Science Update : จีนเปิดตัวโครงการ เสริมศักยภาพนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่

Science Update : จีนเปิดตัวโครงการ เสริมศักยภาพนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่

Science Update : จีนเปิดตัวโครงการ เสริมศักยภาพนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศจีน (CAST) คัดเลือกผู้สมัครที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาเอกกลุ่มแรกจำนวน 3,226 คน ให้เข้าร่วมโครงการสนับสนุนคนหนุ่มสาวผู้มีศักยภาพในด้านวิทยาศาสตร์ เป็นระยะเวลา 2 ปี ซึ่งเป็ยโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล

ผู้สมัครที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับการฝึกอบรมเฉพาะทางเพื่อเปิดกว้างมุมมอง เสริมสร้างประสบการณ์ และเร่งพัฒนาความก้าวหน้าทางวิชาการ โดยการสนับสนุนนี้จะครอบคลุมตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 ถึงธันวาคม 2026

สมาคมฯ ระบุว่า โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่ผู้สมัครซึ่งกำลังศึกษาในระดับปริญญาเอกผู้มีอายุต่ำกว่า 30 ปีเป็นหลัก โดยเน้นที่สาขาวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์การเกษตร และแพทยศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยแห่งต่างๆ ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับทุนสนับสนุนในการเข้าร่วมประชุมวิชาการระดับสูง การตีพิมพ์บทความวิจัยคุณภาพสูง และการแลกเปลี่ยนและศึกษาต่อยังต่างประเทศ โดยสมาคมฯ จะมอบเงินสนับสนุนสูงสุด 40,000 หยวน (ราว 188,000 บาท) ต่อคน

ผู้ได้รับคัดเลือกยังจะได้รับตำแหน่งผู้ช่วยในการประชุมวิชาการระดับสูง ทั้งในองค์กรด้านวิชาการภายในประเทศและระดับนานาชาติ รวมถึงได้รับบทบาทผู้ช่วยบรรณาธิการในวารสารวิชาการต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้มีโอกาสติดตามความก้าวหน้าล่าสุดในงานวิจัยและมีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งในแวดวงการวิชาการ

โครงการนี้วางแผนเพิ่มการสนับสนุนให้ครอบคลุมผู้สมัครประมาณ 10,000 คนต่อปี ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นไป หรือคิดเป็นกว่าร้อยละ 15 ของผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากสาขาที่เกี่ยวข้องในแต่ละปีของประเทศ

Science Update : ยานนาซาเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด

https://www.naewna.com/lady/851199

Science Update : ยานนาซาเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด

Science Update : ยานนาซาเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด

วันอาทิตย์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ยานอวกาศ พาร์กเกอร์ โซลาร์ โพรบ (Parker Solar Probe – PSP) ขององค์การบริหารการบินและอวกาศ หรือนาซา ของสหรัฐฯ สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการอยู่รอดปลอดภัยจากการเดินทางใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้น โดยบรรดานักวิทยาศาสตร์ได้รับสัญญาณจากยานดังกล่าว ก่อนเวลาเที่ยงคืนวันที่ 26 ธันวาคมตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับ 12.00 น.ของวันที่ 27 ธันวาคม ตามเวลาในไทย หลังจากขาดการติดต่อนานหลายวันระหว่างที่ยานบินผ่านดวงอาทิตย์ที่ร้อนระอุ

นาซา ระบุว่า ยานพาร์กเกอร์ โซลาร์ โพรบ ปลอดภัย และปฏิบัติภารกิจได้ตามปกติ หลังจากเคลื่อนผ่านห่างจากผิวดวงอาทิตย์เพียง 6.1 ล้านกิโลเมตร

ยานพาร์กเกอร์ โซลาร์ โพรบ ทะยานขึ้นสู่ชั้นอวกาศในปี 2561 โคจรผ่านดวงอาทิตย์ไปแล้ว 21 ครั้ง และเข้าใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะพุ่งเข้าไปในชั้นบรรยากาศชั้นนอกของดวงอาทิตย์ในคืนคริสต์มาสอีฟ โดยต้องเผชิญกับอุณหภูมิที่โหดร้ายและการแผ่รังสีที่รุนแรง ยานอวกาศลำนี้ เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุด 692,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และทนต่ออุณหภูมิสูงถึง 980 องศาเซลเซียส

