เตือนการล่มสลายของคริปโตล่าสุดคือสัญญาณเตือนครั้งใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682949

วันที่ 13 พ.ค. 2565 เวลา 14:39 น.เตือนการล่มสลายของคริปโตล่าสุดคือสัญญาณเตือนครั้งใหญ่

โลกของคริปโตเคอร์เรนซีมีทั้งความซับซ้อนและความเสี่ยงสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับมัน

สำนักข่าว CBS Boston รายงานว่า ในจุดสูงสุดนั้นคริปโตทั่วโลกมีมูลค่ารวมกันมากกว่า 2.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แต่ช่วงเดือนที่ผ่านมามูลค่าของมันหายไป 800,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้นักลงทุนกังวลหนัก

แลร์รี แกลเซอร์ หุ้นส่วนผู้จัดการของบริษัทที่ปรึกษา Mayflower Advisors ในเมืองบอสตันของสหรัฐเผยว่า “ผู้คนได้รับสัญญาณเตือนครั้งใหญ่เกี่ยวกับความเสี่ยงและแผนการเกษียณอายุของพวกเขา เรากำลังได้เห็นว่าคริปโตเคอร์เรนซีจะทำได้ดีแค่ไหนในโลกที่กำลังพัฒนานี้ และโชคร้ายที่การทดสอบนี้มันน่าตกใจสำหรับคนส่วนใหญ่”

แกลเซอร์กล่าวว่า ตลาดคริปโตกำลังดิ่งลงเนื่องจากปฏิกิริยาจากภาวะเงินเฟ้อทั่วโลกซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้สร้างคริปโตบอกว่าสกุลเงินดิจิทัลจะไม่ได้รับผลกระทบ

“เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว มันพัฒนาไปเร็วกว่าข้อบังคับ และนั่นคือส่วนหนึ่งของความท้าทาย” ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินเผย

แกลเซอร์กล่าวอีกว่า คริปโตคือหนึ่งในที่ที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดที่จะนำเงินไปลงทุน และแนะนำให้ผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อให้หาข้อมูลให้ดีก่อน

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

ฟองสบู่คริปโต กับความสูญเสียมหาศาลในชั่วข้ามคืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682947

วันที่ 13 พ.ค. 2565 เวลา 13:30 น.ฟองสบู่คริปโต กับความสูญเสียมหาศาลในชั่วข้ามคืน

นักลงทุนจำนวนไม่น้อยสูญเงินมหาศาลในชั่วข้ามคืนเมื่อตลาดคริปโตดิ่งหนัก

แม้ว่าขณะนี้สกุลเงินดิจิทัลหลายรายเริ่มขยับขึ้นมาแล้ว หลังจากที่ดิ่งลงอย่างหนักเมื่อวานนี้ (12 พ.ค.) แต่ผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ฝากเงินออมของพวกเขาไว้กับสกุลเงินดิจิทัล ต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่ในชั่วข้ามคืน เมื่อราคาคริปโตเคอร์เรนซีดิ่งหนักในช่วงคืนที่ผ่านมา โดยเว็บไซต์ Metro ของอังกฤษรายงานว่าบางคนถึงขั้นต้องสูญเสียบ้าน

รายงานระบุว่าวานนี้ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีสูญเสียมูลค่าไปมากกว่า 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ท่ามกลางการเทขายจากบรรดานักลงทุนที่อยู่ในความตื่นตระหนก โดย Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลอันดับ 1 ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี และดิ่งลงถึง 50% เมื่อเทียบกับระดับสูงสุดตลอดกาลที่ทำไว้ในเดือนพ.ย.

ขณะที่ Ethereum สกุลเงินดิจิทัลอันดับ 2 ร่วงลง 20% ในเวลา 24 ชั่วโมง รวมไปถึงราคาเหรียญอื่นๆ ในตลาดก็ดิ่งลงไปด้วยเช่นกัน อาทิ Shiba Inu และ Dogecoin สูญเสีย 30% และ 25% ตามลำดับ

ขณะเดียวกัน Terra Luna ซึ่งเป็นหนึ่งใน 10 อันดับแรกของสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่ามากที่สุด ร่วงลงกว่า 98% โดยราคาตกลงมาใกล้ศูนย์ ขณะที่หลายกระดานเทรดต้องประกาศยุติซื้อขายเหรียญดังกล่าวเป็นการชั่วคราว

บรรดานักลงทุนแบ่งปันประสบการณ์สูญเสียครั้งใหญ่ของพวกเขาบน Reddit ซึ่งนักลงทุนรายหนึ่งกล่าวว่าเขาสูญเสียเงินออมทั้งชีวิตไปแล้ว หลังจากที่เคยซื้อ Luna ในราคาเหรียญละ 85 เหรียญสหรัฐ และตอนนี้เขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป

อีกคนหนึ่งกล่าวว่าเขาสูญเงิน 15,000 เหรียญสหรัฐ หรือกว่า 520,000 บาท จากการถือเหรียญ Luna ที่เขาเคยซื้อมาในราคาเหรียญละมากกว่า 100 เหรียญสหรัฐเมื่อเดือนที่แล้ว

