เราจะพึ่ง Bitcoin เป็นการลงทุนในวัยชราได้ไหม?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684615

วันที่ 31 พ.ค. 2565 เวลา 17:15 น.เราจะพึ่ง Bitcoin เป็นการลงทุนในวัยชราได้ไหม?

แม้ว่าตลาดคริปโตจะผันผวนและร่วงหนัก แต่ผู้สูงอายุเริ่มหันมาลุงทุนในสกุลเงินดิจิทัลเพื่อเป็นกองทุนในยามเกษียณกันมากขึ้น

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า หากคุณคิดว่าคริปโตเป็นเรื่องของคุนหนุ่มคนสาวละก็ คุณคิดผิด

เพราะผู้คนในสหรัฐมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาก่อนหน้านี้พากันหันมาลงทุนในคริปโตเพื่อเป็นเงินกองทุนสำหรับใช้ในวัยเกษียณมากขึ้น แม้ว่าการล่มสลายของตลาดเมื่อเร็วๆ นี้จะเป็นเครื่องเตือนใจได้อย่างดีว่าตลาดที่ผันผวนอย่างหนักนี้ไม่เหมาะกับคนใจไม่ถึงก็ตาม

การสำรวจเมื่อปลายเดือน มี.ค.โดยแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต KuCoin พบว่า 27% ของชาวอเมริกันอายุ 18-60 ปี หรือราว 50 ล้านคนถือหรือซื้อขายคริปโตในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โดยชาวอเมริกันที่อายุมากขึ้นหันมาหาคริปโตมากกว่าชาวอเมริกันทั่วไป ซึ่ง 28% ของคนที่อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปเดิมพันกับคริปโตเพื่อหาเงินไว้ใช้ในวัยเกษียณ

คนกลุ่มนี้มองว่าคริปโตคืออนาคตของการเงิน พวกเขาไม่ต้องการตกเทรนด์ และมองว่าเป็นหนทางในการกระจายการลงทุนให้หลากหลาย

ความปั่นป่วนของตลาดคริปโตในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมากลบกระแสที่พูดคุยกันเมื่อตอนต้นปีว่า Bitcoin และคริปโตอื่นๆ จะได้รับการยอมรับจากกระแสหลักและถูกนำไปสู่แผนบำนาญเกษียณอายุ

อีริก คนุตเซน ประธานสายงานลงทุนของ Neuberger Berman เผยว่า “ถ้าพวกเขา (นักลงทุน) ต้องการคริปโต มันควรจะเป็นส่วนน้อยในพอร์ตการลงทุนของพวกเขา และพวกเขาควรเตรียมตัวที่จะสูญเสียมันไปด้วย เราจะไม่แนะนำให้ทุกคน”

Bitcoin ซื้อขายกันที่ราว 30,000 เหรียญสหรัฐ ลดลงจากช่วงพีคเมื่อเดือน พ.ย.ที่ 69,000 เหรียญสหรัฐถึง 60% และการล่มสลายของตลาดหมายความว่านักลงทุนหน้าใหม่หลายคนขาดทุนหนัก

อย่างไรก็ดี นักลงทุนคริปโตและนักวิเคราะห์กำลังจับตาดูสัญญาณบ่งชี้ว่า Bitcoin จะดีดตัวกลับมาอย่างใกล้ชิด

นิโคลอส ปานิยิตโจกลู และทีมยุทธศาสตร์ของ JP Morgan เผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ความโกลาหลของคริปโตทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสั่นคลอนมากจนตัวชี้วัดส่งสัญญาณว่าเป็นจุดเข้าซื้อที่ดีสำหรับนักลงทุนระยะยาว

JP Morgan ระบุว่า กองทุน Bitcoin รวมทั้งกองทุนรวมดัชนี (ETFs) มีการไหลออกครั้งใหญ่นับตั้งแต่เดือน พ.ค.ปีที่แล้ว หนังสือมอบฉันทะสำหรับตลาดซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าชิคาโก (CME) ของ Bitcoin กำลังขยับเข้าใกล้แดนที่มีแรงเทขายจำนวนมาก

JP Morgan ประเมินมูลค่ายุติธรรมของ Bitcoin ไว้ที่ 38,000 เหรียญสหรัฐโดยใช้โมเดลอัตราส่วนความผันผวนของ Bitcoin ต่อทองคำ

การสำรวจของ KuCoin มีขึ้น 1 สัปดาห์หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด สำรวจความคิดเห็นผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน 11,000 คนและพบว่า 12% ลงทุนในคริปโตเมื่อปีที่แล้ว โดยเกือบครึ่งหนึ่งของคนที่ถือคริปเพื่อการลงทุนมีรายได้ต่อปี 100,000 เหรียญสหรัฐขึ้นไป และเกือบ 1 ใน 3 มีรายได้ต่อปีต่ำว่า 50,000 เหรียญสหรัฐ

ความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่มีความผันผวนที่ต้องห้ามสำหรับผู้ที่มีจุดประสงค์เพื่อการเกียณอายุ นอกเสียจากว่าจะเป็นนักลงทุนมืออาชีพ อาทิ กองทุนเฮดจ์ฟันด์ หรือเตรียมพร้อมที่จะรับการสูญเสียเงินจำนวนมหาศาล ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นก็ควรหลีกเลี่ยง

REUTERS/Edgar Su/File Photo

ทางสายมรณะที่ถูกลืม รถไฟสายขั้วโลกที่คร่าชีวิตชาวรัสเซียมหาศาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684620

วันที่ 31 พ.ค. 2565 เวลา 18:29 น.ทางสายมรณะที่ถูกลืม รถไฟสายขั้วโลกที่คร่าชีวิตชาวรัสเซียมหาศาล

รัสเซียเล็งปัดฝุ่นโครงการเส้นทางรถไฟที่ได้ชื่อว่า “ถนนมรณะของสตาลิน”

เมื่อราว 70 ปีก่อนผู้คนหลายพันคนเสียชีวิตจากความหิวโหยและเย็นยะเยือก ขณะวางรางรถไฟข้ามพื้นที่รกร้างของไซบีเรียเหนือ ตอนนี้เซอร์เก ซอยกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของรัสเซียกล่าวว่าพร้อมที่จะรื้อฟื้นโครงการ Transpolar Mainline ที่ถูกทิ้งไปเกือบ 70 ปีขึ้นมาใหม่ และจะร่วมกับสมาคมภูมิศาสตร์รัสเซียเพื่อสำรวจพื้นที่เร็วๆ นี้ ตามรายงานของ The Moscow Times

Transpolar Mainline เป็นหนึ่งในหลายโครงการที่ริเริ่มโดยโจเซฟ สตาลิน อดีตนายกรัฐมนตรีสหภาพโซเวียต การก่อสร้างเริ่มต้นในปี 1947 และดำเนินต่อไปจนกระทั่งผู้นำโซเวียตเสียชีวิตในปี 1953

เส้นทางรถไฟจากซาเลฮาร์ดไปยังอิการ์คา (Salekhard–Igarka) ระยะทาง 1,300 กิโลเมตร เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Transpolar Mainline ประมาณการว่ามีคนงานประมาณ 80,000-120,000 คน โดยส่วนใหญ่เป็นนักโทษ โดยเฉพาะนักโทษทางการเมือง

ทั้งนี้ เดิมทีมีแผนการสร้างท่าเรือซาเลฮาร์ดบนแม่น้ำอ็อบ เพื่อส่งสินค้าจากโรงงานในไซบีเรียตะวันตก รวมถึงโรงงานนิกเกิลในโนริลสค์ แต่แม่น้ำอ็อบตื้นเกินไปสำหรับเรือน้ำลึกจึงสร้างท่าเรืออีกแห่งที่อิการ์คาบนแม่น้ำเยนีเซย์ ต่อมาจึงได้มีการเชื่อมต่อซาเลฮาร์ดและอิการ์คาด้วยรถไฟ

ถนนมรณะ

การก่อสร้างอยู่ภายใต้การดูแลของพันเอกวาซิลี บาราบานอฟ โดยมีเป้าหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งออกนิกเกิล, จัดหางานให้แก่นักโทษหลังสงคราม และเพื่อเชื่อต่อท่าน้ำอิการ์คาและซาเลฮาร์ดกับเครือข่ายรถไฟรัสเซียตะวันตก

ทว่า ตลอดระยะเวลา 6 ปีของการสร้างเส้นทางนี้ มีคนงานเสียชีวิตหลายพันคน จนมันถูกเรียกว่า “ถนนมรณะของสตาลิน” ในช่วงฤดูหนาวคนงานต้องเผชิญกับความหนาวเย็นและเยือกแข็ง อุณภูมิลดลงถึง -60 องศาเซลเซียส รวมถึงการขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง ส่วนในช่วงฤดูร้อนก็ประสบกับโรคภัยไข้เจ็บ การจู่โจมของยุง ริ้น และแมลงต่างๆ ทั้งยังต้องถูกกดขี่และเฆี่ยนตี

ตลอดจนยังมีปัญหาด้านการก่อสร้าง รวมถึงความยากในการก่อสร้างบนชั้นดินที่เยือกแข็ง ระบบลอจิสติกส์ที่ย่ำแย่ กรอบระยะเวลาที่สั้นเกินไป สภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ประกอบกับการขาดแคลนเครื่องจักรอย่างรุนแรง

การก่อสร้างยังไม่ทันแล้วเสร็จ เหลืออีกอย่างน้อย 600 กิโลเมตรสตาลินก็เสียชีวิตไปเสียก่อน ขณะที่ผู้นำคนใหม่ก็ละทิ้งโครงการดังกล่าวไป

ไม่มีใครทราบจำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริงบนทางสายมรณะนี้ ทราบเพียงแต่ว่าเป็นจำนวนหลายพันคน ขณะที่บางสื่อระบุว่า 1 ใน 3 ของคนงานทั้งหมดเสียชีวิต

Photo by ComIntern/Transpolar Railway between Salekhard and Nadym/Wikipedia

เผย ‘วาฬ’ แค่ 7 รายเป็นเหตุให้ทั้งตลาดคริปโตต้องย่อยยับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684598

วันที่ 31 พ.ค. 2565 เวลา 14:40 น.เผย 'วาฬ' แค่ 7 รายเป็นเหตุให้ทั้งตลาดคริปโตต้องย่อยยับ

ทีมวิจัย Nansen เจาะลึกสาเหตุที่ทำให้ UST หลุด Peg คริปโตร่วงระนาว

The Independent อ้างรายงานของ Nansen บริษัทวิเคราะห์คริปโตเคอร์เรนซีซึ่งเปิดเผยรายงานเชิงลึกเกี่ยวกับการล่มสลายของเหรียญ LUNA และ TerraUSD (UST) เมื่อต้นเดือนนี้ที่กวาดล้างมูลค่า 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐจากการถือครองของนักลงทุน โดยชี้ว่าเกิดจาก “วาฬ” 7 ราย

รายงานล่าสุดของ Nansen แย้งข่าวหนาหูก่อนหน้านี้ที่ว่ามี “ผู้โจมตี” หรือ “แฮ็กเกอร์” คนหนึ่งทำงานเพื่อทำให้ UST ไม่เสถียร

“จากการตรวจสอบของเราพบว่ามีผู้เล่นจำนวนไม่กี่รายพบความไม่มั่นคงในช่วงต้นที่มูลค่าของ UST จะหลุดจากที่ตรึงราคาไว้ที่ 1 เหรียญสหรัฐ (de-peg)” Nansen กล่าวในรายงาน

ระหว่างวันที่ 7-11 พ.ค. กลุ่มคนเหล่านั้นซึ่งเรียกว่า “วาฬ” ดูเหมือนจะหมดศรัทธาในความสามารถของ UST ที่จะยังคงผูกมัดกับเงินดอลลาร์ ทำให้เกิดการขายเหรียญอย่างดุดัน

วาฬคืออะไร

Investopedia อธิบายว่า “วาฬ” หรือ “เจ้ามือ” ในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีหมายถึงนักลงทุนที่มีสกุลเงินดิจิทัลในครอบครองจำนวนมาก มากพอที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงมูลค่าของสกุลเงินได้ โดยวาฬสามารถสร้างความผันผวนของราคา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาย้ายสกุลเงินดิจิทัลจำนวนมากในธุรกรรมเดียว เมื่อวาฬขายออกไป นักลงทุนรายอื่นๆ จะตื่นตัวในระดับสูงและจับตาดูสัญญาณบ่งชี้ว่าวาฬกำลัง “ทิ้ง” เหรียญนั้นๆ

ยกตัวอย่างนักลงทุนที่ถือคริปโตจำนวนมากที่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง อาทิ แซม แบงแมน-ฟรายด์, ไมเคิล เจ. เซย์เลอร์ และไบรอัน อาร์มสตรอง

เมื่อวาฬเทขาย UST

หลังจากความพยายามของ Luna Foundation Guard องค์กรไม่แสวงหากำไรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการเติบโตของระบบนิเวศ Terra และรักษาเสถียรภาพราคาของ UST ไม่สำเร็จ ผู้ถือจำนวนก็มากตัดสินใจที่จะขายเหรียญดังกล่าวก่อนที่จะขาดทุนไปมากกว่านี้ เป็นสาเหตุให้ UST มีราคาตกต่ำกว่า 0.10 เหรียญสหรัฐในที่สุด แล้วยังทำให้เหรียญคู่หูอย่าง LUNA มีมูลค่าลดลงมากกว่า 99%

กระทบทั้งตลาด

การล่มสลายของเหรียญ LUNA และ UST มีส่วนทำให้ทั้งตลาดคริปโตตกต่ำซึ่ง Bitcoin, Ethereum และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ตกลงมาสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 18 เดือน

หลังจากนั้น Terra ได้เปิดตัว LUNA เวอร์ชันใหม่ที่เรียกว่า Terra 2.0 ซึ่งหวังว่าจะสามารถชดเชยนักลงทุนด้วยการมอบเหรียญฟรีให้กับพวกเขา แต่หลังจากเปิดตัวบนกระดานเทรดในช่วงสุดสัปดาห์ก็ประสบปัญหาราคาตก โดยลดลงจากเกือบ 20 เหรียญสหรัฐมาอยู่ที่ต่ำกว่า 5 เหรียญสหรัฐในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo/File Photo

ชีวิตสิ้นหวังของคนศรีลังกา ต่อคิวรอเติมน้ำมันถึง12ชั่วโมง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684594

วันที่ 31 พ.ค. 2565 เวลา 14:00 น.ชีวิตสิ้นหวังของคนศรีลังกา ต่อคิวรอเติมน้ำมันถึง12ชั่วโมง

เสียงสะท้อนจากชาวศรีลังกาที่ต้องรอคิวเติมน้ำมันกว่า 12 ชั่วโมง บางครั้งถึงคิวแล้วแต่น้ำมันหมดก่อน

สำนักข่าว Reuters รายงานเสียงสะท้อนจาก ลาซานดา ทีปติ หญิงชาวศรีลังกาวัย 43 ปีที่มีอาชีพขับรถตุ๊กตุ๊กในแถบชานเมืองกรุงโคลอมโบที่แผนการในแต่ละวันของเธอต้องขึ้นอยู่กับการรอคิวเติมน้ำมันรถ

ก่อนรับลูกค้าเธอต้องก้มมองเกจ์น้ำมันรถเพื่อดูให้แน่ใจว่ายังมีพอ และเมื่อมันใกล้หมดเธอก็ต้องไปต่อแถวด้านนอกปั๊มน้ำมันร่วมกับชาวศรีลังหาคนอื่นๆ ซึ่งบางครั้งเธอต้องเฝ้ารอไปตลอดคืน และเมื่อถึงคิวก็ต้องพบว่าราคาน้ำมันสูงกว่าราคาเมื่อ 8 เดือนก่อนถึง 2.5 เท่า

ทีปติคือหนึ่งในชาวศรีลังกาหลายล้านคนที่ต้องดิ้นรนต้อสู้กับภาวะเงินเฟ้อที่ทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว รายได้ที่ลดลง และความขาดแคลนทุกๆ อย่างตั้งแต่น้ำมันไปจนถึงยารักษาโรค ขณะที่ประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจครั้งเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ได้รับเอกราชในปี 1948

การที่ผู้หญิงขับรถตุ๊กตุ๊กไม่ค่อยมีให้เห็นในศรีลังกา แต่มันก็เป็นงานที่ทีปติทำมา 7 ปีแล้วเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องสมาชิกในครอบครัวที่มีด้วยกัน 5 คนคือ แม่ น้องชาย 3 คน และตัวเธอ โดยการใช้แอพพลิเคชันให้บริการเรียกรถสาธารณะอย่าง PickMe ของศรีลังกา

