเสริมให้ใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องสังคมสูงวัยนั้น เป็นวาระแห่งชาติที่ทุกคนต้องตื่นตัว ไม่ต้องรอแก่ และเชื่อมั่นว่านักการเมืองหญิงไม่ว่าจะระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ สามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ดี

“เราอยู่ในแวดวงการเมืองมา 14 ปี แนวทางการทำงานในแต่ละช่วงเวลานี่ต่างกันมาก ในยามที่เป็น ส.ส.หน้าใหม่ ต้องทุ่มเทกับงานพื้นที่-ใกล้ชิดประชาชนอย่างมาก ไม่มีคำว่า เสาร์-อาทิตย์นะคะวันหยุดจะจัดกิจกรรมฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าเดินเยี่ยมประชาชนบางช่วงก็จัดอบรมให้ความรู้เรื่องการวางแผนการเงินกับกลุ่มผู้หญิงมีจัดกิจกรรมให้นักเรียนหญิงเรื่องเซ็กส์กับมะเร็งปากมดลูกช่วงเย็นวันธรรมดาถ้าไม่มีงานสภาก็ต้องไปงานศพงานแต่งเราพยายามทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดไม่อยากถูกตำหนิเป็นผู้หญิงคนมักคิดไปก่อนแล้วว่าคงจะบอบบางจะไหวเหรองานนี้เราไม่ชอบคำว่าผู้หญิงเป็นไม้ประดับในสภาเราอยากพิสูจน์ให้เห็นว่าผู้ชายทำได้เราก็ทำได้งานสภาเราก็เต็มที่เช่นกัน

เมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่ง ก็เพิ่มการทำงานกับเครือข่ายภาคประชาชน ทำงานในภาพกว้างมากขึ้น ส่วนเรื่องการใช้เวทีสภาฯ ถือเป็นภารกิจหลัก การเป็นผู้แทนราษฏรต้องอภิปราย เป็นปากเสียงให้ประชาชน ในวาระอภิปรายสำคัญๆ ไม่ว่าจะอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี อภิปรายนโยบายรัฐบาล พรบ.งบประมาณแผ่นดิน ก็ได้ทำมาแล้ว งานไหนเวลาพูดมีไม่มาก การเตรียมตัวยิ่งต้องเตรียมให้มาก อย่าให้เสียของ ดังนั้น สิ่งที่นำเสนอต้องชัดเจน น่าเชื่อถือทั้งเนื้อหาและท่าทาง เราได้เรียนรู้จากผู้ใหญ่ค่ะ ทั้งการกำหนดประเด็นอภิปราย จังหวะ รายละเอียดเยอะ พัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ กลับมาดูคลิปตัวเองทีไร จะรู้สึกเสมอว่า ถ้าปรับตรงนี้ตรงนั้น มันคงจะดีกว่านี้”

เมื่อถามถึงมุมมองของคำว่า “เฟมินิสต์” ดร.รัชดา กล่าวว่า “คำว่า Feminist ในวันนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การเรียกร้องสิทธิผู้หญิงให้เท่าเทียมกับผู้ชาย เราต้องเพิ่มเรื่องการส่งเสริมบทบาทและโอกาสของผู้หญิงด้วย เรื่อง ‘สิทธิ’ ในทางกฎหมายของประเทศไทยถือว่าทำได้ดีทีเดียว แต่ว่าในทางปฏิบัติยังไม่เสมอภาค ยังมีมายาคติต่อผู้หญิง และกลุ่ม LGBT ด้วย อคติที่คิดว่างานนี้เหมาะกับผู้ชายเท่านั้น ผู้ชายมีความเป็นผู้นำมากกว่า ผู้หญิงเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ ยกตัวอย่าง งานบางตำแหน่งบางแผนก ผู้ชายมีความก้าวหน้ามากกว่า หลายครั้งยังพบว่า แรงงานหญิง ถูกให้ออกจากงานก่อนแรงงานชาย เวลาเจ้าของกิจการประกาศลดคนงาน ยังมีอีกหลายกรณี ที่เรามองแค่ความเท่าเทียมอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูด้วยว่าเป็นมันเป็นธรรมหรือไม่ และความเท่าเทียมไม่ได้แปลว่าให้เหมือนกัน เอาง่ายๆ เลย ลูกชายกับลูกสาว แน่นอนว่าเรารักเท่ากัน แต่จะเลี้ยงดูเหมือนกันในทุกเรื่องคงไม่ได้ การกำหนดนโยบาย/โครงการจึงต้องมี Gender Lens หรือมิติหญิง-ชายอยู่ในนั้นด้วย”

