Science Update : ธารน้ำแข็งในปากีสถานละลายเร็ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/677663

Science Update : ธารน้ำแข็งในปากีสถานละลายเร็ว

Science Update : ธารน้ำแข็งในปากีสถานละลายเร็ว

วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ปากีสถานเป็นประเทศนอกเขตขั้วโลกที่มีธารน้ำแข็งมากที่สุด เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ทำให้ธารน้ำแข็งบนเทือกเขาละลายจนเกิดน้ำทะลักของน้ำจากธารน้ำแข็งที่ละลายเข้าท่วมหลายพื้นที่ของประเทศ

เจ้าหน้าที่สำนักอุตุนิยมวิทยาของปากีสถานระบุว่า ในปี 2022 มีเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้น 16 ครั้งในจังหวัดกิลกิต-บัลติสถาน ทางตอนเหนือของประเทศ ขณะที่ปีก่อนเกิดขึ้นเพียง 5-6 ครั้งเท่านั้น และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุเช่นนี้ถี่ขึ้น ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในปากีสถาน ขณะนี้พบผู้เสียชีวิตแล้ว 1,191 ราย และพื้นที่เพาะปลูกเสียหายกว่า 5 ล้านไร่ หลังปากีสถานเผชิญกับปริมาณฝนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย 30 ปีเกือบร้อยละ 190 ในช่วงมิถุนายน-สิงหาคม ขณะที่จังหวัดสินธ์ได้รับผลกระทบมากที่สุด ต้องเผชิญกับปริมาณน้ำฝนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 466

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่า วิกฤตน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในปากีสถานขณะนี้มีความเชื่อมโยงกับการละลายของธารน้ำแข็งมากน้อยเพียงใด แต่หากไม่มีการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศจะเพิ่มสูงขึ้น และธารน้ำแข็งจะละลายอย่างรวดเร็วต่อไป

จากข้อมูลของสหภาพยุโรป ปากีสถานเป็นผู้ปล่อยก๊าซที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนน้อยกว่า 1% ของการปล่อยก๊าซทั่วโลก แต่กลับเป็นประเทศที่เปราะบางต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศมากที่สุดเป็นอันดับ 8 ของโลก อ้างอิงจากดัชนีวัดความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศโลก

Science Update : ภาพถ่ายดาวพฤหัสบดีคมชัดใสแจ๋ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/676123

Science Update : ภาพถ่ายดาวพฤหัสบดีคมชัดใสแจ๋ว

Science Update : ภาพถ่ายดาวพฤหัสบดีคมชัดใสแจ๋ว

วันอาทิตย์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซา เปิดเผยภาพถ่ายล่าสุดของดาวจูปิเตอร์ หรือดาวพฤหัสบดี ซึ่งอยู่ห่างจากโลกกว่า 780 ล้านกิโลเมตร ด้วยอุปกรณ์ตรวจจับรังสีย่านใกล้อินฟราเรดบนกล้องเจมส์ เว็บบ์ ซึ่งมีฟิลเตอร์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสามชิ้นเพื่อเก็บรายละเอียดของดวงดาว และได้ทำการเร่งสีเพื่อให้เห็นรายละเอียดชัดเจนกว่าเดิม ส่งผลให้ได้ภาพถ่ายที่มีรายละเอียดชัดอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งเราสามารถมองเห็นพายุขนาดใหญ่ อากาศสุดขั้วแสงออโรราที่ขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ของดาวพฤหัสบดีจากภาพถ่ายภาพนี้ได้ด้วย นอกจากนี้ ภาพดาวพฤหัสบดีในมุมกว้างยังเผยให้เห็นวงแหวนจางๆ ที่ตามปกติจะมองเห็นได้ยากมาก เพราะมีความสว่างน้อยกว่าดาวพฤหัสบดีนับล้านเท่า

