รวบหนุ่มเท็กซัสวางแผนทำลายล้างระบบอินเทอร์เน็ตสหรัฐ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/650293

วันที่ 12 เม.ย. 2564 เวลา 17:00 น.รวบหนุ่มเท็กซัสวางแผนทำลายล้างระบบอินเทอร์เน็ตสหรัฐหนุ่มหัวรุนแรงชาวเท็กซัสซื้อระเบิดเตรียมโจมตีศูนย์ข้อมูลของ Amazon Web Services

สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) เข้าจับกุมนายเซธ แอรอน เพนดลีย์ (Seth Aaron Pendley) วัย 28 ปี จากเมืองวิชิตาฟอลส์ ในรัฐเท็กซัส พร้อมตั้งข้อหาพยายามทำลายอาคารจากการวางแผนระเบิดศูนย์ข้อมูลของ Amazon Web Services (AWS) ในรัฐเวอร์จิเนีย

โดยเพนดลีย์ได้เปิดเผยต่อสายของเจ้าหน้าที่ถึงแผนการใช้วัตถุระเบิดพลาสติก C-4 ในการโจมตีศูนย์ข้อมูลของ Amazon เพื่อทำลายระบบอินเทอร์เน็ตกว่า 70% ตลอดจนการปกครองแบบคณาธิปไตยในสหรัฐ เนื่องจากตนเชื่อว่าศูนย์ข้อมูลดังกล่าวให้บริการแก่ FBI, CIA และหน่วยงานของรัฐบาลกลางอื่นๆ

ซึ่งหากการโจมตีครั้งนี้สำเร็จจะส่งผลกระทบต่อบริษัทเทคโนโลยีอีกหลายแห่ง รวมถึงการให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศจะขัดข้อง และการจับกุมครั้งนี้นับเป็นการช่วยชีวิตคนงานด้านเทคโนโลยีในสหรัฐจำนวนมาก

โดยก่อนหน้านี้เพนดลีย์กล่าวบนเว็บไซต์ MyMilitia.com ซึ่งระบุว่าเครือข่ายสำหรับผู้รักชาติชาวอเมริกันที่เป็นการรวมกลุ่มกันของกลุ่มคนหัวรุนแรงและสนับสนุนการก่อการร้าย

โดยเพนดลีย์ใช้นามแฝงว่า “Dionysus” พร้อมระบุว่าตนกำลังวางแผนที่จะ “ทำการทดลองเล็กๆ น้อยๆ ที่จะดึงความร้อนออกมามาก และเป็นอันตราย” เมื่อถูกถามว่าผลลัพธ์ที่ต้องการของการทดลองคืออะไรเขาตอบว่า “เสียชีวิต”

นอกจากนี้เพนดลีย์ยังเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มสมาชิกหัวรุนแรงในสหรัฐที่ทำการบุกรัฐสภาสหรัฐเมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมาอีกด้วย

Photo by Brendan Smialowski / AFP

ชาวฮ่องกงแห่อุดหนุนร้านขายสินค้าไทย ให้กำลังใจเจ้าของถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/650284

วันที่ 12 เม.ย. 2564 เวลา 15:30 น.ชาวฮ่องกงแห่อุดหนุนร้านขายสินค้าไทย ให้กำลังใจเจ้าของถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองชาวฮ่องกงหลายร้อยคนพากันไปอุดหนุนร้านค้าปลีกจำหน่ายสินค้าไทยแสดงพลังหนุนเจ้าของที่ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง

South China Morning Post รายงานว่า ชาวฮ่องกงพากันไปอุดหนุนร้านค้าปลีก AbouThai ที่จำหน่ายสินค้าไทยอย่างเนื่องแน่น 3 วันติดต่อกัน เพื่อแสดงพลังสนับสนุน ไมค์ หลั่ม (Mike Lam) ผู้ก่อตั้ง AbouThai ที่พวกเขาเชื่อว่าถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง

ไมค์ หลั่ม เป็นหนึ่งในจำเลย 47 คนซึ่งเป็นฝ่ายต่อต้านรัฐบาลจีนที่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว ขณะนี้เจ้าตัวอยู่ระหว่างประกันตัวเพื่อสู้คดีในชั้นศาล

