Science Update : ตรวจสอบอุบัตเหตุ ‘เฮลิคอปเตอร์อินเจนูอิตี’ บนดาวอังคาร

https://www.naewna.com/lady/847520

Science Update : ตรวจสอบอุบัตเหตุ ‘เฮลิคอปเตอร์อินเจนูอิตี’ บนดาวอังคาร

Science Update : ตรวจสอบอุบัตเหตุ ‘เฮลิคอปเตอร์อินเจนูอิตี’ บนดาวอังคาร

วันอาทิตย์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ทีมวิศวกรขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซา ดำเนินการตรวจสอบเฮลิคอปเตอร์สำรวจดาวอังคารอินเจนูอิตี (Ingenuity) เสร็จสิ้นแล้ว โดยเฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้ประจำการถาวรอยู่บนดาวอังคารนับตั้งแต่ขึ้นบินเที่ยวบินสุดท้ายเมื่อเดือนมกราคม 2024 ขึ้นบินแล้ว 72 เที่ยว และบินไกลกว่าที่วางแผนไว้มากกว่า 30 เท่า พร้อมสะสมเวลาบินมากกว่า 2 ชั่วโมง

โดยในระหว่างการบินเที่ยวสุดท้ายเมื่อวันที่ 18 มกราคมปีนี้ อินเจนูอิตีได้บินขึ้นสูงถึง 12 เมตรและบันทึกภาพ ก่อนลอยกลับลงมาบนพื้นผิวดาวอังคารและระงับการสื่อสารต่อมาในวันรุ่งขึ้น ภารกิจดังกล่าวได้เริ่มทำการสื่อสารอีกครั้ง ซึ่งภาพถ่ายที่ส่งกลับมา 6 วันหลังจากการบินเผยให้เห็นว่าใบพัดโรเตอร์ของอินเจนูอิตีได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ผลการสำรวจเบื้องต้นสรุปได้ว่า ระบบนำทางของอินเจนูอิตีที่เกิดปัญหาขัดข้องในการให้ข้อมูลที่แม่นยำระหว่างการบิน อาจทำให้เกิดหลายเหตุการณ์จนส่งผลให้ต้องยุติภารกิจลง

เฮลิคอปเตอร์อินเจนูอิตีลงสู่พื้นหลุมอุกกาบาตเจซีโร (Jezero Crater) ของดาวอังคารเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2021 โดยติดอยู่กับส่วนท้องของยานสำรวจเพอร์เซเวียแรนซ์ (Perseverance) ของนาซา

แม้เที่ยวบินที่ 72 จะส่งผลให้อินเจนูอิตีต้องหยุดบินเป็นการถาวร แต่เฮลิคอปเตอร์ลำนี้ ยังคงส่งข้อมูลการทดสอบสภาพอากาศและระบบอากาศยานไปยังยานสำรวจเพเซเวียแรนซ์ราวสัปดาห์ละครั้ง ซึ่งข้อมูลสภาพอากาศนี้อาจมีประโยชน์ต่อการสำรวจดาวอังคารในอนาคต

Science Update : ‘หุ่นยนต์แมลง’ เคลื่อนที่ไวกว่าแมลงสาบ

https://www.naewna.com/lady/846141

Science Update : ‘หุ่นยนต์แมลง’ เคลื่อนที่ไวกว่าแมลงสาบ

Science Update : ‘หุ่นยนต์แมลง’ เคลื่อนที่ไวกว่าแมลงสาบ

วันอาทิตย์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศาสตราจารย์เหยียน เสี่ยวจวิน และเพื่อนร่วมงานจากมหาวิทยาลัยเป่ยหางในกรุงปักกิ่ง พัฒนาหุ่นยนต์ไบโอนิกส์ขนาดเล็กเท่าแมลงที่ยาวเพียง 2 เซนติเมตร น้ำหนักเบากว่า2 กรัม ซึ่งสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างคล่องแคล่วและขยับถอยหลังออกมาหากเจอทางตัน