นักลงทุนยังเผยว่าเขาน่าจะขายเหรียญพวกนี้ไปตั้งแต่ที่พอจะได้กำไรแล้ว อย่างน้อยก็มีเงินสำหรับดาวน์บ้าน แต่ด้วยความโลภมากอยากจะได้กำไรมากกว่านี้จึงถือเหรียญต่อไป แต่มันกลับราคาดิ่งลงจนเขาไม่เหลือเงินออมและเงินสำหรับจ่ายค่าบ้านแล้ว

นักลงทุนอีกรายเล่าว่า “ฉันเสียเงินไปมากกว่า 450,000 เหรียญสหรัฐ ฉันไม่มีเงินจ่ายหนี้ธนาคาร ฉันจะสูญเสียบ้านและกลายเป็นคนไร้บ้านในไม่ช้า”

“อดีตเพื่อนร่วมงานของฉันพยายามฆ่าตัวตาย” ผู้ใช้ Reddit รายหนึ่งกล่าวโดยเล่าว่าเขาย้ายเงินออมทั้งหมดไปไว้ในคริปโตตั้งแต่ปีที่แล้ว และหมดเงินไปกับ LUNA มากที่สุด

New York Post อ้างคำพูดของ แกร์ริก ฮิลแมน หัวหน้านักวิจัยจาก blockchain.com ซึ่งกล่าวว่ามีคนจำนวนมากที่เจ็บปวด แต่ในตลาดคริปโตโทเค็นที่แข็งแกร่งจะอยู่รอด เขายังคงมีมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับโอกาสในระยะยาวของคริปโตเคอร์เรนซี แต่กล่าวว่าราคาที่ดิ่งลงในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่านักลงทุนโดยเฉพาะมือใหม่ต้องระวัง พร้อมเตือนว่าไม่ควรทุ่มเงินลงทุนมากเกินไป เพราะต้องยอมรับว่าเงินจำนวนนั้นมีโอกาสที่จะสูญเสียไปได้

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo/File Photo

นักลงทุนคริปโตฆ่าตัวตายหลังสูญเงิน 41 ล้านบาทเพราะเหรียญ LUNA

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682938

วันที่ 13 พ.ค. 2565 เวลา 12:15 น.นักลงทุนคริปโตฆ่าตัวตายหลังสูญเงิน 41 ล้านบาทเพราะเหรียญ LUNA

ราคาเหรียญ stablecoin LUNA ราคาร่วงจนทำจะไม่มีค่าทำนักลงทุนหลายคนหมดตัว

การล่มสลายของเหรียญ LUNA ส่งผลให้นักลงทุนไม่น้อยต้องสูญเงินจำนวนมหาศาล โดยหนึ่งในนั้นเป็นนักลงทุนที่คาดว่าจะเป็นชาวอินเดียสูญเงินไป 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 41.67 ล้านบาทจึงคิดสั้นพยายามฆ่าตัวตาย

เจ้าของบัญชีทวิตเตอร์ @Akassh03 เจ้าไปโพสต์เรื่องราวของเพื่อนใต้ทวีตของ โด ควอน ผู้ก่อตั้ง Terraform Labs ซึ่งเป็นเจ้าของเหรียญ LUNA ว่า “เพื่อนผมคนนึงพยายามฆ่าตัวตาย แต่พวกเราช่วยเขาไว้ได้ทัน เขาอยู่ในห้องไอซียู เขาเสียเงินไป กับ $LUNA 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐ $LUNA คุณทำอะไรลงไปเนี่ย” พร้อมกับโพสต์ภาพที่คาดว่าน่าจะเป็นจดหมายลาตาย

One of my friends he try to attempt suicide. But We were able to save him. He is in ICU. .He lost 1.2M $ in $LUNA$LUNA what you have done Man .@stablekwon how responsible for that?? pic.twitter.com/oApUVBftsF— Moon_K_Night 03_ K (@Akassh03) May 11, 2022

REUTERS/Edgar Su/Illustration

ไบเดนให้คำมั่นทุ่มงบ 5 พันล้านบาท สนับสนุนอาเซียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682931

วันที่ 13 พ.ค. 2565 เวลา 11:30 น.ไบเดนให้คำมั่นทุ่มงบ 5 พันล้านบาท สนับสนุนอาเซียน

สหรัฐให้คำมั่นสนับสนุนอาเซียนกว่า 5 พันล้านบาท ท่ามกลางความพยายามในการต้านอิทธิพลจีนในภูมิภาค

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เปิดการประชุมร่วมกับผู้นำประเทศสมาชิกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยให้คำมั่นว่าจัดสรรเงิน 150 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 5 พันล้านบาท

เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ความมั่นคง และการเตรียมความพร้อมสำหรับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางความพยายามของสหรัฐในการต้านอิทธิพลของจีนในภูมิภาค

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เราต้องยกระดับการทำงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราไม่ได้ขอให้ประเทศต่างๆ เลือกระหว่างอเมริกาหรือจีน แต่เราต้องให้ทำให้เห็นว่าสหรัฐอเมริกาแสวงหาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้น”

