Science Update : นักบินอวกาศชื่อดังของนาซาวางมือ

Science Update : นักบินอวกาศชื่อดังของนาซาวางมือ

Science Update : นักบินอวกาศชื่อดังของนาซาวางมือ

วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ซูนิ วิลเลียมส์ (Suni Williams) นักบินอวกาศชื่อดังขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซา ได้ประกาศเกษียณอายุอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2025 หลังจากปฏิบัติหน้าที่มานานกว่า 27 ปี โดยนาซาได้ออกแถลงการณ์ยืนยันเรื่องนี้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (20 ม.ค.)

ภารกิจสุดท้ายของวิลเลียมส์ คือการทดสอบยาน โบอิ้ง สตาร์ไลเนอร์ ซึ่งเดิมกำหนดไว้เพียง 8 วัน แต่เนื่องจากปัญหาทางเทคนิคของตัวยาน ทำให้เธอต้องติดค้างอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาตินานถึง 286 วัน หรือกว่า 9 เดือน เธอและ บุตช์ วิลมอร์ นักบินอวกาศคู่หู เดินทางกลับสู่โลกอย่างปลอดภัยด้วยยาน SpaceX Crew Dragon เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2025 หลังจากที่นาซาตัดสินใจว่า ยานสตาร์ไลเนอร์ไม่ปลอดภัยพอที่จะใช้ขนส่งมนุษย์กลับโลก

ซูนิ วิลเลียมส์ เกษียณอายุในฐานะผู้ครองสถิตินักบินอวกาศหญิงที่มีเวลาปฏิบัติภารกิจนอกตัวยาน (Spacewalk) นานที่สุด 62 ชั่วโมง 6 นาที และมีเวลาสะสมในอวกาศรวมสูงถึง 608 วัน มากเป็นอันดับสองในบรรดานักบินอวกาศของนาซา โดยตลอดการปฏิบัติภารกิจ 3 ครั้ง วิลเลียมส์เคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสถานีอวกาศนานาชาติถึงสองครั้ง และมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานให้กับโครงการ Artemis ที่จะส่งมนุษย์กลับไปดวงจันทร์

Science Update : นักบินอวกาศกลับโลกก่อนกำหนด

Science Update : นักบินอวกาศกลับโลกก่อนกำหนด

Science Update : นักบินอวกาศกลับโลกก่อนกำหนด

วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

Science Update : นักบินอวกาศกลับโลกก่อนกำหนด

ยานแคปซูล เอนเดฟเวอร์ (Endeavour) ของสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) นำลูกเรือทั้ง 4 นายจากสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ISS ประกอบด้วย ซีนา คาร์ดแมน นักบินอวกาศจากนาซา วัย 38 ปี ในฐานะผู้บัญชาการยานเอนเดฟเวอร์, ไมค์ ฟินคี นักบินอวกาศชาวอเมริกันวัย 58 ปี, คิมิยะ ยูอิ นักบินอวกาศชาวญี่ปุ่นวัย 55 ปี และ โอเลก ปลาโตนอฟ นักบินอวกาศชาวรัสเซียวัย 39 ปี เดินทางกลับถึงโลกอย่างปลอดภัยช่วงเช้ามืดวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น โดยกางร่มชูชีพลงสู่ผิวน้ำที่สงบนิ่งนอกชายฝั่งเมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สิ้นสุดการเดินทางที่ใช้เวลากว่า 10 ชั่วโมง นับตั้งแต่ถอนตัวออกจากสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ISS และพุ่งผ่านชั้นบรรยากาศโลกด้วยความร้อนสูง

เหตุการณ์นี้ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสำนักงานบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ หรือ นาซา ที่สั่งยุติภารกิจของลูกเรือบน ISS กลางคัน เนื่องจากเหตุฉุกเฉินด้านสุขภาพของนักบินอวกาศนายหนึ่ง ทำให้ต้องระงับภารกิจบนสถานีอวกาศก่อนกำหนดหลายสัปดาห์ โดยลูกเรือในภารกิจ Crew-11 นี้ เดินทางไปปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศนานาชาติตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา รวมระยะเวลาปฏิบัติภารกิจทั้งสิ้น 167 วัน แต่นาซาปฏิเสธที่จะเปิดเผยตัวตนของนักบินอวกาศที่มีอาการป่วย รวมถึงไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับอาการดังกล่าว อ้างเรื่องของความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วย