ในปี 2017 เหยียนได้เริ่มต้นออกแบบหุ่นยนต์ขนาดเท่าแมลงที่สามารถเคลื่อนไหวได้โดยไม่ต้องใช้แหล่งจ่ายไฟภายนอก แต่ในช่วง 3 ปีต่อมา แม้ทีมของเขาจะสำรวจการออกแบบลำตัวหุ่นยนต์หลายสิบแบบและปรับแต่งเครื่องมือพารามิเตอร์อย่างละเอียด แต่หุ่นยนต์ยังคงไม่เคลื่อนที่ กระทั่งได้แรงบันดาลใจจากการกระโจนและวิ่งของเสือดาว ทีมงานจึงได้ออกแบบหุ่นยนต์แมลงเลียนแบบชีวภาพรุ่นใหม่ชื่อ “บีเอชเอ็มบอท” (BHMbot) ที่สามารถวิ่งได้รวดเร็วกว่าแมลงสาบโดยไม่ต้องมีการผูกโยง และหมุนตัวได้คล่องกว่า

การศึกษาที่เผยแพร่เมื่อเดือนพฤศจิกายนในวารสารไซแอนซ์ แอดวานซ์ (ScienceAdvances) ทีมงานรายงานถึงหุ่นยนต์เวอร์ชั่นปรับแก้ใหม่ที่สามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าและถอยหลังได้อย่างรวดเร็ว และสามารถวิ่งในเส้นทางที่ซับซ้อนได้ภายใต้การควบคุมแบบไร้สาย

เหยียนกล่าวว่า หุ่นยนต์ขนาดเล็กเหล่านี้มีศักยภาพสำหรับนำไปใช้งานในหลากหลายด้าน เช่น การค้นหาและการกู้ภัยในเหตุภัยพิบัติ รวมถึงการตรวจสอบโครงสร้างอุปกรณ์เครื่องกล พร้อมเสริมว่า หุ่นยนต์แมลงนี้ยังอาจถูกพัฒนาเพื่อการขึ้นบินในอนาคตอีกด้วย โดยเป้าหมายสูงสุด คือการพัฒนาไมโครโดรนที่มีปีกกระพือได้เหมือนผึ้ง

Science Update : จีนวางแผนเก็บตัวอย่างจาก ‘ดาวอังคาร’ ภายในปี 2031

https://www.naewna.com/lady/844671

Science Update : จีนวางแผนเก็บตัวอย่างจาก ‘ดาวอังคาร’ ภายในปี 2031

Science Update : จีนวางแผนเก็บตัวอย่างจาก ‘ดาวอังคาร’ ภายในปี 2031

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ห้องปฏิบัติการสำรวจอวกาศห้วงลึกของจีนเปิดเผยว่า จีนตั้งเป้าหมายเก็บตัวอย่างดาวอังคารและนำกลับสู่โลกประมาณปี 2031 โดยเป้าหมายทางวิทยาศาสตร์อันสำคัญที่สุดคือการค้นหาสัญญาณของสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร

รายงานระบุว่า จีนวางแผนดำเนินภารกิจเทียนเวิ่น-3 ด้วยการส่งยานอวกาศสู่อวกาศ 2 ครั้ง ราวปี 2028 ซึ่งภารกิจนี้มุ่งลงจอด เก็บตัวอย่าง และนำกลับสู่โลกในปฏิบัติการแบบบูรณาการครั้งเดียว โดยจุดลงจอดยังจะทำหน้าที่เป็นสถานที่เก็บตัวอย่างด้วย โดยจะพิจารณารายละเอียดต่างๆ เช่น เก็บตัวอย่างที่ไหน เลือกอะไร เก็บตัวอย่างอย่างไร และใช้ประโยชน์จากวัตถุที่เก็บมาอย่างไร พร้อมเสนอจุดลงจอด 86 จุด ซึ่งกระจุกอยู่ในภูมิภาคไครส์ พลาทิเนีย และภูมิภาคยูโทเปีย พลานิเทีย ซึ่งมีสภาพแวดล้อมทางธรณีวิทยาหลากหลาย เช่น แนวชายฝั่งโบราณ ดินดอนสามเหลี่ยม ทะเลสาบโบราณ และระบบโกรกธาร ซึ่งมีสภาพแวดล้อมอันเกื้อหนุนการ
จุดกำเนิดและสิ่งมีชีวิตโบราณ