นับตั้งแต่เกิดวิกฤตทางการเงิน เธอต้องดิ้นรนกับการหาน้ำมันและรายได้ให้เพียงพอ เนื่องจากมีคนใช้บริการรถตุ๊กตุ๊กน้อยลงและภาวะเงินเฟ้อที่ทะยานทะลุ 30% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

รายได้เดือนละ 50,000 รูปีศรีลังกา หรือ 138 เหรียญสหรัฐ เริ่มลดลงตั้งแต่เดือน ม.ค. และตอนนี้หดลงมาเหลือไม่ถึงครึ่งของเงินที่เธอเคยหาได้

ธีปติเผยว่า “ฉันใช้เวลาไปกับการเติมน้ำมันมากกว่าทำอย่างอื่น บางครั้งฉันไปต่อคิวตั้งแต่บ่าย 3 กว่าจะได้เติมก็ 12 ชั่วโมงต่อมา มีสองสามครั้งที่ไปถึงหน้าแถวแล้วแต่น้ำมันหมดก่อน”

ธีปติเผยว่า เมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมาเธอต้องต่อคิวถึง 2 วันครึ่งเพื่อเติมน้ำมัน “ฉันไม่รู้จะใช้คำไหนมาอธิบายว่ามันแย่แค่ไหน บางครั้งก็รู้สึกไม่ปลอดภัยตอนกลางคืนแต่ก็ไม่มีอย่างอื่นให้ทำ”

กิจวัตรที่หญิงรายนี้ทำเป็นประจำช่วงเช้าคือการเปลี่ยนเสื้อผ้า เติมน้ำใส่ขวด เช็ดรถ แล้วจุดธูปเพื่อขอพรก่อนขึ้นรถ ภารกิจของเธอก็คือการตามหาน้ำมันซึ่งราคาพุ่ง 259% นับตั้งแต่เดือน ต.ค. ปีที่แล้ว หลังจากรัฐบาลตัดเงินอุดหนุนเพื่อพยายามรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจที่กำลังสั่นคลอน

รากเหง้าของวิกฤตครั้งล่าสุดของศรีลังหาคือ การแพร่ระบาดของ Covid-19 ซึ่งทำลายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและลดการส่งเงินกลับบ้านของชาวศรีลังหาในต่างแดน รวมทั้งการลดภาษีตามนโยบายประชานิยมของรัฐบาลประธานาธิบดี โกตาบายา ราชปักษา

ด้วยความโกรธแค้นต่อการขาดแคลนที่ขยายเป็นวงกว้าง และกล่าวหาครอบครัวราชปักษาที่มีอำนาจว่าจัดการเศรษฐกิจผิดพลาด ทำให้ผู้ประท้วงหลายพันคนไปรวมตัวกันที่ถนนทั่วประเทศในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเพื่อจัดการประท้วงซึ่งส่วนใหญ่เป็นไปอย่างสันติ

รานิล วิกรามาสิงหะ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของศรีลังกา ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีแผนประกาศงบประมาณใน 6 สัปดาห์ ซึ่งจะมีการตัดลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ลงอย่างมาก แล้วโยกย้ายเงินส่วนนี้ไปไว้ในโครงการสวัสดิการที่มีระยะเวลา 2 ปีแทน

นโยบายของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ยังรวมถึงการผลักดันการเจรจากับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพื่อให้ได้เงินกู้ที่ศรีลังกาต้องการอย่างมากในเวลานี้

แต่ธีปติไม่เชื่ออีกแล้ว

รถยนต์ที่เธอใช้เงินเก็บซื้อต้องถูกขายไปเมื่อปีที่แล้ว เพราะเจ้าตัวไม่มีเงินจ่ายค่างวด ส่วนรถตุ๊กตุ๊กอีกคันหนึ่งซึ่งน้องชายของเธอขับเป็นส่วนใหญ่ก็ต้องซ่อม แต่ครอบครัวนี้แทบจะไม่มีเงินจ่ายค่าซ่อม และธีปติยังมีค่าที่ดินที่เธอซื้อก่อนเกิด Covid-19 ที่ค้างจ่ายอีกกว่า 100,000 รูปีศรีลังกา

ธีปติยังต้องการไปเยี่ยมหลานสาววัย 3 เดือนแต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะเดินทางไปที่เมืองมาธาราที่ลูกสาวที่เป็นพยาบาลของเธออาสัยอยู่ซึ่งห่างออกไปราว 170 กิโลเมตรได้อย่างไร

“ฉันแทบจะไม่มีข้าวและผักเพียงพอสำหรับครอบครัวของฉัน ฉันไม่สามารถซื้อยาที่แม่จำเป็นต้องใช้ เดือนหน้าเราจะอยู่กันอย่างไร ฉันไม่รู้เลยว่าอนาคตเราจะเป็นอย่างไร”

REUTERS/Adnan Abidi

เชือดไก่ให้ลิงดู ไม่จ่ายด้วยรูเบิลรัสเซียตัดก๊าซบริษัทดัตช์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684584

วันที่ 31 พ.ค. 2565 เวลา 12:15 น.เชือดไก่ให้ลิงดู ไม่จ่ายด้วยรูเบิลรัสเซียตัดก๊าซบริษัทดัตช์

Gazprom ประกาศระงับจ่ายก๊าซไปยังเนเธอร์แลนด์ จนกว่าจะยอมจ่ายด้วยรูเบิล

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า Gazprom บริษัทส่งออกก๊าซธรรมชาติของรัสเซียประกาศว่าจะระงับการจ่ายก๊าซให้กับ GasTerra ผู้ค้าชาวเนเธอร์แลนด์ในวันที่ 31 พ.ค. เนื่องจากไม่ชำระค่าก๊าซที่ส่งมอบในเดือนเม.ย. ด้วยเงินรูเบิล ภายใต้โครงการ rouble-for-gas ของรัสเซีย

