Science Update : ส่งยานสำรวจเอกชนไปสำรวจดวงจันทร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/787777

Science Update : ส่งยานสำรวจเอกชนไปสำรวจดวงจันทร์

Science Update : ส่งยานสำรวจเอกชนไปสำรวจดวงจันทร์

วันอาทิตย์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ยานโนวา-ซี (Nova-C) หรือที่มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “โอดิสซิอุส” ยานสำรวจดวงจันทร์ที่สร้างขึ้นโดยบริษัทเทคโนโลยีด้านอวกาศ Intuitive Machines ที่มีสำนักงานอยู่ในนครฮิวสตัน ทะยานขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวดฟอลคอน-9 ของบริษัท สเปซ เอ็กซ์ จากศูนย์อวกาศเคเนดี ของสำนักงานบริการการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ นาซา ที่แหลมคานาเวอรัล รัฐฟลอริดา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาโดยหลังจากทะยานออกจากฐานปล่อยได้ 48 นาที ยานโอดิสซิอุสก็แยกตัวออกจากส่วนด้านบนของจรวดฟอลคอน-9 สูงจากพื้นโลก 223 กิโลเมตร และเดินทาง
ต่อไปยังดวงจันทร์

ขณะที่จรวดฟอลคอน-9 ก็บรรทุกดาวเทียม 6 ดวงของนาซา ขึ้นไปปล่อยในวงโคจรบนอวกาศด้วย เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของดวงจันทร์ ก่อนที่นาซาจะส่งนักบินอวกาศไปยังดวงจันทร์ ตามแผนที่กำหนดไว้ในช่วง 10 ปีข้างหน้านี้

ทั้งนี้ หากยาน “โอดิสซิอุส” สามารถลงจอดบนดวงจันทร์ได้สำเร็จ จะเป็นยานอวกาศสหรัฐฯ ลำแรกที่กลับไปยังดวงจันทร์อีกครั้ง นับตั้งแต่ยานอพอลโลส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ในปี 1972 และเป็นบริษัทเอกชนแห่งแรกที่ส่งยานไปลงบนพื้นผิวดวงจันทร์ได้

Science Update : นาซาพบดาวเคราะห์ใหม่คล้ายโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/786365

Science Update : นาซาพบดาวเคราะห์ใหม่คล้ายโลก

Science Update : นาซาพบดาวเคราะห์ใหม่คล้ายโลก

วันอาทิตย์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา ของสหรัฐฯ ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยจักรวาล รหัส ทีโอไอ-715 บี โดยกล้องดาวเทียมสำรวจดาวเคราะห์นอกระบบสุริยจักรวาลที่โคจรผ่าน หรือ ทรานซิสติ้ง เอกโซแพลนเนต เซอร์เวย์ แซตเทลไลต์ หรือ เทสส์ (TESS) มีขนาดใหญ่กว่าโลก 1.5 เท่า และ อยู่ห่างจากโลก 137 ปีแสง

การศึกษาวิจัยที่นำโดย จอร์เจียนา ดรานส์ฟิลด์ นักวิชาการแห่งมหาวิทยาลัยเบอร์มิ่งแฮม เผยแพร่ในเอกสารรายเดือนของราชสมาคมดาราศาสตร์ พบด้วยว่า ดาวเคราะห์ ทีโอไอ-715 บี โคจรรอบดาวแคระแดงดวงหนึ่งและใช้เวลาโคจรรอบวงหนึ่งรอบทุก 19 วันเมื่อเทียบเวลากับโลก เป็นดาวเคราะห์นอกระบบสุริยจักรวาลที่อยู่ในเขตที่เอื้อต่อการอยู่อาศัย หรือ ย่านหนึ่งในห้วงอวกาศที่มีดาวเคราะห์คล้ายโลกที่ดำรงสถานะของเหลวบนพื้นผิว และมีสิ่งมีชีวิตคล้ายกับโลกได้