คณะนักวิทยาศาสตร์แสดงความมุ่งมั่นจะศึกษาวิธีระบุ หาสถานที่ และวิธีรักษาสัญญาณของสิ่งมีชีวิต ใช้ประโยชน์จากเทคนิคเก็บตัวอย่างบนพื้นผิวและใต้พื้นผิว พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการพัฒนาเครื่องมือใหม่ที่ถูกออกแบบมาตรวจจับสัญญาณของสิ่งมีชีวิตโดยเฉพาะ

ภารกิจเทียนเวิ่น-3 จะขนส่งอุปกรณ์บรรทุกที่พัฒนาผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยจีนจะร่วมมือกับคณะนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกเพื่อดำเนินการวิจัยตัวอย่างจากดาวอังคารและข้อมูลร่วมกัน และจีนวางแผนสำรวจระบบดาวเคราะห์โจเวียนเพื่อศึกษาประวัติวิวัฒนาการของดาวพฤหัสบดีและดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัสบดีระหว่างภารกิจเทียนเวิ่น-4

Science Update : ฟิลิปปินส์เริ่มสร้างฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์ใหญ่สุดในประเทศ

https://www.naewna.com/lady/843213

Science Update : ฟิลิปปินส์เริ่มสร้างฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์ใหญ่สุดในประเทศ

Science Update : ฟิลิปปินส์เริ่มสร้างฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์ใหญ่สุดในประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กระทรวงพลังงานของฟิลิปปินส์รายงานว่า ฟิลิปปินส์เริ่มต้นก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่เมรัลโก เทอร์รา (Meralco Terra) ซึ่งถือเป็นโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ 3,500 เฮกตาร์ (ราว 21,900 ไร่) ในจังหวัดนูเอวาเอซีฮาและจังหวัดบูลากัน ทางตอนเหนือของกรุงมะนิลา

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า โครงการนี้จะผลิตไฟฟ้ากว่า 5 พันล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี เมื่อเริ่มต้นดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบ และจะมีส่วนส่งเสริมโครงข่ายไฟฟ้าของเกาะลูซอนอย่างมาก ตอบสนองความต้องการพลังงานสะอาดและยั่งยืนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล

ราฟาเอล ลอติลลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์ กล่าวว่า การลงทุนด้านเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์และการกักเก็บพลังงานครั้งใหญ่นี้ถือเป็นก้าวสำคัญ
ในการบรรลุเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในส่วนประสมทางพลังงาน ลดการปล่อยคาร์บอน และตอบสนองความต้องการไฟฟ้าบนเกาะลูซอน

ลอติลลา เสริมว่า โครงการนี้จะเพิ่มความมั่นคงและความแข็งแกร่งทางพลังงานของฟิลิปปินส์ และจะมีส่วนส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยการสร้างงานและส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืน

Science Update : จีนส่งดาวเทียมติดตามการปล่อย ‘ก๊าซมีเทน’

https://www.naewna.com/lady/841811

Science Update : จีนส่งดาวเทียมติดตามการปล่อย ‘ก๊าซมีเทน’

Science Update : จีนส่งดาวเทียมติดตามการปล่อย ‘ก๊าซมีเทน’

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

จีนปล่อยจรวดขนส่งเชิงพาณิชย์ ลี่เจี้ยน-1 วาย5 (Lijian-1 Y5) พร้อมดาวเทียม 15 ดวง ซึ่งรวมถึงซีกวง-1 04 (Xiguang-1 04) ดาวเทียมเชิงพาณิชย์สำหรับเฝ้าติดตามก๊าซมีเทนที่มีความละเอียดสูงดวงแรกของจีนขึ้นสู่ห้วงอวกาศ

ดาวเทียมซีกวง-1 04 ติดตั้งกล้องถ่ายภาพก๊าซมีเทน กล้องคลอโรฟิลล์ และกล้องถ่ายมัลติสเปกตรัม มีคุณสมบัติหลากหลาย เช่น เฝ้าติดตามและแกะรอยแนวโน้ม
การปล่อยก๊าซมีเทน ระบุแหล่งกำเนิดคาร์บอน และประเมินขีดความสามารถความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยก๊าซมีเทนเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนอย่างรุนแรง นอกจากนั้นดาวเทียมซีกวง-1 04 จะดำเนินการสังเกตการณ์การรั่วไหลของก๊าซมีเทนจากแหล่งกำเนิดทั่วโลกด้วยความถี่สูงและความแม่นยำสูง พร้อมให้ข้อมูลและการสนับสนุนทางเทคนิคสำหรับการสร้างระบบกำกับดูแลการปล่อยก๊าซมีเทนที่มีความครอบคลุม

