Science Update : หุ่นยนต์บาริสต้า ที่ร้านกาแฟในญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/318356

Science Update : หุ่นยนต์บาริสต้า ที่ร้านกาแฟในญี่ปุ่น

Science Update : หุ่นยนต์บาริสต้า ที่ร้านกาแฟในญี่ปุ่น

วันอาทิตย์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.
ญี่ปุ่นเปิดตัวหุ่นยนต์ชงกาแฟเป็นครั้งแรกในกรุงโตเกียว เพื่อทำหน้าที่แทนบาริสต้า โดยลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการจะต้องซื้อตั๋วจากเครื่องก่อน แล้วเอาตั๋วมาสแกนคิวอาร์โค้ด เพื่อรับกาแฟ ซึ่งขายในราคาแก้วละ 100 กว่าบาท หุ่นยนต์บาริสต้านี้มีชื่อเรียกว่า ซอว์เยอร์ มีความสามารถในการชงกาแฟต่อครั้งได้สูงสุด 5 แก้ว แต่ละแก้วใช้เวลาประมาณ 4 นาที ตามปกติร้านกาแฟทั่วไป ต้องจ้างพนักงานชงกาแฟ 4-5 คน แต่ที่นี่มีเพียงเจ้าซอว์เยอร์ตัวเดียว และเครื่องชงกาแฟเพียง 1 เครื่องเท่านั้น ก็ให้บริการลูกค้าได้แล้ว และแน่นอนเมื่อต้นทุนน้อยลง ราคากาแฟก็ถูกลงด้วย แนวคิดหุ่นยนต์ในร้านกาแฟเป็นเทรนด์ใหม่ของสังคมญี่ปุ่นที่ขาดแคลนแรงงาน อันเนื่องมาจากกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ เทคโนโลยีหุ่นยนต์ไม่ใช่เรื่องใหม่ในกรุงโตเกียว เพราะโรงแรมเฮนนะ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ก็ใช้หุ่นยนต์คอยช่วยบริการเช็กอินแก่แขกผู้เข้าพัก และใช้หุ่นยนต์ทำความสะอาดล็อบบี้โรงแรมด้วย

Science Update : ขยะพลาสติกทำปะการังติดเชื้อโรค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/316935

Science Update : ขยะพลาสติกทำปะการังติดเชื้อโรค

Science Update : ขยะพลาสติกทำปะการังติดเชื้อโรค

วันอาทิตย์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.
คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเจมส์ คุก ในออสเตรเลีย ได้ตรวจสอบปะการัง 120,000 จุดของแนวปะการัง 159 แห่ง ที่บางแห่งมีขยะพลาสติกและบางแห่งไม่มีปัญหาเรื่องนี้ใน อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย เมียนมา และประเทศไทย พบว่า โอกาสที่ปะการังจะติดเชื้อโรคเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6 เป็นร้อยละ 89 เมื่อปะการังสัมผัสกับขยะพลาสติก ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า พลาสติกอาจจะเป็นตัวเก็บเชื้อแบคทีเรียที่ดีและเป็นตัวกลางที่เหมาะสมในการส่งผ่านเชื้อโรคไปให้แก่ปะการังและเป็นอันตรายต่อปะการัง เช่น โรคไวท์ ซินโดรม ปัญหาขยะพลาสติกเป็นปัญหาแพร่ระบาดไปยังทะเลและมหาสมุทรทั่วโลก และนับวันจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ประมาณการว่า มีขยะพลาสติก 11,100 ล้านชิ้น บนปะการังทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและคาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 40 ในระยะเวลา 7 ปี หรือเท่ากับขยะพลาสติก 15,700 ล้านชิ้นบนปะการังในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ภายในปี 2025

Science Update : เขตมรณะไร้ออกซิเจนในทะเลขยายตัวเพิ่มขึ้น4เท่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/315520