ดาวเคราะห์ ทีโอไอ-715 บี กำลังเป็นหนึ่งในเป้าหมายของการค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกระบบสุริยจักรวาล เนื่องจากมีอุณหภูมิที่เย็นกว่าและมีขนาดเล็กกว่าเมื่อเทียบกับดวงอาทิตย์และอาจเพิ่มโอกาสที่จะกลายเป็นโลกดวงที่ 2 ในระบบสุริยจักรวาลเดียวกัน รวมทั้งเพิ่มโอกาสการค้นพบสิ่งมีชีวิตนอกโลก

Science Update : จีนเตรียมใช้กล้องยักษ์ตรวจจักรวาลมืด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/784880

Science Update : จีนเตรียมใช้กล้องยักษ์ตรวจจักรวาลมืด

Science Update : จีนเตรียมใช้กล้องยักษ์ตรวจจักรวาลมืด

วันอาทิตย์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กล้องโทรทรรศน์สเปกโทรสโกปี กล้องโทรทรรศน์ชนิดแรกในโลกที่สามารถสังเกตการณ์คลื่นสเปกตรัมในจักรวาลได้พร้อมกันแบบหลายเป้าหมายและมีความแม่นยำสูง ได้รับการพัฒนาและตั้งชื่อว่า JUST ตามโครงการวิจัยของกล้องโทรทรรศน์สเปกโทรสโกปี มหาวิทยาลัยเจียวถง (Jiao-tong University Spectroscopic Telescope) โดยจะเปิดตัวในเมืองเลิงหู ไห่ซี มองโกเลีย

กล้อง JUST จะต้องติดตั้งชุดสเปกโตรกราฟ ซึ่งช่วยให้กล้องโทรทรรศน์ลำกล้องมีขนาดใหญ่ขึ้น โดยมีความยาว 4.4 เมตร มีความสามารถในการรวบรวมแสงที่แข็งแกร่งขึ้น และตอบสนองต่อปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ได้เร็วขึ้น โดยจะทำงานร่วมกับกล้องโทรทรรศน์สำรวจทุ่งกว้าง หรือ WFST และกล้องโทรทรรศน์สถานีอวกาศ CSST เพื่อรวมข้อมูลทางดาราศาสตร์โดยตรงสำหรับการวิจัยที่เกี่ยวข้อง

กล้องโทรทรรศน์จะรวบรวมข้อมูลเพื่อช่วยในการศึกษาการสำรวจจักรวาลมืด การติดตามจักรวาลแบบเคลื่อนไหว และคาดหวังว่า กล้องนี้อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับดาวเคราะห์นอกระบบได้อย่างมาก

Science Update : ญี่ปุ่นเผยยานสำรวจดวงจันทร์ลงจอดแม่นยำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/783431

Science Update : ญี่ปุ่นเผยยานสำรวจดวงจันทร์ลงจอดแม่นยำ

Science Update : ญี่ปุ่นเผยยานสำรวจดวงจันทร์ลงจอดแม่นยำ

วันอาทิตย์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่นหรือแจ็กซา (JAXA) แถลงต่อผู้สื่อข่าวว่า ยานสลิม (SLIM : Smart Lander for Investigating Moon) ซึ่งเป็นยานสำรวจดวงจันทร์ของญี่ปุ่น สามารถลงจอดอย่างแม่นยำ เมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา โดยอยู่ภายในรัศมี 100 เมตรของเป้าหมายที่กำหนดไว้บนดวงจันทร์ ข้อมูลยังชี้ว่า เครื่องยนต์ 1 ใน 2 ของยานน่าจะหยุดทำงานในช่วงสุดท้ายของการลงจอด ทำให้ยานลงจอดเบี่ยงออกไปจากเป้าหมาย55 เมตร ไม่เช่นนั้นยานน่าจะลงจอดโดยห่างจากเป้าหมายเพียง 3-4 เมตรเท่านั้น ทำให้ญี่ปุ่น เป็นประเทศลำดับที่ 5 ที่นำยานลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์สำเร็จต่อจากสหรัฐฯ อดีตสหภาพโซเวียต จีน และ อินเดีย