ดาวเทียมซีกวง-1 04 จะสนับสนุนความพยายามของจีนในการปกป้องระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม การควบคุมการปล่อยมลพิษทางอุตสาหกรรม และการตรวจจับการรั่วไหลของก๊าซ รวมถึงยกระดับอิทธิพลของจีนในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนระดับโลกด้วย

Science Update : ดาวเทียมขนาดเล็ก พัฒนาโดยนักศึกษาดวงแรกสู่ห้วงอวกาศ

https://www.naewna.com/lady/840386

Science Update : ดาวเทียมขนาดเล็ก พัฒนาโดยนักศึกษาดวงแรกสู่ห้วงอวกาศ

Science Update : ดาวเทียมขนาดเล็ก พัฒนาโดยนักศึกษาดวงแรกสู่ห้วงอวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คิวบ์แซต (CubeSat) ดาวเทียมขนาดเล็กดวงแรกที่มหาวิทยาลัยของจีนและรัสเซียร่วมกันพัฒนา ถูกนำส่งขึ้นสู่ห้วงอวกาศจากเมืองบลาโกเวชเชนสค์ของรัสเซียโดยสำเร็จลุล่วง เมื่อช่วงเช้าวันอังคาร (5 พ.ย.)

สถาบันเทคโนโลยีฮาร์บิน (HIT) ที่มีฐานอยู่ในมณฑลเฮยหลงเจียงทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ระบุว่าคิวบ์แซตเป็นดาวเทียมขนาดเล็กหนักราว 15.7 กิโลกรัม จะนำมาใช้เพื่อการตรวจสอบเทคโนโลยีดาวเทียมขนาดไมโคร-นาโน การทดลองเทคโนโลยีวิทยุเบื้องต้น และการศึกษาวิทยาศาสตร์อวกาศ

โครงการดาวเทียมขนาดเล็กดังกล่าวมุ่งบูรณาการทรัพยากรจากสถาบันอุดมศึกษา และสนับสนุนการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างคนรุ่นใหม่ของทั้งสองประเทศ โดยมหาวิทยาลัยของจีนและรัสเซียที่มีส่วนร่วมในโครงการดังกล่าว ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีฮาร์บิน มหาวิทยาลัยการบินและอวกาศหนานจิง มหาวิทยาลัยรัฐอามูร์ และมหาวิทยาลัยเทคนิคบาวแมนแห่งมอสโก

รองผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมือนานาชาติ สังกัดสถาบันเทคโนโลยีฮาร์บิน กล่าวว่า นักศึกษาจากทั้งสองประเทศเป็นผู้พัฒนาดาวเทียมดังกล่าว โดยทีมงานจากชมรมนักศึกษาของสถาบันฯ เป็นผู้นำดำเนินโครงการนี้ และมีนักศึกษาเข้าร่วมราว 50 คน ในช่วงแรกของการพัฒนา โดยเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีมากกว่าร้อยละ 60 ขณะที่นักศึกษาระดับปริญญาเอกจากคณะวิทยาศาสตร์อวกาศของสถาบันฯ หนึ่งในสมาชิกทีมทดลอง กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยได้จัดเตรียมอาจารย์ที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการทดลอง และเงินทุนเพื่อการพัฒนา ตลอดจนให้อิสระในการบริหารจัดการโครงการและการจัดการด้านเทคนิค

Science Update : ชมภาพ ‘เนบิวลา’ จากอวกาศในคืนฮาโลวีน

https://www.naewna.com/lady/839019

Science Update : ชมภาพ ‘เนบิวลา’ จากอวกาศในคืนฮาโลวีน

Science Update : ชมภาพ ‘เนบิวลา’ จากอวกาศในคืนฮาโลวีน

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

หอสังเกตการณ์ซีกโลกใต้แห่งยุโรป หรือ ESO เปิดเผยภาพอันน่าตื่นตาของ “เนบิวลามืดหมาป่า” (Dark Wolf Nebula) ซึ่งเป็นกลุ่มเมฆหมอกของฝุ่น แก๊ส และพลาสมาในอวกาศ ที่มีเงาคล้ายหมาป่า

