Science Update : ดาวเทียมโลกร้อนดวงใหม่ขึ้นสู่อวกาศ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/808006

Science Update : ดาวเทียมโลกร้อนดวงใหม่ขึ้นสู่อวกาศ

Science Update : ดาวเทียมโลกร้อนดวงใหม่ขึ้นสู่อวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

จรวดฟอลคอน 9 ของบริษัท สเปซเอกซ์ ประสบความสำเร็จในการปล่อยดาวเทียม Earth Cloud Aerosol and Radiation Explorer หรือเรียกย่อๆ ว่า เอิร์ธแคร์ (EarthCARE) จากฐานทัพอวกาศฟานเดนเบิร์ก ในแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันอังคารที่ 28 พ.ค. ที่ผ่านมา โดย เอิร์ธแคร์ เป็นภารกิจความร่วมมือระหว่างองค์การอวกาศยุโรป และองค์การอวกาศญี่ปุ่น ภารกิจนี้จะทำหน้าที่ตรวจสอบทางสภาพอากาศ คือ ตรวจสอบและติดตามเมฆและละอองลอย ที่สะท้อนรังสีดวงอาทิตย์กลับเข้าสู่อวกาศ และภารกิจในการดักจับรังสีอินฟราเรดที่ปล่อยออกมาจากพื้นผิวโลก

ทั้งนี้ ปรากฏการณ์กลุ่มเมฆละอองลอย คือ กลุ่มเมฆฝุ่นและละอองที่ลอยอยู่ในอากาศ เกิดขึ้นได้ทั้งจากธรรมชาติ เช่น ฝุ่นที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ หรือกิจกรรมในชีวิตประจำวันของมนุษย์ เช่น ควันจากท่อไอเสีย ฝุ่นจากโรงงานอุตสาหกรรมละอองลอยจะปรับสมดุลผลกระทบของคาร์บอนไดออกไซด์ต่อภาวะโลกร้อน เพราะละอองลอยมีความจำเป็นในการผลิตเมฆ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพอากาศของโลกของเรา ยิ่งมีปริมาตรของละอองลอยลอยอยู่ในอากาศมากเท่าใด เมฆก็จะยิ่งก่อตัวขึ้นในชั้นบรรยากาศและหนาแน่นมากขึ้นเท่านั้น

นอกจากนี้ ละอองลอยยังให้ผลทางอ้อมในเรื่องของการกระจายของแสง และสะท้อนกลับพลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์ด้วย

Science Update : พบดาวเคราะห์ดวงใหม่ขนาดใกล้ดาวศุกร์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/806687

Science Update : พบดาวเคราะห์ดวงใหม่ขนาดใกล้ดาวศุกร์

Science Update : พบดาวเคราะห์ดวงใหม่ขนาดใกล้ดาวศุกร์

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

องค์การบริการการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา เผยข้อมูลว่า กล้องโทรทรรศน์อวกาศเทสส์ (TESS) ได้ค้นพบดาวเคราะห์ที่น่าสนใจดวงใหม่ ที่โคจรอยู่ระหว่างโลกกับดาวศุกร์โดยศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยโตเกียว และทีมวิจัยเผยว่า แม้จะยังไม่ทราบว่าดาวเคราะห์ที่พบมีชั้นบรรยากาศหรือไม่ แต่ด้วยขนาดและพลังงานที่ได้รับจากดาวฤกษ์ที่มีความใกล้เคียงกับดาวศุกร์ หรือในภาษาอังกฤษก็คือดาววีนัส ดังนั้น จึงตั้งชื่อมันว่า เอ็กโซ-วีนัส

ดาวเคราะห์ดวงนี้ เป็นดาวบริวารของดาวฤกษ์ที่เป็นดาวแคระแดงที่มีชื่อว่า “กลิซ 12”ที่อยู่ห่างออกไปจากโลกประมาณ 40 ปีแสง เป็นหนึ่งในกลุ่มดาวปลาคู่ และมีขนาดเพียงแค่ร้อยละ 27 ของดวงอาทิตย์และมีอุณหภูมิพื้นผิวราว ๆ ร้อยละ 60 ของดวงอาทิตย์ โคจรรอบดาวกลิซ 12 ในทุก ๆ 12.8 วัน ซึ่งหากมันไม่มีชั้นบรรยากาศ คาดว่าอุณหภูมิพื้นผิวจะอยู่ที่ประมาณ 42 องศาเซลเซียส

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า หากตรวจสอบแล้วพบว่าดาวเคราะห์ที่พบมีชั้นบรรยากาศเหมือนกับโลก ก็ถือเป็นเป้าหมายที่ดีในการศึกษาและเข้าใจว่า ดาวเคราะห์ขนาดใกล้เคียงกับโลกที่โคจรรอบดาวฤกษ์จะยังคงรักษาชั้นบรรยากาศเอาไว้ได้หรือไม่ ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับสภาวะที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยบนดาวเคราะห์ต่างๆ ทั่วกาแล็กซี่ของเรา

Science Update : ปะการังโลกฟอกขาวกว่า 60%

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805428

Science Update : ปะการังโลกฟอกขาวกว่า 60%

Science Update : ปะการังโลกฟอกขาวกว่า 60%

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือโนอา เปิดเผยว่า ปีที่แล้ว แนวปะการังโลกเกิดการฟอกขาวครั้งใหญ่มากถึง 2 ใน 3 ของแนวปะการังทั่วโลก เป็นผลมาจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกผนวกกับปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้อุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับเป็นปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวครั้งใหญ่เป็นครั้งที่ 4 ของโลก โดยมีปะการังในมหาสมุทรแอตแลนติกได้รับผลกระทบหนักที่สุด เพราะฟอกขาวเกือบทั้งหมด

น้ำในมหาสมุทรที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นทำให้ปะการังขับสาหร่ายสีสันสดใสทื่ชื่อว่า “ซูแซนเทลลี” ที่อาศัยอยู่ในเนื้อเยื่อของปะการังออกไป ปะการังจึงมีสีซีดขาวเพราะไม่มีสาหร่ายช่วยสร้างสีสัน และเมื่อปะการังเกิดการฟอกขาวก็จะเสี่ยงที่จะขาดอาหาร เกิดโรค และตายลงในที่สุด

รายงานของนักวิทยาศาสตร์ระบุว่า เวลานี้ ปะการังฟอกขาวขนานใหญ่เกิดขึ้นในอย่างน้อย 62 ประเทศและดินแดน โดยที่อินเดียและศรีลังกานับเป็นประเทศล่าสุด
ที่มีรายงานผลกระทบปะการังฟอกขาวเกิดขึ้น ขณะที่ประเทศไทยเองก็เกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวอย่างหนักเช่นกันทั้งในฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน

Science Update : จีนพบรอยเท้าไดโนเสาร์ “ไดโนนีคัส” ใหญ่สุดในโลก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804067

Science Update : จีนพบรอยเท้าไดโนเสาร์ “ไดโนนีคัส” ใหญ่สุดในโลก

Science Update : จีนพบรอยเท้าไดโนเสาร์ “ไดโนนีคัส” ใหญ่สุดในโลก

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คณะนักวิทยาศาสตร์เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า การค้นพบรอยเท้าไดโนเสาร์สองนิ้วขนาดใหญ่ในตำบลหลินเฉิง มณฑลฝูเจี้ยนทางตะวันออกของจีน เป็นของไดโนเสาร์พันธุ์ไดโนนีคัส(deinonychosaurs)

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมา กลุ่มนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยธรณีศาสตร์แห่งประเทศจีน และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติหินอิงเหลียงได้ค้นพบรอยเท้าของไดโนเสาร์อย่างน้อย 8 ชนิดบริเวณแหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์หลงเสียง โดยรอยเท้า 12 รอยเป็นของไดโนเสาร์พันธุ์ไดแด็กทิล ไดโนนีคัส (didactyl deinonychosaur)

ในบรรดารอยเท้าสองนิ้วทั้ง 12 รอยข้างต้น พบรอยเท้าขนาดใหญ่ 5 รอยที่มีความกว้างเฉลี่ย 16.9 เซนติเมตร และความยาว 36.4 เซนติเมตร ซึ่งทำให้นักวิจัยสามารถจำแนกประเภทไดโนเสาร์เพิ่มใหม่ในชื่อ ฝูเจี้ยนนีปัส อิงเหลียงจี (Fujianipus yingliangi) และหากพิจารณาจากสัดส่วนนิ้วเท้า คาดว่าฝูเจี้ยนนีปัสอาจเป็นไดโนเสาร์ในวงศ์ทรูโอดอนทิด (troodontid)

