เผยภาพสุดน่ารักเจ้าชายหลุยส์พระโอรสเจ้าชายวิลเลียมในวัย 3 ขวบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651077

วันที่ 23 เม.ย. 2564 เวลา 14:00 น.เผยภาพสุดน่ารักเจ้าชายหลุยส์พระโอรสเจ้าชายวิลเลียมในวัย 3 ขวบภาพถ่ายดังกล่าวเป็นฝีมือการลั่นชัดเตอร์ของเจ้าหญิงแคเธอรีนพระมารดา

สำนักพระราชวังเคนซิงตันและเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงแคเธอรีน ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ทรงเผยแพร่ภาพพระฉายาลักษณ์ของเจ้าชายหลุยส์ พระโอรส ฝีมือการลั่นชัตเตอร์ของเจ้าหญิงแคเธอรีนที่ถ่ายไว้เมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมาที่พระราชวังเคนซิงตัน ก่อนที่เจ้าชายจอร์จจะเดินทางไปโรงเรียนเตรียมอนุบาลวันแรกที่โรงเรียน Willcocks Nursery School   

ภาพถ่ายดังกล่าวถูกเผยแพร่ในโอกาสที่เจ้าชายจอร์จมีพระชันษาครบ 3 ปีในวันนี้ 

เจ้าชายหลุยส์เป็นพระโอรสองค์เล็กในเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงแคเธอรีน และรัชทายาทลำดับที่ 5 ของราชวงศ์อังกฤษ และทรงเข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาลเดียวกับเจ้าหญิงชาร์ลอต พระเชษฐภคินี

Photo by THE DUCHESS OF CAMBRIDGE / KENSINGTON PALACE / AFP

UN เตือนรัฐประหารจะทำชาวเมียนมาอดอยากกว่า 3 ล้านคน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651068

วันที่ 23 เม.ย. 2564 เวลา 12:30 น.UN เตือนรัฐประหารจะทำชาวเมียนมาอดอยากกว่า 3 ล้านคนวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในเมียนมาจากการรัฐประหารจะส่งผลให้มีประชาชนอดอยากราว 3.4 ล้านคนภายใน 6 เดือนข้างหน้า

โครงการอาหารโลกของสหประชาชาติเตือนว่าอาจมีชาวเมียนมามากถึง 3.4 ล้านคนโดยเฉพาะในใจกลางเมืองจะประสบปัญหาอดอยากภายใน 6 เดือนข้างหน้าสืบเนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศที่เกิดขึ้นจากการรัฐประหารตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา

โดยสตีเฟน แอนเดอร์สัน ผู้อำนวยการโครงการอาหารโลกประจำเมียนมาระบุว่าจะมีประชาชนอีกจำนวนมากหลังจากนี้ที่ต้องตกงานและไม่สามารถซื้ออาหารได้ ซึ่งมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการเพื่อบรรเทาความทุกข์ยากนี้

ข้อมูลจากโครงการอาหารโลกชี้ให้เห็นว่าราคาข้าวเฉลี่ยในประเทศสูงขึ้น 5% ตั้งแต่เดือนม.ค. ขณะที่ราคาน้ำมันปรุงอาหารสูงขึ้นถึง 18% นับตั้งแต่เดือนก.พ. และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้นประมาณ 30% ทั่วประเทศ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐบริเวณชายแดนเช่นในบางเมืองของรัฐคะฉิ่นมีราคาข้าวสูงขึ้นถึง 43% และราคาน้ำมันสูงขึ้น 32%

ทั้งนี้ โครงการอาหารโลกประเมินว่าจะมีชาวเมียนมาต้องการความช่วยเหลือมากขึ้นราว 3.3 ล้านคน และต้องการเงินช่วยเหลือถึง 106 ล้านเหรียญสหรัฐ

โดยโครงการอาหารโลกจะเริ่มให้การช่วยเหลือใน 10 เขตที่ยากจนที่สุดในย่างกุ้งเนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและมีความเสี่ยงมากที่สุด อย่างไรก็ตามจะติดตามสถานการณ์ในเมืองอื่นๆ ของเมียนมาและพร้อมให้การช่วยเหลือแก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบรวมถึงผู้อพยพอื่นๆ หากจำเป็น

“เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตด้านมนุษยธรรมเราจึงต้องยื่นมือเข้าไป เราเชื่อมั่นใจประชาคมระหว่างประเทศที่จะยืนหยัดข้างประชาชนชาวเมียนมาต่อไป” แอนเดอร์สันกล่าว

Photo by Handout / DAWEI WATCH / AFP

สัตวแพทย์ชิลีฉีดวัคซีนสุนัขให้คนอ้างป้องกันโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651062

วันที่ 23 เม.ย. 2564 เวลา 11:15 น.สัตวแพทย์ชิลีฉีดวัคซีนสุนัขให้คนอ้างป้องกันโควิดทางการชิลีปรับ 2 สัตวแพทย์ฉีดวัคซีนสำหรับสุนัขให้มนุษย์อ้างช่วยป้องกัน Covid-19

ทางการชิลีสั่งปรับสัตวแพทย์ 2 คนในเมืองคาลามานำวัคซีนสำหรับสุนัขมาฉีดให้มนุษย์หลายสิบคน โดยอ้างว่าสามารถป้องกัน Covid-19 ตั้งแต่ปีที่แล้วซึ่งยังไม่มีวัคซีนต้าน Covid-19 สำหรับมนุษย์ โดยใช้วัคซีนสุนัข 8 โดสต่อ 1 คน

มาเรีย เฟอร์นานดา มูนญอซ สัตวแพทย์รายแรกถูกปรับ 10,300 เหรียญสหรัฐ หรือ 323,729 บาท อ้างว่าฉีดวัคซีนสุนัขให้มนุษย์เพื่อศึกษาว่าวัคซีนดังกล่าวจะสามารถป้องกัน Covid-19 ได้หรือไม่ และยืนยันว่าวัคซีนสุนัขไม่ส่งผลเสียกับร่างกายของเธอและเจ้าหน้าที่ในคลินิก

ขณะที่ คาร์ลอส ปาโดร สัตวแพทย์อีกรายหนึ่งโพสต์ข้อความอวดอ้างว่าวัคซีนสุนัขมีประโยชน์กับมนุษย์ เขาถูกปรับเป็นเงิน 9,200 เหรียญสหรัฐ หรือ 289,248 บาท

ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวแดงขึ้นหลังจากมีการร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ในคลินิกของมูนญอซไม่สวมหน้ากากอนามัยโดยอ้างว่าได้รับการฉีดวัคซีนต้าน Covid-19 แล้วทั้งที่ขณะนั้นยังไม่มีวัคซีนต้าน Covid-19 จึงนำมาสู่การสอบสวน

REUTERS/David Ryder

อินโดเร่งค้นหาเรือดำน้ำก่อนออกซิเจนจะหมดลงในวันพรุ่งนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651058

วันที่ 23 เม.ย. 2564 เวลา 10:16 น.อินโดเร่งค้นหาเรือดำน้ำก่อนออกซิเจนจะหมดลงในวันพรุ่งนี้เรือดำน้ำ KRI Nanggala-402 ของอินโดนีเซียหายไปเป็นวันที่ 3 แล้วขณะที่ออกซิเจนภายในเรือกำลังจะหมดลง

รอยเตอร์สรายงานว่าโจโค วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซียสั่งให้ทุกฝ่ายใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการค้นหาเรือดำน้ำที่สูญหายไปพร้อมแข่งกับเวลาเพื่อช่วยชีวิตลูกเรือ 53 ชีวิตที่ติดอยู่ในนั้น ขณะที่มีการคาดการณ์ว่าออกซิเจนภายในเรือจะหมดลงในวันพรุ่งนี้ (23 เม.ย.) เวลาประมาณ 3.00 น.

