Science Update : มนุษย์ผู้บินเดี่ยวในอวกาศเป็นคนแรกเสียชีวิตแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/311851

Science Update : มนุษย์ผู้บินเดี่ยวในอวกาศเป็นคนแรกเสียชีวิตแล้ว

Science Update : มนุษย์ผู้บินเดี่ยวในอวกาศเป็นคนแรกเสียชีวิตแล้ว

วันอาทิตย์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซาแถลงว่า นายบรูซ แมคแคนด์เลส อดีตนักบินอวกาศผู้ปฏิบัติภารกิจใช้อุปกรณ์ไอพ่นติดหลัง บินในห้วงอวกาศโดยไม่ต้องใช้สายโยงได้สำเร็จเป็นคนแรก ได้เสียชีวิตลงแล้วในวัย 80 ปี ที่บ้านพักในรัฐแคลิฟอร์เนีย ภาพที่เขาสวมอุปกรณ์ไอพ่นติดหลังเพื่อบินอย่างอิสระในอวกาศ หรือ Manned Maneuvering Unit (MMU) ของนาซา ออกบินเดี่ยวในห้วงอวกาศเมื่อปี 1984 เป็นระยะทาง 100 เมตร จากกระสวยอวกาศชาเลนเจอร์ โดยไม่มีสายยึดโยงเพื่อความปลอดภัย สร้างความตื่นเต้นฮือฮาไปทั่วโลก ก่อนจะได้รับคัดเลือกเป็นนักบินอวกาศของนาซาเมื่อปี 1966 นายแมคแคนด์เลสเคยเป็นทหารเรือมาก่อนและได้เคยปฏิบัติหน้าที่ในช่วงวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบามาแล้ว เขาขึ้นปฏิบัติภารกิจในห้วงอวกาศครั้งแรกเมื่อมีอายุได้ 46 ปี ซึ่งเป็นครั้งที่เขาได้ออกบินอย่างอิสระเป็นช่วงสั้นๆ ในอวกาศนั่นเอง

Science Update : ดาวเคราะห์น้อย‘โอมูอามูอา’อาจมีน้ำอยู่ด้านใน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310552

Science Update : ดาวเคราะห์น้อย‘โอมูอามูอา’อาจมีน้ำอยู่ด้านใน

Science Update : ดาวเคราะห์น้อย‘โอมูอามูอา’อาจมีน้ำอยู่ด้านใน

วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
โอมูอามูอา ดาวเคราะห์น้อยรูปทรงประหลาด ซึ่งมาจากนอกระบบสุริยะ อาจมีน้ำในรูปของน้ำแข็งอยู่ลึกลงไปใต้พื้นผิว แม้ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า โอมูอามูอาไม่ได้แผ่กลุ่มก๊าซหรือ
ไอน้ำออกมาโดยรอบเมื่อเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ทั้งที่เป็นปรากฏการณ์ที่พบได้บ่อยในดาวหางหรือดาวเคราะห์น้อยดวงอื่น ทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนสันนิษฐานว่า โอมูอามูอาไม่มีน้ำแข็งเป็นองค์ประกอบหรือมีอยู่น้อยมาก อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาล่าสุดจากนักดาราศาสตร์มหาวิทยาลัย Queen’s University Belfast (QUB) ในไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature Astronomy ชี้ว่า
น่าจะมีน้ำแข็งอยู่ภายใต้เปลือกผิวที่เป็นคาร์บอนหนาของโอมูอามูอา โดยอาจอยู่ลึกลงไปราวครึ่งเมตรหรือมากกว่า ทั้งนี้ ดาวเคราะห์น้อยโอมูอามูอามีชื่อเป็นภาษาฮาวายซึ่งแปลว่า “ผู้ส่งสารจากแดนไกลที่มาถึงเป็นคนแรก” เนื่องจากเป็นวัตถุอวกาศชิ้นแรกที่ล่องลอยมาจากนอกระบบสุริยะที่ห่างไกล ซึ่งนักดาราศาสตร์ตรวจพบเมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา

Science Update : ‘ฮังกา ตองกา-ฮังกา ฮาอาปาย’ เกาะอายุน้อยที่สุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309194

Science Update : ‘ฮังกา ตองกา-ฮังกา ฮาอาปาย’ เกาะอายุน้อยที่สุดในโลก

Science Update : ‘ฮังกา ตองกา-ฮังกา ฮาอาปาย’ เกาะอายุน้อยที่สุดในโลก

วันอาทิตย์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ฮังกา ตองกา-ฮังกา ฮาอาปาย เกาะแห่งใหม่ของโลกที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟใต้ทะเลในตองกาเมื่อ 2 ปีก่อน ได้กลายเป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติของดาวอังคารที่เหล่านักวิทยาศาสตร์กำลังให้ความสนใจ เกาะแห่งนี้ก่อตัวขึ้นเมื่อปี 2015 หลังการปะทุของภูเขาไฟใต้ทะเลของตองกา ซึ่งตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ในตอนนั้นเหล่านักวิทยาศาสตร์ต่างคาดว่าเกาะแห่งนี้จะเสื่อมสลายตัวลงภายในเวลาไม่กี่เดือน แต่ 2 ปีผ่านไปเกาะก็ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ ทำให้ตอนนี้พวกเขาคิดว่าอาจต้องใช้เวลาถึง 30 ปีกว่าที่เกาะจะเสื่อมสลายลง นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ลักษณะการก่อตัวของเกาะคล้ายคลึงกับการก่อตัวของเกาะบนดาวอังคารที่กำเนิดขึ้นจากน้ำหากข้อสันนิษฐานดังกล่าวเป็นจริง ก็จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ไขปริศนาเรื่องสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร และอาจช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจมากขึ้นถึงสภาพแวดล้อมใต้น้ำในยุคต้นๆ ของดาวอังคาร ว่าจะมีสภาพที่เอื้อต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตหรือไม่

Science Update : สนามโน้มถ่วงช่วยวัดขนาดแผ่นดินไหว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/307896

Science Update : สนามโน้มถ่วงช่วยวัดขนาดแผ่นดินไหว

Science Update : สนามโน้มถ่วงช่วยวัดขนาดแผ่นดินไหว

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ดร.มาร์แต็ง วาลลี นักวิจัยชาวฝรั่งเศสจากสถาบัน Paris Institute of Earth Physics เสนอวิธีการใหม่ที่จะช่วยในการวัดขนาดความรุนแรงของแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ได้แม่นยำและรวดเร็วขึ้น โดยติดตามดูความเปลี่ยนแปลงของสนามโน้มถ่วงของโลกที่เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร Science ระบุว่า สัญญาณความโน้มถ่วง ซึ่งส่งออกมาจากการเปลี่ยนแปลงภายในสนามโน้มถ่วงโลกหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวเริ่มเกิดขึ้น สามารถจะเดินทางด้วยความเร็วแสง และมาถึงอุปกรณ์ตรวจจับแผ่นดินไหวได้เร็วกว่าคลื่นไหวสะเทือน (seismic wave) ที่ปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลเพื่อคำนวณขนาดของแผ่นดินไหวและแจ้งเตือนการเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ข้อเสนอดังกล่าวมาจากผลการศึกษาวิเคราะห์เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น เมื่อปี 2011 ซึ่งทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิที่สร้างความเสียหายแก่เตาปฏิกรณ์ของโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ ฟุกุชิมะ ไดอิจิ และทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 12,000 คน

Science Update : ดาวที่มีมหาสมุทรอาจไม่เอื้อให้เกิดสิ่งมีชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/306642

Science Update : ดาวที่มีมหาสมุทรอาจไม่เอื้อให้เกิดสิ่งมีชีวิต

Science Update : ดาวที่มีมหาสมุทรอาจไม่เอื้อให้เกิดสิ่งมีชีวิต

วันอาทิตย์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
น.ส.เทสซา ฟิเชอร์ นักศึกษาระดับปริญญาเอกด้านชีวดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแอริโซนาสเตทของสหรัฐ เสนอแนวคิดที่สร้างความฮือฮา ต่อที่ประชุมวิชาการว่าด้วยดวงดาวที่สิ่งมีชีวิตอาจอาศัยอยู่ได้ ซึ่งจัดขึ้นในเมืองแลรามีของรัฐไวโอมิงเมื่อไม่นานมานี้ โดยระบุว่า แม้น้ำจะเป็นองค์ประกอบสำคัญของสิ่งมีชีวิต แต่ดวงดาวที่เต็มไปด้วยน้ำบนพื้นผิวจนเกิดเป็นมหาสมุทรขนาดใหญ่ อาจมีสภาพไม่เหมาะสมต่อการให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตก็เป็นได้ เพราะการที่มีผืนน้ำกว้างและมีแผ่นดินโผล่พ้นน้ำน้อย จะทำให้มหาสมุทรนั้นขาดธาตุฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ ข้อเสนอของน.ส.ฟิเชอร์ สร้างความฮือฮาให้กับบรรดานักวิทยาศาสตร์ที่มุ่งค้นหาสิ่งมีชีวิตบนดาวดวงอื่น หรือค้นหาดวงดาวที่มีสภาพเอื้อต่อการอยู่อาศัยเหมือนกับโลกเป็นอย่างมาก โดยมองกันว่าในอนาคตการศึกษาวิจัยในด้านนี้จะไม่มุ่งไปที่การค้นหาร่องรอยของน้ำบนดวงดาวต่างๆ เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่อาจหันมาศึกษาองค์ประกอบของบรรยากาศดวงดาวให้มากขึ้น

