Science Update : แอมะซอนเปิดตัวยานอวกาศที่จะจอดบนดวงจันทร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/413065

news_default

Science Update : แอมะซอนเปิดตัวยานอวกาศที่จะจอดบนดวงจันทร์

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายเจฟฟ์ เบซอส มหาเศรษฐี ซีอีโอ “แอมะซอน” และผู้ก่อตั้งบริษัทบลู ออริจิน ซึ่งมีกิจการด้านอวกาศ แถลงเปิดตัว บลูมูน ยานอวกาศที่ที่จะลงจอดบนดวงจันทร์ มีชื่อว่า บลู มูน ยานลำนี้สามารถบรรทุกรถสำรวจดวงจันทร์ขนาดเล็กได้ถึง 4 คัน และยังสามารถส่งดาวเทียมขึ้นไปยังวงโคจรรอบดวงจันทร์ได้ด้วย เบซอส มิได้ระบุชัดเจนเกี่ยวกับกำหนดเวลาที่แน่นอนของการส่งยานไปยังดวงจันทร์ แต่กล่าวว่า บลูมูน จะพร้อมทันเวลาตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยประกาศกรอบเวลาในการส่งมนุษย์กลับไปสำรวจดวงจันทร์อีกครั้งภายในปี 2024 เบซอส กล่าวว่า มีการพัฒนาบลูมูน ในช่วง 3 ปีทีผ่านมา และมีเป้าหมายจะส่งยานลำนี้ไปยังขั้วด้านใต้ของดวงจันทร์ ซึ่งมีการยืนยันเมื่อปีที่แล้วว่า มีน้ำแข็งในบริเวณดังกล่าว ซึ่งน้ำสามารถนำมาใช้เพื่อผลิตไฮโดรเจน และจะนำไปใช้ผลิตเชื้อเพลิงสำหรับการสำรวจระบบสุริยะในอนาคต

Science Update : แผ่นดินไหวบนดาวอังคาร?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/411747

Science Update : แผ่นดินไหวบนดาวอังคาร?

Science Update : แผ่นดินไหวบนดาวอังคาร?

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ยานอินไซต์ (Insight Lander) ได้ตรวจจับบันทึกเหตุการณ์แผ่นดินไหวบนดาวอังคารได้เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา เป็นการสั่นสะเทือนซึ่งเหล่านักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเกิดจากบริเวณภายในของดาวอังคารมากกว่าแรงบนพื้นผิว อย่างเช่นกระแสลม คลื่นที่ถูกตรวจจับได้นั้นมีขนาดเล็ก เปรียบได้กับแผ่นดินไหวบนโลกที่ระดับ 2 หรือ 2.5 แมกนิจูด ซึ่งแทบไม่สามารถรู้สึกได้เลยบนพื้นผิวโลก แต่การสั่นสะเทือนนี้สร้างช่วงเวลาที่สำคัญกับบรรดานักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานร่วมกับยานอินไซต์ ที่รอคอยวันนี้มานับตั้งแต่การติดตั้งเครื่องมือที่ใช้ตรวจวัดคลื่นแผ่นดินไหวไปกับตัวยานเมื่อเดือนธันวาคม 2018 โดยแผ่นดินที่เกิดบนดาวอังคารนั้นแตกต่างไปจากโลก เพราะดูเหมือนว่าดาวอังคารไม่มีแผ่นเปลือกโลก แต่แรงสั่นสะเทือนมาจากแผ่นธรณีของดาวอังคารซึ่งเย็นตัวลงอย่างช้าๆ ก่อให้เกิดวงที่ติดต่อกันและก่อให้เกิดรอยแยกบนพื้นผิว การสั่นสะเทือนเหล่านี้สามารถมาจากการปะทะของอุกกาบาต และเป็นได้ว่าสามารถเกิดจากการเคลื่อนตัวแมกมาที่อยู่ใต้แผ่นธรณีเช่นเดียวกัน นักวิจัยใช้การสั่นสะเทือนของดาวอังคารเพื่อศึกษาสิ่งที่อยู่ภายใน กระบวนนี้สามารถเปรียบได้กับการอัลตราซาวนด์เพื่อสำรวจสิ่งที่อยู่ภายใน