สิง ลี่ต๋า รองศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัย กล่าวว่า ตอนนี้รอยเท้าเหล่านี้ถือเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์ไดโนนีคัสขนาดใหญ่ที่สุดที่ค้นพบในจีนและที่อื่นๆ พร้อมเสริมว่าเมื่อพิจารณาจากขนาดของรอยเท้าแล้ว คาดว่าไดโนเสาร์ฝูเจี้ยนนีปัสอาจมีความยาวอย่างน้อย 5 เมตร และมีความสูงช่วงสะโพกเกือบ 2 เมตร และว่าแหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์หลงเสียง เป็นแหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์ยุคครีเทเชียสตอนปลายที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีที่สุด มีพื้นที่ใหญ่ที่สุด และมีความหลากหลายมากที่สุดที่ค้นพบในจีนจนถึงปัจจุบัน

Science Update : จีนส่ง ‘ฉางเอ๋อ-6’ ไปดวงจันทร์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802774

Science Update : จีนส่ง ‘ฉางเอ๋อ-6’ ไปดวงจันทร์

Science Update : จีนส่ง ‘ฉางเอ๋อ-6’ ไปดวงจันทร์

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

องค์การอวกาศแห่งชาติของจีน แถลงความสำเร็จในการส่งยานสำรวจดวงจันทร์ “ฉางเอ๋อ-6” ไปยังดวงจันทร์ เพื่อเก็บตัวอย่างที่ฝั่งด้านมืดของดวงจันทร์ ส่งกลับมายังโลก เมื่อช่วงค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยใช้จรวดนำส่ง ลองมาร์ช-5 วาย 8 นำส่งฉางเอ๋อไปที่วงโคจรการถ่ายโอนระหว่างโลก
และดวงจันทร์ เป็นครั้งที่สองสำหรับจรวดขนส่งซีรี่ส์ลองมาร์ช-5 สำหรับภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของจีน

การเดินทางไปยังดวงจันทร์ของยานสำรวจฉางเอ๋อ-6 ครั้งนี้ ยังไม่มีมนุษย์เดินทางไปด้วย เพียงแค่ใช้ระบบอัตโนมัติ นำตัวอย่างจากอีกฟากหนึ่งของดวงจันทร์ ซึ่งเป็นด้านมืด และนำกลับมายังโลก หากสำเร็จจะถือเป็นภารกิจแรกในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

ภารกิจยานสำรวจฉางเอ๋อ-6 ครั้งนี้ มีขั้นตอนการสื่อสารที่ซับซ้อนมากกว่าภารกิจอื่น เนื่องจากดวงจันทร์โคจรรอบโลกโดยหันด้านไกลออกจากโลกตลอดเวลา ทำให้การสื่อสารระหว่างยานฉางเอ๋อ-6 จำเป็นต้องใช้ดาวเทียมทวนสัญญาณ “ชื่อว่าเชวเฉียว-2” ที่ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 20 มีนาคมทำหน้าที่เป็นทวนสัญญาณระหว่างยานฉางเอ๋อ 6 กับศูนย์ควบคุมบนโลก

Science Update : ทีมนักบินอวกาศ‘เสินโจว-18’เข้าสู่สถานีอวกาศจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801510

Science Update : ทีมนักบินอวกาศ‘เสินโจว-18’เข้าสู่สถานีอวกาศจีน

Science Update : ทีมนักบินอวกาศ‘เสินโจว-18’เข้าสู่สถานีอวกาศจีน

วันอาทิตย์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ทีมนักบินอวกาศ 3 คน บนยานอวกาศเสินโจว-18 (Shenzhou-18) ของจีนเข้าสู่สถานีอวกาศของประเทศ เมื่อวันศุกร์ที่ 26 เม.ย. เพื่อเริ่มต้นการสับเปลี่ยนลูกเรือในวงโคจรรอบใหม่ โดยมีทีมนักบินอวกาศประจำภารกิจเสินโจว-17 ทั้ง 3 คนมารอต้อนรับ และกล่าวทักทายสมาชิกใหม่ ก่อนถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน โดยการพบปะนี้เป็นจุดเริ่มต้นการสับเปลี่ยนลูกเรือในวงโคจรรอบที่ 4 ของสถานีอวกาศจีน

