‘ก็อตแลนด์’ ด่านหน้าของสวีเดนที่จะรับมือรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683320

วันที่ 17 พ.ค. 2565 เวลา 18:15 น.'ก็อตแลนด์' ด่านหน้าของสวีเดนที่จะรับมือรัสเซีย

ฐานทัพบนเกาะก็อตแลนด์ จุดยุทธศาสตร์สำคัญในการป้องกันสวีเดน และกลุ่มประเทศบอลติก

สงครามในยูเครนบีบให้สวีเดนและฟินแลนด์ต้องทบทวนเรื่องความปลอดภัยอีกครั้ง ว่าพวกเขาจะสามารถอยู่อย่างปลอดภัยได้หรือไม่ หากไม่ได้เป็นสมาชิกนาโต และไม่มีมาตรา 5 ที่ประเทศสมาชิกให้คำมั่นว่าจะปกป้องดินแดนของกันและกัน “การโจมตีประเทศสมาชิกประเทศใดประเทศหนึ่งคือการโจมตีประเทศสมาชิกทั้งหมด” นั่นทำให้ทั้งสวีเดนและฟินแลนด์ต้องการสมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต)

นอกจากนี้ ภายหลังจากที่รัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครน ชาวสวีเดนและฟินแลนด์หันมาเข้าร่วมฝึกซ้อมทางทหารเพื่อเตรียมรับมือกับการรุกรานของรัสเซีย

Reuters รายงานว่าอาสาสมัครชาวสวีเดนกำลังรวมตัวกันอยู่ที่เกาะก็อตแลนด์ เกาะที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งจะเป็นด่านหน้าของสวีเดนหากเกิดการเผชิญหน้ากับรัสเซียในอนาคต

เกาะดังกล่าวอยู่ห่างจากกองเรือบอลติกของรัสเซียเพียง 300 กิโลเมตร ซึ่งประจำการอยู่ในแคว้นคาลีนินกราด เป็นเขตการปกครองของสหพันธรัฐรัสเซีย คั่นกลางระหว่างลิทัวเนียและโปแลนด์

คามิลลา เซลานเดอร์ พนักงานร้านขายของชำชาวสวีเดนวัย 34 ปี หนึ่งในอาสาสมัครที่เข้าร่วมการฝึกทหารกับ Home Guard บนเกาะก็อตแลนด์ บอกกับ Reuters ในช่วงพักจากการซ้อมยิงปืนว่า “ผู้คนค่อนข้างกังวล แต่เราพยายามให้ทุกคนอยู่ในความสงบ เราพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ก็บอกกันว่ามันจะผ่านไปได้ด้วยดี”

โดยเกาะก็อตแลนด์ถูกมองว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันประเทศของสวีเดน และกลุ่มประเทศบอลติก ได้แก่ ลัตเวีย ลิทัวเนีย และเอสโตเนีย

เอริค ปีเตอร์สัน รองผู้บัญชาการกองทัพบกของเพนตากอนกล่าวกับหนังสือพิมพ์ Svenska Dagbladet ของสวีเดนว่า “เห็นได้ชัดว่าที่ตั้งของเกาะก็อตแลนด์มีความสำคัญอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงการป้องกันยุโรป ป้องกันสวีเดน และการคุกคามจากรัสเซีย”

คาร์ลิส เนเรตนีคส์ อดีตนายพลและหัวหน้าวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรของสวีเดนกล่าวว่า “หากรัสเซียยึดครองพื้นที่บางส่วนของสวีเดน นั่นจะสร้างกำแพงที่นาโตต้องดิ้นรนข้ามไปเพื่อช่วยสมาชิกกลุ่มประเทศบอลติก แต่หากสวีเดนอยู่ในนาโต กำแพงที่ว่านั้นจะกลายเป็นถนนที่ทำให้เข้าไปช่วยประเทศเหล่านั้นได้ง่ายขึ้นไม่มากก็น้อย”

ขณะที่สวีเดนเร่งสร้างฐานทัพบนเกาะแห่งนี้ โดยเมื่อต้นเดือนที่แล้วกองทัพสวีเดนเริ่มเพิ่มปฏิบัติการในก็อตแลนด์ หลังรัฐบาลอนุญาตให้ยิงปืนใหญ่บนเกาะ

“ผู้ที่ครองก็อตแลนด์เป็นผู้ควบคุมส่วนใหญ่ของทะเลบอลติก” รัตเกอร์ บานโฮลต์ส อดีตหัวหน้า Home Guard กล่าว

ทั้งนี้ ก็อตแลนด์เคยถูกกองทัพรัสเซียยึดครองเป็นช่วงสั้นๆ ในช่วงสงครามเมื่อปี 1808 ก่อนที่รัสเซียจะถอนกำลังออกไปภายหลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตเมื่อ 3 ทศวรรษก่อน

หลังจากนั้นสวีเดนก็เร่งสร้างกองทหารขึ้นมาใหม่บนเกาะแห่งนี้ ซึ่งเป็นโขดหินยาว 170 กิโลเมตร กลางทะเลบอลติก และยังเป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมของชาวสวีเดนจำนวนมาก

โดยในปี 2018 กองทัพสวีเดนได้เสริมการป้องกันของเกาะด้วยขีปนาวุธจากพื้นดินสู่อากาศและเพิ่มอาวุธยุทโธปกรณ์อื่นๆ ซึ่งจุดประกายขึ้นจากการที่รัสเซียผนวกไครเมียในปี 2014

แม้รัฐบาลและกองทัพสวีเดนยังไม่เชื่อว่ารัสเซียมีแผนจะบุกรุกประเทศ แต่เพื่อรับประกันความปลอดภัยทั้งสวีเดนและฟินแลนด์มีแผนการสมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต)