Science Update :  เขตมรณะไร้ออกซิเจนในทะเลขยายตัวเพิ่มขึ้น4เท่า

Science Update : เขตมรณะไร้ออกซิเจนในทะเลขยายตัวเพิ่มขึ้น4เท่า

วันอาทิตย์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.
ผลวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science ชี้ว่าพื้นที่เขตมรณะ (Dead zones) หรือน่านน้ำในมหาสมุทรที่ขาดออกซิเจนจนทำให้สิ่งมีชีวิตไม่สามารถอาศัยอยู่ได้นั้น กำลังขยายวงกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยพบว่ามีขนาดใหญ่กว่าเดิมถึง 4 เท่า นับแต่ปี 1950 เป็นต้นมา และปัจจุบันมีขนาดเท่ากับดินแดนของชาติในสหภาพยุโรปรวมกันแล้ว โดยภาวะโลกร้อนที่ทำให้น้ำทะเลอุ่นขึ้นและกักเก็บออกซิเจนได้น้อยลง ทำให้พื้นที่เขตมรณะในทะเลเปิดของมหาสมุทรต่าง ๆ ทั่วโลกขยายตัวขึ้น ส่วนพื้นที่ขาดออกซิเจนใกล้ชายฝั่งก็มีเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าในช่วงเวลาเดียวกัน เนื่องจากการใช้ปุ๋ยทำการเกษตร รวมทั้งการทิ้งของเสียลงดินและแหล่งน้ำใกล้ทะเลเป็นจำนวนมาก ดร.เดนิส เบรตเบิร์ก จากศูนย์วิจัยสิ่งแวดล้อมสถาบันสมิธโซเนียนในสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้นำการวิจัยดังกล่าวระบุว่า ปรากฏการณ์นี้จะนำไปสู่การตายและสูญพันธุ์ของสัตว์น้ำครั้งใหญ่ในไม่ช้า ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ทำประมงและประชาชนหลายร้อยล้านคนทั่วโลก

Science Update : เหยี่ยวออสเตรเลียใช้ไฟเผาป่าไล่เหยื่อจากที่ซ่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/314096

Science Update : เหยี่ยวออสเตรเลียใช้ไฟเผาป่าไล่เหยื่อจากที่ซ่อน

Science Update : เหยี่ยวออสเตรเลียใช้ไฟเผาป่าไล่เหยื่อจากที่ซ่อน

วันอาทิตย์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.
นกเหยี่ยวอย่างน้อย 3 ชนิดในเขตนอร์เทิร์นแทริทอรี (Northern territory) ของออสเตรเลีย คือเหยี่ยวสีน้ำตาล (brown falcon) เหยี่ยวดำ (black kite) และเหยี่ยวผิวปาก (whistling kite) รู้จักการใช้ไฟเพื่อช่วยหาอาหาร โดยสามารถคาบกิ่งไม้ติดไฟที่เกิดจากไฟป่าตามธรรมชาติ ไปปล่อยลงในบริเวณที่ยังไม่ไหม้ไฟ เมื่อเกิดเพลิงไหม้ลุกลามในพื้นที่แห่งใหม่ เหยี่ยวตัวที่ลงมือวางเพลิง จะเข้าไปรอคอยอยู่ใกล้ๆ ชิดแนวของเปลวไฟที่กำลังโหมกระหน่ำ เพื่อดักจับเหยื่อเช่น งู หนู กบ แมลง และสัตว์เลื้อยคลานอื่นๆ ที่ตื่นตกใจหนีไฟออกมาได้โดยสะดวก เหยี่ยวพวกนี้มีหนังหนาที่ขา ซึ่งจะป้องกันไม่ให้ตัวมันเองถูกงูกัดหรือถูกไฟลวกได้ง่าย พฤติกรรมเรียนรู้ใช้ประโยชน์จากไฟป่าของนกเหยี่ยว ยังสอดคล้องกับทฤษฎีวิวัฒนาการอย่างยิ่ง เพราะการแยกไปเผาป่าในพื้นที่ใหม่ ช่วยลดการแข่งขันในหมู่นกนับร้อยที่มารุมกันจับเหยื่อในพื้นที่เกิดไฟป่าเพียงแห่งเดียว ซึ่งทำให้อาหารมีไม่เพียงพอ

