“ฉันสูญเงินเก็บทั้งชีวิต” เหรียญคริปโต Terra Luna ร่วง 98% ชั่วข้ามคืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682870

วันที่ 12 พ.ค. 2565 เวลา 14:15 น.“ฉันสูญเงินเก็บทั้งชีวิต” เหรียญคริปโต Terra Luna ร่วง 98% ชั่วข้ามคืน

ราคาของเหรียญ Terra (LUNA) ดิ่งลงกว่า 98% ทำนักลงทุนสูญเงินเก็บทั้งชีวิต

เมื่อวันพุธ (11 พ.ค.) มูลค่าของ Terra ซึ่งติด 1 ใน 10 สกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าสูงที่สุดร่วงลงไปต่ำกว่า 1 เหรียญสหรัฐ จากที่เมื่อเดือนที่แล้วทะยานขึ้นไปสูงถึง 120 เหรียญสหรัฐ

ที่น่าตกใจคือราคาที่ลดลงฮวบฮาบครั้งใหญ่เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืนเท่านั้น เพียง 24 ชั่วโมงมูลค่าของ Terra ร่วงไป 98% ส่งผลให้มูลค่าตามราคาตลาดลดลงจากกว่า 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้บรรดานักลงทุนสูญเงินอย่างไม่ทันตั้งตัว

นักลงทุนรายหนึ่งซึ่งเป็นสมาชิกในหมวดหมู่ r/TerraLuna ของ Reddit โพสต์ข้อความว่า “ฉันสูญเงินเก็บทั้งชีวิต ซื้อ Luna มา 85 เหรียญสหรัฐ ทำอะไรไม่ถูกเลย”

สมาชิกอีกคนหนึ่งบอกว่า สูญเงินไป 15,000 เหรียญสหรัฐ เพราะขายไม่ทันตอนที่ซื้อขายกันเหนือ 100 เหรียญสหรัฐเมื่อเดือนที่แล้ว

“ฉันควรจะขายทำเงินตอนที่มันราคา 100 เหรียญสหรัฐ ซึ่งจะได้กำไร 25,000 เหรียญสหรัฐ” ผู้ใช้ Reddit ชื่อ No-Forever ระบุ “แต่ฉันโลภอยากได้เงินมากกว่านั้นเพื่อที่อย่างน้อยจะได้ดาวน์บ้านสักหลังให้ครอบครัว แต่ตอนนี้น่าจะไม่มีทั้งบ้านทั้งเงินเก็บแล้ว”

สมาชิกบางคนโพสต์ทำนองอยากฆ่าตัวตายหลังจากรู้ว่าเหรียญที่ตัวเองถืออยู่แทบจะไม่มีค่าเพียงชั่วข้ามคืน ขณะที่บางคนเข้ามาเสนอความช่วยเหลือด้วยการโพสต์เบอร์โทรศัพท์สายด่วนป้องกันการฆ่าตัวตายทั่วโลก

สมาชิกในหมวดหมู่ Terra ใน Reddit รายหนึ่งบอกว่า “ฉันหมดเงินไปกว่า 450,000 เหรียญสหรัฐ ฉันจ่ายหนี้ธนาคารไม่ได้แล้ว ฉันจะต้องเสียบ้านไปเร็วๆ นี้ ฉันกำลังจะกลายเป็นคนไร้บ้าน ฆ่าตัวตายคือทางออกเดียวสำหรับฉัน”

ด้านผู้ดำเนินการของฟอรัมนี้ซึ่งมีสมาชิกกว่า 44,000 คนได้ปักหมุดโพสต์ระบุเบอร์สายด่วนไว้ด้านบนสุดของเพจ

หลังราคาร่วง Binance บริษัทซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีชั้นนำได้สั่งระงับการถอนเหรียญในเครือข่าย Terra (LUNA) ชั่วคราว โดยอ้างว่ามีธุรกรรมการขายที่อยู่ระหว่างดำเนินการมีจำนวนมาก ทำให้แม้แต่คนที่ต้องการขายก็ไม่สามารถทำธุรกรรมได้

การล่มสลายของ Terra เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดคริปโตอยู่ในช่วงขาลง โดย Bitcoin ร่วงกว่า 50% นับตั้งแต่ขึ้นไปแตะออลไทม์ไฮที่เกือบ 69,000 เหรียญสหรัฐเมื่อเดือน พ.ย. ขณะที่ขาลงของ LUNA ส่วนหนึ่งมาจากประเด็นเกี่ยวกับเหรียญ stablecoin UST ของ Terra ที่ตรึงราคาไว้กับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

ก่อนหน้านี้ มูลค่าของ UST ร่วงลงมาเหลือเพียง 0.29 เหรียญสหรัฐ โดยองค์กร Luna Foundation Guard ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการเติบโตของระบบนิเวศ Terra ประกาศระดมทุน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อกู้ระบบอัลกอริทึมที่ใช้ตรึงราคาของเหรียญให้คงที่ แต่นักลงทุนหลายคนเชื่อว่าจะทำไม่สำเร็จ

ส่วน โด ควอน หนุ่มเกาหลีใต้ผู้ก่อตั้ง Terra ทวีตเมื่อวันอังคาร (10 พ.ค.) ว่า “เกือบจะแก้ไขสถานการณ์ UST ได้แล้ว รอก่อนนะ” ต่อด้วยเธรดในวันถัดมาโดยขอให้ทุกคนอดทนกันก่อน

“ผมเข้าใจว่าสถานการณ์ 72 ชั่วโมงที่ผ่านมายากมากสำหรับทุกคน ที่ได้รับรู้ว่าผมตัดสินใจทำงานร่วมกับทุกๆ คนเพื่อฝ่าฟันวิกฤตนี้ และเราจะสร้างทางออกสำหรับปัญหานี้” ควอนทวีต REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

การล่มสลายของคริปโตจะเป็นภัยต่อระบบการเงินหรือไม่?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682857

วันที่ 12 พ.ค. 2565 เวลา 12:36 น.การล่มสลายของคริปโตจะเป็นภัยต่อระบบการเงินหรือไม่?