โดยรายงานล่าสุดระบุว่าอินโดนีเซียได้ส่งเฮลิคอปเตอร์และเรือ 5 ลำไปลาดตระเวนค้นหาบริเวณน่านน้ำทางตอนเหนือของเกาะบาหลีแต่ก็ยังไม่พบสัญญาณของ KRI Nanggala-402 เรือดำน้ำที่สูญหายระหว่างการฝึกยึงตอร์ปิโดนอกชายฝั่งเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 21 เม.ย.

ประธานาธิบดีวิโดโดระบุว่าได้มอบหมายให้ผู้บัญชาการและเสนาธิการทหารเรือรวมถึงหน่วยงานต่างๆ จัดกำลังทั้งหมดเพื่อพยายามค้นหาเรือดำน้ำดังกล่าวและช่วยชีวิตลูกเรืออย่างสุดความสามารถ โดยความสำคัญอันดับแรกคือความปลอดภัยของลูกเรือทั้ง 53 คน พร้อมหวังว่าจะสามารถพบเรือดำน้ำก่อนที่ออกซิเจนในเรือจะหมดลง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ฮาดี จายานโต ผู้บัญชาการทหารสูงสุดอินโดนีเซียระบุว่าเรือดำน้ำ KRI Nanggala-402 อยู่ระหว่างการซ้อมรบทางเรือนอกชายฝั่งเกาะบาหลี และขาดการติดต่อราว 04.30 น.

โดยกองทัพเรือแถลงว่าเป็นไปได้ว่าระหว่างกำลังดำน้ำ กระแสไฟฟ้าอาจขัดข้องจึงทำให้เรือเสียการควบคุม และระบบฉุกเฉินไม่ทำงาน เรือจึงดิ่งลงไปที่ความลึก 600-700 เมตร ซึ่งเกินความสามารถของเรือ และแม้ว่าทะเลในบริเวณที่เรือดำน้ำซ้อมรบจะตื้นกว่าบริเวณอื่นของเกาะ แต่ก็อาจลึกกว่า 1,500 เมตร

Photo by Handout / INDONESIA MILITARY / AFP

เอกชนนำเข้าวัคซีนเองอาจทำให้ของปลอมระบาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/651020

วันที่ 22 เม.ย. 2564 เวลา 21:00 น.

เอกชนนำเข้าวัคซีนเองอาจทำให้ของปลอมระบาดการเปิดโอกาสให้เอกชนนำเข้าวัคซีน Covid-19 ของไทย เสี่ยงผู้ไม่หวังดีแอบอ้างชื่อบริษัทขายวัคซีนปลอม

การระบาดระลอกใหม่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและธุรกิจมหาศาล เกิดเสียงวิจารณ์รัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชาเรื่องการจัดหาวัคซีนต้าน Covid-19 ซึ่งตามปกติเสียงตำหนิทำนองนี้ก็มีอยุ่แล้ว แต่ในช่วง “เวฟที่สาม” มันรุนแรงขึ้น 

จนในที่สุดภาคเอกชนของไทยก็ขยับตัว มีการรวมกันกว่า 40 บริษัทเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาช่วยเจรจาจัดหาวัคซีนและเร่งฉีดให้ประชาชน เพื่อจะได้รีบกลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง

นอกจากนี้ ในเวลาไล่เลี่ยกัน เจ้าสัวธนินทร์ เจียรวนนนท์ ก็คงทนไม่ไหวเหมือนกันจึงออกมาฝากข้อความแบบตรงไปตรงมาถึงรัฐบาลว่า ให้ส่งเสริมและสนับสนุนเอกชนนำเข้าวัคซีน โดยอย่างน้อยก็ให้แต่ละบริษัทนำเข้ามาฉีดให้พนักงานของตัวเอง เพื่อแบ่งเบาภาระของรัฐบาล

จนถึงวันนี้คนไทยได้รับการฉีดวัคซีนต้าน Covid-19 ไม่ถึง 1% ในขณะที่ประเทศอื่นๆ ฉีดได้ตัวเลข 2 หลัก อาทิ สิงคโปร์ ที่ฉีดโดสแรกให้ประชาชนไปแล้วเกือบ 20% และอีก 10% ได้รับครบทั้งสองโดสแล้ว ส่วนในอิสราเอลฉีดแล้วกว่า 60% จนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัยแล้ว

เพราะฉะนั้นการแก้ตัวว่ารัฐบาลไทยไม่สามารถซื้อวัคซีนให้เพียงพอ ในขณะที่ประเทศอื่นรวมทั้งเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียจัดหาวัคซีนนมาฉีดให้ประชาชนได้ ก็ไม่ต่างกับการยอมรับความไร้ประสิทธิภาพของตัวเอง จนเอกชนต้องออกหน้ากันเอง

การจัดหาวัคซีนถือเป็นการทดสอบภาวะผู้นำของไทย เพราะในช่วงเกิดโรคระบาด 1 วันที่ฉีดวัคซีนล่าช้าคือ 1 วันแห่งการเสียโอกาส และ 1 วันแห่งความสิ้นหวัง

ทว่า กว่ารัฐบาลไทยจะตัดสินใจสั่งวัคซีน 61 ล้านโดสจาก AstraZeneca (แอสตราเซเนกา) ผ่านบริษัท Siam Bioscience (สยามไบโอไซแอนซ์) ก็ปลายเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว ขณะที่สหรัฐ สหราชอาณาจักร และอิสราเอล ทำสัญญาตั้งแต่เดือน มิ.ย.ปีที่แล้ว ส่วนเวียดนาม อินโดนีเซียเป็น 2 ประเทศแรกในอาเซียนที่สั่งวัคซีนตั้งแต่เดือน ส.ค.ปีที่แล้ว

เพราะเหตุนี้เอกชนจึงเสนอตัวเข้ามาช่วยจัดหาวัคซีนเองเพราะรอรัฐบาลไม่ไหวแล้ว

อย่างไรก็ดี การเปิดโอกาสให้เอกชนสั่งวัคซีนต้าน Covid-19 นอกจากจะติดข้อจำกัดที่ผู้ผลิตต้องการจำหน่ายให้รัฐบาลเท่านั้น เพราะมีข้อตกลงยกเว้นความรับผิดของบริษัทผู้ผลิต (indemnity) ในกรณีเกิดผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน โดยให้รัฐบาลต้องเป็นผู้รับผิดชอบแทน เนื่องจากเป็นการอนุมัติวัคซีนแบบฉุกเฉิน ยังอาจมีปัญหาเรื่องวัคซีนปลอม

เมื่อเอกชนได้วัคซีน อาจมีคนฉวยโอกาสในช่วงที่คนกำลังต้องการวัคซีนทำวัคซีนปลอมขึ้นมาแล้วแอบอ้างว่าได้มาจากบริษัทต่างๆ แล้วนำออกมาขายเองฉีดเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองไทยที่เราก็ทราบกันดีว่ามีปัญหาเรื่องการขายยาปลอม ครีมปลอม ฉีดยาปลอมไม่น้อย

ความกังวลนี้มีตัวอย่างให้ดูที่ฟิลิปปินส์ที่ไฟเขียวให้เอกชนนำเข้าวัคซีนต้าน Covid-19 โดยตรงจากบริษัทผู้ผลิตเพื่อฉีดให้พนักงานของตัวเองแล้ว

ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตร์เต ถึงกับเตือนบริษัทเอกชนให้ระวังว่าจะได้วัคซีนปลอมหากซื้อจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ และขู่จะดำเนินคดีกับคนที่ผลิตวัคซีนปลอม

เช่นเดียวกับที่อินโดนีเซียที่มีเสียงคัดค้านการเปิดโอกาสให้เอกชนนำเข้าวัคซีน ดิกกี บูดิแมน นักระบาดวิทยาของอินโดนีเซียเผยว่า “วัคซีนคือสินค้าสาธารณะซึ่งไม่สามารถใช้กลไกราคาจากอุปสงค์และอุปทานเข้ามาทำหน้าที่จัดสินค้าและบริการได้ เราทราบดีว่ามีความต้องการวัคซีนจำนวนมาก และมีโอกาสที่จะเกิดวัคซีนปลอมหรือไม่ได้มาตรฐาน”

และล่าสุด บริษัท Pfizer (ไฟเซอร์) ตรวจพบการใช้วัคซีนต้าน Covid-19 ปลอมของบริษัทที่เม็กซิโกและโปแลนด์ โดยที่เม็กซิโกพบ 80 โดสในคลินิกแห่งหนึ่งที่รัฐนวยโวเลออง ซึ่งตัวเลขล็อตแตกต่างจากล็อตที่ส่งไปที่รัฐดังกล่าว ส่วนที่โปแลนด์พบว่าวัคซีนที่ยึดมาจากอพาร์ทเม้นต์ของชายรายหนึ่งเป็นทรีทเม้นต์ต่อต้านริ้วรอยแทนที่จะเป็นวัคซีนต้าน Covid-19

จริงอยู่ว่าภาคเอกชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดหาวัคซีนให้คนไทยเพื่อชดเชยความล่าช้าของรัฐบาล แต่การกระจายวัคซีนของเอกชนก็ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของนโยบายที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ เพราะจุดประสงค์หลักของวัคซีนคือการลดอัตราการเสียชีวิตให้กับกลุ่มเสี่ยงเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ผู้สูงอายุ

แต่หากเอกชนนำเข้าวัคซีนได้ คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการฉีดจะขึ้นอยู่กับว่าคนคนนั้นเป็นพนักงานของบริษัทที่นำเข้าหรือเปล่า ซึ่งไม่ใช่นโยบายทางสาธารณสุข แต่เป็นนโยบายทางเศรษฐกิจ

บูดิแมนยังมองว่า การเปิดโอกาสให้เอกชนนำเข้ายังมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในสังคม นอกจากผู้คนส่วนใหญ่จะได้ประโยชน์จากการฉีดวัคซีนแล้ว แนวทางนี้ยังทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติ และยังเผยว่า “ข่าวลือเรื่องพลเมืองชั้น 1 พลเมืองชั้น 2 จะผุดขึ้นทันทีที่โครงการนี้เริ่มขึ้น”

เมื่อพูดถึง “ข่าวลือ” ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องกังวล เพราะข่าวลือเป็นศัตรูที่ร้ายกาจของความพยายามให้ความรู้มที่ถูกต้องเรื่องวัคซีน ในสถานการณ์กระแสต่อต้านวัคซีน (Antivax) มีให้เห็นอยู่ทั่วไปเพราะการปล่อยข่าวลือ/ข่าวปลอมผิดๆ เรื่องผลกระทบของวัคซีน แต่ในสถานการณ์ตอนนี้มีคนต้องการวัคซีนมากกว่าจนกลบกระแสต่อต้าน ยิ่งความต้องการมากแค่ไหน ยิ่งมีพวกหัวหมอในทางไม่ดีใช้ประโยชน์จากข่าวลือเพื่อขายของปลอมมากเท่านั้น

รัฐบาลหลายประเทศต้องรับศึกสองด้าน คือศึกต้านไวรัสและศึกข่าวปลอมที่เกี่ยวกับโควิด-19 จากการประเมินของเรา รัฐบาลทำหน้าที่ให้ความรู้แก่ประชาชนได้ดี แต่ยังขาดการทำงานในเชิงรุก คือการกำจัดข่าวปลอมหรือแม้แต่การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการระบาดด้วยข้อมูลที่ผิด เมื่อข้อมูลผิดๆ แพร่กระจายไป มันจะเป็นการปูทางให้สังคมเกิดความสับสนและชื่อในสิ่งที่ไม่ควรเชื่อ 

เช่น การให้ข้อมูลที่ไม่ชัดเจนหรือปล่อยให้ข้อมูลผิดๆ เกี่ยวกับโครงการวัคซีนค้างคาในอินเทอร์เน็ต จะทำให้ประชาชนไม่มั่นใจวัคซีนของรัฐ ไปเรียกร้องเอาจากภาคเอกชน เมื่อเรียกร้องเอาจากเอกชนไม่ได้ ก็จะเสาะแสวงหาเอาเองในตลาดมืด ซึ่งหลายๆ ประเทศเกิดเรื่องพวกนี้ขึ้นแล้ว

ดังนั้น รัฐบาลจะต้อง “ผูกขาด” การกระจายวัคซีนเอาไว้ก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดช่องโหว่ที่ทำให้ประชาชนคิดไปเองว่า “หาวัคซีนจากไหนก็ได้” แต่ไม่ได้หมายความว่าจะห้ามเอกชนนำเข้า สิ่งที่จะต้องระวังคือการนำเข้าของเอกชนจะไปทำให้เกิดปัญหาที่เอ่ยมาหรือไม่ และจะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร? 

ที่สำคัญที่สุดก็คือ “เอกชน” ที่เสนอตัวจัดหาวัคซีนเป็นธุรกิจที่แสวงหาผลกำไร สิ่งแรกที่ธุรกิจะคิดถึงคือผลกำไร ไม่ใช่การกุศล (แน่นอนว่าพวกเขาย่อมทำการกุศลด้วย แต่ถ้าเอาการกุศลนำหน้าพวกเขาก็คงไม่ถือเป็นบริษัทอีกต่อไป) 

ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้ารัฐบาลไทยมีประสิทธิภาพและมองการณ์ไกลมากพอ รีบจัดหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยให้ได้มากที่สุดเร็วที่สุด งานนี้คงไม่ต้องถึงมือเอกชน 

Photo by Lillian SUWANRUMPHA / AFP

Patara Restaurant บ้านไทยร่วมสมัย ชูตำรับไทยใจกลางสุขุมวิท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/649975

วันที่ 08 เม.ย. 2564 เวลา 17:01 น.Patara Restaurant บ้านไทยร่วมสมัย ชูตำรับไทยใจกลางสุขุมวิทกินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ ชวนนั่งชิลในสวนบรรยากาศสบายๆ คลายร้อนกับสำรับข้าวแช่ พร้อมสารพันเมนูตำรับไทยเลิศรส และบุฟเฟ่ต์ก๋วยเตี๋ยว ที่ร้าน Patara Restaurant

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ 

หน้าร้อนเวียนมาอีกครา Patara Restaurant ร้านอาหารไทยใจกลางสุขุมวิท พร้อมเสิร์ฟ “ข้าวแช่ภัทรา” ความพิเศษที่จัดเสิร์ฟเฉพาะในช่วงฤดูร้อน พร้อมสรรพด้วยเครื่องเคียงสูตรตำรับภัทราที่รังสรรค์มาด้วยความใส่ใจและพิถีพิถันเป็นพิเศษ ทั้งปลายี่สนผัดหวาน พริกหยวกสอดไส้ ลูกกะปิทอด อร่อยชื่นใจกับข้าวแช่หอมกลิ่นดอกไม้และน้ำอบควันเทียน เอร็ดอร่อยกับเมนูปลาแห้งแตงโม ส้มฉุนลอยแก้ว ของว่างไทยโบราณหาทานยากยิ่งในปัจจุบัน

ด้านเมนูชูรสชาติในแบบภัทราแนะนำ แกงคั่วเนื้อปูใบชะพลู สัมผัสความอร่อยเข้มข้นของแกงกะทิที่ผสมผสานรสหวาน เผ็ด เค็ม ของเครื่องพริกแกงโขลกเอง ส่งกลิ่นหอมกรุ่น ใส่ใบชะพลูและเนื้อปูก้อนใหญ่ลงไปเคี่ยวให้พอดี จะรับประทานคู่กับขนมจีนหรือข้าวสวยสามสีที่เสิร์ฟร้อนๆ ก็เข้ากันได้ดีเกินบรรยาย

ด้านคนรักเนื้อต้องสั่ง ก๋วยเตี๋ยวเนื้อวากิว ก๋วยเตี๋ยวสูตรเด็ดที่อร่อยแบบไม่ง้อเครื่องปรุง และเนื้อต้มกะทิทรงเครื่อง เนื้อน่องลายหั่นชิ้นพอดีคำ ตุ๋นข้ามวันในน้ำกะทิและเครื่องเทศสมุนไพร สัมผัสความกลมกล่อมของเครื่องแกงที่เคี่ยวกับกะทิ ก่อนตามด้วยเนื้อที่ถูกตุ๋นจนเปื่อย รับรู้ถึงความนุ่มละมุนลิ้น เคี้ยวง่าย มีตะไคร้ หอมแดง พริกซอย และใบสะระแหน่ ส่วนรสชาติเรียกได้ว่าจัดมาครบรสทั้งเปรี้ยว หวาม มัน เค็ม เผ็ด อร่อยเต็มๆ คำ

ยังมีเมนูแนะนำอื่น อาทิ ขนมเบื้อง ยำมะเขือย่างเนื้อปู จานเพื่อคนรักสุขภาพ ต้มโคล้งปลากะพง ซี่โครงหมูคุโรบุตะ และเนื้อสันในออสเตรเลียย่างจิ้มแจ่ว และอื่นๆ

พิเศษสำหรับวันศุกร์และวันเสาร์ ที่บริเวณสวน พบกับซุ้มบุฟเฟ่ต์ที่มีอาหารให้เลือกอิ่มอร่อยหลากหลายในราคาเพียง 200 บาท (ตั้งแต่เวลา 12.00–16.00 น.) ทั้งก๋วยเตี๋ยวรสเด็ดซึ่งมีให้เลือก 4 เมนู คือก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นพริกกะเหรี่ยง ก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีก ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย และก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ เมนูขนมจีนซาวน้ำ ขนมจีนน้ำพริก น้ำเงี้ยว น้ำยาปู ที่จัดไว้สลับสับเปลี่ยนกันในแต่ละวัน ต่อด้วยเมนูทานง่ายอย่างลูกชิ้นปิ้ง เกี๊ยวทอด แคปหมู และเพิ่มเพียง 50 บาท ก็สามารถสั่งเมนูเครื่องดื่มสมุนไพรอย่างน้ำมะตูม ตะไคร้ กระเจี๊ยบ น้ำอัดลม ปิดท้ายด้วยของหวานอย่างน้ำแข็งไสรวมมิตร หอมหวานชื่นใจไปตามๆ กัน

อยากสัมผัสความอร่อยแบบนี้ มากันได้ที่ Patara Restaurant ร้านอาหารไทยบรรยากาศอบอุ่นร่มรื่น มีความเป็นส่วนตัว หรูหราในบรรยากาศบ้านไทยร่วมสมัยยุค 60

ร้านตั้งอยู่ที่ซอยทองหล่อ 19 เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.30-14.30 น. และ 17.30 น.-21.00 น. โทร. 02-185-2960 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook : Patara Fine Thai Cuisine-Bangkok

5 ปีผ่านไป…กับความทรงจำครั้งใหม่ที่ ‘หัวหิน แมริออท รีสอร์ท และสปา’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/649874

วันที่ 07 เม.ย. 2564 เวลา 17:30 น.5 ปีผ่านไป...กับความทรงจำครั้งใหม่ที่ ‘หัวหิน แมริออท รีสอร์ท และสปา’ครบรอบ 5 ปี ‘หัวหิน แมริออท รีสอร์ท และสปา’ โพสต์ทูเดย์เยี่ยมชมความสวยงามของรีสอร์ท ร่วมสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนหลากหลายรูปแบบ พร้อมแนะนำสถานที่เที่ยวใหม่ในหัวหินที่นักท่องเที่ยวต้องมาเช็กอินเพื่อความฟินขั้นสุด

…เนื่องในโอกาสที่ หัวหิน แมริออท รีสอร์ท และสปา ครบรอบ 5 ปี ขอเรียนเชิญทุกท่านมาร่วมสัมผัสประสบการณ์หัวหินในแบบใหม่ พร้อมเยี่ยมชมความสวยงามของรีสอร์ทที่ตกแต่งด้วยรูปแบบสมัยใหม่และผสมผสานกับความสง่างามของสถาปัตยกรรมไทย เติมเต็มความต้องการด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เพื่อตอบโจทย์การพักผ่อนของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ มอบความสะดวกสบายเหนือระดับในบรรยากาศที่สุดแสนประทับใจ ทั้งสระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือทั้ง 5 สระ สปา ฟิตเนสเซ็นเตอร์ ร้านอาหารหรูริมชายหาด สถานที่จัดประชุมและงานเลี้ยงสังสรรค์ รวมไปถึงเครื่องเล่นและกิจกรรมสำหรับเด็ก ทำให้พื้นที่ทุกส่วนของโรงแรมสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างลงตัวคำเชื้อเชิญจาก หัวหิน แมริออท รีสอร์ท และสปา ที่บอกว่าผ่านไป 5 ปีแล้วที่สถานที่แห่งนี้ได้เปิดบริการอย่างเป็นทางการ

สำหรับครั้งนี้มีอะไรดีๆ รอผู้มาเยือนบ้าง มาดูกัน

เริ่มต้นความประทับใจกันตั้งแต่ดีไซน์ด้านหน้าของ Hua Hin Marriott Resort & Spa ด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงาม หรูหรามีระดับจากสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นที่ผสมผสานกับความงดงามของไทยและสไตล์โคโลเนียล สลับกับสีเขียวของต้นไม้ มีน้ำพุตระหง่านที่ด้านหน้า ยืนยันว่ามาถึงแล้ว

ล็อบบี้และล็อบบี้เล้าจน์ ปราการด่านแรกที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว ถูกตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ดูโอ่โถ่งภายใต้คอนเซ็ปต์ The Great Room รับแสงสว่างจากธรรมชาติผ่านประตูบานกระจก เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์งานไม้ งานจักรสาน ตอกย้ำความเป็นไทยด้วยลวดลายดอกพิกุล สัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและโชคดี รวมทั้งเป็นสิ่งที่ช่วยอำนวยอวยพรให้ทุกคนพบกับการพักผ่อนที่เต็มไปด้วยความสุข

ห้องพัก มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบรองรับทุกความต้องการของนักท่องเที่ยว เริ่มตั้งแต่ขนาดห้อง 39 ตารางเมตร ไปจนถึง 156 ตารางเมตร ได้แก่

  • Superior Guest room, 1 King, Resort view
  • Superior Guest room, 2 Double, Resort view
  • Deluxe Sea View Guest room, 1 King
  • Deluxe Sea View Guest room, 2 Double
  • Deluxe Pool Terrace Guest room, 1 King, Poolside view
  • Deluxe Pool Terrace Guest room, 2 Double, Poolside view
  • Deluxe Pool Access Guest room, 1 King, Pool view
  • Deluxe Pool Access Guest room, 2 Double, Pool view
  • Family room Guest room, Bedroom 1: 1 King, Bedroom 2: 2 Double
  • Junior Suite, 1 King, Balcony
  • Garden Suite
  • Ambassador Suite
  • Presidential Suite

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโรงแรมและห้องพัก เรียกว่าตอบโจทย์ครบทุกความต้องการของผู้เข้าพัก ตั้งแต่อินเตอร์เน็ตฟรี ที่จอดรถภายในรีสอร์ท บริการลีมูซีน คอนเซียจ รูมเซอร์วิส บริการดูแลเด็ก ตู้นิรภัย ชาและกาแฟฟรีในห้องพัก ซาวน่า ฟิตเนส

และที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงคือ สระว่ายน้ำ ไม่ว่าจะแค่โพสท่าถ่ายรูปกับชุดว่ายน้ำ หรือเพลิดเพลินกับการแหวกว่ายในธาราที่สระว่ายน้ำยาว 700 เมตรซึ่งวนรอบรีสอร์ท ผ่อนคลายกับน้ำพุนวดตัวที่ถูกซ่อนในธารา…สบายอุราเป็นที่สุด นอกจากนี้ หัวหิน แมริออท รีสอร์ท และสปา ยังพร้อมทำให้ทุกวันของคุณหนูๆ เต็มไปด้วยความสนุกสนานและการผจญภัยอันน่าตื่นเต้น กับโซนเครื่องเล่นสวนน้ำและคิดส์คลับ

ควอนสปา (Quan Spa) สัมผัสพลังแห่งการผ่อนคลายจากธรรมชาติ กับทรีทเมนต์สองชั่วโมงที่เริ่มต้นด้วยการปรนนิบัตผิวด้วยสครับมะม่วงหรือเกลือ ต่อด้วยการนวดน้ำมันสกัดจากเมล็ดองุ่น ที่ช่วยให้ผิวรู้สึกสดชื่น สะอาด และเปล่งประกาย (ราคา 2,950 บาทต่อท่าน) วันที่  1-30 เมษายน 2564

ห้องอาหารและบาร์

ที่หัวหิน แมริออท รีสอร์ท และสปา เราสามารถเพลิดเพลินไปกับอาหารเลิศรสหลากหลายสไตล์ทั้งไทยและนานาชาติ รวมทั้งอาหารทะเลสดใหม่ เนื้อคุณภาพดี ได้ที่ห้องอาหารและบาร์ ทั้ง 5 แห่งในรีสอร์ท ทั้งในบรรยากาศร่มรื่นของสวนสวย และบรรยากาศริมชายหาดสุดโรแมนติก อาทิ

บิ๊กฟิช แอนด์ บาร์ (Big Fish & Bar) หนึ่งในห้องอาหารริมทะเลที่ดีที่สุดในหัวหิน  จุดหมายปลายทางของนักชิมผู้แสวงหาเมนูอาหารและเครื่องดื่มชั้นเลิศ มาพร้อมกับบรรยากาศที่สงบและสวยงามของชายฝั่งอ่าวไทย ชมวิวท้องทะเลสีฟ้ากับหาดทรายละเอียดแบบพาโนรามา ด้วยที่นั่งด้านในล้อมรอบด้วยกระจกใสและด้านนอกแบบเปิดโล่งให้ได้รับลมทะเล ทั้งยังเป็นสถานที่จัดมื้ออาหารพิเศษต่างๆ อย่างไวน์ดินเนอร์ ให้คุณได้มาค้นหาเสน่ห์ของการรับประทานอาหารจับคู่กับไวน์ชั้นนำพร้อมเพลิดเพลินกับอาหารทะเลสดใหม่ส่งตรงจากแหล่งผลิตในท้องถิ่น

จากการรังสรรค์โดยเชฟคอนราด แล็งกลี่ (Konrad Renggli) หัวหน้าเชฟผู้เปี่ยมไปด้วยความสามารถและทักษะในการสร้างสรรค์เมนูอาหารที่โดดเด่น จากการคร่ำหวอดอยู่ในวงการพ่อครัวมาอย่างยาวนาน และสั่งสมความเชี่ยวชาญจากการทำงานในร้านอาหารชื่อดังทั่วโลกมามากมาย เช่น Grand Casino Luzern , อาจารย์สอนนักเรียนในสถาบัน HTMi Hotel & Tourism Management , ซูส์ เชฟ ที่ Swisstouches Hotel Xi’an ประเทศจีน , เข้ารับตำแหน่งเชฟผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนา Research & Development Chef และเลื่อนตำแหน่งไปทำงานที่สำนักงานใหญ่ของ Swisstouches เพื่อดูแลด้านการพัฒนาอาหารและเครื่องดื่มให้ทั้งหมดในเครือ

ด้วยความสามารถและผลงานอันน่าประทับใจของเชฟคอนราดที่เพิ่มมากขึ้น จากการเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าเชฟให้กับโรงแรมต่างๆในเครือ Swisstouches นั้นทำให้ชื่อเสียงของเขายิ่งเลื่องลือ จนแมริออทอินเตอร์เนชั่นแนลได้ทาบทามเชฟให้มาดำรงตำแหน่งหัวหน้าเชฟของโรงแรม Renaissance Zhongshan Park Hotel ในเซี่ยงไฮ้ เพื่อบริหารทีมเชฟกว่า 100 ชีวิต ดูแลห้องอาหารหลากหลายแห่ง และดูแลการจัดงานเลี้ยงขนาดใหญ่เพื่อรับรองแขกกว่า 500 คน นอกจากนั้นเชฟคอนราดยังทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ของสภาธุรกิจแมริออทอีสต์ไชน่าอีกด้วย

สำหรับเดือนเมษายนนี้ มาลิ้มรสชาติหวานฉ่ำของกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่เนื้อแน่นที่ทีมเชฟ ได้นำมาปรุงเป็นเมนูสุดพิเศษ  เลือกรับประทานถึง 5 สไตล์ ทั้งซุปเกี๊ยวกุ้งแม่น้ำ กุ้งแม่น้ำย่างเตาถ่าน กงฟีกุ้งแม่น้ำห่อเส้นหมี่ขาว กุ้งแม่น้ำผัดเสิร์ฟกับริซอตโต้หมึกดำ และกุ้งแม่น้ำผัดผงกะหรี่ (เริ่มต้นที่ 650++ บาทต่อจาน)

แอมเบอร์ คิทเช่น (Amber Kitchen) ห้องอาหารที่มี 2 โซน คือโซนด้านนอกพร้อมวิวสระว่ายน้ำ และโซนด้านในแบบห้องแอร์ที่ตกแต่งด้วยสีเอิร์ธโทนสบายตา พร้อมครัวแบบเปิดโชว์การทำอาหารหลากหลายชาติอันน่าทึ่ง แอมเบอร์ คิทเช่น พร้อมเสิร์ฟบุฟเฟ่ต์อาหารเช้าในทุกๆ วัน และให้บริการเมนูอาหารทะเล อาหารไทย และอาหารนานาชาติ พร้อมให้บริการในมื้อกลางวัน และมื้อเย็นด้วยเช่นกัน 

ทั้งนี้ เชฟคอนราดพร้อมแล้วที่จะพาแขกคนพิเศษของ หัวหิน แมริออท รีสอร์ท และ สปา ออกเดินทางร่วมกันเพื่อไปสัมผัสกับประสบการณ์การรับประทานอาหารเหนือระดับกับเมนูอาหารหลากหลายสไตล์ที่เชฟคอนราดรังสรรค์ขึ้น ทั้งที่ห้องอาหารแอมเบอร์ คิทเช่น และห้องอาหารบิ๊กฟิช แอนด์ บาร์ การันตีด้วยฝีมือที่ฝึกปรือมากว่า 18 ปี

สยามเบเกอรี่ (Siam Bakery) ห้องอาหารที่ให้บริการอาหาร เบเกอรี่ เครื่องดื่ม ตลอดทั้งวัน ในบรรยากาศสบายๆ แบบ Open Work Space มีที่นั่งทั้งด้านนอกและด้านในห้องแอร์ จุดเด่นของที่นี่คือเบเกอรี่ที่อบสดใหม่ เบอร์เกอร์ที่เลือกสรรตามสไตล์ของตัวเรา เพียงเลือกขนมปังที่ใช่ เนื้อสัตว์แบบที่ชอบ เพิ่มชีส ผัก และซอสที่โปรดปราน พร้อมเพลิดเพลินไปกับสลัดบาร์ เครื่องเคียง และของหวาน นอกจากนี้ ยังมีแซนด์วิช สลัด เค้ก และคุ้กกี้ พร้อมเมนูเครื่องดื่มที่หลากหลายให้ทุกท่านได้ลิ้มลอง

วันหยุดครั้งต่อไป ชวนครอบครัวมาสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขริมทะเล เพลิดเพลินไปกับสวนสวยใจกลางรีสอร์ท สนุกสนานกับสระว่ายน้ำ สวนน้ำสำหรับเด็กและคิดส์คลับ ผ่อนคลายที่ควอน สปา พร้อมอิ่มอร่อยในห้องอาหารและบาร์ ที่ หัวหิน แมริออท รีสอร์ท และสปา อ.หัวหินจ.ประจวบคีรีขันธ์ สอบถามโทร. +66-0-32-904-666  อีเมล : bookhuahin@marriott.com  ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/Huahinmarriott/ และเว็บไซต์ https://www.marriott.com/hotels/travel/hhqmr-hua-hin-marriott-resort-and-spa/

 

แนะนำ 2 กิจกรรมใหม่ในหัวหินเอาใจนักท่องเที่ยว

ชม Sunset Boat Trip @ท่าเรือเขาตะเกียบ ชมวิวกลางทะเลอ่าวไทยถ่ายภาพเกาะรอดูพระอาทิตย์ตกแบบชิลๆในมุมมองที่หลายคนอาจไม่เคยเห็นและสัมผัสมาก่อนพร้อมจิบเครื่องดื่มเย็นๆและถ่ายภาพสวยๆ

เรียน Surf Skate @Hua Hin Skate Park วีคเอนด์นี้ไปไหน มาหัวหินสเก็ตพาร์คไหม? มีกิจกรรมดีดีรอคุณอยู่เพียบ ไม่ว่าจะเป็นคลาสเรียนเซิร์ฟสเก็ตโดยคุณครูเสือน้อย หรือคลาสเรียนสเก็ตบอร์ดโดยคุณครูฮาร์ท เเละทีมงาน หรือจะมาเล่นเองชิลสุดๆ   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  Line ID : @huahinskatepark โทร l : 080-971-9093 เฟซบุ๊ก Hua Hin Skate Park

ต้ม ยำ ทำ แกง เมนูรื่นรมย์ จากส่วนผสม ‘กัญชา’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/649829

วันที่ 07 เม.ย. 2564 เวลา 10:30 น.ต้ม ยำ ทำ แกง เมนูรื่นรมย์ จากส่วนผสม 'กัญชา'“ไทยเทอเรส” แนะนำเมนูอร่อยจากกัญชา ผ่านมื้ออาหาร ต้ม ยำ ทำ แกง เมนูรื่นรมย์ ครบรสครบเครื่องครัวไทยด้วยการคัดสรรวัตถุดิบหลักชนิดต่างๆ พร้อมด้วยไฮไลท์ใบกัญชาออร์แกนิค

อาหารไทยหลากรสเป็นยา ช่วยชูรสให้กลมกล่อม ได้เวลา ไทยเทอเรส (THAI TERRACE) ร้านอาหารในเครือ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) แนะนำเมนูความอร่อยจากกัญชา “ต้ม ยำ ทำ แกง เมนูรื่นรมย์” ครบรส ครบเครื่องครัวไทย ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบหลักชนิดต่างๆ พร้อมด้วยไฮไลท์ใบกัญชาออร์แกนิค ที่สั่งซื้อจาก วิสาหกิจชุมชนผัก พืชสมุนไพรและพืช พลังงาน ตำบลพนมรอก จ.นครสวรรค์ ซึ่งได้รับมาตรฐาน ควบคุมคุณภาพการปลูกทุกขั้นตอน ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้แน่นอนในเรื่องคุณภาพใบกัญชาที่สดใหม่ ปลอดภัย และมีคุณภาพดี

ไฮไลท์ในสำรับ “ต้ม ยำ ทำ แกง เมนูรื่นรมย์” ที่นำกัญชามาปรุง อาทิ ยำมะเขือยาวกุ้งสด บดอารมณ์ (275 บาท) ยำเชิญยิ้มวุ้นเส้น กุ้งสด ปลาหมึกสด (275 บาท) ปลาฟู-ยำมะม่วง ระบำเพลิน (255 บาท)

ต่อที่ซี่โครงหมูอบรื่นรมย์ ไทยเทอเรส (385 บาท) แกงเลียงกุ้งสด อารมณ์ดี (325 บาท) ซุปไก่ (285 บาท) ซุปเนื้อ (355 บาท) ซุปหางวัว ( 395 บาท) ให้ได้ซดเพลินๆ ปิดท้ายด้วย แกงรัญจวน ชวนยิ้ม หมูตุ๋น หรือเนื้อตุ๋น (355 บาท)

มาลองลิ้มชิมรสกับเมนูสำรับพิเศษ “ต้ม ยำ ทำ แกง เมนูรื่นรมย์” ตลอดเดือน เม.ย. นี้ ที่ ร้านไทยเทอเรส หรือสั่งผ่านช่องทาง Delivery ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ Facebook: https://www.facebook.com/ThaiTerraceCRG

รู้ไว้ใช่ว่า : เมนูอาหารจากกัญชาตามภูมิปัญญาเดิม แนะนำให้ 1 ท่าน ไม่ควรบริโภคเกินวันละ 5-8 ใบ สำหรับผู้ที่ไม่เคยกินกัญชามาก่อน ควรกินในปริมาณน้อย เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการวิงเวียน ปวดศีรษะ และหัวใจเต้นแรง หากมีอาการดังกล่าวควรแก้ด้วยการดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยงการ ผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 25 ปี, ผู้ที่มีปัญหาโรคตับและไตบกพร่องไม่ควรใช้, ผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือดวาร์ฟาริน ผู้ที่ใช้ยาที่มีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง, หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร

8 เมนูดังจาก 10 ร้านอาหารสิงคโปร์ที่อร่อยได้ในไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/649768

วันที่ 06 เม.ย. 2564 เวลา 13:40 น.8 เมนูดังจาก 10 ร้านอาหารสิงคโปร์ที่อร่อยได้ในไทยการท่องเที่ยวสิงคโปร์ชวนลิ้มรส 8 เมนูดังจาก 10 ร้านอาหารสัญชาติสิงคโปร์ในไทยรับวันสงกรานต์ ฉลองช่วงเวลาแห่งครอบครัว

ใกล้ถึงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของไทยที่สมาชิกในครอบครัวจะได้ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เพื่อแสดงความเคารพและความกตัญญูต่อญาติผู้ใหญ่ผู้มีพระคุณ พร้อมทั้งรับพรเพื่อความเป็นสิริมงคล รวมถึงยังได้มีโอกาสได้การรับประทานอาหารอร่อยๆ ร่วมถามไถ่สารทุกข์สุขดิบอย่างสนุกสนานและอบอุ่น ด้วยเหตุนี้เอง การท่องเที่ยวสิงคโปร์ (Singapore Tourism Board) ได้จับมือกับ GrabFood  นำเสนอ “8 เมนูดังจาก 10 ร้านอาหารสิงคโปร์” ในไทยเพื่อต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ ให้อิ่มอร่อยแบบง่ายๆ ราคาสบายกระเป๋า

เครดิตภาพ: https://bk.asia-city.com/

เมนูที่ 1 ข้าวมันไก่สิงคโปร์ (Singapore Chicken Rice) เมนูที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกยกให้เป็นอาหารประจำชาติสิงคโปร์ที่จะพลาดไม่ได้ โดยจะมีความแตกต่างจากข้าวมันไก่ทั่วๆไป ตรงที่นำข้าวสารลงไปผัดกับมันไก่เจียวและกระเทียมทั้งกลีบในกระทะ ก่อนจะนำไปหุงให้มีกลิ่นหอมจากน้ำซุปไก่ผสมสมุนไพร ทำให้ข้าวมีความมันและร่วนซุยดูน่ารับประทาน ส่วนเนื้อไก่ใช้ไก่คัดพิเศษ นำมาต้มในน้ำซุปหอมกลิ่นกระเทียมและขิง เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มสามชนิด สามารถหาทานข้าวมันไก่รสชาติสิงคโปร์แท้ๆ ได้ที่ ร้านบุญตงกี่ (Boon Tong Kee) เปิดให้ลิ้มลองความอร่อยกว่า 12 สาขาทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นร้านต้นตำรับที่เริ่มต้นจากรถเข็นเล็กๆ จนกลายเป็นร้านดังที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องห้ามพลาด และอีกหนึ่งร้านในดวงใจใครหลายๆ คนคือ ร้าน เซอร์เจนท์ คิทเช่น (Sergeant Kitchen) ที่ใช้เครื่องเทศในการหุงข้าวกว่า 14 ชนิด พร้อมน้ำจิ้มและไก่ต้มเนื้อนุ่มละเอียดแบบละลายในปาก ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะทางร้าน

เครดิตภาพ: https://www.facebook.com/hawkerchanTH

เมนูที่ 2 ไก่ต้มซีอิ๊ว (Boiled Chicken With Soy Sauce) อีกหนึ่งเมนูไก่ที่ขึ้นชื่อลือชา สูตรเด็ดคือการใช้ไก่คัดพิเศษเพื่อให้ได้เนื้อที่เต็มคำ แล้วนำไปตุ๋นกับสมุนไพร ซีอิ๊วและเหล้าจีน ทานคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ดสูตรเฉพาะที่มีความหอมจากพริกโทบันจันผสมผสานกับน้ำมันงา ทำให้รสชาติจัดจ้านถูกปากคนไทย ซึ่งร้านที่ทำไก่ต้มซีอิ๊วอร่อยล้ำจนได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ 1 ดาว คือ ร้านฮอกเกอร์ ชาน (Hawker Chan) ของเชฟ Chan Hong Meng ที่ได้รับการขนานนามว่า “ร้านอาหารมิชลินสตาร์ราคาถูกที่สุดในโลก” จนนักชิมจากทั่วสารทิศปักหมุดมาเพื่อลิ้มรส

เครดิตภาพ: https://www.facebook.com/jumboseafoodbangkok

เมนูที่ 3 ปูผัดพริก (Chilli Crab) หนึ่งในเมนู Zi Char (ซือชา) ยอดฮิตของสิงคโปร์ สาเหตุที่เมนูนี้สามารถครองใจนักชิมทั่วโลกได้นั้น เป็นเพราะมีวัตถุดิบและกระบวนการปรุงที่พิถีพิถัน โดยเลือกใช้ปูทะเลสายพันธุ์ศรีลังกาที่มีขนาดใหญ่ บวกกับซอสพริกที่ผสมผสานรสชาติจากวัตถุดิบอันหลากหลาย ทั้งกระเทียม หอมแดง ขิง ปรุงรสด้วยซอสพริก ซอสมะเขือเทศ น้ำส้มสายชู น้ำตาล เกลือและน้ำมันงา จนออกมาเป็นเมนูปูผัดพริกที่รสชาติกลมกล่อมหอมเครื่องเทศ เสิร์ฟคู่กับหมั่นโถวนึ่งหรือทอดร้อนๆ ที่แค่ได้กลิ่นก็น้ำลายสอแล้ว สำหรับนักชิมชาวไทยสามารถลิ้มรสความอร่อยได้ที่ ร้านจัมโบ้ ซีฟู้ด (JUMBO Seafood) ที่มีเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Award-Winning Chili Crab นำเข้าซอสพริกจากสิงคโปร์ทำให้คงรสชาติความอร่อยแท้ๆ แบบไม่ผิดเพี้ยน

เครดิตภาพ: https://www.facebook.com/songfabktthailand/

เมนูที่ 4 บักกุ๊ดเต๋ (Bak Kut Teh) แบบจีนแต้จิ๋วจากร้านซงฟา บักกุ๊ตเต๋ (Song Fa Bak Kut Teh) การันตีความอร่อยตั้งแต่ปี 1969 จนได้รับรางวัล Michelin Bib Gourmand 2016 – 2019 ติดต่อกัน 4 ปีซ้อน เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่สูตรน้ำซุปใสรสชาติเข้มข้นด้วยเครื่องเทศต่างๆ ทั้งกระเทียมกลีบใหญ่ และพริกไทยขาวคั่วอบ อีกทั้งยังเลือกเฟ้นแต่ซี่โครงหมูเกรดพรีเมียมนำมาตุ๋นจนเนื้อนุ่มกำลังดี ทานคู่กับซีอิ๊วดำจนเป็นรสชาติที่นุ่มนวลกลมกล่อม จะรับประทานกับปาท่องโก๋หรือข้าวสวยร้อนๆ ก็ฟินกำลังดี ส่วนร้าน โอลด์ สตรีท บักกุ๊ตเต๋ (Old Street Bak Kut Teh) ก็มีเมนูที่ต้องร้องว้าว! อย่างบักกุ๊ตเต๋กบแบบแห้ง ที่เนื้อกบนุ่มหนึบผัดกับซอสหม่าล่าเข้มข้น กลิ่นหอมติดจมูก เสิร์ฟแบบร้อนๆ สำหรับคนที่อยากทานบักกุ๊ดเต๋รสชาติสิงคโปร์แท้ๆ ต้องลอง

เครดิตภาพ: https://www.facebook.com/ChuanKitchenCTW

เมนูที่ 5 ลักซา (Laksa) เมนูที่มีการผสมผสานกลิ่นอายของวัฒนธรรมเปอรานากันอันเด่นชัด ซึ่งลักซาของสิงคโปร์จะมีเอกลักษณ์เฉพาะ โดยจะใช้เส้นเหมือนก๋วยเตี๋ยว รูปร่างกลมมีความเหนียวนุ่มหนึบและเครื่องแกงที่มีกลิ่นหอมของสมุนไพรอันหลากหลาย ทั้งพริกชี้ฟ้าแดง หอมแดง ตะไคร้ ข่าและขมิ้นสด นำมาโขลกกับหัวกะทิเข้มข้น เพื่อความกลมกล่อมของรสชาติ เสิร์ฟพร้อมกับปลาเส้น กุ้งสด หอยแครง เนื้อไก่ เต้าหู้ ไข่ไก่ พริกเผาซัมบัล และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย คือ ใบลักซา (ผักแพรว) สำหรับคนไทยสามารถอิ่มอร่อยกับเมนูนี้ได้ที่ ร้าน ชวน คิทเช่น (Chuan Kitchen) ร้านอาหารสัญชาติสิงคโปร์ที่เข้ามาเปิดในไทยเจ้าแรกๆ ตั้งแต่ปี 2005

เครดิตภาพ: https://www.facebook.com/4FingersTH

เมนูที่ 6 ไก่ทอดกรอบสไตล์สิงคโปร์ (Singapore Crispy Chicken) จากร้านโฟร์ฟิงเกอร์ คริสปี้ชิกเก้น (4Fingers Crispy Chicken) ที่มีรสชาติโดดเด่นจากการหมักไก่กับเครื่องเทศจนเข้าเนื้อ ทอดด้วยเทคนิคพิเศษจนหนังไก่กรอบแต่เนื้อยังคงความชุ่มฉ่ำ พร้อมคลุกเคล้าซอสซอยการ์ลิค (Soy Garlic Sauce) ที่มีกลิ่นหอมของกระเทียม และซอสแบบเผ็ด (Hot Sauce) ที่ได้กลิ่นพริก พร้อมรสสัมผัสที่จัดจ้าน หรือเลือกทานแบบผสมผสานทั้งสองรสชาติก็ยิ่งยั่วน้ำลาย

เครดิตภาพ: https://www.facebook.com/YaKunThailand

เมนูที่ 7 ขนมปังปิ้งสังขยา (Kaya Toast) เมนูยามเช้า ทานง่ายและอิ่มท้อง ซึ่งมีที่มาจากชาวจีนไหหลำ ถือกำเนิดครั้งแรกที่สิงคโปร์เมื่อปี ค.ศ.1944 สำหรับคนไทยที่หลงใหลความกรุบกรอบของขนมปังปิ้งบนเตาถ่านร้อนๆ และความหอมหวานของสังขยาเลิศรสที่เป็นสูตรเฉพาะ จิ้มกับไข่ลวก ทานคู่กับชาหรือกาแฟดำโบราณ สามารถสั่งทานได้ที่ ร้านยาคุน คายาโทสต์ (Ya Kun Kaya Toast) ร้านดังต้นตำรับขนมปังปิ้งสิงคโปร์

เครดิตภาพ: https://www.facebook.com/breadtalkthailand

เมนูที่ 8 เบเกอรี่จากร้านเบรดทอล์ค (Breadtalk) ร้านเบเกอรี่ชื่อดังจากสิงคโปร์ที่มีสาขากว่า 51 สาขาทั่วไทย ด้วยขนมปัง โทสต์ และเค้กกว่า 100 รายการ เมนูเด็ดของที่นี่คือ ขนมปังหมูหยองและขนมปังไก่หยอง ซึ่งเป็นต้นตำหรับและเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน เหมาะสำหรับช่วงวันหยุดยาวหยุดอยู่บ้าน การันตีรสชาติและคุณภาพด้วยสถิติการขาย 1 ชิ้นในทุกๆ 10 วินาที หรือกว่าร้อยล้านชิ้นทั่วโลก

สำหรับผู้ที่สนใจจะลิ้มลอง 8 เมนูดังอาหารสัญชาติสิงคโปร์แบบส่งตรงถึงหน้าบ้านอย่างทันใจ สามารถสั่งได้ง่ายๆ เพียงค้นหาชื่อร้านเหล่านี้ในแกร็บฟู้ด เลือกเมนูที่ต้องการพร้อมใส่โค้ด “ILOVESG” เพื่อรับส่วนลดทันที่ 100 บาทต่อการสั่งอาหารมูลค่า 250 บาทขึ้นไป นอกจากนี้รับฟรี กิ๊ฟท์เซ็ตสุดพรีเมียม “SG Clean Kit” แทนความห่วงใยจากการท่องเที่ยวสิงคโปร์ สำหรับ 200 ท่านแรก เพียงถ่ายภาพหรือแคปหน้าจอใบเสร็จ ส่งอินบอกซ์มาที่ เฟซบุ๊ก VisitSingaporeTH ตั้งแต่วันนี้ถึง 25 เมษายน 2564 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/VisitSingaporeTH/

Wonderful Pearl Cruise สีสันแห่งสายน้ำยามค่ำคืน กินเที่ยวครบจบที่เดียว!! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/649691

วันที่ 05 เม.ย. 2564 เวลา 14:55 น.Wonderful Pearl Cruise สีสันแห่งสายน้ำยามค่ำคืน กินเที่ยวครบจบที่เดียว!!เติมความสุขแบบพิเศษในทุกวัน บนเรือสำราญ Wonderful Pearl Cruise ล่องเจ้าพระยา ตื่นตาการแสดง อิ่มเอมกับบุฟเฟ่ต์นานาชาติในราคาที่ทุกคนเอื้อมถึง

ภาพ : เฉลิมภพ มีนอก

อยากล่องเรือสำราญลำใหญ่ ดินเนอร์กลางลายลม พร้อมชมวิวสายน้ำแห่งเจ้าพระยายามค่ำคืน แนะนำ Wonderful Pearl Cruise เรือสีชมพูที่คู่รักต้องมาสักครั้ง กับโปรโมชั่นราคาพิเศษเพียง 890 บาท (จากปกติ 2,500 บาท) พิเศษ!!! ตั๋วชุด 12 ใบ 9,900 บาท เก็บไว้ใช้ได้ 1 ปี

พร้อมจัดเต็มอาหารอร่อยๆ ในรูปแบบบุฟเฟ่ต์นานาชาติ อิ่มอร่อยหลากหลายทั้งคาว หวาน ผลไม้ ครบครันด้วยอาหารไทย ญี่ปุ่น ฝรั่ง และซีฟู้ด พร้อมฟังดนตรีเพราะๆ ถ่ายรูปกับวิวสวยๆ และที่สำคัญ ไม่ต้องห่วงเรื่องโควิด เพราะทางเรือดูแลเรื่องความสะอาดปลอดภัยตามมาตรฐานด้านการอนามัยอย่างแน่นอน

ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศดินเนอร์บนเรือสำราญ Wonderful Pearl Cruise แบบนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก Wonderful Pearl Cruise สำรองที่นั่งและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02-861-0255 , Email : Sale@wonderfulpearl.com , Line : @wonderfulpearl , Website : http://wonderfulpearl.com/