Science Update : ศาสตร์แห่งการเข้าคิว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/312712

Science Update : ศาสตร์แห่งการเข้าคิว

Science Update : ศาสตร์แห่งการเข้าคิว

วันอาทิตย์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.
ผลวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคของคณะบริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดชี้ว่า คนส่วนใหญ่มักทนไม่ได้ที่ตนเองต้องรอคิวเป็นคนสุดท้ายอยู่ในแถวของตน และมีแนวโน้มจะตัดสินใจเปลี่ยนไปต่อแถวใหม่มากกว่าคนที่รอในตำแหน่งอื่นๆ ถึง 4 เท่า อย่างไรก็ตาม คนที่ตัดสินใจเปลี่ยนแถวไป-มาเช่นนี้ กลับต้องรอเป็นเวลานานขึ้นกว่าปกติราว 10% ส่วนคนที่ตัดสินใจเปลี่ยนแถว 2 ครั้งติดต่อกัน จะต้องรอนานขึ้นกว่าปกติถึง 67% นักวิจัยบอกว่า ความเกลียดตำแหน่งสุดท้ายปลายแถวของมนุษย์ส่งผลทางจิตวิทยาให้ผู้คนมักร้อนรนทนไม่ได้ที่ต้องรอเป็นคนสุดท้าย ทั้งที่จำนวนคนซึ่งต่อคิวหลังจากเราไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกว่าจะต้องรอนานหรือไม่ ผลสำรวจยังชี้ว่า คนเราจะมีความพึงพอใจลดลงถึง 20% หากเห็นว่าตนเองจะได้รับบริการเป็นคนสุดท้าย ในขณะที่ความไม่พอใจดังกล่าวจะหายไปในทันที หากเห็นว่ามีผู้มาต่อคิวเป็นคนสุดท้ายแทนที่ตน แม้จะมีเพียงคนเดียวก็ตาม

Science Update : มนุษย์ผู้บินเดี่ยวในอวกาศเป็นคนแรกเสียชีวิตแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/311851

Science Update : มนุษย์ผู้บินเดี่ยวในอวกาศเป็นคนแรกเสียชีวิตแล้ว

Science Update : มนุษย์ผู้บินเดี่ยวในอวกาศเป็นคนแรกเสียชีวิตแล้ว

วันอาทิตย์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซาแถลงว่า นายบรูซ แมคแคนด์เลส อดีตนักบินอวกาศผู้ปฏิบัติภารกิจใช้อุปกรณ์ไอพ่นติดหลัง บินในห้วงอวกาศโดยไม่ต้องใช้สายโยงได้สำเร็จเป็นคนแรก ได้เสียชีวิตลงแล้วในวัย 80 ปี ที่บ้านพักในรัฐแคลิฟอร์เนีย ภาพที่เขาสวมอุปกรณ์ไอพ่นติดหลังเพื่อบินอย่างอิสระในอวกาศ หรือ Manned Maneuvering Unit (MMU) ของนาซา ออกบินเดี่ยวในห้วงอวกาศเมื่อปี 1984 เป็นระยะทาง 100 เมตร จากกระสวยอวกาศชาเลนเจอร์ โดยไม่มีสายยึดโยงเพื่อความปลอดภัย สร้างความตื่นเต้นฮือฮาไปทั่วโลก ก่อนจะได้รับคัดเลือกเป็นนักบินอวกาศของนาซาเมื่อปี 1966 นายแมคแคนด์เลสเคยเป็นทหารเรือมาก่อนและได้เคยปฏิบัติหน้าที่ในช่วงวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบามาแล้ว เขาขึ้นปฏิบัติภารกิจในห้วงอวกาศครั้งแรกเมื่อมีอายุได้ 46 ปี ซึ่งเป็นครั้งที่เขาได้ออกบินอย่างอิสระเป็นช่วงสั้นๆ ในอวกาศนั่นเอง

Science Update : ดาวเคราะห์น้อย‘โอมูอามูอา’อาจมีน้ำอยู่ด้านใน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310552

Science Update : ดาวเคราะห์น้อย‘โอมูอามูอา’อาจมีน้ำอยู่ด้านใน

Science Update : ดาวเคราะห์น้อย‘โอมูอามูอา’อาจมีน้ำอยู่ด้านใน

วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
โอมูอามูอา ดาวเคราะห์น้อยรูปทรงประหลาด ซึ่งมาจากนอกระบบสุริยะ อาจมีน้ำในรูปของน้ำแข็งอยู่ลึกลงไปใต้พื้นผิว แม้ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า โอมูอามูอาไม่ได้แผ่กลุ่มก๊าซหรือ
ไอน้ำออกมาโดยรอบเมื่อเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ทั้งที่เป็นปรากฏการณ์ที่พบได้บ่อยในดาวหางหรือดาวเคราะห์น้อยดวงอื่น ทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนสันนิษฐานว่า โอมูอามูอาไม่มีน้ำแข็งเป็นองค์ประกอบหรือมีอยู่น้อยมาก อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาล่าสุดจากนักดาราศาสตร์มหาวิทยาลัย Queen’s University Belfast (QUB) ในไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature Astronomy ชี้ว่า
น่าจะมีน้ำแข็งอยู่ภายใต้เปลือกผิวที่เป็นคาร์บอนหนาของโอมูอามูอา โดยอาจอยู่ลึกลงไปราวครึ่งเมตรหรือมากกว่า ทั้งนี้ ดาวเคราะห์น้อยโอมูอามูอามีชื่อเป็นภาษาฮาวายซึ่งแปลว่า “ผู้ส่งสารจากแดนไกลที่มาถึงเป็นคนแรก” เนื่องจากเป็นวัตถุอวกาศชิ้นแรกที่ล่องลอยมาจากนอกระบบสุริยะที่ห่างไกล ซึ่งนักดาราศาสตร์ตรวจพบเมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา

Science Update : ‘ฮังกา ตองกา-ฮังกา ฮาอาปาย’ เกาะอายุน้อยที่สุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309194

Science Update : ‘ฮังกา ตองกา-ฮังกา ฮาอาปาย’ เกาะอายุน้อยที่สุดในโลก

Science Update : ‘ฮังกา ตองกา-ฮังกา ฮาอาปาย’ เกาะอายุน้อยที่สุดในโลก

วันอาทิตย์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ฮังกา ตองกา-ฮังกา ฮาอาปาย เกาะแห่งใหม่ของโลกที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟใต้ทะเลในตองกาเมื่อ 2 ปีก่อน ได้กลายเป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติของดาวอังคารที่เหล่านักวิทยาศาสตร์กำลังให้ความสนใจ เกาะแห่งนี้ก่อตัวขึ้นเมื่อปี 2015 หลังการปะทุของภูเขาไฟใต้ทะเลของตองกา ซึ่งตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ในตอนนั้นเหล่านักวิทยาศาสตร์ต่างคาดว่าเกาะแห่งนี้จะเสื่อมสลายตัวลงภายในเวลาไม่กี่เดือน แต่ 2 ปีผ่านไปเกาะก็ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ ทำให้ตอนนี้พวกเขาคิดว่าอาจต้องใช้เวลาถึง 30 ปีกว่าที่เกาะจะเสื่อมสลายลง นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ลักษณะการก่อตัวของเกาะคล้ายคลึงกับการก่อตัวของเกาะบนดาวอังคารที่กำเนิดขึ้นจากน้ำหากข้อสันนิษฐานดังกล่าวเป็นจริง ก็จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ไขปริศนาเรื่องสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร และอาจช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจมากขึ้นถึงสภาพแวดล้อมใต้น้ำในยุคต้นๆ ของดาวอังคาร ว่าจะมีสภาพที่เอื้อต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตหรือไม่

