อังกฤษไม่พบลิ่มเลือดอุดตันหลังจำกัดอายุฉีด AZ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660450

วันที่ 13 ส.ค. 2564 เวลา 13:30 น.

อังกฤษไม่พบลิ่มเลือดอุดตันหลังจำกัดอายุฉีด AZอังกฤษไม่พบการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลังไม่ฉีด AZ ให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 40 ปี

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานผลการวิจัยซึ่งเผยแพร่ในวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ระบุว่าสหราชอาณาจักรไม่มีรายงานการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลังได้รับวัคซีนโควิด-19 ของ AstraZeneca ในช่วงเวลา 4 สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากที่มีการจำกัดให้ใช้งานได้ในผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป

หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีรายงานการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันและภาวะเกล็ดเลือดต่ำที่เกิดขึ้นหลังได้รับวัคซีนชนิดไวรัลเวกเตอร์ (viral vector) ของ AstraZeneca และ Johnson & Johnson โดยพบมากในกลุ่มคนหนุ่มสาวส่งผลให้หลายประเทศมีการจำกัดอายุผู้ที่สามารถรับวัคซีน

จากการศึกษาในอังกฤษพบว่าประมาณ 85% ของผู้ที่เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลังได้รับวัคซีน AstraZeneca มีอายุต่ำกว่า 60 ปี แม้ว่าวัคซีนดังกล่าวส่วนใหญ่จะถูกฉีดให้กับผู้สูงอายุ

แต่กรณีการเกิดผลข้างเคียงได้ลดลงหลังจากที่ทางการอังกฤษตัดสินใจให้ประชาชนที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปีได้รับวัคซีนยี่ห้ออื่นแทน AstraZeneca ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ไม่มีรายงานการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันรายใหม่เลยในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา

รายงานระบุว่าอัตราการเสียชีวิตจากภาวะลิ่มเลือดอุดตันโดยรวมอยู่ที่ 23% แต่มีโอกาสเพิ่มขึ้นเป็น 73% หากเกิดลิ่มเลือดอุดตันในสมอง หรือ cerebral venous sinus thrombosis (CVST) แต่การรักษาเช่นการแลกเปลี่ยนพลาสมาจะเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตในกรณีที่อาการหนักถึง 90%

ทีมวิจัยหวังว่าการศึกษาดังกล่าวจะช่วยเป็นแนวทางในการกำหนดกลยุทธ์ในการฉีดวัคซีน แต่ยังคงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีนซึ่งมีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง

Photo by CLAUDIO REYES / AFP

เวียดนามยอมรับสถานการณ์โควิดตึงเครียดวัคซีนไม่พอ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660447

วันที่ 13 ส.ค. 2564 เวลา 12:40 น.

เวียดนามยอมรับสถานการณ์โควิดตึงเครียดวัคซีนไม่พอรัฐบาลเวียดนามรับสถานการณ์ Covid-19 วิกฤตหนัก วัคซีนไม่เพียงพอ

รองนายกรัฐมนตรี หวูดึ๊กดัม ของเวียดนามซึ่งเป็นหัวหน้าคณะทำงานด้าน Covid-19 เผยว่า เวียดนามกำลังเผชิญกับสถานการณ์ตึงเครียดจากการพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นและการขาดแคลนวัคซีน หลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งขึ้นเกือบทุบสถิติอีกครั้ง

“สถานการณ์โรคระบาดตึงเครียดมาก และเรายังเผชิญการขาดแคลนวัคซีนทั่วประเทศ” หวูดึ๊กดัมกล่าว

หวูดึ๊กดัมเผยอีกว่า เวียดนามลงนามซื้อวัคซีนป้องกัน Covid-19 ไปแล้วหลายร้อยล้านโดส แต่การจัดส่งล่าช้า และช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาผู้นำเวียดนามพยายามติดต่อผู้นำต่างประเทศทางโทรศัพท์ราว 20 ครั้ง เพื่อจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม

ด้านนายกรัฐมนตรี ฝ่ามมินห์ฉินห์ เรียกร้องระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีให้เร่งผลิตวัคซีนที่พัฒนาในประเทศ

เมื่อวันพฤหัสบดี (12 ส.ค.) เวียดนามพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9,653 ราย เสียชีวิต 326 ราย โดยผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่อยู่ในโฮจิมินห์ซิตีและจังหวัดอุตสาหกรรมใกล้เคียงอย่างบินห์เซืองและด่งนาย

ขณะที่ชาวเวียดนามไม่ถึง 1.1 ล้านคนจากประชากรทั้งหมด 98 ล้านคนได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยที่สุดประเทศหนึ่งในเอเชีย

ยุโรปเร่งศึกษาผลข้างเคียงใหม่อาจเชื่อมโยงวัคซีน mRNA #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660441

วันที่ 13 ส.ค. 2564 เวลา 12:00 น.

ยุโรปเร่งศึกษาผลข้างเคียงใหม่อาจเชื่อมโยงวัคซีน mRNAยุโรปตรวจสอบ 3 อาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นในผู้ที่ได้รับวัคซีน Pfizer และ Moderna

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าสำนักงานยายุโรป (EMA) กำลังเร่งตรวจสอบอาการไม่พึงประสงค์ 3 อาการว่าเป็นผลข้างเคียงจากวัคซีนชนิด mRNA ของ Pfizer และ Moderna หรือไม่ หลังมีรายงานว่าผู้ฉีดวัคซีนจำนวนหนึ่งเกิดอาการไม่พึงประสงค์หลังจากได้รับวัคซีนดังกล่าว

อาการไม่พึงประสงค์ที่พบ ได้แก่ ผื่นขึ้นอย่างเฉียบพลันบนผิวหนังหลังการใช้ยา (erythema multiforme), ภาวะไตอักเสบ (glomerulonephritis) และ อาการโปรตีนรั่วในปัสสาวะหรือเนโฟรติก ซินโดรม (nephrotic syndrome)

ข้อมูลจากสำนักงานยายุโรป ณ วันที่ 29 กรกฎาคมเผยว่าประชากรในยุโรปได้รับวัคซีนของ Moderna ไปแล้วเป็นจำนวน 43.5 ล้านโดส และได้รับวัคซีนของ Pfizer ไปแล้วกว่า 330 ล้านโดส

โดยขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขผู้ที่เกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่พบใหม่ทั้ง 3 อาการ แต่ระบุว่าเป็นเพียงจำนวนน้อยเท่านั้น ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลได้มีการขอข้อมูลเพิ่มเติมจากบริษัทผู้ผลิตวัคซีนแล้ว และกำลังตรวจสอบว่าอาการดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับวัคซีนหรือไม่

ทั้งนี้ ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาสำนักงานยายุโรปพบว่าวัคซีนชนิด mRNA ของ Pfizer และ Moderna มีความเชื่อมโยงกับอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและเยื่อบุหัวใจอักเสบ ซึ่งมักเกิดขึ้นในกลุ่มวัยรุ่นชายและหลังจากฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 เป็นส่วนใหญ่

เช่นเดียวกับคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐ (FDA) ซึ่งมีการเพิ่มคำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงของอาการไม่พึงประสงค์ดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้นหลังได้รับวัคซีน 2 ชนิดนี้

อย่างไรก็ตามเป็นผลข้างเคียงที่พบได้น้อยมาก ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าประโยชน์ของวัคซีนยังคงมีมากกว่าความเสี่ยง

Photo by HAZEM BADER / AFP

วัคซีน Moderna ปกป้องสายพันธุ์เดลตาได้นานกว่า 6 เดือน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660442

วันที่ 13 ส.ค. 2564 เวลา 11:20 น.

