เตือนไข้หวัดนกแพร่ระบาดจากสัตว์สู่มนุษย์ง่ายขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/672513

วันที่ 08 ม.ค. 2565 เวลา 16:00 น.เตือนไข้หวัดนกแพร่ระบาดจากสัตว์สู่มนุษย์ง่ายขึ้นผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเตือนไข้หวัดนกที่กำลังระบาดอยู่เสี่ยงแพร่จากสัตว์สู่มนุษย์ง่ายขึ้น

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า องค์กรสุขภาพสัตว์โลก (OIE) เตือนว่า การระบาดของไข้หวัดนกในเอเชียและยุโรปเสี่ยงที่จะแพร่ระบาดจากสัตว์สู่คนมากขึ้น เนื่องจากมีสายพันธุ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย

การระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ หรือไข้หวัดนก สร้างความกังวลให้รัฐบาลและอุตสาหกรรมสัตว์ปีกหลังจากการระบาดครั้งก่อนนำมาสู่การฆ่าสัตว์ปีกหลายสิบล้านตัว ทั้งยังมาพร้อมข้อจำกัดด้านการค้า

“ครั้งนี้สถานการณ์ยุ่งยากกว่าและมีความเสี่ยงมากกว่า เนื่องจากมีหลายสายพันธุ์เกิดขึ้นซึ่งทำให้ยากต่อการติดตาม” โมนีค เอลอยต์ ผู้อำนวยการ OIE เผยกับ Reuters

เอลอยต์กล่าวอีกว่า “ในที่สุดความเสี่ยงก็คือมันกลายพันธุ์หรือผสมกับไวรัสไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์ซึ่งสามารถแพร่จากคนสู่คนซึ่งนำมาสู่มิติใหม่”

ข้อมูลของ OIE ระบุว่า ขณะนี้มี 15 ประเทศที่รายงานการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกในสัตว์ปีกระหว่างเดือน ต.ค. จนถึงสิ้นเดือน ธ.ค. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ H5N1 โดยอิตาลีเผชิญสถานการณ์รุนแรงที่สุดในยุโรป พบการกระบาดในฟาร์มสัตว์ปีก 285 แห่ง จนต้องกำจัดสัตว์ปีกเกือบ 4 ล้านตัว

ไข้หวัดนกมักแพร่ระบาดในช่วงฤดูหนาวจากการอพยพของนกป่า

สายพันธุ์ H5N1 เป็นเพียงไม่กี่สายพันธุ์ของไข้หวัดนกที่แพร่จากสัตว์สู่มนุษย์ OIE ระบุว่าจนถึงขณะนี้มูผู้ติดเชื้อสายพันธุ์นี้แล้วรวม 850 ราย โดยครึ่งหนึ่งเสียชีวิต

เมื่อปีที่แล้วพบชาวจีนหลายคนติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N6 ซึ่งสร้างความกังวลให้กับผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากเชื้อเกิดการเปลี่ยนแปลงและแพร่จากสัตว์สู่คนได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ดี เอลอยต์เชื่อว่าหลายประเทศมีบทเรียนในการควบคุมการระบาด และย้ำว่าการแพร่เชื้อจากสัตว์สู่คนเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เนื่องจากเชื้อไข้หวัดนกมักจะแพร่ผ่านการสัมผัสใกล้ชิดเท่านั้น

ด้านสำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพของสหราชอาณาจักร (UKHSA) เผยเมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดนก 1 รายทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ โดยผู้ป่วยสัมผัสใกล้ชิดกับนกที่ติดเชื้อ และไม่พบหลักฐานว่ามีผู้อื่นติดเชื้ออีก

“บุคคลดังกล่าวติดเชื้อจากการสัมผัสใกล้ชิดมากๆ ตามปกติกับนกจำนวนมากที่ติดเชื้อ ซึ่งพวกเขาเลี้ยงไว้ในบ้านและรอบๆ บ้านเป็นเวลานาน” UKHSA ระบุ “ผู้ที่สัมผัสกับผู้ติดเชื้อทั้งหมด รวมทั้งผู้ที่เยี่ยมชมสถานที่ดังกล่าวถูกติดตามตัวพบแล้ว และไม่มีหลักฐานว่าผู้อื่นติดเชื้ออีก ขณะนี้ผู้ป่วยกำลังกักตัว ความเสี่ยงที่จะระบาดเป็นวงกว้างต่ำมาก”

Photo by JALAA MAREY / AFP

วิจัยอิสราเอลพบวัคซีนช่วยลดความเสี่ยงลองโควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/672504

วันที่ 08 ม.ค. 2565 เวลา 14:00 น.วิจัยอิสราเอลพบวัคซีนช่วยลดความเสี่ยงลองโควิดนอกจากป้องกันอาการรุนแรงแล้ว วัคซีนยังช่วยลดความเสี่ยงภาวะ Long Covid หรืออาการที่หลงเหลืออยู่หลังหายป่วย Covid-19

ผลการวิจัยของทีมนักวิจัยจากอิสราเอลซึ่งตีพิมพ์ในเว็บไซต์คลังเอกสารวิชาการออนไลน์ก่อนการตีพิมพ์เผยแพร่อย่างเป็นทางการ medRxiv พบว่า นอกจากวัคซีนป้องกัน Covid-19 จะช่วยลดอาการรุนแรงแล้ว การฉีดวัคซีนอย่างน้อย 2 โดสยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะ Long Covid หรืออาการหรือความผิดปกติที่ยังคงอยู่แม้ว่าจะหายจากการติดเชื้อแล้ว

ทีมวิจัยทำการเปรียบเทียบกลุ่มผู้ที่เคยติด Covid-19 ระหว่างวันที่ 15 มี.ค. 2020- 15 มิ.ย. 2021 ทั้งที่ฉีดและไม่ฉีดวัคซีนในการรายงานภาวะอาการระยะยาวด้วยตนเอง