ทั้งนี้ ในเดือนพ.ย. ปีที่แล้วจีนให้คำมั่นว่าจะจัดสรรงบประมาณ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 52,000 ล้านบาทแก่กลุ่มประเทศอาเซียนเพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

Photo by REUTERS/Leah Millis

เหรียญ LUNA ราคาดิ่งไม่หยุดจนเกือบจะไม่มีค่าแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682929

วันที่ 13 พ.ค. 2565 เวลา 10:42 น.เหรียญ LUNA ราคาดิ่งไม่หยุดจนเกือบจะไม่มีค่าแล้ว

ราคาเหรียญคริปโต LUNA ยังดิ่งไม่หยุดจนหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่ามันจะร่วงลงไปเหลือ 0 หรือไม่

เว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล CoinMarketCap เผยว่า วานนี้ (12 พ.ค.) ณ เวลา 10.45 น.ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับ 21.45 น.ตามเวลาประเทศไทย ราคาเหรียญ LUNA ร่วงลงไปจนเกือบจะไม่มีค่าแล้วเพียงชั่วข้ามคืน โดยซื้อขายกันที่ 0.005 เหรียญสหรัฐ มูลค่าทางการตลาดอยู่ที่ 56 ล้านเหรียญสหรัฐ จากที่เคยมีมูลค่าทางการตลาดสูงถึง 28,000 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน

ก่อนที่ 10.30 น.วันนี้ตามเวลาประเทศไทยราคาจะขยับไปอยู่ที่ 0.0080 เหรียญสหรัฐ

ก่อนหน้านี้เหรียญ LUNA พุ่งขึ้นไปแตะราคาออลไทม์ไฮที่ 119.22 เหรียญสหรัฐเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

REUTERS/Dado Ruvic/File Photo

‘มือปราบคัลท์งานเข้า’ การจับผิดพระละเอียดอ่อนกว่าการปราบลัทธินอกรีต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682674

วันที่ 12 พ.ค. 2565 เวลา 21:44 น.'มือปราบคัลท์งานเข้า' การจับผิดพระละเอียดอ่อนกว่าการปราบลัทธินอกรีต

Cult (คัลท์) เมื่อแปลเป็นไทยแล้วได้ความว่า “ลัทธิบูชา” แต่ความหมายของมันเบาหวิวจนไม่สะท้อนถึงนัยของมันในภาษาอังกฤษที่ใช้เป็นคำดูหมิ่นดูแคลนกลุ่มคนที่เชื่อถืออะไรเป็นตุเป็นตะแล้วรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนขึ้นมา

Cult (คัลท์) ไม่ใช่ศาสนา มันเป็นกลุ่มความเชื่อที่เล็กกว่าศาสนา ส่วนใหญ่ไม่เป็นพิษเป็นภัยอะไร แต่บางครั้งมันกลายเป็นความลุ่มหลงที่คล้ายศาสนา มันไม่มีลิมิต ยึดถือเจ้าลัทธิจนเกินเหตุ ขณะที่เจ้าลัทธิก็หลงอำนาจบารมีจนเกินไป หลายกรณีสั่งให้คนไปตาย ก็ไปตาย

ในภาษาอังกฤษคำว่าคัลท์เป็นคำด่าคำดูแคลนไปแล้ว ไม่ใช่คำกลางๆ และมักจะใช้กับลัทธิกระทำอันตรายต่อชีวิตมนุษย์ไม่เว้นแม้แต่สาวกของตัวเอง

“ลัทธิพระบิดา” ก็เข้าข่ายเป็นคัลท์อย่างหนึ่ง เพราะว่ากันว่ามีความเชื่อเรื่องกินสิ่งปฏิกูลเจ้าลัทธิ และพบศพเสียชีวิตถึง 11 ราย

ดังนั้น สังคมเราจึงต้องการการสอดส่องดูแลเรื่องคัลท์ หาไม่มันอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตผู้คนที่หลงเชื่อได้

ในต่างประเทศมีการ “ล่าคัลท์” กันเป็นปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้ศาสนาหลักเสื่อมจากการถูกบิดเบือนและป้องกันคนบริสุทธิ์ไม่ให้ถูกหลอก 

แต่การล่า “คัลท์” นั้นต่างจากการตรวจสอบ “รีลิเจียน” อย่างมาก 

เพราะศาสนานั้นมีการจัดการเป็นระบบ มี “วินัย” ที่เป็นลายลักษณ์อักษร และบางประเทศนั้นศาสนามีรัฐช่วยจัดระเบียบอีกที การไปจับผิดพระที่ถูกกล่าวหานั้นจึงต้องทำผ่านกระบวนการเหล่านี้ จะตั้งศาลเตี้ยโดยพลการเหมือนกับการล่าคัลท์ไม่ได้

ก่อนอื่น เรามาดูกันก่อนว่าคัลท์ที่ควรถูกล่าได้นั้นพึงมีลักษณะอย่างไร

อย่างคัลท์ที่เข้าข่ายอันตรายและมี “ชื่อเสีย” เลื่องลือไปทั่วโลก เช่น ลัทธิ Heaven’s Gate หรือลัทธิประตูสวรรค์ก่อเหตุฆ่าตัวตายหมู่ที่ซานดิเอโก เมื่อปี 2540 เสียชีวิต 39 คน เพราะเชื่อว่าเวลาของพวกเขามาถึงแล้ว เมื่อดาวหางเฮล-บอปป์ปรากฏตัวขึ้นในปีนั้น ข้อความในเว็บไซต์ของลัทธิระบุว่า “เฮล–บอปป์ปิดประตูสวรรค์ …ห้องเรียน 22 ปีของเราบนโลกนี้ใกล้จะจบลงแล้ว คือ ‘การสำเร็จการศึกษา’ จากระดับวิวัฒนาการของมนุษย์ เรายินดีที่จะออกจาก ‘โลกนี้’ และไปกับคณะนี้”

นี่คือคือกรณีของความหลงที่ทำให้ตัวเองตาย

ลัทธิ Peoples Temple ของจิม โจนส์ ที่สั่ง (และบังคับ) ให้สาวก 909 คนฆ่าตัวตายพร้อมกันกลางป่าในประเทศกายอานา เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2521 วันนั้นเจ้าลัทธิคือจิม โจนส์ ผู้ทึ่สาวกเชื่อถือว่าเป็น “พระผู้ช่วยให้รอด” สั่งกองกำลังพร้อมปืนและหน้าไม้ล้อมวงสาวกและบอกให้พวกเขาฆ่าตัวตายหมู่ด้วยการดื่มน้ำหวานผสมยาพิษ ไม่ว่าคนเหล่าน้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม

นี่คือการบีบให้ตายหมู่พร้อมกันทั้งพวกที่หลงและไม่หลง

พวก Aum Shinrikyo ที่ก่อเหตุโจมตีสถานีรถไฟใต้ดินกรุงโตเกียวเมื่อปี 2538 จนมีผู้เสียชีวิต 14 คน บาดเจ็บ 1,050 คน เพราะเชื่อว่าโลกจะเกิดมหาสงครามระหว่างสหรัฐกับญี่ปุ่นตามมาด้วยวันสิ้นโลก มีแต่สาวกของลัทธิเท่านั้นที่จะรอดจากวันสิ้นโลกและจะไม่ตกนรกเมื่อถึงวันสิ้นโลก แต่หากคนผู้อื่นถูกสาวกของลัทธิสังหาร คนเหล่านั้นก็จะรอดพ้นจากนรกได้

นี่คือการหลงจนทำให้คนอื่นต้องตาย

กรณีเหล่านี้คงจะพอให้เห็นภาพได้ว่าคัลท์ “หลง” กันแบบไหนและความหลงทำให้ถึงฆาตได้อย่างไร

ในเมืองไทยเรามีคัลท์ที่หลากหลายรูปแบบ ทั้งระดับเบาะๆ ที่ไม่เป็นพิษเป็นภัย จนถึงระดับหลงไม่ลืมหูลืมตา

การบูชาไอ้ไข่ก็ถือเป็นคัลท์แบบหนึ่ง แต่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใด (ยกเว้นตีเลขหวยผิดตัว) เป็นคัลท์ที่หมายถึงการเชื่อถือบูชานอกกรอบของศาสนาเท่านั้น แม้แต่การกราบไหว้ท้าวเวสวัณ (หรือที่มักเขียนว่าท้าวเวสสุวรรณ) ก็เป็นคัลท์แบบหนึ่ง แต่ยังยึดโยงกับพุทธศาสนา

คัลท์ที่แปลกๆ ในไทยที่คนไทยอาจจะลืมไปแล้ว (เพราะมันมีมากเหลือเกิน) ก็เช่น สำนักปู่สวรรค์ที่โยงศาสนาเข้ากับการเมืองเพื่อต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ในช่วงสงครามเย็น และเหมือนกับคัลท์ทั้งหลาย สำนักปู่สวรรค์ก็มีคำทำนายกับเขาเหมือนกันถึงสงครามโลก สงครามกับคอมมิวนิสต์ และโลกพระศรีอาริย์

แต่คัลท์ในเมืองไทยที่จะเลวร้ายถึงขนาดชี้นำให้คนไปตายหรือฆ่าคนอื่นให้ตายนั้นแทบไม่มี แต่อาจต้องทบทวนกันอีกทีหลังเกิดกรณีลัทธิพระบิดา

คัลท์ที่ทำให้คนไปตายนั้นเรียกว่า Destructive cult หรือ “คัลท์แห่งความหายนะ” มักจะมุ่งเป้าไปที่คนที่มีจิตใจหวั่นไหว หรือคนที่มีปัญหาชีวิต หรือถูกกดขี่จากสังคม เช่น สมาชิกส่วนใหญ่ของ Peoples Temple ของจิม โจนส์ เป็นคนผิวดำอเมริกันที่ถูกเหยียดและกีดกันจากโอกาสในสังคม ลัทธินี้จึงชี้ชวนให้ไปสร้าง “เมืองแมนแดนสวนสวรรค์” กลางป่าประเทศกายานา เพื่อสร้างสังคมคอมมูนเต็มรูปแบบที่คนเท่ากัน แต่มันจบลงด้วยการตายทุกคนเหมือนกัน