Science Update : สนามโน้มถ่วงช่วยวัดขนาดแผ่นดินไหว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/307896

Science Update : สนามโน้มถ่วงช่วยวัดขนาดแผ่นดินไหว

Science Update : สนามโน้มถ่วงช่วยวัดขนาดแผ่นดินไหว

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ดร.มาร์แต็ง วาลลี นักวิจัยชาวฝรั่งเศสจากสถาบัน Paris Institute of Earth Physics เสนอวิธีการใหม่ที่จะช่วยในการวัดขนาดความรุนแรงของแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ได้แม่นยำและรวดเร็วขึ้น โดยติดตามดูความเปลี่ยนแปลงของสนามโน้มถ่วงของโลกที่เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร Science ระบุว่า สัญญาณความโน้มถ่วง ซึ่งส่งออกมาจากการเปลี่ยนแปลงภายในสนามโน้มถ่วงโลกหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวเริ่มเกิดขึ้น สามารถจะเดินทางด้วยความเร็วแสง และมาถึงอุปกรณ์ตรวจจับแผ่นดินไหวได้เร็วกว่าคลื่นไหวสะเทือน (seismic wave) ที่ปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลเพื่อคำนวณขนาดของแผ่นดินไหวและแจ้งเตือนการเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ข้อเสนอดังกล่าวมาจากผลการศึกษาวิเคราะห์เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น เมื่อปี 2011 ซึ่งทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิที่สร้างความเสียหายแก่เตาปฏิกรณ์ของโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ ฟุกุชิมะ ไดอิจิ และทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 12,000 คน

Science Update : ดาวที่มีมหาสมุทรอาจไม่เอื้อให้เกิดสิ่งมีชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/306642

Science Update : ดาวที่มีมหาสมุทรอาจไม่เอื้อให้เกิดสิ่งมีชีวิต

Science Update : ดาวที่มีมหาสมุทรอาจไม่เอื้อให้เกิดสิ่งมีชีวิต

วันอาทิตย์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
น.ส.เทสซา ฟิเชอร์ นักศึกษาระดับปริญญาเอกด้านชีวดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแอริโซนาสเตทของสหรัฐ เสนอแนวคิดที่สร้างความฮือฮา ต่อที่ประชุมวิชาการว่าด้วยดวงดาวที่สิ่งมีชีวิตอาจอาศัยอยู่ได้ ซึ่งจัดขึ้นในเมืองแลรามีของรัฐไวโอมิงเมื่อไม่นานมานี้ โดยระบุว่า แม้น้ำจะเป็นองค์ประกอบสำคัญของสิ่งมีชีวิต แต่ดวงดาวที่เต็มไปด้วยน้ำบนพื้นผิวจนเกิดเป็นมหาสมุทรขนาดใหญ่ อาจมีสภาพไม่เหมาะสมต่อการให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตก็เป็นได้ เพราะการที่มีผืนน้ำกว้างและมีแผ่นดินโผล่พ้นน้ำน้อย จะทำให้มหาสมุทรนั้นขาดธาตุฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ ข้อเสนอของน.ส.ฟิเชอร์ สร้างความฮือฮาให้กับบรรดานักวิทยาศาสตร์ที่มุ่งค้นหาสิ่งมีชีวิตบนดาวดวงอื่น หรือค้นหาดวงดาวที่มีสภาพเอื้อต่อการอยู่อาศัยเหมือนกับโลกเป็นอย่างมาก โดยมองกันว่าในอนาคตการศึกษาวิจัยในด้านนี้จะไม่มุ่งไปที่การค้นหาร่องรอยของน้ำบนดวงดาวต่างๆ เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่อาจหันมาศึกษาองค์ประกอบของบรรยากาศดวงดาวให้มากขึ้น