เมื่อวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ศุลกากรและสรรพสามิตฮ่องกงกว่า 100 คนบุกตรวจค้นหนึ่งในสาขา 26 แห่งและโกดังสินค้าในย่านฉวิ่นว้าน (Tsuen Wan)ของ AbouThai และยึดสินค้า 8,805 รายการ อาทิ ครีมอาบน้ำ น้ำยาทำความสะอาด มูลค่ากว่า 400,000 เหรียญฮ่องกง หรือ 1,616,482 บาท ส่วนผู้จัดการสาขาถูกจับกุมและได้รับการประกันตัวออกมาภายหลัง

เจ้าหน้าที่ศุลกากรตั้งข้อหาติดฉลากสินค้าไม่ถูกต้อง เนื่องจากสินค้าในร้านไม่มีฉลากภาษาจีนอธิบายวิธีการเก็บสินค้าให้ถูกต้อง รวมทั้งวิธีใช้หรือบริโภค และวิธีทิ้งบรรจุภัณฑ์

เฉพาะวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีลูกค้าต่อแถวยาวเหยียดเพื่อรอซื้อสินค้าของร้าน AbouThai สาขาควีนส์เวย์พลาซ่าในย่านแอดมิรัลตีกว่า 100 คน ส่วนใหญ่เชื่อว่าการบุกค้นร้านเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง

จง ลูกค้าชายวัยเกษียณเผยว่า “ศุลกากรต้องยุติธรรม ไม่ใช่เลือกเล่นงานเฉพาะร้านใดร้านหนึ่ง ธุรกิจไหนที่ทำผิดกฎหมายก็ต้องลงโทษ และถึงมันจะพิสูจน์ยาก แต่กรณีนี้ใครๆ ก็เห็นว่าการตรวจค้นมีประเด็นแอบแฝง” และยังมองว่าเป็นเรื่องสองมาตรฐาน เพราะร้านอื่นที่ทำผิดเหมือนกันกลับไม่ถูกตรวจค้น

สกาย โฮ หนุ่มวัย 30 ปีเผยว่า มาซื้อสินค้าของ AbouThai เป็นครั้งแรก และต้องต่อคิวกว่าชั่วโมง โดยซื้อสินค้าราว 300 เหรียญฮ่องกง “ผมต้องการสนับสนุนร้านนี้หลังจากเกิดเรื่องขึ้น ผมให้เงินสนับสนุนพวกเขาโดยตรงไม่ได้ เลยมาซื้อสินค้าที่ร้าน”

เช่นเดียวกับ วิกกี ที่บอกว่าต้องการสนับสนุนร้านที่อยู่ใน “วงกลมสีเหลือง” ซึ่งหมายถึงบรรดาธุรกิจที่เปิดหน้าสนับสนุนการประท้วงต่อต้านรัฐบาลจีนเมื่อปี 2019

ขณะที่กรมศุลกากรออกมาโต้ว่าการตรวจค้นร้าน AbouThai ไม่เกี่ยวกับการเมือง

REUTERS/Jessie Pang

อิหร่านเชื่ออิสราเอลก่อการร้ายโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/650281

วันที่ 12 เม.ย. 2564 เวลา 14:00 น.อิหร่านเชื่ออิสราเอลก่อการร้ายโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่านปักใจเชื่อเหตุการณ์ไฟดับในโรงงานนิวเคลียร์เป็นฝีมืออิสราเอล ขณะที่อีกฝ่ายยังคงสงวนท่าที

องค์การพลังงานปรมาณูอิหร่าน (AEIO) แถลงถึงเหตุการณ์ไฟดับครั้งใหญ่ในโรงงานนิวเคลียร์ในเมืองนาทานซ์โดยเชื่อว่าเป็นการก่อการร้ายโดยการโจมตีทางไซเบอร์จากอิสราเอล รวมถึงสื่อท้องถิ่นอีกหลายแห่งก็รายงานไปในทิศทางเดียวกัน

ทั้งนี้ โรงงานนิวเคลียร์ดังกล่าวถูกมองว่าเป็นแหล่งผลิตอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน และเหตุการณ์ไฟดับครั้งนี้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเครื่องหมุนเหวี่ยงแร่ยูเรเนียมซึ่งเป็นแร่ที่สามารถนำไปผลิตอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่อิหร่านเผยถึงความก้าวหน้าในการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียม

โดยอาลี อัคบาร์ ซาเลฮี ผู้อำนวยการองค์การพลังงานปรมาณูแห่งอิหร่าน (AEOI) ระบุว่าขอประณามการเคลื่อนไหวที่น่ารังเกียจครั้งนี้ และเน้นย้ำให้ประชาคมนานาชาติและทบวงพลังงานปรมาณูสากลจัดการกับการก่อการร้ายทางนิวเคลียร์ในครั้งนี้

พร้อมระบุว่าการก่อการร้ายครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการขัดขวางความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ของอิหร่าน ขณะที่ทางการอิหร่านไม่ขอตอบโต้กับผู้ก่อเหตุ และได้เคยยืนยันมาตลอดว่าโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านมีจุดประสงค์ที่สันติ

อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น รวมถึงผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ด้านอิหร่านปักใจเชื่อว่าเป็นการก่อการร้ายจากอิสราเอลเพื่อชะลอการพัฒนาโรงงานผลิตอาวุธนิวเคลียร์ หลังจากที่รัฐบาลอิหร่านประกาศกลับมาเดินเครื่องหมุนเหวี่ยงแร่ยูเรเนียมอีกครั้ง ขณะที่อิสราเอลยังคงสงวนท่าทีต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

Photo by – / Satellite image ©2021 Maxar Technologies / AFP

นักลงทุนยังเชื่อมั่น หุ้น Alibaba พุ่งหลังเคลียร์กรณีถูกปรับ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/650277

วันที่ 12 เม.ย. 2564 เวลา 12:30 น.นักลงทุนยังเชื่อมั่น หุ้น Alibaba พุ่งหลังเคลียร์กรณีถูกปรับหุ้นอาลีบาบาพุ่งขึ้นหลังบอร์ดบริษัทชี้แจงนักลงทุนกรณีถูกรัฐบาลจีนสั่งปรับ

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เช้าวันนี้ (12 เม.ย.) หุ้น Alibaba ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงพุ่งขึ้น 8.99% ไปอยู่ที่ 237.60 เหรียญฮ่องกง หลังจากบอร์ดบริหารชี้แจงกับบรรดานักลงทุนว่าคำสั่งปรับ 2,780 ล้านเหรียญสหรัฐจากรัฐบาลจีน มีผลกระทบเพียงเล็กน้อยกับการดำเนินการของ Alibaba

แดเนียล จาง ประธาน Alibaba แจ้งในที่ประชุมนักลงทุนว่า คำสั่งปรับจากรัฐบาลจีนดูเหมือนจะเป็นการบ่งชี้ว่าการสอบสวน Alibaba ในข้อหาผูกขาดทางการค้าสิ้นสุดลงแล้ว และย้ำว่าค่าปรับดังกล่าวไม่ส่งผลเสียต่อการดำเนินการของบริษัท

ด้าน โจ ไช่ รองประธาน Alibaba กล่าวว่า “เรามีแนวทางที่ดีภายใต้กฎหมายต่อต้านการผูกขาด เรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องน่ากังวล”

Photo by LUDOVIC MARIN / AFP

ควีนเอลิซาเบธตรัสทรงรู้สึก ‘ว่างเปล่า’ หลังสูญเสียเจ้าชายฟิลิป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/650272

วันที่ 12 เม.ย. 2564 เวลา 11:30 น.ควีนเอลิซาเบธตรัสทรงรู้สึก 'ว่างเปล่า' หลังสูญเสียเจ้าชายฟิลิปนับเป็นความว่างเปล่าครั้งใหญ่ในชีวิตของพระองค์หลังทรงสูญเสียพระสวามีที่เคียงข้างกันมาว่า 73 ปี

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษทรงเผยว่า “เป็นความว่างเปล่าครั้งใหญ่ในชีวิตของพระองค์” หลังทรงสูญเสียเจ้าชายฟิลิป พระสวามีที่เคียงข้างกันมากว่า 73 ปีไปเมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา

โดยเจ้าชายแอนดรูว์ พระราชโอรสพระองค์ที่ 2 ในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และเจ้าชายฟิลิป ทรงเปิดเผยเรื่องนี้ต่อสื่อมวลชนเมื่อวันอาทิตย์ (11 เม.ย.) หลังเสร็จสิ้นพิธีทางศาสนา ณ โบสถ์ออล เซนต์ส ในรอยัล ลอดจ์ เมืองวินด์เซอร์

เจ้าชายแอนดรูว์ทรงเผยว่าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงมีความอดทนอย่างไม่น่าเชื่อ แต่การสูญเสียครั้งนี้พระองค์ตรัสว่ามันทิ้งความว่างเปล่าครั้งใหญ่ไว้ในชีวิตของพระองค์

อย่างไรก็ตามเจ้าชายแอนดรูว์ตรัสว่าสมาชิกราชวงศ์ทุกคนพร้อมยืนเคียงข้างสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เสมอ

พร้อมตรัสว่าราชวงศ์อังกฤษเองต่างก็รู้สึกสูญเสียอย่างมาก รวมถึงตัวพระองค์เองก็เสียพระทัยเป็นอย่างยิ่ง และจะทรงเป็นกำลังพระทัยให้แก่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แม่ของพระองค์ซึ่งน่าจะเสียพระทัยมากกว่าใครๆ

Photo by Leon NEAL / POOL / AFP

คาดเศรษฐกิจเมียนมาอาจหดตัวหนักถึง 20% เพราะรัฐประหาร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/650271

วันที่ 12 เม.ย. 2564 เวลา 10:42 น.คาดเศรษฐกิจเมียนมาอาจหดตัวหนักถึง 20% เพราะรัฐประหาร นักวิเคราะห์คาดสถานการณ์เลวร้ายสุดสำหรับเศรษฐกิจเมียนมาคือ การเติบโตหดตัว 20%

ธนาคารโลก (World Bank) เผยรายงานคาดการณ์ว่า ปีนี้เศรษฐกิจเมียนมาอาจหดตัวถึง 10% เนื่องจากการชุมนุมประท้วงทั่วประเทศ ซึ่งถือว่าแย่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียที่เศรษฐกิจของหลายประเทศกำลังฟื้นตัวจากผลกระทบของ Covid-19

อาทิตยา มัตตู หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชียของธนาคารโลกเผยว่า “เรากังวลอย่างยิ่ง การเติบโตติดลบ 10% สำหรับประเทศยากจนสำหรับผมคือหายนะ และหากคำนวณต้นทุนอื่นๆ ซึ่งมีผลกระทบต่อการเติบโตในระยะยาวเข้าไปด้วยแล้ว ผมว่าสถานการณ์มันน่าสิ้นหวังมาก”

ขณะที่นักวิเคราะห์รายื่นมองว่าสถานการณ์จะแย่ยิ่งกว่าที่ธนาคารโลกคาดไว้ เช่น ศูนย์วิจัย Fitch Solutions คาดว่าเศรษฐกิจเมียนมาจะเติบโตติดลบ 20% ในปีงบประมาณ 2020-2021 โดยระบุว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมประท้วงที่เพิ่มขึ้น บวกกับความไม่สงบในบ้านเมืองหมายความว่า รายจ่ายที่จะก่อให้เกิดจีดีพีมีแนวโน้มจะล่มสลาย และในขณะนี้ยังไม่สามารถมองในแง่ดีได้เลย

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นับตั้งแต่เกิดรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ความวุ่นวายทางการเมืองเป็นตัวฉุดการเติบโตของเศรษฐกิจเมียนมา ไม่ว่าจะเป็น นักลงทุนต่างประเทศพากันถอนตัว บวกกับชาติตะวันตกพากันคว่ำบาตร อีกทั้งการทำอารยะขัดขืนด้วยการไม่ซื้อสินค้าจากธุรกิจของกองทัพยังทำให้เศรษฐกิจซบเซา

นอกจากนี้ ธุรกิจการเดินเรือขนส่งตู้สินค้ายังยุติการให้บริการเนื่องจากพนักงานขับรถบบรทุกหยุดงานประท้วง ส่งผลให้ตู้สินค้าติดอยู่ที่ท่าเรือ ไปจนถึงการจำกัดการถอนเงินซึ่งทำให้ธุรกิจหลายแห่งไม่สามารถจ่ายค่าจ้างพนักงาน การตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่เป็นการตัดช่องทางการค้าขายออนไลน์ ล้วนเป็นปัจจัยให้เศรษฐกิจชะลอตัว

Photo by STR / AFP

ไขข้อข้องใจทำไมเจ้าชายฟิลิปไม่ได้ยศเป็นคิง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/650229

วันที่ 11 เม.ย. 2564 เวลา 20:00 น.ไขข้อข้องใจทำไมเจ้าชายฟิลิปไม่ได้ยศเป็นคิงแม้ว่าเจ้าชายฟิลิปจะอภิเษกสมรสกับควีนอลิซาเบธแต่ก็ไม่ได้มีตำแหน่งเป็นกษัตริย์ของอังกฤษ

เรื่องที่คนทั่วไปสงสัยกันเกี่ยวกับเจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระที่เพิ่งสิ้นพระชนม์ขณะพระชนมายุ 99 พรรษาก็คือ พระองค์ไม่ได้มีตำแหน่งเป็น “กษัตริย์ของอังกฤษ” แต่ทรงพระยศเป็น “เจ้าชาย” หรือดยุคแห่งเอดินบะระตราบจนวาระสุดท้ายของชีวิต ในขณะที่หากเจ้าชายวิลเลียมขึ้นครองราชย์ เจ้าหญิงแคเธอรีน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ จะได้ตำแหน่ง “สมเด็จพระราชินี” หรือ สมเด็จพระราชินีอัครมเหสี (Queen Consort)

แล้วในเมื่อเจ้าหญิงเคทได้เป็นควีน แล้วเหตุใดเจ้าชายฟิลิปจึงไม่ได้เป็นคิง

คำตอบอยู่ที่กฎหมายการสืบทอดตำแหน่งของรัฐสภาของอังกฤษที่กำหนดไว้เสร็จสรรพว่าใครจะได้ครองราชย์คนต่อไปและคู่สมรสจะใช้ตำแหน่งอะไร โดยในแง่ของการสืบทอดราชบัลลังก์ กฎหมายจะดูจากสายเลือดโดยไม่คำนึงถึงเพศ แต่สำหรับคู่สมรสของสมาชิกราชวงศ์ กฎหมายกำหนดไว้สำหรับผู้หญิงและผู้ชายต่างกัน

หากผู้ชายในสายเลือดราชวงส์แต่งงาน หญิงคู่สมรสจะได้ตำแหน่งเดียวกับตำแหน่งที่ราชวงส์ชายคนนั้นๆ ได้รับ เช่น เจ้าชายวิลเลียมเสกสมรสกับ เคท มิดเดิลตัน และได้เลื่อนยศเป็นดยุคแห่งเคมบริดจ์ เคทก็ได้ตำแหน่งดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ หรือในกรณีของพระเจ้าจอร์จที่ 6 พระบิดาของสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 ที่ขึ้นเป็นกษัตริย์ อลิซาเบธ หรือชื่อเดิมคือ อลิซาเบธ แองเจลา มาร์เกอริต โบวส์-ลีออน ก็ได้ยศเป็น Queen consort หรือ สมเด็จพระราชินีอัครมเหสี

หากผู้หญิงในสายเลือดราชวงศ์แต่งงาน ชายคู่สมรสจะไม่ได้รับยศเดียวกับภรรยา อย่างกรณีของ แจ็ก บรูคส์แบงก์ ที่เสกสมรสกับเจ้าหญิงยูเชนีเมื่อปี 2018 ก็ยังคงเป็น “นาย” ตามเดิม

นอกจากนี้ ตำแหน่งคิงหรือกษัตริย์ของอังกฤษมีไว้สำหรับผู้ชายที่เป็นผู้ปกครองอาณาจักรเท่านั้น

ดังนั้นเจ้าชายฟิลิปจึงมียศเป็นเจ้าชายไม่ได้เป็นคิง

เจ้าชายฟิลิปทรงสละฐานันดรศักดิ์เจ้าชายแห่งกรีซและเดนมาร์กแล้วเปลี่ยนมาใช้นามสกุล เมาท์แบตเทน ซึ่งแปลงมาจากนามสกุลเยอรมัน บัทเทิร์นแบร์ค ของทางฝั่งมารดา เพื่ออภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงอลิซาเบธในขณะนั้น หลังจากนั้นจึงได้รับตำแหน่ง ดยุคแห่งเอดินบะระ