การลงจอดคลาดเคลื่อนจากเป้าหมายไม่ถึง 100 เมตรของยานสลิม ชี้ให้เห็นว่ายานสลิม มีประสิทธิภาพด้านความแม่นยำที่ดีกว่ายานลงจอดอื่นๆ อีกหลายลำที่ลงจอดคลาดเคลื่อนจากเป้าหมาย เป็นหลายกิโลเมตร ขณะที่ระบบหาพิกัดที่อยู่บนพื้นฐานของการมองเห็นบนยานสลิม จะกลายเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับการสำรวจแถบขั้วโลกของดวงจันทร์ที่มีภูมิประเทศเป็นหุบเขาในอนาคตได้ พื้นที่ดังกล่าวนี้ของดวงจันทร์ถูกมองว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเป็นแหล่งเชื้อเพลิง น้ำและออกซิเจน ที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต

Science Update : สหรัฐฯ ส่ง ‘นักบินอวกาศเอกชน’ ชุดที่ 3 สู่สถานีอวกาศ ISS

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/782013

Science Update : สหรัฐฯ ส่ง ‘นักบินอวกาศเอกชน’ ชุดที่ 3 สู่สถานีอวกาศ ISS

Science Update : สหรัฐฯ ส่ง ‘นักบินอวกาศเอกชน’ ชุดที่ 3 สู่สถานีอวกาศ ISS

วันอาทิตย์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2567, 07.30 น.

สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) และแอกเซียม สเปซ (Axiom Space) ปล่อยยานอวกาศภารกิจส่งนักบินอวกาศเอกชนชุดที่ 3 ไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ หรือไอเอสเอส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการเปิดการเข้าถึงอวกาศขององค์การการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซา โดยภารกิจแอกเซียม มิชชัน 3 (Axiom Mission 3) หรือเอเอ็กซ์-3 (Ax-3) เป็นเที่ยวบินอวกาศเชิงพาณิชย์ภารกิจแรกที่มุ่งส่งนักบินอวกาศสัญชาติยุโรปทั้งหมดไปยังสถานีอวกาศดังกล่าว

ภารกิจนี้ประกอบด้วยนักบินอวกาศ 4 คน ได้แก่ ผู้บัญชาการภารกิจ ไมเคิล โลเปซ-อะเลเกรีย สัญชาติอเมริกัน และสเปน วอลเตอร์ วิลลาดี จากอิตาลีรับหน้าที่นักบิน รวมถึงอัลเปอร์ เกเซราฟชี จากตุรกี กับมาร์คัส แวนดท์ นักบินอวกาศโครงการองค์การอวกาศยุโรปจากสวีเดน ที่ทำหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญประจำภารกิจ ซึ่งปัจจุบันนักบินอวกาศทั้ง 4 ได้อยู่ในวงโคจรและกำลังมุ่งหน้าสู่สถานีอวกาศฯ เมื่อเทียบท่าแล้ว นักบินอวกาศจะใช้เวลา 14 วันในห้องปฏิบัติการที่โคจรอยู่เพื่อปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มรูปแบบ อาทิ การวิจัยสภาวะไร้น้ำหนักการสาธิตเทคโนโลยี และการเข้าไปมีส่วนร่วมในงานต่างๆ

แอกเซียม สเปซ ระบุว่าภารกิจนี้ถือเป็นโอกาสแห่งยุคใหม่สำหรับนานาประเทศในการเข้าร่วมประชาคมอวกาศระหว่างประเทศ และเข้าถึงวงโคจรระดับต่ำของโลกเพื่อเดินหน้าการสำรวจและการวิจัยในสภาวะไร้น้ำหนัก

Science Update : ทำไม ‘ฉี่’ ถึงเป็นสีเหลือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/780560

Science Update : ทำไม ‘ฉี่’ ถึงเป็นสีเหลือง

Science Update : ทำไม ‘ฉี่’ ถึงเป็นสีเหลือง

วันอาทิตย์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เรามักจะได้รับคำเตือนจากแพทย์ ให้คอยสังเกตสีปัสสาวะของตนเองให้ดี เพราะหากมันเริ่มปรากฏให้เห็นเป็นสีอื่น นอกจากสีเหลืองทองอร่ามตามธรรมชาติ นั่นคือสัญญาณบ่งชี้ว่ามีความผิดปกติในร่างกาย ซึ่งอาจจะเป็นโรคภัยไข้เจ็บที่ร้ายแรงก็เป็นได้

ว่าแต่ทำไม ฉี่ถึงเป็นสีเหลือง?

