Brown เปิดตัว location ใหม่ เป็นมากกว่าคาเฟ่ ชูคอนเซ็ปต์ Japanese bakery zone เต็มรูปแบบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/682754

วันที่ 14 พ.ค. 2565 เวลา 08:20 น.Brown เปิดตัว location ใหม่ เป็นมากกว่าคาเฟ่ ชูคอนเซ็ปต์ Japanese bakery zone เต็มรูปแบบ

Brown Cafe ปักหมุด location ใหม่ใจกลางเมืองที่เซ็นทรัล พระราม 9 พร้อม Japanese bakery zone เต็มรูปแบบ จัดหนักจัดเต็มเพื่อสายหวานโดยเฉพาะ

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

Brown Café (บราวน์ คาเฟ่) ร้านชานมยอดฮิตในจังหวัดเชียงใหม่ เปิดตัว location ใหม่ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยในกรุงเทพฯ ด้วยคาเฟ่ใหม่เต็มรูปแบบในเซ็นทรัล พระราม 9 เอาใจสายหวาน ตอบโจทย์สายคาเฟ่ ด้วยร้านที่ตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่น เน้นโทนไม้สีอ่อนที่ดูอบอุ่นน่านั่ง

ซึ่งครั้งนี้มาพร้อมด้วยเมนูหลากหลายและครบครันกว่าเดิม แต่ยังคงความ Friendly Dessert ที่ให้ทุกคน ทุกเพศทุกวัย ได้มาสนุกและ Enjoy กับขนมพร้อมเครื่องดื่ม จับคู่พายสไตล์ญี่ปุ่นกับชารสละมุนในแบบที่คุณชื่นชอบ และที่พิเศษกว่านั้นคือสาขานี้มี Japanese bakery zone ที่เปิดตัวที่แรกของบราวน์ ซึ่งไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน โดยเป็น bakery วัตถุดิบพรีเมี่ยมที่อบสดใหม่พร้อมเสิร์ฟในทุกๆ วัน

เมนูแนะนำ

Japanese Layer Pie
Japanese Layer Pie
Japanese Layer Pie

Japanese Layer Pie พายกรอบอบร้อนทานคู่กับครีมสดและสตรอเบอร์รี่ลูกโตเนื้อหวานฉ่ำ และอีกหลากรส เมนูที่แอบมีกิมมิคน่ารัก นอกจากพายสีสันสดใส ยังมาพร้อมกับการ์ด และกล่องพายที่ให้เราได้ดึงออกจากกล่อง

Croissant
Croissant
Croissant
Donut
Donut
Donut
Donut
Donut

ตามมาด้วย ครัวซองต์ มีให้เลือกหลายรส อาทิ ยูซุ, มัทฉะ, อัลมอนต์, ไข่เค็ม, ครีมนม, ออริจินัล และ โดนัทสไตล์ญี่ปุ่นที่มีตัวเลือกเยอะเช่นกัน

Milk Tea Seto
Scone
Madeleine
Madeleine

Milk Tea Seto เมนู seto เสิร์ฟพร้อมฮอกไกโดชีสเค้ก บิงซูชาเอิร์ลเกรย์ ทานพร้อมดังโงะราดซอส kuromitsu เหนียวหนึบหนับ

และแน่นอนว่าคิดถึงชานมไข่มุก จะไม่คิดถึง Brown Café  ได้ยังไงจริงมั้ย!? ห้ามพลาดกับ Fresh milk นมสดสูตรพรีเมียม พร้อมไข่มุกบราวน์ชูการ์ หอมกลิ่นน้ำตาลเคี่ยวอร่อยละมุนสดชื่นลงตัว พร้อมกันนี้ยังคงมีเมนูเครื่องดื่มอีกมากมาย

ใครไม่อยากพลาดความอร่อยแบบฉบับญี่ปุ่นแบบนี้ มากันได้ที่ร้าน Brown Café สาขาเซ็นทรัล พระราม 9 ชั้น 6 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ Brown Café ブラウン

ZEN ฉลองครบรอบ 31 ปี เสิร์ฟ 6 เมนูพิเศษยกระดับความฟินแบบจัดเต็ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/682856

วันที่ 12 พ.ค. 2565 เวลา 12:37 น.ZEN ฉลองครบรอบ 31 ปี เสิร์ฟ 6 เมนูพิเศษยกระดับความฟินแบบจัดเต็ม

เซ็น เรสเตอร์รอง ชูคอนเซ็ปต์ “ZEN ชื่อที่เรียบง่าย แต่ได้คุณภาพระดับพรีเมียม” ฉลองครบรอบ 31 ปี พร้อมเสิร์ฟ 6 เมนูพิเศษ ยกระดับความฟินแบบจัดเต็ม

แบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นอันดับหนึ่ง เซ็น เรสเตอร์รอง ชูคอนเซ็ปต์ “ชื่อที่เรียบง่าย แต่ได้คุณภาพระดับพรีเมียม” พร้อมรังสรรค์ 6 เมนูที่ยกระดับความพิเศษ เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 31 ปี โดยเฉพาะ ทั้งเมนูร้อน Grand Bento และเมนูเย็นแบบ Sashimi Platter จัดยิ่งใหญ่แบบเต็มพิกัดด้วยวัตถุดิบระดับพรีเมียมและวัตถุดิบหายากตามฤดูกาล อีกทั้งยังคงมาตรฐานเรื่องความพิถีพิถันในการปรุงอาหารที่ตรงตามหลักของญี่ปุ่นแท้ๆ

