Science Update : ลูนา-25 ของรัสเซียถ่ายภาพแรกผิวดวงจันทร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/751111

Science Update : ลูนา-25 ของรัสเซียถ่ายภาพแรกผิวดวงจันทร์

Science Update : ลูนา-25 ของรัสเซียถ่ายภาพแรกผิวดวงจันทร์

วันอาทิตย์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักงานอวกาศรัสเซีย หรือรอสคอสมอส เปิดเผยผ่านเทเลแกรม ว่า ยานสำรวจลูนา-25 ได้บันทึกภาพแรกของพื้นผิวดวงจันทร์ส่งกลับมายังโลกเมื่อวันศุกร์ เป็นภาพของแอ่งหลุม Zeeman ทางขั้วใต้ด้านไกลของดวงจันทร์ หลังจากยานลูนา-25 ทะยานออกจากรัสเซียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อเปิดฉากยุคใหม่ของการสำรวจอวกาศของรัสเซีย ภายหลังรัสเซียส่งยานลูนา-24 สำรวจดวงจันทร์ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 1976

ทั้งนี้ ยานลูนา-25 ยังคงอยู่ในวงโคจรดวงจันทร์ต่อไปอีกสักระยะ ห่างจากพื้นผิวดวงจันทร์ราว 100 กิโลเมตร ก่อนที่ยานมีกำหนดลงจอดในอีกไม่กี่วันข้างหน้า อย่างเร็วสุด
ในวันที่ 21 สิงหาคมนี้ โดยจะลงจอดใกล้ขั้วใต้ของดวงจันทร์ เนื่องจากเชื่อว่าพื้นที่ดังกล่าวอุดมไปด้วยแผ่นน้ำแข็ง หากการลงจอดดำเนินไปตามแผน ยานลูนา-25 จะออกค้นหาแผ่นน้ำแข็ง และปฏิบัติการต่างๆ ทางวิทยาศาสตร์ ในระหว่างดำเนินภารกิจบนผิวดวงจันทร์เป็นเวลา 1 ปี

รัสเซีย ไม่ได้เป็นเพียงชาติเดียวที่จะเข้าสำรวจขั้วใต้ของดวงจันทร์ แต่ยังมีจันทรายาน 3 ยานสำรวจดวงจันทร์ของอินเดีย จะลงสำรวจในพื้นที่นี้ในวันที่ 23 หรือ 24 สิงหาคม ขณะที่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา มีเป้าหมายสำรวจขั้วใต้ของดวงจันทร์เช่นกัน โดยจะส่งยานพร้อมลูกเรือเข้าสำรวจในปลายปี 2025 หรือ 2026 ในโครงการอาร์เทมิส 3

Science Update : รัสเซียส่งยานสำรวจดวงจันทร์ครั้งแรกในรอบ 50 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/749693

Science Update : รัสเซียส่งยานสำรวจดวงจันทร์ครั้งแรกในรอบ 50 ปี

Science Update : รัสเซียส่งยานสำรวจดวงจันทร์ครั้งแรกในรอบ 50 ปี

วันอาทิตย์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

องค์การอวกาศรัสเซีย รอสคอสมอส (Roscosmos) ปล่อยยานสำรวจ “ลูนา-25” ทะยานขึ้นสู่อวกาศเมื่อเวลา 02.10 น. เช้าวันศุกร์ตามเวลากรุงมอสโก หรือตรงกับ 06.10 น. ตามเวลาในประเทศไทย จากศูนย์วอสตอชนี คอสโมโดรม (Vostochny Cosmodrome) รอสคอสมอส คาดหมายว่า ยานสำรวจจะเข้าสู่วงโคจรรอบดวงจันทร์สูง 100 กิโลเมตร ในวันที่ 16 สิงหาคม และจะลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ทางเหนือของหลุมอุกกาบาตโบกัสลอว์สกี (Boguslawsky) ในวันที่21 สิงหาคม