Science Update : ป่าเขตร้อนเท่าอังกฤษถูกทำลาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/410434

Science Update : ป่าเขตร้อนเท่าอังกฤษถูกทำลาย

Science Update : ป่าเขตร้อนเท่าอังกฤษถูกทำลาย

วันอาทิตย์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

คณะนักวิจัยจากกลุ่มโกลบอล ฟอเรสต์ วอทช์ ที่อยู่ในมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ของสหรัฐ เปิดเผยในรายงานการประเมินว่า เมื่อปีที่แล้ว มนุษย์ได้ทำลายพื้นที่ป่าเขตร้อนทั่วโลกเป็นบริเวณกว้าง อัตราป่าไม้ที่ถูกทำลายเทียบเท่ากับสนามฟุตบอลถูกทำลายหายไปนาทีละ 30 สนาม ในทุกๆ วันตลอดทั้งปี 2561 หรือคิดเป็นพื้นที่รวม 120,000 ตารางกิโลเมตร หรือเท่ากับอังกฤษ รายงานกล่าวด้วยว่า พื้นที่เกือบ 1 ใน 3 หรือ ประมาณ 36,000 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่ป่าเขตร้อนที่มีอายุเก่าแก่ ป่าไม้ทั่วโลกถูกทำลายมากที่สุดในปี 2559 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่ทำให้เกิดไฟป่าที่ไม่สามารถควบคุมได้ในบราซิลและอินโดนีเซีย สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้ป่าไม้ถูกทำลายมาจากอุตสาหกรรมปศุสัตว์ และการเกษตรขนาดใหญ่ เช่น ปาล์มน้ำมันในเอเชียและแอฟริกา ถั่วเหลืองและพืชที่ใช้ทำเชื้อเพลิงชีวภาพในอเมริกาใต้ อย่างไรก็ตาม การเกษตรขนาดเล็ก เช่น การทำฟาร์มโกโก้ ก็สามารถนำไปสู่การแผ้วถางพื้นที่ป่าได้

Science Update : ฟื้นเซลล์สมองหมูหลังความตาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/409060

Science Update : ฟื้นเซลล์สมองหมูหลังความตาย

Science Update : ฟื้นเซลล์สมองหมูหลังความตาย

วันอาทิตย์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเยลของสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการปลูกให้เซลล์สมองหมูที่หยุดการทำงานและกำลังตายลงช้าๆ ฟื้นกลับมามีความเคลื่อนไหวได้อีกครั้งเป็นบางส่วน หลังจากหมูที่ใช้ในการทดลองดังกล่าวถูกเชือดและถูกตัดหัวแยกออกจากร่างไปแล้วนานกว่า 4 ชั่วโมง โดยการนำสมองหมู 32 ตัวมาบรรจุไว้ในอุปกรณ์พิเศษซึ่งสูบฉีด “เลือดสังเคราะห์” ตามจังหวะที่เลียนแบบการเต้นของหัวใจ ทำหน้าที่นำออกซิเจนและยากระตุ้นไปหล่อเลี้ยงสมองหมูส่วนต่างๆ อย่างทั่วถึง หลังได้รับเลือดสังเคราะห์เป็นเวลา 6 ชั่วโมง เซลล์สมองหมูที่ค่อยๆ ตายลงหลังหัวหมูถูกตัดแยกจากร่างกาย มีจำนวนลดลงอย่างมาก ทั้งพบว่าเส้นเลือดในสมองฟื้นตัวกลับมาทำงานอีกครั้ง และพบการเคลื่อนไหวการทำงานของสมองในบางส่วนด้วย ความรู้ที่ได้จากการทดลองดังกล่าว ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้สามารถฟื้นฟูหรือคงสภาพสมองของผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วได้อย่างเต็มที่แบบในนิยายวิทยาศาสตร์ แต่จะเป็นประโยชน์ในอนาคตต่อการรักษาโรคสมองเสื่อม เช่น อัลไซเมอร์ รวมทั้งการฟื้นฟูเซลล์สมองในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองผู้ประสบอุบัติเหตุจนสมองได้รับความกระทบกระเทือน หรือทารกที่สมองขาดออกซิเจนเมื่อแรกเกิด