คุณมยุรี จิตรกร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท เซ็น คอปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 31 ปี ที่ร้านอาหาร เซ็น เรสเตอร์รอง ได้เปิดให้บริการ พร้อมกับสร้างประสบการณ์และความทรงจำดีๆ อีกทั้งยังคงมุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาและคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสดใหม่ แหล่งที่มาของวัตถุดิบชั้นเลิศ และการปรุงอาหารตามหลักของญี่ปุ่นแท้ๆ ผสมผสานกับวัฒนธรรมอาหารของญี่ปุ่น ที่สะท้อนความรักและความใส่ใจในทุกขั้นตอนการทำอาหาร รวมทั้งการบริการที่เอาใจใส่ในแบบฉบับของ ZEN”

ในโอกาสนี้ ทางร้านอาหาร เซ็น ได้มีการรวบรวมเอาวัตถุดิบที่ขายดีที่สุดของทางร้าน นำมารังสรรค์ 6 เมนูใหม่ สุดพรีเมียม พร้อมเสิร์ฟเมนูร้อน แบบ Grand Bento ที่มีให้เลือก 3 เซ็ต ได้แก่

เบนโตะข้าวอบปลาไหลญี่ปุ่นย่างซีอิ๊ว UNAGI TAKIGOMI BENTO (520 บาท) : ชูไฮไลท์ด้วยข้าวอบสาหร่ายฮิจิกิสูตรพิเศษ รสชาติกลมกล่อม รับประทานคู่กับปลาไหลญี่ปุ่นย่างซีอิ๊ว หอมๆ กับไข่ฝอยที่นุ่มละมุน พร้อมด้วยเทมปุระผักรวม และหน่อไม้ฝรั่งพันเบคอนย่าง อร่อยสุดๆ

เบนโตะข้าวอบปลาแซลมอน SALMON TAKIGOMI BENTO (490 บาท) : ข้าวอบสาหร่ายฮิจิกิสูตรพิเศษ รับประทานคู่กับปลาแซลมอนต้มในซีอิ๊ว ครบรส หวาน เค็ม มัน และหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ผัดเนย พร้อมด้วยวัตถุดิบหายากตามฤดูกาลที่เป็นไฮไลท์เด็ด คือ เทมปุระปลาหมึกหิ่งห้อย อร่อย อิ่มจบ ในเซ็ตเดียว

เบนโตะสุกี้ยากี้เนื้อออสเตรเลีย GYU SUKIYAKI BENTO (หมู 420 บาท/เนื้อ 460 บาท) : สุกี้ยากี้เนื้อออสเตรเลีย สไตล์ญี่ปุ่น รับประทานคู่กับข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ กับไข่ฝอย พร้อมด้วยปอเปี๊ยะกุ้งห่อด้วยใบโอบะ และเต้าหู้คินุกับแปะก๊วยทอดกับปลาแห้ง คู่กับซอสวาซาบิมาโย อีกทั้งยังมีกุ้งต้มซอสสูตรพิเศษ เป็นเซ็ตที่สาย Surf & Turf ไม่น่าพลาด หรือหากใครไม่รับประทานเนื้อ ก็สามารถปรับเป็นเนื้อหมูได้ตามต้องการ

และเมนูเย็นแบบ Sashimi Platter จำนวน 3 เซ็ต ได้แก่

ซาชิมิยามะ SASHIMI YAMA (1,290 บาท) : ซาชิมิรวม 7 อย่างยอดนิยม ได้แก่ ปลาฮามาจิ, ปลาทูน่าอากามิ, กุ้งหวานญี่ปุ่น, หอยเชลล์ญี่ปุ่น, หอยปีกนก, ปลาแซลมอนสด และพิเศษด้วย ปลาหมึกหิ่งห้อย หรือ Hotaru Ika ซึ่งเป็นวัตถุดิบหายากตามฤดูกาลด้วย

ซาชิมิฮากิ SASHIMI HAGI (990 บาท) : ซาชิมิรวม 6 อย่างยอดนิยม ได้แก่ ปลาฮามาจิ, ปลาทูน่าอากามิ, หอยเชลล์ญี่ปุ่น, ครีบปลาตาเดียว, ท้องปลาแซลมอนสด และปิดท้ายกับ ปลาหมึกหิ่งห้อย หรือ Hotaru Ika เสิร์ฟความพิเศษด้วยวัตถุดิบหายากตามฤดูกาลอีกเช่นเคย

ปลาแซลมอนรวม 4 สไตล์ VERY SALMON PLATTER (690 บาท) : เอาใจปลาสีส้มเลิฟเวอร์ จัดเต็มด้วยปลาแซลมอลสด 4 สไตล์ ประกอบด้วยปลาแซลมอนซาชิมิ, ท้องปลาแซลมอนซาชิมิ, แซลมอนยำไทย และแซลมอนครีมชีสเสียบไม้พร้อมไข่ปลาแซลมอนสุดพรีเมียม

ชวนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฉลองครบรอบ 31 ปี และแชร์ช่วงเวลาที่พิเศษไปพร้อมกันได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ – 17 กรกฎาคม 2565 ที่ร้าน เซ็น เรสเตอร์รอง ทุกสาขาทั่วประเทศ สามารถติดตามหนังโฆษณา 3 เรื่องใหม่ของ “เซ็น” ซึ่งมีชื่อเรื่องว่า “คนละเกรดเดียวกัน”, “เรียบง่ายแต่ซับซ้อน” และ “ธรรมดาที่พิเศษ” ที่จะทำให้คุณเข้าใจการสื่อสารในคอนเซ็ปต์ “ชื่อที่เรียบง่าย แต่ได้คุณภาพระดับพรีเมียม” ได้ง่ายยิ่งขึ้น ประเดิมเรื่องแรก “คนละเกรดเดียวกัน” : https://fb.watch/cLaPVSKhyv/ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/Zenjapaneserestaurant หรือ Line @ZENGroupTH

เปิดแผนเยียวยาความเสียหายผู้ถือเหรียญ LUNA, UST

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683055

วันที่ 14 พ.ค. 2565 เวลา 14:40 น.เปิดแผนเยียวยาความเสียหายผู้ถือเหรียญ LUNA, UST

โด ควอน เสนอแผนเยียวยาความเสียหายให้ผู้ถือเหรียญ LUNA, UST

โด ควอน ผู้ก่อตั้ง Terraform Labs เขียนบล็อกเสนอแผนเยียวยาผู้ที่ได้รับความเสียหายจากเหรียญ LUNA, UST โดยบอกว่า ขณะนี้เหรียญ UST ยังมีมูลค่าหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ แต่เหรียญ LUNA นั้นแทบไม่มีมูลค่าแล้ว

และแม้ว่าในอนาคตการตรึงมูลค่าของ UST สามารถฟื้นกลับมาได้ แต่ LUNA มีเหรียญในระบบมากเกินไปจนทำให้มูลค่าของเหรียญเหลือน้อยมาก จนยากที่จะกอบกู้คืนมาจากซากเถ้าถ่าน และบอกว่า UST ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นระบบการเงินที่ไม่ต้องการตัวกลางได้อีกต่อไปแล้ว

ควอนประกาศว่า Validators จะรีสตาร์ทบล็อกเชน Terra ทั้งหมด แล้วทำการ Fork และจะเยียวยาผู้ถือเหรียญทั้ง UST และ LUNA ผ่านเหรียญใหม่จำนวน 1,000 ล้านเหรียญ ลดลงจากกว่า 6 ล้านล้านเหรียญ LUNA ที่หมุนเวียนอยู่ในขณะนี้

ควอนระบุต่อว่า ในจำนวนเหรียญใหม่ทั้งหมด 400 ล้านเหรียญ (40%) ให้ผู้ที่ถือเหรียญ LUNA ก่อนที่มูลค่าของเหรียญจะหลุดลงไปต่ำกว่า 1 เหรียญสหรัฐครั้งแรกในเดือนนี้ โดยจะไม่รวมเหรียญ LUNA ของ Terraform Labs

อีก 400 ล้านเหรียญ (40%) ให้ผู้ถือ UST ตามสัดส่วนเงินลงทุนในช่วงที่อัพเกรดเครือขายใหม่ อีก 100 ล้านเหรียญ (10%) ให้ผู้ถือ LUNA จนถึงนาทีสุดท้ายก่อนที่ Terra จะปิดระบบบล็อกเชน เพื่อเป็นการตอบแทนที่คนกลุ่มนี้ทุ่มเทเพื่อรักษาเสถียรภาพของเครือข่าย และ 100 ล้านเหรียญสุดท้าย (10%) ให้เป็นทุนของชุมชนเพื่อการพัฒนาในอนาคต

ควอนยังย้ำว่า ชุมชน Terra จะแสวงหาหนทางอื่นในการนำ “เงินที่ไม่ต้องมีตัวกลาง” มาแทนที่ UST ในอนาคต

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration

มหาเศรษฐีคริปโตสูญเงินกว่า 2 ล้านล้านบาทหลังคริปโตร่วงระนาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683058

วันที่ 14 พ.ค. 2565 เวลา 16:45 น.มหาเศรษฐีคริปโตสูญเงินกว่า 2 ล้านล้านบาทหลังคริปโตร่วงระนาว

ราคาคริปโตที่ดิ่งอย่างหนักส่งผลให้นักลงทุนบางคนหลุดโผมหาเศรษฐีระดับพันล้านเหรียญของฟอร์บส์

ฟอร์บส์ ระบุว่า มูลค่ารวมทั้งหมดของเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีร่วงลงมากว่า 26% โดย Bictoin ร่วง 25% นับตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค. ซึ่งขณะนั้นยังมีมหาเศณษฐีคริปโตติดอันดับของฟอร์บส์อยู่ 19 คน แต่ล่าสุดมหาเศรษฐีกลุ่มนี้เหลือเพียง 16 คนเท่านั้น

สำหรับไทคูนที่มูลค่าทรัพย์สินผูกอยู่กับราคาคริปโตและซื้อขายหุ้นของบริษัทคริปโตช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมาถือเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก การคำนวณของฟอร์บส์พบว่า มหาเศรษฐีในวงการคริปโตที่มั่งคั่งที่สุด 11 คนมีมูลค่าทรัพย์สินหายไปเกือบ 60,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 2.084 ล้านล้านบาท เนื่องจากราคาที่ดำดิ่งของคริปโตส่งผลให้มูลค่าตามราคาตลาดหายไปเกือบ 400,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

คนหนึ่งที่เจ็บตัวหนักที่สุดคือ จางเผิงเจ้า หรือ CZ แห่ง Binance เมื่อเดือน มี.ค. CZ ครองตำแหน่งคนในวงการคริปโตที่ร่ำรวยที่สุดด้วยทรัพย์สินสูงถึง 65,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

แต่วันนี้ฟอร์บส์ประเมินว่าทรัพย์สินของ CZ ลงมาอยู่ที่ 17,400 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยอ้างอิงจากมูลค่าที่ลดลงหลายเท่าตัวของ Coinbase

ทว่าเจ้าตัวดูเหมือนจะไม่กังวลแต่อย่างใด โดยทวีตเมื่อวันพุธ (11 พ.ค.) ว่า “เราจำเป็นต้องเคารพตลาด แต่ก็ต้องระมัดระวังด้วย มันขึ้นและลงเป็นวงจร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งความจริงที่ว่ามันไม่สมเหตุสมผลเสมอไป”

ฟอร์บส์ระบุว่า ไบรอัน อาร์มสตรอง และ เฟรด แอร์ซัม ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี Coinbase ทรัพย์สินหายไปกว่าครึ่ง โดยทรัพย์สินของอาร์มสตรอง ซีอีโอ Coinbase ลดลงมาอยู่ที่ 2,800 ล้านเหรียญสหรัฐ จาก 6,600 ล้านเหรียญสหรัฐ ณ วันที่ 11 มี.ค.

ส่วนแอร์ซัมที่ออกจากบริษัทไปตั้งแต่ปี 2017 หลุดโผมหาเศรษฐีระดับพันล้านเหรียญสหรัฐ ฟอร์บส์ประเมินว่าตอนนี้ทรัพย์สินของเขาเหลือ 986 ล้านเหรียญสหรัฐ

หุ้นของ Coinbase ปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ 67.87 เหรียญสหรัฐ ร่วงลง 57% นับตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค. และลดลง 80% จากระดับออลไทม์ไฮที่ 343 เหรียญสหรัฐเมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว

เช่นเดียวกับ ไมเคิล เซย์เลอร์ ซีอีโอบริษัทซอฟท์แวร์ Microstrategy ที่หลุดโผมหาเศรษฐีระดับพันล้านเหรียญสหรัฐของฟอร์บส์ หลังจากความผันผวนของตลาดส่งผลต่อ Bitcoin 17,732 เหรียญที่เจ้าตัวถืออยู่ รวมทั้งหุ้นของ MicroStrategy ที่ดิ่งลงถึง 47% นับตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค.

ฟอร์บส์ระบุว่า หุ้นของ MicroStrategy มีความสัมพันธ์กับราคา Bitcoin อย่างใกล้ชิด เนื่องจากบริษัทนำเงินไปลงทุนใน Bitcoin กว่า 4,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่ราคาซื้อเฉลี่ยเหรียญละ 30,700 เหรียญสหรัฐ แต่ ณ เวลา 15.00 น.ตามเวลาประเทศไทย ราคา Bitcoin อยู่ที่ราว 30,030 เหรียญสหรัฐ

เจ็ด แม็คเคเลบ และคริส ลาร์เซน 2 ผู้ก่อตั้ง Ripple ระบบชำระเงินที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน ทรัพย์สินหายไป 300 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐตามลำดับ โดยมูลค่าเหรียญ XRP ของ Ripple ร่วงไปเกือบ 50%

ส่วน ทิม เดรเปอร์ นักลงทุนในสตาร์ทอัพที่ซื้อ Bitcoin ไว้ราว 30,000 เหรียญเมื่อปี 2014 ก็หลุดจากโผมหาเศรษฐีระดับพันล้านของฟอร์บส์เช่นกัน

ฟอร์บส์ระบุว่า ทรัพย์สินของมหาเศรษฐีคริปโตที่ทรัพย์สินผูกอยู่กับบริษัทได้ได้รับการหนุนหลังจากการร่วมลงทุน ณ ขณะนี้ยังไม่ลดลงมากนัก ทำให้ แซม แบงก์แมน-ฟรายด์ ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต FTX ยังคงมีทรัพย์สิน 21,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงเพียง 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐนับตั้งแต่เดือน มี.ค.

อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยมีใครเห็นใจในชะตากรรมของบรรดามหาเศรษฐีเหล่านี้ อย่างน้อยก็ สกอตต์ เวลเกอร์ นักลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลและนักจัดพอดแคสต์ที่บอกว่า “มหาเศรษฐีคริปโตก็ยังคงเป็นมหาเศรษฐีคริปโต ที่น่ากังวลมากที่สุดคือนักลงทุนรายเล็กที่ทุ่มหมดหน้าตักให้คริปโตและสูญเสียทุกอย่าง”

REUTERS/Darrin Zammit Lupi/File Photo

มหาเศรษฐีคริปโตเตือน Bitcoin อาจร่วงจนเหลือ 0 หรือพุ่งไปแตะ 1 ล้านเหรียญก็ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683040

วันที่ 14 พ.ค. 2565 เวลา 12:45 น.มหาเศรษฐีคริปโตเตือน Bitcoin อาจร่วงจนเหลือ 0 หรือพุ่งไปแตะ 1 ล้านเหรียญก็ได้

บร็อค เพียร์ซ มหาเศรษฐีคริปโตบอกว่า Bitcoin อาจล้มเหลวไม่เป็นท่าหรืออาจประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล

เพียร์ซ ประธานองค์กร Bitcoin Foundation ให้สัมภาษณ์กับรายการ Fox Business ว่า นักลงทุนควรหลีกเลี่ยงการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีแบบหมดหน้าตัก

“Bitcoin อาจร่วงลงมาเหลือ 0 ผลลัพธ์มันออกมาได้ 2 แบบ มันอาจจะพุ่งไปถึง 1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรืออาจจะเหลือแค่ 0 ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง ซึ่งคุณไม่ควรเทหมดหน้าตัก”

เพียร์ซบอกว่า ภาพรวมของคริปโตเคอร์เรนซีตอนนี้ทำให้เขานึกถึงภาวะฟองสบู่เทคโนโลยีเมื่อกกว่า 2 ทศวรรษก่อนที่อินเทอร์เน็ตสตาร์ทอัพเติบโตอย่างรดเร็ว

“นี่ทำให้ผมนึกถึงปี 1999 ถูกมั้ย เรากำลังอยู่ในจุดนั้น และเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น eBay และ Amazon และธุรกิจที่น่าสนใจทุกประเภทก็เกิดขึ้นในยุคดอทคอม 1.0 และจำนวนหนึ่งก็กลายเป็น 0 และผมคิดว่านั่นอาจจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับสิ่งที่เราเห็นอยู่ตอนนี้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่านวัตกรรมเหล่านั้นไม่มีอยู่จริง และจะไม่มีบทบาทสำคัญในอนาคตที่เราร่วมกันสร้าง”

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

โด ควอน ทวีตบอก “ใจสลาย” ที่เหรียญ LUNA และ UST ล้ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683033

วันที่ 14 พ.ค. 2565 เวลา 10:49 น.โด ควอน ทวีตบอก “ใจสลาย” ที่เหรียญ LUNA และ UST ล้ม

โด ควอน แห่ง Terra เคลื่อนไหวแล้วหลังเงียบหายไป 2 วันทวีตยอมรับการล่มสลายของหรียญ LUNA และ UST

เว็บไซต์ CoinDesk ที่รายงานข่าวสารและความเคลื่อนไหวในวงการคริปโตเคอร์เรนซีระบุว่า โด ควอน หนุ่มเกาหลีใต้ผู้ก่อตั้ง Terraform Labs ที่สร้างเหรียญ Stablecoin อย่าง LUNA และ TerraUSD (UST) ทวีตว่าตัวเขา “หัวใจสลาย” ที่เหรียญที่สร้างมาไม่มีค่าแล้ว

ควอนระบุว่าเข้าใช้เวลาสองสามวันที่ผ่านมาต่อสายพูดคุยกับสมาชิกชุมชน Terra ผู้สร้าง พนักงาน เพื่อนๆ และครอบครัวที่ได้รับความเสียหายจากการที่ UST หลุดราคาที่ตรึงไว้ “ผมหัวใจสลายที่นวัตกรรมของผมทำให้ทุกคนเจ็บปวด”

“ผมยังคงเชื่อว่าระบบเศรษฐกิจที่ไม่มีตัวกลางเหมาะกับระบบการเงินที่ไม่มีตัวกลาง แต่มันชัดเจนแล้วว่า UST ในขณะนี้ไม่สามารถเป็นเงินที่ว่านั้นได้แล้ว” ควอนทวีต

ทั้งนี้ เหรียญ UST ที่ตรึงราคาไว้กับเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐที่ 1 ต่อ 1 มูลค่าร่วงลงในสัปดาห์นี้และยังไม่ฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้อีกเลย

ควอนระบุถึงแผนฟื้นฟูบนฟอรัม Agora ของ Terra เป็นขั้นตอนต่อไป โดยจะกระจายความเป็นเจ้าของเครือขายไปยังผู้ถือ UST และ LUNA และยอมรับว่าเหรียญของ Terra ไม่สามารถกู้ขึ้นมาได้แล้ว

“แม้ว่าระบบเศรษฐกิจที่ไม่มีตัวกลางจำเป็นต้องมีระบบการเงินที่ไม่มีตัวกลาง แต่ UST สูญเสียความเชื่อมั่นจากผู้ใช้ที่จะทำหน้าที่นั้นแล้ว” ควอนระบุ

ควอนยังเผยว่า ระหว่างที่เกิดเรื่องเขาไม่ได้ขาย LUNA หรือ UST เพื่อทำกำไรเลย

1/ I’ve spent the last few days on the phone calling Terra community members – builders, community members, employees, friends and family, that have been devastated by UST depegging.I am heartbroken about the pain my invention has brought on all of you.— Do Kwon (@stablekwon) May 13, 2022

อดีตเพื่อนร่วมงานแฉ โด ควอน แห่ง LUNA เคยอยู่เบื้องหลังเหรียญที่ล้มเหลวมาก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682970

วันที่ 13 พ.ค. 2565 เวลา 16:30 น.อดีตเพื่อนร่วมงานแฉ โด ควอน แห่ง LUNA เคยอยู่เบื้องหลังเหรียญที่ล้มเหลวมาก่อน

แท้จริงแล้วผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหรียญ Basis Cash ที่ไปไม่รอดคือ โด ควอน ผู้สร้าง LUNA และพนักงานของ Terraform Labs

เว็บไซต์ CoinDesk ที่รายงานข่าวสารความเคลื่อนไหวในแวดวงคริปโตเคอร์เรนซีระบุว่า โด ควอน ซีอีโอของ Terraform Labs ผู้สร้างเหรียญ LUNA และ terraUSD (UST) คือหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งที่อยู่เบื้องหลังเหรียญ Stablecoin ที่ไม่ประสบความสำเร็จอย่าง Basis Cash