เนบิวลานี้ได้รับฉายาว่า “เนบิวลามืดหมาป่า” พบในกลุ่มดาวแมงป่อง ใกล้กับใจกลางทางช้างเผือก อยู่ห่างจากโลกไปประมาณ 5,300 ปีแสง ตามคำแถลงของ ESO ภาพดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่บนท้องฟ้าเทียบเท่ากับดวงจันทร์เต็มดวง 4 ดวง ถูกถ่ายได้ด้วยภาพขนาดความละเอียดสูง283 ล้านพิกเซล จากกล้องโทรทรรศน์สำรวจ VLT จากหอสังเกตการณ์ของ ESOในประเทศชิลี ในคืนวันฮาโลวีน 31 ตุลาคมที่ผ่านมา

สำหรับเนบิวลามืด หรือ Dark Nebula คือแก๊สและฝุ่นในอวกาศที่อุณหภูมิต่ำมาก ไม่มีแสงในตัวเอง และไม่ได้รับแสงจากแหล่งอื่น จึงเห็นเป็นส่วนมืด ตัดกับพื้นหลังที่สว่างกว่า นักดาราศาสตร์มุ่งทำการศึกษาเมฆฝุ่นแข็งเหล่านี้ เนื่องจากมักมีดาวดวงใหม่กำลังก่อตัวอยู่

Science Update : นักวิจัยจีนพัฒนา ‘อิฐดวงจันทร์’ ใช้สร้างฐานบนดวงจันทร์ในอนาคต

https://www.naewna.com/lady/837655

Science Update : นักวิจัยจีนพัฒนา ‘อิฐดวงจันทร์’ ใช้สร้างฐานบนดวงจันทร์ในอนาคต

Science Update : นักวิจัยจีนพัฒนา ‘อิฐดวงจันทร์’ ใช้สร้างฐานบนดวงจันทร์ในอนาคต

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ทีมวิจัยที่นำโดยติง เลี้ยอวิ๋น ใช้ดินดวงจันทร์แบบจำลองในการสร้าง“อิฐดวงจันทร์” ที่มีความแข็งแรงมากกว่าอิฐแดงหรืออิฐคอนกรีตมาตรฐานถึงสามเท่า โดยทีมวิจัยยังได้พัฒนาวิธีการสร้างอื่นๆ ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบเพิ่มเนื้อวัสดุ และประดิษฐ์หุ่นยนต์พิมพ์ 3 มิติ เพื่อพิมพ์บ้านโดยใช้ดินดวงจันทร์จำลอง 5 ชนิดและกระบวนการเผาผนึก (Sintering) 3 แบบ ซึ่งสามารถให้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำยิ่งขึ้นในการคัดเลือกวัสดุและการปรับปรุงกระบวนการสำหรับการสร้างฐานบนดวงจันทร์ในอนาคต

อิฐดังกล่าวจะต้องผ่านการทดสอบประสิทธิภาพ เพื่อตรวจสอบว่าสมรรถนะเชิงกล (mechanical performance) ของอิฐจะลดลงในสภาพแวดล้อมบนดวงจันทร์หรือไม่ และสามารถทนต่อแผ่นดินไหวบนดวงจันทร์ที่มีความถี่สูงได้หรือไม่

ไชน่า เซ็นทรัล เทเลวิชั่น (China Central Television) รายงานว่าจะมีการส่งอิฐดวงจันทร์ดังกล่าวไปยังสถานีอวกาศของจีนโดยยานขนส่งสินค้าเทียนโจว-8 (Tianzhou-8) เพื่อตรวจสอบสมรรถนะเชิงกลและสมรรถนะทางความร้อน ตลอดจนตรวจสอบความสามารถในการทนต่อรังสีคอสมิก โดยคาดว่าจะส่งอิฐดวงจันทร์ก้อนแรกกลับคืนสู่โลกภายในสิ้นปี 2025