Photo by TT News Agency/Henrik Montgomery via REUTERS

จีนลั่นคิดถูกแล้วที่แบนคริปโต ไร้มูลค่าจริงสุดท้ายมันจะสูญเปล่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683286

วันที่ 17 พ.ค. 2565 เวลา 13:56 น.จีนลั่นคิดถูกแล้วที่แบนคริปโต ไร้มูลค่าจริงสุดท้ายมันจะสูญเปล่า

สื่อด้านเศรษฐกิจของทางการจีน “เศรษฐกิจรายวัน” (จิงจี้รื่อเป้า) เผยแพร่บทความ “การปั่นสกุลเงินคริปโตจะไร้ประโยชน์ในที่สุด”

ในบทความของสื่อเศรษฐกิจของทางการจีน “จิงจี้รื่อเป้า” (Economic Daily) เขียนโดย “หลี่หัวหลิน” ระบุว่า การล่มของตลาดคริปโตเป็นคำค้นยอดนิยมในโซเชียลมีเดียของจีนโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังกรณี LUNA และระบุว่า “สกุลเงินเสมือนที่ผู้คนในแวดวงสกุลเงินสนับสนุนเสมอมาว่าเป็น “ทองคำดิจิทัล” และ “สินทรัพย์ที่ปลอดภัย” ได้พิสูจน์แล้วว่ามีความเสี่ยงสูงและเกิด “ฟองสบู่ก้อนใหญ่” อีกครั้ง”

อย่างไรก็ตาม “จิงจี้รื่อเป้า” ระบุว่าด้วยความพยายามของหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศจีน ในการสร้างไฟร์วอลล์ การส่งสัญญาณความเสี่ยงจากสกุลเงินเสมือนในประเทศจึงถูกบล็อกอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงความพยายามของสถาบันการเงินของจีนที่จะชำระล้างคริปโตให้หมดไปจากประเทศ  “ความพยายามทั้งหมดเพื่อดับ “ไฟไหม้เสมือนจริง” ของการเก็งกำไรสกุลเงินเสมือน และวาง “การล็อคการป้องกัน” ไว้ในกระเป๋าสตางค์ของนักลงทุน”

“”การนองเลือด” ของสกุลเงินเสมือนจริงในครั้งนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าการกระทำของหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศของเรามีความเด็ดขาด มีประสิทธิภาพ ทันเวลา และจำเป็น” สื่อของทางการจีนระบุ

“จิงจี้รื่อเป้า” ระบุว่า “สกุลเงินเสมือนไม่ได้รับการสนับสนุนจากมูลค่าที่แท้จริง และราคาก็ถูกจัดการได้ง่าย การเปลี่ยนแปลงทิศทางของกฎระเบียบและการซื้อและขายของยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนหลายรายสามารถนำไปสู่ความผันผวนของค่าเงินอย่างรุนแรง ทำให้เกิดการเทขายจำนวนมาก”

“จิงจี้รื่อเป้า” ย้ำอีกครั้งว่า การทำธุรกรรมสกุลเงินสเมือนจริงเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายในจีน และผู้ที่ฝ่าฝืนจะถูกสอบสวนโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ “จิงจี้รื่อเป้า” (Economic Daily) เป็นหนังสือพิมพ์ของพรรคการเมืองโดยตรงภายใต้คณะกรรมการกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสภาแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

ในเดือนตุลาคม 2020 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า Yicai Global, Jiefang Daily, Xinmin Evening News, China Social Science Press, Beijing Weekly และ Economic Daily เป็น “หน่วยงานต่างประเทศ” ในสหรัฐอเมริกา ทำให้ จ้าวลี่เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวในการแถลงข่าวประจำวันเมื่อวันที่ 22 ว่า แนวทางของสหรัฐฯ คือ “การปราบปรามและการตีตราทางการเมือง” ให้สื่อจีนและนักข่าวของสื่อจีนในสหรัฐ

Photo – REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo/File Photo

โด ควอน ประกาศแผนสร้าง LUNA ใหม่กับบล็อกเชนที่ไม่มี UST

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683278

วันที่ 17 พ.ค. 2565 เวลา 12:40 น.โด ควอน ประกาศแผนสร้าง LUNA ใหม่กับบล็อกเชนที่ไม่มี UST

โด ควอน เสนอแผนฟื้นฟู Terra ครั้งที่ 2 แนะสร้างเชนใหม่ที่ไม่มี Stablecoin

วันที่ 17 พ.ค. โด ควอน ซีอีโอ Terraform Labs เสนอแผนฟื้นฟูระบบนิเวศ Terra ครั้งที่ 2 ผ่านทวิตเตอร์ ท่ามกลางความพยายามที่จะฟื้นฟูบล็อกเชนที่ร่วงอย่างรุนแรง หลังจากที่ TerraUSD Stablecoin (UST) ราคาร่วงลงต่ำกว่าระดับ 1 เหรียญสหรัฐ ขณะที่เหรียญ LUNA ร่วงจากเกือบ 100 เหรียญสหรัฐมาเป็นไม่ถึง 1 เหรียญสหรัฐเมื่อสัปดาห์ก่อน

โด คอวน ประกาศว่าจะสร้างบล็อกเชน Terra ขึ้นมาใหม่โดยไม่มี TerraUSD Stablecoin (UST) ส่วนโทเค็น LUNA นั้นจะถูกเก็บไว้ในเชนใหม่

โด ควอน กล่าวว่าเชน Terra ที่มีอยู่ในปัจจุบันควรถูกแยกออกเป็นเชนใหม่ โดยไม่มีอัลกอริธึม Stablecoin ซึ่งจะเป็นที่เก็บเหรียญ LUNA ส่วนเชนเก่าที่มี Stablecoin นั้นจะถูกเรียกว่า Terra Classic โดยมีโทเค็นที่เรียกว่า Luna Classic (LUNC) ลักษณะคล้ายกับ Ethereum ที่แยกจาก Ethereum Classic

7/ New $LUNA will be airdropped to $LUNC stakers, holders, residual UST holders, and essential app developers. Also, TFL’s wallet will be removed from the airdrop, making Terra a fully community-owned chain.

— Do Kwon (@stablekwon) May 16, 2022

โดยข้อเสนอของเขาจะมีการลงคะแนนเสียงในวันที่ 18 พ.ค. และหากแผนของเขาผ่าน Terraform Labs จะประสานงานในการสร้างเชนใหม่ในวันที่ 27 พ.ค. หลังจากนั้น LUNA ใหม่จะถูกแจกให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงผู้ถือเหรียญ LUNC, ผู้ถือ UST และบรรดานักพัฒนาแอป

ก่อนหน้านี้โด ควอน ได้เสนอแผนเยียวยาผู้ที่ได้รับความเสียหายจากเหรียญ LUNA และ UST หลังจากที่มีราคาดิ่งลงอย่างมาก โดยประกาศว่า Validators จะรีสตาร์ทบล็อกเชน Terra ทั้งหมด แล้วทำการ Fork และจะเยียวยาผู้ถือเหรียญทั้ง UST และ LUNA ผ่านเหรียญใหม่จำนวน 1,000 ล้านเหรียญ

ควอนระบุต่อว่า ในจำนวนเหรียญใหม่ทั้งหมด 400 ล้านเหรียญ (40%) ให้ผู้ที่ถือเหรียญ LUNA ก่อนที่มูลค่าของเหรียญจะหลุดลงไปต่ำกว่า 1 เหรียญสหรัฐครั้งแรกในเดือนนี้ โดยจะไม่รวมเหรียญ LUNA ของ Terraform Labs

อีก 400 ล้านเหรียญ (40%) ให้ผู้ถือ UST ตามสัดส่วนเงินลงทุนในช่วงที่อัพเกรดเครือขายใหม่ อีก 100 ล้านเหรียญ (10%) ให้ผู้ถือ LUNA จนถึงนาทีสุดท้ายก่อนที่ Terra จะปิดระบบบล็อกเชน เพื่อเป็นการตอบแทนที่คนกลุ่มนี้ทุ่มเทเพื่อรักษาเสถียรภาพของเครือข่าย และ 100 ล้านเหรียญสุดท้าย (10%) ให้เป็นทุนของชุมชนเพื่อการพัฒนาในอนาคต

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/Illustration

ชาวฟินแลนด์แห่ถือปืนฝึกทหาร เตรียมพร้อมรับมือรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683260

วันที่ 17 พ.ค. 2565 เวลา 11:22 น.ชาวฟินแลนด์แห่ถือปืนฝึกทหาร เตรียมพร้อมรับมือรัสเซีย

หลังรัสเซียเปิดปฏิบัติการรุกยูเครน ชาวฟินแลนด์แห่ฝึกทหารมากขึ้นถึง 10 เท่า

วันที่ 17 พ.ค. สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าผู้คนจากทุกสาขาอาชีพในฟินแลนด์ตบเท้าเข้ามาเป็นทหารอาสาและใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์ไปกับการฝึกทหารบนเกาะซานตาฮามินา หลังจากที่ฟินแลนด์ตัดสินใจขอเข้าร่วมกลุ่มนาโต เพื่อปกป้องตนเองจากรัสเซียซึ่งมีพรมแดนติดกันเป็นระยะทาง 1,300 กิโลเมตร

“เหตุการณ์ล่าสุดในยูเครนเป็นสัญญาณว่าเราจำเป็นต้องเตรียมพร้อม หากมีอะไรเกิดขึ้นก็พร้อมที่จะรับมือกับวิกฤตได้ดีกว่า” วิลล์ วิศวกรวัย 30 ปีกล่าวหลังเข้ารับการฝึกต่อสู้

รายงานระบุว่าวิลล์และอาสาสมัครคนอื่นๆ สวมชุดลายพรางเหมือนกับทหาร ขณะที่พวกเขาได้ฝึกการต่อสู้ด้วยมือเปล่า การตรวจจับวุตถุระเบิด และการเคลื่อนที่ในป่า

สมาคมฝึกอบรมการป้องกันประเทศฟินแลนด์เผยว่าความสนใจการฝึกอบรมทหารอาสาในตอนนี้สูงกว่าปีที่ผ่านๆ มาประมาณ 10 เท่า โดยปกติจะมีผู้คนลงทะเบียนประมาณ 600 คนต่อสัปดาห์ แต่ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่รัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครน มีผู้ลงทะเบียนเพิ่มขึ้นเป็น 6,000 คน

เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นรัฐบาลฟินแลนด์ได้มอบเงินสนับสนุนในการจัดการฝึกอบรมเพิ่มเติมเกือบ 3 ล้านยูโรในเดือนเม.ย.