ดูเผินๆ แล้วเหมือนหลักการของมันจะดี แต่เพราะคัลท์มีคุณลักษณะสำคัญอย่างหนึ่งคือต้องมีเจ้าลัทธิที่มีความน่าเชื่อถืออย่างมาก (หรือชวนให้หลง) เมื่อสาวกหลงหัวปักหัวปำแล้ว จะสั่งให้หันซ้ายหันขวาย่อมได้

แต่เพราะเจ้าลัทธิก็เป็นคนเดินดินเหมือนเราๆ และส่วนใหญ่มักมีปัญหาทางจิต และหลงเสียยิ่งกว่าสาวกตัวอง พวกเจ้าลัทธิจึงใช้ความฝันเฟื่องและอุดมการณ์สวยหรูมาลวงคนที่จิตอ่อนและสภาพชีวิตเปราะบางทำให้พวกเขาลงเอยด้วยความตายในที่สุด

ดังนั้นคนที่หลงเชื่อคัลท์ไม่ควรถูกปฏิบัติดั่งคนโง่หรือคนบ้า แต่ควรปฏิบัติด้วยความเห็นอกเห็นใจ

นอกจากความเปราะบางในชีวิตจนต้องหันมาพึ่งเจ้าคัลท์ บางคนก็ยังเป็นพวกขี้กลัว กลัวสงครามโลก กลัวโลกแตก กลัวตกนรก คนกลุ่มนี้จะตกเป็นเหยื่อของลัทธิวันสิ้นโลก เช่น พวก Aum Shinrikyo หรือพวก Heaven’s Gate ในโลกเรามีลัทธิจำพวกนี้เยอะมากจนจาระไนไม่ไหว เพียงแต่ที่สุดโต่งจนพาคนไปตายนั้นมีนับลัทธิได้

ดังนั้น ถามว่าคัลท์เป็นพิษภัยไหม? ในแง่ทางโลกหากมันผิดกฎหมายทั้งอาญาและแพ่งก็ไม่ถือว่าเป็นสิ่งเลวร้ายอะไร ใรแง่ศาสนา บางคัลท์อาจจะไปหยิบยืมหลักการศาสนาอื่นๆ มาบิดเบือน ซึ่งในแง่หลักศาสนาอาจเป็นปัญหาได้ แต่ละศาสนาจึงต้องชี้แจงกันเอาเองว่าไม่เกี่ยวข้อง

บางประเทศที่มีเสรีภาพทางศาสนาแบบครึ่งใบ เช่น ในไทย หากคัลท์บางคัลท์ไปอ้างศาสนาหลักในชาติแล้วบิดเบือนเพื่อรับใช้ตัวเอง ก็มีโอกาสที่จะถูกกำราบได้

แต่ในเมืองไทยเป็นดินแดนที่ “คัลท์” ในตัวมันเอง บางครั้งคนในประเทศนี้เรียกร้องเสรีภาพในศาสนา ให้ทุกคนมีสิทธิเป็นสมาชิกของคัลท์อะไรก็ได้ โดยห้ามรัฐเข้ามายุ่มย่ามและศาสนาหลักห้ามมาทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของความเชื่อ

แต่พอเกิดกรณีคัลท์ที่ดราม่าหนักๆ เช่น กรณีพระบิดา ก็จะมีคนโวยวายว่าทำไมรัฐไม่ขยับใช้อำนาจรัฐกวาดล้างคัลท์พวกนี้ก่อนที่จะมีเรื่องมีราวขึ้นมา?

ก็อย่างเหตุผลแรก รัฐเข้าไปกวาดล้างคัลท์ตามใจชอบไม่ได้ เพราะเป็นความเชื่อส่วนบุคคล เว้นแต่คัลท์นั้นๆ ไปป่าวประกาศว่าตัวเองเป็นแขนงหนึ่งศาสนาหลัก แล้วองค์กรศาสนาร้องเรียนขึ้นมา แบบรัฐเข้าไปแทรกแซงได้

แน่นอนว่า กว่าจะถึงกระบวนการนั้น คัลท์อาจจะทำให้คนตายไปเรียบร้อยแล้ว

แล้วเราจะทำอย่างไร? ตอบว่าคงต้องระแวดระวังกันเอง หากมีญาติพี่น้องไปพัวพันคัลท์แปลกๆ ก็ให้สอบถามคำสอนว่ามันเข้าเค้าเป็นพวก “คัลท์แห่งความหายนะ” หรือไม่ แต่หากเข้าเป็นสาวกเพื่อจะขอหวยก็คงไม่ต้องกังวลมากนัก

ดังนั้นในสังคมจึงเกิดกลุ่ม “คนล่าคัลท์” ขึ้นมา เช่นในเมืองไทยมีคนอย่างหมอปลา ที่ตอนแรกเป็นมือปราบสัมภเวสี ตอนหลังยกระดับเป็นมือปราบเจ้าลัทธิและพระที่กนระทำตัวไม่เหมาะสมเสียแล้ว 

แต่พระไม่ใช่ผีที่มองไม่เห็นตัว และพระไม่ใช่เจ้าพ่อคัลท์เหมือน “พระบิดา” พระนั้นสังกัดคณะสงฆ์ที่มีระเบียบแบบแผนจัดการทั้งด้วยพระวินัยและพระราชบัญญัติต่างๆ 

เอาแค่เฉพาะพระวินัยจัดการภิกษุนอกรีตก็พอแล้ว ไม่ต้องถึงใช้อำนาจรัฐ ยิ่งไม่ต้องใช้อำนาจคนล่าคัลท์ หากพบพระนอกรีตก็ไห้แจ้งคณะสงฆ์ สงฆ์จะตั้งสอบอธิกรณ์กันเอง ไม่ใช่หน้าที่ของคนนอก

การไปเรียกสื่อมาประจานแล้วสื่อไปแขวนให้คนด่ากันต่อ ต่อให้พระผู้นั้นผิดจริง ก็ไม่ยุติธรรม เพราะทั้งคนล่าคัลท์และสื่อไม่ใช่คณะสอบอธิกรณ์ จะทำตัวเป็นศาลเตี้ยไม่ได้ ที่ทำได้คือแจ้งให้ผู้รับผิดชอบได้ทราบเท่านั้น

ยังไม่นับว่าศาสนาพุทธไม่ใช่คัลท์และมีจารีตคือพระวินัยที่ละเอียดละออตอบรับทุกสถานการณ์ จะมาปราบแบบพระบิดา ซึ่งเป็น Destructive cult เป็นนอกรีตจริงๆ ไม่ได้ 

คนล่าคัลท์จึงต้องสำรวมตัวเองให้ดี เพราะอาจทำพลาดไปใส่ความคนที่แก้ต่างให้ตัวเองไม่ได้ 

ในสหรัฐเคยมีองค์กรเอกชนที่คอยจับตาคัลท์โดยเฉพาะ เช่น Cult Awareness Network แต่มันมักจะทำงานเชิงรุกเหมือนหมอปลา ทำให้เกิด “สงครามคัลท์” ระหว่างพวกต่อต้านคัลท์กับคัลท์ต่างๆ มันรุกหนักจนถึงกับเคยบอกเจ้าหน้าที่ให้จัดการเจ้าลัทธิหนึ่งด้วยวิธีการจับตายก็เคยมาแล้ว

นี่แหละคืออันตรายของพวกล่าคัลท์ที่คิดว่าตัวเองมีพันธกิจอันยิ่งใหญ่ จึงทำอะไรเกินตัว

พอทำอะไรเกินตัวก็จะจบไม่สวย เช่น Cult Awareness Network ผลสุดท้ายองค์การนี้ต้องล้มละลายและขายต่อ แต่คนที่ซื้อไปไปเปิดองค์กรชื่อคล้ายกันแต่กลับกลายเป็นว่าเจ้าของก็เกี่ยวข้องกับคัลท์ใหญ่ในสหรัฐ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยกับคัลท์ต่างๆ กลายเป็นว่ามันถูกซื้อเพื่อเอาไปใช้งานงานตรงกันข้ามกับจุดประสงค์เดิม

ส่วนการจะให้รัฐเข้ามาสอดส่องก็ต้องระวังให้ดีด้วย เพราะหากเป็นพวก “คัลท์แห่งความหายนะ” ที่บ้าดีเดือดอาจจะจบลงด้วยโศกนาฏกรรมเหมือนกรณีการล้อมเวโก (Waco siege) ที่เจ้าหน้าที่สหรัฐสนธิกำลังกันปิดล้อมสำนักงานของลัทธิแบรนช์ดาวิเดียนส์ (Branch Davidians) ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน พ.ศ. 2536

การปิดล้อมจบลงด้วยเพลิงไหม้ศูนย์กลางของคัลท์นี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 76 รายในกองเพลิง รวมแล้วการปิดล้อมนี้มีคนตายทั้งสาวกและเจ้าหน้าที่รวม 82 ราย

แต่จนบัดนี้ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่าเพลิงไหม้ที่คร่าชีวิตสาวกของแบรนช์ดาวิเดียนส์เกิดจากพวกเขาวางเพลิงเอง หรือเพราะเจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตาเข้าไปจนติดไฟลุกลาม กลายเป็นจุดจบของคัลท์นี้

จะเห็นได้ว่าแม้แต่การจับคัลท์ยังมีจุดจบที่นองเลือดได้เหมือนกัน มันไม่ใช่งานที่จะทำแบบโผงผางได้ 

โดย กรกิจ ดิษฐาน

Photo – ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา – พระภิกษุสงฆ์ดูตำรวจใช้แก๊สน้ำตาและกระบอกฉีดน้ำสลายนักศึกษามหาวิทยาลัยที่เรียกร้องการลาออกของประธานาธิบดีโคตาบายา ราชปักษา แห่งศรีลังกา เกี่ยวกับวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ ใกล้อาคารรัฐสภาในกรุงโคลัมโบ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ภาพโดย ISHARA S. KODIKARA / AFP)

ตลาดคริปโตระส่ำวันเดียวมูลค่าตลาดหายไปเกือบ 7 ล้านล้านบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682889

วันที่ 12 พ.ค. 2565 เวลา 17:15 น.ตลาดคริปโตระส่ำวันเดียวมูลค่าตลาดหายไปเกือบ 7 ล้านล้านบาท

คริปโตสกุลหลักกอดคอกันร่วงหนักจากผลพวงของ stablecoin อย่าง TerraUSD กระทบถึงตลาดเอเชีย

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า การประเมินจากของเว็บไซต์ติดตามราคาสกุลเงินดิจิทัล CoinMarketCap พบว่า การเทขายคริปโตเคอร์เรนซีครั้งใหญ่ส่งผลให้มูลค่าในตลาดหายไปถึง 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 6.946 ล้านล้านบาทภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง

ราคาที่ตกเป็นวงกว้างทั่วตลาดซึ่งเป็นผลมาจากการล่มสลายของ stablecoin อย่าง TerraUSD สร้างแรงกระเพื่อมมหาศาลต่อสกุลเงินหลักๆ ของตลาด

Bitcoin ร่วง 10% สู่จุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2020 ส่วน Ethereum ได้รับแรงกระแทกค่อนข้างหนัก ร่วง 14.2% ลงไปซื้อขายในราคา 1,780.54 เหรียญสหรัฐ ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2021 และร่วงมากกว่า 50% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน

ความระส่ำระสายนี้แสดงสัญญาณว่าจะกระจายเป็นวงกว้างในวันนี้ โดยหุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโตในเอเชียพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย BC Technology Group ฟินเทคที่จดทะเบียนในฮ่องกงปิดตลาดร่วงลงมา 6.7% ส่วน Monex Group ของญี่ปุ่นซึ่งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล TradeStation และ Coincheck ร่วงลงมา 10%

Photo by JACK GUEZ / AFP

US calls out Russia, China opposition to UN action on North Korea

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40015487


The United States called out China and Russia on Wednesday for opposing further United Nations sanctions against North Korea, warning that the Security Council “cannot stay silent any longer” as Pyongyang prepares for a seventh nuclear test.

US calls out Russia, China opposition to UN action on North Korea

US Ambassador to the United Nations Linda Thomas-Greenfield referred to “two council members” who she said argued that restraint by the council would encourage North Korea “to stop escalating and instead come to the negotiating table”.

“Silence and restraint have not worked,” Thomas-Greenfield told a council meeting convened by the United States on North Korea’s latest ballistic missile launches. “It is time to stop providing tacit permission and to start taking action.”

North Korea has been subject to UN sanctions since 2006 over its nuclear and ballistic missile programmes. Washington would like the 15-member Security Council to vote this month on a US-drafted resolution to further sanction Pyongyang.

“We cannot wait until [North Korea] conducts additional provocative, illegal and dangerous acts – like a nuclear test,” Thomas-Greenfield said.

According to Washington’s assessment, North Korea could be ready to carry out such a test as early as this month.

However, veto powers China and Russia are opposed to further sanctions and have long been pushing for the council to ease measures on the North on humanitarian grounds. But the United States says now is not the time.

China’s UN Ambassador Zhang Jun said on Wednesday that the resolution was “not an appropriate way to address the current situation”.

“Regrettably, the US has turned a blind eye to reasonable proposals from China and other relevant council members, and remains enamoured superstitiously of the magical power of sanctions,” Zhang told the council.

Russia’s deputy UN Ambassador Anna Evstigneeva said the resolution drafted by Moscow and Beijing to ease North Korean sanctions “remains on the table” and “could encourage parties to step up negotiation efforts”.

The council last tightened sanctions on Pyongyang in 2017. But North Korea has successfully worked to evade some, according to independent UN monitors.

Published : May 12, 2022

By : Reuters

Coinbase เตือนลูกค้าคริปโตอาจไม่เหลืออะไรเลยถ้าบริษัทล้มละลาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682881

วันที่ 12 พ.ค. 2565 เวลา 16:28 น.Coinbase เตือนลูกค้าคริปโตอาจไม่เหลืออะไรเลยถ้าบริษัทล้มละลาย

แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต Coinbase เตือนลูกค้าอาจไม่ได้เงินสักบาทหากบริษัทล้มละลาย

Business Insider รายงานว่า Coinbase หนึ่งในแพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลรายใหญ่เผยว่า สินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าของ Coinbase จะกลายเป็นทรัพย์สินของบริษัทหากบริษัทล้มละลาย

การเปิดเผยที่สร้างความหวั่นวิตกให้กับบรรดานักลงทุนนี้ปรากฏอยู่ในรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของบริษัท ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการเอ่ยถึงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ

Coinbase ยังเปิดเผยว่าบริษัทถือทั้งสกุลเงินที่ออกโดยรัฐบาล (fiat currency) และเงินสกุลดิจิทัลในนามของลูกค้าไว้ 256,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

Coinbase ระบุว่า “เนื่องจากสินทรัพย์ดิจิทัลที่รับฝากจากลูกค้าอาจถือเป็นทรัพย์สมบัติของกองทรัพย์สินในคดีล้มละลายในกรณีที่เกิดการล้มละลาย ดังนั้นสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ในการดูแลของเราในนามของลูกค้าอาจตกอยู่ภายใต้กระบวนการล้มละลาย และลูกค้าดังกล่าวอาจได้รับการปฏิบัติเหมือนเจ้าหนี้ที่ไม่มีหลักประกันทั่วไปของเรา”

หมายความว่าลูกค้าจะไม่สามารถเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลที่ตัวเองฝากไว้กับ Coinbase เนื่องจากสินทรัพย์เหล่านั้นจะกลายเป็นทรัพย์สินของบริษัทโดยอัตโนมัติตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ตามกฎหมายเจ้าหนี้ที่ไม่มีหลักประกันทั่วไปจะได้รับการชำระหนี้เป็นลำดับสุดท้าย และจะต้องกรอกเอกสารระบุว่าเป็นเจ้าหนี้อะไรบ้างแล้วยื่นภายในเวลาที่กำหนด จากนั้นต้องรอรับการชำระหนี้อีกหลายเดือนหรือหลายปี ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเจ้าหนี้ในลำดับท้ายๆ แทบจะไม่ได้รับเงินคืน

ข้อบังคับดังกล่าวต่างจากการประกาศล้มละลายของธนาคารซึ่งจะมีการคุ้มครองเงินฝากของลูกค้าตามจำนวนที่กำหนดไว้ อาทิ สถาบันประกันเงินฝาก (FDIC) ของสหรัฐ คุ้มครองเงินฝากไม่เกิน 250,000 เหรียญสหรัฐต่อบัญชีหากธนาคารล้มละลาย ส่วนกองทุนค้มครองนักลงทุนในหลักทรัพย์ (SIPC) ให้ความช่วยเหลือกรณีที่โบรกเกอร์หรือดีลเลอร์ล้มละลาย

การเปิดเผยผลประกอบการและความเสี่ยงดังกล่าวส่งผลให้หุ้นของบริษัทร่วงลง 27% ร้อนถึง ไบรอัน อาร์มสตรอง ซีอีโอ Coinbase ที่ต้องยืนยันกับลูกค้าว่าบริษัทยังไม่มีความเสี่ยงจะล้มละลายในขณะนี้

ในทวิตเตอร์ที่โพสต์เมื่อคืนวันอังคาร อาร์มสตรองพยายามสร้างความมั่นใจกับลูกค้าว่าเงินของพวกเขายังปลอดภัย และขอโทษที่ไม่สามารถสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นนี้ และบอกว่าบริษัทเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวตามกฎที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตั้งขึ้นมาเมื่อเร็วๆ นี้

“การเปิดเผยนี้สมเหตุสมผลเนื่องจากการคุ้มครองทางกฎหมายเหล่านี้ยังไม่เคยมีการตัดสินใจศาลสำหรับสินทรัพย์คริปโตโดยเฉพาะ และเป็นไปได้ แม้จะไม่น่าเกิดขึ้น ที่ศาลจะพิจารณาว่าทรัพย์สินของลูกค้าเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทในกระบวนการล้มละลายแม้ว่าจะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคก็ตาม”

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration

ตลาดคริปโตระส่ำวันเดียวมูลค่าตลาดหายไปเกือบ 7 ล้านล้านบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682889

วันที่ 12 พ.ค. 2565 เวลา 17:15 น.ตลาดคริปโตระส่ำวันเดียวมูลค่าตลาดหายไปเกือบ 7 ล้านล้านบาท

คริปโตสกุลหลักกอดคอกันร่วงหนักจากผลพวงของ stablecoin อย่าง TerraUSD กระทบถึงตลาดเอเชีย

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า การประเมินจากของเว็บไซต์ติดตามราคาสกุลเงินดิจิทัล CoinMarketCap พบว่า การเทขายคริปโตเคอร์เรนซีครั้งใหญ่ส่งผลให้มูลค่าในตลาดหายไปถึง 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 6.946 ล้านล้านบาทภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง

ราคาที่ตกเป็นวงกว้างทั่วตลาดซึ่งเป็นผลมาจากการล่มสลายของ stablecoin อย่าง TerraUSD สร้างแรงกระเพื่อมมหาศาลต่อสกุลเงินหลักๆ ของตลาด

Bitcoin ร่วง 10% สู่จุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2020 ส่วน Ethereum ได้รับแรงกระแทกค่อนข้างหนัก ร่วง 14.2% ลงไปซื้อขายในราคา 1,780.54 เหรียญสหรัฐ ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2021 และร่วงมากกว่า 50% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน

ความระส่ำระสายนี้แสดงสัญญาณว่าจะกระจายเป็นวงกว้างในวันนี้ โดยหุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโตในเอเชียพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย BC Technology Group ฟินเทคที่จดทะเบียนในฮ่องกงปิดตลาดร่วงลงมา 6.7% ส่วน Monex Group ของญี่ปุ่นซึ่งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล TradeStation และ Coincheck ร่วงลงมา 10%

Photo by JACK GUEZ / AFP