ในจำนวนผู้ที่เคยติดเชื้อ 951 คน มี 637 คน (67%) ที่ฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส และในจำนวนผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว 340 คน (53%) ได้รับวัคซีน 1 โดส และ 294 คน (47%) ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว (2 โดสหรือมากกว่า)

อาการ Long Covid ที่พบได้บ่อยได้แก่ เหนื่อยล้า (22%), ปวดศีรษะ (20%), อ่อนเพลีย(13%) และปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง (10%) หลังจากปรับปรุงข้อมูลเกี่ยวกับระยะเวลาการติดตามและอาการเบื้องต้นแล้วพบว่า กลุ่มที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว (2 โดสหรือมากกว่า) มีโอกาสน้อยกว่าบุคคลที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนที่จะพบอาการเหล่านี้ 64%, 54%, 57%, และ 68% ตามลำดับ

ความถี่ของอาการ Long Covid ที่รายงานบ่อยที่สุดตามสถานะการฉีดวัคซีน ที่มา: medRxiv

Photo by Ishara S. KODIKARA / AFP 

รัสเซียเอาจริง! เล็งส่งนักโทษใคร่เด็กใช้แรงงานหนักขั้วโลกเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/672496

วันที่ 08 ม.ค. 2565 เวลา 12:00 น.รัสเซียเอาจริง! เล็งส่งนักโทษใคร่เด็กใช้แรงงานหนักขั้วโลกเหนือนักโทษล่วงละเมิดทางเพศเด็กที่ก่อคดีซ้ำจะถูกส่งตัวไปใช้แรงงานหนักที่คุกขั้วโลกเหนือ

DailyMail รายงานว่า วีเชสลาฟ โวโลดิน ประธานรัฐสภารัสเซียเผยว่า รัฐสภารัสเซียกำลังพิจารณาบังคับใช้กฎหมายใหม่ เพิ่มโทษผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กที่กลับมาก่อคดีซ้ำให้จำคุกตลอดชีวิตและส่งไปใช้แรงงานหนักที่เรือนจำในขั้วโลกเหนือ ซึ่งต้องทำงานในเหมืองที่ไซบีเรีย

การผลักดันกฎหมายใหม่นี้เกิดขึ้นหลังคดีสะเทือนขวัญเมื่อเร็วๆ นี้ เมื่อเด็กหญิงวัยเพียง 5 ขวบถูก เดนิส เกราซิมอฟ คนร้ายในคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กวัย 44 ปีที่เพิ่งถูกปล่อยตัวเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา และ วาดิม เบลยาคอฟ วัย 24 ปีแฟนหนุ่ม ลักพาตัวไปขณะเล่นอยู่ใกล้กับที่ทำงานของแม่ในเมืองคอสโตมา

ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นว่า ขณะถูกพาตัวไปเด็กหญิงเคราะห์ร้ายคนดังกล่าวพยายามต่อสู้ขัดขืน แต่คนที่เดินผ่านไปผ่านมาไม่ได้สนใจ สุดท้ายเธอถูกพาตัวไปยังห้องพักของคนร้าย จากนั้นคนร้ายลงมือล่วงละเมิดทางเพศและกระหน่ำแทงจนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

เจ้าหน้าที่พบศพของเธอในกระเป๋าใบใหญ่ในห้องพักของคนร้ายซึ่งเตรียมนำไปทิ้ง โดยคนร้ายทั้งคู่ยอมสารภาพเนื่องจากจำนนด้วยหลักฐาน

โวโลดินซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน เผยว่า โศกนาฏกรรมดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความเร่งด่วนในการเพิ่มโทษ คนที่ทำความผิดเช่นนี้ควรถูกจองจำตลอดชีวิตในสภาพที่โหดร้ายอย่างในขั้วโลกเหนือหรือในเหมือง

“คนพวกนี้สมควรถูกใช้แรงงานอย่างหนักจะได้จดจำอาชญากรรมที่ตัวเองทำไปทุกวันและสำนึกเสียใจ คนพวกนี้ไม่ควรถูกเรียกว่ามนุษย์” โวโลดินกล่าว

Photo by Natalia KOLESNIKOVA / AFP

ผู้นำคาซัคฯ สั่งยิงทิ้งผู้ประท้วงโดยไม่ต้องเตือนก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/672487

วันที่ 08 ม.ค. 2565 เวลา 10:14 น.ผู้นำคาซัคฯ สั่งยิงทิ้งผู้ประท้วงโดยไม่ต้องเตือนก่อนปธน.คาซัคสถานไฟเขียวให้ทหารยิงผู้ประท้วงโดยไม่ต้องเตือนล่วงหน้า

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ประธานาธิบดี ฆาเซิม-โฌมาร์ต โตกาเยฟ ของคาซัคสถานออกแถลงการณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์โดยสั่งให้กองทัพยิงสังหารผู้ประท้วงโดยไม่ต้องเตือนล่วงหน้า และขู่ว่าคนที่ไม่ยอมจำนนจะถูกบดขยี้

“ผู้ก่อการร้ายยังคงทำลายทรัพย์สิน…และใช้อาวุธกับประชาชน ผมได้มอบอำนาจให้ผู้บังคับใช้กฎหมายยิงสังหารได้โดยไม่ต้องเตือนล่วงหน้า” โตกาเยฟกล่าว

ผู้นำคาซัคสถานยังปฏิเสธที่จะเจรจากับกลุ่มผู้ประท้วง โดยเรียกกลุ่มผู้ประท้วงเหล่านี้ว่าอาชญากร ฆาตกร และโจร

นอกจากนี้ โตกาเยฟยังกล่าวขอบคุณประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย หลังจากที่ส่งกองทัพเข้ามาช่วยปราบปรามเหตุไม่สงบ

ทั้งนี้ การประท้วงในคาซัคสถานเริ่มจากความโกรธเกรี้ยวที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นก่อนจะบานปลายกลายเป็นการประท้วงต่อต้านรัฐบาลท่ามกลางความไม่พอใจที่คุณภาพชีวิตของประชาชนตกต่ำลงและการคอร์รัปชั่น

ประชาชนหลายพันคนออกมารวมตัวกันบนท้องถนนและบุกยึดและจุดไฟเผาทำเนียบรัฐบาล ข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยคาซัคสถานเมื่อวันศุกร์ (7 ม.ค.) ระบุว่า ผู้ประท้วงอย่างน้อย 26 รายเสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่

ทว่า ตัวเลขดังกล่าวอาจเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากคลิปวิดีโอที่ปรากฏในโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นว่ากองทัพยิงอาวุธอัตโนมัติในเมืองอัลมาตีซึ่งเป็นเมืองใหญ่สุดของประเทศ

Photo by Alexander PLATONOV / AFPTV / AFP

ทำไมโลกต้องสะเทือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นในคาซัคสถาน?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/672451

วันที่ 07 ม.ค. 2565 เวลา 16:02 น.ทำไมโลกต้องสะเทือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นในคาซัคสถาน?สรุปสถานการณ์ในคาซัคสถานที่ไม่ใช่แค่ปัญหาภายใน แต่อาจลุกลามเป็นความขัดแย้งข้ามประเทศและส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก

ณ วันที่ 7 มกราคม 2022 ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากการลุกฮือในคาซัคสถานทำให้เกิดความกังวลว่าอุปทานน้ำมันดิบจากผู้ผลิต OPEC+ อาจหยุดชะงักได้ ในเวลาเดียวกันผลผลิตในลิเบียลดลง

หลุยส์ ดิกสัน นักวิเคราะห์ของ Rystad Energy ระบุในอีเมลว่า “ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นส่วนใหญ่สะท้อนถึงความกระวนกระวายใจของตลาด เนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่ทวีความรุนแรงขึ้นในคาซัคสถาน และสถานการณ์ทางการเมืองในลิเบียยังคงแย่ลงเรื่อยๆ และกีดกันการผลิตน้ำมัน”

มันไม่ใช่แค่ตลาดน้ำมันเท่านั้นที่สั่นสะเทือนเพราะคาซัคสถาน การที่คาซัคสถานเป็นแหล่งขุดคริปโตที่มาแรง เมื่อเกิดประท้วงรุนแรงขึ้นพร้อมกับการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตเป็นระยะทำให้การขุดคริปโตมีปัญหา เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ Bitcoin ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน ณ วันที่ 7 มกราคม

The New York Times รายงานว่า การสร้างหรือการขุด Bitcoin และคริปโตอื่น ๆ เป็นกระบวนการที่ใช้พลังงานมาก ก่อนหน้านี้นักขุดแแห่กันไปพึ่งจีนซึ่งมีพลังงานราคาถูก หลังจากที่ทางการจีนปราบปรามการขุดคริปโตปเมื่อปีที่แล้ว นักขุดถูกบังคับให้มองหาพลังงานราคาถูกที่อื่น คาซัคสถานที่อุดมด้วยถ่านหินกลายเป็นทางเลือกยอดนิยม

คำถามในตอนนี้ก็คือ เกิดอะไรขึ้นกับคาซักสถาน?

1. คาซัคสถานมีหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจที่เข้มแข็งที่สุดในเอเชียกลาง โดยการผลิตน้ำมันช่วยหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในสัดส่วนที่มาก และในตอนนี้ยังเป็นแหล่งขุดคริปโตที่กำลังมาแรงแห่งหนึ่งของโลก แต่เป็นประเทศที่มีปัญหาคอร์รัปชั่นที่รุนแรงมาก เงินรายได้จากน้ำมันถูกบริหารอย่างมีลับลมคมในโดยผู้มีอำนาจในประเทศ

2. เมืองจานาโอเซน (Zhanaozen) ซึ่งเป็นเมืองที่ผลิตน้ำมันในเขตมังกีทาอู มีประวัติการหยุดงานประท้วงและการประท้วงด้านแรงงาน ในปี 2011 เกิดการจลาจลขึ้นในเมืองท่ามกลางวันครบรอบ 20 ปีของวันประกาศอิสรภาพ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 16 รายและบาดเจ็บ 100 รายตามตัวเลขอย่างเป็นทางการ

ผู้ประท้วงเข้าร่วมการชุมนุมในอัลมาตีเมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 หลังจากขึ้นราคาพลังงาน – ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาและระเบิดช็อตเพื่อสลายการเดินขบวนหลายพันคนอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในเมืองอัลมาตี เมืองที่ใหญ่ที่สุดของคาซัคสถาน หลังจากการประท้วงที่เริ่มต้นจากราคาน้ำมันที่คุกคามจนควบคุมไม่ได้ (Photo by Ruslan PRYANIKOV / AFP)

3. คราวนี้การประท้วงเริ่มในเช้าวันที่ 2 มกราคม 2022 ผู้อยู่อาศัยในเมืองเมืองจานาโอเซนได้ปิดกั้นถนนเพื่อประท้วงการขึ้นราคาน้ำมัน ในวันถัดมาผู้ชุมนุมเพิ่มจำนวนมากขึ้น ผู้บริหารท้องถิ่นไม่สามารถทำให้ฝูงชนพอใจได้ จนต้องพากันหลบหนีจากฝูงชนที่เกรี้ยวกราด

4. ในวันเดียวกันนั้น การประท้วงลุกลามไปยังเมืองอื่นๆ มีรายงานการจับกุมประชาชนในเมืองนูร์-สุลต่าน, อักโทเบ และอัลมาตี ที่ซึ่งจัตุรัสรีพับลิกและจัตุรัสอัสตานาต้องถูกปิดลง ในเมืองอื่นๆ มีการสั่งให้เพิ่มกำลังตำรวจในที่สาธารณะ แต่ไม่สามารถขัดขวางพลังประชาชนทั่วประเทศได้ ต่างพากันเรียกร้องให้ลดค่าน้ำมันและรัฐบาลลาออก

