Science Update : ยีนบางตัวยังทำงานต่อไปแม้คนเราจะเสียชีวิตแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/324328

Science Update : ยีนบางตัวยังทำงานต่อไปแม้คนเราจะเสียชีวิตแล้ว

Science Update : ยีนบางตัวยังทำงานต่อไปแม้คนเราจะเสียชีวิตแล้ว

วันอาทิตย์ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.
คณะนักวิทยาศาสตร์นานาชาติทำการวิเคราะห์ตัวอย่างเลือดและชิ้นส่วนเนื้อเยื่ออวัยวะต่างๆ ที่เก็บจากศพซึ่งเสียชีวิตมาไม่เกิน 24 ชั่วโมง และพบว่าภายในเซลล์ของชิ้นส่วนตัวอย่างดังกล่าว ยังคงมีการแสดงออกของยีนที่ทำให้เกิดกระบวนการถอดรหัสพันธุกรรมเพื่อสร้างอาร์เอ็นเอ (RNA) ภายในเซลล์และสังเคราะห์โปรตีนต่างๆ อยู่ และดูเหมือนว่าจะทำงานอย่างตื่นตัวมากขึ้นหลังความตายด้วย อย่างไรก็ตาม คณะผู้วิจัยยังไม่สามารถอธิบายได้ว่า เหตุใดยีนบางตัวจึงยังคงทำงานต่อไปในเซลล์ของผู้เสียชีวิต ศาสตราจารย์โรเดริก จีโก จากสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนครบาร์เซโลนาของสเปน หนึ่งในคณะผู้วิจัย ได้สันนิษฐานในขั้นต้นว่า การที่เลือดหยุดไหลเวียนในร่างกายทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจน (Hypoxia) ซึ่งภาวะนี้อาจไปกระตุ้นให้ยีนบางตัวเริ่มทำงานหนักขึ้นได้ แต่เขายังไม่มีหลักฐานที่ช่วยพิสูจน์ยืนยันข้อสันนิษฐานนี้อย่างแน่ชัด

Science Update : ใน 16 ปี อุรังอุตังถูกฆ่า 100,000 ตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/322883

Science Update :  ใน 16 ปี อุรังอุตังถูกฆ่า 100,000 ตัว

Science Update : ใน 16 ปี อุรังอุตังถูกฆ่า 100,000 ตัว

วันอาทิตย์ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.
ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารเคอร์เรนท์ ไบโอโลจี (Current Biology) ชี้ว่า นับตั้งแต่ปี 1999 เป็นต้นมา มีลิงอุรังอุตัง ซึ่งถือเป็นสัตว์ป่าที่มีสถานะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งกว่า 100,000 ตัว ถูกฆ่าบนเกาะบอร์เนียว ของอินโดนีเซีย ตัวการสำคัญคือการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งล้วนเป็นผลมาจากอุตสาหกรรมตัดไม้ สวนปาล์มน้ำมัน อุตสาหกรรมเหมืองแร่และการผลิตกระดาษอย่างต่อเนื่อง ทีมนักวิจัยกล่าวว่า อุรังอุตังกำลังตกเป็นเป้าของบรรดานักล่า และกำลังถูกฆ่า เนื่องจากพวกมันไปทำลายพืชผลทางการเกษตร ซึ่งก่อนหน้านี้ ปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวถูกมองข้ามไปหรือถูกประเมินค่าต่ำไป นักวิจัยคาดการณ์ด้วยว่า ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าเพียงอย่างเดียว อาจทำให้อุรังอุตังตายเพิ่มอีก 45,000 ตัว ในอีก 35 ปีข้างหน้า

Science Update : อุกกาบาตล้างเผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์ทำให้ภูเขาไฟปะทุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/321407

Science Update : อุกกาบาตล้างเผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์ทำให้ภูเขาไฟปะทุ

Science Update : อุกกาบาตล้างเผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์ทำให้ภูเขาไฟปะทุ

วันอาทิตย์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.
ศาสตราจารย์โจเซฟ บรีนส์ จากมหาวิทยาลัยมินนิโซตา และศาสตราจารย์เลฟ คาร์ลสตรอมจากมหาวิทยาลัยออริกอนในสหรัฐ ร่วมกันเสนอผลการศึกษาใหม่ลงในวารสาร Science Advances โดยชี้ว่าการชนของอุกกาบาตยักษ์ที่คาบสมุทรยูคาตันในประเทศเม็กซิโก เมื่อ 66 ล้านปีก่อน ซึ่งล้างเผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์จนหมดไปจากโลก มีความรุนแรงในระดับที่ล้างผลาญสิ่งมีชีวิตไปถึง 3 ใน 4 ของทั้งหมด เนื่องจากได้ทำให้เกิดการปะทุอย่างรุนแรงจากภูเขาไฟใต้น้ำเป็นวงกว้าง พ่นหินหลอมละลายที่ร้อนจัดออกมาในปริมาณมาก จนสามารถนำไปถมพื้นที่แผ่นดินใหญ่ของสหรัฐ ได้หนาถึงราว 60-90 เมตร เลยทีเดียว บริเวณที่สันนิษฐานว่าเกิดภูเขาไฟปะทุรุนแรงนี้ คือแนวเทือกเขากลางมหาสมุทร (Mid-ocean ridges) ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงเกิดการปะทุอยู่บ่อยครั้งแต่ไม่รุนแรงเท่าเมื่อหลายล้านปีก่อน

