Science Update : จีนส่ง ‘ฉางเอ๋อ-6’ ไปดวงจันทร์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802774

Science Update : จีนส่ง ‘ฉางเอ๋อ-6’ ไปดวงจันทร์

Science Update : จีนส่ง ‘ฉางเอ๋อ-6’ ไปดวงจันทร์

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

องค์การอวกาศแห่งชาติของจีน แถลงความสำเร็จในการส่งยานสำรวจดวงจันทร์ “ฉางเอ๋อ-6” ไปยังดวงจันทร์ เพื่อเก็บตัวอย่างที่ฝั่งด้านมืดของดวงจันทร์ ส่งกลับมายังโลก เมื่อช่วงค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยใช้จรวดนำส่ง ลองมาร์ช-5 วาย 8 นำส่งฉางเอ๋อไปที่วงโคจรการถ่ายโอนระหว่างโลก
และดวงจันทร์ เป็นครั้งที่สองสำหรับจรวดขนส่งซีรี่ส์ลองมาร์ช-5 สำหรับภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของจีน

การเดินทางไปยังดวงจันทร์ของยานสำรวจฉางเอ๋อ-6 ครั้งนี้ ยังไม่มีมนุษย์เดินทางไปด้วย เพียงแค่ใช้ระบบอัตโนมัติ นำตัวอย่างจากอีกฟากหนึ่งของดวงจันทร์ ซึ่งเป็นด้านมืด และนำกลับมายังโลก หากสำเร็จจะถือเป็นภารกิจแรกในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

ภารกิจยานสำรวจฉางเอ๋อ-6 ครั้งนี้ มีขั้นตอนการสื่อสารที่ซับซ้อนมากกว่าภารกิจอื่น เนื่องจากดวงจันทร์โคจรรอบโลกโดยหันด้านไกลออกจากโลกตลอดเวลา ทำให้การสื่อสารระหว่างยานฉางเอ๋อ-6 จำเป็นต้องใช้ดาวเทียมทวนสัญญาณ “ชื่อว่าเชวเฉียว-2” ที่ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 20 มีนาคมทำหน้าที่เป็นทวนสัญญาณระหว่างยานฉางเอ๋อ 6 กับศูนย์ควบคุมบนโลก

Science Update : ทีมนักบินอวกาศ‘เสินโจว-18’เข้าสู่สถานีอวกาศจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801510

Science Update : ทีมนักบินอวกาศ‘เสินโจว-18’เข้าสู่สถานีอวกาศจีน

Science Update : ทีมนักบินอวกาศ‘เสินโจว-18’เข้าสู่สถานีอวกาศจีน

วันอาทิตย์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ทีมนักบินอวกาศ 3 คน บนยานอวกาศเสินโจว-18 (Shenzhou-18) ของจีนเข้าสู่สถานีอวกาศของประเทศ เมื่อวันศุกร์ที่ 26 เม.ย. เพื่อเริ่มต้นการสับเปลี่ยนลูกเรือในวงโคจรรอบใหม่ โดยมีทีมนักบินอวกาศประจำภารกิจเสินโจว-17 ทั้ง 3 คนมารอต้อนรับ และกล่าวทักทายสมาชิกใหม่ ก่อนถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน โดยการพบปะนี้เป็นจุดเริ่มต้นการสับเปลี่ยนลูกเรือในวงโคจรรอบที่ 4 ของสถานีอวกาศจีน

องค์การอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมแห่งประเทศจีน หรือ ซีเอ็มเอสเอ ระบุว่านักบินอวกาศทั้งหกคนจะใช้ชีวิตและทำงานร่วมกันราว 5 วัน เพื่อดำเนินงานตามแผนการและส่งมอบงานให้เสร็จสิ้น

นักบินอวกาศของยานเสินโจว-18 ประกอบด้วย เย่ กวงฟู่ ผู้บัญชาการภารกิจ, หลี่ ชง และหลี่ กว่างซู จะอยู่ปฏิบัติหน้าที่บนสถานีอวกาศเป็นเวลา 6 เดือน ปฏิบัติภารกิจหมุนเวียนกับลูกเรือจากเสินโจว-17 ที่สถานีอวกาศเทียนกง เป็นเวลา 6 เดือน โดยจะทำการทดลองมากกว่า 90 ครั้ง ทำภารกิจนอกตัวยาน 2-3 ครั้ง และยังมีภารกิจสำคัญอื่นๆ นอกจากนี้ ลูกเรือจะได้เห็นยานอวกาศขนส่งเทียนโจว-8 และ ยานอวกาศเสินโจว-19 ที่ขึ้นมาสู่สถานีอวกาศที่พวกเขาอยู่ด้วย