5. เมื่อวันที่ 4 มกราคม ผู้คนประมาณ 1,000 คนรวมตัวกันเพื่อประท้วงที่ใจกลางอัลมาตี เมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ ตำรวจใช้ระเบิดแฟลชและแก๊สน้ำตาสลายผู้ประท้วง ประธานาธิบดีฆาเซิม-โฌมาร์ต โตกาเยฟ ต้องประกาศภาวะฉุกเฉินในเขตมันกีสตาอูและอัลมาตี ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 01:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ถึงวันที่ 19 มกราคม 00:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ภาพนี้แสดงให้เห็นผู้ประท้วงใกล้กับอาคารบริหารระหว่างการชุมนุมเพื่อขึ้นราคาพลังงานในอัลมาตีเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2565 – ผู้ประท้วงบุกโจมตีสำนักงานนายกเทศมนตรีในเมืองอัลมาตีที่ใหญ่ที่สุดของคาซัคสถานเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2565 เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในประเทศแถบเอเชียกลาง หมุนออกจากการควบคุม (Photo by AFP)

6. วันเดียวกันนั้น ประธานาธิบดีฆาเซิม-โฌมาร์ต โตกาเยฟ กล่าวว่าข้อเรียกร้องที่ถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมดของผู้ประท้วงจะได้รับการพิจารณา และหลังจากพบปะกับผู้ประท้วง คณะกรรมาธิการพิเศษ ตกลงที่จะลดราคา LPG เป็น 50 เทนเก (ราว 0.11 ดอลลาร์) ต่อลิตร แต่การประท้วงก็ยังไม่ซาลงแถมยังลามไปยังเมืองอื่น

7. เมื่อวันที่ 5 มกราคม ประธานาธิบดีโตกาเยฟยอมรับการลาออกของรัฐบาล ในวันเดียวกัน นักข่าวของรอยเตอร์รายงานผู้ประท้วงหลายพันคนมุ่งหน้าไปยังใจกลางเมืองอัลมาตี หลังจากกองกำลังความมั่นคงไม่สามารถสลายผู้ชุมนุมด้วยแก๊สน้ำตาและระเบิดแฟลช

8. ในอัลมาตี สำนักงานของนายกเทศมนตรีเมืองถูกโจมตีและถูกวางเพลิง สถานที่เก็บอาวุธขนาดเล็กถูกยึดโดยผู้ประท้วง การประท้วงที่สนามบินนานาชาติอัลมาตีส่งผลให้เที่ยวบินถูกยกเลิกและเปลี่ยนเส้นทาง และมีรายงานของรัฐบาลว่าผู้ประท้วงยึดเครื่องบิน 5 ลำ ผู้ประท้วงยังโจมตีบ้านของประธานาธิบดีโตกาเยฟด้วยปืนไรเฟิลและระเบิดมือ ซึ่งทำให้บ้านถูกทำลายบางส่วน

9. ในช่วงบ่ายแก่ๆ ของวันที่ 5 มกราคม ประธานาธิบดีโตกาเยฟประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศจนถึงวันที่ 19 มกราคม ซึ่งจะรวมถึงเคอร์ฟิวตั้งแต่เวลา 23:00 ถึง 07:00 น. การจำกัดการเคลื่อนไหวชั่วคราว และการห้ามการชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ทางโทรทัศน์ ประธานาธิบดีขู่ว่าจะปราบปรามผู้ประท้วง โดยระบุว่า “ผมวางแผนที่จะดำเนินการอย่างสุดกำลัง” และกล่าวว่าเขาไม่มีเจตนาที่จะหลบหนีออกนอกประเทศ

ภาพที่ถ่ายเมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2565 จากวิดีโอ AFPTV ที่จัดทำเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2565 แสดงให้เห็นว่าผู้ประท้วงปะทะกับกองกำลังความมั่นคงของคาซัคสถานระหว่างการประท้วงในเมืองอัลมาตีที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ (Photo by Alexander PLATONOV / AFPTV / AFP)

10. วันที่ 6 มกราคม ผู้ประท้วงหลายสิบคนและเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างน้อย 12 คนเสียชีวิต ที่อัลมาตีอาคารรัฐบาลบุกโจมตีหรือจุดไฟเผาและการปล้นสะดมอย่างกว้างขวาง กระทรวงมหาดไทยระบุว่า มีผู้ถูกจับกุม 2,298 รายในระหว่างเหตุการณ์ความไม่สงบ ขณะที่โฆษกตำรวจ ซัลตานาต อาซีร์เบก บอกกับช่องข่าวของรัฐ Khabar 24 ว่า “ผู้โจมตีหลายสิบคนถูกสังหาร”

11. พลร่มรัสเซีย 3,000 นายมาถึงคาซัคสถานในเช้าวันที่ 6 มกราคม หลังจากที่ประธานาธิบดีโตกาเยฟร้องขออย่างเป็นทางการเพื่อขอความช่วยเหลือต่อองค์การสนธิสัญญาความมั่นคงร่วม ประเทศร่วมภูมิภาค คือ อาร์เมเนีย เบลารุส คีร์กีซสถาน และทาจิกิสถาน ก็ส่งทหารเข้าประเทศเช่นกัน

12. วันที่ 7 มกราคม สำนักข่าวอินเทอร์แฟกซ์อ้างคำพูดของกระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานว่าหน่วยทหารรัสเซียกำลังบินเข้าสู่คาซัคสถาน “ตลอดเวลา” และควบคุมสนามบินของเมืองอัลมาตีที่ใหญ่ที่สุดร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของคาซัคสถาน

เอกสารแจกนี้ถ่ายและเผยแพร่โดยกระทรวงกลาโหมรัสเซียเมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2564 แสดงให้เห็นว่าพลร่มชาวรัสเซียกำลังขึ้นเครื่องบินขนส่งสินค้าทางทหารเพื่อออกเดินทางไปยังคาซัคสถานในฐานะกองกำลังรักษาสันติภาพที่สนามบินชคาลอฟสกี นอกกรุงมอสโก (Photo by Handout / Russian Defence Ministry / AFP)

13. สหรัฐเตือนกองกำลังรัสเซียที่ประจำการในคาซัคสถาน ไม่ให้เข้าควบคุมคาซัคสถาน โดยกล่าวว่าโลกจะจับตาดูการละเมิดสิทธิ เน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “สหรัฐ, และบอกตามตรง รวมถึงโลกด้วย จะจับตาดูการละเมิดสิทธิมนุษยชนใดๆ เราจะจับตาดูการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดการยึดสถาบันคาซัค”

14. ประธานาธิบดีคาซัคสถานสั่งให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเปิดฉากยิงโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้าในกรณีที่เกิดความวุ่นวายขึ้นอีก และเสริมว่าผู้ที่ล้มเหลวในการมอบตัวจะ “ถูกทำลาย” และกล่าวว่าระเบียบส่วนใหญ่ได้รับการฟื้นฟูในประเทศหลังจากเกิดความรุนแรงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนมาหลายวัน ด้านกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่ากองกำลังรักษาความมั่นคงได้เข้ายึดพื้นที่ทั้งหมดของประเทศ “ภายใต้การคุ้มครองที่เพิ่มขึ้น” และ “อาชญากรติดอาวุธ” 26 คนเสียชีวิตและบาดเจ็บ 18 คนจากเหตุการณ์ความไม่สงบ

15. อย่างไรก็ตาม มุคตาร์ อับเลียซอฟ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคาซัคสถานและผู้นำฝ่ายต่อต้านเผด็จการที่ปักหลักในฝรั่งเศสกล่าวว่า ระบอบการปกครองที่ปกครองคาซัคสถานตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียตกำลังใกล้จะสิ้นสุดในการปฏิวัติประชาชน เมื่อผู้คนรวมตัวกันเป็นครั้งแรกเพื่อแสดงความโกรธแค้นต่อรัฐบาล และยังได้กล่าวถึงการแทรกแซงทางทหารที่นำโดยรัสเซียว่าเป็น “การยึดครอง” และกระตุ้นให้ชาวคาซัคลุกขึ้นยืนหยัดต่อสู้กับกองกำลังต่างชาติ

Photo by Abduaziz MADYAROV / AFP

Bitcoin ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/672449

วันที่ 07 ม.ค. 2565 เวลา 15:23 น.Bitcoin ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายนร่วงลงมากถึง 5% สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน แต่เมื่อเทียบกับระดับสูงสุดเปHนประวัติการณ์ลดลงถึง 40%

สำนักข่าวรอยเตอร์ Bitcoin ร่วงลงมากถึง 5% สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน โดยร่วงลงต่ำกว่า 41,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางการกระแสขายคริปโตในวงกว้าง

Bitcoin ร่วงลง 3.7% หลังจากแตะ 40,938 ดอลลาร์ ซึ่งต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกสูญเสียไปกว่า 40% นับตั้งแต่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 69,000 ดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนของมันนับตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงทุกวันนี้ 

พลังประมวลผลทั่วโลกของเครือข่าย Bitcoin  ลดลงอย่างรวดเร็วในสัปดาห์นี้ หลังจากการปิดอินเทอร์เน็ตของคาซัคสถานเนื่องจากการจลาจลกระทบอุตสาหกรรมการขุดคริปโตเคอร์เรนซี่ที่เติบโตอย่างรวดเร็วของประเทศ

Bitcoin ยังอยู่ภายใต้แรงกดดันหลังจากรายงานผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐครั้งล่าสุดที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ ดูเหมือนว่าจะโน้มเอียงไปสู่การดำเนินการตามนโยบายเชิงรุกมากขึ้น ส่งผลให้บั่นทอนความสนใจของนักลงทุนต่อสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมาก

Matthew Dibb ซีโอโอของ Stack Funds แพลตฟอร์มคริปโตของสิงคโปร์กล่าวว่า “เราเห็นบรรยากาศการขายสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงในวงกว้างในทุกตลาดในปัจจุบัน เนื่องจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับแนวหน้าของความคิดของนักเก็งกำไร”

“สภาพคล่องใน BTC ค่อนข้างบางทั้งสองฝ่าย และมีความเสี่ยงที่จะกลับมาอยู่ในช่วง 30,000 กลางๆ ในระยะสั้น”

Ether ซึ่งเป็นโทเค็นที่ใหญ่เป็นอันดับสองตามมูลค่าราคาตลาด ลดลงมากถึง 8.6% ที่ $3,114 ซึ่งต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.

Photo by KAREN BLEIER / AFP

จีนพบห้องโถงหลุมศพ ซุกภาพวาด ‘สุริยัน-จันทรา’ ยุคราชวงศ์หมิง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/672434

วันที่ 07 ม.ค. 2565 เวลา 13:26 น.จีนพบห้องโถงหลุมศพ ซุกภาพวาด ‘สุริยัน-จันทรา’ ยุคราชวงศ์หมิงคณะนักโบราณคดีในมณฑลซานซีทางตอนเหนือของจีน ค้นพบห้องโถงหลุมศพก่ออิฐจากยุคราชวงศ์หมิง (ปี 1368-1644) จำนวน 3 แห่ง ซึ่งมีภาพวาดฝาผนังอยู่ข้างใน

สถาบันโบราณคดีมณฑลซานซีระบุว่ากลุ่มหลุมศพนี้ตั้งอยู่ที่เขตลู่โจวของเมืองฉางจื้อ โดยมีการเริ่มขุดสำรวจพื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่ปีก่อน ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งของงานก่อสร้างถนนสายใหม่

โครงสร้างหลุมศพและวัตถุที่ขุดพบบ่งชี้ว่าทั้งหมดอาจเป็นหลุมศพประจำตระกูลของผู้คนในยุคต้นราชวงศ์หมิง โดยหลังคาของห้องโถงหลุมศพแห่งหนึ่งพังทลาย และเหลือภาพวาดฝาผนังให้เห็นเพียงน้อยนิด

ทว่าภาพวาดฝาผนังในห้องโถงหลุมศพอีกสองแห่งยังอยู่ในสภาพดีและมีรูปแบบเดียวกัน โดยมีภาพวาดดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และองค์ประกอบอื่นๆ ตามตำนานจีน

นอกจากนั้นคณะนักโบราณคดียังค้นพบสิ่งปลูกสร้างสำหรับพิธีการ รวมถึงวัตถุโบราณ 18 ชิ้น อาทิ เหรียญทองแดง กระจกทองแดง และเซรามิก

เจิ้งหยวน รองผู้อำนวยการสถาบันฯ เผยว่าการค้นพบหลุมศพประจำตระกูลนี้มอบข้อมูลและวัตถุดิบสำคัญ สำหรับการศึกษาพิธีฝังศพในยุคสมัยดังกล่าว และสถาปัตยกรรมโบราณ

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

หลุมศพที่เขตลู่โจวของเมืองฉางจื้อ
หลุมศพที่เขตลู่โจวของเมืองฉางจื้อ
หลุมศพที่เขตลู่โจวของเมืองฉางจื้อ
หลุมศพที่เขตลู่โจวของเมืองฉางจื้อ
หลุมศพที่เขตลู่โจวของเมืองฉางจื้อ

โควิดจะไม่หยุดกลายพันธุ์ จนกว่าทั้งโลกจะได้รับวัคซีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/672403

วันที่ 07 ม.ค. 2565 เวลา 12:00 น.โควิดจะไม่หยุดกลายพันธุ์ จนกว่าทั้งโลกจะได้รับวัคซีนผู้เชี่ยวชาญเตือนโควิดสายพันธุ์ใหม่จะเกิดขึ้นเรื่อยๆ และอาจอันตรายกว่าเดิม หากคนทั้งโลกยังไม่ได้รับวัคซีน

ดร.แอนดริว ฟรีดแมน จากคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์กล่าวกับ CNBC ว่าโลกมีแนวโน้มที่จะเกิดโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ขึ้นเรื่อยๆ ตราบใดที่ยังมีคนไม่ได้รับวัคซีน พร้อมเตือนว่าเราอาจกำลังตกอยู่ในอันตรายจากสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น และบางสายพันธุ์อาจรุนแรงกว่าโอมิครอน

ฟรีดแมนตั้งข้อสังเกตว่าไวรัสกลายพันธุ์มีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้น แต่ก็ไม่เสมอไป “มันอาจเป็นไปได้ว่าสายพันธุ์ใหม่ในอนาคตจะมีศักยภาพในการแพร่เชื้อมากขึ้น หรือรุนแรงขึ้น แต่ก็ไม่สามารถพูดได้อย่างแน่ชัด”

จนถึงปัจจุบันมีการฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแล้วราว 9,280 ล้านโดสทั่วโลกโดย 58.6% ของประชากรโลกได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส ตามข้อมูลของ Our World in Data

ปัจจุบันประชากรอายุ 18 ปีขึ้นไปส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วในประเทศร่ำรวย โดยส่วนใหญ่เป็นชาติตะวันตก อาทิ ประเทศในยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา และหลายประเทศเหล่านี้มีการฉีดวัคซีนให้แก่ประชากรอายุน้อยแล้วด้วย

ในทางกลับกันประเทศที่มีรายได้ต่ำมีประชากรเพียง 8.5% เท่านั้นที่ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส

นับตั้งแต่เริ่มมีการเปิดตัววัคซีนองค์การอนามัยโลกได้เรียกร้องให้ประเทศร่ำรวยบริจาควัคซีนส่วนเกินให้แก่โครงการ COVAX เพื่อให้ทุกประเทศได้รับการจัดสรรวัคซีนอย่างเท่าเทียม โดยเน้นย้ำเสมอว่า “จะไม่มีใครปลอดภัยจนกว่าทุกคนจะปลอดภัย” “การระบาดจะไม่สิ้นสุดจนกว่าทุกคนจะได้รับวัคซีน”

อย่างที่เราได้เห็นกันแล้วว่านับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ประเทศจีนเมื่อปลายปี 209 ไวรัสก็ยังคงพัฒนาและกลายพันธุ์มาตลอด และการกลายพันธุ์บางครั้งก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไวรัสมีศักยภาพในการแพร่ระบาดมากขึ้นกว่าเดิม

Photo by YONHAP / AFP

จีนทำสำเร็จ ฝ่าด่านความเร็วเทคโนโลยี 6G

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/672433

วันที่ 07 ม.ค. 2565 เวลา 10:22 น.จีนทำสำเร็จ ฝ่าด่านความเร็วเทคโนโลยี 6Gขณะที่สหรัฐและพันธมิตรจะจับมือกันเพื่อร่วมพัฒนา 6G จีนเดินหน้าไม่หยุดจนสร้างมาตรฐานใหม่ได้

ห้องปฏิบัติการไฮเทค Purple Mountain Laboratories ในหนานจิง เมืองหลวงของมณฑลเจียงซู ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารไร้สายแบบเรียลไทม์ที่ความเร็ว 100/200Gbps (กิกะบิตต่อวินาที) ที่มุ่งไปสู่ระดับ 6G โดยมีอัตราการส่งข้อมูลสูงกว่า 10-20 เท่าของเครือข่าย 5G

ทั้งนี้ เครือข่าย 5G ใช้คลื่นความถี่ในช่วง 24 GHz ถึง 100 GHz หรือที่เรียกว่า mmWave