โดยการฝึกอบรมมีตั้งแต่ทักษะพื้นฐานอย่างการอ่านแผนที่ การตั้งแคมป์ในป่า ไปจนถึงหลักสูตรขั้นสูงอย่างการใช้ปืนไรเฟิล การซุ่มยิง และการใช้อาวุธต่อต้านรถถัง

เป็นเวลาไม่ถึง 3 เดือนหลังจากที่รัสเซียเริ่มโจมตียูเครน รัฐบาลฟินแลนด์ก็ได้ประกาศความตั้งใจอย่างเป็นทางการในการสมัครเป็นสมาชิกนาโต หลังจากที่วางตัวเป็นกลางมาหลายสิบปี ซึ่งบรรดาทหารอาสาจำนวนหนึ่งก็เห็นด้วยกับการตัดสินใจครั้งนี้

“ผมคิดว่าฟินแลนด์ซึ่งเป็นประเทศเล็กๆ ไม่มีทางเลือกอื่นที่เหมาะสมในการปกป้องตนเองและอธิปไตยของตนเอง” วิลล์เห็นด้วยกับการเข้าร่วมนาโตของฟินแลนด์

นอกจากฟินแลนด์แล้วยังมีสวีเดนที่เคลื่อนไหวในลักษณะเดียวกัน ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับรัสเซียทั้งยังขู่ว่ารัสเซียจะตอบโต้กับความเคลื่อนไหวดังกล่าว

Photo by Alessandro RAMPAZZO / AFP

ญี่ปุ่นนำร่องรับนักท่องเที่ยวไทย ทดลองเปิดประเทศเที่ยวอีกครั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683258

วันที่ 17 พ.ค. 2565 เวลา 10:50 น.ญี่ปุ่นนำร่องรับนักท่องเที่ยวไทย ทดลองเปิดประเทศเที่ยวอีกครั้ง

แถลงการณ์จากสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น (Japan Tourism Agency) เปิดเผยแผนการทดลองเพื่อทดสอบว่าประเทศจะพร้อมีรับนักท่องเที่ยวได้อีกครั้งหรือไม่

Japan Tourism Agency กล่าวในแถลงข่าววันที่ 17 พฤษภาคมว่า เพื่อรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการเริ่มต้นการท่องเที่ยวญี่ปุ่นอีกครั้งในอนาคต ทางหน่วยงานจะดำเนินโครงการสาธิตในรูปแบบของแพ็คเกจทัวร์กลุ่มย่อย ซึ่งบริษัทตัวแทนการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นจะเป็นผู้จัดการในช่วงเดือนพฤษภาคม

สำหรับประเทศที่เป็นเป้าหมายการทดลองรับนักท่องเที่ยวเข้ามา คือ ไทย สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ โดยเป้าหมาย คือผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนเป็นครั้งที่สาม และประเทศเหล่านี้ไม่ได้รับว่าเป็นประเทศที่มีการระบาดของเชื้อกลายพันธุ์และเป็นตลาดท่องเที่ยวสำคัญของญี่ปุ่น

แต่โครงการเที่ยวแบบทดสอบนี้ จะทำโดยลำพังไม่ได้ ต้อวผ่านรูปแบบแพ็คเกจทัวร์ที่มีกำหนดการเดินทางไว้ล่วงหน้าสำหรับคนจำนวนไม่มาก โดยหัวหน้าทัวร์จะไปกับนักท่องเที่ยวด้วย

พื้นที่รับนักท่องเที่ยว เฉพาะพื้นที่ที่ยังไม่ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและ/หรือพื้นที่ที่จังหวัดตกลงกันไว้

“ในโครงการนี้ เราจะตรวจสอบวิธีปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการติดเชื้อและการรับมือเหตุฉุกเฉิน กำหนด “แนวทาง” ที่สรุปประเด็นที่บริษัทท่องเที่ยวและธุรกิจที่พักควรทราบ และเผยแพร่ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายโครงการนี้ถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากการเสริมความแข็งแกร่งของมาตรการชายแดนสำหรับรับมือ Omicron เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว” แถลงการณ์ระบุ

Photo by Charly TRIBALLEAU / AFP

ปิดฉากสมรภูมิ Azovstal ยูเครนยอมถอยจากที่มั่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683247

วันที่ 17 พ.ค. 2565 เวลา 10:01 น.ปิดฉากสมรภูมิ Azovstal ยูเครนยอมถอยจากที่มั่น

การปักหลักที่ยืดเยื้อในโรงงานสำคัญของเมืองมาริอูปอลมาถึงจุดสิ้นสุดลงแล้ว หลังฝ่ายยูเครนยอมแพ้

คำสั่งทางทหารของยูเครนกล่าวในช่วงเช้าของวันอังคารว่าภารกิจในการปกป้องโรงงานเหล็ก Azovstal ของ “วีรบุรุษแห่งยุคของเรา” ที่ถูกปิดล้อมโดยรีสเซีย ในท่าเรือทางยุทธศาสตร์ในเมืองมาริอูโปลทางใต้ของประเทศ ได้สิ้นสุดลงแล้ว และให้คำมั่นว่าจะช่วยเหลือทหารที่ติดอยู่ข้างใน

“กองทหาร ‘มาริอูโปล’ ได้บรรลุภารกิจการต่อสู้แล้ว” เสนาธิการของกองทัพยูเครนกล่าวในแถลงการณ์ “คำสั่งทหารสูงสุดสั่งให้ผู้บัญชาการหน่วยที่ประจำการอยู่ที่ Azovstal เพื่อช่วยชีวิตบุคลากร … ผู้พิทักษ์มาริอูโปลเป็นวีรบุรุษแห่งยุคของเรา”

กองบัญชาการทหารกล่าวว่าภารกิจต่อสู้เพื่อปกป้องโรงงานได้สำเร็จแล้วและการอพยพของทหารได้เริ่มขึ้น

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมของยูเครนกล่าวว่า ทหารที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 53 นายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในเมืองโนโวโซฟสก์ ทางตะวันออกของมาริอูโปล ในวันจันทร์ และอีก 211 นายถูกนำตัวไปยังจุดอื่น

รถโดยสาร 5 คันและรถขนบุคลากรหุ้มเกราะ 1 คันที่บรรทุกทหารมาถึงเมืองโนวอซอฟสค์เมื่อค่ำวันจันทร์ และผู้อพยพบางคนถูกหามออกจากโรงพยาบาลโดยใช้เปลหาม พยานของรอยเตอร์เผย ซึ่ง ณ ปัจจุบัน โนโวอาซอฟสก์อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย ซึ่งยึดครองพื้นที่บางส่วนของยูเครนตะวันออกตั้งแต่ปี 2014