Science Update : แสงสว่างจากหลอดไฟปกคลุมทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305265

Science Update : แสงสว่างจากหลอดไฟปกคลุมทั่วโลก

Science Update : แสงสว่างจากหลอดไฟปกคลุมทั่วโลก

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการไซแอนซ์ แอดวานเซส อาศัยข้อมูลจากเครื่องวัดรังสีที่ติดตั้งบนดาวเทียมของนาซา ซึ่งออกแบบมาเพื่อวัดค่าแสงในเวลากลางคืนโดยเฉพาะ ภาพถ่ายแสดงให้เห็นว่า แสงสว่างจากหลอดไฟกำลังเพิ่มขึ้นและครอบคลุมบริเวณกว้างขึ้นทั่วโลกทุกปี บางประเทศที่ส่องสว่างเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกอยู่แล้วอย่างสหรัฐและสเปน ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ประเทศส่วนใหญ่ในอเมริกาใต้ แอฟริกา และเอเชียมีแสงสว่างเพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดผลกระทบที่คาดไม่ถึงต่อสุขภาพของมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม ผลการศึกษาพบว่าแสงจากหลอดไฟ เป็นภัยต่อการผสมเกสรของพืช มีผลทำให้แมลงที่หากินในเวลากลางคืนผสมเกสรน้อยลง ต้นไม้ในบริเวณที่มีไฟส่องสว่าง จะออกดอกเร็วกว่าปกติ 1 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับต้นไม้ที่ไม่ได้อยู่ในบริเวณที่มีแสงไฟ อีกทั้งยังมีส่วนทำให้นกที่อพยพในเวลากลางคืน มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ขณะที่ความสว่างของไฟสีฟ้าที่จ้าเกินไป จะกระทบต่อฮอร์โมนเมลาโทนินซึ่งทำให้ง่วงนอน ส่งผลให้คนเรานอนหลับไม่เพียงพอในเวลากลางคืน

Science Update : ทรัมป์ชะลอนำงาช้างเข้าประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/303964

Science Update : ทรัมป์ชะลอนำงาช้างเข้าประเทศ

Science Update : ทรัมป์ชะลอนำงาช้างเข้าประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ทวิตข้อความเมื่อวันศุกร์ เปลี่ยนใจขอชะลอการตัดสินใจอนุญาตให้นักล่าสัตว์ชาวอเมริกัน นำงาช้างจากแซมเบียและซิมบับเว เข้าประเทศได้ โดยขอพิจารณาข้อมูลต่างๆ ให้รอบด้านเสียก่อน หลังจากช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ประกาศว่าจะเปิดทางให้นักล่าสัตว์ชาวอเมริกัน นำงาช้างจากแซมเบียและซิมบับเว เข้าประเทศได้ ทำให้นักล่าสัตว์อเมริกันล่าสัตว์ใน 2 ประเทศนี้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เป็นการยกเลิกคำสั่งห้ามในยุคของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่ออกคำสั่งไว้ในปี 2557 การตัดสินใจดังกล่าว สร้างความโกรธแค้นต่อกลุ่มผู้อนุรักษ์สัตว์ป่า ซึ่งรวมทั้งเชลซี คลินตัน บุตรสาวของอดีตประธานาธิบดีบิล และนางฮิลลารี คลินตัน ที่เธอเป็นผู้สนับสนุนการอนุรักษ์ช้างมายาวนาน ผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า ประชากรช้างแอฟริกากำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง รายงานเมื่อปีที่แล้ว พบว่า ลดลงประมาณร้อยละ 30 ระหว่างปี 2550-2557 เหตุผลอันดับต้นๆ เกิดจากการล่า โดยในปี 2559 มีประชากรช้างเหลือเพียง 350,000 ตัวในป่า จากที่เคยมีอยู่หลายล้านตัวในช่วงต้นศตวรรษที่ 20

Science Update : เรือล่าวาฬญี่ปุ่นมุ่งหน้าแอนตาร์กติก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/302577