หลังจากเจ้าหญิงอลิซาเบธขึ้นครองบัลลังก์ในปี 1952 เจ้าชายฟิลิปได้รับตำแหน่งเป็น King Consort หรือ พระสวามี และในปี1957 ได้รับพระราชทานฐานันดรศักดิ์ K.G., K.T. และ G.B.E.จากสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 ให้เป็น เจ้าชายแห่งสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่ และไอร์แลนด์เหนือไวต์ฮอลล์

นอกจากนี้ ยังมีตำแหน่งเอิร์ลแห่งเมริโอเนธ และบารอนแห่งกรีนิชด้วย

ทว่า แม้เจ้าชายฟิลิปจะไม่ได้มียศเป็นกษัตริย์ แต่ก็ทรงอยู่เคียงข้างสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธมาตลอด 73 ปีในตำแหน่งของผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลังของสมเด็จพระราชินีนาถฯ

Photo by Victoria Jones / POOL / AFP

มาดูความพยายามของ NASA กับเฮลิคอปเตอร์ลำแรกบนดาวอังคาร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/650226

วันที่ 11 เม.ย. 2564 เวลา 18:30 น.มาดูความพยายามของ NASA กับเฮลิคอปเตอร์ลำแรกบนดาวอังคารแม้การบินจะถูกเลื่อนออกไปจากเดิมที่กำหนดไว้เป็นวันนี้ แต่การบินครั้งนี้จะเป็นในเบิกทางที่สำคัญต่ออากาศยานสำรวจอวกาศอื่นๆ ในอนาคต

องค์การนาซา (NASA) กล่าวว่า “อินเจนูอิตี” (Ingenuity) เฮลิคอปเตอร์สำรวจดาวอังคารลำแรกจากนาซาจะเริ่มบินบนดาวอังคารในวันพุธ (14 เม.ย.) ซึ่งเป็นเฮลิคอปเตอร์ลำแรกที่บินบนดาวเคราะห์ดวงอื่น

หลังจากที่ก่อนหน้านี้นาซาประกาศกำหนดการบินไว้ในช่วงค่ำวันที่ 11 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่น แต่ต้องถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากปัญหาด้านเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในระหว่างการทดสอบใบพัดของเฮลิคอปเตอร์

นาซาแถลงว่ากำลังตรวจสอบระบบเพื่อวินิจฉัยและทำความเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น และจะทดสอบใหม่อีกครั้งก่อนที่จะเริ่มบินจริง

อย่างไรก็ตามนาซายืนยันว่าเฮลิคอปเตอร์ยังคงมีความแข็งแรงปลอดภัยและสามารถสื่อสารทางไกลมายังโลกได้

สำนักข่าวซินหัวระบุว่าโทมัส เซอร์บูเชน ผู้ช่วยฝ่ายบริหารด้านวิทยาศาสตร์ของสำนักงานใหญ่นาซากล่าวว่า “อินเจนูอิตีสามารถทำให้ทั่วโลกหันมาสนใจในฐานะผู้นำแห่งอนาคตผ่านเที่ยวบินแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

“เราดำเนินการสำรวจเพื่อสร้างประสบการณ์และเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจต่อๆ ไป เช่นเดียวกับเฮลิคอปเตอร์อินเจนูอิตีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพี่น้องตระกูลไรท์ คณะนักสำรวจในอนาคตจะสามารถเรียนรู้ข้อมูลและได้รับแรงบันดาลใจจากภารกิจนี้”

ทั้งนี้ อินเจนูอิตี ลงจอดบนหลุมอุกกาบาตเจซีโร (Jezero Crater) ของดาวอังคารตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา พร้อมกับยานสำรวจเพอร์เซเวียแรนส์ (Perseverance)