การส่งเสริมให้ผู้หญิงเข้ามาเป็นนักการเมือง จะทำให้การตัดสินใจเชิงนโยบาย การแก้ปัญหาสังคมทำได้อย่างครอบคลุมหลายมิติมากขึ้น ดีกว่าที่จะปล่อยให้ผู้ชายคิดและตัดสินใจฝ่ายเดียว ในเมื่อสังคมมีทั้งผู้ชายผู้หญิง การตัดสินใจเพื่อสร้างสังคมให้น่าอยู่ ก็ควรมีผู้หญิงเข้ามีส่วนร่วมด้วย ผู้หญิงเข้าใจปัญหาผู้หญิง ผู้หญิงมีความเป็นแม่ เป็นหลักในการดูและครอบครัว ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนผู้ชาย สิ่งเหล่านี้ทำให้การมองปัญหามีความหลากหลาย และแน่นอนว่าจะนำไปสู่แนวทางการพัฒนาที่ สะท้อนความต้องการประชาชนแต่ละกลุ่มได้มากขึ้น จึงเป็นเรื่องที่ดีมาก

ส่วนเรื่องความเท่าเทียมระหว่างเพศ ต้องดูแลกลุ่ม LGBT ด้วย หากเราเชื่อว่าคนทุกคนเท่าเทียม เราต้องตระหนักว่า ที่ผ่านมาพวกเขาถูกลิดรอนสิทธิ์ หรือไม่ได้รับโอกาสในหลายกรณี เพียงเพราะเพศสภาพหรือรสนิยมทางเพศ มันถึงเวลาแล้วที่เราควรคืนสิทธิ์ให้เขา ไม่ใช่รอให้เขามาเรียกร้อง สำหรับประเด็นที่พูดถึงกันมากคือ เรื่อง #สมรสเท่าเทียม ในเรื่องนี้ ครม. ผ่านร่าง พ.ร.บ. คู่ชีวิต (Civil partnership) แล้วนะคะ รอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา แต่ว่ามันก็ยังไม่ถึงขั้นสมรสเท่าเทียม เทียบเท่ากับคู่รักต่างเพศ เพราะสังคมอาจจะยังไม่พร้อมไปให้สุด ด้งนั้นแนวทางในเรื่องของกฎหมายอาจจะค่อยๆ ขยับ เริ่มด้วย พ.ร.บ. คู่ชีวิต อย่างที่ในหลายๆ ประเทศก็เริ่มต้นจากตรงนี้ ให้สิทธิในประเด็นสำคัญๆ อาทิ สิทธิในการรับมรดก การเซ็นเพื่อการรักษาโรค/ผ่าตัดใหญ่ กรณีฝ่ายหนึ่งป่วยหนักๆ ให้คู่ชีวิตเป็นฝ่ายคนตัดสินใจได้ ไม่ใช่ต้องไปเรียกญาติที่ไม่เคยเจอมา 20-30 ปี มาตัดสินใจแทน เป็นต้น จะได้เป็นก้าวแรก สู่ก้าวต่อไปที่พาไปถึง #สมรสเท่าเทียม

ได้ยินเรื่องการรักษาพยาบาลในยามเจ็บป่วยจากนักการเมืองหญิงท่านนี้ ทำให้นึกขึ้นได้ว่าสังคมไทยกำลังจะเผชิญคลื่นสึนามิใหญ่ที่เรียกว่า #สังคมสูงวัย ในอนาคตอันใกล้นี้ “จริงๆ ตอนนี้เราเข้าสู่สังคมสูงวัยแบบสมบูรณ์แล้วค่ะ” ดร.รัชดา ยิ้ม