Science Update : ขุดเจาะน้ำแข็งที่เก่าแก่ที่สุดในแอนตาร์กติกา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/407837

Science Update : ขุดเจาะน้ำแข็งที่เก่าแก่ที่สุดในแอนตาร์กติกา

Science Update : ขุดเจาะน้ำแข็งที่เก่าแก่ที่สุดในแอนตาร์กติกา

วันอาทิตย์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันต่างๆ 14 แห่ง จาก 10 ประเทศในยุโรป เตรียมมุ่งหน้าสู่แอนตาร์กติกาในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อเริ่มกระบวนการขุดเจาะแผ่นน้ำแข็งทางฝั่งตะวันออก ของทวีป ตามโครงการเก็บข้อมูลสภาพภูมิอากาศและชั้นบรรยากาศโลกย้อนกลับไป 1.5 ล้านปีเป้าหมายของภารกิจนี้คือ การเจาะเพื่อนำแกนวัสดุที่เย็นจนเป็นน้ำแข็งความยาวเกือบ 3 กิโลเมตรขึ้นมา ซึ่งนักวิทยาศาสตร์หวังว่า สิ่งนี้จะนำไปสู่การอธิบายความถี่ของการเกิดยุคน้ำแข็งต่างๆ ในอดีตได้ แม้อาจจะดูเหมือนเป็นข้อสงสัยที่ยากจะทำความเข้าใจ แต่นักวิจัยระบุว่า มันเกี่ยวข้องโดยตรงกับคำถามที่ว่า โลกน่าจะร้อนขึ้นอีกมากแค่ไหนในอีกหลายร้อยปีข้างหน้า จุดขุดเจาะจะอยู่ที่บริเวณสันเขาสูงห่างจาก โดมคอนคอร์เดีย สถานีวิจัยของฝรั่งเศสและอิตาลีไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 40 กิโลเมตร อาจจะต้องใช้เวลาราว 5 ปี ในการนำแกนน้ำแข็งทั้งหมดออกมาได้ และใช้เวลาอีกอย่างน้อย 1 ปี ในการศึกษา สำหรับค่าใช้จ่ายอยู่ที่ราว 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1,075 ล้านบาท) จะได้รับการจัดสรรจากงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ของสหภาพยุโรป ในนาม ฮอไรซัน 2020 (Horizon 2020)

Science Update : แมวจดจำชื่อของตัวเองได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/406500

Science Update : แมวจดจำชื่อของตัวเองได้

Science Update : แมวจดจำชื่อของตัวเองได้

วันอาทิตย์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

การศึกษาของนักวิจัยในญี่ปุ่นเปิดเผยว่า แมวสามารถแยกแยะเสียงเรียกชื่อของตัวมันเองกับเสียงคำพูดที่มีลักษณะคล้ายกันได้ โดยทดสอบแมว 78 ตัว ที่เป็นแมวที่เลี้ยงตามบ้านหลายแห่งและแมวที่คาเฟ่แมวแห่งหนึ่ง พบว่า แมวสามารถจดจำชื่อที่ใช้เรียกตัวมันเองได้ และแยกเสียงของชื่อมันจากคำพูดที่มีความยาวและการเน้นเสียงคล้ายๆ กัน แม้แต่เสียงเรียกชื่อมันจากคนแปลกหน้า แมวก็สามารถจำได้ ในการทดสอบนั้น นักวิจัยเฝ้าดูพฤติกรรมการตอบสนองของแมว ทั้งความเคลื่อนไหวของหู หัว หรือ หาง เวลาได้ยินชื่อมันและคำพูดที่มีเสียงใกล้เคียงกัน ซึ่งพบว่า ทั้งแมวบ้านและแมวในคาเฟ่แมว ต่างมีความสามารถในการแยกแยะและจำชื่อของมันได้ แต่แมวในคาเฟ่แมวอาจจะมีความสามารถด้อยกว่านิดหน่อย ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการได้ยินชื่อของมันพร้อมๆ กับชื่อแมวตัวอื่น และการเรียนรู้การได้ยินชื่อที่มาพร้อมกับการลงโทษและการให้รางวัล