Science Update : นาซาส่งยานสำรวจดวงจันทร์บริวารดาวพฤหัสบดี

https://www.naewna.com/lady/836321

Science Update : นาซาส่งยานสำรวจดวงจันทร์บริวารดาวพฤหัสบดี

Science Update : นาซาส่งยานสำรวจดวงจันทร์บริวารดาวพฤหัสบดี

วันอาทิตย์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ยานอวกาศ ยูโรปา คลิปเปอร์ ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซา ทะยานขึ้นจากฐานปล่อยที่ศูนย์อวกาศเคนเนดี แหลมคานาเวอรัลรัฐฟลอริดา เพื่อขึ้นไปสำรวจดวงจันทร์ยูโรปา หนึ่งในดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัสบดีอีกหนึ่งสถานที่ในระบบสุริยะที่มีแนวโน้มมากที่สุดที่จะพบสิ่งมีชีวิตนอกโลก และอาจเหมาะสมต่อการอยู่อาศัย

ภารกิจครั้งนี้ นาซาต้องการศึกษาว่า ใต้พื้นผิวเปลือกนอกดวงจันทร์ยูโรปาที่ห่อหุ้มด้วยน้ำแข็ง ลึกลงไปเป็นน้ำเค็มสีน้ำเงิน ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นมหาสมุทรใต้ดินอันกว้างใหญ่นั้น จะมีความเป็นไปได้ที่จะมีสิ่งมีชีวิตอยู่หรือไม่ ขณะที่ยูโรปา ดวงจันทร์ในบริวารของดาวพฤหัสบดีนี้ห่างจากโลก 628 ล้านกิโลเมตร ใหญ่กว่าดวงจันทร์ของโลกเล็กน้อย มีพื้นผิวเป็นน้ำแข็งหนา 25 กิโลเมตร และใต้พื้นผิวของดวงจันทร์อาจเป็นมหาสมุทรขนาดใหญ่ ที่มีปริมาณน้ำมากกว่าโลกถึง 2 เท่า

ยานอวกาศ ยูโรปา คลิปเปอร์ ใช้เวลาสร้างและพัฒนาหลายปี มีความสูง 5 เมตร กว้าง 30.5 เมตร หนัก 3,241 กิโลกรัม ยังไม่รวมน้ำหนักเชื้อเพลิง ขณะนี้อยู่ระหว่างเดินทางไกล 2,900 ล้านกิโลเมตร มีกำหนดเข้าสู่วงโคจรรอบดาวพฤหัสบดี ในปี 2573

Science Update : จีนอวดรถยนต์ไฟฟ้าบินได้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/812044

Science Update : จีนอวดรถยนต์ไฟฟ้าบินได้

Science Update : จีนอวดรถยนต์ไฟฟ้าบินได้

วันอาทิตย์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท เอ็กซ์เผิง แอโรเอชที (XPeng AeroHT) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ เอ็กซ์เผิง ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของจีน เปิดตัวและทำการทดสอบรถยนต์ไฟฟ้าบินได้ครั้งแรก ที่เมืองหลางฟาง ในมณฑลเหอเป่ย เพื่อให้สื่อมวลชนและผู้สนใจได้รับชม

รถยนต์บินได้คันนี้ คือรุ่น โวยาจเจอร์ เอ็กซ์ทู (Voyager X2) มี 2 ที่นั่งมีน้ำหนัก 680 กิโลกรัม รองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 160 กิโลกรัม การทดสอบจะเห็นว่า รถยนต์ลอยตัวขึ้นและลงจอดในแนวดิ่งโดยไม่มีคนขับหรือผู้โดยสารเป็นเวลา 2 นาที แต่วิศวกรของบริษัทผู้ผลิตระบุว่า สามารถขึ้นบินได้เป็นเวลา 25 นาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ออกแบบมาให้เดินทางเป็นระยะใกล้ๆ ภายในเขตเมือง โดยที่ไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาเลย ส่วนการขับขี่และควบคุมรถนั้น ทางวิศวกรกล่าวว่า ผู้ขับขี่สามารถเรียนรู้วิธีบังคับในเวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าเสียดายสำหรับผู้ที่ต้องการหาซื้อมาครอบครอง เพราะบริษัทบอกว่า ไม่ได้ผลิตออกมาเพื่อวางจำหน่ายในท้องตลาด แต่ผลิตเพื่อการพัฒนาปรับปรุงด้านเทคนิคเพื่อให้มีความละเอียดประณีต