นาซา บอกว่า การศึกษาดวงอาทิตย์แบบใกล้ชิดนี้ ช่วยให้ยาน พาร์กเกอร์ โซลาร์ โพรบ สามารถวัดค่าต่าง ๆ ที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจได้ดีขึ้นว่า สสารในบริเวณนี้ได้รับความร้อนถึงหลายล้านองศาได้อย่างไร พร้อมทั้งติดตามต้นกำเนิดของลมสุริยะ และค้นพบว่าอนุภาคพลังงานสูงถูกเร่งความเร็วให้ใกล้ความเร็วแสงได้อย่างไร

Science Update : นักวิจัยศึกษาพบ ‘มด’ ทำงานเป็นทีมได้ดีกว่ามนุษย์

Science Update  : นักวิจัยศึกษาพบ ‘มด’ ทำงานเป็นทีมได้ดีกว่ามนุษย์

Science Update : นักวิจัยศึกษาพบ ‘มด’ ทำงานเป็นทีมได้ดีกว่ามนุษย์

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผลการศึกษาจากสถาบันวิทยาศาสตร์ไวซ์มันน์ (WIS) ซึ่งเผยแพร่ผ่านวารสารวิชาการพีเอ็นเอเอส (PNAS) ในสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าฝูงมดทำงานเป็นทีมได้ดีกว่ามนุษย์ในบางกรณีเช่น การออกจากเขาวงกต

คณะนักวิจัยทำการศึกษาตามคุณลักษณะที่มนุษย์และมดมีเหมือนกัน นั่นคือความสามารถร่วมมือต่อเนื่องขณะขนของหนักเกินขนาดร่างกายอย่างมาก ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์พื้นฐานสำหรับประเมินว่ามดหรือมนุษย์ขนย้ายของหนักผ่านเขาวงกตได้ดีกว่ากัน

เพื่อเปรียบเทียบระหว่างมดกับมนุษย์ คณะนักวิจัยได้ปรับใช้ปัญหา “เกมย้ายเปียโน” ซึ่งใช้วัตถุรูปตัว T ขนาดใหญ่แทนเปียโน และวัตถุนี้ต้องถูกเคลื่อนย้ายผ่านพื้นที่ที่แบ่งเป็นสามห้องและมีช่องทางแคบ โดยมีการสร้างเขาวงกตสองแบบตามขนาดของมดและมนุษย์ และขนาดที่ต่างกันของฝูงหรือกลุ่ม

มดดำหรือมดน้ำตาลถูกหลอกให้เข้าใจวัตถุที่แบกขนเป็นอาหาร ส่วนกลุ่มมนุษย์ถูกห้ามใช้การสื่อสารด้วยวาจาหรือท่าทางเพื่อความเท่าเทียมในการเปรียบเทียบ ซึ่งมนุษย์ทำผลงานได้ดีกว่ามดในการทดลองรายบุคคลเพราะมีความสามารถทางสติปัญญา แต่มดทำผลงานได้อย่างมีกลยุทธ์ในการทดลองแบบทีมเพราะใช้ความจำร่วมในการรักษาทิศทางและหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาด

มนุษย์ไม่สามารถปรับปรุงการทำผลงานให้ดีขึ้นเมื่อทำงานเป็นทีม โดยผลงานของมนุษย์ในการทดลองแบบทีมด้อยลงเมื่อเทียบกับผลงานจากการทดลองแบบรายบุคคล เพราะถูกจำกัดการสื่อสารด้วยวาจาหรือท่าทางระหว่างสมาชิกภายในกลุ่มให้เหมือนกับมด

ผลการศึกษานี้ยืนยันการมองอาณาจักรมดเป็นครอบครัว ที่ซึ่งสมาชิกทุกตัวมีผลประโยชน์ร่วมกัน ทำให้ความร่วมมือมีนัยสำคัญมากกว่าการแข่งขันกันอย่างมหาศาล

Science Update : อินโดฯเล็งแปรรูป ‘น้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว’ เป็นเชื้อเพลิงเครื่องบิน

https://www.naewna.com/lady/848905

Science Update : อินโดฯเล็งแปรรูป ‘น้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว’ เป็นเชื้อเพลิงเครื่องบิน

Science Update : อินโดฯเล็งแปรรูป ‘น้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว’ เป็นเชื้อเพลิงเครื่องบิน

วันอาทิตย์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เปอร์ตามินา (Pertamina) รัฐวิสาหกิจด้านน้ำมันของอินโดนีเซีย เปิดเผยแผนการแปรรูปน้ำมันปรุงอาหารที่ใช้แล้ว (UCO) ให้กลายเป็นเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานด้านพลังงานสีเขียว

แผนดังกล่าวจะดำเนินการโดยบริษัท พีที กีลาง เปอร์ตามินา อินเตอร์เนชันแนล (PT Kilang Pertamina Internasional) บริษัทในเครือของเปอร์ตามินาภายใต้โครงการกรีน รีไฟน์เนอรี ชิลาแคป (Green Refinery Cilacap) ซึ่งร่วมมือกับบริษัทส่งออกน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วอย่างพีที กาปูรา มาส เลสทารี (PT Gapura Mas Lestari)

โครงการนี้คาดว่าจะแปรรูปวัตถุดิบด้วยกำลังการผลิต 6,000 บาร์เรลต่อวันเพื่อผลิตน้ำมันพืชที่ผ่านการไฮโดรทรีต (hydrotreated) และผลิตเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยานที่ยั่งยืน โดยเปอร์ตามินาคาดว่าผลผลิตจะอยู่ที่ราว 3 แสนกิโลลิตรต่อปี

เมื่อวันอังคารที่ 17 ธ.ค. ฟัดจาร์ โจโก ซานโตโซ รองประธานฝ่ายสื่อสารองค์กรของพีที เปอร์ตามินา ระบุว่าการแปรรูปน้ำมันดังกล่าวเป็นนวัตกรรมจากเปอร์ตามินาในการผลิตเชื้อเพลิงที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมพัฒนาพลังงานหมุนเวียนโดยใช้แหล่งพลังงานที่มีอยู่ในประเทศ

Science Update : ตรวจสอบอุบัตเหตุ ‘เฮลิคอปเตอร์อินเจนูอิตี’ บนดาวอังคาร

https://www.naewna.com/lady/847520

Science Update : ตรวจสอบอุบัตเหตุ ‘เฮลิคอปเตอร์อินเจนูอิตี’ บนดาวอังคาร

Science Update : ตรวจสอบอุบัตเหตุ ‘เฮลิคอปเตอร์อินเจนูอิตี’ บนดาวอังคาร

วันอาทิตย์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ทีมวิศวกรขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซา ดำเนินการตรวจสอบเฮลิคอปเตอร์สำรวจดาวอังคารอินเจนูอิตี (Ingenuity) เสร็จสิ้นแล้ว โดยเฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้ประจำการถาวรอยู่บนดาวอังคารนับตั้งแต่ขึ้นบินเที่ยวบินสุดท้ายเมื่อเดือนมกราคม 2024 ขึ้นบินแล้ว 72 เที่ยว และบินไกลกว่าที่วางแผนไว้มากกว่า 30 เท่า พร้อมสะสมเวลาบินมากกว่า 2 ชั่วโมง

โดยในระหว่างการบินเที่ยวสุดท้ายเมื่อวันที่ 18 มกราคมปีนี้ อินเจนูอิตีได้บินขึ้นสูงถึง 12 เมตรและบันทึกภาพ ก่อนลอยกลับลงมาบนพื้นผิวดาวอังคารและระงับการสื่อสารต่อมาในวันรุ่งขึ้น ภารกิจดังกล่าวได้เริ่มทำการสื่อสารอีกครั้ง ซึ่งภาพถ่ายที่ส่งกลับมา 6 วันหลังจากการบินเผยให้เห็นว่าใบพัดโรเตอร์ของอินเจนูอิตีได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ผลการสำรวจเบื้องต้นสรุปได้ว่า ระบบนำทางของอินเจนูอิตีที่เกิดปัญหาขัดข้องในการให้ข้อมูลที่แม่นยำระหว่างการบิน อาจทำให้เกิดหลายเหตุการณ์จนส่งผลให้ต้องยุติภารกิจลง

เฮลิคอปเตอร์อินเจนูอิตีลงสู่พื้นหลุมอุกกาบาตเจซีโร (Jezero Crater) ของดาวอังคารเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2021 โดยติดอยู่กับส่วนท้องของยานสำรวจเพอร์เซเวียแรนซ์ (Perseverance) ของนาซา

แม้เที่ยวบินที่ 72 จะส่งผลให้อินเจนูอิตีต้องหยุดบินเป็นการถาวร แต่เฮลิคอปเตอร์ลำนี้ ยังคงส่งข้อมูลการทดสอบสภาพอากาศและระบบอากาศยานไปยังยานสำรวจเพเซเวียแรนซ์ราวสัปดาห์ละครั้ง ซึ่งข้อมูลสภาพอากาศนี้อาจมีประโยชน์ต่อการสำรวจดาวอังคารในอนาคต

Science Update : ‘หุ่นยนต์แมลง’ เคลื่อนที่ไวกว่าแมลงสาบ

https://www.naewna.com/lady/846141

Science Update : ‘หุ่นยนต์แมลง’ เคลื่อนที่ไวกว่าแมลงสาบ

Science Update : ‘หุ่นยนต์แมลง’ เคลื่อนที่ไวกว่าแมลงสาบ

วันอาทิตย์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศาสตราจารย์เหยียน เสี่ยวจวิน และเพื่อนร่วมงานจากมหาวิทยาลัยเป่ยหางในกรุงปักกิ่ง พัฒนาหุ่นยนต์ไบโอนิกส์ขนาดเล็กเท่าแมลงที่ยาวเพียง 2 เซนติเมตร น้ำหนักเบากว่า2 กรัม ซึ่งสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างคล่องแคล่วและขยับถอยหลังออกมาหากเจอทางตัน

ในปี 2017 เหยียนได้เริ่มต้นออกแบบหุ่นยนต์ขนาดเท่าแมลงที่สามารถเคลื่อนไหวได้โดยไม่ต้องใช้แหล่งจ่ายไฟภายนอก แต่ในช่วง 3 ปีต่อมา แม้ทีมของเขาจะสำรวจการออกแบบลำตัวหุ่นยนต์หลายสิบแบบและปรับแต่งเครื่องมือพารามิเตอร์อย่างละเอียด แต่หุ่นยนต์ยังคงไม่เคลื่อนที่ กระทั่งได้แรงบันดาลใจจากการกระโจนและวิ่งของเสือดาว ทีมงานจึงได้ออกแบบหุ่นยนต์แมลงเลียนแบบชีวภาพรุ่นใหม่ชื่อ “บีเอชเอ็มบอท” (BHMbot) ที่สามารถวิ่งได้รวดเร็วกว่าแมลงสาบโดยไม่ต้องมีการผูกโยง และหมุนตัวได้คล่องกว่า

การศึกษาที่เผยแพร่เมื่อเดือนพฤศจิกายนในวารสารไซแอนซ์ แอดวานซ์ (ScienceAdvances) ทีมงานรายงานถึงหุ่นยนต์เวอร์ชั่นปรับแก้ใหม่ที่สามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าและถอยหลังได้อย่างรวดเร็ว และสามารถวิ่งในเส้นทางที่ซับซ้อนได้ภายใต้การควบคุมแบบไร้สาย

เหยียนกล่าวว่า หุ่นยนต์ขนาดเล็กเหล่านี้มีศักยภาพสำหรับนำไปใช้งานในหลากหลายด้าน เช่น การค้นหาและการกู้ภัยในเหตุภัยพิบัติ รวมถึงการตรวจสอบโครงสร้างอุปกรณ์เครื่องกล พร้อมเสริมว่า หุ่นยนต์แมลงนี้ยังอาจถูกพัฒนาเพื่อการขึ้นบินในอนาคตอีกด้วย โดยเป้าหมายสูงสุด คือการพัฒนาไมโครโดรนที่มีปีกกระพือได้เหมือนผึ้ง

Science Update : จีนวางแผนเก็บตัวอย่างจาก ‘ดาวอังคาร’ ภายในปี 2031

https://www.naewna.com/lady/844671

Science Update : จีนวางแผนเก็บตัวอย่างจาก ‘ดาวอังคาร’ ภายในปี 2031

Science Update : จีนวางแผนเก็บตัวอย่างจาก ‘ดาวอังคาร’ ภายในปี 2031

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ห้องปฏิบัติการสำรวจอวกาศห้วงลึกของจีนเปิดเผยว่า จีนตั้งเป้าหมายเก็บตัวอย่างดาวอังคารและนำกลับสู่โลกประมาณปี 2031 โดยเป้าหมายทางวิทยาศาสตร์อันสำคัญที่สุดคือการค้นหาสัญญาณของสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร

รายงานระบุว่า จีนวางแผนดำเนินภารกิจเทียนเวิ่น-3 ด้วยการส่งยานอวกาศสู่อวกาศ 2 ครั้ง ราวปี 2028 ซึ่งภารกิจนี้มุ่งลงจอด เก็บตัวอย่าง และนำกลับสู่โลกในปฏิบัติการแบบบูรณาการครั้งเดียว โดยจุดลงจอดยังจะทำหน้าที่เป็นสถานที่เก็บตัวอย่างด้วย โดยจะพิจารณารายละเอียดต่างๆ เช่น เก็บตัวอย่างที่ไหน เลือกอะไร เก็บตัวอย่างอย่างไร และใช้ประโยชน์จากวัตถุที่เก็บมาอย่างไร พร้อมเสนอจุดลงจอด 86 จุด ซึ่งกระจุกอยู่ในภูมิภาคไครส์ พลาทิเนีย และภูมิภาคยูโทเปีย พลานิเทีย ซึ่งมีสภาพแวดล้อมทางธรณีวิทยาหลากหลาย เช่น แนวชายฝั่งโบราณ ดินดอนสามเหลี่ยม ทะเลสาบโบราณ และระบบโกรกธาร ซึ่งมีสภาพแวดล้อมอันเกื้อหนุนการ
จุดกำเนิดและสิ่งมีชีวิตโบราณ

คณะนักวิทยาศาสตร์แสดงความมุ่งมั่นจะศึกษาวิธีระบุ หาสถานที่ และวิธีรักษาสัญญาณของสิ่งมีชีวิต ใช้ประโยชน์จากเทคนิคเก็บตัวอย่างบนพื้นผิวและใต้พื้นผิว พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการพัฒนาเครื่องมือใหม่ที่ถูกออกแบบมาตรวจจับสัญญาณของสิ่งมีชีวิตโดยเฉพาะ

ภารกิจเทียนเวิ่น-3 จะขนส่งอุปกรณ์บรรทุกที่พัฒนาผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยจีนจะร่วมมือกับคณะนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกเพื่อดำเนินการวิจัยตัวอย่างจากดาวอังคารและข้อมูลร่วมกัน และจีนวางแผนสำรวจระบบดาวเคราะห์โจเวียนเพื่อศึกษาประวัติวิวัฒนาการของดาวพฤหัสบดีและดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัสบดีระหว่างภารกิจเทียนเวิ่น-4

Science Update : ฟิลิปปินส์เริ่มสร้างฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์ใหญ่สุดในประเทศ

https://www.naewna.com/lady/843213

Science Update : ฟิลิปปินส์เริ่มสร้างฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์ใหญ่สุดในประเทศ

Science Update : ฟิลิปปินส์เริ่มสร้างฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์ใหญ่สุดในประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กระทรวงพลังงานของฟิลิปปินส์รายงานว่า ฟิลิปปินส์เริ่มต้นก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่เมรัลโก เทอร์รา (Meralco Terra) ซึ่งถือเป็นโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ 3,500 เฮกตาร์ (ราว 21,900 ไร่) ในจังหวัดนูเอวาเอซีฮาและจังหวัดบูลากัน ทางตอนเหนือของกรุงมะนิลา

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า โครงการนี้จะผลิตไฟฟ้ากว่า 5 พันล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี เมื่อเริ่มต้นดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบ และจะมีส่วนส่งเสริมโครงข่ายไฟฟ้าของเกาะลูซอนอย่างมาก ตอบสนองความต้องการพลังงานสะอาดและยั่งยืนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล

ราฟาเอล ลอติลลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์ กล่าวว่า การลงทุนด้านเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์และการกักเก็บพลังงานครั้งใหญ่นี้ถือเป็นก้าวสำคัญ
ในการบรรลุเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในส่วนประสมทางพลังงาน ลดการปล่อยคาร์บอน และตอบสนองความต้องการไฟฟ้าบนเกาะลูซอน

ลอติลลา เสริมว่า โครงการนี้จะเพิ่มความมั่นคงและความแข็งแกร่งทางพลังงานของฟิลิปปินส์ และจะมีส่วนส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยการสร้างงานและส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืน

Science Update : จีนส่งดาวเทียมติดตามการปล่อย ‘ก๊าซมีเทน’

https://www.naewna.com/lady/841811

Science Update : จีนส่งดาวเทียมติดตามการปล่อย ‘ก๊าซมีเทน’

Science Update : จีนส่งดาวเทียมติดตามการปล่อย ‘ก๊าซมีเทน’

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

จีนปล่อยจรวดขนส่งเชิงพาณิชย์ ลี่เจี้ยน-1 วาย5 (Lijian-1 Y5) พร้อมดาวเทียม 15 ดวง ซึ่งรวมถึงซีกวง-1 04 (Xiguang-1 04) ดาวเทียมเชิงพาณิชย์สำหรับเฝ้าติดตามก๊าซมีเทนที่มีความละเอียดสูงดวงแรกของจีนขึ้นสู่ห้วงอวกาศ

ดาวเทียมซีกวง-1 04 ติดตั้งกล้องถ่ายภาพก๊าซมีเทน กล้องคลอโรฟิลล์ และกล้องถ่ายมัลติสเปกตรัม มีคุณสมบัติหลากหลาย เช่น เฝ้าติดตามและแกะรอยแนวโน้ม
การปล่อยก๊าซมีเทน ระบุแหล่งกำเนิดคาร์บอน และประเมินขีดความสามารถความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยก๊าซมีเทนเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนอย่างรุนแรง นอกจากนั้นดาวเทียมซีกวง-1 04 จะดำเนินการสังเกตการณ์การรั่วไหลของก๊าซมีเทนจากแหล่งกำเนิดทั่วโลกด้วยความถี่สูงและความแม่นยำสูง พร้อมให้ข้อมูลและการสนับสนุนทางเทคนิคสำหรับการสร้างระบบกำกับดูแลการปล่อยก๊าซมีเทนที่มีความครอบคลุม

ดาวเทียมซีกวง-1 04 จะสนับสนุนความพยายามของจีนในการปกป้องระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม การควบคุมการปล่อยมลพิษทางอุตสาหกรรม และการตรวจจับการรั่วไหลของก๊าซ รวมถึงยกระดับอิทธิพลของจีนในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนระดับโลกด้วย

Science Update : ดาวเทียมขนาดเล็ก พัฒนาโดยนักศึกษาดวงแรกสู่ห้วงอวกาศ

https://www.naewna.com/lady/840386

Science Update : ดาวเทียมขนาดเล็ก พัฒนาโดยนักศึกษาดวงแรกสู่ห้วงอวกาศ

Science Update : ดาวเทียมขนาดเล็ก พัฒนาโดยนักศึกษาดวงแรกสู่ห้วงอวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คิวบ์แซต (CubeSat) ดาวเทียมขนาดเล็กดวงแรกที่มหาวิทยาลัยของจีนและรัสเซียร่วมกันพัฒนา ถูกนำส่งขึ้นสู่ห้วงอวกาศจากเมืองบลาโกเวชเชนสค์ของรัสเซียโดยสำเร็จลุล่วง เมื่อช่วงเช้าวันอังคาร (5 พ.ย.)

สถาบันเทคโนโลยีฮาร์บิน (HIT) ที่มีฐานอยู่ในมณฑลเฮยหลงเจียงทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ระบุว่าคิวบ์แซตเป็นดาวเทียมขนาดเล็กหนักราว 15.7 กิโลกรัม จะนำมาใช้เพื่อการตรวจสอบเทคโนโลยีดาวเทียมขนาดไมโคร-นาโน การทดลองเทคโนโลยีวิทยุเบื้องต้น และการศึกษาวิทยาศาสตร์อวกาศ

โครงการดาวเทียมขนาดเล็กดังกล่าวมุ่งบูรณาการทรัพยากรจากสถาบันอุดมศึกษา และสนับสนุนการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างคนรุ่นใหม่ของทั้งสองประเทศ โดยมหาวิทยาลัยของจีนและรัสเซียที่มีส่วนร่วมในโครงการดังกล่าว ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีฮาร์บิน มหาวิทยาลัยการบินและอวกาศหนานจิง มหาวิทยาลัยรัฐอามูร์ และมหาวิทยาลัยเทคนิคบาวแมนแห่งมอสโก

รองผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมือนานาชาติ สังกัดสถาบันเทคโนโลยีฮาร์บิน กล่าวว่า นักศึกษาจากทั้งสองประเทศเป็นผู้พัฒนาดาวเทียมดังกล่าว โดยทีมงานจากชมรมนักศึกษาของสถาบันฯ เป็นผู้นำดำเนินโครงการนี้ และมีนักศึกษาเข้าร่วมราว 50 คน ในช่วงแรกของการพัฒนา โดยเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีมากกว่าร้อยละ 60 ขณะที่นักศึกษาระดับปริญญาเอกจากคณะวิทยาศาสตร์อวกาศของสถาบันฯ หนึ่งในสมาชิกทีมทดลอง กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยได้จัดเตรียมอาจารย์ที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการทดลอง และเงินทุนเพื่อการพัฒนา ตลอดจนให้อิสระในการบริหารจัดการโครงการและการจัดการด้านเทคนิค