Science Update : อุณหภูมิมหาสมุทรสูงเป็นประวัติการณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/405016

Science Update  :  อุณหภูมิมหาสมุทรสูงเป็นประวัติการณ์

Science Update : อุณหภูมิมหาสมุทรสูงเป็นประวัติการณ์

วันอาทิตย์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ ดับเบิลยูเอ็มโอ ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของสหประชาชาติ เผยแพร่รายงานล่าสุดเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศของโลก ซึ่งยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่โลกมีอุณหภูมิสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ แต่รายงานล่าสุดนี้ได้เน้นให้เห็นถึงความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้นจากปัญหาภาวะโลกร้อน โดยดับเบิลยูเอ็มโอ ระบุในรายงานว่า ปี 2018 เป็นปีที่มหาสมุทรมีอุณหภูมิร้อนเป็นประวัติการณ์ โดยวัดจากระดับที่ระยะความลึก 700 เมตร จากผิวน้ำ นอกจากนั้น ในปี 2018 อุณหภูมิของมหาสมุทรในระดับความลึก 2,000 เมตร ยังสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่มีการบันทึกไว้ตั้งแต่ปี 2005 นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการใหญ่องค์การสหประชาชาติ กล่าวว่า ข้อมูลตัวเลขดังกล่าวเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนให้รัฐบาล เมืองต่างๆและภาคธุรกิจต้องลงมือเพื่อแก้ไขปัญหาโลกร้อน นอกจากนั้น ยังพิสูจน์ให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเกิดขึ้นรวดเร็วกว่าความพยายามในการแก้ไขปัญหา

Science Update : แผ่นดินไหวเพราะทดลองเดินเครื่องโรงไฟฟ้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/403521

Science Update : แผ่นดินไหวเพราะทดลองเดินเครื่องโรงไฟฟ้า

Science Update : แผ่นดินไหวเพราะทดลองเดินเครื่องโรงไฟฟ้า

วันอาทิตย์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

คณะผู้เชี่ยวชาญที่รับมอบหมายจากรัฐบาลเกาหลีใต้เผยว่า แผ่นดินไหวขนาด 5.4 ที่เมืองโพฮัง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 เกิดจากการทดลองเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังความร้อนใต้พิภพ ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ โรงไฟฟ้านี้ทำงานด้วยการฉีดน้ำ ใต้ดินลึกแรงดันสูงเข้าไปรับความร้อนจากแผ่นเปลือกโลกแล้วป้อนเข้าสู่โรงไฟฟ้า กระบวนการนี้ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนขนาดเล็กมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป แรงสั่นสะเทือนได้กลายเป็นแผ่นดินไหวโดยแผ่นดินไหวดังกล่าวรุนแรงเป็นอันดับสองเท่าที่เคยเกิดขึ้นในเกาหลีใต้ มีคนบาดเจ็บหลายสิบคนไร้ที่อยู่อาศัยกว่า 1,500 คน และต้องเลื่อนการสอบเข้ามหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ชาวเมืองได้ยื่นฟ้องรัฐบาลหลังเกิดแผ่นดินไหว ขณะที่รัฐบาลแสดงความเสียใจอย่างยิ่งหลังทราบผลการศึกษา กระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงาน แถลงว่า จะปิดโรงไฟฟ้านี้เป็นการถาวร หลังจากปิดชั่วคราวในระหว่างที่มีการศึกษาหาสาเหตุแผ่นดินไหวในเมืองโพฮัง โรงไฟฟ้านี้ใช้งบก่อสร้างประมาณ 80,000 ล้านวอน (ราว 2,250 ล้านบาท) เริ่มทดลองเดินเครื่องตั้งแต่ปี 2559