สำหรับลูกเรือจากยานเสินโจว-17 มีกำหนดกลับมายังโลกในวันที่ 30 เมษายน ส่วนนักบินอวกาศของยานเสินโจว-18 จะได้กลับมายังโลกในเดือนตุลาคมนี้

Science Update : เตือนปะการังทั่วโลกกำลังฟอกขาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/800153

Science Update : เตือนปะการังทั่วโลกกำลังฟอกขาว

Science Update : เตือนปะการังทั่วโลกกำลังฟอกขาว

วันอาทิตย์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

องค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ NOAA เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวครั้งใหญ่ครั้งที่ 4 ของโลก กำลังเกิดขึ้นในน่านน้ำทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ มีรายงานว่าพื้นที่ 3 ใน 4 ของแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟอันมีชื่อเสียงของออสเตรเลีย และเป็นแนวปะการังที่ยาวที่สุดในโลก กำลังเกิดการฟอกขาวอย่างหนัก ขณะที่พบว่าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2023 พบปะการังฟอกขาวในกว่า 54 ประเทศส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล รวมถึงผู้คนและเศรษฐกิจที่พึ่งพาแนวปะการัง โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวเชิงสำรวจและอนุรักษ์แนวปะการังที่สร้างมูลค่าหลาย
ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในแต่ละปี

NOAA ระบุว่า สาเหตุหลักของปะการังฟอกขาวเกิดจากปัญหาโลกร้อน ทำให้อุณหภูมิมหาสมุทรร้อนขึ้น และในปีนี้ปะการังเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงและรุนแรงขึ้นยาวนานกว่าที่เคย โดยอุณหภูมิทางทะเลในฤดูร้อนจะยาวนานขึ้นและร้อนขึ้น นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ท้ายที่สุดแล้วแนวปะการังมากถึงร้อยละ 70-90 อาจสูญหายไปจากโลก

อย่างไรก็ดี ขณะนี้ นักอนุรักษ์หลายกลุ่มกำลังพยายามเพาะตัวอ่อนปะการัง ด้วยการทำธนาคารปะการังในพื้นที่ความเย็นจัดเพื่อขยายพันธุ์ปะการัง

Science Update : ฝึกหุ่นยนต์เดินบนดวงจันทร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/799005

Science Update : ฝึกหุ่นยนต์เดินบนดวงจันทร์

Science Update : ฝึกหุ่นยนต์เดินบนดวงจันทร์

วันอาทิตย์ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คณะนักวิทยาศาสตร์ที่สหรัฐฯ กำลังทดสอบหุ่นยนต์ในภูมิประเทศที่คล้ายคลึงกับพื้นผิวของดวงจันทร์ เพื่อเตรียมการภารกิจสำรวจดวงจันทร์และดาวอังคาร
ในอนาคต

หุ่นยนต์สี่ขาตัวนี้มีชื่อว่า “สปิริต” (Spirit)กำลังทดสอบการเดินและเคลื่อนไหวต่างๆ ในภูมิประเทศที่ขรุขระของภูเขาฮูด ในรัฐออริกอนของสหรัฐ เพื่อจำลองสภาวะสุดขั้วของดวงจันทร์และดาวอังคาร หวังสอนหุ่นยนต์ให้รับมือกับพื้นที่ที่ยากลำบากและมีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะเดียวกับที่คนเราทำได้ การเดินจากพื้นผิวแข็งหรือหิน
ที่เรียกว่าผิวเปลือกโลก หรือพื้นดินอ่อน เช่น หิมะหรือทราย

ดร.คริสตินา วิลสัน นักวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับกระบวนการคิดที่มหาวิทยาลัยรัฐออเรกอน กล่าวว่า เมื่อเวลาเดินบนพื้นผิวที่ไม่เรียบเหมือนมนุษย์ มนุษย์สามารถตรวจจับได้ว่าพื้นดินใต้ฝ่าเท้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร หุ่นยนต์มีขาก็สามารถทำสิ่งเดียวกันได้ งานวิจัยพบว่า หุ่นยนต์สปิริต ได้เรียนรู้ที่จะนำทางและปรับตัวให้เข้ากับความท้าทายใหม่ๆ ในขณะที่เราเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจในอนาคต ในการทำงานร่วมกันในอวกาศระหว่างคนกับหุ่นยนต์ มีส่วนช่วยออกแบบเครื่องจักรในอนาคต และวิธีที่หุ่นยนต์จะรับมือกับภูมิประเทศที่แตกต่างกัน รวมถึงรวบรวมข้อมูลเมื่อเคลื่อนที่ไปข้างหน้า

คณะนักวิจัยกลุ่มนี้ ได้รับงบประมาณ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเวลา 2 ปี เพื่อช่วยองค์การบริหารการบินและอวกาศ หรือนาซาของสหรัฐฯ นำทีมหุ่นยนต์มาทำงานร่วมกันด้วยภารกิจเดียวกันบนดวงจันทร์

Science Update : สหรัฐฯ เล็งตั้งเวลามาตรฐานดวงจันทร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/797768

Science Update : สหรัฐฯ เล็งตั้งเวลามาตรฐานดวงจันทร์

Science Update : สหรัฐฯ เล็งตั้งเวลามาตรฐานดวงจันทร์

วันอาทิตย์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เนื่องจากเวลาบนดวงจันทร์นั้นความแตกต่างจากบนโลก จึงไม่แปลกที่สหรัฐฯ จะตั้งเป้าที่จะตั้งค่าเวลาสากล บนดวงจันทร์ท่ามกลางการแข่งขันในการสำรวจดวงจันทร์ที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ โดยมีการมอบหมายให้องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา สร้างเวลามาตรฐานของตัวเองบนดวงจันทร์ ส่งผลให้ทางนาซาต้องร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐบาล เพื่อกำหนดเวลามาตรฐานบนดวงจันทร์ให้ได้ภายในสิ้นปี 2026

สำนักงานนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำทำเนียบข่าว หรือ OSTP ระบุว่า เวลาบนดวงจันทร์จะเร็วกว่าบนโลกเฉลี่ย 58.7 ไมโครวินาทีต่อวัน และการมีเวลามาตรฐานจะช่วยเอื้อประโยชน์ในการทำภารกิจต่างๆ รวมถึงการคำนวณเวลาในการเคลื่อนที่ของยานอวกาศรวมถึงดาวเทียมมีความแม่นยำสูงขึ้น รวมถึงเพิ่มความสมบูรณ์ในการรับส่งข้อมูลสื่อสารระหว่างโลกและดาวเทียมบนดวงจันทร์อีกด้วย

ไม่เพียงแค่สหรัฐฯ เท่านั้น ที่ต้องการสร้างเวลามาตรฐานบนดวงจันทร์เป็นของตนเอง แต่ประเทศอื่นๆ ที่กำลังเป็นคู่แข่งสำคัญในการสำรวจอวกาศก็มีเป้าหมายเดียวกัน หนึ่งในนั้นก็คือ จีน ที่มีเป้าหมายจะส่งนักบินอวกาศคนแรกไปยังดวงจันทราภยในปี 2030 ส่วนอินเดียก็ส่งยานอวกาศไปลงจอดที่ขั้วใต้ของดวงจันทร์มาแล้วเมื่อปีที่แล้ว

ทั้งนี้ เวลาบนโลกที่อ้างอิงตามเวลาสากลนั้น อาศัยเครือข่ายนาฬิกาอะตอมทั่วโลกที่ติดตั้งอยู่ตามตำแหน่งต่างๆ ของโลก ดังนั้น การสร้างเวลาสากลที่แม่นยำบนดวงจันทร์ก็อาจจะจำเป็นที่จะต้องใช้วิธีติดตั้งนาฬิกาอะตอมบนพื้นผิวดวงจันทร์เช่นกัน อย่างไรก็ตาม การนำค่าเวลาสากลบนดวงจันทร์ไปใช้งานจะต้องผ่านข้อตกลงระหว่างประเทศ หรือ ที่เรียกว่า สนธิสัญญาอาร์ทีมิส ซึ่งมีสมาชิก 36 ประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจต่างๆ ในอวกาศ ในขณะที่จีนและรัสเซีย ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญในการสำรวจอวกาศของสหรัฐฯ ยังไม่ได้ลงนามในข้อตกลงดังกล่าว

Science Update : บริษัทสตาร์ทอัพ คิดค้นหุ่นยนต์เก็บขยะอวกาศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/794963

Science Update : บริษัทสตาร์ทอัพ คิดค้นหุ่นยนต์เก็บขยะอวกาศ

Science Update : บริษัทสตาร์ทอัพ คิดค้นหุ่นยนต์เก็บขยะอวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ในอนาคต หุ่นยนต์แขนกลอาจถูกส่งขึ้นสู่อวกาศในเร็วๆ นี้ พร้อมกับภารกิจสำคัญ ดักจับเศษซากดาวเทียมเก่าและขยะอวกาศอื่นๆ ที่ลอยกระจัดกระจายอยู่รอบวงโคจรของโลกหุ่นยนต์ดังกล่าว ได้รับการพัฒนาโดย แอสโตรสเกล (Astroscale) บริษัทสตาร์ทอัพ เพื่อกำจัดเศษขยะในวงโคจร ด้วยวิสัยทัศน์ที่จะสร้างการพัฒนาอวกาศให้มีความปลอดภัยและยั่งยืน

ซีอีโอของแอสโตรสเกลบอกว่า ขยะอวกาศถือเป็นปัญหาใหญ่สำหรับทุกคนบนโลก ตั้งแต่เริ่มต้นยุคอวกาศในปี 2500 เป็นต้นมา มนุษย์ก็เริ่มทิ้งเศษซากในอวกาศจากการปล่อยวัตถุจำนวนมากขึ้นไปบนอวกาศ โดยไม่ได้คิดจะเอาวัตถุเหล่านี้กลับมา นอกเหนือจากซากดาวเทียมเก่าบางดวงที่เผาไหม้บนชั้นบรรยากาศไม่หมดและตกลงสู่พื้นโลก ดังนั้น จึงมีเศษซากขยะ 10,000 ตันในอวกาศ วัตถุเกือบ 40,000 ชิ้นลอยอยู่ในวงโคจร นำมาซึ่งความแออัดในวงโคจรและเกิดการชนกันขึ้น

บริษัทแอสโตรสเกล ที่มีฐานอยู่ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น แต่มีสาขาอยู่ในสหรัฐฯ และอังกฤษ กำลังทดสอบอุปกรณ์กำจัดขยะอวกาศที่เรียกว่า Active Debris Removal หรือ ADR ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อดักจับดาวเทียมที่ปลดระวางแล้ว และลากไปยังชั้นบรรยากาศของโลกเพื่อทำลาย นอกจากนี้ บริษัทยังมองหาวิธีเติมเชื้อเพลิงให้ดาวเทียมในขณะที่ยังอยู่ในอวกาศ เพราะปัจจุบัน เมื่อดาวเทียมหมดเชื้อเพลิง ก็จะสิ้นสุดภารกิจ และกลายสภาพเป็นขยะในอวกาศ

แอสโตรสเกล หวังว่า ยานเอดีอาร์จะถูกส่งขึ้นสู่วงโคจร เพื่อเริ่มทำหน้าที่เก็บขยะจากอวกาศได้ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า

Science Update : ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบขนาดเท่าดาวเสาร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/793527

Science Update : ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบขนาดเท่าดาวเสาร์

Science Update : ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบขนาดเท่าดาวเสาร์

วันอาทิตย์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัย ลา ลากูนา ในสเปน ยืนยันค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบดวงใหม่ จากการสำรวจผ่านดาวเทียมเทสส์สำรวจดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ (TESS) ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซา ถูกกำหนดให้ชื่อ TOI-1135b พบว่ามีอายุน้อย ร้อน และขนาดเทียบได้กับดาวเสาร์

TOI-1135b เป็นดาวเคราะห์ก๊าซยักษ์ที่โคจรรอบดาวฤกษ์อายุน้อยที่ชื่อ TOI-1135 ซึ่งขนาดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์เล็กน้อย และมีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์เล็กน้อย ส่วนดาวเคราะห์ TOI-1135b ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับดาวเสาร์ อาจอยู่ในกระบวนการสูญเสียบรรยากาศ โดยพบว่าอัตราการสูญเสียมวลสูงประมาณ 39 มวลโลกต่อ 1,000 ล้านปี ฉะนั้น ในที่สุดดาวเคราะห์ดวงนี้จะสูญเสียชั้นบรรยากาศส่วนใหญ่ไปในอีกไม่กี่ร้อยล้านปี

สำหรับดาวเทียมเทสส์ขององค์การนาซาถูกปล่อยขึ้นวงโคจรเมื่อ เม.ย. 2561พร้อมด้วยกล้องถ่ายภาพมุมกว้าง ใช้สำรวจดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดประมาณ200,000 ดวง มีเป้าหมายค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่โคจรผ่านหน้าดาวฤกษ์ ปัจจุบัน ดาวเทียมเทสส์ได้ระบุจำนวนดาวเคราะห์นอกระบบได้เกือบ 7,100 ดวงขณะนี้ได้รับการยืนยันแล้ว 420 ดวง ซึ่งวัตถุที่เทสส์ค้นพบจะใช้รหัสว่า TESS Objects of Interest หรือ TOI

Science Update : ‘เพรียงทะเล’ แห่งญี่ปุ่น สัตว์พันธุ์ใหม่หน้าคล้ายแพนด้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/792074

Science Update : ‘เพรียงทะเล’ แห่งญี่ปุ่น สัตว์พันธุ์ใหม่หน้าคล้ายแพนด้า

Science Update : ‘เพรียงทะเล’ แห่งญี่ปุ่น สัตว์พันธุ์ใหม่หน้าคล้ายแพนด้า

วันอาทิตย์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เหล่านักดำน้ำแห่เยือนเกาะคูเมะจิมะ ในจังหวัดโอกินาวา ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น หลังมีภาพของเพรียงหัวหอมทะเล ที่มีลักษณะลำตัวใสพร้อมลายคล้ายโครงกระดูก และมีจุดแต้มสีขาวดำซึ่งทำให้นึกถึงแพนด้า ได้รับเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ทำให้ชาวเนตแดนอาทิตย์อุทัย พร้อมใจกันตั้งชื่อมันว่า ไกโคทสึพันดะโฮยะ หรือเพรียงหัวหอมทะเลโครงกระดูกแพนด้า

สัตว์ทะเลชนิดนี้มีความยาว 2 เซนติเมตร และยังไม่ได้รับการศึกษาจากนักวิทยาศาสตร์ จนกระทั่งมีการเผยแพร่การศึกษาใหม่เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ พร้อมกับชื่อทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการของสัตว์ชนิดนี้ คือ คลาเวลินา ออสสิแพนเดและถือว่าเป็นสัตว์ทะเลสายพันธุ์ใหม่ที่พบในญี่ปุ่น

นาโอฮิโระ ฮาเซกาวา นักวิจัยที่เชี่ยวชาญด้านเพรียงหัวหอมทะเล จาก University of Hokkaido ซึ่งเขียนการศึกษาฉบับใหม่นี้ บอกว่าพบภาพของสัตว์ชนิดนี้ครั้งแรกในสื่อสังคมออนไลน์ X เมื่อปี 2018 ที่อธิบายว่า “ส่วนสีขาวที่ดูเหมือนกระดูก คือ เส้นเลือดของมัน ส่วนจุดดำบนหัวที่ดูเหมือนตาและจมูกแพนด้านั้นเป็นแค่ลวดลาย และไม่มีเหตุผลว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น”

Science Update : เหอเป่ยพบฟอสซิล ‘ปลาไร้ขากรรไกร’ อายุ 134 ล้านปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/790653

Science Update : เหอเป่ยพบฟอสซิล ‘ปลาไร้ขากรรไกร’ อายุ 134 ล้านปี

Science Update : เหอเป่ยพบฟอสซิล ‘ปลาไร้ขากรรไกร’ อายุ 134 ล้านปี

วันอาทิตย์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เมื่อวันพฤหัสบดี (29 ก.พ.) สำนักทรัพยากรธรรมชาติมณฑลเหอเป่ยทางตอนเหนือของจีน รายงานการค้นพบซากฟอสซิลของปลาแลมป์เพรย์ (lamprey) ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว ในอำเภอปกครองตนเองเฟิงหนิง กลุ่มชาติพันธุ์แมนจู เมืองเฉิงเต๋อ โดยซากฟอสซิลดังกล่าวมีอายุ 134 ล้านปี

รายงานระบุว่า จางเจียงหย่ง นักวิจัยจากสถาบันบรรพชีวินวิทยาสัตว์มีกระดูกสันหลังและบรรพมานุษยวิทยา สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งชาติ เป็น
ผู้จำแนกว่าซากฟอสซิลนี้คือปลาแลมป์เพรย์ “Mesomyzon mengae Chang” ที่สูญพันธุ์แล้ว

การค้นพบนี้นับเป็นการขุดพบซากปลาแลมป์เพรย์สายพันธุ์ดังกล่าวครั้งแรกของเหอเป่ย บ่งชี้ว่า ปลาแลมป์เพรย์สายพันธุ์นี้มีการกระจายตัวทางภูมิศาสตร์ที่กว้างขวางครอบคลุมมองโกเลียใน และตะวันตกของเหลียวหนิงจนถึงตอนเหนือของเหอเป่ย

รายงานเสริมว่า ปลาแลมป์เพรย์สายพันธุ์นี้ถือเป็นสิ่งมีชีวิตล้ำค่าอย่างมาก เนื่องด้วยปราศจากกระดูกแข็งและเกล็ด โดยครั้งหนึ่ง ถือเป็นซากฟอสซิลปลาไม่มีขากรรไกรอันเป็นที่รู้จักเพียงหนึ่งเดียวนับตั้งแต่มหายุคมีโซโซอิก (Mesozoic)

Science Update : ยานสำรวจเอกชนลงจอดดวงจันทร์สำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/789260

Science Update : ยานสำรวจเอกชนลงจอดดวงจันทร์สำเร็จ

Science Update : ยานสำรวจเอกชนลงจอดดวงจันทร์สำเร็จ

วันอาทิตย์ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ยานโนวา-ซี (Nova-C) หรือเรียกอีกชื่อว่า “โอดิสซิอุส” ยานสำรวจดวงจันทร์ที่สร้างขึ้นโดยบริษัท อินทูอิทิฟ แมชชีนส์ บริษัทเอกชนด้านเทคโนโลยีอวกาศของสหรัฐฯ ถูกจารึกในประวัติศาสตร์แล้วว่า เป็นยานสำรวจของเอกชนรายแรกที่สามารถลงจอดบนดวงจันทร์ได้สำเร็จ โดยลงจอดบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ได้แล้ว เมื่อเวลา 06.23 น. เช้าวันศุกร์ที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย จุดที่ลงจอดนั้นเป็นพื้นที่แอ่ง ใกล้กับเขามาลาเพิร์ท (Malapert) ที่มีความสูง 5 กิโลเมตร ซึ่งเป็นจุดที่อยู่ใกล้ขั้วใต้ของดวงจันทร์มากที่สุดที่มนุษย์เคยสำรวจ

นอกจากจะเป็นความสำเร็จของบริษัท อินทูอิทีฟ แมชชีนส์แล้ว การลงจอดของยานสำรวจครั้งนี้ยังเป็นความก้าวหน้าสำคัญของสหรัฐฯ ด้วย เพราะได้ว่างเว้นจากการนำยานไปสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์มานานกว่า 50 ปี โดยทางองค์การสำรวจอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซา ร่วมใช้งานยานสำรวจโอดิซิอุสเพื่อนำอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ขึ้นไปด้วย

บิล เนลสัน ผู้อำนวยการนาซ่า กล่าวว่า นี่เป็นชัยชนะครั้งใหญ่ที่สหรัฐฯ ได้กลับไปยังดวงจันทร์อีกครั้ง และยังเป็นวันแรกในประวัติศาสตร์มนุษยชาติที่บริษัทเอกชนอเมริกัน ได้ส่งยานขึ้นไปบนดวงจันทร์ได้