องค์การอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมแห่งประเทศจีน หรือ ซีเอ็มเอสเอ ระบุว่านักบินอวกาศทั้งหกคนจะใช้ชีวิตและทำงานร่วมกันราว 5 วัน เพื่อดำเนินงานตามแผนการและส่งมอบงานให้เสร็จสิ้น

นักบินอวกาศของยานเสินโจว-18 ประกอบด้วย เย่ กวงฟู่ ผู้บัญชาการภารกิจ, หลี่ ชง และหลี่ กว่างซู จะอยู่ปฏิบัติหน้าที่บนสถานีอวกาศเป็นเวลา 6 เดือน ปฏิบัติภารกิจหมุนเวียนกับลูกเรือจากเสินโจว-17 ที่สถานีอวกาศเทียนกง เป็นเวลา 6 เดือน โดยจะทำการทดลองมากกว่า 90 ครั้ง ทำภารกิจนอกตัวยาน 2-3 ครั้ง และยังมีภารกิจสำคัญอื่นๆ นอกจากนี้ ลูกเรือจะได้เห็นยานอวกาศขนส่งเทียนโจว-8 และ ยานอวกาศเสินโจว-19 ที่ขึ้นมาสู่สถานีอวกาศที่พวกเขาอยู่ด้วย

สำหรับลูกเรือจากยานเสินโจว-17 มีกำหนดกลับมายังโลกในวันที่ 30 เมษายน ส่วนนักบินอวกาศของยานเสินโจว-18 จะได้กลับมายังโลกในเดือนตุลาคมนี้

Science Update : เตือนปะการังทั่วโลกกำลังฟอกขาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/800153

Science Update : เตือนปะการังทั่วโลกกำลังฟอกขาว

Science Update : เตือนปะการังทั่วโลกกำลังฟอกขาว

วันอาทิตย์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

องค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ NOAA เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวครั้งใหญ่ครั้งที่ 4 ของโลก กำลังเกิดขึ้นในน่านน้ำทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ มีรายงานว่าพื้นที่ 3 ใน 4 ของแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟอันมีชื่อเสียงของออสเตรเลีย และเป็นแนวปะการังที่ยาวที่สุดในโลก กำลังเกิดการฟอกขาวอย่างหนัก ขณะที่พบว่าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2023 พบปะการังฟอกขาวในกว่า 54 ประเทศส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล รวมถึงผู้คนและเศรษฐกิจที่พึ่งพาแนวปะการัง โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวเชิงสำรวจและอนุรักษ์แนวปะการังที่สร้างมูลค่าหลาย
ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในแต่ละปี

NOAA ระบุว่า สาเหตุหลักของปะการังฟอกขาวเกิดจากปัญหาโลกร้อน ทำให้อุณหภูมิมหาสมุทรร้อนขึ้น และในปีนี้ปะการังเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงและรุนแรงขึ้นยาวนานกว่าที่เคย โดยอุณหภูมิทางทะเลในฤดูร้อนจะยาวนานขึ้นและร้อนขึ้น นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ท้ายที่สุดแล้วแนวปะการังมากถึงร้อยละ 70-90 อาจสูญหายไปจากโลก

อย่างไรก็ดี ขณะนี้ นักอนุรักษ์หลายกลุ่มกำลังพยายามเพาะตัวอ่อนปะการัง ด้วยการทำธนาคารปะการังในพื้นที่ความเย็นจัดเพื่อขยายพันธุ์ปะการัง

Science Update : ฝึกหุ่นยนต์เดินบนดวงจันทร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/799005

Science Update : ฝึกหุ่นยนต์เดินบนดวงจันทร์

Science Update : ฝึกหุ่นยนต์เดินบนดวงจันทร์

วันอาทิตย์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คณะนักวิทยาศาสตร์ที่สหรัฐฯ กำลังทดสอบหุ่นยนต์ในภูมิประเทศที่คล้ายคลึงกับพื้นผิวของดวงจันทร์ เพื่อเตรียมการภารกิจสำรวจดวงจันทร์และดาวอังคาร
ในอนาคต

หุ่นยนต์สี่ขาตัวนี้มีชื่อว่า “สปิริต” (Spirit)กำลังทดสอบการเดินและเคลื่อนไหวต่างๆ ในภูมิประเทศที่ขรุขระของภูเขาฮูด ในรัฐออริกอนของสหรัฐ เพื่อจำลองสภาวะสุดขั้วของดวงจันทร์และดาวอังคาร หวังสอนหุ่นยนต์ให้รับมือกับพื้นที่ที่ยากลำบากและมีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะเดียวกับที่คนเราทำได้ การเดินจากพื้นผิวแข็งหรือหิน
ที่เรียกว่าผิวเปลือกโลก หรือพื้นดินอ่อน เช่น หิมะหรือทราย

ดร.คริสตินา วิลสัน นักวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับกระบวนการคิดที่มหาวิทยาลัยรัฐออเรกอน กล่าวว่า เมื่อเวลาเดินบนพื้นผิวที่ไม่เรียบเหมือนมนุษย์ มนุษย์สามารถตรวจจับได้ว่าพื้นดินใต้ฝ่าเท้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร หุ่นยนต์มีขาก็สามารถทำสิ่งเดียวกันได้ งานวิจัยพบว่า หุ่นยนต์สปิริต ได้เรียนรู้ที่จะนำทางและปรับตัวให้เข้ากับความท้าทายใหม่ๆ ในขณะที่เราเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจในอนาคต ในการทำงานร่วมกันในอวกาศระหว่างคนกับหุ่นยนต์ มีส่วนช่วยออกแบบเครื่องจักรในอนาคต และวิธีที่หุ่นยนต์จะรับมือกับภูมิประเทศที่แตกต่างกัน รวมถึงรวบรวมข้อมูลเมื่อเคลื่อนที่ไปข้างหน้า

คณะนักวิจัยกลุ่มนี้ ได้รับงบประมาณ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเวลา 2 ปี เพื่อช่วยองค์การบริหารการบินและอวกาศ หรือนาซาของสหรัฐฯ นำทีมหุ่นยนต์มาทำงานร่วมกันด้วยภารกิจเดียวกันบนดวงจันทร์

Science Update : สหรัฐฯ เล็งตั้งเวลามาตรฐานดวงจันทร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/797768

Science Update : สหรัฐฯ เล็งตั้งเวลามาตรฐานดวงจันทร์

Science Update : สหรัฐฯ เล็งตั้งเวลามาตรฐานดวงจันทร์

วันอาทิตย์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เนื่องจากเวลาบนดวงจันทร์นั้นความแตกต่างจากบนโลก จึงไม่แปลกที่สหรัฐฯ จะตั้งเป้าที่จะตั้งค่าเวลาสากล บนดวงจันทร์ท่ามกลางการแข่งขันในการสำรวจดวงจันทร์ที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ โดยมีการมอบหมายให้องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา สร้างเวลามาตรฐานของตัวเองบนดวงจันทร์ ส่งผลให้ทางนาซาต้องร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐบาล เพื่อกำหนดเวลามาตรฐานบนดวงจันทร์ให้ได้ภายในสิ้นปี 2026

สำนักงานนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำทำเนียบข่าว หรือ OSTP ระบุว่า เวลาบนดวงจันทร์จะเร็วกว่าบนโลกเฉลี่ย 58.7 ไมโครวินาทีต่อวัน และการมีเวลามาตรฐานจะช่วยเอื้อประโยชน์ในการทำภารกิจต่างๆ รวมถึงการคำนวณเวลาในการเคลื่อนที่ของยานอวกาศรวมถึงดาวเทียมมีความแม่นยำสูงขึ้น รวมถึงเพิ่มความสมบูรณ์ในการรับส่งข้อมูลสื่อสารระหว่างโลกและดาวเทียมบนดวงจันทร์อีกด้วย

ไม่เพียงแค่สหรัฐฯ เท่านั้น ที่ต้องการสร้างเวลามาตรฐานบนดวงจันทร์เป็นของตนเอง แต่ประเทศอื่นๆ ที่กำลังเป็นคู่แข่งสำคัญในการสำรวจอวกาศก็มีเป้าหมายเดียวกัน หนึ่งในนั้นก็คือ จีน ที่มีเป้าหมายจะส่งนักบินอวกาศคนแรกไปยังดวงจันทราภยในปี 2030 ส่วนอินเดียก็ส่งยานอวกาศไปลงจอดที่ขั้วใต้ของดวงจันทร์มาแล้วเมื่อปีที่แล้ว