ยานสำรวจ ลูนา-25 มีน้ำหนัก 1.8 ตัน และบรรทุกอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ 30 กิโลกรัม จะอยูบนดวงจันทร์เป็นเวลา 1 ปี เพื่อทำภารกิจเก็บตัวอย่างและวิเคราะห์ดิน รวมทั้งทดสองวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในระยะยาว ซึ่งจะถือเป็นการลงจอดบนผิวดวงจันทร์ครั้งแรกของรัสเซีย นับตั้งแต่ปี 1976 หลังจากยานลูนา-24 ของอดีตสหภาพโซเวียต เดินทางกลับโลก พร้อมตัวอย่างดินจากพื้นผิวดวงจันทร์

ภารกิจสำรวจดวงจันทร์ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1976 ของรัสเซีย ซึ่งกำลังแข่งขันอินเดีย ที่ส่งยานจันทรายาน 3 เมื่อเดือนที่แล้ว นอกจากนี้ ยังมีสหรัฐฯ และจีน ที่มีโครงการสำรวจดวงจันทร์เช่นกัน ถือเป็นภารกิจสำรวจดวงจันทร์ครั้งแรกของรัสเซียในรอบ 50 ปี ที่กำหนดไว้เพื่อให้เกิดแรงผลักดันใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมอวกาศของรัสเซียที่เงียบเหงามานาน และยังไม่ได้รับผลกระทบจากการคว่ำบาตรตั้งแต่เกิดความขัดแย้งกับยูเครน

Science Update : พบอาวุธจากต่างดาวในสวิตเซอร์แลนด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/748208

Science Update : พบอาวุธจากต่างดาวในสวิตเซอร์แลนด์

Science Update : พบอาวุธจากต่างดาวในสวิตเซอร์แลนด์

วันอาทิตย์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักวิทยาศาสตร์เปิดเผยว่า หัวลูกธนูเก่าแก่อายุ 3,000 ปี ซึ่งอยู่ในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เบิร์นของสวิตเซอร์แลนด์ ทำจากโลหะหรือเหล็กที่มาจากอุกกาบาตที่อุดมไปด้วยแร่เหล็ก ตอกย้ำว่ามนุษย์โบราณนำเหล็กจากอุกกาบาตมาใช้กันอย่างกว้างขวาง

นักวิทยาศาสตร์ยังพบว่า หัวลูกธนูที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เบิร์น มีองค์ประกอบทางเคมีของธาตุอะลูมิเนียม-26 ซึ่งเป็นไอโซโทปกัมมันตรังสี และพบมากในวัตถุนอกโลกในช่วงแรกๆ ของระบบสุริยะจักรวาล แต่ไม่พบธาตุชนิดนี้ในโลกของเรา รวมถึงยังพบเหล็กและโลหะผสมนิกเกิลในอุกกาบาตด้วย

สำหรับหัวลูกธนูที่พบในยุคสำริด ถูกเรียกว่า Morigen ตอนแรกนักวิจัยคาดว่าหัวลูกธนูทำด้วยโลหะจากอุกกาบาต Twannberg ซึ่งตกห่างจากจุดที่พบว่าเป็นชิ้นส่วนของอาวุธไม่ถึง 8 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์พบว่าก่อนหน้านี้ มีอุกกาบาตอีก 3 ดวงที่ตกในยุโรป และมีการผสมผสานของโลหะต่างๆ เหมือนอย่างที่พบในหัวลูกธนูซึ่งอุกกาบาตดังกล่าว ตกในสาธารณรัฐเช็ก สเปน และเอสโตเนีย ที่น่าจะเป็นแหล่งที่มาของหัวลูกธนูที่มีความยาว 1.5 นิ้ว และน้ำหนักราว 2.89 กรัม ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อว่า Kaalijarv เป็นอุกกาบาตขนาดใหญ่ ซึ่งพุ่งชนโลก ทำให้เกิดหลุมกว้างถึง 110 เมตร

Science Update : นาซาจะสร้างยานอวกาศพลังงานนิวเคลียร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/746732

Science Update : นาซาจะสร้างยานอวกาศพลังงานนิวเคลียร์

Science Update : นาซาจะสร้างยานอวกาศพลังงานนิวเคลียร์

วันอาทิตย์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา และกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ร่วมกับ DARPA หน่วยงานพัฒนาและวิจัยของรัฐบาลกลาง ได้เลือกให้บริษัท Lockheed Martin เป็นผู้ออกแบบและพัฒนายานอวกาศที่ใช้เครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ เป็นครั้งแรกของโลก ภายใต้โครงการที่เรียกว่า DRACO

โดยเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์นี้ จะใช้ควบคู่กับยานอวกาศทดลองที่เรียกว่า X-NTRV ซึ่งตั้งเป้าจะเปิดตัวยานอวกาศพลังงานนิวเคลียร์นี้ในปี 2027 คาดว่าจะมีมูลค่าสัญญาราว 500 ล้านดอลลาร์ (17,000 ล้านบาท) ซึ่งนาซาจะจ่ายครึ่งหนึ่งและ DARPA จ่ายอีกครึ่งหนึ่ง

สำหรับแนวคิดในการพัฒนาเครื่องยนต์พลังงานนิวเคลียร์นี้ถูกถกเถียงกันมานานแล้ว เพื่อที่จะได้เพิ่มขีดความสามารถในภารกิจการส่งมนุษย์ ในระยะทางสั้น ไปยังดวงจันทร์หรือดาวอังคาร ได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยนิวเคลียร์จะมีแรงขับดันที่มากกว่า มีประสิทธิภาพมากกว่า และซับซ้อนน้อยกว่ายานอวกาศที่ใช้เครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงปกติ

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยังกังวลเรื่องความเสี่ยง กรณีความล้มเหลวระหว่างปฏิบัติการปล่อยยาน หรือ ความผิดปกติระหว่างอยู่บนอวกาศนั้น อาจทำให้เกิดการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีได้

Science Update : หลุมดำมวลมหาศาลสว่างสุดในอวกาศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/745360

Science Update : หลุมดำมวลมหาศาลสว่างสุดในอวกาศ

Science Update : หลุมดำมวลมหาศาลสว่างสุดในอวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา ค้นพบข้อมูลจักรวาล ซึ่งเต็มไปด้วยหลุมดำมวลมหาศาล สร้างลำไอพ่นอันทรงพลังของอนุภาคพลังงานสูง เป็นแหล่งกำเนิดความสว่างสุดขีด ในอวกาศอันกว้างใหญ่ นักวิทยาศาสตร์เรียกระบบหลุมดำแบบนี้ว่าบลาซาร์ (Blazar ตั้งอยู่ในกลุ่มดาวหมีใหญ่ อยู่ห่างจากโลกประมาณ 400 ล้านปีแสง สิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ตกตะลึง คือ หลักฐานของโครงสร้างสนามแม่เหล็กอันทรงพลังของอนุภาคที่ถูกเร่ง

การค้นพบนี้ ถือเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายของนาซา และถือเป็นความสำเร็จในการแสดงให้เห็นว่า โพลาริเมทรีของรังสีเอกซ์ (X-ray polarimetry) ช่วยเพิ่มความสามารถในการตรวจจับ เรขาคณิตของสนามแม่เหล็กที่ซับซ้อน

สำหรับลำไอพ่นของ บลาซาร์ ที่เรียกว่า Markarian 421 สามารถบินเป็นระยะทางหลายล้านปีแสง และมีความสว่างเป็นพิเศษเพราะเมื่ออนุภาคเข้าใกล้ความเร็วแสง จะปล่อยพลังงานจำนวนมหาศาล และแสดงออกมาในรูปแบบแปลกๆ

การเห็นลำไอพ่นของบลาซาร์สว่างมากขึ้น ช่วยอธิบายได้ว่าทำไม บลาซาร์ สามารถส่องแสงดาวทั้งหมดภายในกาแลคซีที่อาศัยอยู่ได้

Science Update : พบสารอินทรีย์บนดาวอังคาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/743960

Science Update : พบสารอินทรีย์บนดาวอังคาร

Science Update : พบสารอินทรีย์บนดาวอังคาร

วันอาทิตย์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา เปิดเผยว่า ยานสำรวจดาวอังคาร เพอร์เซเวียแรนซ์ (Perseverance) ได้พบสารอินทรีย์ในหินตะกอนที่อาจเป็นตัวบ่งชี้ว่าเคยมีสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร หลักฐานล่าสุดมาจากการวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า เชอร์ล็อก ( SHERLOC) ที่ติดตั้งอยู่บนแขนกลของยานหกล้อ ซึ่งนักวิจัยระบุว่าเชอร์ล็อกได้วิเคราะห์หินต่างๆ ที่พบในสถานที่ 10 แห่ง และบริเวณพื้นของหลุมอุกกาบาตเจเซโร จนได้หลักฐานที่บ่งบอกถึงการพบสารอินทรีย์จากตัวอย่างหินต่างๆ รวมถึงสิ่งที่ส่งกลับมายังโลกเพื่อการวิเคราะห์ในอนาคต

เพอร์เซเวียแรนซ์ ปฏิบัติภารกิจค้นหาหลักฐานของสิ่งมีชีวิตโบราณบนดาวอังคาร และเก็บตัวอย่างหินกับดินกลับไปยังโลก หลังยานสำรวจดาวแดงลงจอดที่หลุมอุกกาบาตเจเซโร เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2021 บริเวณนี้อยู่ทางเหนือของดาวอังคาร และครั้งหนึ่งเคยเกิดน้ำท่วม อีกทั้งเป็นที่ตั้งของลุ่มน้ำทะเลสาบโบราณ

ปัจจุบัน ดาวอังคารไม่ได้เอื้ออำนวยให้เป็นถิ่นที่อยู่อาศัย แต่นักวิทยาศาสตร์ตั้งข้อสังเกตว่า ครั้งหนึ่ง น่าจะเคยมีจุลินทรีย์อยู่ในบริเวณหลุมอุกกาบาตเจเซโร และเชื่อว่า เส้นทางน้ำที่ล้นทะลักออกจากหลุมอุกกาบาต ได้สร้างทะเลสาบโบราณเมื่อกว่า 3,500 ล้านปีก่อน

Science Update : หลุมความโน้มถ่วงในมหาสมุทรอินเดีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/742369

Science Update : หลุมความโน้มถ่วงในมหาสมุทรอินเดีย

Science Update : หลุมความโน้มถ่วงในมหาสมุทรอินเดีย

วันอาทิตย์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หนึ่งในความแปลกประหลาดที่น่าทึ่งที่สุดในรูปทรงสัณฐานของโลกใบนี้ คือ หลุมความโน้มถ่วงที่กว้างใหญ่ไพศาลในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีค่าความโน้มถ่วงต่ำที่สุดในโลก หลุมความโน้มถ่วงนี้ครอบคลุมพื้นที่บริเวณก้นมหาสมุทรอินเดีย 3 ล้านตารางกิโลเมตร สร้างความพิศวงให้แก่นักวิทยาศาสตร์มานานหลายสิบปี โดยคำว่า “หลุมความโน้มถ่วง” นักธรณีฟิสิกส์เป็นผู้กำหนดขึ้นมา เพื่ออธิบายถึงพื้นที่ที่มีผลกระทบต่อแรงโน้มถ่วงโลก แต่มีความโน้มถ่วงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก เนื่องจากระดับน้ำทะเลในมหาสมุทรอินเดียมีค่าความโน้มถ่วงที่มากระทำต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางถึง 100 เมตร

ในช่วงหลายปีผ่านมา มีการเสนอทฤษฎีต่างๆ มากมาย เพื่ออธิบายถึงการคงอยู่ของความโน้มถ่วงที่ผิดปกติในมหาสมุทรอินเดีย แต่การพิสูจน์ทฤษฎีเหล่านี้ถือเป็นความท้าทาย เนื่องจากความซับซ้อนทางธรรมชาติของการวิวัฒนาการทางธรณีวิทยาของโลก อย่างไรก็ดี ผลการศึกษาเมื่อไม่นานนี้ระบุว่า ความโน้มถ่วงผิดปกติน่าจะมีสาเหตุมาจากแมกมา หรือ หินหนืด สารเหลวร้อนที่อยู่ใต้โลกพุ่งออกมาจากตามแนวรอยเลื่อนของแผ่นเปลือกโลกก้นสมุทร ทำให้เกิดภาวะมวลหนาแน่นต่ำในเปลือกโลกมาเป็นเวลาหลายล้านปี ทำให้เกิดจุดจีออยด์ต่ำ หรือค่าแรงโน้มถ่วงต่ำ เสมือนแอ่งหรือหลุมลึกในสนามความโน้มถ่วงโลก

การพบความโน้มถ่วงผิดปกติในมหาสมุทรอินเดีย เป็นข้อพิสูจน์ชัดเจนถึงศักยภาพทางวิทยาศาสตร์ และโลกยังคงเดินหน้าไขปริศนาความลึกลับอื่นๆ ต่อไป เพื่อให้เข้าใจโลกยิ่งขึ้น

Science Update : ‘เวอร์จิน กาแล็คติก’ ทัวร์อวกาศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740953

Science Update : ‘เวอร์จิน กาแล็คติก’ ทัวร์อวกาศ

Science Update : ‘เวอร์จิน กาแล็คติก’ ทัวร์อวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เวอร์จิน กาแล็คติก บริษัทที่ก่อตั้งโดยริชาร์ด แบรนสัน นักธุรกิจมหาเศรษฐีชาวอังกฤษ ประสบความสำเร็จในการประเดิมเที่ยวบินเชิงพาณิชย์เที่ยวบินแรกไปท่องเที่ยวที่บริเวณปลายขอบอวกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ผู้โดยสารกลุ่มแรกชองเที่ยวบินปฐมฤกษ์ ประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่จากกองทัพอากาศอิตาเลียน 2 คน และวิศวกรด้านการบินและอวกาศจากสภาวิจัยแห่งชาติของอิตาลี 1 คน ครูสอนการบินของเวอร์จิน กาแล็คติกอีก 1 คน พร้อมด้วยนักบินที่บังคับเครื่องบินอวกาศอีก 2 คนเดินทางไปบริเวณขอบอวกาศเหนือทะเลทรายในรัฐนิวเม็กซิโก ซึ่งเป็นจุดปล่อยเครื่องบินประมาณ 80 กิโลเมตร จากนั้นเครื่องบินอวกาศที่ชื่อว่า วีเอสเอส ยูนิตี ก็ร่อนกลับลงสู่พื้นโลกอยาสงปลอดภัยในจุดเดียวกับที่ออกเดินทางที่ทางวิ่งที่สเปซ พอร์ต ซึ่งเป็นสถานที่ของรัฐใกล้กับเมืองทรูธ ออร์ คอนซีเควนเซส ในรัฐนิวเม็กซิโกของสหรัฐฯ

เที่ยวบินเชิงพาณิชย์ปฐมฤกษ์นี้มีชื่อเรียกว่า กาแล็คติก 01 ใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้น 75 นาทีและถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับเวอร์จิ้น กาแล็คติก โฮลดิง อิงค์ที่พัฒนาบริการเที่ยวบินเชิงพาณิชย็ไปท่องเที่ยวขอบอวกาศมาเกือบ 20 ปี ซึ่งในระหว่างนั้นก็ประสบปัญหามากมายทำให้แผนการต้องล่าช้าออกไปเรื่อยๆ

Science Update : เปิดสาเหตุมนุษย์ต่างดาวไม่ติดต่อโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739450

Science Update : เปิดสาเหตุมนุษย์ต่างดาวไม่ติดต่อโลก

Science Update : เปิดสาเหตุมนุษย์ต่างดาวไม่ติดต่อโลก

วันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผลการศึกษาใหม่ระบุ การที่มนุษย์ต่างดาว หรือเอเลี่ยน ไม่ติดต่อโลก เพราะที่นี่ไม่มีสัญญาณของผู้ทรงภูมิความรู้ ในเอกสารใหม่ยังอ้างด้วยว่า มนุษย์ต่างดาวที่ทรงภูมิปัญญาจะให้ความสนใจในการติดต่อกับดาวเคราะห์ที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้าที่สุด แต่กับโลกนั้นไม่ใช่

เอกสารต้นฉบับของ อัมรี แวนเดล นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยฮีบรูแห่งเยรูซาเลม ระบุว่า ผู้ทรงปัญญาจากนอกโลก อาจไม่ได้มองหาดาวเคราะห์ที่สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ หากสิ่งมีชีวิตนั้นค่อยๆ พัฒนาอยู่บนดาวเคราะห์มากมายในกาแลกซี ดังนั้นมนุษย์ต่างดาว น่าจะให้ความสนใจแก่ดาวเคราะห์ ที่มีการพัฒนาทางเทคโนโลยีจนล้ำหน้าแล้ว และมีความเป็นไปได้ว่า มนุษย์ต่างดาวที่ทรงภูมิปัญญาได้พัฒนาการเดินทางอันไกลโพ้นได้แล้ว และเชื่อว่า มนุษย์ต่างดาวเหล่านี้ เคยเดินทางมาเยือนโลกของเราแล้ว แม้ในความเป็นจริง ไม่มีหลักฐานว่าสิ่งมีชีวิตที่ทรงภูมิปัญญานอกโลกอยู่ในกาแลกซีทางช้างเผือก

แวนเดล กล่าวว่า โลกเคยส่งสัญญาณวิทยุออกสู่อวกาศ และต้องใช้เวลากว่าสัญญาณตอบกลับจากมนุษย์ต่างดาวจะมาถึงโลก อีกทั้งสัญญาณของโลกไม่น่าจะไปถึงสิ่งมีชีวิตที่ทรงปัญญา เขาบอกด้วยว่า บางทีอาจไม่มีอารยธรรมที่ทรงปัญญาภายในระยะ 50 ปีแสงจากโลกของเรา แต่สิ่งมีชีวิตทรงปัญญาอาจอยู่เลยออกไป และรอคอยสัญญาณจากโลก

Science Update : ภาพถ่ายพาโนรามาดาวอังคาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/737924

Science Update : ภาพถ่ายพาโนรามาดาวอังคาร

Science Update : ภาพถ่ายพาโนรามาดาวอังคาร

วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือนาซา ของสหรัฐฯ เผยแพร่ภาพภูมิทัศน์แบบพาโนรามาของดาวอังคาร ที่ได้จากกล้องที่ติดกับยานสำรวจดาวอังคาร คิวริออสซิตี ภาพถ่ายภูมิทัศน์แบบพาโนรามา หรือ ภาพมุมกว้าง140 องศา ได้มาจากตอนที่ยานคิวริออสซิตีของนาซาเคลื่อนตัวไปตามเชิงเขาของภูเขาสูง 5 กิโลเมตร บริเวณแอ่งเกล ซึ่งเป็นจุดที่ยานสำรวจคิวริออสซิตีร่อนลงจอด
เพื่อภารกิจสำรวจพื้นผิวดาวอังคาร

ภาพพาโนรามาที่ถ่ายได้จากกล้องบนตัวยานสำรวจคิวริออสซิตี เป็นภาพขาวดำ ถ่ายไว้ในช่วงเช้าและบ่ายของวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา องค์การนาซา อธิบายเพิ่มเติมว่า ทีมงานของนาซานำภาพภูมิทัศน์ขาวดำมาแต่งภาพเติมสีสันและคำอธิบายประกอบส่วนต่างๆที่ปรากฏในภาพ

สำหรับยานสำรวจคิวริออสซิตี ร่อนลงจอดที่ปากปล่องหรือแอ่งเกลบนดาวอังคาร เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2012 หรือเมื่อ 11 ปีก่อน และยังอยู่ระหว่างทำภารกิจสำรวจพื้นผิวดาวอังคาร