ตลาดคริปโตร่วงหนัก บิตคอยน์ดิ่งต่ำกว่า 30,000 เหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรกในรอบ 10 เดือน

Reuters รายงานว่า เมื่อวันอังคาร (10 พ.ค.) Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลอันดับหนึ่งของโลกร่วงลงต่ำกว่า 30,000 เหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรกในรอบ 10 เดือน ขณะที่ในภาพรวมมูลค่าในตลาดของคริปโตเคอร์เรนซีหายไปเกือบ 800,000 ล้านเหรียญสหรัฐในเดือนที่ผ่านมาตามข้อมูลของ CoinMarketCap เนื่องจากนักลงทุนกังวลกับนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น

เมื่อเทียบกับการขึ้นดอกเบี่ยของเฟดรอบล่าสุดที่เริ่มตั้งแต่ปี 2016 คริปโตเป็นตลาดที่ใหญ่กว่ามาก ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างกันกับระบบการเงินอื่น

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีใหญ่แค่ไหน?

จากข้อมูลของ CoinGecko เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา สกุลเงินดิจิทัลที่นิยมมากที่สุดอย่าง Bitcoin ทะยานสู่ระดับออลไทม์ไฮที่กว่า 68,000 เหรียญสหรัฐ ดันให้มูลค่าของตลาดคริปโตขยับขึ้นไปที่ 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แต่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาตัวเลขนั้นลงมาอยู่ที่ 1.51 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในจำนวนนี้เป็นมูลค่าของ Bitcoin เกือบ 600,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามด้วย Ethereum ที่ 285,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

แม้ว่าคริปโตเคอร์เรนซีจะเติบโตแบบระเบิดระเบ้อ แต่ตลาดยังค่อนข้างเล็ก ขณะที่ตลาดทุนของสหรัฐมีมูลค่าถึง 49 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนสมาคมอุตสาหกรรมหลักทรัพย์และตลาดการเงินระบุว่ามูลค่าคงค้างของตลาดตราสารหนี้สหรัฐอยู่ที่ 52.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ณ สิ้นปี 2021

ใครครอบครองและซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี?

คริปโตเคอร์เรนซีเริ่มจากการซื้อขายของรายย่อย แต่ความสนใจของสถาบันอย่าง บริษัทแลกเปลี่ยนเงินตรา บริษัทต่างๆ ธนาคาร เฮดจ์ฟันด์ และกองทุนรวมเติบโตอย่างรวดเร็ว

แม้ว่าข้อมูลเกี่ยวกับสัดส่วนนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันในตลาดคริปโตค่อนข้างหายาก แต่ CoinBase ผู้ซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีรายใหญ่ที่สุดในโลกระบุว่า นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 50% ของสินทรัพย์บนแพลตฟอร์มของบริษัทในไตรมาสที่ 4

ลูกค้าสถาบันของ CionBase ซื้อขายคริปโตมูลค่า 1.14 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปี 2021 เพิ่มจากปี 2020 ที่อยู่ที่ 120,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

Bitcoin และ Ethereum ที่หมุนเวียนอยู่อยู่ในมือของคนไม่กี่คนเท่านั้น รายงานของเดือน ต.ค. ของสำนักวิจัยเศรษฐกิจแห่งชาติ (NBER) พบว่า นักลงทุน Bitcoin 10,000 คนทั้งบุคคลและนิติบุคคลควบคุม 1 ใน 3 ของตลาด Bitcoin และนักลงทุน 1,000 คนครอบครองเหรียญ Bitcoin ราว 3 ล้านเหรียญ

การวิจัยของมหาวิทยาลัยชิคาโกพบว่า จนถึงปี 2021 ราว 14% ของชาวอเมริกันลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล

การล่มสลายของคริปโตจะกระทบระบบการเงินไหม?

แม้ว่าในภาพรวมแล้วตลาดคริปโตจะค่อนข้างเล็ก แต่ธนาคารกลางสหรัฐ กระทรวงการคลัง และคณะกรรมการเสถียรภาพการเงิน (FSB) ระบุว่า Stablecoin เหรียญดิจิทัลที่ตรึงมูลค่าไว้กับมูลค่าของทรัพย์สินจริงๆ เป็ยภัยคุกคามต่อเสถียรภาพการเงิน

Stablecoins ส่วนใหญ่จะใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ โดยได้รับการหนุนหลังจากสินทรัพย์ที่อาจสูญเสียมูลค่าหรือขาดสภาพคล่องในช่วงเวลาที่ตลาดตึงเครียด ในขณะที่กฎและการเปิดเผยเกี่ยวกับทรัพย์สินเหล่านั้นและสิทธิ์ในการไถ่ถอนของนักลงทุนยังคลุมเครือ

หน่วยงานกำกับดูแลหลายแห่งระบุว่า นั่นอาจทำให้ Stablecoin อ่อนไหวต่อการสูญเสียความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ตลาดตึงเครียด

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ (9 พ.ค.) เมื่อมูลค่าของ TerraUSD ที่ตรึงราคาให้มีมูลค่าเท่ากับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในอัตราส่วน 1 : 1 ร่วงมาอยู่ที่ 1 : 0.67 เหรียญสหรัฐ ซึ่งส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากราคา Bitcoin ที่ร่วงลง

