Science Update : ญี่ปุ่นล้มเหลวเป็นครั้งที่ 3

Science Update : ญี่ปุ่นล้มเหลวเป็นครั้งที่ 3

Science Update : ญี่ปุ่นล้มเหลวเป็นครั้งที่ 3

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

บริษัท สเปซ วัน ของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า จรวดขนาดเล็ก “ไครอส” (Kairos) ได้ทำลายตัวเองโดยอัตโนมัติหลังทะยานขึ้นจากฐานยิงได้เพียง 69 วินาทีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (5 มี.ค.) ส่งผลให้ความพยายามในการส่งดาวเทียมเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบครั้งแรกของประเทศประสบความล้มเหลวเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน

ไครอส ซึ่งเป็นจรวดใช้เชื้อเพลิงแข็ง มีความยาว 18 เมตร บรรทุกดาวเทียมทดลองจำนวน 5 ดวง รวมถึงดาวเทียมจากบริษัท อาร์คเอดจ์ สเปซ (ArkEdge Space) ที่มีสำนักงานในกรุงโตเกียว และสำนักงานอวกาศไต้หวัน (Taiwan Space Agency) โดยระบบได้สั่งยุติการบินโดยอัตโนมัติที่ระดับความสูง 29 กิโลเมตรเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก ภาพถ่ายทอดสดแสดงให้เห็นว่าจรวดไครอสมีวิถีการบินที่ไม่นิ่งภายในเวลา 2 นาทีหลังจากทะยานขึ้นจากฐานยิงส่วนตัวของบริษัทบริเวณปลายคาบสมุทรคิอิ ทางตะวันตกของญี่ปุ่น

Science Update : ไขความลับ ‘ดวงจันทร์ไททัน’ แห่งดาวเสาร์

Science Update : ไขความลับ ‘ดวงจันทร์ไททัน’ แห่งดาวเสาร์

Science Update : ไขความลับ ‘ดวงจันทร์ไททัน’ แห่งดาวเสาร์

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันอวกาศ SETI Institution ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ ไขความลับอีกชั้นของดวงจันทร์ไททัน (Titan) และวงแหวนของดาวเสาร์ โดยนำเสนอสมมติฐานว่า ในอดีต ดาวเสาร์เคยมีดวงจันทร์เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งดวง ซึ่งพวกเขาตั้งชื่อให้ว่า ไครซาลิส Chrysalis เมื่อประมาณ 160 ล้านปีก่อน วงโคจรของไครซาลิสเกิดความไม่เสถียรเนื่องจากแรงโน้มถ่วงรบกวนจากดวงจันทร์ไททัน มันจึงเคลื่อนเข้าใกล้ดาวเสาร์มากเกินไปจนถูกแรงไทดัล (Tidal forces) ฉีกออกเป็นชิ้นๆ

การแตกสลายของดวงจันทร์ไครซาลิส คือคำตอบของปริศนาที่ว่าทำไมวงแหวนดาวเสาร์ถึงดูสะอาดและสว่างสดใสเนื่องจากเศษซากน้ำแข็งประมาณ 99% จากดวงจันทร์ที่แตกสลายได้กลายเป็น วงแหวนอันสวยงาม ที่เราเห็นในปัจจุบัน นั่นหมายความว่าวงแหวนดาวเสาร์ไม่ได้เกิดพร้อมดาวเสาร์ เมื่อ 4.5 พันล้านปีที่แล้ว แต่เพิ่งเกิดขึ้นมาเมื่อไม่นานมานี้เองในเชิงดาราศาสตร์

การค้นพบนี้ยังช่วยอธิบายว่า ทำไมไททันถึงมีวงโคจรที่ “รี” และขยับห่างออกไปจากดาวเสาร์เร็วกว่าที่คิด เนื่องจากไททันเปรียบเสมือนจอมป่วน ที่ผลักดวงจันทร์ดวงอื่นจนกระเด็นหรือแตกสลาย การขยับตัวของไททันส่งผลต่อค่าความเอียงของแกนหมุนดาวเสาร์ ทำให้ดาวเสาร์เอียงทำมุมประมาณ 26.7 องศาอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ ไททันยังเป็นดวงจันทร์เพียงดวงเดียวที่มีชั้นบรรยากาศหนาแน่น และมีวัฏจักรของเหลว คือมีฝนตก มีแม่น้ำ และทะเลมีเทนคล้ายกับโลก ข้อมูลจากภารกิจ Cassini และภาพถ่ายจากกล้องโทรทรรศน์ เจมส์ เวบบ์ ยืนยันว่าไททันมีเมฆที่เปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลจริงๆ

Science Update : พบ ‘ฟอสซิลส่งยิ้ม’ ที่อังกฤษ

Science Update : พบ ‘ฟอสซิลส่งยิ้ม’ ที่อังกฤษ

Science Update : พบ ‘ฟอสซิลส่งยิ้ม’ ที่อังกฤษ

วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

คริสเตียน คลาร์ก หญิงชาวอังกฤษ วัย 64 ปี พบซากฟอสซิลที่ดูเหมือนกำลังส่งยิ้ม บนเกาะ โฮลี ไอแลนด์ (Holy Island)  ในเทศมณฑลนอร์ทัมเบอร์แลนด์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษ ระหว่างเดินเล่นในวัน Boxing Day ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์บอกว่า ฟอสซิลส่งยิ้มนี้เป็นซากของพลับพลึงทะเล (Crinoid) ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลโบราณ ส่วนที่พบคือส่วนของลำต้นที่เรียกว่า columnal ซึ่งประกอบด้วยแผ่นเล็กๆ (ossicles) หลายแผ่นเชื่อมต่อกัน คาดว่ามีอายุประมาณ 350 ล้านปี มาจากยุคคาร์บอนิเฟอรัส (Carboniferous) ในชั้นหิน Alston formation

ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิจัยทางธรณีวิทยาของอังกฤษ (British Geological Survey – BGS) อธิบายว่า ลำต้นของซากของพลับพลึงทะเลถูกแยกออกตามยาวและโค้งงอ จนดูเหมือนรูปปากที่มีฟันปลอม และว่าฟอสซิลพลับพลึงทะเลเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในพื้นที่แถบนี้ และมักถูกเรียกว่า ‘ลูกปัดเซนต์คัธเบิร์ต’ (St Cuthbert’s beads)ตามตำนานท้องถิ่นที่เชื่อว่านักบุญเป็นผู้สร้างขึ้นมา

แม้จะมีผู้ติดต่อขอซื้อฟอสซิลชิ้นนี้ด้วยราคาสูง แต่ คริสเตียน คลาร์ก ตั้งใจที่จะเก็บมันไว้เองเพราะมันสร้างรอยยิ้มและความประหลาดใจให้กับผู้ที่พบเห็น

Science Update : ‘นาโนพลาสติก’ ส่งผลกระทบปลา

Science Update : ‘นาโนพลาสติก’ ส่งผลกระทบปลา

Science Update : ‘นาโนพลาสติก’ ส่งผลกระทบปลา

วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยซ่านโถวของจีน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การประมงของจีนในมณฑลกวางตุ้ง และสถาบันวิจัยการเกษตรตอนเหนือ สังกัดมหาวิทยาลัยชาร์ลส์ ดาร์วินของออสเตรเลีย ได้สำรวจผลกระทบของนาโนพลาสติกต่อการรับรู้และความสามารถการปรับตัวของปลาเมดากะทะเลหรือปลาซิวข้าวสารญี่ปุ่น (Oryzias melastigma) โดยเปรียบเทียบพฤติกรรมของปลาเมดากะทะเลที่สัมผัสกับอนุภาคนาโนพลาสติกโพลีสไตรีนทรงกลม กับปลาเมดากะที่ไม่สัมผัสสารดังกล่าว ด้วยการเอาพวกมันเข้าไปอยู่ในเขาวงกต

แม้ระยะเวลาโดยรวมในการหาทางออกจากเขาวงกตจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่ปลาเมดากะที่สัมผัสนาโนพลาสติกกลับมีอัตราการตัดสินใจผิดพลาดมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ และมีแนวโน้มที่จะตัดสินใจเร็วกว่า

ศาสตราจารย์ซูนิล คัดรี ผู้ร่วมทำงานวิจัย ระบุว่าการเปลี่ยนไปสู่พฤติกรรมตัดสินใจอย่างหุนหันพลันแล่น เพิ่มโอกาสที่สัตว์ชนิดนั้นจะเลือกทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมระหว่างการหาอาหารหรือเมื่อเผชิญหน้าผู้ล่า โดยพฤติกรรมของปลาที่ผิดเพี้ยนไปเนื่องจากนาโนพลาสติกอาจขัดขวางการหาอาหาร การเอาตัวรอดจากผู้ล่า รวมถึงการผสมพันธุ์และวางไข่ซึ่งล้วนจำเป็นสำหรับการอยู่รอด และอาจหมายถึงการล่มสลายของระบบนิเวศทางทะเล พร้อมเรียกร้องให้มีนโยบายที่เข้มงวดยิ่งขึ้นเพื่อควบคุมมลพิษพลาสติกในทะเลและปกป้องทรัพยากรประมง

Science Update : นาซาเลื่อนปล่อยยานสำรวจดวงจันทร์

Science Update : นาซาเลื่อนปล่อยยานสำรวจดวงจันทร์

Science Update : นาซาเลื่อนปล่อยยานสำรวจดวงจันทร์

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา ตั้งเป้าเริ่มภารกิจสำรวจดวงจันทร์ในโครงการ “อาร์เทมิส 2” (Artemis 2) ภายในเดือนมีนาคม หลังเลื่อนกำหนดการปล่อยยานในสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากตรวจพบการรั่วไหลของไฮโดรเจนเหลวระหว่างการซ้อมปล่อยจรวดด้วยเชื้อเพลิงจริง ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนการปล่อยจริงที่เรียกว่า “เว็ตเดรสรีเฮอร์ซัล” (wet dress rehearsal)

ขณะเดียวกัน นาซาได้ปล่อยนักบินอวกาศที่ถูกกักตัวตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการปล่อยยานฯ หลังจากการทดสอบถูกเลื่อนออกไป ภารกิจนี้มีลูกเรือทั้งหมด 4 คน ประกอบด้วยนักบินอวกาศอเมริกัน 3 คน และชาวแคนาดา 1 คน ซึ่งจะทำหน้าที่ทดสอบระบบยานอวกาศ และขั้นตอนปฏิบัติการต่าง ๆ ในสภาพการบินจริงรอบดวงจันทร์

ภารกิจอาร์เทมิส 2 เป็นภารกิจที่สองในโครงการอาร์เทมิส ใช้งบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์ ต่อจากเที่ยวบินไร้มนุษย์ควบคุมในปี 2022 และถือเป็นภารกิจแรกที่นาซาจะส่งนักบินอวกาศเดินทางไปโคจรรอบดวงจันทร์ โดยใช้ระยะเวลาภารกิจประมาณ 10 วัน การเดินทางครั้งนี้จะพามนุษย์ออกไปไกลจากโลกมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์การบินอวกาศ และยังถือเป็นก้าวสำคัญในการปูทางสู่การกลับไปลงจอดบนดวงจันทร์ของมนุษย์อีกครั้งในรอบกว่า 50 ปี  นับตั้งแต่ภารกิจอะพอลโล 17 ในปี 1972

Science Update : มหา’ลัยจีนเปิดตัว ‘คณะสำรวจอวกาศ’

Science Update : มหา’ลัยจีนเปิดตัว ‘คณะสำรวจอวกาศ’

Science Update : มหา’ลัยจีนเปิดตัว ‘คณะสำรวจอวกาศ’

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สัปดาห์ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน ประกาศก่อตั้งคณะการสำรวจอวกาศ (School of Space Exploration) แห่งแรกของจีนอย่างเป็นทางการ โดยจะมุ่งเน้นไปที่สาขาวิชาที่ล้ำสมัยอย่างระบบขับเคลื่อนระหว่างดวงดาว การสื่อสารและการนำทางในห้วงอวกาศลึก ตลอดจนวิทยาศาสตร์อวกาศ เพื่อบ่มเพาะบุคลากรที่มีความสามารถชั้นนำในสาขาการบินและอวกาศ

จูจวิ้นเฉียง นักวิชาการสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีนและคณบดีคณะการสำรวจอวกาศ เผยเป้าหมายผลักดันให้สถาบันแห่งนี้กลายเป็นฐานสำคัญสำหรับการวิจัยด้านการบินและอวกาศขั้นพื้นฐานเพื่อสนับสนุนโครงการระดับชาติที่สำคัญ รวมถึงเป็นศูนย์กลางในการบ่มเพาะบุคลากรที่มีความสามารถระดับสูงในการบุกเบิกการสำรวจ และเป็นศูนย์กลางสำหรับการแลกเปลี่ยนทางวิชาการระหว่างประเทศ เพื่อแบ่งปันความเชี่ยวชาญของจีนผ่านความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม

การก่อตั้งคณะแห่งใหม่นี้เป็นก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยฯ ในการส่งเสริมการพัฒนาแบบบูรณาการทั้งด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และบุคลากรที่มีความสามารถเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

Science Update : นักบินอวกาศชื่อดังของนาซาวางมือ

Science Update : นักบินอวกาศชื่อดังของนาซาวางมือ

Science Update : นักบินอวกาศชื่อดังของนาซาวางมือ

วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ซูนิ วิลเลียมส์ (Suni Williams) นักบินอวกาศชื่อดังขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซา ได้ประกาศเกษียณอายุอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2025 หลังจากปฏิบัติหน้าที่มานานกว่า 27 ปี โดยนาซาได้ออกแถลงการณ์ยืนยันเรื่องนี้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (20 ม.ค.)

ภารกิจสุดท้ายของวิลเลียมส์ คือการทดสอบยาน โบอิ้ง สตาร์ไลเนอร์ ซึ่งเดิมกำหนดไว้เพียง 8 วัน แต่เนื่องจากปัญหาทางเทคนิคของตัวยาน ทำให้เธอต้องติดค้างอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาตินานถึง 286 วัน หรือกว่า 9 เดือน เธอและ บุตช์ วิลมอร์ นักบินอวกาศคู่หู เดินทางกลับสู่โลกอย่างปลอดภัยด้วยยาน SpaceX Crew Dragon เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2025 หลังจากที่นาซาตัดสินใจว่า ยานสตาร์ไลเนอร์ไม่ปลอดภัยพอที่จะใช้ขนส่งมนุษย์กลับโลก

ซูนิ วิลเลียมส์ เกษียณอายุในฐานะผู้ครองสถิตินักบินอวกาศหญิงที่มีเวลาปฏิบัติภารกิจนอกตัวยาน (Spacewalk) นานที่สุด 62 ชั่วโมง 6 นาที และมีเวลาสะสมในอวกาศรวมสูงถึง 608 วัน มากเป็นอันดับสองในบรรดานักบินอวกาศของนาซา โดยตลอดการปฏิบัติภารกิจ 3 ครั้ง วิลเลียมส์เคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสถานีอวกาศนานาชาติถึงสองครั้ง และมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานให้กับโครงการ Artemis ที่จะส่งมนุษย์กลับไปดวงจันทร์

Science Update : นักบินอวกาศกลับโลกก่อนกำหนด

Science Update : นักบินอวกาศกลับโลกก่อนกำหนด

Science Update : นักบินอวกาศกลับโลกก่อนกำหนด

วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

Science Update : นักบินอวกาศกลับโลกก่อนกำหนด

ยานแคปซูล เอนเดฟเวอร์ (Endeavour) ของสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) นำลูกเรือทั้ง 4 นายจากสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ISS ประกอบด้วย ซีนา คาร์ดแมน นักบินอวกาศจากนาซา วัย 38 ปี ในฐานะผู้บัญชาการยานเอนเดฟเวอร์, ไมค์ ฟินคี นักบินอวกาศชาวอเมริกันวัย 58 ปี, คิมิยะ ยูอิ นักบินอวกาศชาวญี่ปุ่นวัย 55 ปี และ โอเลก ปลาโตนอฟ นักบินอวกาศชาวรัสเซียวัย 39 ปี เดินทางกลับถึงโลกอย่างปลอดภัยช่วงเช้ามืดวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น โดยกางร่มชูชีพลงสู่ผิวน้ำที่สงบนิ่งนอกชายฝั่งเมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สิ้นสุดการเดินทางที่ใช้เวลากว่า 10 ชั่วโมง นับตั้งแต่ถอนตัวออกจากสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ISS และพุ่งผ่านชั้นบรรยากาศโลกด้วยความร้อนสูง

เหตุการณ์นี้ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสำนักงานบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ หรือ นาซา ที่สั่งยุติภารกิจของลูกเรือบน ISS กลางคัน เนื่องจากเหตุฉุกเฉินด้านสุขภาพของนักบินอวกาศนายหนึ่ง ทำให้ต้องระงับภารกิจบนสถานีอวกาศก่อนกำหนดหลายสัปดาห์ โดยลูกเรือในภารกิจ Crew-11 นี้ เดินทางไปปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศนานาชาติตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา รวมระยะเวลาปฏิบัติภารกิจทั้งสิ้น 167 วัน แต่นาซาปฏิเสธที่จะเปิดเผยตัวตนของนักบินอวกาศที่มีอาการป่วย รวมถึงไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับอาการดังกล่าว อ้างเรื่องของความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วย

Science Update : นาซาอาจส่งตัวนักบินอวกาศกลับโลกก่อนกำหนด

Science Update : นาซาอาจส่งตัวนักบินอวกาศกลับโลกก่อนกำหนด

Science Update : นาซาอาจส่งตัวนักบินอวกาศกลับโลกก่อนกำหนด

วันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

Science Update : นาซาอาจส่งตัวนักบินอวกาศกลับโลกก่อนกำหนด        

สื่อในสหรัฐฯ รายงานว่า เกิดปัญหาด้านสุขภาพกับลูกเรือรายหนึ่งบนสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ISS เมื่อช่วงบ่ายวันพุธที่ผ่านมา ทำให้นาซาต้องยกเลิกภารกิจเดินอวกาศที่กำหนดไว้ในวันพฤหัสบดีทันที นักบินอวกาศรายนี้ ซึ่งไม่มีการเปิดเผยชื่อเพื่อความเป็นส่วนตัวมีอาการคงที่ และกำลังอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดบน ISS

แต่เนื่องจากความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซา จึงกำลังประเมินว่าอาจต้องยุติภารกิจ Crew-11 เร็วกว่ากำหนด ซึ่งเดิมมีกำหนดจะสิ้นสุดในช่วงกลางปี 2026 โดยอาจใช้ยานสเปซเอกซ์ ดรากอน ครูว์ เดินทางกลับโลกเร็วกว่าที่วางแผนไว้ ส่วนภารกิจเดินอวกาศ เพื่อติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ iROSA ถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เช่นเดียวกับระบบถ่ายทอดสดเสียงและวิดีโอจากไอเอสเอสบางส่วนถูกระงับชั่วคราวในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวในการสื่อสารเรื่องการแพทย์

สำหรับภารกิจ Crew-11 ประกอบด้วยนักบินอวกาศ 4 คน คือ เซนา คาร์ดแมน และ ไมค์ ฟิงเคอ สองนักบินอวกาศของนาซา โอเลก พลาโตนอฟ นักบินอวกาศรัสเซีย และ คิมิยะ ยูอิ นักบินอวกาศญี่ปุ่น

ทั้งนี้ การส่งลูกเรือกลับก่อนกำหนดเนื่องจากเหตุผลทางการแพทย์ถือเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ยากมากในประวัติศาสตร์ของ ISS เนื่องจากบนสถานีมีการเตรียมอุปกรณ์การแพทย์พื้นฐานและการฝึกซ้อมเพื่อรับมือเหตุฉุกเฉินไว้อยู่แล้ว แต่หากอาการเกินกว่าที่อุปกรณ์บนนั้นจะรับมือได้ การกลับโลกคือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด

Science Update : รถไฟแม็กเลฟ’ จีน วิ่งทะยาน 800 กม./ชม.

Science Update : รถไฟแม็กเลฟ’ จีน วิ่งทะยาน 800 กม./ชม.

Science Update : รถไฟแม็กเลฟ’ จีน วิ่งทะยาน 800 กม./ชม.

วันอาทิตย์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

Science Update : รถไฟแม็กเลฟ’ จีน วิ่งทะยาน 800 กม./ชม.

ห้องปฏิบัติการตงหูในมณฑลหูเป่ย ทางตอนกลางของจีน ประกาศความสำเร็จครั้งใหม่ในด้านเทคโนโลยีแม็กเลฟความเร็วสูง หลังจากมีการทดสอบเร่งความเร็วของรถไฟต้นแบบขนาด 1.1 ตัน แตะ 800 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในระยะเวลาเพียง 5.3 วินาที ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญในการวิจัยแรงขับเคลื่อนพลังแม่เหล็กไฟฟ้า

การทดสอบข้างต้นใช้รางรถไฟยาว 1,000 เมตร ตัวรถไฟทำความเร็วแตะระดับสูงสุดที่ตำแหน่งราว 600 เมตร และหยุดวิ่งได้อย่างมั่นคง ณ จุดสิ้นสุดราง โดยการทดสอบวิ่งครั้งนี้ใช้ระยะเวลาทั้งหมด 8 วินาที เป็นการสร้างสถิติโลกครั้งที่ 3 ของห้องปฏิบัติการนี้ในรอบ 6 เดือน ต่อจากความสำเร็จก่อนหน้านี้ที่ทำความเร็วแตะ 650 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. และ 700 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเมื่อวันที่ 14 ก.ค. ที่ผ่านมา

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากระบบ “กำกับทิศทางแรงยกลอยพลังแม่เหล็กไฟฟ้าแบบถาวร+แรงขับเคลื่อนพลังแม่เหล็กไฟฟ้า” ซึ่งเอาชนะความท้าทายหลายประการอย่างความเสถียรทางอากาศพลศาสตร์ความเร็วสูง การสื่อสารไร้สายแบบความหน่วงต่ำ และการควบคุมมอเตอร์เชิงเส้นอย่างแม่นยำ

ห้องปฏิบัติการตงหูระบุว่า รางรถไฟยาว 1,000 เมตรจะเป็นแพลตฟอร์มแบบเปิดที่สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาระบบขนส่งแม็กเลฟรุ่นถัดไป การส่งยานอวกาศด้วยพลังแม่เหล็กไฟฟ้า และโครงการเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ โดยส่งเสริมการคิดค้นเทคโนโลยีการขนส่งอันล้ำสมัย