Gazprom ระบุว่าการระงับการจ่ายก๊าซจะมีผลบังคับใช้จนกว่าจะมีการชำระเงินตามโครงการที่รัสเซียเสนอ

ขณะที่ Orsted บริษัทพลังงานของเดนมาร์กเตือนในวันที่ 31 พ.ค. ว่ารัสเซียอาจตัดการจ่ายก๊าซไปยังเดนมาร์กไม่นานหลังจากที่บริษัทปฏิเสธที่จะชำระค่าก๊าซเป็นเงินรูเบิล

ตามรายงานของเอเอฟพีระบุว่า Orsted ยืนยันว่าจะยังคงชำระค่าก๊าซจากรัสเซียด้วยเงินยูโรต่อไป ขณะที่ Gazprom เรียกร้องให้ชำระเป็นรูเบิล

“เราไม่มีภาระผูกพันทางกฎหมายภายใต้สัญญาที่จะทำเช่นนั้น และเราได้แจ้ง Gazprom หลายครั้งแล้วว่าเราจะไม่ทำเช่นนั้น ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงที่ Gazprom จะหยุดจ่ายก๊าซให้กับ Orsted ซึ่งเรามองว่านั่นเป็นการผิดสัญญา” Orsted กล่าวในแถลงการณ์

ด้านเมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีของเดนมาร์กสนับสนุนการตัดสินใจของ Orsted โดยกล่าวว่าความต้องการของรัสเซียนั้นไม่เป็นที่ยอมรับ

ทั้งนี้ รัสเซียระงับการจ่ายก๊าซให้แก่ฟินแลนด์เมื่อวันที่ 21 พ.ค. หลังจากที่มีการขอเข้าร่วมเป็นสมาชิกนาโต และ Gasum บริษัทพลังงานของฟินแลนด์ปฏิเสธที่จะชำระเงินเป็นรูเบิล นอกจากนี้รัสเซียได้ตัดก๊าซโปแลนด์และบัลแกเรียด้วย

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

ผู้นำอียูตกลงแบนนำเข้าน้ำมันรัสเซียเกือบทั้งหมดปลายปีนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684580

วันที่ 31 พ.ค. 2565 เวลา 12:00 น.ผู้นำอียูตกลงแบนนำเข้าน้ำมันรัสเซียเกือบทั้งหมดปลายปีนี้

ผู้นำอียูแบนการนำเข้าน้ำมันส่วนใหญ่ 90% จากรัสเซียปลายปีนี้ยกเว้นบางประเทศ

สำนักข่าว AFP รายงานว่า ผู้นำประเทศสหภาพยุโรปตกลงแบนการนำเข้าน้ำมันส่วนใหญ่จากรัสเซีย หลังจากยินยอมให้ข้อยกเว้นกับฮังการี เพื่อลงโทษรัสเซียที่ก่อสงครามในยูเครน

ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการเจรจาต่อรองข้อเสนอแบนการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียทั้งหมด เนื่องจากต้องเผชิญการคัดค้านจากนายกรัฐมนตรี วิกเตอร์ ออร์บาน ของฮังการี

การประชุมผู้นำสหภาพยุโรปในกรุงบรัสเซลส์ได้บรรลุข้อตกลงประนีประนอมเพื่อยกเว้นการแบนน้ำมันรัสเซียที่ถูกส่งมาทางท่อส่งน้ำมันเข้ามายังยุโรป หลังจากฮังการีเตือนว่าการหยุดส่งน้ำมันจะทำลายเศรษฐกิจของฮังการี

ชาร์ลส์ มิเชล ประธานคณะมนตรียุโรปทวีตระหว่างการประชุมว่า “มีข้อตกลงห้ามส่งออกน้ำมันรัสเซียไปยังสหภาพยุโรป ซึ่งครอบคลุมการนำเข้าน้ำมันมากกว่า 2 ใน 3 จากรัสเซียในทันที ทำให้แหล่งเงินทุนขนาดใหญ่สำหรับการทำสงครามลดลง เพิ่มแรงกดดันสูงสุดให้รัสเซียยุติสงคราม”

อัวร์ซูลา ฟอน เด ไลเยิน ประธานคณะกรรมธิการยุโรปเผยว่า ความเคลื่อนไหวนี้ “จะลดการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียมายังอียูราว 90% ภายในสิ้นปีนี้” โดยเยอรมนีและโปแลนด์ให้คำมั่นที่จะปฏิเสธการส่งน้ำมันจากท่อส่งน้ำมันไปยังดินแดนของตัวเอง

การถกเถียงเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียครั้งที่ 6 สั่นคลอรความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของยุโรป

ข้อตกลงดังกล่าวยกเว้นการส่งน้ำมันจากท่อดรูชบาจากการแบนและคว่ำบาตรเฉพาะน้ำมันดิบที่ส่งมายังยุโรปด้วยเรือบรรทุกน้ำมัน

แม้ว่าจะมีช่องว่างของการแบนจากฝั่งของฮังการี แต่มาตรการคว่ำบาตรรอบล่าสุดนี้ถือเป็นหนึ่งมาตรการที่รุนแรงที่สุดที่ยุโรปใช้จนถึงขณะนี้

อียูนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียราว 26% และถูกวิพาก์วิจารณ์ว่ายังคงส่งเงินเข้าคลังของรัสเซียในเวลาเดียวกันกับที่พยายามหาทางยุติสงครามของรัสเซีย