แม้ว่า TerraUSD จะตรึงราคากับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐด้วยระบบอัลกอริทึม แต่นักลงทุนที่ดำเนินการกับ Stablecoin อื่นๆ ที่ตรึงราคากับทรัพย์สินอย่างเงินสดหรือตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะสั้นอาจทะลักเข้าไปในระบบการเงินดั้งเดิม ส่งผลให้สินทรัพย์อ้างอิงเกิดความตึงเครียด

หน่วยงานกำกับดูแลระบุว่า ด้วยความที่ทรัพย์สมบัติของบริษัทเชื่อมโยงกับผลประกอบการของสินทรัพย์คริปโต และสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมที่เข้ามาเล่นในกลุ่มสินทรัพย์ (asset class) ความเสี่ยงอื่นๆ ก็จะเกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น เมื่อเดือน มี.ค. สำนักงานบัญชีกลางสหรัฐ (OCC) เตือนว่า บรรดาธนาคารอาจผิดพลาดจากการเปิดรับอนุพันธ์คริปโตและคริปโตที่ไม่คุ้มครองความเสี่ยง เนื่องจากมีข้อมูลราคาย้อนหลังน้อย

อย่างไรก็ดี บรรดาหน่วยงานกำกับดูแลยังเสียงแตกเกี่ยวกับขนาดของภัยคุกคามที่การล่มสลายของคริปโตจะมีต่อระบบการเงินและเศรษฐกิจในวงกว้าง

REUTERS/Dado Ruvic/File Photo

สหรัฐย่องขอบราซิลผลิตน้ำมันเพิ่มแก้ปัญหาราคาพุ่งแต่ถูกปฏิเสธ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682844

วันที่ 12 พ.ค. 2565 เวลา 10:48 น.สหรัฐย่องขอบราซิลผลิตน้ำมันเพิ่มแก้ปัญหาราคาพุ่งแต่ถูกปฏิเสธ

รัฐบาลสหรัฐขอให้บราซิลเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันแต่คว้าน้ำเหลวกลับบ้าน

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า แหล่งข่าว 3 คนที่ทราบเรื่องดังกล่าวเผยกับ Reuters ว่า เมื่อเดือน มี.ค. เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐสอบถามบริษัทผลิตน้ำมันแห่งชาติเปโตรบราส (Petrobras) ของบราซิลว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันได้หรือไม่ หลังจากการรุกรานยูเครนของรัสเซียส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น แต่ฝั่งสหรัฐต้องกลับบ้านมือเปล่า

แหล่งข่าวเผยว่า เจ้าหน้าที่ของเปโตรบราสเผยว่าระดับการผลิตน้ำมันเป็นการทำหน้าที่ของกลยุทธ์ทางธุรกิจไม่ใช่การทูต และการเพิ่มกำลังการผลิตอย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้นก็ไม่สามารถทำได้ในเชิงลอจิสติกส์

แถลงการณ์ของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐที่ส่งถึง Reuters ระบุว่า “เรากำลัง…ทำทุกอย่างที่เป็นไปได้กับพันธมิตรและหุ้นส่วนของเราเพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการกระทำของรัสเซียต่อประเทศอื่นๆ เช่นบราซิล เรากำลังทำงานร่วมกับบริษัทพลังงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการจัดหาพลังงานสู่ตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ราคาสูงขึ้น”

อย่างไรก็ดี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมหรือแสดงความคิดเห็นกับกรณีการพบปะกับเจ้าหน้าที่ของเปโตรบราสเมื่อเดือน มี.ค.

Reuters รายงานว่า เปโตรบราสปฏิเสธในแถลงการณ์ว่าไม่มีการพบปะใดๆ กับตัวแทนของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ และไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ เมื่อถูกถามว่าพวกเขาได้ติดต่อพูดคุยกับหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐบาลสหรัฐหรือไม่

วอชิงตันใช้การผลักดันทางการทูตอย่างกว้างขวางเพื่อจัดหาน้ำมันทั่วโลกและควบคุมราคาไม่ให้สูงขึ้นหลังจากรัสเซียบุกยูเครน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่สหรัฐยังพยายามปรับความสัมพันธ์กับรัฐบาลฝ่ายขวาของประธานาธิบดี ฌาอีร์ โบลโซนารู แม้ว่าจะมีความเห็นไม่ตรงกันกรณีสงครามยูเครนและนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ บราซิลเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหฐ่อันดับ 9 ของโลก

Reuters รายงานว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐหลายคนขอให้ผู้ผลิตน้ำมันในประเทศเพิ่มกำลังการผลิตด้วย โดยเมื่อเดือน มี.ค. เจนนิเฟอร์ แกรนฮอล์ม รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานสหรัฐเผยว่า ขณะนี้ประเทศอยู่ในสถานการณ์สงคราม

และในเดือนเดียวกันเจ้าหน้าที่สหรัฐยังเดินทางไปเวเนซุเอลาสำหรับการเจรจาทวิภาคีของเจ้าหน้าที่ระดับสูงครั้งแรกในรอบหลายปี เพื่อหารือเกี่ยวกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันของเวเนซุเอลาบางส่วน

เบนโต อัลบูแคร์เค รัฐมนตรีกระทรวงเหมืองแร่และพลังงานบราซิลเผยกับ Reuters ว่า เมื่อเดือน เม.ย. เขาพบกับแกรนฮอล์ม 2 ครั้งเพื่อหารือถึงบทบาทของบราซิลในการควบคุมราคาน้ำมันดิบโลก

แหล่งข่าวของรัฐบาลสหรัฐและเปโตรบราวเผยกับ Reuters ว่า ระหว่างการพบปะเมื่อเดือน มี.ค. เจ้าหน้าที่สหรัฐถามเปโตรบราสว่าบริษัทมีศักยภาพในการเพิ่มกำลังการผลิตระยะสั้นหรือไม่

หนึ่งในแหล่งข่าวระบุว่า การติดต่อในเบื้องต้นเป็นการประสานงานระหว่างรัฐบาลสหรัฐและบราซิล และมีการปรึกษากับเจ้าหน้าที่ของเปโตรบราสในการประชุมติดตามผลอย่างไม่เป็นทางการ

แหล่งข่าวทั้งสามรายเผยว่า เจ้าหน้าที่เปโตรบราสตอบกลับว่า การเพิ่มกำลังการผลิตดังกล่าวไม่อยู่ในแผนเนื่องจากเป้าหมายเชิงกลยุทธ์และอุปสรรคด้านลอจิสติกส์ และกล่าวเสริมว่าเปโตรบราสกำลังเพิ่มกำลังการผลิตระยะกลางซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตอีกวันละ 500,000 บาร์เรวภายในปี 2026

บรรดาผู้บริหารเปโตรบราสย้ำว่าบริษัทดำเนินการอย่างเป็นอิสระจากรัฐบาล แม้ว่ารัฐคือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท

REUTERS/Pascal Rossignol

ยูเครนจ่อปิดเส้นทางส่งก๊าซรัสเซียไปยังยุโรป โทษเป็นเพราะรัสเซียเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682780

วันที่ 11 พ.ค. 2565 เวลา 18:15 น.ยูเครนจ่อปิดเส้นทางส่งก๊าซรัสเซียไปยังยุโรป โทษเป็นเพราะรัสเซียเอง

ยูเครนประกาศระงับเส้นทางส่งก๊าซ คิดเป็นกือบ 1 ใน 3 ของก๊าซรัสเซียทั้งหมดที่ส่งไปยังยุโรปโดยผ่านยูเครน

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่ายูเครนประกาศจะระงับก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียที่ส่งไปยังยุโรปผ่านเส้นทาง Sokhranivka ทางตะวันออกของประเทศ ตั้งแต่วันนี้ (11 พ.ค.) เป็นต้นไป ซึ่งคิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของก๊าซรัสเซียทั้งหมดที่ส่งไปยังยุโรปโดยผ่านยูเครน และมีปริมาณก๊าซไหลผ่านมากถึง 32.6 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยกล่าวว่าเป็นเหตุสุดวิสัยที่เกิดจากรัสเซียเอง

รายงานระบุว่ายูเครนยังคงเป็นเส้นทางหลักสำหรับการจัดส่งก๊าซรัสเซียไปยังยุโรป แม้กระทั่งช่วงที่รัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครน

โดย GTSOU ผู้ดำเนินการระบบจัดส่งก๊าซในประเทศยูเครนกล่าวว่าจะปิดเส้นทาง Sokhranivka ตั้งแต่เวลา 7.00 น. ของวันที่ 11 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น เนื่องจากเหตุสุดวินัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท หลังจากที่พื้นที่ดังกล่าวถูกรุกรานโดยกองกำลังรัสเซีย ทำให้ไม่สามารถดำเนินการสถานีเพิ่มความดันก๊าซธรรมชาติ Novopskov ซึ่งอยู่ในแคว้นลูฮันสก์ ทางตะวันออกของยูเครน

อย่างไรก็ตาม อาจเปลี่ยนเส้นทางการส่งก๊าซไปยัง Sudzha ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของประเทศเป็นการชั่วคราว เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้การควบคุมของยูเครนเอง

ยูรี วิทเรนโก ประธานคณะกรรมการของบริษัท Naftogaz บริษัทพลังงานของรัฐบาลยูเครนกล่าวกับรอยเตอร์สว่าการระงับก๊าซธรรมชาติของรัสเซียในเส้นทาง Sokhranivka ไม่ควรส่งผลกระทบต่อตลาดในประเทศยูเครน

ทว่า Gazprom บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของรัสเซียกล่าวว่ารับทราบเรื่องดังกล่าวจากยูเครนแล้ว แต่เป็นไปไม่ได้ในทางเทคนิคที่จะเปลี่ยนเส้นทางการส่งก๊าซทั้งหมดจาก Sokhranivka มาเป็น Sudzha ตามที่ GTSOU เสนอเพราะระบบการทำงานที่ต่างกันทั้งยังต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น

Gazprom ยังกล่าวว่าไม่พบอุปสรรคขัดขวางการดำเนินการส่งก๊าซในเส้นทางดังกล่าวอย่างที่ยูเครนอ้าง และเจ้าหน้าที่ของยูเครนสามารถทำงานได้ตามปกติ พร้อมยืนยันว่าบริษัทจะเดินหน้าส่งก๊าซไปยังยุโรปตามที่ได้ทำสัญญาไว้

ด้านบริษัทก๊าซในมอลโดวา ซึ่งเป็นประเทศเล็กๆ ทางชายแดนตะวันตกของยูเครน กล่าวว่า ไม่ได้รับแจ้งจาก GTSOU หรือ Gazprom ว่าจะเกิดการชะงักของอุปทาน

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐและสหภาพยุโรปเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ลดการพึ่งพาพลังงานของรัสเซียเพื่อตอบโต้ที่รัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครน

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

Palestinians protest killing of Al Jazeera reporter

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40015468


Palestinian protesters clashed with Israeli police in Jerusalem on Wednesday over the death of an Al Jazeera reporter who was killed during an Israeli raid in the occupied West bank. This video contains graphic images. Lisa Bernhard produced this report.

Palestinians protest killing of Al Jazeera reporter

Palestinian protesters clashed with Israeli police in Jerusalem on Wednesday over the death of an Al Jazeera reporter who was killed during an Israeli raid in the occupied West bank.

Graphic footage shows the immediate aftermath of the moment 51-year-old Palestinian-American TV reporter Shireen Abu Akleh was killed in the city of Jenin.

The White House strongly condemned the killing and called for an investigation into her death, which has sparked outrage among Palestinians…

Many waved Palestinian flags as they took to the streets in Jerusalem to express their anger and sadness.

[PROTESTER] “She’s a Palestinian citizen, we don’t want to say she’s a journalist, she is a human who was killed in cold blood, she was executed in front of all cameras and we saw that. We are here to express our sadness and anger in a peaceful and legitimate manner.”

The veteran journalist had been covering the latest arrest operation launched by the Israeli military amid deadly Arab attacks in Israel.

Palestinian President Mahmoud Abbas and Al Jazeera blamed Israeli forces for her death, describing it as a blatant, cold-blooded murder.

Israeli Prime Minister Naftali Bennett said Abbas was making unfounded allegations before Israel had conducted a “thorough investigation”.
 

Bennett said it appeared likely that Palestinians “firing indiscriminately” were responsible.

Another Al Jazeera reporter, Ali al-Samudi, was also shot. Speaking to Reuters from a hospital, he said he and Abu Akleh were clearly identified as member of the press.

“We were obvious. We made sure to walk right in front of the army patrols so that they can see us and they saw us, after we went to a road where there were no armed people, no civilians and there was no shooting and no incidents there, we were shocked by the shooting. I was lucky and I turned my back when the first bullet was shot and injured my back, they wanted to kill me.”

Journalists in Arab countries also gathered on Wednesday to protest her death, many carrying her picture and lighting candles in her honor.

Published : May 12, 2022

By : Reuters

US House passes $40-billion bill to boost Ukraine aid

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40015451


The US House of Representatives on Tuesday approved more than $40 billion additional aid for Ukraine, as Congress races to keep military aid flowing to boost the government in Kyiv as it grapples with the Russian invasion, Reuters reported.

US House passes $40-billion bill to boost Ukraine aid

The House passed the Ukraine spending bill 368 to 57. All the no votes came from Republicans. The measure now heads to the Senate, which is expected to act quickly.

President Joe Biden had asked Congress to approve an additional $33 billion in aid for Ukraine two weeks ago, but lawmakers decided to increase the military and humanitarian funding, Reuters said.

“This bill will protect democracy, limit Russian aggression, and strengthen our national security, while, most importantly, supporting Ukraine,” Democratic Representative Rosa DeLauro, who chairs the House Appropriations Committee, said, urging support for the spending package.

Biden had called on Congress to move quickly so that he could sign the bill into law before existing defence aid for Ukraine runs out later in May.

Some Republicans opposed the bill, criticising Democrats for moving too quickly to send too many US taxpayer dollars abroad. Biden’s fellow Democrats narrowly control Congress, but the bill will need Republican votes to get through the Senate.

Oksana Markarova, Ukraine’s ambassador to the United States, appealed for assistance from both Democratic and Republican senators at their weekly party lunches on Tuesday, Reuters said.

“It was a very heartfelt, and easy to understand the message: Their people are dying, they’re running out of supplies and ammunition. They need our help quickly. Thank you for all your help. Please. Speed it up,” Democratic Senator Dick Durbin said after Markarova spoke.

Republican Senator Rob Portman, a member of the Senate Foreign Relations Committee and leader of the Senate Ukraine caucus, said he expected enough Republican backing for the bill to get it through the Senate, Reuters said.

“I think it will pass. There will be significant Republican support,” he said.

Published : May 11, 2022

By : Reuters

Japan passes economic security bill to guard sensitive technology

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40015450


Japan’s parliament on Wednesday passed an economic security bill aimed at guarding technology and reinforcing critical supply chains, while imposing tighter oversight of Japanese firms working in sensitive sectors or critical infrastructure.

Japan passes economic security bill to guard sensitive technology

According to the bill, measures in the legislation, which is primarily aimed at China, will be implemented over two years once it is enacted. It comes after the United States imposed restrictions on technology imports, such as semiconductors, amid growing tensions with Beijing.

The new law also arrives as Russia’s invasion of Ukraine continues – Moscow calls its actions “a special operation” – adding pressure on Japan to do more to protect supply chains and infrastructure from hacking and cyberattacks, and ensuring that technology critical to national security is not stolen.

The bill will give Japan’s government the power to order companies to notify it about software updates and vet some equipment procurement in 14 industries, including energy, water supply, information technology, finance, and transportation. It also establishes a system of secret patents kept in Japan to ensure technological breakthroughs are not used by other countries to develop nuclear weapons or other military equipment.

Published : May 11, 2022

By : Reuters

GRU หน่วยสายลับมือฉมังของรัสเซียที่ตระเวนล้วงความลับไปทั่วโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682781

วันที่ 11 พ.ค. 2565 เวลา 19:00 น.GRU หน่วยสายลับมือฉมังของรัสเซียที่ตระเวนล้วงความลับไปทั่วโลก

นอกจากหน่วยลอบสังหารแล้ว รัสเซียยังมีไม้ตายอย่างหน่วยสายลับ GRU ที่คอยล้วงความลับของประเทศต่างๆ ทั่วโลก

เมื่อเร็วๆ นี้ สื่อเชิงสืบสวนสอบสวนของรัสเซีย 2 กลุ่มคือ Agentura.ru และ Bellingcat รายงานว่า ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ปลดหน่วยสายลับ FSB (หน่วยข่าวกรองหลักของรัสเซียที่เปลี่ยนชื่อมาจาก KGB) จากหน้าที่ในการหาข่าวในยูเครน แล้วแต่งตั้งให้หน่วย GRU ซึ่งเป็นหน่วยข่าวกรองทางทหารมารับหน้าที่นี้แทน เนื่องจาก FSB ทำหน้าที่ล้มเหลว

1.หน่วย GRU ถูกก่อตั้ง โดย โจเซฟ สตาลิน ผู้นำสหภาพโซเวียต เมื่อปี 1942 ไม่ถึงปีหลังจากนาซีเยอรมันบุกสหภาพโซเวียต ในช่วงพีคของสงครามโลกครั้งที่ 2 GRU ได้รับมอบหมายให้สอดแนมเยอรมนีและพันธมิตร และในช่วงสงครามเย็นมีผลงานที่โดดเด่นคือ การแทรกซึมเข้าไปล้วงข้อมูลโครงการระเบิดปรมาณูของอังกฤษ

2.รายงานต่อสภาคองเกรสของสหรัฐบรรยายถึง GRU ไว้ว่า เป็นองค์กร “ขนาดใหญ่ กว้างขวาง และทรงพลัง” แต่ไม่ค่อยมีใครทราบเกี่ยวกับขนาดและการดำเนินงานของ GRU

3.GRU โดดเด่นกว่าหน่วยสายลับอื่นๆ ของรัสเซียในด้านความสมัครใจในการปฏิบัติงานที่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูง ทั้งยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับขบวนการปฏิวัติและกลุ่มก่อการร้าย มีประสบการณ์ในการใช้อาวุธและระเบิด รวมทั้งผ่านการฝึกสุดโหดมาแล้ว

4.GRU แบ่งเป็นหลายหน่วยย่อย อาทิ หน่วย 29155 มีหน้าที่ลอบสังหารและทำภารกิจอื่นที่เป็นความลับโดยมีเป้าหมายเพื่อสั่นคลอนในประเทศแถบยุโรป คาดว่าหน่วยนี้ปฏิบัติการอย่างลับๆ มาตั้งแต่ปี 2008 เป็นอย่างน้อย แต่การมีอยู่ของหน่วยนี้เพิ่งจะเปิดเผยต่อสาธารณะในปี 2019

5.หน่วย 54777 หรือศูนย์ปฏิบัติการพิเศษที่ 72 เป็นหน่วยด้านสงครามจิตวิทยา หน่วย 26165 หรือแฟนซีแบร์ รับหน้าที่ปฏิบัติการทางไซเบอร์และแฮกข้อมูล ทางการเนเธอร์แลนด์กล่าวหาว่าหน่วยนี้เกี่ยวข้องกับการแฮกองค์การเพื่อการห้ามใช้อาวุธเคมี (OPWC) เมื่อปี 2018 และหน่วย 74455 เป็นหน่วยที่ใช้ข้อมูลระบุตัวตนออนไลน์ปลอม (DCLeaks และ Guccifer 2.0) เพื่อประสานงานการเปิดเผยเอกสารที่ขโมยมาที่มีความอ่อนไหวทางการเมืองกับวิกิลีกส์เพื่อให้เกิด “ผลกระทบทางการเมืองสูงสุด”

6.เอกสารการประเมิน GRU ของตะวันตกที่สำนักข่าว Reuters ได้เห็นเมื่อปี 2018 ระบุว่า GRU วางสายลับที่ผิดกฎหมายมานานหลายปี เช่น คนที่ทำงานโดยไม่ได้รับความคุ้มครองทางการทูต และคนที่อาศัยอยู่ภายใต้การปลอมตัวในต่างประเทศ การประเมินระบุว่า “มันมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการพัฒนาสงครามสารสนเทศของรัสเซีย (ทั้งการป้องกันและเชิงรุก) เป็นองค์กรที่ห้าวหาญและได้รับการสนับสนุนอย่างดี ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยตรงและเข้าถึง (ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์) ปูติน ทำให้มีอิสระในการปฏิบัติงาน และได้รับการผ่อนผันสำหรับการตรวจสอบทางการทูตและทางกฎหมาย

7.GRU ตระเวณลงมือทั่วโลก อาทิ ในสหราชอาณาจักร: ปี 2018 ทางการสหราชอาณาจักรระบุชื่อชาวรัสเซีย 2 คนคือ อเล็กซานเดอร์ เปตรอฟ และรุสลัน บอชิรอฟ (ชื่อที่ทั้งสองคนใช้เข้าสหราชอาณาจักร) เป็นผู้ต้องสงสัยในการพยายามลงมือสังหาร เซอร์เก สกรีปาล อดีตสายลับ GRU และลูกสาวเมื่อเดือน มี.ค. 2018

8.ทางการตามรอยผู้ต้องสงสัยขณะอยู่ในสหราชอาณาจักร 48 ชั่วโมงเพื่อลงมือ ตั้งแต่การมาถึงสนามบินแกตวิก การเดินทางไปเมืองซอลส์บรี 1 วันก่อนลงมือ การเดินทางในวันลงมือ จนกระทั่งการเดินทางกลับมอสโกจากสนามบินฮีทโธรว์ ทั้งยังพบสารพิษโนวิโช้ค (Novichok) ในห้องพักของผู้ต้องสงสัย การสอบสวนเชิงลึกต่อมาพบว่าตัวจริงของบอชิรอฟคือ อนาโตลี ชิปิกา เจ้าหน้าที่ GRU

9.เนเธอร์แลนด์: ปีเดียวกับการลงมือที่ซอลส์บรี เจ้าหน้าที่ GRU 4 นายถูกจับได้คาหนังคาเขาขณะกำลังแฮกเครือข่าวไวไฟขององค์การเพื่อการห้ามใช้อาวุธเคมี (OPWC) ที่ควบคุมดูแลอาวุธเคมี ซึ่งในขณะนั้นกำลังตรวจสอบสารพิษที่ใช้กับสกรีปาลและการใช้อาวุธเคมีโจมตีในซีเรีย

10.ส่วนในสหรัฐนั้นเจ้าหน้าที่ GRU หลายนายมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลเท็จระหว่างการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2016, หน่วย 26165 และหน่วย 74455 ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังเว็บไซต์ DCLeaks และถูกตั้งข้อหาฐานเข้าถึงและเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกว่า 500,000 คนจากเว็บไซต์คณะกรรมการการเลือกตั้งและอีเมลของ ฮิลลารี คลินตัน และจากข้อมูลที่ เรียลิตี วินเนอร์ อดีตผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองของสหรัฐนำมาเปิดเผยพบว่า GRU พยายามแฮกบริษัทผลิตเครื่องลงคะแนนเสียง VR System

11.ฝรั่งเศส: เดือน ธ.ค. 2019 หนังสือพิมพ์ Le Monde รายงานว่า การร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานข่าวกรองของอังกฤษ สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และสหรัฐพบฐานของ GRU ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ซึ่งคาดว่าถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการลับทั่วยุโรป โดยสามารถระบุตัวสายลับได้ 15 คนโดยทั้งหมดอยู่ในหน่วย 29155 ของ GRU ที่เดินทางเข้าเขตโอต์ซาวัวร์ของฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2014-2018 รวมทั้งอเล็กซานเดอร์ เปตรอฟ และรุสลาน บอริชอฟ ที่ลงมือวางยาสกรีปาลเมื่อปี 2018 ที่อังกฤษด้วย

12.จะเห็นว่าการลงมือแต่ละครั้งของเจ้าหน้าที่เหล่านี้ล้วนทิ้งร่องรอยไว้จนถูกตามตัวได้ แต่รัสเซียก็ไม่ได้เกรงกลัว ซึ่งมาร์ก กาเลอ็อตติ นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงเผยกับ BBC ว่า “GRU ลงมือบ่อยมาก และเลี่ยงไม่ได้ที่บางปฏิบัติการจะพลาด แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาโง่ เห็นได้ชัดว่าแนวทางที่พวกเขาได้รับมาคือ ถ้ายังอยู่ในขอบเขตก็ไม่เป็นไร และอย่างกังวลกับผลลัพธ์จนเกินไป”

Photo by HO / Metropolitan Police Service / AFP

***หมายเหตุ ภาพประกอบคือ อเล็กซานเดอร์ เปตรอฟ (ขวา) และรุสลาน บอชิรอฟ ที่สถานีรถไฟในซอลส์บรีของอังกฤษเมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2018 

สหรัฐเตือนปูตินเตรียมทำสงครามระยะยาว ชี้อาจงัดอาวุธนิวเคลียร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682770

วันที่ 11 พ.ค. 2565 เวลา 16:35 น.สหรัฐเตือนปูตินเตรียมทำสงครามระยะยาว ชี้อาจงัดอาวุธนิวเคลียร์

สหรัฐเตือนปูตินอาจกำลังเตรียมพร้อมทำสงครามระยะยาว ที่แม้แต่ชัยชนะในดอนบัสก็มิอาจยุติความขัดแย้ง

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. BBC รายงานโดยอ้างเอวริล เฮนส์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองสหรัฐ ระบุว่าประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการทำสงครามที่ยาวนานในยูเครน ซึ่งต่อให้รัสเซียได้รับชัยชนะในภาคตะวันออกของยูเครนที่กำลังเป็นสมรภูมิรบที่ดุเดือดอยู่ในขณะนี้ ก็ยังไม่อาจยุติความขัดแย้งระหว่างสองประเทศได้

“ปูตินยังคงตั้งใจที่จะบรรลุเป้าหมายอื่นนอกเหนือจากดอนบัส” เฮนส์กล่าว

คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นขณะที่การสู้รบในภูมิภาคดอนบัส ทางตะวันออกของยูเครน และการต่อสู้ในภาคใต้ยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด ท่ามกลางความพยายามของรัสเซียที่ต้องการยึดครองดินแดนนี้ หลังจากที่ละความพยายามในการยึดเมืองหลวงอย่างกรุงเคียฟ

เฮนส์มองว่าอุปสรรคสำคัญของปูตินในตอนนี้คือความสามารถทางทหารที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทำให้เขาอาจจะต้องหวังพึ่งกับการที่สหรัฐและยุโรปลดการสนับสนุนยูเครนเนื่องจากอัตราเงินเฟ้อ การขาดแคลนอาหาร และราคาพลังงานที่พุ่งกระฉูด

อย่างไรก็ตาม เฮนส์เสริมว่าปูตินอาจหันไปใช้วิธีการที่รุนแรงกว่านี้นั่นก็คืออาวุธนิวเคลียร์ หากเขามองว่าความพ่ายแพ้ในยูเครนถือเป็นภัยคุกคามต่อระบบการปกครองของเขา

ตามรายงานของ The Guardian เฮนส์กล่าวว่าผู้นำรัสเซียจะไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์จนกว่าเขาจะเห็นถึงภัยคุกคามต่อประเทศหรือต่อระบบการปกครอง ซึ่งเขาก็อาจมองว่าความพ่ายแพ้ต่อยูเครนถือเป็นภัยคุกคามดังกล่าวด้วย

“เราคิดว่าภัยคุกคามอาจรวมถึงการที่ปูตินรู้สึกว่าเขากำลังแพ้สงคราม และสิ่งที่นาโตกำลังทำนั้นเห็นได้ชัดว่ามีส่วนทำให้ปูตินยิ่งรู้สึกแบบนั้น” เฮนส์กล่าว

พร้อมเสริมว่ามีหลายอย่างที่ปูตินสามารถทำเพื่อยกระดับความรุนแรงก่อนที่จะไปถึงการใข้อาวุธนิวเคลียร์ และโลกอาจได้รับคำเตือนว่าการใช้นิวเคลียร์กำลังใกล้เข้ามาแล้ว

Photo by REUTERS/Gleb Garanich

สิ่งมีชีวิตบนโลกอาจมาจากอวกาศ! นักวิทย์พบสารตั้งต้นดีเอ็นเอจากอุกกาบาตนอกโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682737

วันที่ 11 พ.ค. 2565 เวลา 13:30 น.สิ่งมีชีวิตบนโลกอาจมาจากอวกาศ! นักวิทย์พบสารตั้งต้นดีเอ็นเอจากอุกกาบาตนอกโลก

นักวิทยาศาสตร์ยืนยันพบสารประกอบในดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตบนโลกในอุกกาบาต

รหัสพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตแทบทั้งหมดบนโลก หรือดีเอ็นเอ และอาร์เอ็นเอ ประกอบด้วยนิวคลีโอเบส 5 ชนิดคือ อะดีนิน (Adenine) กัวนีน (Guanine) ไทมีน (Thymine) ไซโทซีน (Cytosine) และ ยูราซิล (Uracil) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นที่ก่อให้เกิดชีวิตที่ก่อนหน้านี้เชื่อกันว่ากำเนิดขึ้นโดยบังเอิญบนโลกในยุคเริ่มแรกเมื่อหลายพันล้านปีที่แล้ว แต่งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communication เพิ่มน้ำหนักว่าสารตั้งต้นนี้อาจมาจากอวกาศ

ทีมนักวิจัยซึ่งนำโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ยะสุฮิโระ โอบะ จากมหาวิทยาลัยฮอกไกโดของญี่ปุ่นศึกษาสารประกอบในอุกกาบาต 3 ลูกที่ตกลงมายังพื้นโลกคือ อุกกาบาตเมอร์ชิสันที่ตกในออสเตรเลีย อุกกาบาตเมอร์เรย์ และอุกกาบาตทะเลสาบทากิช โดยใช้เทคโนโลยีสุดล้ำที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในการวิจัยทางพันธุกรรมและเภสัชกรรมเพื่อตรวจจับนิวคลีโอเบสขนาดเล็กจิ๋วในอัตราส่วนต่อล้านล้าน ซึ่งละเอียดกว่าวิธีที่ศึกษากันก่อนหน้านี้อย่างน้อย 10-100 เท่า

นอกจากจะพบ อะดีนิน กัวนีน และยูราซิลซึ่งถูกค้นพบไปก่อนหน้านี้แล้วในอุกกาบาต ทีมนักวิทยาศาสตร์ของโอบะยังพบไทมีนและไซโทซีน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่พบสาร 2 ชนิดนี้ในอุกกาบาต

“การค้นพบสารตั้งต้นของดีเอ็นเอและอาร์เอ็นเอในอุกกาบาตจากนอกโลก กำลังบอกเราว่าโมเลกุลที่สำคัญต่อการสร้างชีวิตถูกส่งมาที่โลกก่อนที่จะกำเนิดชีวิต” โอบะกล่าว เขาอธิบายว่าสิ่งที่เขาค้นพบคือข้อมูลที่บ่งชี้ว่าจุดกำเนิดของโมเลกุลที่จำเป็นต่อ ดีเอ็นเอและอาร์เอ็นเอของสิ่งมีชีวิตบนโลกมาจากนอกโลก

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ดีเอ็นเอไม่น่าจะก่อตัวในดาวเคราะห์น้อย แต่การที่อุกกาบาตพาสารตั้งต้นดีเอ็นเอเหล่านี้มาที่โลกเป็นการช่วยให้สารเหล่านั้นได้มาพัฒนาขึ้นที่โลก

อย่างไรก็ดี ทีมนักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถบอกได้ถึงความชัดเจนของผลกระทบต่อโมเลกุลเคมีแรกๆ บนโลกจากอุกกาบาต หรือบางทีอาจเป็นไปได้ที่ทั้งสองปัจจัยต่างมีความผลกระทบต่อกันและกัน

“หากประสิทธิภาพการผลิตของนิวคลีโอเบสบนโลกสูงกว่าปัจจัยจากอวกาศมาก การเกิดขึ้นของรหัสพันธุกรรม (หรือชีวิต) ด้วยปัจจัยจากนอกโลกก็อาจมีส่วนร่วมเพียงเล็กน้อย” โอบะกล่าว “แต่การค้นพบของเราสามารถพูดได้ว่าอุกกาบาตที่อุดมไปด้วยคาร์บอนนั้นมีนิวคลีโอเบสที่หลากหลาย”

ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางคนอาจแย้งว่าตัวอย่างเหล่านั้นอาจเกิดการปนเปื้อนจากอากาศบนโลก แต่ทีมวิจัยกล่าวว่า “หากมีการปนเปื้อนจากดินบนโลกเราควรเห็นไอโซเมอร์เหล่านั้นในดินเช่นกัน แต่เราก็ไม่พบ” โดยบอกว่ามีการจัดระเบียบและเรียงตัวต่างกัน ซึ่งตัวที่พบในอุกกาบาตนั้นต่างจากบนโลก

NASA Goddard/CI Lab/Dan Gallagher/Handout via REUTERS