Science Update : อากาศเสียทำคนตายมากกว่าควันบุหรี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/402000

Science Update : อากาศเสียทำคนตายมากกว่าควันบุหรี่

Science Update : อากาศเสียทำคนตายมากกว่าควันบุหรี่

วันอาทิตย์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นักวิจัยในเยอรมนีและไซปรัสระบุในรายงานว่า มลพิษในอากาศทำให้ประชาชนเสียชีวิตในแต่ละปีมากกว่าจำนวนของผู้เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ โดยมลพิษทางอากาศทำให้มีผู้เสียชีวิต 8.8 ล้านคนในปี 2015 เกือบสองเท่าของตัวเลขที่มีการประมาณการไว้ก่อนหน้านี้ที่ 4.5 ล้านคน ในขณะที่องค์การอนามัยโลกประมาณการไว้ว่า ทั่วโลกจะมีผู้เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ราวปีละ 7 ล้านคน ในยุโรป มลพิษในอากาศทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 790,000 คน ในจำนวนนี้ร้อยละ 40-80 เสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดและหัวใจ เช่น หัวใจวายและเส้นเลือดในสมองแตกหรือตีบ ฝุ่นละอองขนาดเล็กและมลพิษทางอากาศอื่นๆ ในยุโรปเกิดจากการเผาไหม้ของน้ำมัน จึงมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้แหล่งอื่นๆ ในการผลิตพลังงานโดยเร็ว ซึ่งนอกจากจะเป็นการปฏิบัติตามข้อตกลงปารีส ที่มีเป้าหมายในการลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อนแล้ว ยังสามารถช่วยลดอัตราการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับมลพิษในอากาศในยุโรปได้ถึงร้อยละ 55

Science Update : ฝนตกในกรีนแลนด์ทำน้ำแข็งละลายเร็ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/400406

Science Update : ฝนตกในกรีนแลนด์ทำน้ำแข็งละลายเร็ว

Science Update : ฝนตกในกรีนแลนด์ทำน้ำแข็งละลายเร็ว

วันอาทิตย์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นักวิทยาศาสตร์พบว่า ฝนที่ตกลงมาบ่อยครั้งขึ้นในพื้นที่เกาะกรีนแลนด์แถบขั้วโลกเหนือ แม้แต่ในช่วงฤดูหนาว เป็นสาเหตุทำให้น้ำแข็งในแถบนั้นละลายเร็วขึ้น โดยนักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาสภาพของแผ่นน้ำแข็ง จากภาพถ่ายดาวเทียม และนำไปเปรียบเทียบกับบันทึกของสถานีตรวจวัดสภาพอากาศแบบอัตโนมัติ 20 แห่ง ผลการศึกษา ซึ่งถูกตีพิมพ์ลงในวารสารไครโอสเปียร์ ระบุว่า ในทุกๆ ปี จะมีฝนตกในฤดูหนาวรวม 2 ช่วงเวลา แต่เพิ่มขึ้นมาเป็น 12 ครั้ง ในปี 2012 ฝนที่ให้น้ำแข็งเกิดการละลายเกิดขึ้นมากถึง 300 ครั้ง ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า 0 องศาเซลเซียส แต่ที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์แปลกใจก็คือ ฝนที่ตกในช่วงฤดูหนาว ซึ่งตามปกติแล้ว พื้นที่ในแถบนี้จะมืดมิดอยู่แทบตลอดเวลา ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้น้ำแข็งไม่ละลายไปมากกว่านี้แต่นี่กลับมีฝนตกลงมาอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน