พบชิ้นส่วนที่เชื่อว่ามาจากเรือดำน้ำอินโดฯ คาดตัวเรือเสียหาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651181

วันที่ 24 เม.ย. 2564 เวลา 16:25 น.พบชิ้นส่วนที่เชื่อว่ามาจากเรือดำน้ำอินโดฯ คาดตัวเรือเสียหายในที่สุดทีมค้นพบก็พบชิ้นส่วนที่คาดว่ามาจากเรือดำน้ำอินโดนีเซียที่สูญหาย

ทีมค้นหาและกู้ภัยพบวัตถุที่คาดว่าเป็นของเรือดำน้ำ KRI Nanggala 402 ของอินโดนีเซียที่ขาดการติดต่อพร้อมลูกเรือ 53 ชีวิตนอกชายฝั่งทะเลบาหลี รวมทั้งชิ้นส่วนที่อยู่ภายในเรือ

ยูโด มาร์โกโน ผู้บัญชาการกองทัพเรืออินโดนีเซียเผยว่า “เราพบวัตถุและชิ้นส่วนในบริเวณที่เรือดำน้ำดำลงทะเล ชิ้นส่วนนั้นจะไม่หลุดออกมาหากไม่มีแรงดันจากภายนอก หรือเครื่องปล่อยตอร์ปิโดไม่เสียหาย”

มาร์โกโนเผยอีกว่า จากหลักฐานที่เชื่อได้ว่ามาจากเรือ KRI Nanggala 402 เราเปลี่ยนคำเรียกจาก “ขาดการติดต่อ” เป็น “จม”

มาร์โกโนเผยอีกว่า การสแกนหาวัตถุพบเรือดำน้ำจมอยู่ที่ความลึก 850 เมตร ซึ่งเกินสมรรถนะของเรือที่ดำน้ำได้ลึกไม่เกิน 500 เมตร

Photo by Handout / INDONESIA MILITARY / AFP

มินอ่องหล่ายถึงอินโดฯ ร่วมประชุมกับผู้นำอาเซียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651178

วันที่ 24 เม.ย. 2564 เวลา 15:32 น.มินอ่องหล่ายถึงอินโดฯ ร่วมประชุมกับผู้นำอาเซียนมินอ่องหล่ายเข้าร่วมประชุมกับผู้นำอาเซียนท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยเข้ม

ทำเนียบประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เผยแพร่คลิปวิดีโอและภาพพลเอกอาวุโสมินอ่องหล่าย ผู้นำกองทัพเมียนมาขณะเดินทางถึงสนามบินซูการ์โน ฮัตตะ ชานกรุงจาการ์ตา ช่วงสายวันเสาร์ (24 เม.ย.) ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดของอินโดนีเซีย

ก่อนหน้านี้รัฐบาลทหารเมียนมาไม่เคยมีแถลงการณ์ยืนยันการเดินทางเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนของพลเอกอาวุโสมินอ่องหล่าย

ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน มินอ่องหล่ายเข้าร่วมประชุมกับ 6 ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน และรัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ลาว และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศไทย โดยมีสมเด็จพระราชาธิบดี ฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ ประมุขและนายกรัฐมนตรีแห่งบรูไนทำหน้าที่ประธาน

วาระการประชุมผู้นำอาเซียนนัดพิเศษวันนี้ ไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่มีรายงานข่าวของหลายสำนักข่าวอ้างแหล่งข่าวในแวดวงนักการทูตว่า ที่ประชุมเตรียมหารือขอให้ผู้นำกองทัพเมียนมายุติการใช้กำลังทหาร ตำรวจปราบปรามประชาชนโดยทันที เพื่อเปิดทางให้คณะทำงานด้านมนุษยธรรมของอาเซียน นำสิ่งของอุปโภคบริโภคและความช่วยเหลือทางการแพทย์เข้าไปช่วยเหลือชาวเมียนมาทุกคน

ผู้ประท้วงในเมียนมาต่างเรียกร้องไม่ให้ที่ประชุมอาเซียนรับมินอ่องหล่ายเข้าร่วมประชุมเนื่องจากมองว่าจะเป็นการให้การรับรองว่ามินอ่องหล่ายคือผู้นำที่ชอบธรรมของเมียนมา ขณะที่รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติเมียนมา (NUG) รัฐบาลคู่ขานที่ก่อตั้งโดยฝ่ายประชาธิปไตยแสดงความจำนงเข้าร่วมด้วย แต่สุดท้ายไม่ได้เข้าร่วม

ทั้งนี้ นับเป็นการเดินทางเยือนต่างประเทศครั้งแรกของมินอ่องหล่ายหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 ก.พ.