เรื่องนี้ ทีมนักชีววิทยาระดับโมเลกุลจากมหาวิทยาลัยแมริแลนด์ และจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐฯ ได้ตีพิมพ์ผลการค้นพบล่าสุดว่าด้วยต้นตอของสีเหลืองในปัสสาวะ ลงเผยแพร่ในวารสาร Nature Microbiology ฉบับวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยชี้ว่าเอนไซม์ บิลิรูบินรีดักเทส (bilirubin reductase) ซึ่งแบคทีเรียในลำไส้ผลิตขึ้น คือสาเหตุแท้จริงที่ทำให้ปัสสาวะมีสีเหลืองทองอย่างที่คุ้นเคยกัน เอนไซม์ดังกล่าวผลิตขึ้นโดยแบคทีเรียในตระกูล เฟอร์มิคิวเทส (Firmicutes) ซึ่งมีอยู่เป็นปริมาณมากและหนาแน่นยิ่งกว่าแบคทีเรียกลุ่มอื่นในลำไส้ของมนุษย์

ทีมผู้วิจัยยังตรวจสอบสภาพของจุลชีวนิเวศในลำไส้ กับผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดี 1,801 คน ซึ่งพบว่า 99.9% ของคนกลุ่มนี้ มียีนของแบคทีเรียที่สร้างเอนไซม์บิลิรูบิน รีดักเทส ในร่างกาย ขณะที่แค่ 68% ของผู้ป่วยโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง หรือไอบีดี มียีนดังกล่าว และเพียง 40% ของทารกที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะดีซ่าน มียีนที่ทำให้ปัสสาวะเหลือง

ทีมผู้วิจัยระบุว่า พวกเขายังต้องศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมอีก เพื่อให้ทราบชัดถึงความสัมพันธ์เกี่ยวข้อง ระหว่างการขาดแบคทีเรียตัวสร้างเอนไซม์ที่ทำให้ปัสสาวะเหลืองกับการเกิดโรคภัยต่างๆ เพื่อพัฒนาวิธีตรวจรักษาที่ดีขึ้นต่อไป

Science Update : เปรูขึ้นแท่น ประเทศมีนกมากที่สุดในโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/779148

Science Update : เปรูขึ้นแท่น ประเทศมีนกมากที่สุดในโลก

Science Update : เปรูขึ้นแท่น ประเทศมีนกมากที่สุดในโลก

วันอาทิตย์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

แหล่งข่าวทางการเปรู เปิดเผยข้อมูลในสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า โครงการร่วมของสำนักงานแห่งชาติปกป้องเขตธรรมชาติโดยรัฐ หรือ SERNANP, คณะกรรมการบันทึกนกเปรู หรือ CRAP, ชุมชนวิทยาศาสตร์ และภาคเอกชน บันทึกสายพันธุ์นกในประเทศได้มากถึง 1,897 สายพันธุ์ ในจำนวนนี้ เป็นสายพันธุ์ที่พบได้เฉพาะในเปรูเพียงแห่งเดียวเท่านั้นถึงกว่า 120 สายพันธุ์ ส่งผลให้เปรู กลายเป็นประเทศที่มีความหลากหลายสายพันธุ์ของนกชนิดต่างๆ มากที่สุดในโลก แซงหน้าแชมป์เก่าอย่างโคลอมเบีย ประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีนกสายพันธุ์ต่างๆ 1,869 สายพันธุ์ ส่วนอันดับ 3 เป็นของบราซิล อีกหนึ่งประเทศในอเมริกาใต้ มีนกทั้งหมด 1,859 สายพันธุ์

ตามข้อมูลของ เฟอร์นันโด อังกูโล ประธานสหภาพปักษีวิทยาแห่งเปรูและสมาชิกคณะกรรมการบันทึกนกเปรู จะต้องส่งหลักฐานสายพันธุ์ใหม่ของนกไปยังคณะกรรมการนกในอเมริกาใต้ หรือ SACC เพื่อตรวจสอบและอนุมัติต่อไป

Science Update : จีนส่งดาวเทียมทดลองวิทยาศาสตร์ 3 ดวงขึ้นสู่อวกาศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/778090

Science Update : จีนส่งดาวเทียมทดลองวิทยาศาสตร์ 3 ดวงขึ้นสู่อวกาศ

Science Update : จีนส่งดาวเทียมทดลองวิทยาศาสตร์ 3 ดวงขึ้นสู่อวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศูนย์ปล่อยดาวเทียมไถ่หยวน ได้ส่งจรวดขนส่งลองมาร์ช-11 (Long March-11)เพื่อนำดาวเทียมทดลองทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศดวงใหม่ทั้ง 3 ดวง ขึ้นสู่วงโคจร จากฐานปล่อยดาวเทียมกลางทะเล นอกชายฝั่งหยางเจียง มณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของประเทศ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ดาวเทียมทั้ง 3 ดวงนี้ อยู่ในกลุ่มดาวเทียมสือเยี่ยน-24 ซี (Shiyan-24C) ซึ่งจะใช้เพื่อการทดลองทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านอวกาศเป็นหลัก สำหรับจรวดขนส่งลองมาร์ช นั้น นี่เป็นภารกิจครั้งที่ 503 ของจรวดรุ่นนี้แล้ว

ในวันเดียวกัน จีนยังได้ส่งดาวเทียมอีก 2 ดวงขึ้นสู่วงโคจรด้วย เป็นดาวเทียมดวงที่ 57 และ 58 ของระบบดาวเทียมนำร่อง เป่ยโต๋ว-3 โดยศูนย์ปล่อยดาวเทียมซีชาง ในมณฑลเสฉวน เป็นผู้ปล่อยดาวเทียมทั้งสองดวงเมื่อเวลา 11.26 น. ของวันอังคารที่ผ่านมา โดยใช้จรวดขนส่งลองมาร์ชเช่นกัน นับเป็นภารกิจครั้งที่ 504ของลองมาร์ช

นักวิทยาศาสตร์ของจีนคาดหวังจะให้ระบบดาวเทียมนำร่องเป่ยโต๋ว-3 นี้ เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาด้านอวกาศตามที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้นำประเทศ เคยตั้งเป้าว่าต้องการให้ระบบมีความครอบคลุม บูรณาการ และชาญฉลาดมากขึ้น

Science Update : สายน้ำที่ดำมืดที่สุดในโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776865

Science Update : สายน้ำที่ดำมืดที่สุดในโลก

Science Update : สายน้ำที่ดำมืดที่สุดในโลก

วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะนักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยซูริค (ETH Zurich) สวิตเซอร์แลนด์ ได้ค้นพบแม่น้ำสีดำที่สุดในโลก คือ แม่น้ำรูกิ (Ruki River) ที่ไหลพาดผ่านประเทศคองโก ทวีปแอฟริกาในการสำรวจและเก็บข้อมูล นักวิทยาศาสตร์พบว่า บางช่วงของแม่น้ำรูกิ ที่ไหลใกล้กับเขตเอมบานดากา มีความดำสนิทมาก ถึงขั้นที่เมื่อจุ่มมือลงไปในน้ำแล้ว ไม่สามารถเห็นมือที่อยู่ตรงหน้าได้

สาเหตุที่ทำให้แม่น้ำแห่งนี้มีน้ำสีดำสนิท เนื่องจากระดับของอินทรียวัตถุที่อุดมไปด้วยคาร์บอนละลายในน้ำในปริมาณที่สูงมาก โดยมาจากป่าดิบชื้นโดยรอบ เช่น ใบไม้ กิ่งไม้ที่เน่าเปื่อย และซากสัตว์ที่ไหลลงมายังแม่น้ำจนเกิดการหมักหมม ประกอบกับภูมิศาสตร์ที่มีสภาพพื้นที่ตั้งเป็นพื้นดินราบเรียบ ทำให้เมื่อฝนตกน้ำจะขังและหมักหมมสารอินทรีย์ต่างๆ เพิ่มมากขึ้นไปอีก

การค้นพบในครั้งนี้ได้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Limnology and Oceanography ที่ได้เผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า แม่น้ำรูกิมีสัดส่วนเพียง 5% ของลุ่มน้ำคองโก แต่ปริมาณคาร์บอนที่ละลายอยู่ในลุ่มน้ำคองโกทั้งหมด มาจากแม่น้ำรูกิถึง 20% และความมืดของแม่น้ำแห่งนี้ทำให้แม่น้ำมีระบบนิเวศที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของปลาหลากหลายสายพันธุ์ซึ่งหลายชนิดไม่มีที่ไหนเลย

Science Update : พื้นผิวดวงจันทร์กำลังเปลี่ยนไปเพราะน้ำมือมนุษย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/775534

Science Update : พื้นผิวดวงจันทร์กำลังเปลี่ยนไปเพราะน้ำมือมนุษย์

Science Update : พื้นผิวดวงจันทร์กำลังเปลี่ยนไปเพราะน้ำมือมนุษย์

วันอาทิตย์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มนุษย์ได้ชื่อว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทำลายล้างโลกมากที่สุด จนนักวิทย์คาดการณ์ว่า โลกอาจเข้าสู่ยุคสมัย “แอนโทรโพซีน” (Anthropocene) หรือยุคที่โลกเกิดความเปลี่ยนแปลงทั้งทางธรณีวิทยา บรรยากาศ และชีววิทยา ที่มีสาเหตุมาจากฝีมือมนุษย์ ล่าสุด นักวิจัยกลุ่มหนึ่งออกมาเปิดเผยว่า ขณะนี้ ดวงจันทร์ก็กำลังเกิดความเปลี่ยนแปลงเพราะน้ำมือมนุษย์เช่นกัน ทำให้ยุคทางธรณีวิทยาใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นบนดวงจันทร์แล้ว ให้ชื่อว่า “ลูนาร์แอนโทรโพซีน” (Lunar Anthropocene)

จัสติน โฮลโคมบ์ นักวิจัยด้านโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยแคนซัส หนึ่งในทีมวิจัย กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี 1959 ที่ยานอวกาศ ลูนา 2 (Luna 2) ของสหภาพโซเวียต เป็นวัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นชิ้นแรกที่พุ่งชนพื้นผิวดวงจันทร์ และสร้างหลุมที่เหมือนหลุมอุกกาบาตขึ้น ต่างกันที่มันเป็นหลุมที่ไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ นั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ของการเปลี่ยนแปลง และตลอดหลายปีที่ผ่านมา มนุษย์ได้ทิ้งสิ่งของต่างๆ ไว้บนพื้นผิวดวงจันทร์จำนวนมาก ทั้งรอยเท้า รางรถแลนด์โรเวอร์ลูกกอล์ฟ ธง หรือแม้กระทั่งถุงใส่อุจจาระของมนุษย์

ทีมวิจัยบอกว่า กิจกรรมของมนุษย์นี้มีความสำคัญมากกว่าที่ใครหลายคนคิด เพราะเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงบนพื้นผิวดวงจันทร์ เช่น จากการชนของอุกกาบาต ร่องรอยหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นก็จะคงอยู่เป็นเวลานานมาก เนื่องจากดวงจันทร์ไม่มีชั้นบรรยากาศ ไม่มีการกัดเซาะของลมหรือฝน ผลกระทบใดๆ ที่มนุษย์ทำต่อพื้นผิวดวงจันทร์นั้น โดยทฤษฎีแล้วจะอยู่ถาวรตลอดไป

งานวิจัยนี้เกิดขึ้นในเวลาที่เหมาะสมเป็นพิเศษ เนื่องจากหลายประเทศทั่วโลกกำลังมีแผนภารกิจเดินทางไปยังดวงจันทร์จำนวนมากในอนาคตอันใกล้นี้ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวอวกาศ การขุดแร่บนดวงจันทร์ ตลอดจนความพยายามในการส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์และสร้างฐานขึ้นที่นั่น