“ประเทศไทยมีคนอายุเกิน 60 ถึง 20% แล้ว แต่ถามว่ามีใครเตรียมตัวแก่บ้าง คนทุกวัยต้องตื่นตัวกับเรื่องนี้ค่ะ เพราะถ้าเรามีประชากรที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไปถึง 20% นี่ เท่ากับทุกๆ 5 คน เราจะเจอคนเกษียณอายุ 1 คน ในมุม Gender ที่มองข้ามไม่ได้เลยคือ ผู้หญิงอายุยืนกว่าผู้ชาย ผู้หญิงเป็นผู้ดูแลสามีในช่วงสุดท้ายของชีวิตเขา แต่พอเขาตาย ผู้หญิงอยู่คนเดียว เงินทองก็หมดไปกับการดูแลสามีแล้ว คราวนี้ทำไงหละ”

คำว่า ‘เกษียณ’ คืออะไร คือไม่ต้องทำงานแล้ว แต่เมื่อเกษียณแล้ว มันไม่ใช่ว่าอีก 5 ปี 10 ปี เราจะตายนะ อายุเฉลี่ยคนไทยตอนนี้เพิ่มเป็น 84-86 ปีแล้วค่ะ คำถามคือ ชีวิตที่เหลือเราจะอยู่อย่างไร? คิดกันบ้างหรือยังล่ะ มันน่ากลัวนะ บั้นปลายชีวิตในช่วงท้ายๆ ถ้าเราเจ็บป่วยดูแลตัวเองไม่ได้ อาจป่วยโรคเรื้อรัง เราจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มและต้องพึ่งพิงคนอื่นอีก และถ้าเป็นผู้ป่วยติดเตียงล่ะ เราทำเรื่องผู้ป่วยติดเตียงมาตลอด เดินเยี่ยมชุมชนแจกผ้าอ้อม แจกของต่างๆ นานา จะเห็นว่าชีวิตมันหดหู่มากนะคะ บางบ้านคือแม่อายุ 80 กว่า ลูกก็ 60 กว่า หลานไปทำงาน แล้วจะอยู่กันอย่างไร บางบ้านนี่จำนวนผู้ป่วยติดเตียงมากกว่าคนดูแล เป็นปรากฏการณ์ที่เจอตลอดเวลา

ฉะนั้น คนที่เป็นวัยทำงาน เมื่อทำงานปุ๊บต้องเริ่มเก็บเงิน วางแผนเก็บเงินไว้เลย ต้องฉายภาพตัวเองให้ได้ว่า ตั้งแต่วันที่คุณมีเงินบาทแรกที่เข้ากระเป๋าไปจนถึงอายุ 86 ปี ตามอายุค่าเฉลี่ยของคนไทย คุณจะใช้ชีวิตอย่างไร คุณต้องสร้างนิสัยในการวางแผนการเงิน การดูแลสุขภาพ หากสุขภาพไม่ดีมันจะเป็นภาระอย่างมาก ถ้าเราเจ็บป่วยตอนแก่ เราเป็นภาระต่อคนที่เรารักด้วยนะ เงินที่เราออมมาจะหมดไป ลูกหลานต้องมาดูแลเรา ซึ่งเขาก็คงมีครอบครัวของเขาที่ต้องดูแลเช่นกัน เพราะฉะนั้นการคิดเรื่อง Aging ไม่ได้คิดแค่ว่าเรากำลังจะแก่ แต่ต้องคิดว่าถ้าชีวิตเรายังอยู่อีกยาว เราจะใช้ชีวิตอย่างไร ให้ตอนตายเราอยู่อย่างไม่เป็นภาระคนอื่น และจะดีมากถ้ายามแก่ ยังคงได้ใช้ชีวิตแบบมีเสรีภาพ เที่ยวได้ กินได้ ไม่เป็นหนี้ และยังทำตัวเป็นประโยชน์กับสังคมได้บ้าง และขอย้ำสำหรับเพื่อนผู้หญิงทุกคน “ผู้หญิงอายุยืนกว่าผู้ชาย” ง่ายๆ คือเราตายหลังแฟนเรา ที่นี้ก็ต้องเตรียมตัว ปฎิบัติตัวสูในโหมด อยู่คนเดียว ก็มีความสุขได้

แม้ภาระหน้าที่ปัจจุบันของ ดร.รัชดา จะค่อนข้างยุ่ง ต้องอยู่หน้าจอไอแผดตลอดเวลา ติดตามกระแสสังคม ข่าวปลอม ข่าวบิดเบือน ในฐานะรองโฆษกรัฐบาลต้องรับทราบกระแสสังคม ชี้แจงเรื่องไม่จริง ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับประชาชน แต่เธอกลับมีวิธีบาลานซ์ชีวิตที่ไม่เหมือนใครเช่นกัน “ว่ายน้ำค่ะ” ดร.รัชดา ตอบทันที

“เราเป็นคนที่เตรียมตัวแก่มานานแล้วนะ มองภาพตัวเองว่าฉันคงจะอายุยืน 80 อัพคงเป็นไปได้ ตอนนี้ 46 แล้ว เหลือเวลาเท่าไรล่ะ สมมติว่าอยู่ไปอีก 40 ปี มันมีเวลาอีกยาวมากในการใช้ชีวิตเลยนะ ที่สำคัญอยากจะดูดีในวัย 50-60-70 อยากจะหุ่นดีแบบสมวัย ซึ่งไม่ใช่เอวเอส หน้าตึง เอาแค่แข็งแรง ดูเข้มแข็ง สดใส คล่องแคล่ว อยากเป็นแชมป์ว่ายน้ำในวัย 60 ด้วย (หัวเราะ) จริงๆ เราไม่ได้เพิ่งมาว่ายน้ำนะ สมัยเด็กๆ เราเป็นนักกีฬาว่ายน้ำ เป็นเจ้าของสถิติประเทศไทยหลายรายการค่ะ ช่วง 7 ขวบ รุ่นที่ดังๆ ในช่วงนั้นก็อย่างคุณมธุรดา คุโณปการ คุณศรสวรรค์ ภู่วิจิตร ซ้อมสระว่ายน้ำเดียวกัน เขาเป็นรุ่นพี่ ส่วนเราพอเป็นแชมป์ สำเร็จตามเป้า ก็เลิกเปลี่ยนมาเล่นเทนนิสแทน เล่นจนถึงระดับเยาวชนทีมชาติ เหรียญทองกีฬามหาวิทยาลัย ชีวิตวัยเรียนของนักกีฬามันโหดมากนะ ไม่ได้เที่ยวเล่นกับเพื่อนๆ แค่เวลาทำการบ้านยังไม่ค่อยจะมีเลย”

“ตอนนี้ ถ้าวันไหนไม่อยากว่ายน้ำ จะเดินเล่น เดินกับน้องหมา (ชื่อ กระต่าย) เดินเร็วๆ ในหมู่บ้าน หรือไม่ก็ขี่จักรยาน อีกอย่างเราเป็นคนชอบกระโดดเชือกมาก เป็นกีฬาที่ดีมากเลยนะ หนึ่ง คือประหยัดเงิน ไม่ต้องใช้เงินอะไรเลย ซื้อเชือกเส้นเดียว สอง ใช้เวลานิดเดียวก็เหงื่อพลั่ก ๆ ๆ แล้ว หากบางวันที่ไม่อยากทำอะไรมาก ก็จะดูละคร และยกเวท เล็กๆ น้อยๆ ทำสควอช เกร็งขา เกร็งหน้าท้อง เราคิดว่าวัยนี้ถ้าเราไม่ได้หวังว่าจะต้องมีกล้ามสวยแบบดารา การที่เราได้ขยับ เผาผลาญไขมันตามสมควร ทำให้เป็นกิจจะลักษณะเป็นนิสัย มันก็โอเคแล้วค่ะ ที่สำคัญขอให้ได้เริ่ม!”