Science Update : เมืองใหญ่อารยธรรมมายาในป่ากัวเตมาลา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/319890

Science Update : เมืองใหญ่อารยธรรมมายาในป่ากัวเตมาลา

Science Update : เมืองใหญ่อารยธรรมมายาในป่ากัวเตมาลา

วันอาทิตย์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.02 น.
คณะนักวิจัยในโครงการสำรวจและวัดระยะด้วยแสงเลเซอร์ (LIDAR) ค้นพบร่องรอยของเมืองโบราณขนาดใหญ่ในป่าทึบทางตอนเหนือของประเทศกัวเตมาลา หลังใช้การยิงแสงเลเซอร์จากเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ลงไปยังพื้นที่สำรวจ 2,100 ตารางกิโลเมตร เพื่อตรวจสอบบริเวณที่เป็นป่าทึบ โดยข้อมูลดิจิทัลที่ได้จากการสะท้อนกลับของแสงเลเซอร์ เผยให้เห็นแท่นหินที่เป็นรากฐานของอาคารบ้านเรือนกว่า 60,000 หลัง รวมทั้งโครงสร้างของพีระมิดขนาด 7 ชั้น ป้อมปราการ กำแพงเมือง คูน้ำ และทางยกระดับขนาดใหญ่เพื่อการสัญจรไปมาอีกด้วย ซึ่งเมืองดังกล่าวเป็นหลักฐานชี้ว่า อารยธรรมมายาในยุคที่รุ่งเรืองสูงสุดเมื่อราว 1,500 ปีก่อน มีอาณาเขตกว้างขวางและมีประชากรจำนวนมากกว่าที่เคยคาดกันไว้ 3-4 เท่า

Science Update : หุ่นยนต์บาริสต้า ที่ร้านกาแฟในญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/318356

Science Update : หุ่นยนต์บาริสต้า ที่ร้านกาแฟในญี่ปุ่น

Science Update : หุ่นยนต์บาริสต้า ที่ร้านกาแฟในญี่ปุ่น

วันอาทิตย์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.
ญี่ปุ่นเปิดตัวหุ่นยนต์ชงกาแฟเป็นครั้งแรกในกรุงโตเกียว เพื่อทำหน้าที่แทนบาริสต้า โดยลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการจะต้องซื้อตั๋วจากเครื่องก่อน แล้วเอาตั๋วมาสแกนคิวอาร์โค้ด เพื่อรับกาแฟ ซึ่งขายในราคาแก้วละ 100 กว่าบาท หุ่นยนต์บาริสต้านี้มีชื่อเรียกว่า ซอว์เยอร์ มีความสามารถในการชงกาแฟต่อครั้งได้สูงสุด 5 แก้ว แต่ละแก้วใช้เวลาประมาณ 4 นาที ตามปกติร้านกาแฟทั่วไป ต้องจ้างพนักงานชงกาแฟ 4-5 คน แต่ที่นี่มีเพียงเจ้าซอว์เยอร์ตัวเดียว และเครื่องชงกาแฟเพียง 1 เครื่องเท่านั้น ก็ให้บริการลูกค้าได้แล้ว และแน่นอนเมื่อต้นทุนน้อยลง ราคากาแฟก็ถูกลงด้วย แนวคิดหุ่นยนต์ในร้านกาแฟเป็นเทรนด์ใหม่ของสังคมญี่ปุ่นที่ขาดแคลนแรงงาน อันเนื่องมาจากกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ เทคโนโลยีหุ่นยนต์ไม่ใช่เรื่องใหม่ในกรุงโตเกียว เพราะโรงแรมเฮนนะ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ก็ใช้หุ่นยนต์คอยช่วยบริการเช็กอินแก่แขกผู้เข้าพัก และใช้หุ่นยนต์ทำความสะอาดล็อบบี้โรงแรมด้วย

Science Update : ขยะพลาสติกทำปะการังติดเชื้อโรค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/316935

Science Update : ขยะพลาสติกทำปะการังติดเชื้อโรค

Science Update : ขยะพลาสติกทำปะการังติดเชื้อโรค

วันอาทิตย์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.
คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเจมส์ คุก ในออสเตรเลีย ได้ตรวจสอบปะการัง 120,000 จุดของแนวปะการัง 159 แห่ง ที่บางแห่งมีขยะพลาสติกและบางแห่งไม่มีปัญหาเรื่องนี้ใน อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย เมียนมา และประเทศไทย พบว่า โอกาสที่ปะการังจะติดเชื้อโรคเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6 เป็นร้อยละ 89 เมื่อปะการังสัมผัสกับขยะพลาสติก ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า พลาสติกอาจจะเป็นตัวเก็บเชื้อแบคทีเรียที่ดีและเป็นตัวกลางที่เหมาะสมในการส่งผ่านเชื้อโรคไปให้แก่ปะการังและเป็นอันตรายต่อปะการัง เช่น โรคไวท์ ซินโดรม ปัญหาขยะพลาสติกเป็นปัญหาแพร่ระบาดไปยังทะเลและมหาสมุทรทั่วโลก และนับวันจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ประมาณการว่า มีขยะพลาสติก 11,100 ล้านชิ้น บนปะการังทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและคาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 40 ในระยะเวลา 7 ปี หรือเท่ากับขยะพลาสติก 15,700 ล้านชิ้นบนปะการังในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ภายในปี 2025

Science Update : เขตมรณะไร้ออกซิเจนในทะเลขยายตัวเพิ่มขึ้น4เท่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/315520

Science Update :  เขตมรณะไร้ออกซิเจนในทะเลขยายตัวเพิ่มขึ้น4เท่า

Science Update : เขตมรณะไร้ออกซิเจนในทะเลขยายตัวเพิ่มขึ้น4เท่า

วันอาทิตย์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.
ผลวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science ชี้ว่าพื้นที่เขตมรณะ (Dead zones) หรือน่านน้ำในมหาสมุทรที่ขาดออกซิเจนจนทำให้สิ่งมีชีวิตไม่สามารถอาศัยอยู่ได้นั้น กำลังขยายวงกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยพบว่ามีขนาดใหญ่กว่าเดิมถึง 4 เท่า นับแต่ปี 1950 เป็นต้นมา และปัจจุบันมีขนาดเท่ากับดินแดนของชาติในสหภาพยุโรปรวมกันแล้ว โดยภาวะโลกร้อนที่ทำให้น้ำทะเลอุ่นขึ้นและกักเก็บออกซิเจนได้น้อยลง ทำให้พื้นที่เขตมรณะในทะเลเปิดของมหาสมุทรต่าง ๆ ทั่วโลกขยายตัวขึ้น ส่วนพื้นที่ขาดออกซิเจนใกล้ชายฝั่งก็มีเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าในช่วงเวลาเดียวกัน เนื่องจากการใช้ปุ๋ยทำการเกษตร รวมทั้งการทิ้งของเสียลงดินและแหล่งน้ำใกล้ทะเลเป็นจำนวนมาก ดร.เดนิส เบรตเบิร์ก จากศูนย์วิจัยสิ่งแวดล้อมสถาบันสมิธโซเนียนในสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้นำการวิจัยดังกล่าวระบุว่า ปรากฏการณ์นี้จะนำไปสู่การตายและสูญพันธุ์ของสัตว์น้ำครั้งใหญ่ในไม่ช้า ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ทำประมงและประชาชนหลายร้อยล้านคนทั่วโลก

Science Update : เหยี่ยวออสเตรเลียใช้ไฟเผาป่าไล่เหยื่อจากที่ซ่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/314096

Science Update : เหยี่ยวออสเตรเลียใช้ไฟเผาป่าไล่เหยื่อจากที่ซ่อน

Science Update : เหยี่ยวออสเตรเลียใช้ไฟเผาป่าไล่เหยื่อจากที่ซ่อน

วันอาทิตย์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.
นกเหยี่ยวอย่างน้อย 3 ชนิดในเขตนอร์เทิร์นแทริทอรี (Northern territory) ของออสเตรเลีย คือเหยี่ยวสีน้ำตาล (brown falcon) เหยี่ยวดำ (black kite) และเหยี่ยวผิวปาก (whistling kite) รู้จักการใช้ไฟเพื่อช่วยหาอาหาร โดยสามารถคาบกิ่งไม้ติดไฟที่เกิดจากไฟป่าตามธรรมชาติ ไปปล่อยลงในบริเวณที่ยังไม่ไหม้ไฟ เมื่อเกิดเพลิงไหม้ลุกลามในพื้นที่แห่งใหม่ เหยี่ยวตัวที่ลงมือวางเพลิง จะเข้าไปรอคอยอยู่ใกล้ๆ ชิดแนวของเปลวไฟที่กำลังโหมกระหน่ำ เพื่อดักจับเหยื่อเช่น งู หนู กบ แมลง และสัตว์เลื้อยคลานอื่นๆ ที่ตื่นตกใจหนีไฟออกมาได้โดยสะดวก เหยี่ยวพวกนี้มีหนังหนาที่ขา ซึ่งจะป้องกันไม่ให้ตัวมันเองถูกงูกัดหรือถูกไฟลวกได้ง่าย พฤติกรรมเรียนรู้ใช้ประโยชน์จากไฟป่าของนกเหยี่ยว ยังสอดคล้องกับทฤษฎีวิวัฒนาการอย่างยิ่ง เพราะการแยกไปเผาป่าในพื้นที่ใหม่ ช่วยลดการแข่งขันในหมู่นกนับร้อยที่มารุมกันจับเหยื่อในพื้นที่เกิดไฟป่าเพียงแห่งเดียว ซึ่งทำให้อาหารมีไม่เพียงพอ