กล้องโทรทรรศน์อวกาศ “เจมส์ เว็บบ์” (James Webb Space Telescope) เป็นกล้องทายาทรุ่นที่สองของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลขององค์การนาซา เป็นกล้องโทรทรรศน์ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยปล่อยไปปฏิบัติภารกิจในอวกาศ รวมถึงการสังเกตการณ์ดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างไกล ที่อาจนำไปสู่การค้นพบทางด้านอวกาศใหม่ๆ

Science Update : เดือนก.ค.ติดอันดับเดือนร้อนสุดในประวัติศาสตร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/674587

Science Update : เดือนก.ค.ติดอันดับเดือนร้อนสุดในประวัติศาสตร์

Science Update : เดือนก.ค.ติดอันดับเดือนร้อนสุดในประวัติศาสตร์

วันอาทิตย์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization) หรือ WMO เปิดเผยรายงานว่า เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา คือหนึ่งในเดือนที่โลกมีอุณหภูมิสูงที่สุดสามอันดับแรกเท่าที่มีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ เนื่องจากคลื่นความร้อน ได้ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรปในเดือนกรกฎาคม หลายประเทศในยุโรปต่างเผชิญกับอุณหภูมิสูงสุดเป็นสถิติใหม่ อุณหภูมิเพิ่มขึ้นสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส พร้อมเตือนว่า ยุโรปและส่วนอื่นๆ ของโลกจะต้องปรับตัวรับกับคลื่นความร้อนและระดับอุณหภูมิสูงในช่วงฤดูร้อนในปีต่อๆ ไป ซึ่งกำลังกลายเป็น “ความปกติใหม่”

แคลร์ นูลลิส โฆษก WMO ชี้ด้วยว่า ปริมาณน้ำแข็งในทะเลแอนตาร์กติกบริเวณขั้วโลกใต้ลดลงอยู่ในระดับต่ำสุดของเดือนมิถุนายนและเดือนกรกฎาคม แม้ว่าจะเกิดปรากฏการณ์ ลานีญา ซึ่งควรจะทำให้อุณหภูมิลดลง และยังเตือนด้วยว่า ความแห้งแล้งและคลื่นความร้อนในยุโรปจะดำเนินต่อไปตลอดเดือนสิงหาคม และปริมาณน้ำฝนที่น้อยลงจะยิ่งทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงอีก

Science Update : ‘กบ-งูสายพันธุ์รุกราน’ พังเศรษฐกิจโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/673136

Science Update : ‘กบ-งูสายพันธุ์รุกราน’ พังเศรษฐกิจโลก

Science Update : ‘กบ-งูสายพันธุ์รุกราน’ พังเศรษฐกิจโลก

วันอาทิตย์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.19 น.

จากข้อมูลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารออนไลน์ Scientific Reports พบว่า กบและงู สายพันธุ์รุกรานสองสายพันธุ์ สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลกแล้วราว 16,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 600,000 ล้านบาท) นับตั้งแต่ปี 1986 เป็นต้นมา โดยกบสีเขียวและน้ำตาล ซึ่งรู้จักในชื่อ กบอเมริกันบูลฟร็อก อาจมีน้ำหนักเกิน 0.9 กิโลกรัม ส่งผลกระทบมากที่สุดในทวีปยุโรป เพราะพวกมันกินทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่เว้นแม้แต่พวกเดียวกันเอง อีกทั้งการขยายตัวอย่างมากมายมหาศาลของพวกมัน ส่งผลกระทบให้พื้นที่ที่พวกมันอยู่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ลดลงอย่างมาก

ขณะที่งูต้นไม้สีน้ำตาล เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างไม่สามารถควบคุมได้บนหมู่เกาะแปซิฟิก รวมถึงเกาะกวม และหมู่เกาะมาเรียนา ซึ่งเป็นที่ที่มีการนำเข้างูสายพันธุ์ดังกล่าว โดยกองทัพสหรัฐฯ ในสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2 เชื่อว่าจนถึงขณะนี้ พวกมันมีอยู่บนเกาะกวมมากกว่า 2 ล้านตัว ซึ่งงูจำนวนมากยังเคยทำให้เกิดปัญหาไฟฟ้าดับ เพราะพวกมันเลื้อยไปตามอุปกรณ์ไฟฟ้าอีกด้วย

หัวหน้านักวิจัยผลการศึกษานี้บอกว่า สิ่งนี้ส่งสัญญาณถึงความจำเป็นในการลงทุนควบคุมการขนส่งทั่วโลกของสัตว์ชนิดพันธุ์รุกราน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายทางเศรษฐกิจ เมื่อมีเหตุสัตว์รุกรานเกิดขึ้น รวมถึงเสนอให้มีการอัปเดตบัญชีดำของสัตว์สายพันธุ์ต้องห้ามทางการค้าอย่างต่อเนื่อง

Science Update : โลกร้อนทำเต่าทะเลเกิดใหม่เป็นเพศเมีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/671597

Science Update : โลกร้อนทำเต่าทะเลเกิดใหม่เป็นเพศเมีย

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เต่าทะเลในรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับความไม่สมดุลของเพศ อันเนื่องจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ซึ่งคลื่นความร้อนที่เกิดถี่ขึ้นในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ที่นั้นได้ศึกษาเรื่องไข่เต่า และการฟักไข่ของพวกมัน และพบว่า ไม่มีเต่าทะเลเพศผู้เลย มีแต่เพศเมียตลอดช่วง4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับผลศึกษาของออสเตรเลีย ที่พบว่าร้อยละ 99 ของลูกเต่าทะเลที่เกิดใหม่เป็นเพศเมีย เนื่องจากเพศของเต่าหรือจระเข้จะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของไข่ และเมื่อชายหาดเผชิญกับความร้อนสูง ทำให้ทรายบนชายหาดที่เต่าไปวางไข่ร้อน เต่าในบริเวณนั้นจึงกลายเป็นเพศเมียไป

ผลการศึกษาพบว่า หากอุณหภูมิในทรายที่แม่เต่าทะเลวางไข่ต่ำกว่า 27.7 องศาเซลเซียส เต่าที่ฟักออกมาจะเป็นเพศผู้ แต่หากอุณหภูมิสูงกว่า 31 องศาเซลเซียส ลูกเต่าที่ฟักออกจากไข่จะเป็นเพศเมีย สำหรับเต่าทะเลแล้ว ไม่ได้มีการกำหนดเพศในระหว่างการปฏิสนธิ แต่จะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของไข่ ดังนั้น สภาพแวดล้อมในการฟักไข่จึงส่งผลอย่างมากต่อเพศของลูกเต่า

เจ้าหน้าที่ดูแลเต่าทะเลที่โรงพยาบาลเต่าที่เพิ่งเปิดในสวนสัตว์ไมอามี กล่าวว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จำนวนประชากรเต่าลดลงอย่างรวดเร็ว เพราะขาดความหลากหลายทางพันธุกรรมรวมถึงยังต้องเผชิญกับการระบาดของโรคเนื้องอกในเต่าที่เรียกว่าไฟโบรพาพิลโลมาโตซิส(fibropapillomatosis) โดยเนื้องอกเหล่านี้สามารถติดต่อไปยังเต่าตัวอื่นได้ และอาจทำให้พวกมันตายได้หากไม่ได้รับการรักษา

Science Update : ประมูลแจ๊กเกต ‘บัซซ์ อัลดริน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/670029

Science Update : ประมูลแจ๊กเกต ‘บัซซ์ อัลดริน’

วันอาทิตย์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สถาบันประมูลซอธบีในนครนิวยอร์ก จัดประมูลเสื้อแจ๊กเกตที่ บัซซ์ อัลดริน หนึ่งในลูกเรืออะพอลโล 11 สวมใส่ขณะร่วมปฏิบัติภารกิจพิชิตดวงจันทร์เมื่อปี 1969 ก่อนจะมีผู้ประมูลนิรนามทางโทรศัพท์ สามารถไปได้ด้วยราคาสูงเป็นสถิติถึง 2.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 105 ล้านบาท) ส่วนสิ่งของที่มีราคาประมูลสูงเป็นอันดับ 2 ในการประมูลเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คือ แผนการบินสรุปภารกิจของอะพอลโล 11 ขายในราคา 819,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 30 ล้านบาท) สูงกว่าที่มีการประมาณไว้ถึง 100,000-150,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.7-5.5 ล้านบาท)

สำหรับด้านหน้าเสื้อแจ๊กเกตของอัลดริน แสดงโลโก้ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ NASA และตราสัญลักษณ์ภารกิจอะพอลโล 11 ซึ่งอยู่ใต้ป้ายชื่อของอัลดรินเล็กน้อย ตัวแจ๊กเกตยังมีธงชาติสหรัฐอเมริกาติดอยู่ที่ไหล่ซ้ายของเสื้อและทำมาจากผ้าเบต้า ซึ่งเป็นผ้ากันไฟที่รวมอยู่ในชุดอวกาศของนาซา หลังจากที่เคยเกิดโศกนาฏกรรมนักบินอวกาศ 3 คน ของยานอะพอลโล 1 เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้บนยานอวกาศ ระหว่างทดสอบภาคพื้นดินเมื่อปี 1967

ทั้งนี้ นีล อาร์มสตรอง และ บัซซ์ อัลดริน คือมนุษย์กลุ่มแรกที่ได้เดินบนดวงจันทร์ และอัลดริน วัย 92 ปี คือสมาชิกเพียงคนเดียวของยานอะพอลโล 11 ที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน

Science Update : ผืนป่าแอมะซอนถูกทำลายหนัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/668692

Science Update : ผืนป่าแอมะซอนถูกทำลายหนัก

วันอาทิตย์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รายงานของ Mapbiomas เผยว่า ในปี 2021 ที่ผ่านมา บราซิลสูญเสียพันธุ์พืชพื้นเมืองไปราว 16,557 ตารางกิโลเมตร หรือ 10,312,500 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่มีขนาดใหญ่กว่าไอร์แลนด์เหนือ และมากกว่าผืนป่าที่สูญเสียไปในปี 2020 ที่ 13,789 ตารางกิโลเมตร หรือเพิ่มขึ้น 2,768 ตารางกิโลเมตร เกือบ 60% ของผืนป่าที่ถูกทำลายในปี 2021 อยู่ในแอมะซอน ซึ่งเป็นผืนป่าเขตร้อนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เฉพาะในผืนป่าแอมะซอนเพียงแห่งเดียว มีการตัดไม้ทำลายป่าถึง 697.5 ไร่ต่อชั่วโมง หรือ 11.875 ไร่ต่อนาที ซึ่งเท่ากับมีการตัดไม้ 18 ต้นต่อวินาที

ส่วนข้อมูลช่วง 6 เดือนแรกของปี 2022 พบว่าผืนป่าแอมะซอนสูญเสียป่าไม้ไปถึงเกือบ 4,000 ตารางกิโลเมตร มากกว่าพื้นท่ี่ทั้งหมดของนครนิวยอร์กในสหรัฐฯ ถึง 5 เท่า การตัดไม้ทำลายป่าในเดือนมิถุนายนเดือนเดียว อยู่ที่กว่า 1,120 ตารางกิโลเมตร เพิ่มขึ้นจากปกติร้อยละ 5.5 และเป็นเดือนที่มีการตัดไม้ในผืนป่าแอมะซอนมากที่สุด

สาเหตุหลักของการตัดไม้ทำลายป่ามาจากการแผ้วถางพื้นที่เพื่อทำการเกษตร ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 97 ตามด้วยการทำเหมืองผิดกฎหมายที่เป็นอีกปัจจัยสำคัญเช่นกัน

Science Update : หุ่นยนต์ปลากินไมโครพลาสติก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/667145

Science Update : หุ่นยนต์ปลากินไมโครพลาสติก

วันอาทิตย์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

คณะนักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเสฉวนของจีน พัฒนาหุ่นยนต์ปลา ซึ่งมีขนาดเล็กเพียง 1.3 เซนติเมตร สามารถเก็บกินไมโครพลาสติกในแหล่งน้ำตื้น แต่ทีมนักวิทยาศาสตร์ตั้งเป้าพัฒนาให้พวกมันสามารถเก็บไมโครพลาสติกในพื้นที่น้ำลึก และให้ข้อมูลเพื่อทำการวิเคราะห์มลพิษทางทะเลได้ในทันที โดยขณะนี้ กำลังพัฒนาหุ่นยนต์ปลาเพื่อเก็บไมโครพลาสติกเป็นส่วนใหญ่ ทำหน้าที่เป็นเหมือนหุ่นยนต์เก็บตัวอย่าง และสามารถใช้งานซ้ำได้

หนึ่งในทีมนักวิจัยพัฒนาหุ่นยนต์ปลา นอกจากใช้งานหุ่นยนต์ปลา ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ขนาดย่อขนาดน้ำหนักเบา ในการกำจัดไมโครพลาสติกในแหล่งน้ำได้แล้ว ยังสามารถใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ ได้อีกเช่น ด้านชีวการแพทย์ หรือปฏิบัติการเสี่ยงอันตรายต่างๆ อีกทั้งหุ่นยนต์จิ๋วยังสามารถอยู่ในบางส่วนของร่างกาย เพื่อช่วยจัดการโรคบางอย่างได้ด้วย

นักวิทยาศาสตร์สามารถควบคุมหุ่นยนต์ปลาสีดำด้วยแสง เพื่อหลบหลีกการชนกับปลาหรือเรือได้ และหากปลาตัวอื่นกินหุ่นยนต์เข้าไปโดยบังเอิญ มันก็สามารถย่อยได้โดยไม่สร้างอันตรายแต่อย่างใด เนื่องจากตัวหุ่นยนต์ทำมาจากโพลียูรีเทน ซึ่งเป็นชีววัสดุที่มีเข้ากันได้ทางชีวภาพ นอกจากนี้ หุ่นยนต์ปลาสามารถดูดกลืนสารมลพิษ ฟื้นฟูตัวเองเมื่อเกิดความเสียหาย และว่ายน้ำด้วยความเร็ว 2.76 อัตราส่วนความยาวของร่างกายต่อวินาที ซึ่งเร็วกว่าหุ่นยนต์แบบนิ่มส่วนใหญ่ด้วย

Science Update : พบไมโครพลาสติกในเนื้อวัว-เนื้อหมู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/665671

Science Update : พบไมโครพลาสติกในเนื้อวัว-เนื้อหมู

วันอาทิตย์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

คณะนักวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเสรีอัมสเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์ เผยผลการศึกษานำร่องที่ระบุว่า พบไมโครพลาสติกในเนื้อวัว เนื้อหมู และผลิตภัณฑ์นมสูงถึงร้อยละ 75 จากตัวอย่างทั้งหมด และพบไมโครพลาสติกในทุกตัวอย่างเลือดวัวและหมูที่นำมาใช้ทดสอบ ขณะนี้ ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดเกี่ยวกับอันตรายของไมโครพลาสติกที่ส่งผลต่อร่างกายมนุษย์หรือสัตว์ในฟาร์ม แต่คณะนักวิจัยรู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับประเด็นนี้ เนื่องจากผลทดลองในห้องปฏิบัติการชี้ว่า ไมโครพลาสติกสามารถทำลายเซลล์ในร่างกายมนุษย์ ขณะที่มลภาวะไมโครพลาสติกในอากาศอาจเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ และทำให้ประชากรทั่วโลกเสียชีวิตเร็วขึ้นปีละหลายล้านคน ส่วนสัตว์ป่าก็ตกอยู่ในภาวะอันตรายจากไมโครพลาสติกเช่นกัน

ดร.ฮีทเธอร์ เลสลี นักวิจัยของมหาวิทยาลัยเสรีอัมสเตอร์ดัม กล่าวว่า เมื่อคณะนักวิจัยได้ทดสอบตัวอย่างเลือดเหล่านี้ ก็ทำให้ทราบถึงที่มาของไมโครพลาสติกในเลือด เช่น อากาศ น้ำ อาหาร และอื่นๆ ทั้งยังระบุว่า การศึกษานำร่องในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบว่ามีไมโครพลาสติกอยู่ในสัตว์เลี้ยงในฟาร์ม เนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์นมหรือไม่ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการศึกษาวิจัยอย่างเต็มรูปแบบเกี่ยวกับผลกระทบหรือความเสี่ยงใดๆ ที่อาจเชื่อมโยงกับไมโครพลาสติก

Science Update : นาซาขวางประมูลฝุ่นดวงจันทร์ (และซากแมลงสาบ)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/664243

Science Update : นาซาขวางประมูลฝุ่นดวงจันทร์ (และซากแมลงสาบ)

วันอาทิตย์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท RR ซึ่งเป็นบริษัทประมูลในนครนิวยอร์ก มีแผนจะนำทรัพย์สินและสิ่งของเก่าแก่หลายชิ้นออกประมูลให้แก่ผู้ที่สนใจ หนึ่งในนั้นคือฝุ่นจากดวงจันทร์แท้ๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของตัวอย่างฝุ่นดวงจันทร์ที่นักบินอวกาศบนยานอะพอลโล 11 นำกลับมายังโลก แล้วให้นักวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยรัฐมินนิโซตาทดสอบ โดยให้สัตว์หลายชนิดรวมถึงแมลงสาบกินฝุ่นดวงจันทร์ดังกล่าว เพื่อดูว่าจะได้รับอันตรายใดๆ หรือไม่

หลังการทดสอบ พบว่าสัตว์ต่างๆ ไม่ได้รับอันตรายจากฝุ่นดวงจันทร์ แต่นักกีฏวิทยา หรือผู้เชี่ยวชาญด้านแมลงผู้หนึ่งแอบนำเอาซากแมลงสาบที่กินฝุ่นดวงจันทร์กลับไปบ้าน ไม่ได้ส่งคืนให้นาซา เมื่อเธอเสียชีวิตในปี 2007 ลูกสาวก็นำตัวอย่างนั้นออกขาย

ฝุ่นดวงจันทร์และซากแมลงสาบเปลี่ยนมือเจ้าของไปหลายมือ จนไปอยู่กับบริษัท RR ซึ่งเตรียมนำออกประมูลในเดือนนี้ ประกอบด้วยฝุ่นดวงจันทร์น้ำหนักรวม 40 มิลลิกรัม ซากแมลงสาบ 3 ตัว และแผ่นสไลด์จากกล้องจุลทรรศน์อีกหลายสิบแผ่น ซึ่งคาดว่าจะได้เงินจากการประมูลนับสิบล้านบาท อย่างไรก็ดีข่าวนี้ล่วงรู้ไปถึง NASA จึงได้ติดต่อไปยังบริษัท เพื่อแจ้งให้ยุติการประมูลในทันที อ้างว่าตามกฎหมายแล้ว ตัวอย่างทุกชิ้นจากดวงจันทร์ที่นำกลับมาโดยภารกิจอะพอลโล เป็นสมบัติของชาติ ห้ามบุคคลหรือแม้แต่มหาวิทยาลัยใดครอบครอง ซื้อขาย หรือนำออกประมูล

ล่าสุด บริษัท RR ยอมตามที่ NASA เรียกร้อง เตรียมส่งคืนฝุ่นดวงจันทร์และซากแมลงสาบให้ NASA ต่อไป