Science Update : นาซาอาจส่งตัวนักบินอวกาศกลับโลกก่อนกำหนด

Science Update : นาซาอาจส่งตัวนักบินอวกาศกลับโลกก่อนกำหนด

Science Update : นาซาอาจส่งตัวนักบินอวกาศกลับโลกก่อนกำหนด

วันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

Science Update : นาซาอาจส่งตัวนักบินอวกาศกลับโลกก่อนกำหนด        

สื่อในสหรัฐฯ รายงานว่า เกิดปัญหาด้านสุขภาพกับลูกเรือรายหนึ่งบนสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ISS เมื่อช่วงบ่ายวันพุธที่ผ่านมา ทำให้นาซาต้องยกเลิกภารกิจเดินอวกาศที่กำหนดไว้ในวันพฤหัสบดีทันที นักบินอวกาศรายนี้ ซึ่งไม่มีการเปิดเผยชื่อเพื่อความเป็นส่วนตัวมีอาการคงที่ และกำลังอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดบน ISS

แต่เนื่องจากความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซา จึงกำลังประเมินว่าอาจต้องยุติภารกิจ Crew-11 เร็วกว่ากำหนด ซึ่งเดิมมีกำหนดจะสิ้นสุดในช่วงกลางปี 2026 โดยอาจใช้ยานสเปซเอกซ์ ดรากอน ครูว์ เดินทางกลับโลกเร็วกว่าที่วางแผนไว้ ส่วนภารกิจเดินอวกาศ เพื่อติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ iROSA ถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เช่นเดียวกับระบบถ่ายทอดสดเสียงและวิดีโอจากไอเอสเอสบางส่วนถูกระงับชั่วคราวในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวในการสื่อสารเรื่องการแพทย์

สำหรับภารกิจ Crew-11 ประกอบด้วยนักบินอวกาศ 4 คน คือ เซนา คาร์ดแมน และ ไมค์ ฟิงเคอ สองนักบินอวกาศของนาซา โอเลก พลาโตนอฟ นักบินอวกาศรัสเซีย และ คิมิยะ ยูอิ นักบินอวกาศญี่ปุ่น

ทั้งนี้ การส่งลูกเรือกลับก่อนกำหนดเนื่องจากเหตุผลทางการแพทย์ถือเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ยากมากในประวัติศาสตร์ของ ISS เนื่องจากบนสถานีมีการเตรียมอุปกรณ์การแพทย์พื้นฐานและการฝึกซ้อมเพื่อรับมือเหตุฉุกเฉินไว้อยู่แล้ว แต่หากอาการเกินกว่าที่อุปกรณ์บนนั้นจะรับมือได้ การกลับโลกคือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด

Science Update : รถไฟแม็กเลฟ’ จีน วิ่งทะยาน 800 กม./ชม.

Science Update : รถไฟแม็กเลฟ’ จีน วิ่งทะยาน 800 กม./ชม.

Science Update : รถไฟแม็กเลฟ’ จีน วิ่งทะยาน 800 กม./ชม.

วันอาทิตย์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

Science Update : รถไฟแม็กเลฟ’ จีน วิ่งทะยาน 800 กม./ชม.

ห้องปฏิบัติการตงหูในมณฑลหูเป่ย ทางตอนกลางของจีน ประกาศความสำเร็จครั้งใหม่ในด้านเทคโนโลยีแม็กเลฟความเร็วสูง หลังจากมีการทดสอบเร่งความเร็วของรถไฟต้นแบบขนาด 1.1 ตัน แตะ 800 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในระยะเวลาเพียง 5.3 วินาที ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญในการวิจัยแรงขับเคลื่อนพลังแม่เหล็กไฟฟ้า