Global Times รายงานว่า ความสำเร็จครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนแผนวิจัยและพัฒนาหลักระดับประเทศสำหรับการมุ่งไปสู่เทคโนโลยี 6G ทำให้ระบบทดลองการสื่อสารไร้สายแบบเรียลไทม์ขนาด 360-430GHz เทอร์เฮิร์ตซ์100/200Gbps ถูกสร้างขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งนำไปสู่การส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ที่เร็วที่สุดสำหรับการสื่อสารไร้สายแบบเรียลไทม์เทอร์เฮิร์ตซ์ เท่าที่มีการรายงานกันมาต่อสาธารณชน

Purple Mountain Laboratories กล่าวว่า ความสำเร็จนี้มีโอกาสนำไปปรับใช้ในวงกว้าง โดยสามารถรวมเข้ากับเครือข่ายใยแก้วนำแสงที่มีอยู่เพื่อสร้างการเข้าถึงไร้สายความเร็วสูงพิเศษทั้งกลางแจ้งและในร่ม 100 ~ 1000Gbps สามารถลดต้นทุนและการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังสามารถติดตั้งกับดาวเทียม โดรน และแพลตฟอร์มอื่นๆ ได้ ซึ่งใช้ในสถานการณ์การสื่อสารไร้สายความเร็วสูงระหว่างกลุ่มดาวเทียม ระหว่างท้องฟ้ากับโลก และระหว่างดาวเทียม ในระยะกว่าพันกิโลเมตรเพื่อให้เกิดการสื่อสารแบบบูรณาการของอากาศ อวกาศ โลก และทะเล

Global Times ระบุว่าย่านความถี่เทราเฮิร์ตซ์ตั้งแต่ 300GHz ถึง 3THz จะเพิ่มความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุดของระบบ 5G ที่มีอยู่ ซึ่งสามารถให้บริการการสื่อสารแบบโฮโลแกรม 6G ในอนาคต รวมถึงเมตาเวิร์ส และแอปพลิเคชันใหม่อื่นๆ

REUTERS/George Frey/File Photo

‘กรณียอโควิช’ ลุกลามเป็นวิวาทะระหว่างประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/672406

วันที่ 07 ม.ค. 2565 เวลา 09:00 น.'กรณียอโควิช' ลุกลามเป็นวิวาทะระหว่างประเทศเมื่อนักเทนนิสมือ 1 ท้าท้ายมาตรการวัคซีน ผลจึงเป็นเช่นนี้ เมื่อโนวัค ยอโควิช ส่อพลาดโอกาสสำคัญในการป้องกันแชมป์ออสเตรเลียน โอเพ่น เพราะไม่ยอมฉีดวัคซีน

“เราไม่ได้เรียกร้องให้ใช้ความรุนแรง เพียงแค่ต้องการสนับสนุนเท่านั้น” ซารจัน ยอโควิช พ่อของโนวัค ยอโควิช กล่าวในการชุมนุมที่กรุงเบลเกรด ท่ามกลางฝูงชนโบกธงเซอร์เบียและป้ายทำเอง รวมทั้งป้ายที่เขียนว่า “พวกเขากลัวคนที่เก่งที่สุด หยุดลัทธิฟาสซิสต์โคโรนา”

“พระเยซูถูกตรึงกางเขนและทุกข์ทนหลายสิ่งหลายอย่าง แต่ยังมีชีวิตอยู่ท่ามกลางพวกเรา โนวัคก็ถูกตรึงกางเขนเช่นกัน… นักกีฬาและชายที่เก่งที่สุดในโลก เขาจะฟันฝ่ามัน” ซารจัน ยอโควิช กล่าว

โนวัค ยอโควิช นักเทนนิสมือวางอันดับ 1 ของโลกชาวเซอร์เบีย แชมป์ออสเตรเลียน โอเพ่น 9 สมัย อาจจะไม่สามารถป้องกันแชมป์ซึ่งกำลังจะเปิดฉากในวันที่ 17 ม.ค. นี้ได้

นั่นหมายความว่าเขาอาจจะชวดเงินรางวัลถึง 4.4 ล้านดอลลาร์หากป้องกันแชมป์เอาไว้ได้ เงินรางวัลนี้เพิ่มขึ้นมาถึงเกือบเท่าตัวจาก 2.75 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว

หลังจากที่ถูกออสเตรเลียยกเลิกวีซ่า ห้ามเดินทางเข้าประเทศ เนื่องจากไม่มีหลักฐานการฉีดวัคซีนโควิด-19

ก่อนหน้านี้ยอโควิชแสดงท่าทีคัดค้านการฉีดวัคซีน และไม่เคยเปิดเผยสถานะการฉีดวัคซีนของตนเองเลย

แต่ถ้าเรื่องถึงชั้นศาลแล้วพบว่ายอโควิชให้ข้อมูฃเท็จเรื่องเข้าเมืองจริง เขาอาจถูกห้ามเข้าออสเตรเลียนานถึง 3 ปี นั่นหมายความว่า โอกาสที่จะป้องกันแชมป์หรือชิงแชมป์ก็จะหมดไปด้วยถึง 3 ปี 

เรื่องนี้ขึ้นกับรัฐบาลออสเตรเลียแล้วว่าจะเข้มงวดแค่ไหนกับยอโควิช

ด้านนายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสันของออสเตรเลียกล่าวว่า ยอโควิชไม่ได้รับการยกเว้นหรือสิทธิพิเศษใดๆ สำหรับข้อกำหนดที่นักเดินทางทุกคนต้องฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มก่อนเดินทางเข้าออสเตรเลีย เขาต้องอยู่ภายใต้กฎเดียวกันกับคนอื่นๆ

“หากคุณมีวีซ่าและได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มเราก็ยินดีต้อนรับ แต่หากคุณไม่ฉีดวัคซีนและไม่ใช่พลเมืองออสเตรเลียคุณก็เข้ามาไม่ได้” มอร์ริสันกล่าว

“วีซ่าของยอโควิชถูกยกเลิก กฎก็ต้องเป็นกฎ ไม่มีใครอยู่เหนือกฎเหล่านี้ นโยบายที่เข้มงวดของเรามีความสำคัญต่อออสเตรเลียที่มีอัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19 ต่ำที่สุดประเทศหนึ่งของโลก และเรากำลังเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง”

ยอโควิชถูกกักตัวหลังเดินทางถึงออสเตรเลีย ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าเขาต้องถูกส่งตัวกลับโดยไม่มีอภิสิทธิ์ใดๆ เนื่องจากไม่มีหลักฐานการฉีดวัคซีน แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะบอกว่าตนได้รับข้อยกเว้นเป็นกรณีพิเศษซึ่งสามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้โดยไม่ต้องฉีดวัคซีน

ทางการออสเตรเลียได้ปฏิเสธหลายครั้งหลายครั้งที่จะยืนยันว่ามือหนึ่งของโลกถูก “เชิญ” ไปพักที่ไหน แต่เชื่อกันว่ายอโควิชพักค้างคืน ณ สถานที่ที่รู้จักกันอย่างเป็นทางการว่า “สถานกักขังทางเลือก” หรือ “Alternative Place of Detention” ในเมืองเมลเบิร์น

สถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นโรงแรมแห่งนี้เคยเป็นบ้านของผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัยราว 32 คน ซึ่งติดอยู่ในระบบตรวจคนเข้าเมืองของออสเตรเลียอย่างเข้มงวดมานานหลายปี ผู้ต้องถูกกักกันไม่สามารถออกจากโรงแรมได้ และไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าหรือออก ยกเว้นพนักงาน

และสถานที่ดังกล่าวเป็นข่าวอื้อฉาวในปีที่แล้วเมื่อเกิดไฟไหม้ในอาคารทำให้ผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัยต้องหนีตายออกมา และกล่าวพบหนอนในอาหารที่ใช้เลี้ยงผู้ลี้ภัยด้วย 

หากยอโควิชถูกควบคุมตัวในสถานที่แบบนี้ ยิ่งทำให้เกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรงแน่นอนในระดับการเมืองระหว่างประเทศ

กรณีนี้เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์แตกออกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายแรกไม่พอใจทางการออสเตรเลียที่เข้มงวดเกินไป ส่วนฝ่ายหลังบอกว่ายอโควิชไมมีอภิสิทธิ์ใดๆ ที่จะแหกมาตรการของประเทศออสเตรเลีย

หนึ่งในเสียงไม่พอใจคือ อเล็กซานดาร์ วูซิช ประธานาธิบดีเซอร์เบีย ที่บอกว่า “สิ่งที่ไม่ยุติธรรมก็คือการไล่ล่าแม่มดทางการเมือง (กำลังเกิดขึ้นกับโนวัค) โดยน้ำมือของทุกคนรวมถึงนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียที่แสร้งทำเป็นว่ากฎนี้มีผลกับทุกคน”

ขณะที่แถลงการณ์กระทรวงการต่างประเทศเซอร์เบีย ประกาศว่า  “ยอโควิชไม่ใช่อาชญากร ผู้ก่อการร้าย หรือผู้อพยพผิดกฎหมาย แต่ได้รับการปฏิบัติโดยทางการของออสเตรเลีย ซึ่งทำให้แฟนๆ และพลเมืองเซอร์เบียของเขาไม่พอใจ”

อย่างไรก็ตาม ยอโควิชและทีมงานยังไม่ถอดใจกับการลงแข่งขันออสเตรเลียน โอเพ่นครั้งนี้ โดยได้ประสานกับทีมกฎหมายเพื่อดำเนินการต่อไป ขณะที่ชาวเซอร์เบียเองก็เอาใจช่วยให้เขาได้ลงแข่งขันด้วยเช่นกัน

บางทีคนที่มีความเห็นเป็นรูปธรรมที่สุดอาจเป็นคนในวงการเทนนิสด้วยกันเอง เช่น นาดาล ที่บอกว่า “เขาตัดสินใจด้วยตัวเอง และทุกคนมีอิสระที่จะตัดสินใจด้วยตัวเอง แต่ก็มีผลบางอย่างที่ตามมาเหมือนกัน”

แอนดี้ ร็อดดิก อดีตแชมป์ยูเอส โอเพ่น และมือหนึ่งของโลกซึ่งเป็นคู่ปรับในช่วงต้นอาชีพของยอโควิชบอกว่า  “เราไม่ควรมาชุมนุมประท้วงเพื่อโต้เถียงกันเกี่ยวกับผู้เข้าร่วมการแข่งขันเทนนิส ข้อมูลความเสี่ยงเกี่ยวกับเรื่องนี้จะไม่มีเลยหากได้รับการฉีดวัคซีน เราทุกคนตัดสินใจเลือกเอง เรายังรับผลที่ตามมาด้วยตัวเราเองด้วย”

อีกหนึ่งในนั้นคืออดีตโค้ชของยอโควิช บอริส เบคเกอร์ แชมป์แกรนด์สแลม 6 สมัย เขาบอกกับ BBC ว่า

“คุณไม่สามารถทำให้ผู้คนรักคุณได้ และนั่นเป็นเหตุบางส่วนให้เกิดเรื่องขึ้น เขาเป็นนักกีฬาหนุ่มที่มีทัศนคติที่เหมาะสมและมีบุคลิกที่เข้าที เขามีมุมมองชีวิตที่ต่างออกไป เขามีมุมมองว่าเขากินอย่างไร แตกต่างออกไปอย่างไร ดื่มอย่างไร หลับอย่างไร นั่นคือสิ่งที่คุณไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์เขาได้ บางทีนั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงประสบความสำเร็จ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะยอมรับเขาได้ ผมเข้าใจ”

Photo by William WEST / AFP