ด้านผู้บัญชาการระดับสูงของกองกำลังยูเครนซึ่งซ่อนตัวอยู่ใต้โรงถลุงเหล็ก Azovstal ที่ถูกกองกำลังรัสเซียปิดล้อม กล่าวว่าเขากำลังดำเนินการตามคำตัดสินของกองบัญชาการทหารสูงสุดเพื่อช่วยชีวิตเจ้าหน้าทหาร แต่ไม่ได้กล่าวถึงการยอมจำนน

“สิ่งสำคัญคือต้องตระหนักถึงความเสี่ยงทั้งหมด มีแผน B หรือไม่ คุณมุ่งมั่นอย่างเต็มที่กับแผนนั้นที่จะต้องยอมให้งานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จลุล่วง และรักษาชีวิตและสุขภาพของบุคลากรได้หรือไม่” ผู้บัญชาการ เดนิส โปรเคเปนโกกล่าวในวิดีโอที่โพสต์บนโซเชียลมีเดีย

“นี่เป็นระดับสูงสุดของการดูแลกองกำลัง ยิ่งสำคัญมากเมื่อการตัดสินใจของคุณได้รับการรับรองโดยผู้บัญชาการทหารสูงสุด”

ด้านประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน กล่าวเมื่อต้นวันอังคารว่า เขาหวังว่าชีวิตของทหารที่ปกป้องโรงงานเหล็ก Azovstal ที่ถูกปิดล้อมจะได้รับการช่วยเหลือ

“เราหวังว่าเราจะสามารถช่วยชีวิตคนของเราได้” เซเลนสกี กล่าวในวิดีโอประจำวันของเขา “ในนั้นมีผู้บาดเจ็บสาหัส พวกเขากำลังได้รับการดูแล ยูเครนต้องการฮีโร่ชาวยูเครนที่ยังมีชีวิตอยู่”

นับตั้งแต่รัสเซียเริ่มการรุกรานในเดือนกุมภาพันธ์ กรปิดล้อมมาริอูโปลได้กลายเป็นสัญลักษณ์ทั้งความสามารถของยูเครนในการต้านทานการรุกรานของรัสเซีย และความเต็มใจของรัสเซียในการทำลายล้างเมืองต่างๆ ของยูเครนที่ยึดครอง 

กองหลังกลุ่มสุดท้ายของ Azovstal ใช้เวลาหลายสัปดาห์ในบังเกอร์และอุโมงค์ที่สร้างขึ้นใต้ดินลึกเพื่อต้านทานสงครามนิวเคลียร์ เมื่อต้นเดือนนี้ พลเรือนถูกอพยพออกจากภายในโรงงาน ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงงานโลหะที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป

Source – REUTERS

Photo – ทหารยูเครนที่ได้รับบาดเจ็บจากโรงถลุงเหล็ก Azovstal ถูกขนส่งบนเปลหามขึ้นรถบัส ภายใต้การดูแลของทหารกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย ที่เมือง โนโวอาซอฟสก์ วันที่ 16 พ.ค. 2022. REUTERS/Alexander Ermochenko

บทวิเคราะห์ ‘สวิตเซอร์แลนด์’สลัดความเป็นกลาง หันซบ’นาโต’รับมือรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683212

วันที่ 16 พ.ค. 2565 เวลา 20:19 น.บทวิเคราะห์ 'สวิตเซอร์แลนด์'สลัดความเป็นกลาง หันซบ'นาโต'รับมือรัสเซีย

จับตาสถานการณ์ยุโรปที่จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีก บทวิเคราะห์โดย จอห์น รีวิลล์แห่งสำนักข่าวรอยเตอร์ แปลโดยทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

สถานะเป็นกลางในตำนานของสวิตเซอร์แลนด์กำลังเผชิญกับการทดสอบครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ โดยกระทรวงกลาโหมสวิตเซอร์แลนด์เอียงใกล้ชิดกับมหาอำนาจทหารตะวันตกมากขึ้นเพื่อตอบโต้การรุกรานยูเครนของรัสเซีย

กระทรวงกลาโหมสวิตเซอร์แลนกำลังจัดทำรายงานเกี่ยวกับทางเลือกด้านความมั่นคงที่รวมถึงการซ้อมรบร่วมกับกลุ่มประเทศนาโต และอาวุธยุทโธปกรณ์ “ทดแทน” (Backfilling) จากกลุ่มประเทศนาโต ปาเอลี ปุลลี หัวหน้าฝ่ายนโยบายความมั่นคงของกระทรวงกลาโหมสวิสกล่าวกับรอยเตอร์

รายละเอียดของตัวเลือกนโยบายที่กำลังอยู่ระหว่างการหารือในรัฐบาลยังไม่เคยมีการรายงานมาก่อน

“ในท้ายที่สุด อาจมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการตีความความเป็นกลาง” ปุลลีกล่าวในการให้สัมภาษณ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในการเดินทางไปวอชิงตันในสัปดาห์นี้ สื่อสวิสรายงานว่ารัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม วิโอลา อัมเฮิร์ด กล่าวว่าสวิตเซอร์แลนด์ควรทำงานอย่างใกล้ชิดกับนาโต อันเป็นพันธมิตรทางทหารที่นำโดยสหรัฐฯ แต่จะไม่เข้าร่วม 

ปุลลีกล่าวว่า ความเป็นกลางซึ่งทำให้สวิตเซอร์แลนด์ไม่กลายเป็นส่วนหนึ่งในสงครามโลกครั้งที่สองในช่วงศตวรรษที่ 20 นั้นไม่ใช่วัตถุประสงค์ในตัวมันเอง แต่มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มความปลอดภัยของสวิส 