มีเป้าหมายเพื่อสาธิตทางเทคโนโลยี ทดลองความสามารถการบินในสภาพแวดล้อมบนดาวอังคารซึ่งมีอากาศเบาบางกว่าโลกถึง 100 เท่า หรือกล่าวคือชั้นบรรยากาศของดาวอังคารมีความหนาแน่นเพียงแค่ 1% เท่านั้นเมื่อเทียบกับชั้นบรรยากาศบนโลก ดังนั้นระบบใบพัดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งโดยต้องหมุนเร็วมากเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ความยากอีกอย่างหนึ่งคือความช้าในการสื่อสารเพื่อควบคุมเฮลิคอปเตอร์เนื่องจากเป็นการสื่อสารระยะไกลจากโลกไปยังดาวอังคาร เพราะฉะนั้นเราจึงไม่สามารถควบคุมเฮลิคอปเตอร์ได้อย่างเรียลไทม์

ข้อมูลจากการบินครั้งนี้จะเป็นสิ่งล้ำค่าสำหรับภารกิจสำรวจดาวอังคารในอนาคตของเฮลิคอปเตอร์รุ่นต่อ ๆ ไป และหากการบินครั้งนี้สำเร็จก็จะถือเป็นใบเบิกทางสู่การสำรวจทางอากาศ และการพัฒนาอากาศยานใหม่ๆ เพื่อใช้สำรวจดาวเคราะห์นอกโลกอีกมากมายในอนาคต

Photo by Handout / NASA/JPL-CALTECH / AFP

หนุ่มนิวยอร์กกร่างเหยียดเอเชียแต่ดันเจอตำรวจนอกเครื่องแบบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/650208

วันที่ 11 เม.ย. 2564 เวลา 17:30 น.หนุ่มนิวยอร์กกร่างเหยียดเอเชียแต่ดันเจอตำรวจนอกเครื่องแบบหนุ่มนิวยอร์กจงใจหาเรื่องชาวเอเชีย ที่ไหนได้เป็นตำรวจนอกเครื่องแบบที่แฝงตัวมาจัดการเรื่องนี้พอดี

จูเวียน โรดริเกซ (Juvian Rodriguez) หนุ่มนิวยอร์กวัย 35 ปี ถูกจับกุมเมื่อช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นด้วยข้อหาก่ออาชญากรรมอันเนื่องมาจากความเกลียดชังหลังจงใจข่มขู่คุกชาวชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียคนหนึ่ง ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับอาชญากรรมจากความเกลียดชังพอดี

เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่าโรดริเกซจงใจหาเรื่องตำรวจนอกเครื่องแบบนายดังกล่าวโดยตะคอกกับเขาว่า “กลับจีนไปซะ! ก่อนที่จะลงเอยที่สุสาน” พร้อมขู่ว่าจะตบและแทงที่ใบหน้าของเขา

ดาร์มอต เชีย (Dermot Shea) ผู้บัญชาการตำรวจนิวยอร์กกล่าวว่าใครก็ตามที่คุณกำลังคิดจะทำร้ายเขาไม่ว่าจะเป็นทางคำพูดหรือการกระทำอื่นใด อาจเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ ดังนั้นควรคิดให้ดีก่อน

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางอาชญากรรมจากความเกลียดชังชาวเชื้อสายเอเชียที่เพิ่มขึ้นทั่วสหรัฐ ขณะที่กรมตำรวจนิวยอร์กประกาศว่าจะยกระดับการลาดตระเวนและเสริมเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบในพื้นที่ที่มีชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียจำนวนมาก

Spencer Platt/Getty Images/AFP

อินเดียหวั่นจีนสร้างเขื่อนมหึมาในทิเบต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/650205

วันที่ 11 เม.ย. 2564 เวลา 16:30 น.อินเดียหวั่นจีนสร้างเขื่อนมหึมาในทิเบตแผนสร้างเขื่อนยักษ์ในทิเบตใหญ่กว่าเขื่อนสามผาถึง 3 เท่าของจีนสร้างความกังวลให้อินเดียซึ่งต้องพึ่งพาต้นน้ำจากทิเบต

ทางการอินเดียและนักสิ่งแวดล้อมแสดงความกังวลว่าแผนสร้างเขื่อนขนาดมหึมาในพื้นที่โม่ทัวของทิเบต บนแม่น้ำยาร์ ลุงซางโป ตอนบนของแม่น้ำพรหมบุตรที่ไหลผ่านอินเดียของทางการจีนจะทำให้ประเทศท้ายน้ำแห้งแล้งหรือเกิดน้ำท่วม หรืออาจนำมาสู่สงครามน้ำในที่สุด

เขื่อนขนาดใหญ่ที่กำลังจะก่อสร้างจะผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 300,000 ล้านกิโลวัตต์ต่อปี ซึ่งสูงกว่าความสามารถของเขื่อนสามผาบนแม่น้ำแยงซีของจีนที่เป็นสถานีผลิตกระแสไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกถึง 3 เท่า ทว่าขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับงบประมาณและระยะเวลาในการก่อสร้าง

ขณะนี้ตอนบนของแม่น้ำยาร์ลุงซางโปในทิเบตมีเชื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าอยู่แล้ว 2 เขื่อน และยังมีอีก 6 เขื่อนที่อยู่ระหว่างวางแผนหรือดำเนินการก่อสร้าง

หยานจี้หยง ประธานบริษัท Power Construction Corporation of China กล่าวว่า โครงการนี้คือโอกาสสำคัญในประวัติศาสตร์ที่จีนจะสร้างความมั่นคงด้านน้ำ และช่วยสนองความต้องการด้านพลังงานสะอาดในประเทศจีนได้ ?

อย่างไรก็ดี เขื่อนแห่งนี้ต้องเผชิญเสียงคัดค้านเช่นเดียวกับการก่อสร้างเขื่อนสามผาก่อนหน้าที่ทำทำให้ประชาชนต้องอพยพออกจากพื้นที่กว่า 1.4 ล้านคน

ไบรอัน อายเลอร์ ประธานโครงการพลังงานและน้ำเพื่อความยั่งยืนจาก Stimson Center เผยว่า การสร้างเขื่อนขนาดมหึมาเป็นแนวคิดที่แย่มากด้วยเหตุผลหลายประการ เพราะนอกจากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหวแล้ว บริเวณดังกล่าวยังมีความหลากหลายทางชีวภาพที่เป็นเอกลักษณ์ เขื่อนจะปิดกั้นการอพยพของปลาและตะกอนที่จะไหลลงมาท้ายน้ำ

จากานนัธ พันดา นักวิเคราะห์จากสถาบันเพื่อการศึกษาและวิเคราะห์ด้านความมั่นคงของอินเดีย กล่าวว่า ความกังวลของอินเดียคือ จีนกำลังเดินหน้าสร้างเขื่อนโดยที่ไม่ได้ปรึกษาประเทศอื่น เพื่อควบคุมการไหลของกระแสน้ำในแม่น้ำที่ไหลผ่านหลายประเทศ

ส่วนเท็มปา กยัลเซน ซัมลา ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายสิ่งแวดล้อมจากสถาบันนโยบายทิเบตเผยว่า การสร้างเขื่อนมีความเสี่ยงทั้งในทางการเมืองทั้งระบบนิเวศ

“เรามีมรดกทางวัฒนธรรมทิเบตที่มั่งคั่งในพื้นที่นั้น การสร้างเขื่อนจะสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศ ทำให้พื้นที่ในแถบนั้นจมอยู่ใต้น้ำ ชาวบ้านจำนวนมากต้องถูกบังคับให้ออกจากบ้านที่อยู่มาตั้งแต่บรรพบุรุษ โครงการเขื่อนยังเปิดทางให้แรงงานชาวฮั่นเข้ามาอยู่ในพื้นที่อย่างถาวร”  ซัมลาเผยกับเอเอฟพี

ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า จีนกำลังรุกคืบเข้ามาควบคุมต้นกำเนิดของแหล่งน้ำในเอเชียใต้

ทั้งนี้ หลังจากที่จีนประกาศแผนสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ รัฐบาลอินเดียตอบโต้ด้วยการเผยแผนสร้างเขื่อนขึ้นมาซ้อนอีกชั้นหนึ่งบนแม่น้ำพรหมบุตร เพื่อชดเชยผลกระทบจากเขื่อนแห่งใหม่ของจีน

***หมายเหตุ ในภาพคือหุบเขายาร์ลุงซางโปในเขตปกครองตนเองทิเบต ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งเป็นหุบเขาที่ลึกที่สุดในโลกด้วยความลึกสูงสุด 6,009 เมตร Photo by STR / AFP