Science Update : เรือล่าวาฬญี่ปุ่นมุ่งหน้าแอนตาร์กติก

Science Update : เรือล่าวาฬญี่ปุ่นมุ่งหน้าแอนตาร์กติก

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
กลุ่มเรือล่าวาฬของญี่ปุ่น 5 ลำ นำโดยเรือนิสชิน มารู ขนาด 8,145 ตัน เดินทางออกจากท่าเรือแล้วในสัปดาห์นี้ เพื่อออกล่าวาฬประจำปีในมหาสมุทรแอนตาร์กติก โดยจะปฏิบัติภารกิจในการล่าวาฬไปจนถึงเดือนมีนาคมปีหน้าเพื่อศึกษาพฤติกรรมและชีววิทยาของวาฬ ครั้งนี้มีเป้าหมายที่จะล่าวาฬมิงค์ 333 ตัว แม้จะมีกระแสเรียกร้องจากนานาประเทศให้ญี่ปุ่นหยุดการกระทำดังกล่าว เมื่อปี 2014 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศขององค์การสหประชาชาติ หรือ ไอซีเจ ได้สั่งให้ญี่ปุ่นยุติการล่าวาฬในน่านน้ำของมหาสมุทรแอนตาร์กติก ระบุโครงการล่าวาฬที่ญี่ปุ่นอ้างว่าเพื่อการศึกษานั้น ไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงวิทยาศาสตร์ ซึ่งญี่ปุ่นได้หยุดล่าวาฬในปี 2014 และ 2015 และกลับมาล่าอีกครั้งในอีก 1 ปีถัดมาภายใต้โครงการใหม่ที่ญี่ปุ่นระบุว่า มีคุณค่าในทางวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง รัฐบาลญี่ปุ่นกล่าวว่า ญี่ปุ่นพยายามที่จะพิสูจน์ว่า ประชากรวาฬมีมากพออย่างยั่งยืนและสามารถล่าเพื่อการพาณิชย์มาเพื่อเป็นอาหารได้

Science Update : วิทยานิพนธ์‘สตีเฟน ฮอว์กิง’ยอดฮิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/301157

Science Update : วิทยานิพนธ์‘สตีเฟน ฮอว์กิง’ยอดฮิต

Science Update : วิทยานิพนธ์‘สตีเฟน ฮอว์กิง’ยอดฮิต

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกหัวข้อ “คุณสมบัติของจักรวาลที่ขยายตัว” ของศาสตราจารย์สตีเฟน ฮอว์กิง ซึ่งทางมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์เปิดให้เข้าไปอ่านและดาวน์โหลดได้ฟรี ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว มีผู้เข้าชมแล้วทั้งสิ้นกว่า 2 ล้านครั้ง ผ่าน 800,000 เบราว์เซอร์จากทั่วทุกมุมโลก สถิติการเข้าดูวิทยานิพนธ์ดังกล่าวสูงเป็นประวัติการณ์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยคาดว่าสูงกว่าของเอกสารใดๆ ในคลังเอกสารออนไลน์ “อพอลโล” (Apollo Repository) ของมหาวิทยาลัย และน่าจะสูงที่สุดในโลก ผลงานดังกล่าวเป็นวิทยานิพนธ์ที่นักฟิสิกส์อัจฉริยะผู้นี้เขียนขึ้น เพื่อขอจบการศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิตจากทรินิตี้ ฮอลล์ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เมื่อปี 1966 ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก จนทำให้เว็บไซต์สำหรับดาวน์โหลดผลงานวิชาการของมหาวิทยาลัยถึงกับล่ม เมื่อเปิดให้คนทั่วไปเข้าถึงวิทยานิพนธ์นี้ได้ทางออนไลน์ในวันแรก

Science Update : เด็กหญิง 11 ปีคว้ารางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/299860

Science Update : เด็กหญิง 11 ปีคว้ารางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์

Science Update : เด็กหญิง 11 ปีคว้ารางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์

วันอาทิตย์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ด.ญ.คีตาญชลี ราว วัยเพียง 11 ปี ได้รับรางวัลที่ 1 นักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ของสหรัฐ ในงาน 2017 Discovery Education 3M Young Scientist Challenge พร้อมเงินรางวัล 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 830,000 บาท) จากผลงานการคิดค้นอุปกรณ์ตรวจหาสารตะกั่วปนเปื้อนในน้ำ โดยวิธีที่ต้นทุนต่ำและทำได้รวดเร็ว อาศัยเทคโนโลยีท่อนาโนคาร์บอน โดยได้แรงบันดาลใจมาจากกรณีอื้อฉาวน้ำประปาปนเปื้อนของเมืองฟลินท์ รัฐมิชิแกน ช่วงปี 2014-2015 ทุกวันนี้ วิธีการทดสอบที่แม่นยำเพื่อหาสารตะกั่วปนเปื้อนในน้ำ ยังมีราคาแพงและต้องใช้เวลาส่งตัวอย่างน้ำไปวิเคราะห์ยังห้องทดลอง แต่นวัตกรรมจากแนวคิดริเริ่มของ ด.ญ.คีตาญชลี ใช้ระบบเซ็นเซอร์แบบพกพา ที่เชื่อมต่อกับแอบพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งวิเคราะห์ค่าต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว เธอกล่าวด้วยว่า อยากพัฒนาอุปกรณ์นี้ให้ดีขึ้นเพื่อให้นำออกสู่ตลาดได้ในที่สุด และเมื่อโตขึ้น เธออยากจะเป็นนักพันธุศาสตร์หรือนักระบาดวิทยา