ปุลลีกล่าวว่าตัวเลือกอื่นๆ ได้แก่ การประชุมระดับสูงและเป็นประจำระหว่างผู้บัญชาการและนักการเมืองชาวสวิสและนาโต

การขยับเข้าไปใกล้พันธมิตรนาโตมากขึ้นจะเป็นการถอยห่างประเพณีทางการเมืองที่สวิตเซอร์แลนด์ประคับประคองมาอย่างดีนั่นคือการไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งผู้สนับสนุนแนวทางนี้กล่าวว่าช่วยให้สวิตเซอร์แลนด์เจริญรุ่งเรืองอย่างสงบสุขและรักษาบทบาทพิเศษในฐานะคนกลางรวมถึงในช่วงความขัดแย้งของตะวันตกกับสหภาพโซเวียต 

มีการหารือเกี่ยวกับความคิดในการเป็นสมาชิกนาโตอย่างเต็มรูปแบบ แต่ในขณะที่สวีเดนและฟินแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีประวัติความเป็นกลางเช่นกัน กำลังใกล้จะเข้าร่วมแล้ว ปุลลีกล่าวว่ารายงานที่กำลังหารืออยู่ไม่น่าจะแนะนำให้สวิตเซอร์แลนด์ทำตามขั้นตอนนั้น

รายงานมีกำหนดจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนกันยายนที่จะส่งให้คณะรัฐมนตรีสวิสพิจารณา

เอกสารดังกล่าวจะถูกส่งไปยังรัฐสภาเพื่ออภิปรายและเป็นพื้นฐานสำหรับการตัดสินใจที่เป็นไปได้เกี่ยวกับทิศทางในอนาคตของนโยบายความมั่นคงของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ รายงานจะไม่ถูกส่งไปให้พิจารณาเพื่อการลงคะแนนเสียง

กระทรวงการต่างประเทศกล่าว กระทรวงกลาโหมจะมีส่วนร่วมในการศึกษาในวงกว้างซึ่งเตรียมโดยกระทรวงการต่างประเทศ โครงการดังกล่าวจะพิจารณาการนำมาตรการคว่ำบาตร อาวุธ การส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ และความสัมพันธ์กับนาโตจากมุมมองของความเป็นกลาง 

ยูเครนฟื้นการอภิปรายความเป็นกลางของสวิส

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้ต่อสู้ในสงครามระหว่างประเทศมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1815 หลังจากยอมรับความเป็นกลางที่การประชุมใหญ่แห่งเวียนนา (Congress of Vienna) ซึ่งยุติสงครามปฏิวัติฝรั่งเศส

อนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1907 กำหนดว่าสวิตเซอร์แลนด์จะไม่เข้าร่วมในการขัดกันด้วยอาวุธระหว่างประเทศ ไม่สนับสนุนฝ่ายที่ทำสงครามด้วยกองกำลังหรืออาวุธยุทโธปกรณ์ หรือทำให้ดินแดนของตนเข้าถึงฝ่ายที่ทำสงครามได้

ความเป็นกลางซึ่งรวมอยู่ในรัฐธรรมนูญทำให้สวิตเซอร์แลนด์มีสิทธิในการป้องกันตนเองและขอบเขตในการตีความแง่มุมทางการเมืองของแนวคิดที่ไม่ครอบคลุมในคำจำกัดความทางกฎหมาย

มีการปรับปรุงครั้งล่าสุดในช่วงต้นทศวรรษ 1990 หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต เพื่ออนุญาตให้ใช้นโยบายต่างประเทศบนพื้นฐานของความร่วมมือกับประเทศอื่นๆ ในด้านต่างๆ เช่น ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ

ความขัดแย้งในยูเครนได้รื้อฟื้นการโต้เถียงในประเด็นนี้อีกครั้ง ซึ่งขณะนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่การตัดสินใจของรัฐบาลที่จะกำหนดมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย แต่ไม่มีการเอ่ยถึงการไม่ให้มีการส่งออกกระสุนปืนที่ผลิตในสวิสไปยังยูเครนอีกครั้ง

“มีความไม่สบายใจมากมายที่สวิตเซอร์แลนด์ไม่สามารถช่วยเหลือยูเครนได้อีกมาก” ปุลลี กล่าว

การทำ Backfilling (การเติมอาวุธ) ซึ่งเป็นวิธีการที่สวิตเซอร์แลนด์จัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับประเทศอื่นๆ เพื่อทดแทนอาวุธที่ประเทศนั้นๆ ส่งไปยังยูเครน เป็นอีกมาตรการหนึ่งที่เป็นไปได้ ปุลลีกล่าวในการเปลี่ยนแปลงจากนโยบายของรัฐบาลมาจนถึงตอนนี้ แม้ว่าการจัดหาโดยตรงนั้นยังเป็นไปไม่ได้

ประธานาธิบดี อิกนาซิโอ คัสซิส ปฏิเสธการส่งมอบอาวุธให้กับประเทศที่สามเพื่อสนับสนุนยูเครน แต่อาจแสดงมุมมองที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับปัญหานี้ เขายังกล่าวด้วยว่าความเป็นกลางไม่ใช่ “ความเชื่อ” และความล้มเหลวในการตอบโต้ด้วยการคว่ำบาตร “จะทำให้ผู้รุกรานได้เปรียบ”

การสนับสนุนนาโตที่เพิ่มมากขึ้น

สวิตเซอร์แลนด์มีความผูกพันกับนาโตอยู่แล้ว โดยปีที่แล้วก็ตัดสินใจซื้อเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35A ซึ่งสมาชิก NATO บางคนประเทศหรือใช้อยู่แล้ว

สวิตเซอร์แลนด์ “ไม่สามารถเข้าร่วมพันธมิตรใดๆ ได้เนื่องจากความเป็นกลาง แต่เราสามารถทำงานร่วมกันได้ และระบบ (อาวุธ) ที่เรากำลังซื้อเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับสิ่งนั้น” รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมอัมเฮิรืดกล่าวกับสถานีโทรทัศน์ SRF

มาตรการที่อยู่ระหว่างการพิจารณาจะเป็นการเปลี่ยนท่าทีสำหรับสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งไม่ได้เข้าร่วมสหประชาชาติจนถึงกระทั่งปี 2002 และผลิตอาวุธจำนวนมากขึ้นเอง

วลาดิมีร์ คอคลอฟ โฆษกสถานทูตรัสเซียในกรุงเบิร์น กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวจะเท่ากับการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์ มอสโกจะ “ไม่สามารถเพิกเฉย” ต่อการสละความเป็นกลางได้ในที่สุด ซึ่งจะมีผลตามมา คอคลอฟกล่าว แต่เขาไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

กองทัพสวิสสนับสนุนความร่วมมือกับนาโตมากขึ้นเพื่อเสริมสร้างการป้องกันประเทศ ในขณะที่ความคิดเห็นของสาธารณชนเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่งใหญ่หลวงนับตั้งแต่การรุกรานของยูเครน

มากกว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม – 56% – สนับสนุนความสัมพันธ์ที่เพิ่มขึ้นกับนาโต ซึ่งเป็นผลสำรวจล่าสุดที่พบ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย 37% ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

การสนับสนุนให้เข้าร่วมนาโตจริงๆ ยังคงเป็นความคิดเห็นของชนกลุ่มน้อย แต่มีการเติบโตอย่างมาก ผลสำรวจเมื่อเดือนเมษายนโดย Sotomo พบว่า 33% ของชาวสวิสสนับสนุนการเข้าร่วมเป็นพันธมิตร สูงกว่ามุมมองระยะยาว 21% ในการศึกษาแยกโดยมหาวิทยาลัย ETH ในเมืองซูริก

มิชาเอล แฮร์มานน์ จาก Sotomo กล่าวว่า “เห็นได้ชัดว่าการรุกรานยูเครนของรัสเซียได้เปลี่ยนความคิดมากมาย นี่คือการโจมตีค่านิยมประชาธิปไตยแบบตะวันตกของเรา” 

เทียร์รี บูร์การ์ต หัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตยที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองฝ่ายกลางซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลผสม กล่าวถึง “การเปลี่ยนแปลงระดับแผ่นดินสะเทือน” ในความรู้สึกของผู้คนที่มีต่อความเป็นกลาง

ความเป็นกลาง “ต้องยืดหยุ่น” เขากล่าวกับรอยเตอร์

“ก่อนกรณียูเครน บางคนคิดว่าจะไม่มีวันทำสงครามตามแบบแผนอีกในยุโรป” เขากล่าว และเสริมว่าบางคนสนับสนุนให้ยุบกองทัพ “ความขัดแย้งในยูเครนแสดงให้เห็นว่าเราไม่สามารถนิ่งนอนใจได้”

บูร์การ์ต กล่าวว่าเขาสนับสนุนการใช้จ่ายทางทหารที่สูงขึ้นและความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับนาโต แต่ไม่เป็นสมาชิกเต็มรูปแบบ

อย่างไรก็ตาม ปีเตอร์ เคลเลอร์ เลขาธิการพรรคสวิสพีเพิลส์ (SVP) ฝ่ายขวาสุด บอกกับรอยเตอร์ว่าความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับนาโต ไม่สอดคล้องกับความเป็นกลาง

SVP ยังเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลผสมและเป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุดในสภาล่างของสวิสเซอร์แลนด์

“ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องเปลี่ยนหลักนโยบายต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จนี้ มันนำความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ประชาชน” เคลเลอร์กล่าว

กระทรวงกลาโหมไม่เห็นด้วย ในระหว่างการเยือนวอชิงตันของเธอ รัฐมนตรีอัมเฮิร์ดกล่าวว่ากรอบการทำงานของกฎหมายความเป็นกลาง “ช่วยให้เราทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับนาโต และกับพันธมิตรในยุโรปของเราด้วย” หนังสือพิมพ์ Tagesanzeiger รายงาน

แปลจาก ANALYSIS-Neutral Switzerland leans closer to NATO in response to Russia By John Revill (Reuters) 

Photo – REUTERS/Denis Balibouse/File Photo

ยุโรปเตือนความเสี่ยงคริปโต หลัง Bitcoin ร่วงทะลุ 30,000 ดอลลาร์อีกครั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683218

วันที่ 16 พ.ค. 2565 เวลา 18:30 น.ยุโรปเตือนความเสี่ยงคริปโต หลัง Bitcoin ร่วงทะลุ 30,000 ดอลลาร์อีกครั้ง

บรรดาหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินย้ำเตือนความเสี่ยงของคริปโตเคอร์เรนซี ชี้ Stablecoin ไม่ใช่ไม่เสี่ยง

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. รอยเตอร์สรายงานว่าตลาดคริปโตเคอร์เรนซีร่วงอีกครั้งหลังจากที่เริ่มฟื้นตัวในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 30,000 เหรียญสหรัฐ สอดคล้องกับตลาดหุ้นที่ปรับตัวลงเนื่องจากความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

ขณะที่ Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกสูญเสียมูลค่าไปประมาณ 1 ใน 5 ของมูลค่าจนถึงเดือนนี้ เนื่องจากการดิ่งของ stablecoin อย่าง TerraUSD ที่ฉุดให้ราคาเหรียญอื่นๆ ร่วงลง

รายงานระบุว่า TerraUSD ซึ่งตรึงราคาไว้ที่ 1 เหรียญสหรัฐ ปัจจุบันมีราคาซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 14 เซนต์ตามเว็บไซต์ coingecko ท่ามกลางการจับตามองของบรรดาหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินซึ่งยังคงย้ำเตือนถึงความเสี่ยงที่เกิดจากคริปโตเคอร์เรนซี

Francois Villeroy de Galhau ผู้ว่าการธนาคารแห่งฝรั่งเศสกล่าวว่าสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างคริปโตเคอร์เรนซีอาจขัดขวางระบบการเงินระหว่างประเทศหากไม่ได้รับการควบคุม และไม่มีการทำงานร่วมกันในลักษณะที่สอดคล้องกันและเหมาะสมข้ามเขตอำนาจศาล พร้อมชี้ไปที่ stablecoin ว่ามีความเสี่ยง ไม่ได้มั่นคงอย่างชื่อที่เรียกกัน

เช่นเดียวกับ Fabio Panetta สมาชิกคณะกรรมการบริหารของธนาคารกลางยุโรปซึ่งชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงของ stablecoin

หน่วยงานกำกับดูแลในประเทศอื่นๆ ก็มีความกังวลเช่นเดียวกัน รวมถึงธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งเตือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า stablecoin นั้นเสี่ยงต่อการทำงานของนักลงทุน เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากสินทรัพย์ที่อาจสูญเสียมูลค่าหรือไม่มีสภาพคล่องในช่วงเวลาที่ตลาดตึงเครียด

ทั้งนี้ เมื่อราคาของ stablecoin ร่วงลงต่ำกว่าราคาที่ตรึงไว้ที่ 1 เหรียญสหรัฐเมื่อสัปดาห์ก่อน ด้านราคาของ Bitcoin ร่วงลงมาแตะระดับ 25,400 เหรียญสหรัฐซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2020 แต่ขยับขึ้นมาถึง 31,400 เหรียญสหรัฐเมื่อวานนี้ ก่อนที่จะร่วงลงต่ำกว่าระดับ 30,000 เหรียญสหรัฐอีกครั้งในวันนี้

ด้าน Ether ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่เป็นอันดับสอง ร่วง 5.6% เหลือประมาณ 2,000 เหรียญสหรัฐ

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

A day in the life of a construction worker amid India’s heatwave

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40015603


As the sun rose over another day on the outskirts of the Indian capital of New Delhi, construction worker Yogendra Tundre squatted beside a tap for a shower before heading to work.

A day in the life of a construction worker amid India's heatwave

Life at a building site is laborious and hard enough, but 29-year-old Tundre now has to contend with an unprecedented heatwave and record high temperatures.

“There is too much heat and if we don’t work, what will we eat? For a few days, we work and then we sit idle for a few days because of tiredness and heat,” Tundre said.

Temperatures in New Delhi have touched 45 degrees Celsius (113 Fahrenheit) this year, often causing Tundre, and his wife Lata, who works at the same construction site, to fall sick. That in turn means they lose income.

“Because of the heat, sometimes I don’t go to work. I take days off. Many times I fall sick from dehydration and then require glucose bottles [intravenous fluids],” Lata said while standing outside their house, a temporary shanty with a tin roof.

Scientists have linked the early onset of an intense summer to climate change, and say more than a billion people in India and neighbouring Pakistan were in some way at risk from the extreme heat.

India suffered its hottest March in more than 100 years. April saw many places, including New Delhi, record unusually high temperatures over 40 degrees Celsius on most days. More than two dozen people have died of suspected heat stroke since late March, and power demand has hit multi-year highs.

Tundre and Lata live with their two young children near the construction site in Noida, a satellite city of New Delhi. They moved from their home state of Chhattisgarh in central India to seek work and higher wages in Delhi, leaving their eldest son in the care of his maternal grandparents.

On the construction site, labourers of both genders carry heavy loads, scale-up walls and lay concrete.

“All of us are working under the scorching sun in such heat. One will fall ill and then has to run for the doctor, and the doctors will charge 500 rupees [about THB200] when they could have done with just 200 rupees,” said Sikandar Miyan, a construction worker using a ragged scarf around his head as protection against the sun.

Avikal Somvanshi, an urban environment researcher from India’s Centre for Science and Environment, said government data showed that heat stress was the most common cause of death, after lightning, from forces of nature in the last 20 years.

There are no laws in India that prevent outdoor activity when temperatures reach a certain level, unlike in some Middle Eastern countries, Somvanshi added.

Even when Tundre and Lata finish their day’s work, they have a little respite from the heat, as their home has absorbed heat all day long.

“It is very hot here. How can one live peacefully?” questioned Tundre, after a simple dinner prepared by Lata over an earthen oven.

“There is no resting here,” he added wistfully, beneath a half-moon in the sky.

Published : May 16, 2022

By : Reuters

South Korea offers to help North Korea overcome Covid outbreak

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40015599


South Korea’s President Yoon Suk-yeol said on Monday that the country will spare no effort to help North Korea, as the isolated nation battles a Covid-19 outbreak, and reiterated he will remain open for.

South Korea offers to help North Korea overcome Covid outbreak

“If North Korea responds [to our support], we will spare no medicines including Covid-19 vaccines, medical equipment and health personnel,” said Yoon in a speech at the plenary session of the National Assembly.

North Korea acknowledged for the first time last week that it is battling an “explosive” Covid-19 outbreak, with experts raising concerns that the virus could devastate a country with limited medical supplies and no vaccine programme.

Overall North Korea has reported 1,210,000 suspected cases, with 564,860 still under medical treatment, as the death toll rose to 50 according to the North’s KCNA news agency.

Separately in the speech, Yoon also said he will discuss with US President Joe Biden ways to strengthen cooperation on the global supply chain through the Indo-Pacific Economic Framework.

Biden is scheduled to visit the country on Friday.

Published : May 16, 2022