วัคซีน Moderna ปกป้องสายพันธุ์เดลตาได้นานกว่า 6 เดือนวัคซีนของ Moderna ปกป้อง Covid-19 ได้อย่างน้อย 6 เดือนหรืออาจนานกว่านั้น แม้กับสายพันธุ์กลายพันธุ์

ทีมวิจัยซึ่งนำโดยสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐ (NIH) พบว่า การปกป้องของวัคซีนของ Moderna คงอยู่อย่างน้อย 6 เดือนหรืออาจจะนานกว่านั้น แม้ในสายพันธุ์กลายพันธุ์ที่เป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดไปทั่วโลกอย่างเดลตา

“แอนติบอดีที่จับกับโปรตีนแอนติเจนของเชื้อ (Binding Antibody) ปริมาณสูงที่สามารถจดจำสายพันธุ์กลายพันธุ์ที่ทดสอบทั้งหมด รวมทั้งสายพันธุ์เบตา (B.1.351) ที่พบครั้งแรกในแอฟริกาใต้ เดลตา (B.1.617.2) ที่พบครั้งแรกในอินเดีย ยังคงอยู่ในตัวอาสาสมัครทุกคนหลังจากครบ 6 เดือน” นิโคล ดอเรีย-โรส และเพื่อนร่วมทีมวิจัยจากสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติของ NIH ระบุในรายงานการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science

ทีมวิจัยทำการทดสอบเลือดจากอาสาสมัครที่ฉีดวัคซีนครบทั้งสองโดสแล้วจำนวน 24 คนในช่วงเวลาต่างๆ คือ 4 สัปดาห์หลังจากฉีดวัคซีนของ Moderna เข็มแรก และทดสอบอีก 3 ครั้งหลังจากได้รับวัคซีนโดสที่ 2 ในระยะเวลา 6 เดือน

ทีมวิจัยพบว่า ที่จุดสูงสุดของการตอบสนองต่อวัคซีนโดสที่ 2 อาสาสมัครทุกคนมีการตอบสนองต่อทุกสายพันธุ์ และ 2 สัปดาห์หลังจากฉีดวัคซีนของ Moderna โดสที่ 2 ตัวอย่างเลือดทุกตัวอย่างสามารถลบล้างฤทธิ์ของเชื้อได้ทุกสายพันธุ์

สายพันธุ์ที่ทดสอบมีทั้งสายพันธุ์ทั่วไปและสายพันธุ์ที่น่ากังวล ได้แก่ สายพันธุ์อัลฟา (B.1.1.7) ซึ่งพบครั้งแรกในอังกฤษ, เบตา (B.1.351), แกมมา (P.1) ซึ่งพบครั้งแรกในบราซิล, เอพซิลอน (B.1.429) ซึ่งพบครั้งแรกในสหรัฐ, ไอโอตา (B.1.526) ซึ่งพบครั้งแรกในนิวยอร์กซิตี และเดลตา

สายพันธุ์ที่มีแนวโน้มที่จะหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันมากที่สุดคือ สายพันธุ์เบตา โดย 6 เดือนหลังจากฉีดวัคซีนของ Moderna โดสที่ 2 กว่าครึ่งหนึ่งของตัวอย่างเลือดยังคงมีภูมิคุ้มกันที่สามารถลบล้างฤทธิ์ของสายพันธุ์เบตาได้อย่างเต็มที่ ขณะที่ 96% ของตัวอย่างเลือดมีภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อสายพันธุ์เดลตาอย่างเต็มที่

หลังจากนี้ทีมวิจัยจะเดินหน้าตรวจหาประสิทธิภาพในการป้องกันของวัคซีนหลังจากผ่าน 6 เดือนไปแล้ว

อย่างไรก็ดี ทีมวิจัยเผยว่าภูมิคุ้มกันไม่ใช่ทั้งหมด โดยหลังจากเวลาผ่านไปร่างกายของเราจะสร้างเซลล์ภูมิคุ้มกันที่เรียกว่า บีเซลล์และทีเซลล์ (B and T cells) เพื่อปกป้องเราจากไวรัส

“ผู้ที่ภูมิคุ้มกันตอบสนองลดลงเมื่อเวลาผ่านไปมีแนวโน้มจะมีบีเซลล์ที่สามารถกระตุ้นการตอบสนองต่อสายพันธุ์กลายพันธุ์ต่างๆ หลังจากได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น” งานวิจัยระบุ

นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังพบหลักฐานว่าภูมิคุ้มกันในกลุ่มผู้สูงอายุบางคนลดลงเร็วกว่ากลุ่มอื่น แต่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ยังมีภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์ต่างๆ หลังจากฉีดโดสที่ 2 ไปแล้ว 6 เดือน

ทั้งนี้ Covid-19 สายพันธุ์ต่างๆ มีการกลายพันธุ์แตกต่างกัน โดยตำแหน่งการกลายพันธุ์ที่ทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงคือ E484K ซึ่งพบในสายพันธุ์เบตา แกมมา และไอโอตา แต่ไม่พบในเดลตา

Photo by Johan ORDONEZ / AFP

สถานการณ์โควิดในกรุงโตเกียวคุมไม่อยู่แล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660407

วันที่ 12 ส.ค. 2564 เวลา 18:01 น.

สถานการณ์โควิดในกรุงโตเกียวคุมไม่อยู่แล้วผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นเตือนกรุงโตเกียวคุมการระบาดของ Covid-19 ไม่อยู่แล้ว

โนริโอ โอมะงะริ ในฐานะของผู้เชี่ยวชาญที่เป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาการรับมือ Covid-19 ของทางการกรุงโตเกียวเผยระหว่างประชุมกับ ยูริโกะ โคอิเคะ ผู้ว่าการกรุงโตเกียวว่า ขณะนี้เป็นไปไม่ได้แล้วที่จะควบคุมการแพร่ระบาดของ Covid-19 ในกรุงโตเกียว

วันพุธ (11 ส.ค.) กรุงโตเกียวพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4,200 ราย หลังจากพบผู้ติดเชื้อทุบสถิติเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว (5 ส.ค.) ที่ 5,042 ราย โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อเริ่มคงที่ แต่ตัวเลขผู้ที่เข้ารักษาในโรงพยาบาลยังทุบสถิติต่อเนื่อง ส่งผลให้ระบบสาธารณสุขต้องแบกรับภาระหนัก

ความคิดเห็นดังกล่าวมีขึ้นหลังจากรัฐบาลกลางกำลังพิจารณาว่าจะขยายประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในกรุงโตเกียวที่เผชิญการระบาดระลอกที่ร้ายแรงที่สุดหรือไม่ โดยประกาศดังกล่าวจะสิ้นสุดสิ้นเดือนนี้

หลังจากบังคับใช้มาระยะหนึ่งบทลงโทษของประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเริ่มไม่ค่อยได้ผล โดยบาร์และร้านอาหารหลายแห่งละเลยคำแนะนำให้ปิดให้บริการเร็วขึ้นและห้ามจำหน่ายแอลกอฮอล์

ขณะที่นายกรัฐมนตรี โยชิฮิเดะ สุงะ และเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูงปฏิเสธแนวคิดการล็อกดาวน์แบบยุโรปเพื่อควบคุมไวรัส โดยยืนยันว่าจะพึ่งพาการฉีดวัคซีนและยกระดับข้อจำกัดในการเข้ารักษาในโรงพยาบาลของผู้ป่วย

Photo by Yasuyoshi CHIBA / AFP

จีนโต้แม่น้ำโขงลดไม่เกี่ยวเขื่อนจิ่งหงกักน้ำ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660402

วันที่ 12 ส.ค. 2564 เวลา 16:00 น.

จีนโต้แม่น้ำโขงลดไม่เกี่ยวเขื่อนจิ่งหงกักน้ำ จีนปฏิเสธว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดลงไม่เกี่ยวกับการกักน้ำของเขื่อนจิ่งหง แต่เป็นเพราะฝนทิ้งช่วง

South China Morning Post รายงานว่า กระทรวงทรัพยากรน้ำของจีนปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าสาเหตุที่ระดับน้ำของแม่น้ำโขงตอนล่างที่ไหลผ่านไทยและประเทศเพื่อนบ้านลดลงตั้งแต่ปลายเดือน ก.ค.จนถึงต้นเดือนนี้เป็นเพราะการกักน้ำจากเขื่อนจิ่งหง 

กระทรวงทรัพยากรน้ำระบุว่า ไม่มีปัญหาเรื่องการกักน้ำในการดำเนินการของสถานีไฟฟ้าพลังน้ำของจีน และสถานีดังกล่าวไม่ได้ใช้น้ำอย่างฟุ่มเฟือย แต่กลับควบคุมการไหลของน้ำอย่างมีหลักเกณฑ์ และเขื่อนทำหน้าที่กักเก็บน้ำอย่างเหมาะสม ลดการปล่อยน้ำระหว่างที่น้ำท่วม โดยจะเพิ่มการปล่อยน้ำในช่วงฤดูแล้ง เพื่อลดปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งในลุ่มน้ำโขง

การวิเคราะห์การไหลของแม่น้ำโขงตอนล่างโดยผู้เชี่ยวชาญของกระทรวงทรัพยากรน้ำของจีนพบว่า ความผันผวนของระดับน้ำที่สถานีไฟฟ้าพลังน้ำเชียงแสนในไทยเกิดจากฝนทิ้งช่วงเป็นหลัก

กระทรวงทรัพยากรน้ำระบุอีกว่า ตั้งแต่วันที่ 18-22 ก.ค. การปล่อยน้ำของเขื่อนจิ่งหงยังคงที่ที่ 1,400 คิวบิกเมตรต่อวินาที แต่เนื่องจากฝนทิ้งช่วงการปล่อยน้ำจึงเพิ่มขึ้นเป็น 4,770 คิวบิกเมตรต่อวินาทีภายใน 5 วัน ส่งผลให้ระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น 3.8 เมตรค่อยๆ ลดลงในที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับข้อสรุปของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา

กระทรวงทรัพยากรน้ำอ้างรายงานฉบับเดียวกันนี้ว่า ความผันผวนของระดับน้ำในช่วงเวลาข้างต้นยังเกิดจากการปล่อยน้ำของสถานีไฟฟ้าพลังน้ำที่ตั้งอยู่บนแม่น้ำสายย่อยของแม่น้ำโขง

“ขณะนี้แม่น้ำโขงกำลังเข้าสู่ฤดูฝน ระดับน้ำจึงผันผวนบ่อยครั้งกว่าในช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำฝนและปัจจัยอื่นๆ ซึ่งเป็นวัฏจักรของน้ำ”

เนื่องจากความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นในภูมิภาค จึงมีการสร้างหรือกำลังจะสร้างเขื่อนนับร้อยเขื่อนบนแม่น้ำสายย่อยของแม่น้ำโขง และที่ผ่านมาผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าเขื่อนเหล่านี้มีส่วนทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงผิดปกติ

สัปดาห์ที่แล้วคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงเผยว่า แม้จีนจะรับปากว่าจะไม่กักน้ำจากเขื่อนจิ่งหงไปจนถึงสิ้นเดือนนี้ แต่การไหลของแม่น้ำโขงที่อยู่ตอนใต้ของเขื่อนจิ่งหงกลับลดลงจาก 1,507 คิวบิกเมตรต่อวินาทีเหลือ 997 คิวบิกเมตรต่อวินาที

ในแง่ของภาพรวมระดับน้ำ แม่น้ำโขงลดลงราว 0.8 เมตร จาก 536.32 เมตรเมื่อวันที่ 28 ก.ค. เหลือ 535.52 เมตรเมื่อวันที่ 3 ส.ค.

นอกจากนี้เมื่อวันที่ 30 ก.ค. กระทรวงทรัพยากรน้ำของจีนระบุว่าจีนจะเลื่อนแผนการกักเก็บน้ำจากเขื่อนจิ่งหงเพื่ออำนวยความสะดวกการสร้างระบบโครงข่ายไฟฟ้าไปจนถึงสิ้นเดือน ส.ค. หลังจาก 2 วันก่อนหน้านั้นประกาศว่าจะลดการปล่อยน้ำจาก 900-1,300 คิวบิกเมตรต่อวินาที เหลือ 700 คิวบิกเมตรต่อวินาที ตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค.-20 ส.ค.

ด้าน เพียรพร ดีเทศน์ ผู้ประสานงานการรณรงค์ประเทศไทย องค์การแม่น้ำนานาชาติเผยว่า แม้ว่าจีนจะประกาศเลื่อนการปล่อยน้ำจากเขื่อนจิ่งหง แต่ชาวบ้านในจังหวัดเชียงรายสังเกตเห็นว่าระดับน้ำลดลง

“แม้ปริมาณฝนจะเป็นปัจจัยหนึ่ง แต่ความผันผวนในเชียงแสนและเชียงของแย่ลงเนื่องจากเขื่อนขั้นบันไดล้านช้าง ไม่ใช่เพราะเขื่อนบนแม่น้ำสายย่อยของแม่น้ำโขง เนื่องจากเขื่อนเหล่านี้ตั้งอยู่ตอนบนซึ่งแม่น้ำสายย่อยของแม่น้ำโขง อาทิ น้ำอูน ไหลลงสู่แม่น้ำโขง”

Photo by Lillian SUWANRUMPHA / AFP

ตุรกีเผยฉีด Sinovac 3 เข็มดีกว่าฉีดผสมกับ Pfizer #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660392

วันที่ 12 ส.ค. 2564 เวลา 14:00 น.

ตุรกีเผยฉีด Sinovac 3 เข็มดีกว่าฉีดผสมกับ Pfizerการวิจัยในตุรกีเผยฉีดวัคซีนของ Sinovac 3 เข็มดีกว่าใช้ Pfizer ฉีดเป็นเข็มที่ 3

ฟาเรตติน โคชา รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขตุรกีเผยว่า การศึกษาของตุรกีในประชากรที่ฉีดวัคซีนกว่า 30 ล้านคนบ่งชี้ว่าคนที่ฉีดวัคซีนเชื้อตาย 3 เข็มมีระดับการปกป้องสูงกว่าคนที่ฉีดวัคซีนเชื้อตาย 2 เข็มแล้วฉีดวัคซีนขนิด mRNA เป็นเข็มที่ 3

แม้ว่ารัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขตุรกีจะเลี่ยงการระบุยี่ห้อของวัคซีน แต่เจ้าตัวหมายถึงวัคซีนเชื้อตายของ Sinovac ของจีน และวัคซีนชนิด mRNA ของ Pfizer-BioNTech ที่ใช้ในตุรกี

ชาวตุรกีส่วนใหญ่มักเลือกฉีดวัคซีนของ Pfizer เป็นเข็มที่ 3 เนื่องจากเชื่อว่าจะมีประสิทธิภาพดีกว่าวัคซีนของจีน แต่การวิจัยดังกล่าวชี้ว่าการฉีดวัคซีนยี่ห้อเดียวกันมีประสิทธิภาพมากกว่า

ขณะนี้นักวิจัยกำลังติดต่อกับวารสารวิทยาศาสตร์เพื่อตีพิมพ์ผลการวิจัยฉบับเต็ม

ทั้งนี้ ตุรกีได้รับวัคซีนของ Sinovac หลายสิบล้านโดสตั้งแต่ช่วงต้นปีและเริ่มฉีดเป็นวงกว้างในกลุ่มประชากรสูงอายุนับตั้งแต่นั้น ส่วนวัคซีนของ Pfizer-BioNTech ถึงมือตุรกีเมื่อเดือน มี.ค. โดยรัฐบาลเร่งจัดหาเพิ่มเติมตั้งแต่เดือน มิ.ย.

Photo by Adem ALTAN / AFP

ช็อก! พยาบาลฉีดน้ำเกลือแทนวัคซีนโควิดให้คนไข้เกือบ 9,000 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660376

วันที่ 12 ส.ค. 2564 เวลา 11:50 น.

ช็อก! พยาบาลฉีดน้ำเกลือแทนวัคซีนโควิดให้คนไข้เกือบ 9,000สอบพยาบาลเยอรมนีแอบเปลี่ยนวัคซีนโควิดเป็นน้ำเกลือฉีดให้คนไข้เกือบ 9,000 คน

ทางการเมืองฟรีสลันด์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเยอรมนีเผยว่า พยาบาลรายหนึ่งแอบสับเปลี่ยนวัคซีนป้องกัน Covid-19 เป็นน้ำเกลือแล้วนำมาฉีดให้ประชาชนราว 8,600 คน โดยลงมือระหว่างเดือน มี.ค.-เม.ย.ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนรอฟเฮาเซน

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของรัฐนีเดอร์ซัคเซินเผยว่า พยาบาลรายนี้สามารถสับเปลี่ยนวัคซีนเนื่องจากเธอมีหน้าที่ในการเตรียมวัคซีนและเตรียมเข็มฉีดยาระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนดังกล่าว

ขณะนี้ทางการขอให้ชาวเยอรมนีทุกคนที่ได้รับวัคซีนที่ศูนย์ฉีดรอฟเฮาเซินระหว่างวันที่ 5 มี.ค.-20 เม.ย. กลับมารับวัคซีนอีกครั้ง เนื่องจากเป็นหนทางเดียวที่จะมั่นใจได้ว่าทุกคนได้รับวัคซีนครบถ้วน แม้ว่าจะมีคนได้รับวัคซีนจริงไปแล้วก็ตาม

การสอบสวนเบื้องต้นพบว่าพยาบาลรายนี้มีแนวคิดต่อต้านการฉีดวัคซีน แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดมากกว่านี้ เนื่องจากผู้ต้องสงสัยยังไม่ยอมให้ปากคำ

Photo by THOMAS KIENZLE / AFP

สหรัฐเผยตอลิบานอาจยึดเมืองหลวงอัฟกันได้ใน 90 วัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660374

วันที่ 12 ส.ค. 2564 เวลา 10:50 น.

สหรัฐเผยตอลิบานอาจยึดเมืองหลวงอัฟกันได้ใน 90 วันหลังจากบุกยึดเมืองเอกสำคัญๆ ไปได้แล้ว 9 เมืองภายใน 6 วัน กลุ่มตอลิบานกำลังจะเข้ายึดเมืองหลวงของอัฟกานิสถานเป็นที่ต่อไป

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐเผยโดยอ้างรายงานของหน่วยข่าวกรองสหรัฐว่า กลุ่มตอลิบานอาจปิดล้อมกรุงคาบุลของอัฟกานิสถานภายใน 30 วัน และเป็นไปได้ว่าจะยึดเมืองหลวงแห่งนี้ภายใน 90 วัน หลังจากรุกคืบยึดเมืองเอกไปแล้วอย่างน้อย 9 แห่งทั่วประเทศ

เจ้าหน้าที่รายนี้เผยว่าการประเมินว่ากรุงคาบุลจะต้านไว้ได้นานเท่าไรดูจากการรุกคืบของกลุ่มตอลิบานหลังจากกองกำลังต่างชาติที่นำโดยสหรัฐถอนกำลังออกจากอัฟกานิสถาน แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้หากกองกำลังความมั่นคงของอัฟกานิสถานเข้ามายันไว้

ด้านเจ้าหน้าที่ของสหภาพยุโรปเผยว่า กลุ่มตอลิบานควบคุมพื้นที่ 65% ของอัฟกานิสถาน และเข้ายึดหรือประชิดเมืองเอกแล้ว 11 แห่ง โดยล่าสุดเมืองไฟซาบัดของจังหวัดบาดัคชานทางตะวันออกเฉียงเหนือกลายเป็นเมืองเอกแห่งที่ 8 ที่ถูกตอลิบานยึด

แพทย์รายหนึ่งที่ประจำอยู่ในใต้ของจังหวัดกันดาฮาร์เผยว่า การต่อสู้ดำเนินไปอย่างเข้มข้นในกันดาฮาร์

ขณะที่เส้นทางทุกเส้นที่เชื่อมไปยังกรุงคาบุลซึ่งอยู่ท่ามกลางวงล้อมของภูเขาเนืองแน่นไปด้วยชาวบ้านที่พากันหนีความรุนแรงในเมืองหลวง และยังมีความกังวลว่ามือระเบิดฆ่าตัวตายจะเข้ามาในย่านการทูตเพื่อสร้างความหวาดกลัว โจมตี หรือข่มขู่ให้ทุกคนรีบหนีออกจากเมือง

ขณะที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน เผยเมื่อวันอังคาร (10 ส.ค.) ว่า ไม่เสียใจที่ตัดสินใจถอนกำลังทหารออกจากอัฟกานิสถาน และยังเรียกร้องให้ผู้นำอัฟกันต่อสู้เพื่อบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง

ทั้งนี้ สหรัฐใช้งบประมาณไปกว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐไปกับการส่งกองกำลังไปประจำการที่อัฟกานิสถานตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา และยังสูญเสียกำลังทหารไปหลายพันหลายหมื่นนาย

Photo by WAKIL KOHSAR / AFP

ราวกับนรกบนดิน ภาพความหายนะไฟป่ากรีซ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660345

วันที่ 12 ส.ค. 2564 เวลา 09:00 น.

ราวกับนรกบนดิน ภาพความหายนะไฟป่ากรีซกรีซเผชิญกับไฟป่าลุกลามเป็นวงกว้าง ต่อเนื่องยาวนานนับสัปดาห์

กรีซเผชิญกับไฟป่าในหลายพื้นที่ทั่วประเทศตลอดช่วงหนึ่งสัปดาห์ผ่านมาอันเป็นผลมาจากคลื่นความร้อนที่รุนแรงที่สุดในรอบ 40 ปี ขณะที่ทางการเร่งอพยพประชาชนไปแล้วหลายพันคน

เกาะเอเวียซึ่งเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของกรีซเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าอย่างรุนแรงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา

ขณะที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวต้องอพยพหลบหนีโดยทางการได้ออกคำสั่งอพยพในพื้นที่ทางตอนเหนือของเกาะเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ก็ยังมีชาวบ้านอีกหลายคนที่ไม่ยอมอกจากพื้นที่เนื่องจากเป็นห่วงบ้านและทรัพย์สิน

ด้านนายกรัฐมนตรีคิเรียกอส มิตโซตากิส ของกรีซได้ออกมาขอโทษประชาชนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดจนความล้มเหลวในการควบคุมไฟป่า พร้อมอนุมัติงบประมาณ 500 ล้านยูโรในการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ปะสบภัย และจะประกาศมาตรการเยียวยาประชาชนอีกครั้ง

Photo by ANGELOS TZORTZINIS / AFP
Photo by ANGELOS TZORTZINIS / AFP
Photo by ANGELOS TZORTZINIS / AFP
Photo by ANGELOS TZORTZINIS / AFP

ภาพโดย ANGELOS TZORTZINIS / AFP

Photo by STR / Eurokinissi / AFP

ภาพโดย STR / Eurokinissi / AFP

Photo by Louisa GOULIAMAKI / AFP

ภาพโดย Louisa GOULIAMAKI / AFP

AFP PHOTO / 2021 Planet Labs

ภาพโดย AFP PHOTO / 2021 Planet Labs