Basis Cash เป็นเหรียญ Stablecoin ที่ใช้ระบบอัลกอริทึมในการตรึงราคาเหรียญให้เท่ามีมูลค่ากับ 1 เหรียญสหรัฐเช่นเดียวกับ LUNA ที่ราคาดิ่งเหวอยู่ในขณะนี้ ก่อตั้งโดยผู้ที่ใช้ชื่อว่า ริก และ มอร์ตี ในปี 2020

Basis Cash ได้รับการจับตามองอย่างมากตอนที่เปิดตัวบน Ethereum เมื่อปลายปี 2020 ก่อนที่เหรียญ terraUSD (UST) ซึ่งเป็นเหรียญหลักของ Terra จะเปิดตัวไม่นาน

แต่ปรากฏว่า Basis Cash ไม่ประสบความสำเร็จ เหรียญของโปรเจกต์ที่ถูกปล่อยทิ้งไปนานแล้วนี้ไม่เคยขยับขึ้นมาเท่ากับดอลลาร์เลย มันร่วงลงไปต่ำกว่า 1 เหรียญสหรัฐเมื่อช่วงต้นปี 2021 และราคาตกลงมาต่ำกว่า 1 เซนต์เมื่อวันพุธ (11 พ.ค.)

CoinDesk ระบุว่า ตอนนี้ดูเหมือนประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ตลอด 3 วันที่ผ่านมาเหรียญ UST ร่วงลงไปต่ำกว่าราคาที่ตรึงไว้กับดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อขายที่ 27 เซนต์เมื่อช่วงเช้าวันพุธตามเวลาสหรัฐ

การหลุดราคาที่ตรึงไว้กับดอลลาร์ทำเอาตลาดคริปโตและหน่วยงานกำกับดูแลช็อกไปตามๆ กัน และเหรียญที่ครั้งหนึ่งเคยมีมูลค่าตามราคาตลาดถึง 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐยังดิ่งลงต่อเนื่อง ขณะที่ตัวเลข 54.5 ล้านเหรียญสหรัฐของ Basis Cash ดูเหมือนจะมีผลกระทบน้อยกว่า แต่มันก็เป็นข้อมูลย้อนหลังให้กับบรรดานักสังเกตการณ์ที่ยังสงสัยกับความเป็นไปได้ของเหรียญ Stablecoin ที่ใช้ระบบอัลกอริทึมได้เป็นอย่างดี

CoinDesk ระบุว่า ฮยอนซอก คัง อดีตวิศวกรของ Terraform Labs เผยว่า ที่จริงแล้ว Basis Cash คือโปรเจกต์ของผู้ก่อสร้าง Terra ยุคแรกๆ บางคน รวมทั้งตัวเขาเองและ โด ควอน

“ตอนนั้นยังไม่ได้ทดสอบ Basis Cash และเราก็ไม่มั่นใจว่ามันจะเวิร์กไหม” คังเผย “ควอนอยากลองทดสอบดู เขาบอกว่ามันเป็นโปรเจกต์นำร่อง”

ผู้ที่ร่วมสร้าง Basis Cash อีกคนหนึ่งที่ไม่ต้องการเผยตัวตนยืนยันกับ CoinDesk ว่า โด ควอน และพนักงานของ Terraform Labs อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์ดังกล่าว

ทั้งคังและบุคคลนิรนามคนนั้นเผยกับ CoinDesk ว่า ควอนคือ ริก ซานเชส และ CoinDesk ยังได้เห็นแชทภายในของ Basis Cash ซึ่งควอนอ้างว่าตัวเองคือ ริก

แหล่งข่าวของ CoinDesk เผยว่า ควอนตั้งใจพาตัวเองออกห่างจากการดำเนินงานตามปกติของโปรเจกต์นี้ แต่ยังคงเสนอไอเดียหลักๆ ส่วนใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง Basis Cash และโทเคนอื่นๆ ที่ Basis Cash หนุนอยู่

ความไม่เสถียรของ Stablecoin อาจเป็น Lehman Brothers แห่งตลาดคริปโต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682995

วันที่ 13 พ.ค. 2565 เวลา 19:00 น.ความไม่เสถียรของ Stablecoin อาจเป็น Lehman Brothers แห่งตลาดคริปโต

นักวิเคราะห์หวั่นความไม่เสถียรของ Stablecoin ซ้ำรอย Lehman Brothers

Business Insider รายงานโดยอ้างคำพูดของมาร์คัส โซติริอู นักวิเคราะห์จาก GlobalBlock Digital Asset ซึ่งกล่าวว่าราคาที่ร่วงลงของ USDT สกุลเงินดิจิทัลแบบ Stablecoin อาจเป็นช่วงเวลา “Lehman Brothers” ในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี

“ความไม่เสถียรของเหรียญ Stablecoin ต่างๆ อาจเป็นตัวแทนของช่วงเวลา Lehman Brothers ของคริปโตเคอร์เรนซี เนื่องจากนักลงทุนเริ่มกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงในตลาดสกุลเงินดิจิทัล” เขากล่าวหลังจากที่ราคา USDT เริ่มเบี่ยงเบนไปจากราคาที่ตรึงไว้ที่ 1 เหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ การล้มละลายของ Lehman Brothers วาณิชธนกิจระดับโลกจากสหรัฐเป็นชนวนให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกในปี 2008

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว CNBC รายงานว่า วอร์เรน บัฟเฟตต์ ซีอีโอของบริษัท Berkshire Hathaway วิพากษ์วิจารณ์ Bitcoin โดยกล่าวว่าหากจะยก Bitcoin หมดทั้งโลกให้เขาในราคาเพียง 25 เหรียญสหรัฐ เขาก็ไม่เอา โดยบอกว่า “สิ่งที่ผมค่อนข้างแน่ใจคือมันไม่ได้ผลิตอะไรขึ้นมาเลย”

บัฟเฟตต์กล่าวว่า “ถ้าคุณบอกว่าจะยกผลประโยชน์ 1% ในพื้นที่เกษตรกรรมทั้งหมดในสหรัฐอเมริกาในราคา 25,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ผมจะเขียนเช็คให้คุณบ่ายวันนี้ ถ้าเสนอขายอพาร์ตเมนต์ทั้งหมดในสหรัฐอเมริกาด้วยเงินจำนวนเท่ากัน ผมก็จะเขียนเช็คให้ทันทีเลย … แต่ถ้าคุณบอกว่าคุณเป็นเจ้าของ Bitcoin ทั้งหมดในโลก และเสนอให้ผมในราคาแค่ 25 เหรียญสหรัฐ ผมก็ไม่เอา” โดยชี้ว่า Bitcoin ไม่มีผลผลิตที่จับต้องได้ ยกตัวอย่างอพาร์ตเมนต์ยังสามารถผลิตค่าเช่า

ในเดือนม.ค. Financial Conduct Authority (FCA) ของอังกฤษเตือนว่า “การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมาพร้อมกับความเสี่ยงสูง หากต้องการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้นักลงทุนต้องพร้อมรับความเสี่ยงที่อาจสูญเงินทั้งหมด”

ซูซานนาห์ สตรีเตอร์ นักวิเคราะห์อาวุโสด้านการลงทุนและการตลาดชองบริษัท Hargreaves Lansdown อธิบายความเสี่ยงดังกล่าวกับ i news ว่า “นอกเหนือจากความผันผวนอย่างมากแล้ว คริปโตเคอร์เรนซีส่วนใหญ่ไม่ได้รับการควบคุม ซึ่งนอกจากจะเพิ่มความไม่แน่นอนของราคาแล้วนักลงทุนไม่ได้รับการป้องกันการฉ้อโกงด้วย”

Business Today รายงานโดยอ้างคำพูดของซูบาช จันทรา การ์ค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอินเดีย กล่าวว่าไม่มีวิธีการที่แท้จริงในการวัดมูลค่าจริงๆ ของคริปโตเคอร์เรนซี ดังนั้น ราคาของมันถูกกำหนดขึ้นตามอุปสงค์และอุปทานในช่วงเวลานั้นๆ ผู้คนซื้อโดยที่ไม่รู้และไม่เข้าใจมันจริงๆ สิ่งนี้ถูกขับเคลื่อนโดยสภาพคล่อง

การ์คกล่าวต่อว่า เมื่อมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนตระหนักว่าไม่มีสภาพคล่องมากพอที่จะซื้อสินทรัพย์ และมีแรงกดดันในการขาย ซึ่งเป็นเหตุให้ราคาของคริปโตร่วงลงในขณะนี้ กล่าวคือมูลค่าของคริปโตขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทาน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญและนักลงทุนอีกส่วนหนึ่งยังคงเชื่อมั่นในการเติบโตในระยะยาวของตลาดคริปโตเคอร์เรนซี

รวมถึง ไบรอัน อาร์มสตรอง ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Coinbase ซึ่งคาดการณ์ว่าจำนวนคนที่เข้ามาอยู่ในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในอีก10 ถึง 20 ปีข้างหน้า โดยเชื่อว่าอาจถึง 1 พันล้านคน หรือมากขึ้นถึง 5 เท่าจากปัจจุบันซึ่งอยู่ที่กว่า 220 ล้านคน

Photo by JUSTIN TALLIS/AFP

ผู้ก่อตั้งเหรียญ LUNA ถูกบุกถึงบ้านหลังราคาร่วงจนหลายคนหมดตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682968

วันที่ 13 พ.ค. 2565 เวลา 15:45 น.ผู้ก่อตั้งเหรียญ LUNA ถูกบุกถึงบ้านหลังราคาร่วงจนหลายคนหมดตัว

นักลงทุนถก ‘โด ควอน’ ผู้ก่อตั้ง LUNA ต้องรับผิดชอบหรือไม่ หลังราคาร่วงเข้าใกล้ศูนย์ บางคนเสียเงินเก็บทั้งชีวิต บางคนไม่เหลือเงินผ่อนบ้านและอาจจะต้องถูกยึด และบางคนตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเอง

เว็บไซต์ Benzinga อ้างรายงานจาก Money Today สื่อท้องถิ่นของเกาหลีระบุว่าตำรวจเกาหลีใต้กำลังเร่งสืบสวนหลังได้รับรายงานชายปริศนาบุกเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ของ โด ควอน ซีอีโอและผู้ก่อตั้งเครือข่ายบล็อกเชน Terra เจ้าของเหรียญ LUNA เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (12 พ.ค.)

หลังจากที่ LUNA หนึ่งใน 10 อันดับแรกของสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่ามากที่สุดร่วงลง 99.99% สู่ระดับต่ำสุดที่ใกล้จะเป็นศูนย์ ขณะที่ราคาของเหรียญที่ลดลงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้นักลงทุนสูญเงินไปมหาศาล บางคนเสียเงินที่เก็บมาทั้งชีวิต บางคนไม่เหลือเงินผ่อนบ้านและอาจจะต้องถูกยึด และบางคนตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเอง

ภรรยาของโด ควอน ให้การว่าชายคนดังกล่าวบุกรุกเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ ก่อนที่จะเคาะประตูและกดกริ่ง เพื่อถามภรรยาของโด ควอนว่าสามีของเธออยู่บ้านหรือไม่ และหลบหนีออกไปจากที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้ หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ภรรยาของโด ควอน ได้ขอความคุ้มครองส่วนบุคคลในกรณีฉุกเฉิน และถูกกำหนดให้อยู่ภายใต้มาตรการด้านความปลอดภัยสำหรับเหยื่ออาชญากรรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าชายผู้บุกรุกคนดังกล่าวเป็นหนึ่งในนักลงทุนที่สูญเงินไปกับเหรียญ LUNA หรือไม่ แต่เบื้องต้นระบุว่าผู้ที่ภายใต้มาตรการด้านความปลอดภัยสำหรับเหยื่ออาชญากรรมจะถูกส่งตัวไปยังที่ปลอดภัย และเจ้าหน้าที่จะทบทวนมาตรการสอบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุต่อไป

ขณะที่ชาวเน็ตกำลังถกเถียงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว โดยบัญชีทวิตเตอร์ @AlgodTrading มองว่าโด ควอน ควรถูกตั้งข้อหาและรับผิดชอบจากการทำลายชีวิตคนจำนวนมาก

Honestly and this sound edgy but i believe Do Kwon should face charges. After launching basis cash he launched another algorithmic stablecoin, he ruined many lives and should be held accountable.— Algod (@AlgodTrading) May 12, 2022

Alpha Seeker แสดงความคิดเห็นต่อข่าวดังกล่าวว่าเป็นเรื่องที่วุ่นวายมาก และความรุนแรงไม่เคยเป็นคำตอบ

Stevie Wonders กล่าวว่าบางครั้งความรุนแรงก็คือคำตอบ เขาทำลายชีวิตผู้คนเหล่านั้น แล้วจะคาดหวังให้พวกเขาตอบสนองอย่างสงบหรือ? อย่างไรก็ตาม เขาไม่มีทางเป็นอะไร บัลลังก์ทองคำของเขาสูงเกินกว่าที่ทุกคนจะเอื้อมถึง

ขณะที่ผู้ใช้ชื่อ Yunan แย้งว่าพวกเขาทำลายชีวิตของตัวเอง การทดลองก็คือการทดลอง มันยังคงมีความเสี่ยงถ้าคุณไม่ศึกษาให้ดีเสียก่อน

They ruined their lives on their own, make no mistake. An experiment is still an experiment, the risk is in them if you did not study the subject beforehand.— Yunan (@Ignlr12) May 13, 2022

ทั้งนี้ Binance และแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีอื่นๆ ประกาศยุติการซื้อขายเหรียญดังกล่าวเป็นการชั่วคราวและถอดออกจากกระดานเทรดแล้ว

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/Illustration

เตือนการล่มสลายของคริปโตล่าสุดคือสัญญาณเตือนครั้งใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682949

วันที่ 13 พ.ค. 2565 เวลา 14:39 น.เตือนการล่มสลายของคริปโตล่าสุดคือสัญญาณเตือนครั้งใหญ่

โลกของคริปโตเคอร์เรนซีมีทั้งความซับซ้อนและความเสี่ยงสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับมัน

สำนักข่าว CBS Boston รายงานว่า ในจุดสูงสุดนั้นคริปโตทั่วโลกมีมูลค่ารวมกันมากกว่า 2.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แต่ช่วงเดือนที่ผ่านมามูลค่าของมันหายไป 800,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้นักลงทุนกังวลหนัก

แลร์รี แกลเซอร์ หุ้นส่วนผู้จัดการของบริษัทที่ปรึกษา Mayflower Advisors ในเมืองบอสตันของสหรัฐเผยว่า “ผู้คนได้รับสัญญาณเตือนครั้งใหญ่เกี่ยวกับความเสี่ยงและแผนการเกษียณอายุของพวกเขา เรากำลังได้เห็นว่าคริปโตเคอร์เรนซีจะทำได้ดีแค่ไหนในโลกที่กำลังพัฒนานี้ และโชคร้ายที่การทดสอบนี้มันน่าตกใจสำหรับคนส่วนใหญ่”

แกลเซอร์กล่าวว่า ตลาดคริปโตกำลังดิ่งลงเนื่องจากปฏิกิริยาจากภาวะเงินเฟ้อทั่วโลกซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้สร้างคริปโตบอกว่าสกุลเงินดิจิทัลจะไม่ได้รับผลกระทบ

“เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว มันพัฒนาไปเร็วกว่าข้อบังคับ และนั่นคือส่วนหนึ่งของความท้าทาย” ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินเผย

แกลเซอร์กล่าวอีกว่า คริปโตคือหนึ่งในที่ที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดที่จะนำเงินไปลงทุน และแนะนำให้ผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อให้หาข้อมูลให้ดีก่อน

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo