ไขข้อข้องใจศพเหยื่อโควิดที่ลอยเกลื่อนแม่น้ำคงคาแพร่เชื้อได้หรือไม่? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652743

วันที่ 13 พ.ค. 2564 เวลา 16:30 น.

ไขข้อข้องใจศพเหยื่อโควิดที่ลอยเกลื่อนแม่น้ำคงคาแพร่เชื้อได้หรือไม่?เมื่อมีเหยื่อโควิดนับร้อยศพถูกทิ้งให้ลอยอยู่ในแม่น้ำคงคาจึงเกิดคำถามว่าสามารถแพร่กระจายโรคได้หรือไม่

ร่างของผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 กว่า 70 ศพหรือที่สื่อท้องถิ่นบางแห่งรายงานกว่ามากกว่า 100 ศพที่ถูกทิ้งให้ลอยอยู่ในแม่น้ำคงคาระหว่างรัฐพิหารและรัฐอุตตรประเทศในอินเดีย ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอย่างเข้มงวดและเรียกร้องให้ท้องถิ่นใช้มาตรการเพื่อหยุดการทิ้งร่างผู้เสียชีวิตลงในแม่น้ำ ตลอดจนติดตั้งตาข่ายเพื่อดักเก็บศพในแม่น้ำ ก็เกิดคำถามตามมาว่าเชื้อไวรัสจะสามารถแพร่กระจายจากศพผ่านทางน้ำในแม่น้ำคงคาได้หรือไม่

โควิด-19 แพร่จากศพได้หรือไม่?

เว็บไซต์ India Today อธิบายไว้ว่ายังไม่มีบทสรุปที่แน่ชัดว่าศพจะสามารถแพร่เชื้อได้หรือไม่แต่ความเป็นไปได้ของการติดเชื้อนั้นต่ำมากเนื่องจากเชื้อไวรัสอยู่ในสารคัดหลั่งของผู้ป่วยซึ่งจะแพร่ระบาดได้ผ่านการสูดหายใจหรือการสัมผัส

โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) กล่าวว่า “จากข้อมูลที่เราทราบในตอนนี้เชื่อว่ามีความเสี่ยงเพียงเล็กน้อยที่จะได้รับเชื้อโควิด-19 จากศพ” ทั้งนี้ยังคงมีคำเตือนว่า “สมาชิกในครอบครัวสามารถดูศพได้แต่ต้องเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตรและไม่ควรสัมผัสร่างกาย”

นอกจากนี้ CDC ยังแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัย, ถุงมือ, เสื้อคลุม และแว่นตาเพื่อป้องกันการกระเด็นของสารคัดหลั่งในร่างกาย

ขณะที่ทางการอินเดียมีแนวทางปฏิบัติในการจัดการศพเพื่อลดความเสี่ยง โดยแนวทางปฏิบัติที่ออกโดยกระทรวงสาธารณสุขและสถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์แห่งอินเดีย (AIIMS) ชี้ให้เห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่จะติดเชื้อไวรัสโคโรนาในการจัดการศพ และหน่วยงานด้านสาธารณสุขในอินเดียถูกกำชับให้ใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดเพื่อจัดการกับศพของผู้ป่วยโควิด-19 อย่างเช่นการสวมชุด PPE, หน้ากากอนามัย, แว่นตา และบรรจุศพในถุงปลอดเชื้อ

โควิด-19 แพร่ทางน้ำได้หรือไม่?

ตามที่ผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานด้านสาธารณสุขระบุว่า SARS-CoV-2 แพร่กระจายผ่านละออกทางเดินหายใจที่เกิดจากผู้ติดเชื้อระหว่างการพูดคุย ไอ จาม หรือหายใจ ซึ่งละอองบางชนิดมีขนาดเล็กมากและสามารถลอยอยู่ในอากาศได้ในระยะทางมากกว่า 2 เมตร นอกจากนี้การศึกษาบางชิ้นพบหลักฐานว่าไวรัสอยู่ในอุจจาระของผู้ติดเชื้อ

อย่างไรก็ตามยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าในแหล่งน้ำหรือสระว่ายน้ำสามารถส่งผ่าน SARS-CoV-2 ได้ และอากาศยังคงเป็นเส้นทางเดียวที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถแพร่เชื้อได้ แม้ว่าการศึกษาบางชิ้นจะพบ SARS-CoV-2 ในแม่น้ำแต่ยังไม่มีการพิสูจน์ว่าสามารถส่งผ่านเชื้อไวรัส

ในรายการ MythBusters ของสหรัฐองค์การอนามัยโลกกล่าวว่า “โควิด-19 ไม่แพร่กระจายในน้ำขณะว่ายน้ำ แต่อย่างไรก็ตามไวรัสแพร่จากคนสู่คนเมื่อมีการสัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ”

ดังนั้น India Today สรุปว่าจากงานวิจัยที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่น่าจะเป็นไปได้ที่ไวรัสโคโรนาจะแพร่ระบาดจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่งผ่านทางน้ำ ถึงกระนั้นถือว่าศพมีโรคติดต่อ แบคทีเรีย และไวรัสจำนวนมากซึ่งจะเพิ่มมลพิษในแม่น้ำคงคา และอาจมีผลกระทบอื่นๆ ต่อสุขภาพสำหรับผู้ที่สัมผัสโดยตรงกับศพในแม่น้ำ

Photo by Prakash SINGH / AFP

ชี้ความเสี่ยงตายจากโควิดสูงกว่าเสี่ยงลิ่มเลือดจากวัคซีน J&J 40 เท่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652737

วันที่ 13 พ.ค. 2564 เวลา 15:00 น.

ชี้ความเสี่ยงตายจากโควิดสูงกว่าเสี่ยงลิ่มเลือดจากวัคซีน J&J 40 เท่าความเสี่ยงที่จะเกิดการเสียชีวิตจาก Covid-19 สูงกว่า 40 เท่าหากเทียบกับความเสี่ยงที่จะเกิดลิ่มเลือดอุดตันหลังรับวัคซีน J&J   

การวิเคราะห์ข้อมูลของสำนักข่าว CNN พบว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดการเสียชีวิตจาก Covid-19 สูงกว่า 40 เท่าของความเสี่ยงที่จะเกิดลิ่มเลือดอุดตันหลังการฉีดวัคซีนต้าน Covid-19 ของ Johnson&Johnson

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (CDC) เผยว่าพบผู้มีอาการลิ่มเลือดอุดตันซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ยาก 28 รายจากจำนวนผู้รับวัคซีนต้าน Covid-19 ของ Johnson&Johnson ในสหรัฐทั้งหมด 8.7 ล้านราย และในจำนวนนี้ 3 รายเสียชีวิตจากภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (TTS)

ขณะที่ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์พบว่า ในช่วงเวลาเดียวกันคือระหว่างวันที่ 2 มี.ค.-7 พ.ค.ชาวอเมริกันติดเชื้อโคโรนาไวรัสกว่า 2.2 ล้านราย และเสียชีวิตกว่า 43,000 ราย

ในกลุ่มชาวอเมริกัน 8.7 ล้านราย หรือเทียบเท่ากับผู้ติดเชื้อรายใหม่เกือบ 59,000 รายในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา และตัวเลขผู้เสียชีวิตรายใหม่เกือบ 1,150 ราย ซึ่งมากกว่าตัวเลขผู้ที่เกิดอาการ TTS กว่า 40 เท่า

จากข้อมูลของ CDC พบว่า โอกาสที่ผู้ที่ได้รับวัคซีน Johnson&Johnson จะมีภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำมีน้อยกว่า 1 ใน 300,000 แต่ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาชาวอเมริกัน 1 ใน 7,600 เสียชีวิตจาก Covid-19

นอกจากนี้ CDC ยังระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่ภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำจะเชื่อมโยงกับวัคซีน Johnson&Johnson แต่ประโยชน์ของวัคซีนมีมากกว่าความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะดังกล่าวซึ่งทั้งหมดเกิดกับผู้ที่มีอายุระหว่าง 18-59 ปี

อย่างไรก็ดี CDC เตือนแพทย์และผู้ที่จะฉีดวัคซีนถึงโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนเพื่อที่จะได้เฝ้าระวังและรักษาอย่างทันท่วงทีและเหมาะสม

Photo by Frederic J. BROWN / AFP

โอไฮโอสุ่มแจกเงินคนละ 31 ล้านจูงใจประชาชนฉีดวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652716

วันที่ 13 พ.ค. 2564 เวลา 13:30 น.

โอไฮโอสุ่มแจกเงินคนละ 31 ล้านจูงใจประชาชนฉีดวัคซีนรัฐโอไฮโอประกาศสุ่มมอบเงินรางวัลคนละ 1 ล้านเหรียญสหรัฐและทุนการศึกษามหาวิทยาลัย 4 ปีเต็มให้แก่ประชาชนที่ฉีดวัคซีน

ABC News รายงานว่ารัฐโอไฮโอของสหรัฐจะจับสลากมอบเงินรางวัลคนละ 1 ล้านเหรียญสหรัฐหรือกว่า 31 ล้านบาทให้แก่ชาวโอไฮโอที่ฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 เป็นจำนวน 5 รางวัล และสำหรับนักเรียนนักศึกษาจะได้รับทุนการศึกษาเต็มจำนวนสำหรับมหาวิทยาลัยของรัฐเป็นจำนวน 5 คนเช่นกันเพื่อเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาฉีดวัคซีนขณะที่ประชาชนเกิดความลังเลในการฉีดวัคซีน ซึ่งนับเป็นแรงจูงใจทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดที่รัฐเคยประกาศ

โดยไมก์ เดอไวน์ ผู้ว่าการรัฐโอไฮโอระบุว่ารัฐจะจับสลากแจกเงินรางวัล 1 ล้านแรกในวันที่ 26 พ.ค. สำหรับผู้โชคดีที่ฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม โดยจะประกาศรางวัลสัปดาห์ละ 1 ครั้งจนครบ 5 รางวัล ซึ่งเงินรางวัลดังกล่าวมาจากเงินกองทุนบรรเทาทุกข์โควิด-19 ของรัฐบาลกลาง

สำหรับผู้ที่อายุไม่เกิน 17 ปี รัฐจะจัดให้มีการจับสลาก 5 รางวัลเป็นรายสัปดาห์เช่นกัน โดยผู้โชคดีจะได้รับทุนการศึกษา 4 ปีเต็มจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอไฮโอซึ่งครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นค่าเล่าเรียน ค่าอาหารและที่พัก และค่าหนังสือ

Two weeks from tonight on May 26th, we will announce a winner of a separate drawing for adults who have received at least their first dose of the vaccine. This announcement will occur each Wednesday for five weeks, and the winner each Wednesday will receive one million dollars.

— Governor Mike DeWine (@GovMikeDeWine) May 12, 2021

“ผมรู้ว่าบางคนอาจบอกว่าผมบ้าไปแล้ว ไอเดียหลายล้านดอลลาร์นี่เสียเงินเปล่าๆ แต่สิ่งที่ไม่ควรสูญเสียจริงๆ คือชีวิตที่ต้องเสียไปเพราะโควิด-19” ไมก์ เดอไวน์ กล่าว

โดยข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคระบุว่าขณะนี้ประชาชนกว่า 4.8 ล้านคนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปในโอไฮโอได้รับการฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 เข็ม

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมารัฐและเมืองต่างๆ ในสหรัฐก็ใช้วิธีจูงใจให้ประชาชนฉีดวัคซีนด้วยของรางวัลไม่ว่าจะเป็นเบียร์, พิซซ่า, ตั๋วรถไฟ และทุนการศึกษา หลังจากที่ตัวเลขการฉีดวัคซีนลดลงจากเดือนที่แล้วซึ่งมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่กว่า 3 ล้านครั้งต่อวันเหลือไม่ถึง 2 ล้านครั้งในเดือนนี้

Photo by Angela Weiss / AFP

สหรัฐขวางยูเอ็นออกแถลงการณ์เหตุปะทะอิสราเอล-ปาเลสไตน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652710

วันที่ 13 พ.ค. 2564 เวลา 12:30 น.

สหรัฐขวางยูเอ็นออกแถลงการณ์เหตุปะทะอิสราเอล-ปาเลสไตน์ ยูเอ็นไม่สามารถออกแถลงการณ์กรณีสู้รบอิสราเอล-ปาเลสไตน์เพราะสหรัฐไม่เห็นด้วย 

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ประชุมฉุกเฉินเมื่อวันพุธตามเวลาท้องถิ่น เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ความรุนแรงระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ที่กลับมาดุเดือดในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวด้านการทูตหลายรายเผยว่า สมาชิก 14 จากทั้งหมด 15 ประเทศเห็นด้วยกับการออกแถลงการณ์ร่วมเพื่อลดความตึงเครียด ทว่าสหรัฐซึ่งเป็นพันธมิตรของอิสราเอลคัดค้านการออกแถลงการณ์ โดยให้เหตุผลว่าการออกแถลงการณ์ไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น

ต่อมาสมาชิก UNSC จากทวีปยุโรป นำโดยฝรั่งเศสซึ่งเป็นสมาชิกถาวร นอร์เวย์ เอสโตเรีย และไอร์แลนด์ ร่วมกันออกแถลงการณ์แยกต่างหาก ประณามทั้งอิสราเอลและกลุ่มฮามาสซึ่งใช้ความรุนแรงต่อกัน จนพลเรือนของทั้งสองฝ่ายต้องเป็นผู้รับผลกระทบ และขอเรียกร้องให้ทั้งอิสราเอลและกลุ่มฮามาสยุติการสู้รบครั้งนี้ทันที

ทั้งนี้ การประชุมครั้งแรกเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาก็ไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมได้ เนื่องจากสหรัฐคัดค้านร่างแถลงการณ์ที่เสนอโดยตูนิเซีย นอร์เวย์ และจีน

หลังล้มเหลวเป็นครั้งที่ 2 ตูนิเซีย นอร์เวย์ และจีนเรียกร้องให้จัดการประชุมฉุกเฉินอีกครั้งแบบเปิดเผยต่อสาธารณะ และเชิญตัวแทนจากอิสราเอลและปาเลสไตน์ด้วย ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในวันศุกร์นี้

Drew Angerer/Getty Images/AFP

อดีตนางงามเมียนมาเข้าป่าสมทบชนกลุ่มน้อยจับอาวุธสู้รัฐบาล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652704

วันที่ 13 พ.ค. 2564 เวลา 11:15 น.

อดีตนางงามเมียนมาเข้าป่าสมทบชนกลุ่มน้อยจับอาวุธสู้รัฐบาลอดีตนางงานเมียนมาเข้าป่าร่วมกับชนกลุ่มน้อยจับอาวุธสู้รัฐบาลทหาร  

Htar Htet Htet  สาวงามตัวแทนเมียนมาเข้าประกวดบนเวที Miss Grand International ที่ประเทศไทยเมื่อปี 2013 ตัดสินใจเข้าร่วมกับชนกลุ่มน้อยที่มีฐานที่มั่นตามแนวชายแดนเพื่อจับอาวุธสู้รบกับรัฐบาลทหาร หลังการประท้วงต่อต้านรัฐประหารล่วงเข้าวันที่ 100 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (11 พ.ค.) 

อดีตสาวงามและครูสอนยิมนาสติกวัย 32 ปีโพสต์ภาพของตัวเองในชุดคอมแบตสีดำ สะพายปืนไรเฟิล พร้อมกับข้อความว่า “ถึงเวลาสู้กลับแล้ว ไม่ว่าคุณจะจับอาวุธ ถือปากกา คีย์บอร์ด หรือบริจาคเงินให้การเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ทุกคนควรช่วยกันเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงสำเร็จ”

Htar Htet Htet  เผยอีกว่า “ฉันจะสู้เท่าที่ฉันทำได้ ฉันพร้อมจะเสียสละทุกอย่าง พร้อมแม้กระทั่งสละชีวิตของตัวเอง”

เธอไม่ใช่สาวงามคนแรกของเมียนมาที่ลุกขึ้นมาสู้กับรัฐบาลทหาร ก่อนหน้านี้ Han Lay ที่เข้าประกวดบนเวที Miss Grand International ปีล่าสุดนี้ก็พูดถึงการประท้วงในบ้านเกิดของเธอเช่นกัน

Photo by Handout / Miss Grand International / AFP, Facebook

อีลอน มัสก์กลับลำไม่รับชำระ Tesla ด้วย Bitcoin #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652705

วันที่ 13 พ.ค. 2564 เวลา 10:23 น.

อีลอน มัสก์กลับลำไม่รับชำระ Tesla ด้วย BitcoinBitcoin ร่วงหนักเมื่ออีลอน มัสก์ประกาศงดรับชำระ Tesla ด้วยเหรียญนี้

ทำเอาเหรียญดิจิทัลยอดนิยมอย่าง Bitcoin ร่วงหนักเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (13 พ.ค.) อีลอน มัสก์ ประกาศผ่านทวิตเตอร์ว่า Tesla จะระงับการชำระเงินซื้อรถยนต์ด้วย Bitcoin เนื่องจากกังวลถึงปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเพราะต้องใช้พลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลมหาศาลในการขุด Bitcoin

Tesla & Bitcoin pic.twitter.com/YSswJmVZhP

— Elon Musk (@elonmusk) May 12, 2021

พร้อมระบุว่าคริปโตเป็นไอเดียที่ดีในการทำธุรกรรมในอนาคตแต่มันไม่ดีที่จะต้องแลกมากับการทำลายสิ่งแวดล้อม หลังจากที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยประกาศว่า Tesla จะรับชำระด้วยเหรียญดังกล่าวแต่ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ส่งผลให้ราคา Bitcoin ดิ่งลงอยู่ที่ราว 49,842 เหรียญสหรัฐเท่านั้น

แม้ว่าเมื่อวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมามัสก์จะเพิ่งทวีตเช็คเรตติ้งไปเองว่าทุกคนต้องการจะซื้อ Tesla ด้วยเหรียญ Doge หรือไม่

Do you want Tesla to accept Doge?— Elon Musk (@elonmusk) May 11, 2021

Photo by Odd ANDERSEN / AFP

สำหรับสหรัฐ การละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่เคยเกิดขึ้นในอิสราเอล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652680

วันที่ 12 พ.ค. 2564 เวลา 21:23 น.

สำหรับสหรัฐ การละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่เคยเกิดขึ้นในอิสราเอลแม้ว่าชาวโลกจะประณามว่าอิสราเอลละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวปาเลสไตน์ ทว่าแต่ละปีสหรัฐยังให้เงินช่วยเหลือด้านการทหารให้อิสราเอลหลายพันล้านเหรียญสหรัฐโดยไม่สนคำครหา

โจ ไบเดนมีประวัติสนับสนุนอิสราเอลมาตลอดและเคยประกาศตนชัดเจนว่าตนเป็นไซออนิสต์ (Zionism ผู้สนับสนุนให้ชาวยิวไปตั้งถิ่นฐานในปาเลสไตน์) 

“ผมเป็นไซออนิสต์ คุณไม่จำเป็นต้องเป็นชาวยิวก็สนับสนุนไซออนิสต์ได้” ไบเดนกล่าวเมื่อเดือนเมษายน ปี 2007 ไม่นานก่อนที่เขาจะได้เป็นรองประธานาธิบดีของบารัค โอบามาในปีถัดมา

“ผมชื่อโจไบเดนและทุกคนรู้ว่าผมรักอิสราเอล” และนี่คือประโยคที่ไบเดนเริ่มกล่าวสุนทรพจน์ในงานเฉลิมฉลองวันประกาศอิสรภาพของอิสราเอลประจำปีครั้งที่ 67 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเยรูซาเล็มในเดือนเมษายน 2015

“เรารักกัน” เขากล่าวเสริม “และเราปกป้องกันและกัน อย่างที่คุณหลายคนเคยได้ยินผมพูดว่าถ้าไม่มีอิสราเอล อเมริกาจะต้องสร้างขึ้นมาใหม่ เราต้องคิดค้นขึ้นมาเพราะ … คุณปกป้องผลประโยชน์ของเราเหมือนกับที่เราปกป้องคุณ”

แต่ตอนนี้โจ ไบเดนไม่กล้าแสดงท่าทีอะไรชัดเจนเกี่ยวกับอิสราเอลทั้งๆ ที่สถานการณ์การปะทะระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์รุนแรงถึงขนาดที่จะกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบแล้ว

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?

ก่อนอื่นเรามาสรุปความเป็นไปที่เกิดขึ้นกันก่อน คู่แค้นอย่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสในปาเลสไตน์กลับมาปะทะกันรุนแรงที่สุดอีกครั้งนับตั้งแต่การรบที่ฉนวนกาซาเมื่อปี 2014 โดยชนวนเหตุครั้งนี้มาจากข้อพิพาทที่มีมายาวนานเกี่ยวกับการฟ้องไล่ที่ชาวปาเลสไตน์ที่อาศัยอยู่ในย่านชีค จาร์ราห์ (Sheikh Jarrah) ของเยรูซาเล็มตะวันออก

พื้นที่ย่านชีค จาร์ราห์เป็นพื้นที่ที่ก่อให้เกิดความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์หลายครั้ง ฝั่งอิสราเอลมองว่าเยรูซาเล็มทั้งหมดเป็นเมืองหลวงชั่วนิรันดร์และแบ่งแยกไม่ได้ โดยอิสราเอลเข้ายึดพื้นที่เยรูซาเล็มตะวันออก รวมทั้งย่านเมืองเก่า (Old City) เขตเวสต์แบงก์ และฉนวนกาซาในช่วงสงครามอาหรับ-อิสราเอลในปี 1967

ส่วนชาวปาเลสไตน์ต้องการให้พื้นที่เยรูซาเล็มตะวันออกเป็นเมืองหลวงของรัฐในอนาคต แต่การผนวกรวมเยรูซาเล็มตะวันออกของอิสราเอลไม่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

เมื่ออิสราเอลผนวกรวมเยรูซาเล็มตะวันออกแล้วก็กำหนดนโยบายที่แบ่งแยกชนชาติอย่างชัดเจน โดยชาวยิวที่เกิดในเยรูซาเล็มตะวันออกถือเป็นพลเมืองของอิสราเอล ขณะที่ชาวปาเลสไตน์ได้สิทธิ์เพียงผู้พำนักถาวรซึ่งจะถูกเพิกถอนหากบุคคลดังกล่าวอาศัยอยู่นอกเยรูซาเล็มตะวันออกเกินกำหนด ซึ่งไม่ต่างจากการจำกัดการเดินทางของชาวปาเลสไตน์

แม้ว่าชาวปาเลสไตน์กลุ่มนี้จะขอสิทธิ์เป็นพลเมือง แต่ส่วนใหญ่เลือกไม่ขอดีกว่า เนื่องจากต้องใช้เวลานานและมีขั้นตอนที่ไม่แน่นอน และไม่ต้องการอยู่ภายใต้การปกครองของอิสราเอล

นอกจากนี้ อิสราเอลยังบีบชาวปาเลสไตน์ด้วยการก่อตั้งชุมชนชาวยิวในเยรูซาเล็มตะวันออกสำหรับเป็นที่อาศัยของชาวยิว 220,000 คน ทำให้ชาวปาเลสไตน์ไม่สามารถขยับขยายชุมชนของตัวเอง และต้องอยู่ในพื้นที่นั้นด้วยความแออัด ส่วนบ้านหลายหลังก็ก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งเสี่ยงต่อการถูกรื้อถอน

ละเมิดสิทธิมนุษยชน?

การปฏิบัติต่อชาวปาเลสไตน์ในเยรูซาเล็มตะวันออกของอิสราเอลถูกองค์กรสิทธิมนุษยชน Human Rights Watch ประณามว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

แม้แต่ ฟาตู เบนดูซา (Fatou Bensouda) หัวหน้าอัยการของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ยังกล่าวว่าอาจมีการก่ออาชญากรรมภายใต้นิยามของธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ คือ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์, อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ, อาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมการรุกราน

เขาไม่ได้บอกว่าว่าอาชญากรรมที่ว่านั้นคืออะไรและใครทำ แต่จะเป็นอิสราเอลได้หรือไม่ เพราะเมื่อวันที่ 3 มีนาคม หัวหน้าอัยการของ ICC รายนี้เพิ่งเปิดการสอบสวนอาชญากรรมของอิสราเอลต่อชาปาเลสไตน์ในพื้นที่อิสราเอลไปยึดครอง การสอบสวนครั้งนี้ทำให้อิสราเอลโกรธเคืองมาก

อนึ่ง อิสราเอลไม่ได้เป็นภาคีสมาชิกของ ICC แต่รัฐปาเลสไตน์เป็นสมาชิก และสหรัฐก็ไม่ได้เป็นสภาคเช่นกัน 

แต่ถึงอย่างนั้นสหรัฐที่มักจะประณามประเทศอื่นว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนกลับยังสนับสนุนอิสราเอลที่มีพฤติกรรมไม่ต่างจากประเทศอื่นที่สหรัฐประณาม

นอกจากจะไม่ประณามอิสราเอลแล้ว สหรัฐยังจัดสรรงบประมาณสนับสนุนให้อิสราเอลมากที่สุดในบรรดาประเทศที่ได้รับความช่วยเหลือนับตั้งแต่ปี 1976-2004 และมีมูลค่ารวมกันมากที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 (หากไม่คำนวณอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 146,000 ล้านเหรียญสหรัฐ)

หรืออย่างในปีงบประมาณ 2019 สหรัฐให้ความช่วยเหลือทางการทหารแก่อิสราเอลถึง 3,800 ล้านเหรียญสหรัฐ และยังได้ประโยชน์จากการค้ำประกันเงินกู้โดยสหรัฐอีก 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

โดยขณะนี้เงินช่วยเหลือจากสหรัฐส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบของความช่วยเหลือทางการทหาร โดยทั้งหมดนี้ได้อานิสงส์มาจากแรงสนับสนุนอิสราเอลจากสภาคองเกรสที่แข็งแกร่ง ซึ่งทำให้อิสราเอลได้รับประโยชน์ที่หลายๆ ประเทศไม่ได้

แล้วเหตุใดสหรัฐจึงยังให้เงินช่วยเหลือด้านการทหารแก่อิสราเอล และขัดขวางมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่จะประณามอิสราเอล ทั้งที่ประเทศนี้ละเมิดทั้งกฎหมายระหว่างประเทศและสิทธิมนุษยชน

คำตอบสั้นๆ ก็คือ เพื่อผลประโยชน์ของสหรัฐเอง

ความพัวพันยิว-อเมริกัน

อิสราเอลมีประโยชน์กับผลประโยชน์ของสหรัฐในตะวันออกกลางในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการช่วยคุมไม่ให้กลุ่มชาตินิยมหัวรุนแรงในเลบานอน จอร์แดน และปาเลสไตน์ผงาดขึ้นมา ช่วยควบคุมซีเรียซึ่งเป็นพันธมิตรของสหภาพโซเวียตคู่แข่งของสหรัฐ อีกทั้งสงครามในอิสราเอลที่เกิดขึ้นเนืองๆ ยังเป็นสนามทดสอบอาวุธยุทธปกรณ์ใหม่ๆ ของสหรัฐได้อย่างดี

นอกจากนี้ สหรัฐยังผูกมิตรกับอิสราเอลเพื่อข้อมูลข่าวกรอง ไมเคิล โคโพล ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลางจาก Israel Policy Forum เผยกับ Business Insider ว่า ข่าวกรองและข้อมูลวงในเกี่ยวกับความเป็นไปในตะวันออกกลางของอิสราเอล โดยเฉพาะหน่วย 8200 (Unit 8200) อยู่ในระดับที่หาตัวจับยากและเป็นประโยชน์กับสหรัฐในทุกทาง และหน่วยนี้ยังทำงานร่วมกับสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ (NSA) อย่างใกล้ชิด

ยกตัวอย่างเช่น ในปี 2010 สหรัฐกับอิสราเอลจับมือกันสร้างระบบมัลแวร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยมีมาครั้งหนึ่งของโลกที่ชื่อว่า Stuxnet เพื่อแทรกซึมโครงสร้างพื้นฐานทางไซเบอร์ของอิหร่าน ภารกิจนี้ทำให้โครงการอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านช้าลงโดยไม่ต้องยิงปืนสักนัด

อุตสาหกรรมผลิตอาวุธของสหรัฐซึ่งทำเงินให้กับแคมเปญเฟ้นหาผู้สมัครรับเลือกตั้งได้มากกว่าที่ได้จากกลุ่มโปรอิสราเอลอื่นๆ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สหรัฐยังส่งอาวุธไปยังอิสราเอลและพันธมิตรอื่นๆ ในตะวันออกกลาง

เพราะสำหรับคองเกรส การคัดค้านการทำสัญญาขายอาวุธมูลค่า 60 ล้านเหรียญสหรัฐกับอินโดนีเซียง่ายกว่าการคัดค้านสัญญามูลค่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐกับอิสราเอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตเลือกตั้งที่มีโรงงานผลิตอาวุธ

นอกจากนี้ ยังเกี่ยวข้องกับการเมืองภายในของสหรัฐเอง การลงมติของสภาคองเกรสในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอลมักจะผ่านฉลุยด้วยมติเอกฉันท์ และแต่ละปีสภาคองเกรสยังอนุมัติเงินช่วยเหลือทางการทหารและเศรษฐกิจให้อิสราเอลกว่า 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

เหตุผลง่ายๆ ที่อธิบายปรากฏการณ์นี้ก็คือ การสนับสนุนอิสราเอลเป็นเรื่องที่ทำให้ได้คะแนนเสียงจากชาวอเมริกัน ผลสำรวจความคิดเห็นโดย Gallup Poll พบว่า นับตั้งแต่ปี 1988 ชาวอเมริกันเห็นอกเห็นใจชาวอิสราเอลมากกว่าชาวปาเลสไตน์ในการทำสงครามสู้รบกัน

ดังนั้น จึงไม่แปลกที่บรรดาสมาชิกสภาคองเกรสจะแสดงท่าทีหนุนอิสราเอลเพื่อเอาใจชาวอเมริกันที่จะชี้ชะตาว่าพวกเขาจะได้นั่งเก้าอี้ในสภาหรือไม่

อเมริกันต้องหนุนยิว?

ส่วนเหตุผลว่าทำไมชาวอเมริกันจึงชอบอิสราเอล เหตุผลใหญ่ๆ เลยคือความรู้สึกร่วม ไมเคิล บาร์เน็ตต์ นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตันเผยว่า ภาพลักษณ์ของอิสราเอลที่เป็นประเทศประชาธิปไตยเพียงหนึ่งเดียวในตะวันออกกลางในสายตาของชาวอเมริกัน เป็นรากฐานของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอิสราเอล

แต่ความเห็นนี้ผิวเผินเกินไป เมื่อดูบริบทประวัติศาสตร์และสังคมแล้วจะพบว่า สหรัฐและผู้นำสหรัฐสนับสนุนลัทธิไซออน (Zionism) มานับร้อยปีแล้ว เช่น จอห์น อดัมส์ หนึ่งในบิดาผู้ก่อตั้งประเทศสหรัฐและประธานาธิบดีคนที่สองเขียนว่า “ผมอยากให้ชาวยิวในยูเดีย (ปาเลสไตน์/อิสราเอล) เป็นประเทศเอกราชอีกครั้ง” – จอห์น อดัมส์ ไม่ใช่ประธานาธิบดีสหรัฐคนเดียวที่คิดแบบนี้ จนกระทั่งมหาอำนาจตะวันตกมีส่วนร่วม “ยึด” ดินแดนปาเลสไตน์มาให้ชาวยิวกันจริงๆ จังๆ 

การก่อตั้งรัฐของชาวยิวเริ่มต้นจากการที่ลอร์ดบัลโฟร์นายกรัฐมนตรีอังกฤษได้ส่งจดหมายถึงลอร์ดรอธไชลด์ (สกุลชาวยิวบรรดาศักดิ์ผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองและการเงินของโลก) ประธานสหพันธ์ไซออนิสต์อังกฤษโดยระบุว่ารัฐบาลอังกฤษจะอำนวยความสะดวกในการจัดตั้งรัฐสำหรับชาวยิวในปาเลสไตน์ ประธานาธิบดีวิลสันของสหรัฐแสดงการสนับสนุนแถลงการณ์บัลโฟร์โดยกล่าวว่า  “ประเทศพันธมิตรที่มีความเห็นพ้องต้องกันอย่างเต็มที่ของรัฐบาลและประชาชนของเรา ตกลงกันว่าในปาเลสไตน์จะถูกวางรากฐานในฐานะเครือจักรภพยิว”

เราจะเห็นได้ว่าการถือกำเนิดของรัฐอิสราเอลคือการ “สมคบ” กันของจักรวรรดิตะวันตก

และมันก็ยังเป็นอยู่เช่นนั้น ดังที่เจฟ ฮาล์เปอร์ นักวิชาการชาวอิสราเอลเชื้อสายอเมริกันกล่าวว่า “อิสราเอลสามารถยึดครอง (เขตต่างๆ ของปาเลสไตน์) ได้เพียงเพราะความเต็มใจที่จะรับใช้ผลประโยชน์ของจักรวรรดิตะวันตก (ส่วนใหญ่เป็นสหรัฐ)” – ฮาล์เปอร์ถือสัญชาติอิสราเอล/อเมริกันแต่เขาต่อต้านการยึดครองปาเลสไตน์ของอิสราเอลและส่งเสริมการอยู่กันอย่างสันติของสองเชื้อชาติ

ความหมายของคำพูดของฮาล์เปอร์ก็คือ อิสราเอลทำตามใจชอบได้ก็เพราะสนองผลประโยชน์ของสหรัฐ อิสราเอลไม่ได้ใหญ่ขนาดมีอิทธิพลเหนือสหรัฐได้ ตรงกันข้ามอิสราเอลเป็นแค่ “ลูกหาบ” เท่านั้น

ดังนั้น หากเมื่อใดที่กิจการในอิสราเอลไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของสหรัฐ ผู้นำสหรัฐก็ไม่เอาด้วย ทั้ง รัฐบาล จอร์จ ดับเบิลยู. บุช รัฐบาล บารัก โอบามา ล้วนสนับสนุนทางการทหารและการเมืองอิสราเอล แต่ทั้งคู่กลับเมินอิสราเอลเมื่อสหรัฐไม่ได้ประโยชน์  โดยบุชไม่ยอมสนับสนุนการโจมตีอิหร่านของอิสราเอล และโอบามามักจะขัดแย้งกับผู้นำอิสราเอลกรณีเวสต์แบงก์

ไบเดนไม่กล้าออกตัวแรง

กลับมาที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ผู้ลั่นวาจาว่า “ผมเป็นไซออนิสต์” เขาจะหนุนหลัง “สงคราม” ของอิสราเอลหรือไม่

ไบเดนกำลังถูกกดดันอย่างหนักจากทั้งพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตหลังจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์รุนแรงขึ้น เนื่องจากนักการเมืองเริ่มเสียงแตก

บิลล์ เฮเกอร์ตี วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันจากรัฐเทนเนสซี เรียกร้องให้รัฐบาลไบเดนประณามกลุ่มฮามาสที่ยิงจรวดใส่กรุงเยรูซาเล็ม ส่วน ไมเคิล วอลซ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกันจากรัฐฟลอริดาวิจารณ์ว่าไบเดนใช้เงินหลายร้อยล้านเหรียญสหรัฐแก้ปัญหาโดยไม่มีเงื่อนไขแก่อิสราเอล แทนที่จะให้เงินช่วยปาเลสไตน์ให้ช่วยปราบปรามกลุ่มฮามาส

ส่วนอีกฝั่งหนึ่ง ราชิดา ทลิบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครตจากรัฐมิชิแกน ที่สนับสนุนการบอยคอตอิสราเอลเผยว่า สหรัฐส่งเสริมให้เกิดความรุนแรงในตะวันออกกลางด้วยการให้เงินช่วยเหลืออิสราเอล และวิจารณ์รัฐบาลไบเดนว่าไม่ยอมประกาศว่าอิสราเอลกำลังใช้เงินช่วยเหลือจากสหรัฐในการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ความเห็นที่แตกต่างกันนี้อาจทำให้ไบเดนไม่อยากจะแสดงออกชัดเจน เขาอาจจะต้องรักษาภาพลักษณ์ Mr. Nice Guy ต้องหาทางที่อะลุ่มอล่วยกับทุกฝ่ายในประเทศให้มากที่สุด

ไบเดนและผู้นำสหรัฐคนใดก็ตามไม่ได้แยแสหรอกว่าชาวโลกจะคิดกับสหรัฐอย่างไรที่สนับสนุนอิสราเอล อิสราเอลที่ถูกกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือแม้แต่การกระทำที่อาจเข้าข่ายอาชญากรรมระหว่างประเทศ

อย่าลืมว่าทั้งอิสราเอลและสหรัฐไม่ได้เป็นภาคสมาชิก ICC ด้วยซ้ำ และพวกเขามีนิยามของการละเมิดสิทธิมนุษยชนของตัวเอง

การต่อต้านลัทธิไซออน

เรารู้ว่าไบเดนลั่นวาจาว่า “ผมเป็นไซออนิสต์” แต่ไซออนิสต์คืออะไร?

ลัทธิไซออนเป็นทั้งอุดมการณ์และกระแสชาตินิยมในหมู่ชาวยิวที่ต้องการหยุดชีวิตที่เร่ร่อนในดินแดนของชาติอื่นๆ หลังจากที่พวกเขาถูกขับไล่ออกจากอิสราเอลโบราณในยุคโรมัน กลังจากเร่ร่อนในประชาชาติต่างๆ โดยเฉพาะในยุโรปต้องเผชิญกับการเหยียดหยามสารพัดมานานนับพันปี พวกเขาก็เริ่มคิดที่จะตั้งรัฐยิวที่มีศูนย์กลางอยู่ในพื้นที่คานาอันและดินแดนศักดิ์สิทธิ์หรือภูมิภาคของปาเลสไตน์

ลัทธิไซออนกลายเป็นจริงขึ้นมาได้โดยมหาอำนาจตะวันตกช่วยกันหนุนหลัง แต่มันก็มีคนต่อต้านเช่นกัน โดยชี้ว่ามันคือการล่าอาณานิคมอย่างหนึ่ง เพราะชาวยิวกลุ่มใหญ่ไม่ได้อยู่ในดินแดนปาเลสไตน์มานับพันปีแล้ว ผู้ครอบครองปัจจุบันคือชาวอาหรับหรือที่เรียกกันว่าชาวปาเลสไตน์

การต่อต้านลัทธิไซออน (Anti-Zionism) เป็นคนละเรื่องกับการเหยียดชาวยิว (Antisemitism) อันเป็นอาชญากรรมในหลายประเทศทางตะวันตก แต่ถึงกระนั้นการต่อต้านการยึดครองปาเลสไตน์และต่อต้านลัทธิไซออนมักถูกบางกลุ่มบางพวกโยงว่าเป็นการเหยียดชาวยิว และเป็นการเหยียดชายิวแบบซ่อนรูป หรือถึงขั้นบอกว่าเป็นการอำพรางความเกลียดชังชาวยิว

อย่าลืมว่าแม้แต่ชาวยิวจำนวนหนึ่งก็ต่อต้านลัทธิไซออนเช่นกัน และกลุ่มหลักที่ต่อต้านก็อยู่ในสหรัฐเสียด้วย ดังเช่น ชาวยิวเคร่งศาสนา (Hasidic) โดยมีรับไบ โจเอล ไทเทลบอม ผู้นำกลุ่มเคร่งศาสนาในนิวยอร์กที่ทรงอิทธิพลต่อต้านการกลับไปปักหลักที่ปาเลสไตน์ และเรียกร้องให้ชาวยิวเคร่งศาสนาที่อยู่ในปาเลสไตน์อยู่แล้วอย่าได้ร่วมมือกับรัฐบาลอิสราเอลที่ถือเป็นพวกไซออนิสต์

รับไบไทเทลบอมอ้างหลักฐานคัมภีร์โบราณเรื่อง “คำสาบานทั้งสาม” ที่ชาวยิวมีให้กับพระเป็นเจ้าช่วงเวลาที่ชาวยิวถูกเนรเทศออกจากอิสราเอลโบราณ คำสาบานนั้นคือ 1) อิสราเอลไม่ควรกลับสู่แผ่นดินเดิมด้วยกันโดยการบังคับ 2) อิสราเอลไม่ควรกบฏต่อชาติอื่นๆ และ 3) ชาติต่างๆ ไม่ควรปราบอิสราเอลอย่างรุนแรงเกินไป

รับไบไทเทลบอมเห็นว่าต่อต้านลัทธิไซออนิสต์ของเขาเป็นวิธีการปกป้องชาวยิวและป้องกันการนองเลือดนั่นเอง และดูเหมือนความเชื่อของรับไบจะมีส่วนถูกต้องเสียด้วย

โดย ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์ 

Photo by ahmad gharabli / AFP

สรุปข่าววัคซีนทั่วโลก: เมื่อคนญี่ปุ่นโวยรัฐบาล รับมือโควิดแย่-วัคซีนฉีดช้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652669

วันที่ 12 พ.ค. 2564 เวลา 18:00 น.

สรุปข่าววัคซีนทั่วโลก: เมื่อคนญี่ปุ่นโวยรัฐบาล รับมือโควิดแย่-วัคซีนฉีดช้าความคืบหน้าของวงการวัคซีนจากทั่วโลก สามารถเช็ค “ข่าวจริง” ของวัคซีนจากทั่วโลกได้ที่นี่

สถานการณ์การแพร่ระบาดในญี่ปุ่น

ขณะนี้ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 4 ด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 6.53 แสนคนขณะที่ผู้ป่วยรายใหม่เมื่อวันที่ 11 พ.ค. อยู่ที่ 6,360 คน ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นรายงานว่าจำนวนผู้ป่วยอาการหนักขณะนี้ทำลายสถิติสูงสุดอยู่ที่กว่าพันคน

โดยรัฐบาลญี่ปุ่นได้ขยายเวลาสถานการณ์ฉุกเฉินในเมืองใหญ่ 4 เมืองรวมถึงกรุงโตเกียวไปจนถึงวันที่ 31 พ.ค. ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและพื้นที่ในเมืองสำคัญราว 40%

ติงรัฐบาลไร้ประสิทธิภาพ

• รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับการจัดการวัคซีนที่ล่าช้าตลอดจนการที่รัฐบาลยืนยันว่าการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียวจะยังคงดำเนินต่อไป

• ทาคาระจิมาฉะ บริษัทเอกชนของญี่ปุ่นซื้อโฆษณาหนังสือพิมพ์ชั้นนำ 3 ฉบับเพื่อตีพิมพ์โฆษณาตำหนิรัฐบาลในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโดยส่วนหนึ่งของข้อความระบุว่า “ไม่มีวัคซีน ไม่มียา จะให้ต่อสู้ด้วยหอกไม้ไผ่หรือ? หากยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปพวกเราจะตายเพราะนักการเมือง”

“ตลอดปีที่ผ่านมาคืออะไร เราจะต้องกักตัวไปถึงเมื่อไร…ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงสักอย่าง พวกเราควรส่งเสียงแห่งความโกรธแค้นออกมา”

Japanese publisher slams gov’t handling of virus in bold newspaper ad#coronavirushttps://t.co/Ws7yRxC0QB— Kyodo News | Japan (@kyodo_english) May 11, 2021

โดยทางบริษัทระบุว่าการลงประชาสัมพันธ์เช่นนี้เพื่อให้รัฐบาลเห็นถึงความไม่พอใจของประชาชนเกี่ยวกับการดำเนินการที่ล้มเหลวของรัฐบาล

• กลุ่มเป้าหมายกลุ่มแรกที่จะได้รับการฉีดวัคซีนในญี่ปุ่นคือบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งขณะนี้บุคลากรทางการแพทย์ส่วนใหญ่ยังคงไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ขณะที่กลุ่มเป้าหมายลำดับสองซึ่งเป็นผู้สูงอายุราว 36 ล้านคนจะได้รับการฉีดวัคซีนต่อจากบุคลากรทางการแพทย์

• ตามรายงานของบลูมเบิร์กระบุว่ามีชาวญี่ปุ่นเพียง 3 ล้านคนหรือคิดเป็น 2.4% จากประชากร 126 ล้านคนทั่วประเทศที่ได้รับการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส ซึ่งขณะนี้มีเพียง Pfizer ยี่ห้อเดียวเท่านั้นที่ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่น ขณะที่ Astrazeneca และ Moderna กำลังรออนุมัติ

• นอกจากนี้ญี่ปุ่นเพิ่งนำเข้าวัคซีนจำนวน 28 ล้านโดสจาก Pfizer เมื่อปลายเดือนเม.ย. จนถึงปัจจุบันเพิ่งนำมาใช้ได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นขณะที่อีกเกือบ 24 ล้านโดสยังถูกเก็บไว้ในคลังท่ามกลางความกังวลว่าหากการดำเนินการฉีดวัคซีนยังล่าช้าเช่นนี้เกรงว่าวัคซีนในคลังจะหมดอายุไปเสียก่อน

• ผู้ว่าราชการจำนวนหนึ่งออกมาเรียกร้องในระหว่างการประชุมผ่านระบบออนไลน์เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมาโดยเรียกร้องให้รัฐบาลใช้มาตรการฉุกเฉินที่เข้มงวดขึ้นทั่วประเทศเพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโลก

ไต้หวันก็กำลังแย่

ด้านไต้หวันซึ่งได้รับการชื่นชมในการรับมือกับโรคระบาดมาตลอดเนื่องจากมาตรการในการควบคุมโรคที่เข้มงวดทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสมเพียง 1,210 คนและผู้เสียชีวิตสะสม 12 คนขณะที่ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้เกือบปกติ

แต่ในระยะหลังมานี้ไต้หวันพบการแพร่ระบาดกลุ่มก้อนใหม่ที่ยังไม่ทราบสาเหตุของการติดเชื้อที่แน่ชัดซึ่งถือว่าผิดปกติ โดยเฉิน ชิห์-ชุง รัฐมนตรีสาธารณสุขไต้หวันเปิดเผยว่าถือเป็นสถานการณ์ที่ร้ายแรงเนื่องจากไต้หวันสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้อย่างดีมาตลอด

ทั้งนี้ ไต้หวันอาจยกระดับการเตือนสู่ระดับ 3 โดยห้ามประชาชนรวมตัวกันเกิน 5 คนสำหรับกิจกรรมภายในอาคาร และห้ามเกิน 10 คนสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง ตลอดจนสั่งปิดร้านค้าและธุรกิจบางประเภทที่ไม่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน ซึ่งรัฐบาลจะตัดสินใจเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าวในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

Photo by JAPAN POOL VIA JIJI PRESS / JIJI PRESS / AFP

‘Fan Economy’ เมื่อจีนใช้แฟนคลับเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652647

วันที่ 12 พ.ค. 2564 เวลา 16:30 น.

'Fan Economy' เมื่อจีนใช้แฟนคลับเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากกลุ่มแฟนคลับเกิดกระแสตีกลับเพราะความไม่รอบคอบ

Fan Economy เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ เป็นความสัมพันธ์ระหว่างการสร้างรายได้จากแฟนคลับและคนดังในวงการหรือแม้กระทั่งองค์กร เป็นการทำงานรูปแบบหนึ่งเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมโดยมีแกนกลางเป็นทุนทางอารมณ์ของผู้บริโภคที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มคุณค่าของศิลปินที่ตนชื่นชอบ โดยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจรูปแบบนี้มีวัตุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมการขาย

Yang Ling นักวิชาการคนหนึ่งให้ความหมายของ Fan Economy ไว้ว่าเป็นเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และไม่เป็นทางการ เธอมองว่าความสำคัญสูงสุดของเศรษฐกิจรูปแบบนี้คือการทำลายโครงสร้างอำนาจแบบเดิมๆ และให้ผู้บริโภคมีอำนาจมากขึ้นเพื่อส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรม

เศรษฐกิจรูปแบบนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงปี 1990 โดย Matt Hills นักวิชาการชาวอังกฤษตั้งข้อสังเกตว่าในอุตสาหกรรมบันเทิง แฟนคลับเป็นผู้บริโภคที่น่าสนใจที่สุดหากสถานีโทรทัศน์ต้องการทำกำไรไม่จำเป็นต้องเข้าถึงประชาชนทั่วไปจำนวนมากเพียงแค่รองรับแฟนคลับที่จกรักภักดีเท่านั้น

การขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจโดยกลุ่มแฟนคลับหรือที่เรียกว่า “Fan Economy” เป็นพลังขับเคลื่อนที่ได้ผลเป็นอย่างดีโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมบันเทิงประเทศจีน แต่แม้ว่าบรรดาแฟนคลับจะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ดีเพียงใดก็ต้องคำนึงถึงผลกระทบด้านอื่นๆ ด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหรือกระแสตีกลับในภายหลัง

อย่างกรณีที่เกิดขึ้นกับรายการค้นหาไอดอลยอดนิยมของจีน “Youth with You 3” เมื่อสัปดาห์ก่อนแสดงให้เห็นว่าพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของบรรดาแฟนคลับนั้นแรงเพียงใด แต่ในขณะเดียวกันมันทำให้เกิดปัญหาตามมาจนต้องระงับการออกอากาศไปเลย

จุดเริ่มต้นของดราม่า

Youth with You เป็นรายการเฟ้นหาไอดอลหน้าใหม่ในวงการซึ่งผู้เข้าประกวดจะได้รับคะแนนจากบรรดาแฟนคลับผ่านการโหวต โดยในช่วงท้ายของการประกวดมีการเพิ่มช่องทางการโหวต โดยผู้ชมสามารถสแกน QR Code บนสินค้าซึ่งเป็นสปอนเซอร์ของรายการเพื่อโหวตให้แก่ผู้เข้าประกวดที่ตนชื่นชอบได้

ส่งผลให้บรรดาแฟนคลับทุ่มเงินมหาศาลเพื่อกว้านซื้อนมยี่ห้อหนึ่งซึ่งเป็นสปอนเซอร์ของรายการเพื่อนำไปโหวตให้แก่ผู้เข้าประกวดซึ่งนั่นเป็นการกระตุ้นยอดขายที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก และเป็นวิธีที่อุตสาหกรรมบันเทิงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีนใช้มาตลอด

แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือนมเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้นำไปบริโภคหรือก่อให้เกิดประโยชน์ แฟนคลับส่วนใหญ่ระดมเงินไปซื้อเพราะต้องการเพียง QR Code ใต้ฝาเท่านั้น

จึงเกิดคลิปที่แชร์กันว่อนโลกโซเชียลซึ่งแสดงให้เห็นชาวจีนกลุ่มหนึ่งคัดเลือกเพียง QR Code และเทนมทิ้งอย่างน่าเสียดาย ไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดอาหารเหลือทิ้งจำนวนมหาศาลเท่านั้นแต่ยังขัดต่อกฎหมายต่อต้านอาหารขยะเหลือทิ้งฉบับใหม่ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมาอีกด้วยhttps://www.youtube.com/embed/7Ape0PnYMts

ผลที่เกิดขึ้น

เมื่อคลิปดังกล่าวถูกแชร์ไปทั่วโลกออนไลน์ส่งผลให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยกลุ่มแฟนคลับครั้งนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ภายหลัง iQIYI ผู้ผลิตรายการจึงได้ออกแถลงการณ์ขอโทษกับสิ่งเกิดขึ้นโดยระบุถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาว่าจะระงับการบันทึกเทปและถ่ายทอดสดรายการในรอบตัดสินที่มีกำหนดในวันที่ 8 พ.ค.

พร้อมปรับเปลี่ยนกติกาให้มีความเหมาะสม รวมถึงปิดช่องทางการโหวตทุกช่องทาง สำหรับสินค้าที่ซื้อไปแล้วและยังไม่ได้แกะบรรจุภัณฑ์ทางรายการจะหารือเพื่อหามาตรการที่เหมาะสมต่อไป

นอกจากนี้ตามรายงานของ Global Times ระบุว่าทางรายการยังถูกร้องเรียนและตรวจสอบโดยหน่วยงานของรัฐบาล ซึ่งสำนักวิทยุและโทรทัศน์ของปักกิ่งได้ออกแถลงการณ์หลังได้รับคำร้องเรียนโดยประกาศระงับการออกอากาศรายการ Youth with You 3 ในวันที่ 8 พ.ค. พร้อมระบุว่าทีมงานผู้ผลิตรายการกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

สหรัฐตกลงที่จะลบ Xiaomi ออกจากบัญชีดำ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652651

วันที่ 12 พ.ค. 2564 เวลา 15:44 น.

สหรัฐตกลงที่จะลบ Xiaomi ออกจากบัญชีดำ Xiaomi Corp. และรัฐบาลสหรัฐได้บรรลุข้อตกลงในการลบชื่อของบริษัทจีนแห่งนี้จากบัญชีดำที่รัฐบาลทรัมป์ทำขึ้นเพื่อจำกัดการลงทุนของชาวอเมริกันในผู้ผลิตสมาร์ทโฟนของจีน

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าสมาร์ทโฟนยักษ์ใหญ่ของจีนได้ฟ้องร้องรัฐบาลสหรัฐเมื่อต้นปีนี้หลังจากที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐสมัยอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุว่า Xiaomi เป็นบริษัททหารจีน ซึ่งการขึ้นบัญชีดำดังกล่าวจะทำให้ Xiaomi ถูกปลดจากดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐและดัชนีมาตรฐานระดับโลก แต่ขณะนี้กระทรวงกลาโหมสหรัฐได้ยอมตกลงในคำสั่งสุดท้ายที่ยกเลิกการขึ้นบัญชีดำ Xiaomi ตามข้อมูลการยื่นฟ้องต่อศาลสหรัฐเมื่อวันอังคาร

ข้อมูลการยื่นฟ้องระบุว่า “ภาคีได้ตกลงกันที่จะดพำเนินการต่อไปข้างหน้าว่าจะแก้ไขการดำเนินคดีนี้โดยไม่จำเป็นต้องมีการโต้แย้ง” แต่ไม่ได้ระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวมีเงื่อนไขในการถอดถอนหรือไม่ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังเจรจาเกี่ยวกับข้อกำหนดเฉพาะและจะยื่นข้อเสนอร่วมแยกต่างหากก่อนวันที่ 20 พฤษภาคม

Xiaomi ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น ตัวแทนของเพนตากอนไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ทันที ด้าน หัวชุนอิ๋ง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวในงานแถลงข่าวประจำวันที่กรุงปักกิ่งว่าเธอไม่ทราบถึงข้อตกลงใดๆ ที่บริษัท อาจทำกับสหรัฐ

หุ้นของ Xiaomi เพิ่มขึ้นมากถึง 6.7% ในการซื้อขายที่ฮ่องกงเมื่อวันพุธ

ทั้งนี้ ในเดือนมีนาคมผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางได้ระงับการบังคับใช้บัญชีดำชั่วคราวโดยอ้างว่ากระบวนการของรัฐบาลสหรัฐ “มีข้อบกพร่องอย่างมาก” ในการนำเอา Xiaomi มารวมไว้ในบัญชีดำ

Huawei Technologies Co Ltd ซึ่งเป็นคู่แข่งกับสมาร์ทโฟนในตลาดจีนของ Xiaomi ก็ถูกขึ้นบัญชีดำในการส่งออกในปี 2019 และห้ามไม่ให้เข้าถึงเทคโนโลยีที่สำคัญที่มีแหล่งกำเนิดในสหรัฐซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการออกแบบชิปของ Huawei และส่วนประกอบต้นทางขจากผู้ขายภายนอก มาตรการดังกล่าวทำให้แผนกสมาร์ทโฟนของ Huawei ต้องหยุดชะงักลง

ต่อมากระทรวงกลาโหมสหรัฐได้วางข้อจำกัดที่คล้ายคลึงกันกับบริษัท Semiconductor Manufacturing International Corporation ของจีนซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนระดับชาติของจีนในการผลักดันภาคการผลิตชิปในประเทศ

Reuters รายงานว่าหลังจากที่ศาลของรัฐบาลกลางสหรัฐมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับ Xiaomi เมื่อเดือนมีนาคม บริษัทจีนอื่นๆ ที่อยู่ในบัญชีดำเดียวกันก็กำลังพิจารณาที่จะยื่นฟ้องรัฐบาลสหรัฐเหมือนกับ Xiaomi

Photo – AFP PHOTO / FRED DUFOUR