นอกจากนี้ มิเชลยังเผยอีกว่ามาตรการคว่ำบาตรรอบล่าสุดยังรวมถึงการตัดธนาคาร Sberbank ของรัสเซียออกจากระบบ SWIFT การแบนสถานทีโทรทัศน์ของทางการรัสซีย 3 แห่ง และการขึ้นบัญชีดำปัจเจกบุคคล และอียูยังตกลงจะส่งเงิน 9,000 ล้านยูโรไปยังยูเครน

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

อาจมี “จอมมารต่างดาว” ที่คิดทำลายอารยธรรมของดาวอื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684579

วันที่ 31 พ.ค. 2565 เวลา 11:39 น.อาจมี "จอมมารต่างดาว" ที่คิดทำลายอารยธรรมของดาวอื่น

นักวิจัยประมาณการ 4 อารยธรรมอันตรายในกาแล็กซีทางช้างเผือก

สตีเฟน ฮอว์กิง นักฟิสิกส์ นักคณิตศาสตร์ และนักจักรวาลวิทยาชื่อดังเคยกล่าวไว้ว่าการส่งข้อความจากโลกสู่ห้วงอวกาศอาจทำให้อารยธรรมมนุษย์ถูกทำลายได้ “หากมนุษย์ต่างดาวมาเยือนโลก ผมคิดว่าผลลัพธ์คงจะพอๆ กับตอนที่คริสโตเฟอร์ โคลัมบัสลงจอดในอเมริกาครั้งแรก ซึ่งไม่ได้เป็นผลดีนักสำหรับชนพื้นเมืองอเมริกัน”

คำพูดของฮอว์กิงมักถูกใช้เพื่อกีดกันการดำเนินงานของ METI (Messaging Extraterrestrial Intelligence) องค์กรวิจัยไม่แสวงหาผลกำไรที่สร้างและส่งข้อความระหว่างดวงดาวเพื่อสื่อสารกับอารยธรรมนอกโลก

ขณะที่งานวิจัยชิ้นใหม่ๆ กำลังพยายามพิจารณาว่าจริงๆ แล้วการพยายามติดต่อกับอารยธรรมต่างดาวนั้นอันตรายแค่ไหน? บนอวกาศอาจมีอารยธรรมมนุษย์ต่างดาวที่ชั่วร้ายอยู่หรือไม่? และมีโอกาสไหมที่ข้อความจากโลกจะถูกส่งไปยังอารยธรรมมนุษย์ต่างดาวที่ชั่วร้าย?

ตามการประมาณการของเกลาดีโอ มักโกเน นักดาราศาสตร์ SETI ชาวอิตาลีเชื่อว่าอาจมีอารยธรรมมากถึง 15,758 อารยธรรมในทางช้างเผือก

VICE รายงานว่า อัลแบร์โต กาบาเยโร นักศึกษาระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยวีโก ในสเปน ได้เขียนงานวิจัยเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่าสัญญาณว้าว! (Wow! signal) ซึ่งถูกตีพิมพ์ในวารสาร International Journal of Astrobiology เมื่อต้นเดือนนี้

นอกจากนี้เขายังเป็นเจ้าของงานวิจัยเรื่องการประเมินความชุกของอารยธรรมนอกโลกที่เป็นอันตราย (Estimating the Prevalence of Malicious Extraterrestrial Civilizations) โดยคำนวณว่าในทางช้างเผือกอาจมี 4 อารยธรรมอันตรายที่สามารถบุรุกโลกได้

หมายความว่าความน่าจะเป็นที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ต่างดาวที่เป็นศัตรูจะบุกรุกโลกนั้นต่ำมาก ต่ำกว่าโอกาสที่ดาวเคราะห์น้อยขนาดยักษ์จะพุ่งชนโลก ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นทุกๆ 100 ล้านปี ดังนั้นมนุษย์จึงมีโอกาสปลอดภัยในขณะนี้

กาบาเยโรใช้วิธีรวบรวมข้อมูลประวัติการรุกรานโลกในศตวรรษที่ผ่านมา ขีดความสามารถทางการทหารของประเทศที่เกี่ยวข้อง และอัตราการเติบโตของการใช้พลังงานทั่วโลกเพื่อคำนวณความน่าจะเป็น และพบว่ามีโอกาส 0.0014% ที่โลกจะถูกรุกรานโดยอารยธรรมที่ก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

อย่างไรก็ตาม กาบาเยโรยอมรับว่างานวิจัยชิ้นนี้มีข้อจำกัดคือยังมีอีกหลายอย่างเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวที่เราไม่รู้ จึงเป็นการคำนวณความน่าจะเป็นเท่านั้น แต่เขาหวังว่าการใส่ตัวเลขลงไปจะเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดการถกเถียงว่าการส่งข้อความไปยังอวกาศนั้นมีความเสี่ยงหรือไม่ ซึ่งงานวิจัยชิ้นนี้ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ (Peer-review)

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา บางประเทศรวมถึงสหรัฐได้ให้ความสำคัญกับสัญญาณของสิ่งมีชีวิตนอกโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างจริงจัง แม้ว่าจะยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดก็ตาม

Photo by NASA/JPL-Caltech/Handout via REUTERS

อียิปต์พบโลงศพมัมมี่หลายร้อยโลง อายุกว่า 2,500 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684571

วันที่ 31 พ.ค. 2565 เวลา 10:40 น.อียิปต์พบโลงศพมัมมี่หลายร้อยโลง อายุกว่า 2,500 ปี

อียิปต์พบโลงศพโบราณสภาพสมบูรณ์ 250 โลงมีอายุกว่า 2,500 ปี

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า นักโบราณคดีที่ทำงานขุดสำรวจใกล้กับกรุงไคโรของอียิปต์ค้นพบโลงศพสมัยอียิปต์โบราณหลายร้อยโลง รวมทั้งรูปปั้นเทพเจ้าทองแดงอีกหลายร้อยชิ้น

กระทรวงการท่องเที่ยวและการโบราณวัตถุสถานของอียิปต์ระบุว่า การค้นพบที่สุสานในเมืองซัคคาราประกอบด้วย โลงศพ 250 โลง รูปปั้นทองแดง 150 ชิ้น อาทิ รูปปั้นของเทพเจ้าอนูบิส อามุน มิน โอซิริส ไอซิส เนเฟอร์ตุม บัสเต็ท และแฮธอร์ รูปปั้นไร้ศีรษะของสถาปนิกนามอิมโฮเทปผู้สร้างพีระมิดซัคคารา และโบราณวัตถุอื่นๆ ที่มีอายุในช่วงยุคปลาย หรือราว 500 ปีก่อนคริสตกาล

นอกจากนี้ ยังมีเครื่องดนตรีที่เรียกว่า ซิสตรุม และภาชนะทองแดงที่ใช้ในการประกอบพิธีสักการะเทพีไอซิส

โลงไม้ที่ถูกตกแต่งด้วยสีสันต่างๆ ถูกพบในสภาพสมบูรณ์อยู่ในอุโมงค์ฝังศพ โดยมีมัมมี่ เครื่องราง และกล่องไม้อยู่ภายใน และยังพบรูปแกะสลักไม้ของเทพีเนฟธีสและเทพีไอซิสจากยุคก่อนหน้าโดยใบหน้าของเทพีทั้งสองถูกเคลือบด้วยทอง

มุสตาฟา วาซิริ เลขาธิการใหญ่สภาสูงด้านโบราณคดีเผยว่า โลงโลงหนึ่งบรรจุกระดาษปาปิรุสที่เขียนด้วยอักษรภาพเฮียโรกริฟฟิคซึ่งอาจเป็นข้อความจากคัมภีร์แห่งความตาย และถูกส่งไปยังห้องวิจัยของพิพิธภัณฑ์อียิปต์ในกรุงคโรเพื่อทำการศึกษาต่อไป

นอกจากนั้นยังพบเครื่องสำอางมากมาย รวมทั้งตลับใส่ผงทาขอบตา สร้อยข้อมือ และต่างหู

โลงเหล่านี้จะถูกลำเลียงไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ใหญ่อียิปต์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างซึ่งอยู่ใกล้กับมหาพีระมิดกีซา และมีกำหนดเปิดให้บริการภายในปีนี้

ทั้งนี้ เมืองซัคคาราซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของพีระมิดกีซาเป็นแหล่งค้นพบทางโบราณคดีอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยภารกิจการการขุดค้นในพื้นที่ของนักโบราณคดีกลุ่มนี้เริ่มตั้งแต่ปี 2018

ภาพประกอบ นักโบราณคดีอียิปต์ตรวจสอบโลงไม้ที่ค้นพบในสุสานอายะุ 3,500 ปีที่เมืองดราอา อาบุล นากาอาใกล้กับเมืองลักซอร์ทางตอนใต้ของอียิปต์เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2017 

Cover Photo by STRINGER / AFP

ภาพชุดการค้นพบครั้งสำคัญ

REUTERS/Mohamed Abd El Ghany
REUTERS/Mohamed Abd El Ghany
REUTERS/Mohamed Abd El Ghany
REUTERS/Mohamed Abd El Ghany
REUTERS/Mohamed Abd El Ghany
REUTERS/Mohamed Abd El Ghany
REUTERS/Mohamed Abd El Ghany

จีนพบขุมทรัพย์ยูเรเนียมมหึมา เทียบชั้นมหาอำนาจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684570

วันที่ 31 พ.ค. 2565 เวลา 10:23 น.จีนพบขุมทรัพย์ยูเรเนียมมหึมา เทียบชั้นมหาอำนาจ

การค้นพบครั้งนี้หากได้รับการยืนยันจะทำให้จีนมีสถานะเทียบเท่ากับออสเตรเลีย ซึ่งเป็นมหาอำนาจด้านยูเรนียมของโลก

จากการรายงานของ Sina เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม หลี่จื้ออิ่ง หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ “โครงการสาธิตเทคโนโลยีสำรวจระดับลึกของฐานเหมืองยูเรเนียมไฮโดรเทอร์มอลใต้ของจีน”ประกาศว่ามีการค้นพบแหล่งยูเรเนียมอุตสาหกรรมถูกค้นพบที่ความลึก 950 เมตร และแหล่งยูเรเนียมอุตสาหกรรมที่ลึกที่สุดในประเทศจีนถูกค้นพบที่ระดับความลึก 1,550 เมตร ที่เมืองเสากวน อำเภอหัวเหริน มณฑลกวางตุ้ง 

ต่อมา บริษัท China Nuclear Industry Corporation (CNNC) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีน ประกาศการค้นพบเหมืองยูเรเนียมเมื่อวันที่ 24 โดยกล่าวว่า “นักวิทยาศาสตร์ที่เข้าร่วมโครงการได้ขยายความลึกในการสำรวจใต้พื้นผิวเป็น 3,000 เมตรโดยใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ล้ำสมัย และสูงกว่าแหล่งยูเรเนียมของประเทศส่วนใหญ่ โดยลึกกว่าหกเท่า”

พร้อมกับเสริมว่าปริมาณสำรองยูเรเนียมโดยประมาณของจีนจะเพิ่มขึ้นสิบเท่าเป็นมากกว่า 2 ล้านตัน เทียบเท่ากับออสเตรเลียที่อุดมด้วยยูเรเนียมมาก เนื่องจากมีการค้นพบแหล่งยูเรเนียมเกรดอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่อยู่ใต้ดินลึกมากขนาดนี้ซึ่งก่อนหน้านี้คิดว่าเป็นไปไม่ได้

South China Morning Post รายงานว่า เจ้าหน้าที่นิวเคลียร์ของจีนบอกว่าการค้นพบนี้เป็น “ความก้าวหน้าครั้งสำคัญสำหรับประเทศของเรา”

Global Times โครงการเสนอว่าแร่ยูเรเนียมไฮโดรเทอร์มอลมาจากดินลึก โดยมีแร่ยูเรเนียมก่อตัวที่ระดับความลึก 3,000 เมตร แนวคิดนี้สวนทางกับความเข้าใจก่อนหน้านี้ว่าการก่อตัวของแร่ส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับความลึกตื้น แต่ข้อเสนอใหม่เป็นพื้นฐานทางทฤษฎีสำหรับการค้นหาแร่ยูเรเนียมที่ระดับความลึก จนกระทั่งพวกเขาพบมันในระดับความลึกที่คาดไม่ถึงจริงๆ 

ทั้งนี้ S&P Global คาดการณ์ว่าภายในปี 2035 กำลังการผลิตนิวเคลียร์ของจีนจะสูงถึง 145 กิกะวัตต์ คิดเป็น 10% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด

Photo – แท่งยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงที่นำกลับมาใช้ใหม่จากเศษเหล็กที่แปรรูปที่โรงงานศูนย์ความมั่นคงแห่งชาติ Y-12 ของสหรัฐ

Tenya เทมปุระตัวพ่อ ต้นตำรับโตเกียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/684497

วันที่ 30 พ.ค. 2565 เวลา 14:31 น.Tenya เทมปุระตัวพ่อ ต้นตำรับโตเกียว

ลิ้มรสเทมปุระร้านดังอันดับ 1 ของญี่ปุ่น Tenya (เทนยะ) เทมปุระที่เฟ้นวัตถุดิบชั้นเยี่ยม ผ่านกรรมวิธีการทอดขั้นตอนลับ พร้อมความอร่อยของตัวซอสทาเระ สูตรลับเฉพาะที่ไม่มีใครเหมือน

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

ยกให้เป็นขวัญใจสายของทอดสำหรับเจแปนีสเลิฟเว่อร์ กับเมนูเทมปุระของ Tenya (เทนยะ) ร้านเทมปุระอันดับ 1 จากญี่ปุ่นต้น ตำรับจากโตเกียว โดดเด่นด้วยเทมปุระที่เลือกเฟ้นวัตถุดิบชั้นเยี่ยม ผ่านการทอดที่เป็นขั้นตอนลับของเทนยะ ผสานกรรมวิธีเฉพาะแบบฉบับญี่ปุ่น กรุ่นกลิ่นหอม ให้สัมผัสกรุบกรอบด้านนอก แต่คงความนุ่มชุ่มฉ่ำที่ด้านใน ชนิดที่ว่าอร่อยทุกตัวไม่ต้องกลัวไม่กรอบ พร้อมอัพรสสัมผัสและกลิ่นอายสไตล์ญี่ปุ่นด้วยซอสทาเระสูตรลับเฉพาะ

เมนูแนะนำ

Jo Tendon (โจ เทนด้ง) เมนูที่ขายดีของเทนยะ ประกอบไปด้วยกุ้ง เห็ดชิเมจิ ฟักทอง ถั่วแขก ข้าวโพดอ่อน พาเหรดเทมปุระที่มาพร้อมกับข้าวญี่ปุ่นเม็ดอวบและซอสทาเระสูตรพิเศษของเทนยะ ในราคาเพียง 165 บาท

ต่อที่ Tenya Special (เทนยะ สเปเชียล) อีกหนึ่งเมนูพิเศษสุดคุ้ม ที่อัดแน่นด้วยเทมปุระเต็มจาน ประกอบไปด้วย กุ้งเทมปุระ ปลาหมึก และปลาทราย ในราคา 399 บาท

ห้ามพลาดกับเมนู Ebi Tem Curry ข้าวแกงกะหรี่กุ้งเทมปุระ จานที่สาวกแกงกะหรี่ต้องถูกใจ กับกุ้งแน่นๆ ทอดเทมปุระ พร้อมแกงกะหรี่สูตรเทนยะ และข้าวญี่ปุ่น ในราคา 189 บาท

ปิดท้ายด้วย Ebi Ten Buta Don ข้าวหน้ากุ้งเทมปุระ และหมูผัดซอสสไตล์ญี่ปุ่น สองรสชาติสองสไตล์ ได้ทั้งความกรอบของเทมปุระ และความนุ่มเคี้ยวเพลินของเนื้อหมูผัดซอสญี่ปุ่น ที่สนนราคาอยู่ที่จานละ 139 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: TenyaThailand และตามไปพิสูจน์ความอร่อยของเทมปุระอันดับ 1 จากญี่ปุ่น ได้ที่ร้าน Tenya (เทนยะ) ทุกสาขา

– เซ็นทรัลบางนา ชั้น 3

– เซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น G

– สยามสแควร์วัน ชั้น 4

– เซ็นทรัลเวสต์เกต ชั้น 3

– เซ็นทรัลพลาซ่า แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 6

– เกตเวย์ เอกมัย ชั้น G

– เซ็นทรัลพลาซ่า ปิ่นเกล้า ชั้น 5

– จามจุรี สแควร์

– วิซดอม 101 ชั้น2

– เกตเวย์ บางซื่อชั้น 3

– เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่

– สามย่านมิตรทาวน์ชั้น B1

– Terminal 21 อโศก ชั้น 4

#TenyaThailand #เทนยะเทมปุระตัวพ่อ

#Tempura #Japanesefood #อาหารญี่ปุ่น

#เทมปุระ #ญี่ปุ่น