ฟองสบู่คริปโต กับความสูญเสียมหาศาลในชั่วข้ามคืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682947

วันที่ 13 พ.ค. 2565 เวลา 13:30 น.ฟองสบู่คริปโต กับความสูญเสียมหาศาลในชั่วข้ามคืน

นักลงทุนจำนวนไม่น้อยสูญเงินมหาศาลในชั่วข้ามคืนเมื่อตลาดคริปโตดิ่งหนัก

แม้ว่าขณะนี้สกุลเงินดิจิทัลหลายรายเริ่มขยับขึ้นมาแล้ว หลังจากที่ดิ่งลงอย่างหนักเมื่อวานนี้ (12 พ.ค.) แต่ผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ฝากเงินออมของพวกเขาไว้กับสกุลเงินดิจิทัล ต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่ในชั่วข้ามคืน เมื่อราคาคริปโตเคอร์เรนซีดิ่งหนักในช่วงคืนที่ผ่านมา โดยเว็บไซต์ Metro ของอังกฤษรายงานว่าบางคนถึงขั้นต้องสูญเสียบ้าน

รายงานระบุว่าวานนี้ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีสูญเสียมูลค่าไปมากกว่า 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ท่ามกลางการเทขายจากบรรดานักลงทุนที่อยู่ในความตื่นตระหนก โดย Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลอันดับ 1 ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี และดิ่งลงถึง 50% เมื่อเทียบกับระดับสูงสุดตลอดกาลที่ทำไว้ในเดือนพ.ย.

ขณะที่ Ethereum สกุลเงินดิจิทัลอันดับ 2 ร่วงลง 20% ในเวลา 24 ชั่วโมง รวมไปถึงราคาเหรียญอื่นๆ ในตลาดก็ดิ่งลงไปด้วยเช่นกัน อาทิ Shiba Inu และ Dogecoin สูญเสีย 30% และ 25% ตามลำดับ

ขณะเดียวกัน Terra Luna ซึ่งเป็นหนึ่งใน 10 อันดับแรกของสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่ามากที่สุด ร่วงลงกว่า 98% โดยราคาตกลงมาใกล้ศูนย์ ขณะที่หลายกระดานเทรดต้องประกาศยุติซื้อขายเหรียญดังกล่าวเป็นการชั่วคราว

บรรดานักลงทุนแบ่งปันประสบการณ์สูญเสียครั้งใหญ่ของพวกเขาบน Reddit ซึ่งนักลงทุนรายหนึ่งกล่าวว่าเขาสูญเสียเงินออมทั้งชีวิตไปแล้ว หลังจากที่เคยซื้อ Luna ในราคาเหรียญละ 85 เหรียญสหรัฐ และตอนนี้เขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป

อีกคนหนึ่งกล่าวว่าเขาสูญเงิน 15,000 เหรียญสหรัฐ หรือกว่า 520,000 บาท จากการถือเหรียญ Luna ที่เขาเคยซื้อมาในราคาเหรียญละมากกว่า 100 เหรียญสหรัฐเมื่อเดือนที่แล้ว

นักลงทุนยังเผยว่าเขาน่าจะขายเหรียญพวกนี้ไปตั้งแต่ที่พอจะได้กำไรแล้ว อย่างน้อยก็มีเงินสำหรับดาวน์บ้าน แต่ด้วยความโลภมากอยากจะได้กำไรมากกว่านี้จึงถือเหรียญต่อไป แต่มันกลับราคาดิ่งลงจนเขาไม่เหลือเงินออมและเงินสำหรับจ่ายค่าบ้านแล้ว

นักลงทุนอีกรายเล่าว่า “ฉันเสียเงินไปมากกว่า 450,000 เหรียญสหรัฐ ฉันไม่มีเงินจ่ายหนี้ธนาคาร ฉันจะสูญเสียบ้านและกลายเป็นคนไร้บ้านในไม่ช้า”

“อดีตเพื่อนร่วมงานของฉันพยายามฆ่าตัวตาย” ผู้ใช้ Reddit รายหนึ่งกล่าวโดยเล่าว่าเขาย้ายเงินออมทั้งหมดไปไว้ในคริปโตตั้งแต่ปีที่แล้ว และหมดเงินไปกับ LUNA มากที่สุด

New York Post อ้างคำพูดของ แกร์ริก ฮิลแมน หัวหน้านักวิจัยจาก blockchain.com ซึ่งกล่าวว่ามีคนจำนวนมากที่เจ็บปวด แต่ในตลาดคริปโตโทเค็นที่แข็งแกร่งจะอยู่รอด เขายังคงมีมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับโอกาสในระยะยาวของคริปโตเคอร์เรนซี แต่กล่าวว่าราคาที่ดิ่งลงในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่านักลงทุนโดยเฉพาะมือใหม่ต้องระวัง พร้อมเตือนว่าไม่ควรทุ่มเงินลงทุนมากเกินไป เพราะต้องยอมรับว่าเงินจำนวนนั้นมีโอกาสที่จะสูญเสียไปได้

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo/File Photo

นักลงทุนคริปโตฆ่าตัวตายหลังสูญเงิน 41 ล้านบาทเพราะเหรียญ LUNA

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682938

วันที่ 13 พ.ค. 2565 เวลา 12:15 น.นักลงทุนคริปโตฆ่าตัวตายหลังสูญเงิน 41 ล้านบาทเพราะเหรียญ LUNA

ราคาเหรียญ stablecoin LUNA ราคาร่วงจนทำจะไม่มีค่าทำนักลงทุนหลายคนหมดตัว

การล่มสลายของเหรียญ LUNA ส่งผลให้นักลงทุนไม่น้อยต้องสูญเงินจำนวนมหาศาล โดยหนึ่งในนั้นเป็นนักลงทุนที่คาดว่าจะเป็นชาวอินเดียสูญเงินไป 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 41.67 ล้านบาทจึงคิดสั้นพยายามฆ่าตัวตาย

เจ้าของบัญชีทวิตเตอร์ @Akassh03 เจ้าไปโพสต์เรื่องราวของเพื่อนใต้ทวีตของ โด ควอน ผู้ก่อตั้ง Terraform Labs ซึ่งเป็นเจ้าของเหรียญ LUNA ว่า “เพื่อนผมคนนึงพยายามฆ่าตัวตาย แต่พวกเราช่วยเขาไว้ได้ทัน เขาอยู่ในห้องไอซียู เขาเสียเงินไป กับ $LUNA 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐ $LUNA คุณทำอะไรลงไปเนี่ย” พร้อมกับโพสต์ภาพที่คาดว่าน่าจะเป็นจดหมายลาตาย

One of my friends he try to attempt suicide. But We were able to save him. He is in ICU. .He lost 1.2M $ in $LUNA$LUNA what you have done Man .@stablekwon how responsible for that?? pic.twitter.com/oApUVBftsF— Moon_K_Night 03_ K (@Akassh03) May 11, 2022

REUTERS/Edgar Su/Illustration

ไบเดนให้คำมั่นทุ่มงบ 5 พันล้านบาท สนับสนุนอาเซียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682931

วันที่ 13 พ.ค. 2565 เวลา 11:30 น.ไบเดนให้คำมั่นทุ่มงบ 5 พันล้านบาท สนับสนุนอาเซียน

สหรัฐให้คำมั่นสนับสนุนอาเซียนกว่า 5 พันล้านบาท ท่ามกลางความพยายามในการต้านอิทธิพลจีนในภูมิภาค

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เปิดการประชุมร่วมกับผู้นำประเทศสมาชิกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยให้คำมั่นว่าจัดสรรเงิน 150 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 5 พันล้านบาท

เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ความมั่นคง และการเตรียมความพร้อมสำหรับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางความพยายามของสหรัฐในการต้านอิทธิพลของจีนในภูมิภาค

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เราต้องยกระดับการทำงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราไม่ได้ขอให้ประเทศต่างๆ เลือกระหว่างอเมริกาหรือจีน แต่เราต้องให้ทำให้เห็นว่าสหรัฐอเมริกาแสวงหาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้น”

ทั้งนี้ ในเดือนพ.ย. ปีที่แล้วจีนให้คำมั่นว่าจะจัดสรรงบประมาณ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 52,000 ล้านบาทแก่กลุ่มประเทศอาเซียนเพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

Photo by REUTERS/Leah Millis

เหรียญ LUNA ราคาดิ่งไม่หยุดจนเกือบจะไม่มีค่าแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682929

วันที่ 13 พ.ค. 2565 เวลา 10:42 น.เหรียญ LUNA ราคาดิ่งไม่หยุดจนเกือบจะไม่มีค่าแล้ว

ราคาเหรียญคริปโต LUNA ยังดิ่งไม่หยุดจนหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่ามันจะร่วงลงไปเหลือ 0 หรือไม่

เว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล CoinMarketCap เผยว่า วานนี้ (12 พ.ค.) ณ เวลา 10.45 น.ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับ 21.45 น.ตามเวลาประเทศไทย ราคาเหรียญ LUNA ร่วงลงไปจนเกือบจะไม่มีค่าแล้วเพียงชั่วข้ามคืน โดยซื้อขายกันที่ 0.005 เหรียญสหรัฐ มูลค่าทางการตลาดอยู่ที่ 56 ล้านเหรียญสหรัฐ จากที่เคยมีมูลค่าทางการตลาดสูงถึง 28,000 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน

ก่อนที่ 10.30 น.วันนี้ตามเวลาประเทศไทยราคาจะขยับไปอยู่ที่ 0.0080 เหรียญสหรัฐ

ก่อนหน้านี้เหรียญ LUNA พุ่งขึ้นไปแตะราคาออลไทม์ไฮที่ 119.22 เหรียญสหรัฐเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

REUTERS/Dado Ruvic/File Photo

‘มือปราบคัลท์งานเข้า’ การจับผิดพระละเอียดอ่อนกว่าการปราบลัทธินอกรีต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682674

วันที่ 12 พ.ค. 2565 เวลา 21:44 น.'มือปราบคัลท์งานเข้า' การจับผิดพระละเอียดอ่อนกว่าการปราบลัทธินอกรีต

Cult (คัลท์) เมื่อแปลเป็นไทยแล้วได้ความว่า “ลัทธิบูชา” แต่ความหมายของมันเบาหวิวจนไม่สะท้อนถึงนัยของมันในภาษาอังกฤษที่ใช้เป็นคำดูหมิ่นดูแคลนกลุ่มคนที่เชื่อถืออะไรเป็นตุเป็นตะแล้วรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนขึ้นมา

Cult (คัลท์) ไม่ใช่ศาสนา มันเป็นกลุ่มความเชื่อที่เล็กกว่าศาสนา ส่วนใหญ่ไม่เป็นพิษเป็นภัยอะไร แต่บางครั้งมันกลายเป็นความลุ่มหลงที่คล้ายศาสนา มันไม่มีลิมิต ยึดถือเจ้าลัทธิจนเกินเหตุ ขณะที่เจ้าลัทธิก็หลงอำนาจบารมีจนเกินไป หลายกรณีสั่งให้คนไปตาย ก็ไปตาย

ในภาษาอังกฤษคำว่าคัลท์เป็นคำด่าคำดูแคลนไปแล้ว ไม่ใช่คำกลางๆ และมักจะใช้กับลัทธิกระทำอันตรายต่อชีวิตมนุษย์ไม่เว้นแม้แต่สาวกของตัวเอง

“ลัทธิพระบิดา” ก็เข้าข่ายเป็นคัลท์อย่างหนึ่ง เพราะว่ากันว่ามีความเชื่อเรื่องกินสิ่งปฏิกูลเจ้าลัทธิ และพบศพเสียชีวิตถึง 11 ราย

ดังนั้น สังคมเราจึงต้องการการสอดส่องดูแลเรื่องคัลท์ หาไม่มันอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตผู้คนที่หลงเชื่อได้

ในต่างประเทศมีการ “ล่าคัลท์” กันเป็นปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้ศาสนาหลักเสื่อมจากการถูกบิดเบือนและป้องกันคนบริสุทธิ์ไม่ให้ถูกหลอก 

แต่การล่า “คัลท์” นั้นต่างจากการตรวจสอบ “รีลิเจียน” อย่างมาก 

เพราะศาสนานั้นมีการจัดการเป็นระบบ มี “วินัย” ที่เป็นลายลักษณ์อักษร และบางประเทศนั้นศาสนามีรัฐช่วยจัดระเบียบอีกที การไปจับผิดพระที่ถูกกล่าวหานั้นจึงต้องทำผ่านกระบวนการเหล่านี้ จะตั้งศาลเตี้ยโดยพลการเหมือนกับการล่าคัลท์ไม่ได้

ก่อนอื่น เรามาดูกันก่อนว่าคัลท์ที่ควรถูกล่าได้นั้นพึงมีลักษณะอย่างไร

อย่างคัลท์ที่เข้าข่ายอันตรายและมี “ชื่อเสีย” เลื่องลือไปทั่วโลก เช่น ลัทธิ Heaven’s Gate หรือลัทธิประตูสวรรค์ก่อเหตุฆ่าตัวตายหมู่ที่ซานดิเอโก เมื่อปี 2540 เสียชีวิต 39 คน เพราะเชื่อว่าเวลาของพวกเขามาถึงแล้ว เมื่อดาวหางเฮล-บอปป์ปรากฏตัวขึ้นในปีนั้น ข้อความในเว็บไซต์ของลัทธิระบุว่า “เฮล–บอปป์ปิดประตูสวรรค์ …ห้องเรียน 22 ปีของเราบนโลกนี้ใกล้จะจบลงแล้ว คือ ‘การสำเร็จการศึกษา’ จากระดับวิวัฒนาการของมนุษย์ เรายินดีที่จะออกจาก ‘โลกนี้’ และไปกับคณะนี้”

นี่คือคือกรณีของความหลงที่ทำให้ตัวเองตาย

ลัทธิ Peoples Temple ของจิม โจนส์ ที่สั่ง (และบังคับ) ให้สาวก 909 คนฆ่าตัวตายพร้อมกันกลางป่าในประเทศกายอานา เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2521 วันนั้นเจ้าลัทธิคือจิม โจนส์ ผู้ทึ่สาวกเชื่อถือว่าเป็น “พระผู้ช่วยให้รอด” สั่งกองกำลังพร้อมปืนและหน้าไม้ล้อมวงสาวกและบอกให้พวกเขาฆ่าตัวตายหมู่ด้วยการดื่มน้ำหวานผสมยาพิษ ไม่ว่าคนเหล่าน้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม

นี่คือการบีบให้ตายหมู่พร้อมกันทั้งพวกที่หลงและไม่หลง

พวก Aum Shinrikyo ที่ก่อเหตุโจมตีสถานีรถไฟใต้ดินกรุงโตเกียวเมื่อปี 2538 จนมีผู้เสียชีวิต 14 คน บาดเจ็บ 1,050 คน เพราะเชื่อว่าโลกจะเกิดมหาสงครามระหว่างสหรัฐกับญี่ปุ่นตามมาด้วยวันสิ้นโลก มีแต่สาวกของลัทธิเท่านั้นที่จะรอดจากวันสิ้นโลกและจะไม่ตกนรกเมื่อถึงวันสิ้นโลก แต่หากคนผู้อื่นถูกสาวกของลัทธิสังหาร คนเหล่านั้นก็จะรอดพ้นจากนรกได้

นี่คือการหลงจนทำให้คนอื่นต้องตาย

กรณีเหล่านี้คงจะพอให้เห็นภาพได้ว่าคัลท์ “หลง” กันแบบไหนและความหลงทำให้ถึงฆาตได้อย่างไร

ในเมืองไทยเรามีคัลท์ที่หลากหลายรูปแบบ ทั้งระดับเบาะๆ ที่ไม่เป็นพิษเป็นภัย จนถึงระดับหลงไม่ลืมหูลืมตา

การบูชาไอ้ไข่ก็ถือเป็นคัลท์แบบหนึ่ง แต่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใด (ยกเว้นตีเลขหวยผิดตัว) เป็นคัลท์ที่หมายถึงการเชื่อถือบูชานอกกรอบของศาสนาเท่านั้น แม้แต่การกราบไหว้ท้าวเวสวัณ (หรือที่มักเขียนว่าท้าวเวสสุวรรณ) ก็เป็นคัลท์แบบหนึ่ง แต่ยังยึดโยงกับพุทธศาสนา

คัลท์ที่แปลกๆ ในไทยที่คนไทยอาจจะลืมไปแล้ว (เพราะมันมีมากเหลือเกิน) ก็เช่น สำนักปู่สวรรค์ที่โยงศาสนาเข้ากับการเมืองเพื่อต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ในช่วงสงครามเย็น และเหมือนกับคัลท์ทั้งหลาย สำนักปู่สวรรค์ก็มีคำทำนายกับเขาเหมือนกันถึงสงครามโลก สงครามกับคอมมิวนิสต์ และโลกพระศรีอาริย์

แต่คัลท์ในเมืองไทยที่จะเลวร้ายถึงขนาดชี้นำให้คนไปตายหรือฆ่าคนอื่นให้ตายนั้นแทบไม่มี แต่อาจต้องทบทวนกันอีกทีหลังเกิดกรณีลัทธิพระบิดา

คัลท์ที่ทำให้คนไปตายนั้นเรียกว่า Destructive cult หรือ “คัลท์แห่งความหายนะ” มักจะมุ่งเป้าไปที่คนที่มีจิตใจหวั่นไหว หรือคนที่มีปัญหาชีวิต หรือถูกกดขี่จากสังคม เช่น สมาชิกส่วนใหญ่ของ Peoples Temple ของจิม โจนส์ เป็นคนผิวดำอเมริกันที่ถูกเหยียดและกีดกันจากโอกาสในสังคม ลัทธินี้จึงชี้ชวนให้ไปสร้าง “เมืองแมนแดนสวนสวรรค์” กลางป่าประเทศกายานา เพื่อสร้างสังคมคอมมูนเต็มรูปแบบที่คนเท่ากัน แต่มันจบลงด้วยการตายทุกคนเหมือนกัน

ดูเผินๆ แล้วเหมือนหลักการของมันจะดี แต่เพราะคัลท์มีคุณลักษณะสำคัญอย่างหนึ่งคือต้องมีเจ้าลัทธิที่มีความน่าเชื่อถืออย่างมาก (หรือชวนให้หลง) เมื่อสาวกหลงหัวปักหัวปำแล้ว จะสั่งให้หันซ้ายหันขวาย่อมได้

แต่เพราะเจ้าลัทธิก็เป็นคนเดินดินเหมือนเราๆ และส่วนใหญ่มักมีปัญหาทางจิต และหลงเสียยิ่งกว่าสาวกตัวอง พวกเจ้าลัทธิจึงใช้ความฝันเฟื่องและอุดมการณ์สวยหรูมาลวงคนที่จิตอ่อนและสภาพชีวิตเปราะบางทำให้พวกเขาลงเอยด้วยความตายในที่สุด

ดังนั้นคนที่หลงเชื่อคัลท์ไม่ควรถูกปฏิบัติดั่งคนโง่หรือคนบ้า แต่ควรปฏิบัติด้วยความเห็นอกเห็นใจ

นอกจากความเปราะบางในชีวิตจนต้องหันมาพึ่งเจ้าคัลท์ บางคนก็ยังเป็นพวกขี้กลัว กลัวสงครามโลก กลัวโลกแตก กลัวตกนรก คนกลุ่มนี้จะตกเป็นเหยื่อของลัทธิวันสิ้นโลก เช่น พวก Aum Shinrikyo หรือพวก Heaven’s Gate ในโลกเรามีลัทธิจำพวกนี้เยอะมากจนจาระไนไม่ไหว เพียงแต่ที่สุดโต่งจนพาคนไปตายนั้นมีนับลัทธิได้

ดังนั้น ถามว่าคัลท์เป็นพิษภัยไหม? ในแง่ทางโลกหากมันผิดกฎหมายทั้งอาญาและแพ่งก็ไม่ถือว่าเป็นสิ่งเลวร้ายอะไร ใรแง่ศาสนา บางคัลท์อาจจะไปหยิบยืมหลักการศาสนาอื่นๆ มาบิดเบือน ซึ่งในแง่หลักศาสนาอาจเป็นปัญหาได้ แต่ละศาสนาจึงต้องชี้แจงกันเอาเองว่าไม่เกี่ยวข้อง

บางประเทศที่มีเสรีภาพทางศาสนาแบบครึ่งใบ เช่น ในไทย หากคัลท์บางคัลท์ไปอ้างศาสนาหลักในชาติแล้วบิดเบือนเพื่อรับใช้ตัวเอง ก็มีโอกาสที่จะถูกกำราบได้

แต่ในเมืองไทยเป็นดินแดนที่ “คัลท์” ในตัวมันเอง บางครั้งคนในประเทศนี้เรียกร้องเสรีภาพในศาสนา ให้ทุกคนมีสิทธิเป็นสมาชิกของคัลท์อะไรก็ได้ โดยห้ามรัฐเข้ามายุ่มย่ามและศาสนาหลักห้ามมาทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของความเชื่อ

แต่พอเกิดกรณีคัลท์ที่ดราม่าหนักๆ เช่น กรณีพระบิดา ก็จะมีคนโวยวายว่าทำไมรัฐไม่ขยับใช้อำนาจรัฐกวาดล้างคัลท์พวกนี้ก่อนที่จะมีเรื่องมีราวขึ้นมา?

ก็อย่างเหตุผลแรก รัฐเข้าไปกวาดล้างคัลท์ตามใจชอบไม่ได้ เพราะเป็นความเชื่อส่วนบุคคล เว้นแต่คัลท์นั้นๆ ไปป่าวประกาศว่าตัวเองเป็นแขนงหนึ่งศาสนาหลัก แล้วองค์กรศาสนาร้องเรียนขึ้นมา แบบรัฐเข้าไปแทรกแซงได้

แน่นอนว่า กว่าจะถึงกระบวนการนั้น คัลท์อาจจะทำให้คนตายไปเรียบร้อยแล้ว

แล้วเราจะทำอย่างไร? ตอบว่าคงต้องระแวดระวังกันเอง หากมีญาติพี่น้องไปพัวพันคัลท์แปลกๆ ก็ให้สอบถามคำสอนว่ามันเข้าเค้าเป็นพวก “คัลท์แห่งความหายนะ” หรือไม่ แต่หากเข้าเป็นสาวกเพื่อจะขอหวยก็คงไม่ต้องกังวลมากนัก

ดังนั้นในสังคมจึงเกิดกลุ่ม “คนล่าคัลท์” ขึ้นมา เช่นในเมืองไทยมีคนอย่างหมอปลา ที่ตอนแรกเป็นมือปราบสัมภเวสี ตอนหลังยกระดับเป็นมือปราบเจ้าลัทธิและพระที่กนระทำตัวไม่เหมาะสมเสียแล้ว 

แต่พระไม่ใช่ผีที่มองไม่เห็นตัว และพระไม่ใช่เจ้าพ่อคัลท์เหมือน “พระบิดา” พระนั้นสังกัดคณะสงฆ์ที่มีระเบียบแบบแผนจัดการทั้งด้วยพระวินัยและพระราชบัญญัติต่างๆ 

เอาแค่เฉพาะพระวินัยจัดการภิกษุนอกรีตก็พอแล้ว ไม่ต้องถึงใช้อำนาจรัฐ ยิ่งไม่ต้องใช้อำนาจคนล่าคัลท์ หากพบพระนอกรีตก็ไห้แจ้งคณะสงฆ์ สงฆ์จะตั้งสอบอธิกรณ์กันเอง ไม่ใช่หน้าที่ของคนนอก

การไปเรียกสื่อมาประจานแล้วสื่อไปแขวนให้คนด่ากันต่อ ต่อให้พระผู้นั้นผิดจริง ก็ไม่ยุติธรรม เพราะทั้งคนล่าคัลท์และสื่อไม่ใช่คณะสอบอธิกรณ์ จะทำตัวเป็นศาลเตี้ยไม่ได้ ที่ทำได้คือแจ้งให้ผู้รับผิดชอบได้ทราบเท่านั้น

ยังไม่นับว่าศาสนาพุทธไม่ใช่คัลท์และมีจารีตคือพระวินัยที่ละเอียดละออตอบรับทุกสถานการณ์ จะมาปราบแบบพระบิดา ซึ่งเป็น Destructive cult เป็นนอกรีตจริงๆ ไม่ได้ 

คนล่าคัลท์จึงต้องสำรวมตัวเองให้ดี เพราะอาจทำพลาดไปใส่ความคนที่แก้ต่างให้ตัวเองไม่ได้ 

ในสหรัฐเคยมีองค์กรเอกชนที่คอยจับตาคัลท์โดยเฉพาะ เช่น Cult Awareness Network แต่มันมักจะทำงานเชิงรุกเหมือนหมอปลา ทำให้เกิด “สงครามคัลท์” ระหว่างพวกต่อต้านคัลท์กับคัลท์ต่างๆ มันรุกหนักจนถึงกับเคยบอกเจ้าหน้าที่ให้จัดการเจ้าลัทธิหนึ่งด้วยวิธีการจับตายก็เคยมาแล้ว

นี่แหละคืออันตรายของพวกล่าคัลท์ที่คิดว่าตัวเองมีพันธกิจอันยิ่งใหญ่ จึงทำอะไรเกินตัว

พอทำอะไรเกินตัวก็จะจบไม่สวย เช่น Cult Awareness Network ผลสุดท้ายองค์การนี้ต้องล้มละลายและขายต่อ แต่คนที่ซื้อไปไปเปิดองค์กรชื่อคล้ายกันแต่กลับกลายเป็นว่าเจ้าของก็เกี่ยวข้องกับคัลท์ใหญ่ในสหรัฐ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยกับคัลท์ต่างๆ กลายเป็นว่ามันถูกซื้อเพื่อเอาไปใช้งานงานตรงกันข้ามกับจุดประสงค์เดิม

ส่วนการจะให้รัฐเข้ามาสอดส่องก็ต้องระวังให้ดีด้วย เพราะหากเป็นพวก “คัลท์แห่งความหายนะ” ที่บ้าดีเดือดอาจจะจบลงด้วยโศกนาฏกรรมเหมือนกรณีการล้อมเวโก (Waco siege) ที่เจ้าหน้าที่สหรัฐสนธิกำลังกันปิดล้อมสำนักงานของลัทธิแบรนช์ดาวิเดียนส์ (Branch Davidians) ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน พ.ศ. 2536

การปิดล้อมจบลงด้วยเพลิงไหม้ศูนย์กลางของคัลท์นี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 76 รายในกองเพลิง รวมแล้วการปิดล้อมนี้มีคนตายทั้งสาวกและเจ้าหน้าที่รวม 82 ราย

แต่จนบัดนี้ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่าเพลิงไหม้ที่คร่าชีวิตสาวกของแบรนช์ดาวิเดียนส์เกิดจากพวกเขาวางเพลิงเอง หรือเพราะเจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตาเข้าไปจนติดไฟลุกลาม กลายเป็นจุดจบของคัลท์นี้

จะเห็นได้ว่าแม้แต่การจับคัลท์ยังมีจุดจบที่นองเลือดได้เหมือนกัน มันไม่ใช่งานที่จะทำแบบโผงผางได้ 

โดย กรกิจ ดิษฐาน

Photo – ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา – พระภิกษุสงฆ์ดูตำรวจใช้แก๊สน้ำตาและกระบอกฉีดน้ำสลายนักศึกษามหาวิทยาลัยที่เรียกร้องการลาออกของประธานาธิบดีโคตาบายา ราชปักษา แห่งศรีลังกา เกี่ยวกับวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ ใกล้อาคารรัฐสภาในกรุงโคลัมโบ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ภาพโดย ISHARA S. KODIKARA / AFP)

ตลาดคริปโตระส่ำวันเดียวมูลค่าตลาดหายไปเกือบ 7 ล้านล้านบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682889

วันที่ 12 พ.ค. 2565 เวลา 17:15 น.ตลาดคริปโตระส่ำวันเดียวมูลค่าตลาดหายไปเกือบ 7 ล้านล้านบาท

คริปโตสกุลหลักกอดคอกันร่วงหนักจากผลพวงของ stablecoin อย่าง TerraUSD กระทบถึงตลาดเอเชีย

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า การประเมินจากของเว็บไซต์ติดตามราคาสกุลเงินดิจิทัล CoinMarketCap พบว่า การเทขายคริปโตเคอร์เรนซีครั้งใหญ่ส่งผลให้มูลค่าในตลาดหายไปถึง 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 6.946 ล้านล้านบาทภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง

ราคาที่ตกเป็นวงกว้างทั่วตลาดซึ่งเป็นผลมาจากการล่มสลายของ stablecoin อย่าง TerraUSD สร้างแรงกระเพื่อมมหาศาลต่อสกุลเงินหลักๆ ของตลาด

Bitcoin ร่วง 10% สู่จุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2020 ส่วน Ethereum ได้รับแรงกระแทกค่อนข้างหนัก ร่วง 14.2% ลงไปซื้อขายในราคา 1,780.54 เหรียญสหรัฐ ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2021 และร่วงมากกว่า 50% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน

ความระส่ำระสายนี้แสดงสัญญาณว่าจะกระจายเป็นวงกว้างในวันนี้ โดยหุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโตในเอเชียพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย BC Technology Group ฟินเทคที่จดทะเบียนในฮ่องกงปิดตลาดร่วงลงมา 6.7% ส่วน Monex Group ของญี่ปุ่นซึ่งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล TradeStation และ Coincheck ร่วงลงมา 10%

Photo by JACK GUEZ / AFP

ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน ปล่อยโปรเด็ดมา 4 จ่าย 3 !! บุฟเฟ่ต์ติ่มซำพรีเมียมสไตล์ฮ่องกง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/682860

วันที่ 12 พ.ค. 2565 เวลา 13:18 น. ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน ปล่อยโปรเด็ดมา 4 จ่าย 3 !! บุฟเฟ่ต์ติ่มซำพรีเมียมสไตล์ฮ่องกง

“ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน” ชวนอร่อยแบบ All You Can Eat บุฟเฟ่ต์ติ่มซำพรีเมียมสไตล์ฮ่องกงสำหรับมื้อกลางวัน กับโปรโมชั่นมา 4 จ่าย 3 เพียง 749 บาท/ท่าน

ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน ร้านอาหารจีนสไตล์ฮ่องกงที่ครองใจคนรักอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งมายาวนานกว่า 16 ปี เอาใจคนรักติ่มซำด้วยโปรโมชั่น All You Can Eat ฮ่องกง “หยำฉ่า” กับบุฟเฟ่ต์ติ่มซำที่อิ่มได้ไม่อั้นทุกวัน รับประกันความอร่อยจากฝีมือเชฟผู้เชี่ยวชาญชาวฮ่องกง นำโดยเชฟเชาไท้ชิง กับรสชาติสไตล์กวางตุ้งขนานแท้ที่ปรุงด้วยวัตถุดิบชั้นดีนำเข้าจากฮ่องกง ในราคาท่านละ 888++ บาท แต่หากมา 4 ท่านขึ้นไป รับโปรโมชั่นพิเศษ มา 4 จ่าย 3 ในราคาเพียง 749 บาท/ท่าน พร้อมให้บริการตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน ศกนี้ ตั้งแต่เวลา 11.00 – 15.00 น.

“ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน” พร้อมให้บริการความอร่อยแบบบุฟเฟ่ต์กับหลากหลายเมนูติ่มซำยอดนิยม 36 เมนู ทั้งแบบนึ่งและทอด อาทิ “ฮะเก๋ากุ้ง” “ขนมจีบหมูกุ้งหน้าไข่กุ้ง” “กุ้งนึ่งพริกมะนาว” “ลูกชิ้นกุ้งนึ่งผักฉ่อย” “กรรเชียงปูนึ่งซีอิ๊ว” “ขาไก่นึ่งเต้าซี่” “ปลานึ่งซีอิ๊ว” “ซาลาเปาไส้หมูแดง” “ซาลาเปาไส้ครีมลาวา” และเมนูใหม่ “ก๋วยเตี๋ยวหลอด” ที่มีให้เลือก 3 รสชาติ ทั้งหมูแดง เป็ดย่าง และกุ้ง ตามด้วยเมนูทอด อาทิ “ขนมผักกาด” “เกี๊ยวกุ้งทอด” “เผือกทอด” และ “ฟองเต้าหู้สอดไส้กุ้งทอด”

พร้อมด้วยเมนูอาหารจานหลักอีก 5 ประเภท โดยสามารถเลือกได้ประเภทละ 1 รายการ อาทิ “ซุปกระเพาะปลาเนื้อปูน้ำแดง” “ปลาดอรี่นึ่งซอสพริกมะนาว” “เส้นหมี่ผัดเป็ดย่างผักดองหิมะ” “คะน้าฮ่องกงหมูกรอบ” หรือเลือกปิดท้ายด้วยเมนูขนมหวานสไตล์ฮ่องกงที่หารับประทานยากอย่าง “ไข่มุกต้นท้อแปะก๊วยลำไยสีทอง” นอกจากนี้ยังมีเมนูเครื่องดื่มให้เลือกสั่งฟรีแบบเติมได้ไม่จำกัด ทั้งชาจีนร้อนหรือเย็น และน้ำเก๊กฮวย

อร่อยกับเมนูติ่มซำต้นตำรับสไตล์ฮ่องกงขนานแท้ ด้วยคุณภาพและมาตรฐานที่วางใจได้ พร้อมด้วยบริการภายใต้มาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

ร้านฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.00 – 22.00 น. ณ ล็อบบี้ อาคาร 12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี สำรองความอร่อยได้ที่ โทร. 02-833-5434-5 หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊ก Hong Kong Fisherman และเว็บไซต์ www.hkfisherman.com หรือที่ ไลน์ ออฟฟิเชียล: @hongkongfisherman

โออิชิ อีทเทอเรียม X โตเกียว สวีท : อุ๋งๆ โมจิแมวน้ำ และโมจิมินิ เสิร์ฟแบบไม่อั้น @โออิชิ อีทเทอเรียม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/682859

วันที่ 12 พ.ค. 2565 เวลา 12:58 น.โออิชิ อีทเทอเรียม X โตเกียว สวีท : อุ๋งๆ โมจิแมวน้ำ และโมจิมินิ เสิร์ฟแบบไม่อั้น @โออิชิ อีทเทอเรียม

เอาใจสายหวาน “โออิชิ อีทเทอเรียม” ร่วมกับ “โตเกียว สวีท” ยกขบวนขนมญี่ปุ่นน่ารักสุดอร่อย โมจิแมวน้ำ และโมจิมินิ เสิร์ฟไม่อั้น

เรียกว่าเดินหน้าสร้างสรรค์ประสบการณ์อาหารญี่ปุ่นรูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิดสามส่วนผสมที่ลงตัว “EAT – EXPLORE – PREMIUM” อย่างต่อเนื่อง สำหรับร้านอาหารญี่ปุ่น “โออิชิ อีทเทอเรียม” (OISHI EATERIUM) ที่ล่าสุดจับมือร่วมกับ “โตเกียว สวีท” (TOKYO SWEETS) ผนึกกำลังเอาใจนักกินสายหวาน ยกขบวนขนมญี่ปุ่น น่ารัก สุดอร่อย ได้แก่ โมจิแมวน้ำ และโมจิมินิ หลากรสชาติ มาให้บริการอย่างเต็มที่ แบบไม่อั้น เริ่มแล้ววันนี้ถึง 15 มิถุนายน ศกนี้

ครั้งแรกของการผนึกกำลังร่วมกันระหว่าง “โออิชิ อีทเทอเรียม X โตเกียว สวีท : อุ๋ง ๆ โมจิแมวน้ำ และโมจิมินิ เสิร์ฟแบบไม่อั้น @ โออิชิ อีทเทอเรียม” ภายใต้โพรเจกต์สุดคิวท์ ที่มุ่งยกระดับไลน์บุฟเฟต์ และเมนูอาหารคาว – หวาน ให้แปลกใหม่ หลากหลาย และพิเศษกว่าเดิม เชิญพบกับขนมญี่ปุ่น ที่โด่งดังในเรื่องของความน่ารัก สุดอร่อย นำโดยโมจิแมวน้ำ เนื้อเนียน นุ่มหนึบ ตามแบบฉบับโมจิญี่ปุ่นแท้ แท็กทีมมากับโมจิมินิ หลากรส หลายไส้ จัดเต็มถึง 4 รสชาติยอดนิยม ได้แก่ รสถั่วแดง สูตรต้นตำรับ (ชิ้นสีขาว), รสสตรอว์เบอร์รี (ชิ้นสีชมพู), รสเมลอน (ชิ้นสีส้ม) และ รสช็อกโกแลต โดยพร้อมให้บริการอย่างเต็มที่ เพิ่มเติมจากเมนูมาตรฐานอื่น ๆ เรียกได้ว่า อร่อยครบ…ตบท้ายมื้ออาหารอย่างลงตัวสุด ๆ หรือจะจับคู่รับประทานกับชา – กาแฟ ไอศกรีม คากิโกริ (น้ำแข็งใสเกล็ดหิมะ) ฯลฯ ก็ยิ่งเพลิดเพลินไปอีก

สัมผัสและลิ้มลองความน่ารัก สุดอร่อย ของน้อง ๆ โมจิแมวน้ำ และโมจิมินิ แบบไม่อั้นได้แล้ววันนี้ ที่ โออิชิ อีทเทอเรียม พิเศษเฉพาะ 6 สาขา ประกอบด้วย

(1) สาขา เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9

(2) สาขา ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์

(3) สาขา แฟชั่นไอส์แลนด์

(4) สาขา ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต

(5) สาขา เมกาบางนา

(6) สาขา สามย่านมิตรทาวน์

ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 มิถุนายน 2565 เท่านั้น

ติดตามข้อมูลข่าวสารและโปรโมชั่นที่น่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติม คลิกแฟนเพจโออิชิฟู้ดสเตชั่น : www.facebook.com/OishiFoodStation หรือค้นหา โออิชิ อีทเทอเรียม สาขาใกล้ ๆ คุณ คลิกเว็บไซต์โออิชิฟู้ด : www.oishifood.com

ชิมรสตำรับเมนูอาหารไทยสไตล์ชาววัง @เดอะ เฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/682758

วันที่ 12 พ.ค. 2565 เวลา 12:26 น.ชิมรสตำรับเมนูอาหารไทยสไตล์ชาววัง @เดอะ เฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่

ชวมลิ้มรสซิกเนเจอร์เมนูของห้องอาหาร เดอะ เฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่ อาหารไทยที่มีเคล็ดลับอยู่ที่การคัดเลือกวัตถุดิบสดใหม่ และนำมาปรุงด้วยความรัก โดยเชฟต้น-มนตรี จิรฐิติกาลกิจ

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

เชฟต้น-มนตรี จิรฐิติกาลกิจ

ครั้งนี้ภูมิใจนำเสนออาหารไทยผ่านเมนูตำรับชาววังที่รังสรรค์โดยเชฟต้น-มนตรี จิรฐิติกาลกิจ เชฟหนุ่มมากฝีมือที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการเป็นเชฟอาหารไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก ซึ่งมีคุณแม่เป็นแบบอย่างสำคัญ ส่วนเคล็ดลับของการปรุงอาหารไทย เชฟมนตรี เผย “การปรุงอาหารไทยให้อร่อย อยู่ที่การคัดเลือกวัตถุดิบที่สดใหม่ และนำมาปรุงด้วยความรัก”

สำหรับที่ห้องอาหาร เดอะ เฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่ เน้นให้บริการอาหารไทยแท้ๆ จากสี่ภาคของประเทศไทย โดยใช้สูตรจากต้นตำรับชาววัง มีจุดเด่นที่ตัวเลือกอันหลากหลายของแกงไทยประเภทต่างๆ ที่เป็นรสชาติดั้งเดิมจากทั่วประเทศ ทางด้านบรรยากาศของที่นี่ด้วยความเป็นมรดกราชวงศ์ของโรงแรม ซึ่งเดิมเป็นวังคันธวาส ที่ประทับของสมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร จึงสะท้อนผ่านการตกแต่งห้องอาหาร โดยจำลองห้องที่ประทับส่วนพระองค์ ตกแต่งให้ทันสมัยด้วยสีสันและลวดลายที่สดใสในสไตล์ของศิลปะยุค ค.ศ. 1920-1930 ผสมผสานอย่างวิจิตรบรรจงกับงานศิลปะและผ้าไทยที่ผลิตในประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความรักในงานศิลปะหัตถกรรมไทยของเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ ผู้มาเยือนสามารถชมทิวทัศน์ของสวนบนชั้น 3 ของโรงแรมผ่านผนังกระจกใส หรือเลือกนั่งบริเวณระเบียงด้านนอก

ส่วนเมนูอาหารมุ่งเน้นการใช้วัตถุดิบที่เป็นผลิตผลเพื่อความยั่งยืน สดใหม่และ ออร์แกนิกแบบส่งตรงจากฟาร์ม ซึ่งบางชนิดทีมงานก็ลงทุนลงแรงปลูกเองกับมือเก็บเองกับมือเพื่อทุกขั้นตอนที่มั่นใจ โดยส่วนใหญ่เชฟจะเลือกวัตถุดิบที่หายากและยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักมาปรุงอาหารไทยในรูปแบบที่ผู้มาเยือนไม่เคยได้ลิ้มลองที่ใดมาก่อน เมนูอาหารประกอบไปด้วย แกงตามแบบฉบับของชาววัง แกงสูตรของชาวบ้านและชาวประมง และแกงที่ได้รับอิทธิพลจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งการรักษาวัฒนธรรมที่ดีงามในการปรุงแกงไทยนี้ นอกจากจะมีความสำคัญยิ่งแล้ว ยังเป็นความภูมิใจของทีมเชฟในการนำเสนอเมนูอาหารที่หาไม่ได้ตามร้านอาหารไทยทั่วไป 

เมนูซิกเนเจอร์ อาทิ 

แสร้งว่ากุ้ง Spicy organic prawn salad with ginger, lemongrass, mint leaves and lime dressing

แสร้งว่ากุ้ง เสิร์ฟพร้อมปลาดุกฟู ชูรสชาติจานนี้มากยิ่งขึ้นด้วยความสวยงามของการตกแต่ง

แกงรัญจวนเนื้อ Spicy Pon Yang Khum beef curry with shrimp paste, onions and basil leaves มาที่ The House of Smooth Curry

แกงรัญจวนเนื้อ แกงโบราณในสมัยรัชกาลที่ 5 ใช้แก้มวัวโพนยางคำตุ๋นจนนุ่มในน้ำแกงรสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นใบโหระพาและตะไคร้