Science Update : ศาสตร์แห่งการเข้าคิว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/312712

Science Update : ศาสตร์แห่งการเข้าคิว

Science Update : ศาสตร์แห่งการเข้าคิว

วันอาทิตย์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.
ผลวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคของคณะบริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดชี้ว่า คนส่วนใหญ่มักทนไม่ได้ที่ตนเองต้องรอคิวเป็นคนสุดท้ายอยู่ในแถวของตน และมีแนวโน้มจะตัดสินใจเปลี่ยนไปต่อแถวใหม่มากกว่าคนที่รอในตำแหน่งอื่นๆ ถึง 4 เท่า อย่างไรก็ตาม คนที่ตัดสินใจเปลี่ยนแถวไป-มาเช่นนี้ กลับต้องรอเป็นเวลานานขึ้นกว่าปกติราว 10% ส่วนคนที่ตัดสินใจเปลี่ยนแถว 2 ครั้งติดต่อกัน จะต้องรอนานขึ้นกว่าปกติถึง 67% นักวิจัยบอกว่า ความเกลียดตำแหน่งสุดท้ายปลายแถวของมนุษย์ส่งผลทางจิตวิทยาให้ผู้คนมักร้อนรนทนไม่ได้ที่ต้องรอเป็นคนสุดท้าย ทั้งที่จำนวนคนซึ่งต่อคิวหลังจากเราไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกว่าจะต้องรอนานหรือไม่ ผลสำรวจยังชี้ว่า คนเราจะมีความพึงพอใจลดลงถึง 20% หากเห็นว่าตนเองจะได้รับบริการเป็นคนสุดท้าย ในขณะที่ความไม่พอใจดังกล่าวจะหายไปในทันที หากเห็นว่ามีผู้มาต่อคิวเป็นคนสุดท้ายแทนที่ตน แม้จะมีเพียงคนเดียวก็ตาม

Science Update : มนุษย์ผู้บินเดี่ยวในอวกาศเป็นคนแรกเสียชีวิตแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/311851

Science Update : มนุษย์ผู้บินเดี่ยวในอวกาศเป็นคนแรกเสียชีวิตแล้ว

Science Update : มนุษย์ผู้บินเดี่ยวในอวกาศเป็นคนแรกเสียชีวิตแล้ว

วันอาทิตย์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซาแถลงว่า นายบรูซ แมคแคนด์เลส อดีตนักบินอวกาศผู้ปฏิบัติภารกิจใช้อุปกรณ์ไอพ่นติดหลัง บินในห้วงอวกาศโดยไม่ต้องใช้สายโยงได้สำเร็จเป็นคนแรก ได้เสียชีวิตลงแล้วในวัย 80 ปี ที่บ้านพักในรัฐแคลิฟอร์เนีย ภาพที่เขาสวมอุปกรณ์ไอพ่นติดหลังเพื่อบินอย่างอิสระในอวกาศ หรือ Manned Maneuvering Unit (MMU) ของนาซา ออกบินเดี่ยวในห้วงอวกาศเมื่อปี 1984 เป็นระยะทาง 100 เมตร จากกระสวยอวกาศชาเลนเจอร์ โดยไม่มีสายยึดโยงเพื่อความปลอดภัย สร้างความตื่นเต้นฮือฮาไปทั่วโลก ก่อนจะได้รับคัดเลือกเป็นนักบินอวกาศของนาซาเมื่อปี 1966 นายแมคแคนด์เลสเคยเป็นทหารเรือมาก่อนและได้เคยปฏิบัติหน้าที่ในช่วงวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบามาแล้ว เขาขึ้นปฏิบัติภารกิจในห้วงอวกาศครั้งแรกเมื่อมีอายุได้ 46 ปี ซึ่งเป็นครั้งที่เขาได้ออกบินอย่างอิสระเป็นช่วงสั้นๆ ในอวกาศนั่นเอง