Photo by HANDOUT / INDONESIAN PRESIDENTIAL PALACE / AFP 

วัยรุ่นจีนเจน Z ทุ่มเงินซื้อของหรูไม่หวั่นเป็นหนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651164

วันที่ 24 เม.ย. 2564 เวลา 14:40 น.วัยรุ่นจีนเจน Z ทุ่มเงินซื้อของหรูไม่หวั่นเป็นหนี้ 15% ของสินค้าหรูทั้งหมดที่ขายในจีนถูกซื้อโดยวัยรุ่นแดนมังกร 

สำนักข่าวเซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์รายงานว่า คนรุ่นใหม่ของจีน หรือคนเจเนอเรชันซี ที่เกิดระหว่างปี 1995-2010 ยินดีทุ่มเงินที่หามาได้หรือเงินของครอบครัวไปกับการจับจ่ายสินค้าหรู โดยคนกลุ่มนี้ซื้อสินค้าหรู 15% ของสินค้าหรูทั้งหมดที่ขายได้ในจีน ขณะที่สัดส่วนเฉลี่ยของโลกอยู่ที่ 10%   

รายงานยังระบุอีกว่าค่าใช้จ่ายของคนกลุ่มนี้คิดเป็น 13% ของรายได้ครัวเรือน เมื่อเทียบกับของวันรุ่นสหรัฐและอังกฤษที่อยู่ที่ 4%  ความต้องการจับจ่ายใช้สอยคนวัยรุ่นจีนมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากคนวัยนี้มีสัดส่วนถึง 27% ของประชากรจีนทั้งหมด หรือราว 386 ล้านคน 

Huang Hanwen เจ้าของรายการไลฟ์สตรีมมิงชื่อดังเผยว่า “ฉันกับแฟนคลับส่วนใหญ่ของฉันมักจะใช้จ่ายเงิน 40% ของรายได้หรือมากกว่านั้นไปกับเครื่องสำอาง การเสริมความงาม และเสื้อผ้า พวกเรายังชอบช็อปวิสกี้ วอดกาด้วย”

ส่วน Monica Liu เซลส์ขายอุปกรณ์การแพทย์วัย 25 ปีที่มีรายได้ปีละ 250,000 หยวน หรือ 1,209,509 บาทเผยว่า เธอจะใช้เงินเดือนจนหมดทุกเดือน โดย 40% เป็นค่าเช่าที่พักและอาหาร ส่วนอีก 60% เป็นค่าฟิตเนส เดินทางท่องเที่ยว เสื้อผ้า และความงาม โดยเธอเดินทางท่องเที่ยวทุกเดือน

จากข้อมูลของ Tencent และ Kantar พบว่า คนเจเนอเรชันซี 46% มองว่าเป้าหมายของการจับจ่ายคือการสร้างตัวตน โดยมีโซเชียล สไตล์ส่วนบุคคล และความพึงพอใจเป็นตัวกระตุ้น

ส่วนข้อมูลของธนาคารแห่งชาติจีนพบว่า จนถึงสิ้นเดือน มิ.ย.ปีที่แล้ว มียอดบัตรเครดิตที่ค้างชำระเกิน 6 เดือนรวมกัน 85,400 ล้านหยวน สูงกว่าเมื่อ 10 ปีที่แล้วถึง 10 เท่า ขณะที่ผลการสำรวจของธนาคาร HSBC เมื่อปี 2019 พบว่า อัตราส่วนหนี้ต่อรายได้ของกลุ่มคนจีนที่เกิดในทศวรรษ 1990 พุ่งไปอยู่ที่ 1,850% โดยแต่ละคนพกบัตรเครดิตหลายใบในเวลาเดียวกัน

AFP PHOTO / ANTHONY WALLACE

อยู่ยอดเขาก็ไม่รอด นักปีนเขาติดโควิดบนเอเวอเรสต์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651152

วันที่ 24 เม.ย. 2564 เวลา 12:20 น.อยู่ยอดเขาก็ไม่รอด นักปีนเขาติดโควิดบนเอเวอเรสต์   นักปีนเขาชาวนอร์เวย์ติด Covid-19 บนยอดเขาเอเวอเรสต์เป็นคนแรก

ในที่สุดเชื้อโคโรนาไวรัสก็ถูกพบที่เบสแคมป์ของยอดเขาเอเวอเรสต์ โดยผู้ติดเชื้อรายแรกคือ เออร์ลันด์ เนสส์ นักปีนเขาชาวนอร์เวย์ โดยเจ้าตัวเผยว่ามีอาการป่วยอยู่เกือบ 1 สัปดาห์ระหว่างพักอยู่ที่เบสแคมป์ก่อนจะปีนขึ้นสู่ยอดเขาเอเวอเรสต์ ก่อนจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในกรุงกาฐมาณฑุโดยเฮลิคอปเตอร์เมื่อวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา

ตอนแรกเนสส์คิดว่าเขามีภาวะน้ำท่วมปอดอันเนื่องมาจากการอยู่มนที่ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลมากๆ จนกระทั่งไปถึงโรงพยาบาลและได้รับการตรวจจึงพบว่าติดเชื้อโคโรนาไวรัส

เนสส์ยังไม่มั่นใจว่าเขาติดเชื้อจากที่ใดหรือบุคคลใด แต่คาดว่าได้รับเชื้อขณะอยู่ที่ร้านชาในหุบเขาคุมบู เนื่องจากมีผลตรวจเป็นลบก่อนออกเดินทางจากนอร์เวย์และช่วงที่กักตัวเฝ้าดูอาการที่กรุงกาฐมาณฑุตามมาตรการของเนปาล เมื่อกักตัวครบก็รีบเดินทางไปที่เบสแคมป์ทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสเชื้อระหว่างเดินทางไปยอดเขาเอเวอเรสต์

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเชอปาอีก 1 คนที่เดินทางไปกับเนสส์มีผลตรวจเป็นบวกด้วย

การพบผู้ติด Covid-19 บนยอดเขาเอเวอเรสต์เป็นครั้งแรกทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ตามมาหลังจากทางการเนปาลเพิ่งกลับมาเปิดให้ขึ้นยอดเขาเอเวอเรสต์เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหลังจากปิดมา 1 ปี ขณะที่เส้นทางจากจีนยังปิดอยู่เนื่องจากการแพร่ระบาดของ Covid-19  

AFP PHOTO/SOCIAL WELFARE RESIDENTIAL EDUCATIONAL INSTITUTIONS SOCIETY

ความหวังช่วยลูกเรือ 53 คนในเรือดำน้ำอินโดฯ เลือนราง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651146

วันที่ 24 เม.ย. 2564 เวลา 10:20 น.ความหวังช่วยลูกเรือ 53 คนในเรือดำน้ำอินโดฯ เลือนรางผู้เชี่ยวชาญคาดออกซิเจนอาจหมดแล้ว เรือจมน้ำลึกเกินสมรรถนะจนแตกออก

การค้นหาเรือดำน้ำ KRI Nanggala-402 อายุการใช้งานกว่า 44 ปีของอินโดนีเซียที่ขาดการติดต่อระหว่างซ้อมรบทางทะเลนอกชายฝั่งเกาะบาหลีเมื่อวันพะที่ผ่านมายังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางความหวังที่เลือนราง เนื่องจากออกซิเจนในเรือสามารถใช้ได้จนถึงราว 03.00 น. ของวันนี้เท่านั้น (24 เม.ย.)

ขณะนี้ทางการสหรัฐส่งเครื่องบินโบอิง พี-8 โพไซดอน (P-8 Poseidon) มาช่วยในปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย ด้านออสเตรเลียส่งเรือพร้อมอุปกรณ์โซนาร์และเฮลิคอปเตอร์ และเรือกู้ภัยน้ำลึกของอินเดียอยู่ระหว่างการเดินทาง

ขณะนี้มีความกังวลว่า เรือดำน้ำลำดังกล่าวอาจถูกแรงดันน้ำบีบอัดจนได้รับความเสียหาย โดย คอลลิน โกห์ นักวิชาการจากสถาบันกลาโหมและยุทธศาสตร์ศึกษาเผยว่า ความเป็นไปได้หนึ่งคือ เรือดำน้ำจมดิ่งลงไปที่ความลึกเกินกว่าความสามารถในการดำน้ำ ซึ่งจะทำให้เรือระเบิด

โกห์ยังเผยอีกว่า สมมติฐานที่ว่าเรือมีออกซิเจนสำหรับ 72 ชั่วโมงถือเป็นการมอลโลกในแง่ดี เนื่องจากเรือไม่สามารถผลิตออกซิเจนได้เนื่องจากระบบไฟฟ้าขัดข้อง ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่ออกซิเจนจะหมดแล้ว

เบื้องต้น กองทัพเรืออินโดนีเซียคาดว่าเรือดำน้ำ KRI Nanggala-402 ขัดข้องขณะกำลังดำลงทะเลจนไม่สามารถเปิดใช้งานระบบฉุกเฉิน และจมดิ่งสู่ความลึกราว 600-700 เมตร ขณะที่ตัวเรือสามารถทนแรงกดดันได้ที่ความลึกเพียง 500   เมตร และทะเลบาหลีบางจุดอาจลึกถึง 1,500 เมตร

Photo by Handout / INDONESIA MILITARY / AFP

สหรัฐโค่นรัฐบาลประเทศที่ตัวเองไม่พอใจด้วยวิธีไหน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651112

วันที่ 23 เม.ย. 2564 เวลา 20:30 น.สหรัฐโค่นรัฐบาลประเทศที่ตัวเองไม่พอใจด้วยวิธีไหนแต่ไหนแต่ไรมาสหรัฐมีวิธีจัดการเขี่ยผู้นำประเทศอื่นที่ขัดผลประโยชน์ทั้งที่ดำเนินการอย่างชัดเจนและทำแบบลับๆ โพสต์ทูเดย์จะพาไปดูวิธีเหล่านั้น

ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐพยายามเข้าไปแทรกแซงกิจการของประเทศอื่นมาโดยตลอดนับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1800 สงครามโลกครั้งที่ 2 สงครามเย็น เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งที่ดำเนินการอย่างชัดเจนและทำแบบลับๆ เพื่อถอนรากถอนโคนรัฐบาลต่างประเทศที่อยู่คนละฝ่ายกับตัวเอง

งานวิจัยชิ้นหนึ่งระบุว่า ระหว่างปี 1946–2000 สหรัฐแทรกแซงการเลือกตั้งของประเทศอื่นทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างน้อย 81 ครั้ง และอีกชิ้นหนึ่งระบุว่า ช่วงสงครามเย็นสหรัฐดำเนินการในทางลับ 64 ครั้ง และดำเนินการแบบเปิดเผย 6 ครั้ง เพื่อเปลี่ยนตัวรัฐบาลของประเทศอื่น

ต่อไปนี้คือเหตุการณ์ที่น่าสนใจ

1945–1949: จีน

รัฐบาลสหรัฐให้การช่วยเหลือทั้งทางทหาร การส่งกำลังบำรุงทางทหาร และความช่วยเหลืออื่นแก่พรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ซึ่งนำโดยเจียงไคเช็ก ในการทำสงครามสู้รบกับพรรคคอมมิวนิสต์ที่นำโดยเหมาเจ๋อตง ทั้งสองพรรคนี้ยังสู้รบกับกองกำลังของญี่ปุ่นที่เข้ามายึดครองจีนจนกระทั่งญี่ปุ่นยอมแพ้สหรัฐในเดือน ส.ค.1945

หลังจากญี่ปุ่นยอมแพ้ สหรัฐยังคงสนับสนุนพรรคก๊กมินตั๋งทำสงครามการเมืองกับพรรคคอมมิวนิสต์ต่อ ทหารสหรัฐราว 50,000 นายถูกส่งมารักษาการณ์ตามจุดยุทธศาสตร์ในมณฑลหูเป่ยและชานตง และยังฝึกอบรมให้ทหารของพรรคก๊กมินตั๋ง ภายในเวลาไม่ถึง 2 ปีหลังจากสงครามจีน-ญี่ปุ่นจบลง พรรคก๊กมินตั๋งได้รับเงินสนับสนุนจากกองทัพ 4,430 ล้านเหรียญสหรัฐ

1952: อียิปต์ 

เดือน ก.พ. 1952 หลังเหตุจลาจลในกรุงไคโรท่ามกลางความไม่พอใจเป็นวงกว้างของชาวอียิปต์ชาตินิยมที่อังกฤษเข้ามายึดคลองสุเอซ และความพ่ายแพ้สงครามอาหรับ-อิสราเอลในปี 1948 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้ส่ง เคอร์มิต รูสเวลต์ จูเนียร์ เจ้าหน้าที่ซีไอเอเข้าพบพระเจ้าฟารูกที่ 1 แห่งอียิปต์ เพื่อโน้มน้าวให้พระเจ้าฟารูกทำการปฏิรูป เพื่อให้ข้อเรียกร้องของกลุ่มอียิปต์หัวรุนแรงอ่อนลงและช่วยให้อำนาจของพระเจ้าฟารูกมั่นคงขึ้น

สหรัฐได้รับการแจ้งล่วงหน้าถึงความสำเร็จของการปฏิวัติในปี 1952 ที่นำโดยทหารสายชาตินิยมในกองทัพอียิปต์ที่เรียกตัวเองว่า “Free Officers” ที่โค่นล้มระบบกษัตริย์ของอียิปต์แล้วเปลี่ยนประเทศเป็นสาธารณรัฐภายใต้การปกครองของนายพล โมฮาเหม็ด นากิบ ประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีคนแรกของอียิปต์

ไมล์ส โคปแลนด์ จูเนียร์ เจ้าหน้าที่ซีไอเอ ระบุไว้ในบันทึกความทรงจำว่า รูสเวลต์ จูเนียร์ ทำหน้าที่ประสานงานในการประชุมก่อนการปฏิวัติ 3 ครั้งกับกลุ่มคนที่จะลงมือปฏิวัติ รวมทั้งญะมาล อับเดล นาสเซอร์ ซึ่งต่อมาได้เป็นประธานาธิบดีของอียิปต์ แม้ว่าข้อมูลของโคปแลนด์ จูเนียร์ จะยังไม่ได้รับการยืนยันจากเอกสารลับที่นำมาเปิดเผยต่อสาธารณะ แต่ก็มีพยานแวดล้อมยืนยัน

ด้านฮิวจ์ วิลฟอร์ด ระบุว่า “ไม่ว่าเจ้าหน้าที่ซีไอเอจะติดต่อกับ Free Officers ก่อนการปฏวัติในปี 1952 หรือไม่ แต่หลังจากการปฏิวัติมีการติดต่ออย่างลับๆ ระหว่างสหรัฐกับอียิปต์”

1970–1973: ชิลี 

ในการเลือกตั้งของชิลีเมื่อปี 1964 รัฐบาลสหรัฐและซีไอเอทุ่มเงิน 2.6 ล้านเหรียญสหรัฐ สนับสนุน เอดูอาร์โด เฟรย์ มอนตัลวา ชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีกับ ซัลวาดอร์ อัลเยนเต นักการเมืองฝ่ายสังคมนิยมที่มีสายสัมพันธ์กับพรรคคอมมิวนิสต์ชิลีที่รัสเซียหนุนหลัง รวมทั้งเงินทุนในการโจมตีทำลายชื่อเสียงของอัลเยนเต แต่สุดท้ายเอเยนเต้ชนะการเลือกตั้ง

เมื่อแผนแรกไม่สำเร็จ ซีไอเอจึงส่งคนไปลักพาตัวนายพล เรเน ชไนเดอร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของชิลี เพื่อกล่อมให้นายพลชไนเดอร์ร่วมมือทำรัฐประหาร แต่นายพลชไนเดอร์ไม่เอาด้วยจึงถูกสังหารในปี 1970

หลังจากแผนล้มเหลวถึง 2 ครั้ง ประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ของสหรัฐและเฮนรี่ คิสซิงเจอร์ ได้ประชุมกับ CIA เพื่อหาทางโค่นล้มอำนาจอัลเยนเต้  โดยได้ข้อสรุปว่าจำเป็นต้องมีรัฐประหารเกิดขึ้นในประเทศชิลี เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางธุรกิจของสหรัฐอเมริกาและสกัดกั้นการขยายตัวของแนวคิดสังคมนิยม ในที่สุดจึงมีการเลือกนายพลออกุสโต ปิโนเชต์ เป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร โดยรัฐบาลสหรัฐสนับสนุนอาวุธ การข่าว รวมไปถึงงบประมาณสำหรับรัฐประหารครั้งนี้

รัฐประหารเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 11 กันยายน 1973 โดยกองทัพชิลีภายใต้การนำของนายพลปิโนเชต์ยกกองกำลังเข้าถล่มทำเนียบประธานาธิบดี จนกระทั่งในที่สุดกองทัพของชิลีภายใต้การสนับสนุนของสหรัฐอเมริกาได้รับชัยชนะ ประธานาธิบดีอัลเยนเดกระทำอัตวินิบาตกรรม และการปกครองภายใต้ระบบทหารก็ได้เริ่มขึ้นในชิลี พร้อมไปกับการสิ้นสุดระบอบประชาธิปไตยของประเทศชิลี ทั้งหมดนี้ล้วนสร้างความมั่นใจให้กับสหรัฐว่ารัฐบาลที่มีแนวความคิดแบบมาร์กซิสจะไม่มีโอกาสเข้ามาปกครองชิลีอีกจากปฏิบัติการในครั้งนี้

1997–1998: อินโดนีเซีย 

หลังวิกฤตทางการเงินปี 1997 ในอินโดนีเซียเก้าอี้ประธานาธิบดีของซูฮาโตเริ่มไม่มั่นคง ทำให้รัฐบาลประธานาธิบดี บิล คลินตัน สบช่องกำจัดซูฮาโต ด้วยการร่วมมือกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ขัดขวางการตั้งบอร์ดควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตราเพื่อให้ค่าเงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียมั่นคงขึ้นของซูฮาโต

IMF ยังแนะนำให้รัฐบาลอินโดนีเซียขึ้นดอกเบี้ยเพื่อลดเงินเฟ้อ โดยต่อมาซูฮาโตขึ้นดอกเบี้ยไปอยู่ที่ 70% ในปี 1998 เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นอันเนื่องจากสินค้านำเข้าที่ราคาสูง แต่กลายเป็นว่านโยบายนี้ไปจำกัดการเข้าถึงเงินกู้ของภาคเอกชน จึงเกิดความไม่พอใจ จนเกิดจลาจลปล้นร้านค้าและเผาสิ่งของในกรุงจาการ์ตา

เหตุการณ์นี้ลุกลามบานปลายเป็นการประท้วงทั่วประเทศ กลุ่มนักเรียนนักศึกษาบุกยึดอาคารรัฐสภาและเกิดกระแสเรียกร้องจากฝ่ายที่เคยหนุนให้ซูฮาโตลาออกจากตำแหน่งจนความนิยมในตัวเขาลดลงเรื่อยๆ กระทั่งซูฮาโตยอมลาออกในวันที่ 21 พ.ค. 1998 หลังอยู่ในตำแหน่งกว่า 30 ปี

2019–ปัจจุบัน: เวเนซุเอลา 

หลังจาก ฮวน กุยโด ประธานสภานิติบัญญัติของเวเนซุเอลาประกาศให้ตัวเองเป็นประธานาธิบดีเฉพาะกาลคู่ขนานกับ ประธานาธบดี นิโกลัส มาดูโร ไม่นานสหรับก็ออกมารับลูกด้วยการยอมรับให้กุยโดเป็นผู้นำที่ถูกต้องตามกฎหมายของเวเนซุเอลา ส่วน ไมค์ เพนซ์ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้นก็สำทับว่า สหรัฐจะทำทุกวิถีทางเพื่อโค่นมาดูโร

ส่วนบันทึกที่สำนักข่าวเอเอฟพีได้มาระบุว่า  หน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (USAID) โยกงบประมาณ 41.9 ล้านเหรียญสหรัฐมาสนับสนุนกุยโด และอีก 19.4 ล้านเหรียญสหรัฐสำหรับเป็นเงินเดือนทีมงานของกุยโด รวมถึงเงินสนับสนุนฝ่ายค้านที่ดำเนินการต่อรองกับรัฐบาลมาดูโรอีก 2 ล้านเหรียญสหรัฐ  

รัฐบาลอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังกดดันให้มาดูโรลาออกด้วยการออกมาตรการคว่ำบาตรเวเนซุเอลาเพิ่มเติม โดยสั่งอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของรัฐบาลเวเนซุเอลาที่อยู่ในสหรัฐ และห้ามไม่ให้ทำธุรกรรมใดๆ กับพลเมืองและบริษัทสหรัฐ

Photo by Brendan Smialowski / AFP

ปฏิวัติการฟ้องร้องแบบเดิมๆ ด้วยแพลตฟอร์มดำเนินคดีออนไลน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651048

วันที่ 23 เม.ย. 2564 เวลา 19:00 น.ปฏิวัติการฟ้องร้องแบบเดิมๆ ด้วยแพลตฟอร์มดำเนินคดีออนไลน์เมื่อการฟ้องร้องต่อศาลต้องใช้เวลายืดเยื้อยาวนานทั้งยังใช้เงินมหาศาล สตาร์ทอัพอเมริกันรายนี้จึงเปิดแพลตฟอร์มดำเนินคดีออนไลน์ที่เคลมว่าช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายไปได้ถึง 90%

การดำเนินคดีความแบบเดิมในสหรัฐนั้นอาจต้องใช้เวลาถึง 17.6 เดือนโดยเฉลี่ยเนื่องจากมีคดีความจำนวนมากที่อยู่ยื่นฟ้องร้องในสหรัฐอเมริกาซึ่งคิดเป็นประมาณ 19 ล้านคดีต่อปี ไม่เพียงเท่านั้นค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่ต้องใช้ในการดำเนินคดีสูงถึง 1 ล้านเหรียญสหรัฐหรือกว่า 30 ล้านบาท

New Era ADR บริษัทเทคโนโลยีแห่งใหม่ในชิคาโกจึงได้เปิดตัวแพลตฟอร์มการดำเนินคดีความแบบเสมือนจริงเป็นครั้งแรกที่ช่วยแก้ไขข้อพิพาททางธุรกิจภายในเวลาไม่เกิน 100 วัน และสามารถใช้ได้กับธุรกิจทุกขนาด ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายไปได้ถึง 90%

New Era ADR มองว่าการฟ้องร้องทำให้ธุรกิจตกอยู่ในความเสี่ยงและยังต้องเสียค่าใช้จ่ายนับล้าน ยิ่งไปกว่านั้นกองเอกสารเป็นตั้งๆ และการพิจารณาคดีที่ยืดเยื้อนานหลายปีจะขัดขวางการดำเนินการของบรรดาธุรกิจต่างๆ

จึงได้สร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ใช้งานได้สะดวกเพื่อเชื่อมโยงธุรกิจและบุคคลต่างๆ กับอนุญาโตตุลาการและผู้ไกล่เกลี่ยที่มีประสบการณ์มากที่สุดในสหรัฐอเมริกา พร้อมรับรองการตัดสินคดีความที่ยุติธรรม รวดเร็ว และมีคุณภาพ

ทั้งนี้ New Era ADR เพิ่งก่อตั้งเมื่อปี 2020 โดยทีมงานซึ่งมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี พร้อมทีมทนายความที่มีประสบการณ์ด้านกฎหมายนานนับ 10 ปี ซึ่งสามารถระดมทุนในระดับ Pre-Seed ไปได้ 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ

Collin Williams ประธานและผู้ก่อตั้งบริษัท New Era ADR มองว่าในศตวรรษที่ 21 กระบวนการระงับข้อพิพาทไม่ควรต้องใช้เวลาหลายปีเหมือนที่ผ่านมา เขาต้องการเทคโนโลยีที่ช่วยเหลือโจทก์และทนายความของตนในการหาข้อยุติจริงๆ โดยไม่ต้องเสียเวลานาน

Rich Lee ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง New Era ADR เผยว่าพวกเขากำลังพยายามแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจนับไม่ถ้วนที่ติดอยู่ในขั้นตอนการดำเนินคดีในสหรัฐซึ่งมีมากกว่า 19 ล้านคดีต่อปี และยังไม่มีใครเคยสร้างแพลตฟอร์มที่มุ่งเน้นการแก้ไขข้อพิพาททางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมเช่นนี้มาก่อน

Photo by Eric BARADAT / AFP

สหรัฐคืนพระพุทธรูปโบราณมูลค่ากว่า 15 ล้านให้ไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651121

วันที่ 23 เม.ย. 2564 เวลา 18:00 น.สหรัฐคืนพระพุทธรูปโบราณมูลค่ากว่า 15 ล้านให้ไทยสำนักงานอัยการเขตแมนฮัตตันประกาศส่งมอบโบราณวัตถุ 13 ชิ้นกลับคืนสู่ประเทศไทย

สำนักงานอัยการเขตแมนฮัตตันแถลงเมื่อวันที่ 22 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่นโดยประกาศคืนโบราณวัตถุจำนวน 13 ชิ้นมูลค่ารวมประมาณ 500,000 เหรียญสหรัฐหรือราว 15.7 ล้านบาทแก่ประเทศไทยโดยมีนายมนัสวี ศรีโสดาพลเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน และอีริก โรเซนแบลตต์ รองเจ้าหน้าที่พิเศษประจำหน่วยสืบสวนเพื่อความมั่นคงแห่งมาตุภูมิร่วมเป็นสักขีพยาน

ไซรัส แวนซ์ จูเนียร์ อัยการเขตแมนฮัตตันระบุว่ารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ส่งคืนโบราณวัตถุที่น่าทึ่งทั้ง 13 ชิ้นให้กับคนไทย โดยช่วงเดือนที่ผ่านมาก็ได้มีการส่งโบราณวัตถุกลับคืนประเทศต่างๆ ทั้งศรีลังกา เนปาล และอัฟกานิสถาน

ด้านนายมนัสวีกล่าวว่าโบราณวัตถุเหล่านี้ถือเป็นสมบัติของชาติที่มีรากฐานมาจากประวัติศาสตร์ที่เป็นเอกลักษณ์และแสดงถึงวัฒนธรรมของชาติซึ่งไม่สามารถประเมินค่าได้

ทั้งนี้ โบราณวัตถุทั้งหมดเป็นพระพุทธรูปจากประเทศไทยซึ่งคาดว่ามีมาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 7-16 แต่ถูกลักลอบนำเข้าไปยังนครนิวยอร์กพร้อมโบราณวัตถุจากประเทศอื่นๆ รวมทั้งสิ้นกว่า 2,000 ชิ้น

ซึ่งสำนักงานอัยการเขตได้ส่งคืนโบราณวัตถุ 351 รายการให้กับ 8 ประเทศนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2020 รวมถึงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาก็ได้ส่งคืนโบราณวัตถุไปยังเนปาล 3 ชิ้น, ศรีลังกา 1 ชิ้น และอัฟกานิสถาน 33 ชิ้น

ภาพโดย สำนักงานอัยการเขตแมนฮัตตัน

ไบเดนจ่อขึ้นภาษีเศรษฐีนักลงทุนทำตลาดหุ้นและคริปโตร่วงกราว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651104

วันที่ 23 เม.ย. 2564 เวลา 17:00 น.ไบเดนจ่อขึ้นภาษีเศรษฐีนักลงทุนทำตลาดหุ้นและคริปโตร่วงกราวโจ ไบเดนเล็งขึ้นภาษีกำไรนักลงทุนส่งผลให้นักลงทุนพากันเทขายหุ้นและสกุลเงินดิจิทัล

หลังจากที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐประกาศจะขึ้นภาษีกำไรจากการลงทุนเกือบ 2 เท่าตัว จาก 20% เป็น 39.6% สำหรับชาวอเมริกันที่มีรายได้มากกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐขึ้นไปเพื่อนำไปเป็นทุนการศึกษาและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของประเทศ ส่งผลให้นักลงทุนหวั่นว่าจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนและพากันเทขายหุ้น ทองคำ รวมถึงการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล

ตลาดคริปโตและสินทรัพย์อื่นๆ ปรับตัวลงถ้วนหน้าหลังการประกาศดังกล่าว โดยในช่วงเช้าวันนี้ราคา Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่า 50,000 เหรียญสหรัฐหลังจากที่ขึ้นสู่จุดสูงสุดไปได้ไม่นาน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระบุว่าแนวรับถัดไปอาจอยู่ที่ 47,000 เหรียญสหรัฐ

เช่นเดียวกับ Ethereum ก็ปรับตัวลดลงแตะที่ประมาณ 22,000 เหรียญสหรัฐ ด้านสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ก็ปรับตัวลงด้วยเช่นกัน

ด้านดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงอย่างต่อเนื่องโดยเมื่อคืนวันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมาลดลง 0.94% ปิดที่ 33,815.90 จุด และเมื่อช่วงต้นวันนี้ (23 เม.ย.) อยู่ที่ 33,791.56 จุดหรือลดลง 1.01%

นักวิเคราะห์จากบริษัท Great Hill ในแมสซาชูเซตส์กล่าวว่าอาจเป็นเรื่องยากที่ข้อเสนอจะผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส เนื่องจากสมาชิกจากฝั่งพรรครีพับลิกันมีจุดยืนที่ต้องการให้ลดภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟู แต่หากผ่านอาจส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงรุนแรงถึง 2,000 จุด

นอกจากนี้ยังส่งผลให้ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดตลาดเมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่ระดับ 33,815.90 จุด ลดลง 321.41 จุด หรือ -0.94%

ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ระดับ 4,134.98 จุด ลดลง 38.44 จุด หรือ -0.92%, ดัชนี Nasdaq ปิดที่ระดับ 13,818.41 จุด ลดลง 131.81 จุด หรือ -0.94%, ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 28,939.12 จุด ลดลง 249.05 จุด หรือ -0.85% และ ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 28,798.45 จุด เพิ่มขึ้น 43.11 จุด หรือ +0.15%

เช่นเดียวกับหุ้นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Apple, Microsoft และ Intel ก็ลดลงเช่นกัน

AFP PHOTO / JACK GUEZ

วิกฤตขาดออกซิเจนทำอินเดียต้องเร่งนำเข้าพร้อมจำกัดการใช้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651082

วันที่ 23 เม.ย. 2564 เวลา 15:30 น.วิกฤตขาดออกซิเจนทำอินเดียต้องเร่งนำเข้าพร้อมจำกัดการใช้ภาวะขาดแคลนออกซิเจนสำหรับผู้ป่วยโควิดในอินเดียวิกฤตจนรัฐบาลต้องเร่งนำเข้าพร้อมสั่งห้ามไม่ให้ใช้ออกซิเจนในภาคอุตสาหกรรม

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. กระทรวงมหาดไทยแห่งประเทศอินเดียออกคำสั่งห้ามจัดหาออกซิเจนเพื่อใช้ในภาคอุตสาหกรรมหลังจากที่โรงพยาบาลหลายแห่งรวมทั้งในกรุงนิวเดลีเกิดวิกฤตขาดแคลนออกซิเจนสำหรับผู้ป่วย ซึ่งส่งผลให้มีผู้ป่วยเสียชีวิตระหว่างรอออกซิเจน ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดระลอก 2 ในประเทศอินเดียซึ่งมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากถึงวันละนับแสนราย

นอกจากนี้รัฐบาลอินเดียประกาศว่าจำเป็นต้องนำเข้าออกซิเจนจำนวน 50,000 ตัน พร้อมขอความร่วมมือจากนักการทูตทั่วโลกช่วยระบุผู้ผลิตที่สามารถส่งมอบออกซิเจนได้ตามความต้องการและเสนอราคาเพื่อจัดหาออกซิเจน 100,000 ถัง

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ที่ผ่านมานเรนทระ โมที นายกรัฐมนตรีอินเดียได้ประกาศแผนการส่งมอบถังออกซิเจน 100,000 ถังทั่วประเทศ และเป็นประธานการประชุมเพื่อทบทวนการจัดหาออกซิเจนและวิธีการเพิ่มการผลิตออกซิเจนตลอดจนการปรับปรุงการกระจายถังออกซิเจนเมื่อวันที่ 22 เม.ย. พร้อมเน้นย้ำว่าหน่วยงานของรัฐควรทำงานอย่างหนักเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ทั้งนี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะตั้งโรงงานผลิตออกซิเจนแห่งใหม่หรือขยายโรงงานที่มีอยู่เดิมได้ในตอนนี้เนื่องจากการติดตั้งโรงงานแห่งหนึ่งต้องใช้เวลาราว 2 ปี

ขณะที่ภาคท้องถิ่นและโรงพยาบาลเอกชนบางเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มการผลิตและจัดหาออกซิเจนรวมถึงเวชภัณฑ์อื่นๆ

ขณะนี้อินเดียมีผู้ป่วยโควิด-19 สะสมทั่วประเทศ 15.9 ล้านราย โดยมีรายงานผู้ป่วยกว่า 1 แสนรายต่อวันตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. ก่อนที่จะเพิ่มเป็นกว่า 2 แสนรายต่อวันนับตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย. และล่าสุดมีผู้ป่วยรายวันเพิ่มขึ้นทะลุ 3 แสนรายมาเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันแล้ว

Photo by Himanshu SHARMA / AFP