แกงปูใบชะพลู Red curry with crab meat, betel leaves served with rice vermicelli

แกงปูใบชะพลู ทานคู่ปูนิ่มทอดกรอบ และเส้นหมี่ สัมผัสรสชาติเครื่องแกงเข้มข้นแบบไทยที่ถูกใจชาวต่างชาติ

ปลาเก๋าทอดซอสมะขาม Deep fried garoupa fillet from Pattani, sweet and sour tamarind sauce, fresh acacia and coriander leaves

เมนูปลาเก๋าทอดซอสมะขาม ใช้น้ำมะขามและน้ำตาลเคี่ยว ได้รสหวานอมเปรี้ยวแบบกลมกล่อม ผสานความกรุบกรอบที่ด้านนอกและความนุ่มชุ่มฉ่ำของนเนื้อใน 

ตามมาสัมผัสรสชาติอาหารไทยแบบหาที่ไหนไม่ได้ ได้ที่ห้องอาหารเดอะ เฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่ (The House of Smooth Curry)  ชั้น 3 โรงแรม The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel, Bangkok

เปิดให้บริการ (ทุกวัน)

มื้อกลางวัน 12:00 – 14:30 น. (สั่งอาหารได้ถึงเวลา 14:00 น.)

มื้อค่ำ 18:00 – 22:30 น. (สั่งอาหารได้ถึงเวลา 22:00 น.)

พิเศษ!! สมาชิกแอทธินี คลับ รับส่วนลด 20% และสมาชิกคลับ แมริออท รับส่วนลด 10%

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02 650 8800

อีเมล FB.Theathenee@luxurycollection.com

เว็บไซต์ www.marriott.com/hotels/travel/bkkla-the-athenee-hotel-a-luxury-collection-hotel-bangkok/

Coinbase เตือนลูกค้าคริปโตอาจไม่เหลืออะไรเลยถ้าบริษัทล้มละลาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682881

วันที่ 12 พ.ค. 2565 เวลา 16:28 น.Coinbase เตือนลูกค้าคริปโตอาจไม่เหลืออะไรเลยถ้าบริษัทล้มละลาย

แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต Coinbase เตือนลูกค้าอาจไม่ได้เงินสักบาทหากบริษัทล้มละลาย

Business Insider รายงานว่า Coinbase หนึ่งในแพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลรายใหญ่เผยว่า สินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าของ Coinbase จะกลายเป็นทรัพย์สินของบริษัทหากบริษัทล้มละลาย

การเปิดเผยที่สร้างความหวั่นวิตกให้กับบรรดานักลงทุนนี้ปรากฏอยู่ในรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของบริษัท ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการเอ่ยถึงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ

Coinbase ยังเปิดเผยว่าบริษัทถือทั้งสกุลเงินที่ออกโดยรัฐบาล (fiat currency) และเงินสกุลดิจิทัลในนามของลูกค้าไว้ 256,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

Coinbase ระบุว่า “เนื่องจากสินทรัพย์ดิจิทัลที่รับฝากจากลูกค้าอาจถือเป็นทรัพย์สมบัติของกองทรัพย์สินในคดีล้มละลายในกรณีที่เกิดการล้มละลาย ดังนั้นสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ในการดูแลของเราในนามของลูกค้าอาจตกอยู่ภายใต้กระบวนการล้มละลาย และลูกค้าดังกล่าวอาจได้รับการปฏิบัติเหมือนเจ้าหนี้ที่ไม่มีหลักประกันทั่วไปของเรา”

หมายความว่าลูกค้าจะไม่สามารถเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลที่ตัวเองฝากไว้กับ Coinbase เนื่องจากสินทรัพย์เหล่านั้นจะกลายเป็นทรัพย์สินของบริษัทโดยอัตโนมัติตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ตามกฎหมายเจ้าหนี้ที่ไม่มีหลักประกันทั่วไปจะได้รับการชำระหนี้เป็นลำดับสุดท้าย และจะต้องกรอกเอกสารระบุว่าเป็นเจ้าหนี้อะไรบ้างแล้วยื่นภายในเวลาที่กำหนด จากนั้นต้องรอรับการชำระหนี้อีกหลายเดือนหรือหลายปี ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเจ้าหนี้ในลำดับท้ายๆ แทบจะไม่ได้รับเงินคืน

ข้อบังคับดังกล่าวต่างจากการประกาศล้มละลายของธนาคารซึ่งจะมีการคุ้มครองเงินฝากของลูกค้าตามจำนวนที่กำหนดไว้ อาทิ สถาบันประกันเงินฝาก (FDIC) ของสหรัฐ คุ้มครองเงินฝากไม่เกิน 250,000 เหรียญสหรัฐต่อบัญชีหากธนาคารล้มละลาย ส่วนกองทุนค้มครองนักลงทุนในหลักทรัพย์ (SIPC) ให้ความช่วยเหลือกรณีที่โบรกเกอร์หรือดีลเลอร์ล้มละลาย

การเปิดเผยผลประกอบการและความเสี่ยงดังกล่าวส่งผลให้หุ้นของบริษัทร่วงลง 27% ร้อนถึง ไบรอัน อาร์มสตรอง ซีอีโอ Coinbase ที่ต้องยืนยันกับลูกค้าว่าบริษัทยังไม่มีความเสี่ยงจะล้มละลายในขณะนี้

ในทวิตเตอร์ที่โพสต์เมื่อคืนวันอังคาร อาร์มสตรองพยายามสร้างความมั่นใจกับลูกค้าว่าเงินของพวกเขายังปลอดภัย และขอโทษที่ไม่สามารถสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นนี้ และบอกว่าบริษัทเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวตามกฎที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตั้งขึ้นมาเมื่อเร็วๆ นี้

“การเปิดเผยนี้สมเหตุสมผลเนื่องจากการคุ้มครองทางกฎหมายเหล่านี้ยังไม่เคยมีการตัดสินใจศาลสำหรับสินทรัพย์คริปโตโดยเฉพาะ และเป็นไปได้ แม้จะไม่น่าเกิดขึ้น ที่ศาลจะพิจารณาว่าทรัพย์สินของลูกค้าเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทในกระบวนการล้มละลายแม้ว่าจะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคก็ตาม”

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration