ตะวันออกกลางระอุ! ซาอุฯ โจมตีทางอากาศถล่มคุกเยเมนดับนับร้อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673691

วันที่ 22 ม.ค. 2565 เวลา 13:20 น.ตะวันออกกลางระอุ! ซาอุฯ โจมตีทางอากาศถล่มคุกเยเมนดับนับร้อยกาชาดสากลเผยอาจมีผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีทางอากาศเรือนจำในเยเมนเกิน 100 ราย

คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เผยว่ามีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บมากกว่า 100 รายจากเหตุการณ์ที่พันธมิตรอาหรับซึ่งนำโดยซาอุดีอาระเบียปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มเรือนจำในพื้นที่ของกลุ่มกบฏฮูษีในเมืองซาอาดาทางตอนเหนือของเยเมน เพื่อเอาคืนที่กลุ่มกบฏฮูษีโจมตีกรุงอาบูดาบีไม่กี่วันก่อนหน้า

กลุ่มกบฏฮูษีเผยแพร่คลิปวิดีโอแสดงให้เห็นร่างผู้เสียชีวิตติดอยู่ในซากปรักหักพังจากการโจมตีที่ทำให้อาคารเรือนจำราบเป็นหน้ากลอง

ด้านกลุ่มพันธมิตรซาอุดีอาระเบียปฏิเสธว่าไม่ได้โจมตีทางอากาศ โดยตุรกี อัล มัลกี โฆษกของกลุ่มเผยว่า รายงานการโจมตีพื้นที่ของกลุ่มกบฏไม่มีมูล

นอกจากนี้ เมื่อวันพฤหัสบดี (20 ส.ค.) ยังมีการโจมตีทางอากาศอาคารสำนักงานโทรคมนาคมที่เมืองท่าโฮไดดาทางตอนใต้ของเยเมน ส่งผลให้มีพลเมืองเสียชีวิต 4 รายในจำนวนนี้เป็นเด็ก 3 ราย และบาดเจ็บอีก 17 ราย รวมทั้งสัญญาณอินเทอร์เน็ตขัดข้องทั่วประเทศ

กลุ่มพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเข้มข้นขึ้นหลังจากกลุ่มกบฏฮูษีซึ่งมีอิหร่านหนุนหลังใช้โดรนโจมตีกรุงอาบูดาบีเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (17 ส.ค.) จนมีผู้เสียชีวิต 3 ราย

วานนี้ (21 ส.ค.) แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทุกฝ่ายลดความขัดแย้งและปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

ด้านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ซึ่งอยู่ในกลุ่มพันธมิตรซาอุฯ ยืนยันว่าทางกลุ่มยังคงยึดหลักการตอบโต้ที่ได้สัดส่วน เช่นเดียวกับ ลานา นุสไซเบห์ เอกอัครราชทูตยูเออีประจำยูเอ็น ที่บอกว่ากองกำลังพันธมิตรยึดมั่นตามบรรทัดฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ และปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการตอบโต้ทางทหารตามความเหมาะสม

คาดว่าเหตุขัดแย้งจะบานปลาย เนื่องจาก โมฮัมเหม็ด อับดุลซาลาม โฆษกและหัวหน้าฝ่ายเจรจาเพื่อสันติของฮูษีเผยว่าจะตอบโต้กลับ

REUTERS/Naif Rahma

บราซิลชี้ฉีด Sinovac 2 เข็มแล้วบูสต์ด้วยวัคซีนอื่นกัน Omicron ได้ดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673684

วันที่ 22 ม.ค. 2565 เวลา 11:20 น.บราซิลชี้ฉีด Sinovac 2 เข็มแล้วบูสต์ด้วยวัคซีนอื่นกัน Omicron ได้ดีวัคซีนสูตรไขว้ Sinovac 2 เข็มแล้วบูสต์ด้วยวัคซีนยี่ห้ออื่นเพิ่มการปกป้องจาก Omicron ได้ดีกว่าฉีด Sinovac 3 เข็ม

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า การวิจัยโดยนักวิจัยจากบราซิลและมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดชี้ว่า ผู้ที่ฉีดวัคซีนของ Sinovac 2 เข็มควรฉีดเข็มกระตุ้นด้วยวัคซีนยี่ห้ออื่นเพื่อเพิ่มการปกป้องจากโอมิครอน (Omicron)

ผลการวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Lancet วานนี้ (21 ม.ค.) ทดสอบการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นในชาวบราซิลอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป 1,240 คนที่ได้รับวัคซีนของ Sinovac ครบ 2 เข็ม 6 เดือนก่อนทำการทดสอบดังกล่าว

พบว่า แม้ว่าคนที่ได้รับวัคซีนของ Sinovac เป็นเข็ม 3 หลังจากฉีดเข็ม 2 ไปแล้ว 28 วันจะมีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น แต่คนที่ได้วัคซีนของ Pfizer-BioNTech หรือ AstraZeneca หรือ Johnson & Johnson เป็นเข็มกระตุ้นมีภูมิคุ้มกันสูงกว่ามาก

โดยการใช้วัคซีนของ Pfezer-BioNTech เป็นเข็มกระตุ้นสามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันได้ 152 เท่า สูงที่สุดในบรรดาวัคซีนที่นำมาศึกษา ขณะที่เข็มกระตุ้นจาก Sinovac เพิ่มภูมิคุ้นกันเพียง 12 เท่า

การวิจัยระบุว่า การกระตุ้นแบบใช้วัคซีนสูตรไขว้กระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันต่อทั้งเดลตาและโอมิครอนแข็งแกร่งขึ้นเมื่อเทียบกับการฉีดวัคซีนของ Sinovac ทั้ง 3 เข็ม ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยวัคซีนไขว้อื่นๆ

Bloomberg ระบุว่า หลักฐานที่ว่าวัคซีนเข็มกระตุ้นของ Sinovac สามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันได้ถือเป็นข่าวดีสำหรับบริษัท รวมทั้งจีนและประเทศกำลังพัฒนาที่ใช้วัคซีนของจีน โดย Sinovac เผยเมื่อปลายปีที่แล้วว่าบริษัทพร้อมสำหรับรายได้ที่จะลดลงหลังจากงานวิจัยหลายชิ้นสร้างความกังขาเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนต่อโอมิครอนแม้จะฉีดเข็มกระตุ้นแล้วก็ตาม

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration

ติช นัท ฮันห์ พระนิกายเซนชื่อดังชาวเวียดนามมรณภาพในวัย 95

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673679

วันที่ 22 ม.ค. 2565 เวลา 09:56 น.ติช นัท ฮันห์ พระนิกายเซนชื่อดังชาวเวียดนามมรณภาพในวัย 95หลวงปู่ติช นัท ฮันห์ พระนิกายเซนชื่อดังระดับโลกและนักเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพมรณภาพอย่างสงบในวัย 95 ปี

บัญชีทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการของหมู่บ้านพลัมประกาศว่า หลวงปู่ติช นัท ฮันห์ หรือทิก เญิ้ต หั่ญ (Thich Nhat Hanh) มรณภาพอย่างสงบระหว่างจำพรรษาที่วัดตื่อหิวในเมืองเว้เมื่อเวลา 00.00 น.ของวันที่ 22 ม.ค.สิริอายุ 95 ปี

เมื่อปี 2014 หลวงปู่ติช นัท ฮันห์มีอาการเส้นเลือดในสมองแตกจนไม่สามารถพูดได้ จากนั้นจึงเดินทางกลับเวียดนามในปี 2018 เพื่อใช้ชีวิตที่เหลือในบั้นปลายที่เมืองเว้บ้านเกิดหลังจากลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศสเกือบ 40 ปี

ในฐานะผู้บุกเบิกศาสนาพุทธในตะวันตก หลวงปู่ติช นัท ฮันห์ได้ก่อตั้ง “หมูบ้านพลัม” ซึ่งเป็นสถานปฏิบัติธรรมในฝรั่งเศสเป็นแห่งแรก หลวงปู่ได้รับการขนามนามว่าเป็น “บิดาแห่งการมีสติตื่นรู้ (the father of mindfulness”

หลวงปู่ติช นัท ฮันห์ มีชื่อเดิมว่า เหงียนซวนเบ่า ท่านบวชเป็นพระในขณะที่โฮจิมินห์พยายามหาหนทางปลดปล่อยเวียดนามออกจากการเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส

หลวงปู่พูดได้ถึง 7 ภาษา และยังเคยเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตันและมหาวิทยาลัยโคลัมเบียของสหรัฐในช่วงต้นทศวรรษ 1960 จากนั้นในปี 1963 หลวงปู่ได้เดินทางกลับเวียดนามเพื่อร่วมการคัดค้านปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐในสงครามเวียดนามร่วมกับพระสงฆ์หลายรูป

ในระหว่างนั้น หลวงปู่ติช นัท ฮันห์ เดินทางกลับไปสหรัฐอีกครั้ง และได้มีโอกาสพบกับ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง ซึ่งสนับสนุนการเคลื่อนไหวของหลวงปู่ติช นัท ฮันห์ และคิงยังเป็นผู้เสนอชื่อหลวงปู่ติช นัท ฮันห์ เข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพด้วย

อย่างไรก็ตาม ในเวลาเดียวกัน รัฐบาลเวียดนามใต้ขึ้นบัญชีดำหลวงปู่ติช นัท ฮันห์ ห้ามเดินทางกลับประเทศจึงต้องลี้ภัยไปฝรั่งเศสตั้งแต่นั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต

สาเหตุที่ Bitcoin ดิ่งสุดในรอบเกือบครึ่งปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673649

วันที่ 21 ม.ค. 2565 เวลา 18:15 น.สาเหตุที่ Bitcoin ดิ่งสุดในรอบเกือบครึ่งปีสาเหตุที่ตลาดคริปโตร่วงอย่างรุนแรงในวันนี้

Bloomberg รายงานว่าวันนี้ (21 ม.ค.) คริปโตเคอร์เรนซียังกอดคอร่วง โดย Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดร่วงลงมากถึง 7.4% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือนที่ 38,261 เหรียญสหรัฐ ขณะที่ Ether สกุลเงินดิจิทัลอันดับสองร่วงต่ำกว่าระดับ 3,000 เหรียญสหรัฐ

นอกจากนี้เหรียญอื่นๆ อีกหลายเหรียญก็ร่วงลงเช่นกัน โดย CoinMarketCap ระบุว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาตลาดสกุลเงินดิจิทัลสูญเสียมูลค่าไปประมาณ 147,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และยังคงมีการเทขายจากนักลงทุน

ระยะหลังมานี้ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีค่อยๆ ดิ่งอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่วันนี้เกิดอะไรขึ้น Bitcoin และเหรียญอื่นๆ จึงได้ร่วงอย่างรุนแรง?

CNBC รายงานว่าการที่ธนาคารกลางรัสเซียเสนอให้ห้ามใช้และขุดคริปโตเคอร์เรนซีในดินแดนรัสเซียทำให้ตลาดคริปโตดิ่งหนัก เนื่องจากรัสเซียเป็น 1 ใน 3 ประเทศชั้นนำที่มีเหมืองขุดคริปโตเคอร์เรนซีมากที่สุดในโลก นอกเหนือจากสหรัฐ และคาซัคสถาน และยังมีปริมาณการซื้อขายคริปโตมากถึง 5 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี

ทั้งนี้ ธนาคารกลางรัสเซียให้เหตุผลว่าสกุลเงินดิจิทัลมีความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงิน เนื่องจากมีความผันผวนสูง และยังถูกใช้เป็นเครื่องมือในการฉ้อโกงและฟอกเงิน รวมถึงการเก็งกำไรซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะฟองสบู่ ตลอดจนสร้างปัญหาด้านพลังงาน เนื่องจากการขุดคริปโตต้องใช้พลังงานจำนวนมาก

นอกจากนี้นักวิเคราะห์กล่าวว่าสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่มีแนวโน้มจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในไม่ช้า เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 40 ปี

โดยสำหรับนักลงทุนหลายคน Bitcoin และสกุลเงินดิจิทัลทำหน้าที่เป็นตัวป้องกันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น อันเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐ

แต่ก่อนหน้านี้เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ มองว่าเศรษฐกิจของสหรัฐขณะนี้แข็งแกร่งพอ และเฟดไม่จำเป็นต้องใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอีกต่อไป หลังจากที่ใช้มาตรการดังกล่าวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญส่วนหนึ่งมองว่าตลาดคริปโตอาจกำลังเข้าสู่ช่วงขาลงในไม่ช้า เนื่องจากกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นในหลายประเทศ และความผันผวนที่รุนแรงโดยเฉพาะ Bitcoin

Photo by Ozan KOSE / AFP

สวีเดนเร่งตามผู้ถือผลตรวจโควิดปลอมหลายหมื่น อาจไปเที่ยวนอกแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673642

วันที่ 21 ม.ค. 2565 เวลา 16:49 น.สวีเดนเร่งตามผู้ถือผลตรวจโควิดปลอมหลายหมื่น อาจไปเที่ยวนอกแล้วชาวสวีเดนตกเป็นเหยื่อใบรับรองผลตรวจโควิดปลอมหลายหมื่นราย บางส่วนอาจเดินทางเที่ยวต่างประเทศแล้ว

ตำรวจสวีเดนเปิดเผยว่าอาจมีประชาชนเดินทางไปต่างประเทศโดยถือใบรับรองผลตรวจ Covid-19 แบบพีซีอาร์เป็นลบ “ของปลอม” ราว 35,000 คน ซึ่งกรณีนี้เกี่ยวพันกับบริษัทตรวจโรคที่ขึ้นทะเบียนกับทางการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ตำรวจพบอีเมล์ของผู้ที่อาจตกเป็นเหยื่อกลุ่มนี้ระหว่างการสืบสวนสอบสวนลริษัท “ด็อกเตอร์กรุ๊ปเปน” (Doktorgruppen) ที่ถูกกล่าวหาว่าออกใบรับรองผลตรวจ Covid-19 เป็นลบโดยไม่มีการวิเคราะห์ผลตรวจตามจริง ซึ่งบริษัทนี้คิดค่าตรวจ 1,500 โครเนอร์สวีเดน (ราว 5,300 บาท)

ด็อกเตอร์กรุ๊ปเปนซึ่งมีคลินิกอยู่หลายแห่งในกรุงสตอกโฮล์มของสวีเดน ได้ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายโดยสำนักงานสาธารณสุขสวีเดน (PHA) และดำเนินกิจการนานกว่า 6 เดือน ก่อนจะปิดตัวลงหลังจากตำรวจบุกตรวจค้นเมื่อกลางเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว

หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นสวีเดนรายงานว่า สิ่งที่เจ้าหน้าที่สอบสวนต้องการทราบจากผู้ที่อาจตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงครั้งนี้คือ พวกเขามีอาการป่วย Covid-19 ในช่วงเวลาไม่นานหลังจากเข้ารับการตรวจโรคหรือไม่

มีข้อบ่งชี้ว่าผู้ที่อาจตกเป็นเหยื่อได้รับผลตรวจ Coid-19 เป็นลบจากด็อกเตอร์กรุ๊ปเปน ทำให้พวกเขาเข้าใจว่าตรวจโรคเรียบร้อยและไม่ติดเชื้อ ทว่าผลตรวจนั้นกลับเป็นของปลอมและพวกเขาอาจมีอาการป่วย รวมถึงอาจเดินทางไปต่างประเทศในช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงติดเชื้อสูงสุด

รายงานระบุว่าตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับด็อกเตอร์กรุ๊ปเปนอย่างน้อย 5 ราย และกำลังถูกสอบสวนฐานแพร่การติดเชื้อ ฉ้อโกง ให้การเท็จ และคุกคามผู้อื่น

Photo by Menahem KAHANA / AFP

Elon Musk เตรียมทดลองฝังชิปในสมองมนุษย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673633

วันที่ 21 ม.ค. 2565 เวลา 15:45 น.Elon Musk เตรียมทดลองฝังชิปในสมองมนุษย์บริษัท Neuralink ของ Elon Musk เตรียมทดลองฝังชิปในสมองมนุษย์

นูราลิงค์ (Neuralink) บริษัทสตาร์ทอัพของอีลอน มัสก์ (Elon Musk) เตรียมเปิดการทดลองฝังชิปในสมองมนุษย์ ที่พัฒนาเพื่อเชื่อมสมองมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ กระตุ้นการทำงานของสมอง ช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาสูญเสียการควบคุมของร่างกาย เช่น ผู้ป่วยอัมพาต

โดยขณะนี้บริษัทกำลังเสาะหาผู้ที่จะมาเป็นผู้อำนวยการทดลองครั้งสำคัญครั้งนี้ “ในฐานะผู้อำนวยการการทดลองทางคลินิก คุณจะได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับแพทย์และวิศวกรชั้นนำ ตลอดจนทำงานร่วมกับผู้เข้าร่วมการทดลองคนแรกของนูราลิงค์”

อีลอน มัสก์ บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกขณะนี้ด้วยทรัพย์สินในมือประมาณ 256,000 ล้านเหรียญสหรัฐกล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่าเขามีแนวคิดที่จะทำการฝังไมโครชิปที่จะช่วยให้ผู้ป่วยอัมพาตสามารถเดินได้

“เราหวังว่าจะมีสิ่งนี้เกิดขึ้นในผู้เข้าร่วมการทดลองของเรา มีโอกาสที่นูราลิงค์จะช่วยฟื้นฟูการทำงานของร่างกายให้กับผู้ป่วยอัมพาต…การทดลองในลิงประสบความสำเร็จอย่างดี และเรากำลังทำการทดลองจำนวนมากเพื่อยืนยันความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ ตลอดจนพิสูจน์ว่าอุปกรณ์ของนูราลิงค์สามารถถอดออกได้อย่างปลอดภัย”

ก่อนหน้านี้นูราลิงค์ประสบความสำเร็จในการฝังไมโครชิปปัญญาประดิษฐ์ในสมองของลิงแสมและหมู ซึ่งการทดลองชิปดังกล่าวทำให้ “เพจเจอร์” (Pager) เจ้าลิงแสมสามารถเล่นวิดีโอเกมได้โดยสั่งการจากความคิด

มัสก์ ผู้ร่วมก่อตั้งนูราลิงค์เมื่อปี 2016 กล่าวว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยอัมพาตสามารถใช้งานสมาร์ทโฟนผ่านความคิด ซึ่งจะรวดเร็วกว่าคนทั่วไปที่ใช้ระบบทัชสกรีนเสียอีก

อย่างไรก็ตาม มัสก์เคยประเมินการพัฒนาผิดพลาดมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยในปี 2019 เขาคาดว่าอุปกรณ์ดังกล่าวจะสามารถฝังอยู่ในสมองของมนุษย์ได้ภายในปี 2020

ที่มา: The Guardian

ภาพ: Brendan Smialowski / AFP

LYN เปิดตัวคอลเลคชั่น SPRING 2022 – JANIE PRESENTS LYN TRICIA

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/673467

วันที่ 20 ม.ค. 2565 เวลา 09:15 น.LYN เปิดตัวคอลเลคชั่น SPRING 2022 - JANIE PRESENTS LYN TRICIAเปิดตัว “JANIE PRESENTS LYN TRICIA” กระเป๋า IT Bag แห่งปี ประจำคอลเลคชั่น Spring 2022 พร้อมแบรนด์มิวส์คนล่าสุด “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ”

LYN (ลิน) แบรนด์แอคเซสซอรี่ กระเป๋า และรองเท้า ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบเพื่อตอบโจทย์ทุกลุคของสาวยุคใหม่ กลับมาอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว “JANIE PRESENTS LYN TRICIA” กระเป๋า IT Bag แห่งปี ประจำคอลเลคชั่น Spring 2022 โดยได้ดาราสาวมากความสามารถและสไตล์ไอคอน อย่าง ‘เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ’ มานำเสนอในฐานะกระเป๋าคู่ใจใบใหม่ ที่บ่งบอกถึงตัวตนของเธอได้อย่างครบครัน ซึ่งเจนี่คือภาพสะท้อนคาแรคเตอร์อันเด็ดเดี่ยว น่าหลงใหลและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของสาวยุคใหม่ ที่ซ่อนไว้ภายใต้รูปลักษณ์อันคลาสสิคมีเสน่ห์เย้ายวนใจเช่นเดียวกันกับกระเป๋า “Tricia”

กระเป๋า Tricia คอลเลคชั่นนี้ได้ถูกบรรจงออกแบบมาเพื่อนำเสนอมิติความเป็นผู้หญิงในหลากหลายแง่มุมที่ชวนให้น่าค้นหาอย่างไม่รู้จบ โดยได้เลือกเอาจุดเด่นของเทคนิคงานควิลต์มานำเสนอเป็นดีเทลที่เป็นซิกเนเจอร์บนตัวกระเป๋า แพทเทิร์นเรขาคณิตบนวัสดุหนังนุ่มหรูหรา ก่อนเติมความแกลมปนเซ็กซี่ด้วยหมุดคริสตัลในสีคุมโทนที่เพิ่มประกายงดงามเช้าจรดค่ำคืน นอกจากนี้ ยังมีความพิเศษของฮาร์ดแวร์โซ่ขึ้นเงา ประดับประดาด้วยพู่ชาร์มหรูหรา ประดับโทนให้อ่อนหวานด้วยไข่มุกล้ำค่าที่ผสมผสานกับตัวอักษร L ลงยาอย่างลงตัว เสริมเสน่ห์อันเย้ายวนของหญิงสาวด้วยซิลลูเอ็ตของกระเป๋าสะพายไหล่แบบวินเทจ ทรงโค้งมน เสริมลุคให้เด็ดเดี่ยวยากเกินจะต้านทาน

“Tricia คือกระเป๋าที่เจนี่ขอยกให้เป็นไอเท็มติดตัวชิ้นสำคัญที่จะเข้ามาเติมเต็มลุคในโอกาสต่าง ๆ ของสาวๆ ในฤดูกาลนี้เลยค่ะ ด้วยดีไซน์ที่ช่วยยกระดับการแต่งตัวให้เป็นเรื่องง่ายพร้อมความสะดวกคล่องตัวของขนาดที่กะทัดรัด นอกจากนี้ ยังมีสายสะพายด้วยกันถึงสองแบบให้สาวๆ เลือกเปลี่ยนได้ทั้งแบบสั้นสะพายไหล่และแบบยาวสะพายข้างลำตัว เสริมลุคให้เจนี่มั่นใจในทุกวัน เจนี่ต้องขอบอกเลยว่า Tricia เป็นกระเป๋าอีกหนึ่งใบที่เจนี่ขาดไม่ได้เลยค่ะ” คุณเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ กล่าว

กระเป๋า “Tricia” มีวางจำหน่ายในสีขาว สีเงินเมทัลลิก สีดำ สีเบจ และสีเขียวเอิร์ธโทน ส่วนสีดำโฮโลแกรมจะเป็นสีพิเศษที่วางขายเฉพาะทางออนไลน์เท่านั้น สาวๆสามารถจับจองเป็นเจ้าของ IT bag แห่งปีได้แล้ววันนี้ที่ LYN ทุกสาขาและ LYNACCS.COM สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าเยี่ยมชมได้ที่ LYN ทุกสาขา หรือสามารถดูข่าวสารและโปรโมชั่นล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ www. LYNACCS.COM

Made with Care ชวนคอกาแฟดื่มด่ำรสชาติความใส่ใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/673461

วันที่ 20 ม.ค. 2565 เวลา 08:55 น.Made with Care ชวนคอกาแฟดื่มด่ำรสชาติความใส่ใจเนสเพรสโซสานต่อแนวคิด Made with Care ชวนคอกาแฟดื่มด่ำรสชาติความใส่ใจ พร้อมเปิดตัว ลิมิเต็ด อิดิชั่นใหม่ในกลุ่ม Reviving Origins

จากอุดมการณ์อันแรงกล้าของ เนสเพรสโซ (Nespresso) ที่เชื่อว่ากาแฟทุกหยดสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้โลกใบนี้ได้ นำมาสู่ความมุ่งมั่นขององค์กรที่เติมเต็ม “ความใส่ใจ” ฝังลึกไปในทุกย่างก้าว โดยกว่าจะออกมาเป็นกาแฟคุณภาพหนึ่งแก้วนั้น เนสเพรสโซได้พิถีพิถันต่อการผลิตในทุกห่วงโซ่คุณค่า (Value chain) ตั้งแต่การทำงานร่วมกับชาวไร่กาแฟ ไปจนถึงก้าวสุดท้ายเพื่อส่งเมล็ดกาแฟกลับคืนสู่ธรรมชาติ ในปีนี้ เนสเพรสโซ ยังคงเดินหน้าสานต่อแนวคิด Made with Care ตอกย้ำเจตนารมณ์ส่งมอบกาแฟคุณภาพ พร้อมรสชาติของความใส่ใจในทุกแก้ว

หนึ่งในความพิเศษของกาแฟเนสเพรสโซนอกจากการได้ลิ้มรสกาแฟคุณภาพสุดกลมกล่อมแล้ว ผู้บริโภคยังสามารถดื่มด่ำเรื่องราวเบื้องหลังผ่านกาแฟทุกหยดที่เริ่มต้นมาจากความใส่ใจอีกด้วย โดยแนวคิด Made with Care ถือเป็นหัวใจหลักที่บอกเล่าปณิธานของเนสเพรสโซ ที่มุ่งรังสรรค์กาแฟเต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ พร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลงและ “รอยยิ้ม” ให้กับโลกใบนี้ผ่านหลากหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมงานกับชาวไร่กาแฟ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตพร้อมสร้างความมั่นคงทางอาชีพ และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านโครงการ Nespresso AAA Sustainable QualityTM Program ตลอดจนโครงการ Reviving Origins ที่มุ่งพลิกฟื้นไร่กาแฟในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาต่างๆ ทั้งความขัดแย้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ไปจนถึง Master Origins ที่ส่งตรงกาแฟจากดินแดนต้นกำเนิด โดยใช้กรรมวิธีและภูมิปัญญาของการปลูกกาแฟจากชุมชนชาวไร่ท้องถิ่น ในขณะเดียวกัน      เนสเพรสโซยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในทุกย่างก้าว และขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายในการเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2022

สำหรับในปี 2022 นี้ เนสเพรสโซเดินหน้าปลุกแนวคิด Made with Care ผ่านกาแฟออร์แกนิกลิมิเต็ด อิดิชั่นรสชาติใหม่ Kahawa ya Congo ในกลุ่ม Reviving Origins เป็นรสชาติแรก สะท้อนรสชาติแห่ง “ความหวัง” จากความร่วมมือของเนสเพรสโซที่เข้าไปพลิกฟื้นไร่กาแฟใกล้สูญพันธุ์ในสาธารณรัฐคองโก สู่กาแฟอาราบิก้านุ่มละมุนพร้อมกลิ่นหอมหวานของผลไม้อันเป็นเอกลักษณ์ส่งตรงจากดินแดนต้นกำเนิดแคว้นคีวู

ความพิเศษของกาแฟแคปซูลลิมิเต็ด อิดิชั่นใหม่ประจำปี 2022 นี้ เป็นกาแฟเบลนด์ออร์แกนิกรสชาติแรกในโครงการ Reviving Origins  รสชาตินุ่มละมุนและกลิ่นหอมกรุ่นของผลไม้ที่ได้จากการเพาะปลูกบนผืนดินภูเขาไฟอันอุดมด้วยแร่ธาตุตามแนวชายฝั่งของทะเลสาบคีวู (Lake Kivu) ในสาธารณรัฐคองโก ซึ่งในอดีตได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่เพาะปลูกกาแฟที่ดีที่สุดในโลกสำหรับกาแฟอาราบิก้า โดยเฉพาะกาแฟออร์แกนิก อย่างไรก็ตาม ด้วยผลกระทบจากการเมืองและเศรษฐกิจอย่างยาวนานทำให้พื้นที่เพาะปลูกบางส่วนถูกทิ้งร้าง อีกทั้งวิถีชีวิตชาวไร่กาแฟยังเสี่ยงถูกทำลาย

เนสเพรสโซได้ริเริ่มโครงการ Reviving Origins ในพื้นที่แคว้นคีวู (Kivu) สาธารณรัฐคองโก เพื่อฟื้นคืนแหล่งเพาะปลูกกาแฟให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ผ่านความร่วมมือกับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอย่าง TechnoServe, องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) รวมถึงบริษัทธุรกิจค้ากาแฟอย่าง Virunga Coffee และ Olam International โดยทีมงานได้เข้าไปทำงานกับชาวไร่กาแฟในแคว้นคีวูตอนใต้กว่า 2,500 คน เพื่อฟื้นคืนแหล่งเพาะปลูกกาแฟที่เปรียบดั่งขุมทองของคีวู รวมถึงพัฒนาคุณภาพของกาแฟและปลูกฝังวิถีการเกษตรอย่างยั่งยืน เพื่อช่วยเพิ่มรายได้และสร้างความมั่นคงให้อาชีพชาวไร่กาแฟในระยะยาว

เบื้องหลังชื่อแคปซูล Reviving Origins Kahawa ya Congo มีความหมายตรงตัวว่า “ความหวังแห่งคองโก” สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเนสเพรสโซเพื่อเป้าหมายในการมอบชีวิตใหม่ให้กาแฟคองโกอีกครั้ง ทำให้รับประกันได้ว่า นอกจากจะได้ลิ้มรสชาติกาแฟอาราบิก้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากผืนดินคองโกแท้ๆ แล้ว ทุกหยดจากแคปซูลดังกล่าว ยังเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นคืนชุมชนกาแฟในสาธารณรัฐคองโกอีกด้วย

กาแฟคองโกลิมิเต็ด อิดิชั่นใหม่นี้ มีความเข้มข้นอยู่ที่ระดับ 8 ส่งตรงรสชาติกาแฟอาราบิก้าอันเป็นเอกลักษณ์จากแคว้นคีวู โดยเมล็ดกาแฟจะถูกนำไปผ่านกรรมวิธีการคั่วที่คัดแยกเอาเมล็ดขนาดคล้ายๆ กันไปคั่วด้วยกัน เช่นนำเอาเมล็ดกาแฟส่วนน้อยไปคั่วเข้มเพื่อดึงความเข้มข้นของกาแฟออกมาอย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้กาแฟอาราบิก้าที่รสชาติกลมกล่อมและสมดุล พร้อมอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของธัญพืชและถั่ว สะท้อนถึงกลิ่นอายของผืนดินคีวูซึ่งเป็นดินแดนต้นกำเนิดของเมล็ดกาแฟแคปซูลนี้ โดยหากนำกาแฟไปผสมเข้ากับนม รสชาติกาแฟจะดึงความหอมหวานบางเบาออกมาเจือกลิ่นบิสกิตและวอลนัต เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรสชาติกลมกล่อมพร้อมรสสัมผัสนุ่มละมุน

ทั้งนี้ เนสเพรสโซมีแผนเดินหน้าเปิดตัวกาแฟหลากหลายรสชาติใหม่ในกลุ่ม Reviving Origins และ Master Origins ตลอดปี 2022 เพื่อตอกย้ำแนวคิด Made with Care ส่งตรงกาแฟคุณภาพเต็มเปี่ยมพร้อมด้วยความใส่ใจ เพื่อมอบรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์จากดินแดนต้นกำเนิด โดยแฟนๆ เนสเพรสโซ สามารถรอติดตามรายละเอียดสำหรับกาแฟรสชาติใหม่ที่จะเปิดตัวในปีนี้ เพื่อลิ้มรสชาติเอกลักษณ์ พร้อมซึมซับเรื่องราวของความใส่ใจผ่านเบื้องหลังการผลิตกาแฟ

พบกับกาแฟลิมิเต็ด อิดิชั่นรสชาติใหม่ Reviving Origins Kahawa ya Congo ได้ ตั้งแต่นี้ – 8 กุมภาพันธ์ 2565 ที่เนสเพรสโซบูติกทุกสาขา หรือทางเว็บไซต์เนสเพรสโซ nespresso และเนสเพรสโซแอปพลิเคชั่นสำหรับ iPhone, iPad และ Android ในราคาแคปซูลละ 30 บาท ติดตามรายละเอียดของกิจกรรมต่างๆ รวมถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์ของคอลเล็กชั่นนี้ได้ที่เฟซบุ๊ก Nespresso , อินสตาแกรม: @Nespresso.th #NespressoTH, และไลน์ : @NespressoTH

ยลโฉมผลงานจากเหล่าคนหลงรักพลังงาน ปีที่ 8

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/673372

วันที่ 19 ม.ค. 2565 เวลา 09:20 น.ยลโฉมผลงานจากเหล่าคนหลงรักพลังงาน ปีที่ 8ชวนชมงานศิลป์จากคนที่มีใจรักพลังงาน จากที่สุดผลงานกิจกรรมประกวดโครงการ “หลงรักพลังงาน” โดยกระทรวงพลังงาน ร่วมรณรงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ปีที่ 8

ประกาดผลสุดยอดผลงานศิลปะโครงการรณรงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ปีที่ 8 ที่จัดขึ้นโดยกระทรวงพลังงาน ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากการเฟ้นหาสุดยอดผลงาน 64 รางวัล ในผลงานที่ส่งเข้าร่วมกว่า 600 ชิ้น รวมรางวัลมูลค่ากว่า 1,120,000 บาท พร้อมชวนชมจัดนิทรรศการภาพวาด “หลงรักพลังงาน” ที่สามารถเข้าชมได้ บริเวณวีรันดา ฮอลล์ เดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา กรุงเทพฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้ – 21 มกราคม 2565

นางเปรมฤทัย วินัยแพทย์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลกิจกรรมประกวดวาดภาพ โครงการรณรงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ปีที่ 8 โดยมีผู้ได้รับคัดเลือกรวมจำนวน 64 รางวัล ในประเภทมัธยมศึกษาตอนต้น ประเภทมัธยมศึกษาตอนปลาย และ ปวช. ประเภทอุดมศึกษา และ ปวส. และประเภทประชาชนทั่วไป ณ เดอะคริสตัล (เอกมัย-รามอินทรา) บริเวณวีรันดา ฮอลล์ กรุงเทพฯ

“กระทรวงพลังงาน ได้จัดโครงการรณรงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนขึ้น ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 8 แล้ว กระทรวงพลังงานยังคงต้องการให้ประชาชนได้เห็นถึงความสำคัญของพลังงานจากการถ่ายทอดผ่านงานศิลปะ โดยในปีนี้ ได้กำหนดหัวข้อว่า “หลงรักพลังงาน” ซึ่งเปิดกว้างให้ผู้เข้าร่วมประกวดได้ใช้จินตนาการในการสื่อสารข้อมูลด้านพลังงาน ไม่ว่าจะเป็น การอนุรักษ์พลังงาน การใช้พลังงานทดแทน หรือการใช้พลังงานที่ ตัวผู้ประกวดเองได้เห็นหรือได้เข้าถึงการใช้พลังงานในรูปแบบต่างๆ และก็เป็นที่น่าภาคภูมิใจว่า ในปีนี้ มีผลงานเข้าร่วมประกวดมากกว่าปีที่แล้ว โดยในปีนี้มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดถึง 619 ผลงาน แสดงให้เห็นว่าประชาชนได้ให้ความสนใจด้านพลังงานมากขึ้น ซึ่งนอกจากกระทรวงพลังงานจะยังคงมีการสื่อสารข้อมูลด้านพลังงานผ่านสื่อรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจรูปแบบการใช้พลังงานที่จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดในอนาคตอันใกล้ อีกหนึ่งบทบาทสำคัญของกระทรวงพลังงานที่จะยังคงเน้นย้ำ คือ การส่งเสริม จัดหา พัฒนา ทางเลือกของพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งการจัดประกวด ในครั้งนี้ก็ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ได้ให้ทั้งนักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านพลังงาน และจะดำเนินกิจกรรมนี้ต่อไปในปีหน้าอีกด้วย” นางเปรมฤทัย กล่าว

สำหรับคณะกรรมการในการตัดสินประกอบด้วย ผู้บริหาร ข้าราชการกระทรวงพลังงาน ศิลปินผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมี นางเปรมฤทัย วินัยแพทย์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานคณะกรรมการตัดสิน ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ดร.สังคม ทองมี ผู้อำนวยการศูนย์ศิลป์สิรินธร นายสมภพ บุตรราช ศิลปินอิสระ นายประทีป คชบัว ศิลปินอิสระ นางพัทธ์ธีรา สายประทุมทิพย์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน และนายประครอง สุวงทา หัวหน้ากลุ่มสื่อโสตทัศนูปกรณ์ สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน

โครงการประกวดวาดภาพในครั้งนี้ ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์กิจกรรมและเปิดรับผลงานเป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 เดือนมีนาคม ถึงวันที่ 31 เดือนสิงหาคม 2564 มีประชาชนจากทุกภาคส่วนให้ความสนใจส่งผลงานเข้าร่วมประกวดทั้งสิ้น 619 ผลงาน โดยแบ่งเป็น ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 201 ผลงาน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและปวช. 242 ผลงาน ระดับอุดมศึกษาและปวส. 69 ผลงาน และระดับประชาชนทั่วไป 107 ผลงาน

นายบรรหาร ประมาณ ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศประเภทประชาชนทั่วไป ให้สัมภาษณ์ว่า “เคยเข้าประกวดวาดภาพกับกระทรวงพลังงานครั้งแรกตอนมัธยมศึกษาปีที่ 5 แล้วก็หายไป 8 ปี กลับมาประกวดอีกครั้ง แนวคิดก็เปลี่ยนไป อยากนำเสนอเรื่อง community mall energy คือเป็นชุมชนพลังงานทางเลือก ที่ร่วมกันอนุรักษ์พลังงานโดยใช้พลังงานทางเลือกและพัฒนาเทคโนโลยีให้เข้ากับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อทุกคนจะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและยั่งยืน ผลงานชิ้นนี้ใช้เวลาทำ 20 ชั่วโมง เป็นการ Paint ที่มีมิติ เพราะเป็น pop up ใช้สีอะครีลิคและสีไม้ เสน่ห์ของศิลปะคือสามารถสร้างแรงดึงดูดให้คนสนใจ สัมผัสง่าย หวังว่าผลงานชิ้นนี้จะช่วยให้คนรุ่นใหม่หลงรักพลังงานได้”

ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมชมนิทรรศการภาพวาด “หลงรักพลังงาน” สามารถเข้าชมได้ที่ บริเวณวีรันดา ฮอลล์ เดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันนี้ – 21 มกราคม 2565 เวลา 10.00 – 22.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

เสริมความเฮงปีขาล ขานรับทุกความมงคล ณ โค้งน้ำท้องมังกรเก็บทรัพย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/673369

วันที่ 19 ม.ค. 2565 เวลา 08:25 น.เสริมความเฮงปีขาล ขานรับทุกความมงคล ณ โค้งน้ำท้องมังกรเก็บทรัพย์ชวนเบิกฟ้าฉลองเทศกาลตรุษจีน ณ โค้งน้ำท้องมังกรเก็บทรัพย์ “ไอคอนสยาม” อัญเชิญเทพ “ท่ามก๋งเยี่ย” จากฮ่องกง ให้ชาวไทยสักการะเสริมสิริมงคล พร้อมชื่นชมการแสดงมังกรทานตะวันตัวแรกของประเทศไทย 27 ม.ค. – 2 ก.พ. ศกนี้

เทศกาลตรุษจีนปีนี้มาร่วมสืบสานประเพณีสำคัญของชาวไทยเชื้อสายจีน เบิกฟ้าสู่ศักราชใหม่รับความมั่งคั่งตลอดปีเสือทอง ฉลองตรุษจีน ณ โค้งน้ำท้องมังกรเก็บทรัพย์ เมื่อหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมการค้าไทยไหหลำ สมาคมใหหนำแห่งประเทศไทย Jubilee Diamond และ ไอคอนสยาม แลนด์มาร์คระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา จับมือกันจัดงาน THE ICONSIAM ETERNAL PROSPERITY CHINESE NEW YEAR 2022

เชิญสักการะองค์ยุวเทพ ท่ามก๋งเยี่ย ซึ่งได้อัญเชิญมาจากวัดท่ามกง เขตบริหารพิเศษฮ่องกง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมขอพรและเสี่ยงเซียมซี 64 คำทำนาย เนรมิตพื้นที่ริเวอร์พาร์คริมน้ำเจ้าพระยา ประดับตกแต่งด้วยสัตว์มงคลต่างๆ ที่มีความหมายแห่งความรุ่งเรืองพร้อมให้ถ่ายรูปเช็คอิน ชมการแสดงเชิดมังกรทานตะวันตัวแรกของประเทศไทย ดอกไม้มงคลที่สื่อถึงความเจริญรุ่งเรือง ความโชคดี และเป็นสัญลักษณ์แห่งการมีชีวิตยืนยาว ตื่นตาตื่นใจกับการแสดงเชิดสิงโต การแสดงเสือไหหลำและการแสดงดนตรีจีน รวมถึงออก บูธร้านค้าให้ได้ช้อปปิ้งของมงคลต้อนรับปีใหม่จีน ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2565 ณ ไอคอนสยาม ซึ่งเข้มข้นตามแนวปฏิบัติ Covid-Free Setting และเป็นไปตามมาตรการการจัดงานตามที่ ศบค.กำหนด

นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “ตรุษจีนเป็นเทศกาลสำคัญของทั้งชาวจีนและพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน เพราะถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ ไอคอนสยามได้ให้ความสำคัญกับการสืบสานประเพณีอันสำคัญนี้เสมอมา จึงได้จัดเตรียมความพิเศษไว้ให้กับชาวจีนที่พำนักในประเทศไทย และพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน ได้เฉลิมฉลองเนื่องในเทศกาลปีใหม่จีนนี้ โดยปีนี้เราได้อัญเชิญองค์ยุวเทพ ท่ามก๋งเยี่ย มาจากวัดท่ามกง เขตบริหารพิเศษฮ่องกง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน มาประดิษฐาน ณ รัษฎา ฮอลล์ ชั้น 1 ท่ามก๋งเยี่ยเป็นเทพอารักษ์คุ้งน้ำ ที่ชาวฮ่องกง มาเก๊า เมื่อจะเดินทางโดยเรือจะต้องอธิษฐานขอพรจากท่าน เพื่อให้เดินทางโดยสวัสดิภาพแคล้วคลาดปลอดภัยตลอดการเดินทาง มือขวาองค์ท่านจะถือพู่สีขาว ผู้สักการะมีความเชื่อว่าท่านจะปัดเป่าความไม่ดีออกไป และยังประทานพรให้กับพ่อค้าแม่ค้าชาวจีนให้ทำธุรกิจการค้าให้สำเร็จ ราบรื่น รุ่งเรืองอีกด้วย พร้อมกันนี้ ยังขอเชิญทุกท่านร่วมขอพร และเสี่ยงเซียมซี 64 คำทำนาย ซึ่งผู้คนที่เคารพนับถือต่างกล่าวขานถึงความแม่นยำ จึงขอเชิญชวนทุกท่าน มาร่วมสักการะและขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่จีนปี 2565 ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ ศกนี้

สำหรับที่สุดของความพิเศษในงานนี้ไอคอนสยามได้จัด การแสดงมังกรทานตะวันตัวแรกของประเทศไทย ที่ลำตัวของมังกรประดับดอกทานตะวันตลอดทั้งตัว โดยคนจีนเชื่อว่าดอกทานตะวันเป็นดอกไม้มงคลที่สื่อถึงความเจริญรุ่งเรือง ความโชคดี และเป็นสัญลักษณ์แห่งการมีชีวิตที่ยืนยาวเปี่ยมไปด้วยความสุข ส่วนมังกรจีนเป็นสัญลักษณ์โดดเด่นอันหนึ่งของจักรพรรดิและวัฒนธรรมจีน มีลักษณะที่มาจากสัตว์หลายๆ ชนิดผสมผสานกัน เชื่อว่ามีพลังอันยิ่งใหญ่ สง่างาม มีความอุดมสมบูรณ์ สติปัญญา และสิริมงคล การเชิดมังกรเชื่อว่าจะนำความโชคดีมาให้กับผู้คน ยิ่งเชิดมังกรระยะเวลานานมากเท่าไหร่ก็จะนำความโชคดีมาให้ชุมชนมากขึ้นเท่านั้น ในปีนี้ไอคอนสยามตั้งใจส่งตรงให้มังกรทานตะวัน นำพาความมั่งมี สุขขี มามอบให้กับทุกคน พร้อมโชว์พิเศษจาก Jubilee Diamond คอลเลกชั่น THE REIGN OF DIAMOND TIGER : PRESTIGIOUS HIGH JEWELY CREATIONS, THE ICON OF POWER AND BEYOND PROSPERITY พร้อมด้วยการแสดงเสือไหหลำจากปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ ในวันที่ 27 มกราคม 2565 ณ บริเวณริเวอร์ พาร์ค ชั้น G

สำหรับบริเวณเจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M ชมการแสดงศิลปะวัฒนธรรมจีน การแสดงดนตรีจีน Music of China และขบวนเสือไหหลำพาเหรดอวยพร ส่งความสุข และกิจกรรมอีกมากมาย และช้อปไอเทมเสริมดวงเฮงเครื่องประดับ เสื้อผ้า อุปกรณ์ไหว้เจ้า อาหาร และต้นไม้มงคล สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าภายในไอคอนสยามในช่วงเทศกาลตรุษจีนครบ 1,500 บาท ขึ้นไปจะได้รับ “ฮู้” หรือยันต์ศักดิ์สิทธิ์จากวัดท่ามกง (จำนวนจำกัด)

ด้านเมืองสุขสยาม ชั้น G ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนจัดงาน มหัศจรรย์ตรุษจีน มั่งมีสุข ชวนอิ่มอร่อยไปกับเมนูอาหารมงคลเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และสินค้ามงคลอีกมากมาย พร้อมชมการแสดง เชิดสิงโตมงคล เชิดมังกรทอง ขบวน 7 นางฟ้า แจกส้มมงคล อุปรากรจีนเปลี่ยนหน้ากาก การแสดงกู่เจิ่ง และเขียนคำอวยพรภาษาจีน

นอกจากนี้ ที่ Dear Tummy ไลฟ์สไตล์ซูเปอร์มาร์เก็ต ชั้น G ไอคอนสยาม ได้จัดเตรียมชุดไหว้มงคลต่างๆ ประกอบไปด้วย ชุดเครื่องไหว้ ชุดผลไม้ ชุดขนมไหว้ เสริมมงคล รวมถึงชุดของแห้งและเครื่องปรุง หรือจะซื้อแยกเป็น หมู เป็ด ไก่ เนื้อสัตว์ต่างๆ ทั้งปลากระพงนึ่งไหว้เจ้า กุ้งต้ม หมูกรอบชาชู ขนมส่งตรงจากเยาวราช ผลไม้มงคล รวมถึงกระดาษเผาชุดแก้ชง โดยทุกคนสามารถมาจับจ่ายซื้อของได้ที่เดียร์ทัมมี่ ชั้น G ไอคอนสยาม

พลาดไม่ได้ !!! กับจุดเช็คอินถ่ายรูป ณ ริเวอร์ พาร์ค ริมน้ำเจ้าพระยาบนพื้นที่ 1, 000 ตารางเมตร สัมผัสบรรยากาศความงดงามของสวนจีนจำลองพร้อมเก๋งจีนขนาดใหญ่ตั้งเป็นตระหง่านท่ามกลางโคมไฟหลากรูปแบบและสีสัน ประดับตกแต่งด้วยสัตว์มงคลต่างๆ อาทิ มังกร ซึ่งเป็นสัตว์มงคลสูงสุด เป็นตัวแทนแห่งความดีงาม ความแข็งแกร่ง ความตั้งใจ ความอุตสาหะพยายาม ความกล้าหาญ และความอดทน สิงห์เป็นเครื่องหมายของความรุ่งเรือง ยศถาบรรดาศักดิ์ ฐานะและชื่อเสียง คุ้มครองให้ร่มเย็นเป็นสุข และนกฟีนิกซ์ นกยูง นกกระเรียน อันเป็นสัญลักษณ์ ความสุข ความโชคดี ความรุ่งเรือง รวมถึงโคมไฟตัวอักษรจีนที่มีความหมายมงคลต่างๆ อาทิ ความสุข, ราบรื่น, รุ่งเรือง และ ร่ำรวย สำหรับบริเวณ ไอคอนสยาม พาร์ค ชั้น 2 ได้ประดับประดาไปด้วยโคมไฟและนกยูงตกแต่งอย่างตระการตา โดยไอคอนสยามเปิดให้ประชาชนที่สนใจเข้ามาชื่นชมความงดงามพร้อมเก็บภาพความประทับใจได้ถึง 15 มีนาคม ศกนี้

พิเศษสำหรับนักช้อป ไอคอนสยาม (ปี) ขาลรับทุกความมงคล มั่งคั่งตลอดปีเสือทอง ชวนช้อปจุใจแลกรับ SIAM GIFT CARD รวมมูลค่ากว่า 1.4 ล้านบาท เพียงช้อปครบ 5,000 บาท แลกรับ Siam Gift Card มูลค่า 150 บาท, ช้อปครบ 8,000 บาท แลกรับ Siam Gift Card มูลค่า 400 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2565 และพิเศษสุดเมื่อ ช้อปครบ 12,000 บาทแลกรับ Siam Gift Card มูลค่า 800 บาท ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ (ตรวจสอบเงื่อนไขเพิ่มเติม ณ จุดขาย)

ทั้งนี้ ไอคอนสยามเคร่งครัดในมาตรการความปลอดภัยด้านสุขอนามัยขั้นสูงสุด ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ตามแนวทางจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข โดยจัดจุดตรวจวัดอุณหภูมิ จุดบริการแอลกอฮอล์ มีพนักงานทำความสะอาดจุดสัมผัสต่างๆ พนักงานได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม และพนักงานต้องทำแบบคัดกรองโรคทุกสัปดาห์ตามมาตรฐานที่กำหนด รวมถึงการเข้ารับการตรวจ Antigen Test Kit (ATK) และแสดงผลเป็นลบ (Negative) เท่านั้น พร้อมเน้นย้ำให้ทุกท่านสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ไอคอนสยามเข้มข้นตามแนวปฏิบัติ COVID Free Setting เป็นไปตามมาตรการตามที่ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กำหนดอย่างเคร่งครัด