การทดสอบข้างต้นใช้รางรถไฟยาว 1,000 เมตร ตัวรถไฟทำความเร็วแตะระดับสูงสุดที่ตำแหน่งราว 600 เมตร และหยุดวิ่งได้อย่างมั่นคง ณ จุดสิ้นสุดราง โดยการทดสอบวิ่งครั้งนี้ใช้ระยะเวลาทั้งหมด 8 วินาที เป็นการสร้างสถิติโลกครั้งที่ 3 ของห้องปฏิบัติการนี้ในรอบ 6 เดือน ต่อจากความสำเร็จก่อนหน้านี้ที่ทำความเร็วแตะ 650 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. และ 700 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเมื่อวันที่ 14 ก.ค. ที่ผ่านมา

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากระบบ “กำกับทิศทางแรงยกลอยพลังแม่เหล็กไฟฟ้าแบบถาวร+แรงขับเคลื่อนพลังแม่เหล็กไฟฟ้า” ซึ่งเอาชนะความท้าทายหลายประการอย่างความเสถียรทางอากาศพลศาสตร์ความเร็วสูง การสื่อสารไร้สายแบบความหน่วงต่ำ และการควบคุมมอเตอร์เชิงเส้นอย่างแม่นยำ

ห้องปฏิบัติการตงหูระบุว่า รางรถไฟยาว 1,000 เมตรจะเป็นแพลตฟอร์มแบบเปิดที่สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาระบบขนส่งแม็กเลฟรุ่นถัดไป การส่งยานอวกาศด้วยพลังแม่เหล็กไฟฟ้า และโครงการเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ โดยส่งเสริมการคิดค้นเทคโนโลยีการขนส่งอันล้ำสมัย

Science Update : ค้นพบ ‘หุบเขาไดโนเสาร์’ ในอิตาลี

Science Update : ค้นพบ 'หุบเขาไดโนเสาร์' ในอิตาลี

Science Update : ค้นพบ ‘หุบเขาไดโนเสาร์’ ในอิตาลี

วันอาทิตย์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Science Update : ค้นพบ ‘หุบเขาไดโนเสาร์’ ในอิตาลี

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นักบรรพชีวินวิทยาค้นพบรอยเท้าไดโนเสาร์มากกว่า 20,000 รอย กระจายตัวเป็นระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร บนหน้าผาหินปูนที่เกือบจะตั้งฉาก ในอุทยานแห่งชาติสเตลวิโอ ทางตอนเหนือของอิตาลี ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองบอร์มิโอ สถานที่ที่จะใช้จัดแข่งสกีอัลไพน์ในกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว 2026

รอยเท้าเหล่านี้มีความเก่าแก่ประมาณ 210 ล้านปี หรือตรงกับยุคไทรแอสซิกตอนปลาย (Late Triassic) คาดว่าเป็นของกลุ่มโพรซอโรพอดส์ (Prosauropods) หรือไดโนเสาร์กินพืชคอยาวที่เป็นบรรพบุรุษของซอโรพอดขนาดใหญ่ เช่น Plateosaurus ซึ่งมีความยาวได้ถึง 10 เมตร และหนักถึง 4 ตัน

การค้นพบครั้งสำคัญนี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจว่า เมื่อ 210 ล้านปีก่อน พื้นที่เทือกเขาแอลป์แห่งนี้เคยเป็นที่ราบลุ่มริมทะเลที่มีความอ่อนนุ่มของโคลน ทำให้ไดโนเสาร์ที่เดินผ่านทิ้งรอยเท้าที่ชัดเจนไว้ บางรอยเห็นได้ถึงรอยกรงเล็บและนิ้วเท้า เมื่อเวลาผ่านไปหลายล้านปี การเคลื่อนที่ของเปลือกโลกแอฟริกาที่ชนเข้ากับยุโรป ทำให้ชั้นหินที่เคยราบเรียบถูกบีบอัด พับตัว และยกตัวขึ้นจนกลายเป็นเทือกเขาแอลป์ รอยเท้าที่เคยอยู่บนพื้นจึงกลายเป็นแนวตั้งอยู่บนหน้าผาอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

Science Update : รัสเซียเตรียมส่ง ‘หุ่นยนต์อวกาศ’ ควบคุมระยะไกล

Science Update : รัสเซียเตรียมส่ง ‘หุ่นยนต์อวกาศ’ ควบคุมระยะไกล

Science Update : รัสเซียเตรียมส่ง ‘หุ่นยนต์อวกาศ’ ควบคุมระยะไกล

วันอาทิตย์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Science Update : รัสเซียเตรียมส่ง ‘หุ่นยนต์อวกาศ’ ควบคุมระยะไกล

สถาบันวิจัยกลางด้านการสร้างเครื่องจักร (TsNIIMash) ของรัสเซีย เปิดเผยว่ารัสเซียมีแผนจะส่งหุ่นยนต์อวกาศรูปร่างเหมือนมนุษย์ที่ควบคุมได้จากระยะไกล หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘เทเลดรอยด์’ (Teledroid) รุ่นต้นแบบ ขึ้นไปยังสถานีอวกาศนานาชาติในปี 2026

หุ่นยนต์เทเลดรอยด์ ซึ่งมีชื่อย่อมาจากหุ่นยนต์แอนดรอยด์ควบคุมระยะไกล (teleoperated android) เป็นหุ่นยนต์รูปร่างเหมือนมนุษย์ มีแขน มือ และศีรษะ ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือนักบินอวกาศในการทำภารกิจนอกสถานีอวกาศ ภายใต้สภาวะที่มีรังสีและอุณหภูมิสุดขั้ว ตลอดจนช่วยลดความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการทำกิจกรรมนอกยานอวกาศ แตกต่างจากหุ่นยนต์อวกาศรุ่นก่อนอย่างโรโบนอต-2 (Robonaut-2) ของนาซา ซึ่งได้รับการทดสอบเฉพาะภายในสถานีเท่านั้น

สถาบันฯ ระบุว่า เทเลดรอยด์รุ่นจำลองสำหรับใช้งานบนอวกาศถูกผลิตขึ้นแล้วและอยู่ระหว่างการทดสอบขั้นสุดท้าย หลังจากการตรวจสอบเหล่านี้เสร็จสิ้น หุ่นยนต์มีกำหนดถูกส่งขึ้นไปยังสถานีอวกาศนานาชาติตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2026 โดยคาดว่าสมาชิกรัสเซียในคณะสำรวจสถานีอวกาศนานาชาติ ชุดที่ 75 ซึ่งมีกำหนดการปฏิบัติภารกิจระหว่างเดือนสิงหาคม 2026 ถึงมีนาคม 2027 จะเป็นผู้ควบคุมหุ่นยนต์ตัวนี้ในวงโคจร

Science Update : หุ่นยนต์จีนเดินไม่พัก 106 กิโลเมตร

Science Update : หุ่นยนต์จีนเดินไม่พัก 106 กิโลเมตร

Science Update : หุ่นยนต์จีนเดินไม่พัก 106 กิโลเมตร

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เอจิบอต เอ2 (AgiBot A2) หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ระบบแอนดรอย์ ซึ่งพัฒนาโดยเอจิบอต (AgiBot) บริษัทหุ่นยนต์ในนครเซี่ยงไฮ้ ทางตะวันออกของจีน สร้างสถิติโลก กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส์ ครั้งใหม่ หลังจากเดินเท้าระหว่างเมืองทางตะวันออกของจีนโดยไม่หยุดทำงานเป็นระยะทาง 106 กิโลเมตร

เอจิบอต เอ2 ออกเดินจากเมืองซูโจวของมณฑลเจียงซูเมื่อคืนวันที่ 10 พ.ย. และถึงย่านเดอะ บันด์ ของนครเซี่ยงไฮ้ในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 13 พ.ย. โดยหุ่นยนต์ตัวนี้ใช้ระบบเปลี่ยนแบตเตอรี่แบบไม่ต้องหยุดทำงานของเอจิบอต จึงยังคงทำงานตลอดทั้งการเดินทางที่ได้รับการรับรองระยะทาง 106.286 กิโลเมตร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (20 พ.ย.)

เอจิบอต เอ2 มีระบบโมดูลจีพีเอสคู่ (dual GPS) ไลดาร์ (LiDAR) และเซนเซอร์อินฟราเรดวัดความลึก สามารถเดินเท้าในสถานการณ์อันซับซ้อน เช่น เจอสัญญาณไฟจราจร ทางเดินที่คับแคบ และทางเท้าที่คนพลุกพล่าน รวมถึงรักษาการรับรู้สภาวะทั้งกลางวันและกลางคืน โดยหุ่นยนต์ได้เดินบนถนนลาดยาง ทางเท้าปูกระเบื้อง สะพาน ทางเดินผู้พิการทางสายตา และทางลาด

Science Update : ลูกเรือจีนทำบาร์บีคิวบนสถานีอวกาศ

Science Update : ลูกเรือจีนทำบาร์บีคิวบนสถานีอวกาศ

Science Update : ลูกเรือจีนทำบาร์บีคิวบนสถานีอวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นักบินอวกาศประจำภารกิจเสินโจว-21 (Shenzhou-21) ทั้ง 3 นาย ที่เพิ่งขึ้นไปปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศเทียนกงของจีนเมื่อช่วงต้นเดือนนี้ ร่วมฉลองเตาทำอาหารที่เพิ่งติดตั้งเสร็จใหม่ๆ ภายในสถานีอวกาศเทียนกงพร้อมกับทีมนักบินอวกาศภารกิจเสินโจว-20 ที่ประจำการอยู่ก่อนหน้า ด้วยการทำบาร์บีคิวไก่ โดยนำปีกไก่เข้าไปอบภายในตู้ทำอาหารที่เพิ่งติดตั้งภายในสถานีอวกาศ รอเพียง 28 นาที บาร์บีคิวไก่ที่นำออกจากเตาอบก็สุกพอดี พร้อมให้รับประทานกันอย่างเอร็ดอร่อย เป็นอาหารมื้อพิเศษที่แตกต่างจากอาหารที่กินกันเป็นประจำบนสถานีอวกาศ ซึ่งปกติจะเป็นอาหารแช่แข็งที่นำมาอุ่นก่อนรับประทานเป็นส่วนใหญ่ แต่การทำบาร์บีคิวกินกันแบบนี้ แทบไม่ต่างจากการทำอาหารกินเองในครัวที่บ้านเลย

นอกเหนือจากบาร์บีคิวปีกไก่แล้ว ลูกเรือยังทำบาร์บีคิวเนื้อวัวกินกันอย่างเอร็ดอร่อยเพิ่มอีกเมนูหนึ่งด้วย ถือได้ว่าการติดตั้งอุปกรณ์ทำครัวใหม่บนสถานีอวกาศเทียนกง ช่วยให้คุณภาพชีวิตของนักบินอวกาศดีขึ้นอย่างมาก

ทั้งนี้ ทีมนักบินอวกาศประจำภารกิจเสินโจว-21 ประกอบด้วย จางลู่ รับหน้าที่เป็นผู้บัญชาการ, อู่ เฟย วิศวกรการบินประจำยาน และ จางหงจาง ผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์บรรทุก จะปฏิบัติหน้าที่บนสถานีอวกาศเทียนกงหลังจากนี้ไปอีก 6 เดือน ส่วนทีมนักบินอวกาศประจำภารกิจเสินโจว-20 มีกำหนดจะเดินทางกลับโลกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

Science Update : จีนเตรียมส่ง ‘หนูทดลอง’ ไปเลี้ยงบนสถานีอวกาศ

Science Update : จีนเตรียมส่ง ‘หนูทดลอง’ ไปเลี้ยงบนสถานีอวกาศ

Science Update : จีนเตรียมส่ง ‘หนูทดลอง’ ไปเลี้ยงบนสถานีอวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

องค์การอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมแห่งประเทศจีน (CMSA) เผยว่า ทีมนักบินอวกาศประจำภารกิจเสินโจว-21 (Shenzhou-21) จะดำเนินการทดลองทางวิทยาศาสตร์โดยใช้หนูทดลอง ระหว่างอยู่บนสถานีอวกาศจีนในวงโคจร โดยหนูจำนวน 4 ตัว แบ่งเป็นตัวผู้ 2 ตัว และตัวเมีย 2 ตัว จะถูกส่งขึ้นไปพร้อมยานอวกาศเสินโจว-21 เพื่อเลี้ยงในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงบนวงโคจร เป็นครั้งแรกที่จีนจะทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์กับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำพวกสัตว์ฟันแทะในอวกาศ การศึกษาจะเน้นตรวจสอบผลกระทบของสภาพแวดล้อมอวกาศที่มีต่อพฤติกรรมของสัตว์เหล่านี้ เช่น สภาวะไร้แรงโน้มถ่วง และพื้นที่ปิด

จากนั้น ยานอวกาศจะนำหนูเหล่านี้กลับมายังโลก และจะมีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมเพื่อสำรวจการตอบสนองต่อความเครียดและการเปลี่ยนแปลงเชิงปรับตัวของเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ของหนูในสภาพแวดล้อมอวกาศ

ยานอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมเสินโจว-21 มีกำหนดเดินทางสู่ห้วงอวกาศจากศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วเฉวียนทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ตอน 23.44 น. ของวันศุกร์ (31 ต.ค.) ตามเวลาปักกิ่ง โดยประกอบด้วยทีมนักบินอวกาศ 3 คน ได้แก่ จางลู่, อู่เฟย และจางหงจาง ซึ่งระหว่างที่อยู่ในวงโคจรนาน 6 เดือน ทีมลูกเรือจะดำเนินโครงการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และการประยุกต์ใหม่รวม 27 โครงการ

Science Update : หลุมอุกกาบาตในจีนตอนใต้ ขึ้นแท่น ‘ใหญ่สุดในโลก’

Science Update : หลุมอุกกาบาตในจีนตอนใต้ ขึ้นแท่น ‘ใหญ่สุดในโลก’

Science Update : หลุมอุกกาบาตในจีนตอนใต้ ขึ้นแท่น ‘ใหญ่สุดในโลก’

วันอาทิตย์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สถาบันบัณฑิตฟิสิกส์วิศวกรรมศาสตร์แห่งชาติจีน รายงานการยืนยันว่าหลุมอุกกาบาตจินหลิน ในมณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน เป็นหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่ที่สุดบนโลกเท่าที่เคยค้นพบนับตั้งแต่ยุคโฮโลซีน หรือเมื่อราว 11,700 ปีก่อนจนถึงปัจจุบัน

การสำรวจพื้นที่และทดสอบตัวอย่างทางธรณีวิทยาทำให้ค้นพบหลักฐานการแปรสภาพในชั้นหินและแร่ธาตุเพราะการพุ่งชนอย่างรุนแรงของอุกกาบาต มีการใช้หลักฐานเหล่านี้ตัดสินว่าหลุมอุกกาบาตจินหลินเป็นผลลัพธ์จากการพุ่งชนด้วยความเร็วสูงมากของวัตถุนอกโลกขนาดเล็กมากกว่ากระบวนการทางธรณีวิทยาของโลกเอง

หลุมอุกกาบาตยุคโฮโลซีนที่ค้นพบก่อนหน้านี้ทั่วโลกมักมีขนาดเล็ก ส่วนใหญ่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 100 เมตร และขนาดใหญ่ที่สุดอยู่ที่ราว 300 เมตร แต่หลุมอุกกาบาตจินหลินมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 900 เมตร ทำให้คณะนักวิจัยประเมินว่าหลุมอุกกาบาตนี้มีแรงพุ่งชนเทียบเท่าระเบิดทีเอ็นที 6 แสนตัน

อดีตที่ผ่านมามีการค้นพบหลุมอุกกาบาตเพียง 4 แห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ไม่มีการค้นพบร่องรอยหลุมอุกกาบาตในภาคใต้ของจีนมาเป็นเวลานาน เนื่องจากเกิดภาวะเสื่อมสลายตามการผุพังทางเคมีและชีวะขั้นรุนแรงของชั้นหินระดับพื้นผิวในภูมิภาค การค้นพบเหล่านี้จึงเป็นข้อมูลเชิงลึกล้ำค่าต่อการศึกษาหลุมอุกกาบาตทั่วโลก โดยเฉพาะพื้นที่อากาศอบอุ่นและร้อนชื้นและกึ่งเขตร้อน รวมถึงช่วยขยับขยายข้อมูลการกระจายตัวเชิงพื้นที่ระดับโลกของเหตุการณ์อุกกาบาตขนาดเล็กพุ่งชนโลก