ทั้งนี้ เวลาบนโลกที่อ้างอิงตามเวลาสากลนั้น อาศัยเครือข่ายนาฬิกาอะตอมทั่วโลกที่ติดตั้งอยู่ตามตำแหน่งต่างๆ ของโลก ดังนั้น การสร้างเวลาสากลที่แม่นยำบนดวงจันทร์ก็อาจจะจำเป็นที่จะต้องใช้วิธีติดตั้งนาฬิกาอะตอมบนพื้นผิวดวงจันทร์เช่นกัน อย่างไรก็ตาม การนำค่าเวลาสากลบนดวงจันทร์ไปใช้งานจะต้องผ่านข้อตกลงระหว่างประเทศ หรือ ที่เรียกว่า สนธิสัญญาอาร์ทีมิส ซึ่งมีสมาชิก 36 ประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจต่างๆ ในอวกาศ ในขณะที่จีนและรัสเซีย ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญในการสำรวจอวกาศของสหรัฐฯ ยังไม่ได้ลงนามในข้อตกลงดังกล่าว

Science Update : บริษัทสตาร์ทอัพ คิดค้นหุ่นยนต์เก็บขยะอวกาศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/794963

Science Update : บริษัทสตาร์ทอัพ คิดค้นหุ่นยนต์เก็บขยะอวกาศ

Science Update : บริษัทสตาร์ทอัพ คิดค้นหุ่นยนต์เก็บขยะอวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ในอนาคต หุ่นยนต์แขนกลอาจถูกส่งขึ้นสู่อวกาศในเร็วๆ นี้ พร้อมกับภารกิจสำคัญ ดักจับเศษซากดาวเทียมเก่าและขยะอวกาศอื่นๆ ที่ลอยกระจัดกระจายอยู่รอบวงโคจรของโลกหุ่นยนต์ดังกล่าว ได้รับการพัฒนาโดย แอสโตรสเกล (Astroscale) บริษัทสตาร์ทอัพ เพื่อกำจัดเศษขยะในวงโคจร ด้วยวิสัยทัศน์ที่จะสร้างการพัฒนาอวกาศให้มีความปลอดภัยและยั่งยืน

ซีอีโอของแอสโตรสเกลบอกว่า ขยะอวกาศถือเป็นปัญหาใหญ่สำหรับทุกคนบนโลก ตั้งแต่เริ่มต้นยุคอวกาศในปี 2500 เป็นต้นมา มนุษย์ก็เริ่มทิ้งเศษซากในอวกาศจากการปล่อยวัตถุจำนวนมากขึ้นไปบนอวกาศ โดยไม่ได้คิดจะเอาวัตถุเหล่านี้กลับมา นอกเหนือจากซากดาวเทียมเก่าบางดวงที่เผาไหม้บนชั้นบรรยากาศไม่หมดและตกลงสู่พื้นโลก ดังนั้น จึงมีเศษซากขยะ 10,000 ตันในอวกาศ วัตถุเกือบ 40,000 ชิ้นลอยอยู่ในวงโคจร นำมาซึ่งความแออัดในวงโคจรและเกิดการชนกันขึ้น

บริษัทแอสโตรสเกล ที่มีฐานอยู่ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น แต่มีสาขาอยู่ในสหรัฐฯ และอังกฤษ กำลังทดสอบอุปกรณ์กำจัดขยะอวกาศที่เรียกว่า Active Debris Removal หรือ ADR ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อดักจับดาวเทียมที่ปลดระวางแล้ว และลากไปยังชั้นบรรยากาศของโลกเพื่อทำลาย นอกจากนี้ บริษัทยังมองหาวิธีเติมเชื้อเพลิงให้ดาวเทียมในขณะที่ยังอยู่ในอวกาศ เพราะปัจจุบัน เมื่อดาวเทียมหมดเชื้อเพลิง ก็จะสิ้นสุดภารกิจ และกลายสภาพเป็นขยะในอวกาศ

แอสโตรสเกล หวังว่า ยานเอดีอาร์จะถูกส่งขึ้นสู่วงโคจร เพื่อเริ่มทำหน้าที่เก็บขยะจากอวกาศได้ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า